คิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง







"อาจแค่ไม่มีใครให้คิดถึง ก็เลยคิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง"

เฟรนด์คนนึงในเฟสบุ๊คโพสข้อความนี้ในวอลของตัวเองแล้วระบบมันฝีดเข้ามาขึ้นในหน้าโฮมของผม

เค้าอาจจะแค่คิดว่ามันเป็นเพียงอารัมภบทอะไรซักอย่างที่ดูเท่ห์ๆคมๆเลยโพสลงมา แต่เมื่อลองสังเกตดู นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของความขัดแย้งทางจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและเราก็ยังคงต้องดิ้นรนต่อสู้กับมัน


ไม่ควรมีใครที่ไม่ควรถูกคิดถึง

มีแต่การกระทำที่ควรหรือไม่ควรกระทำ


เฟรนด์คนนี้ทำให้ผมนึกถึงเคสหลายๆคนขึ้นมาจนในที่สุดทำให้ต้องเขียนบทความนี้


มันจะน่าเศร้าขนาดไหนที่เราไม่สามารถคิดถึงคนที่
เรารักและมีคุณค่าความหมายต่อเราได้


มันจะน่าเศร้าขนาดไหนที่เราไม่สามารถคิดถึงคนที่เราเทิดทูนและมีคุณค่าทางจิตใจต่อเราได้? มันน่าเสียดายถึงเพียงไหนที่เราไม่สามารถคิดถึงคนที่จุดประกายชีวิตของเรา คนที่ทำให้เรารู้จักคำว่ารักได้ เพียงเพราะเรารู้สึกเจ็บ ทรมาน อึดอัด ไม่ถูกต้อง ไม่ควร ไม่ให้พลังในการใช้ชีวิต หรือรู้สึกเป็นไปในทางลบต่อตัวเรา? จริงๆแล้วความรู้สึกเหล่านี้มันสะท้อนออกมาจากตัวของเราเอง จากความคิด จากมายด์เซ็ท จากประสบการณ์ จากความรู้สึกในอดีตของเรา สะท้อนออกมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุหรือบุคคลอันเป็นที่ตั้งแห่งความคิดถึงของเราอาจจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับความรู้สึกเหล่านี้ของเราเลยด้วยซ้ำ 

เคยมีเคสที่มาบำบัดหลายคนรู้สึกผิดและโทษตัวเองที่คิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง แต่ก็โกรธตัวเองรู้สึกผิดที่ไม่สามารถคิดถึงเค้าได้ และเค้าก็ต้องทนใช้ชีวิตในการฝืนความรู้สึกอยู่แบบนี้มาปีแล้วปีเล่าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะจบสิ้น มีเคสนึงแม่ของเธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้วแต่การคิดถึงแม่มันช่างเจ็บปวดทุรนทุรายจนไม่อาจรับได้ แม่กลายเป็นคนที่ไม่ควรคิดถึงทั้งๆที่เป็นคนที่เค้ารักมากที่สุด อยากจะคิดถึงจนสุดหัวใจ แต่ก็กลัวความเจ็บปวดที่มันนำมาให้ น่าเห็นใจมากๆ ดังนั้นคำถามที่เราควรหาคำตอบก็คือ 


ทำอย่างไรหรือคิดแบบไหนที่เราจะเป็นอิสระที่จะ   
สามารถคิดถึงคนที่เราต้องการคิดถึงโดยที่ไม่ทำร้าย
ตัวเราเองและคนรอบข้าง?


เราอาจจะจำคนบางคนในชีวิตเราไม่ได้ เพราะเค้าคนนั้นอาจไม่ใช่คนที่เข้ามามีบทบาทในประสบการณ์ที่สำคัญของชีวิตเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่ได้เป็นคนสำคัญในชีวิตของคนรอบตัวของเค้า เพราะเค้าต้องเป็นลูกของพ่อแม่สักคน เป็นหลานหรือพี่น้องของใครสักคน เป็นลูกศิษย์ เพื่อน หรือคนรักของใครสักคน หรือการแอบรักใครสักคนที่มีเจ้าของ ความรักเป็นสิ่งที่งดงามในตัวของมันเอง เพราะในนั้นมีความปรารถนาดี ความเอื้ออาทร ความห่วงใย ความเมตตา แต่คนส่วนใหญ่ต้องการครอบครอง ดอกไม้งดงามที่บานจากลำต้นที่เกิดในรอยแยกของร่องหินบนส่วนยอดของผาน้ำตก ไม่เหมาะที่เราจะนำกลับบ้านไปด้วย ควรปล่อยให้มันสวยงามสดใสเบิกบานอยู่อย่างนั้น ดังนั้นถ้ามองในแง่ของคนคนหนึ่งหรือในแง่ความสวยงามที่ความรักนำมาให้ จึงไม่มีใครเลยที่จะไม่ควรถูกคิดถึง ในทางกลับกัน หากแม้เค้าคนนั้นเคยมีบทบาทที่สำคัญในชีวิตของเราแต่มันกลับเป็นประสบการณ์ในแง่ลบ เราจะรู้สึกว่าคนคนนั้นไม่ควรถูกคิดถึง เพราะการคิดถึงจะนำมาซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด อึดอัด ทรมาน เสียใจ น้อยใจ อิจฉา โกรธ หรือแม้แต่แค้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้จิตใต้สำนึกจดจำเอาไว้และสร้างเงื่อนไขชีวิตว่าชั้นไม่ต้องการจะเจ็บกับเหตุการณ์แบบนี้อีก ชั้นไม่ต้องการเจอคนแบบนี้อีก ชั้นไม่ต้องการระลึกถึงมันอีก และสมองจะถูกโปรแกรมตามนั้น ความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นจะถูกล๊อคเก็บไว้แต่ข้อมูลก็ยังคงอยู่ภายในนั้นไม่ได้หายไปไหน ประสบการณ์เหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งในเซลของร่างกายเรา แล้วเมื่อเรามาเจอเหตุการณ์รูปแบบเดิมกับคนใหม่เวลาใหม่สถานที่ใหม่เราก็รู้สึกคล้ายกับว่าเคยเกิดขึ้นมาแล้วแต่จำไม่ได้ เหมือนเดจาวู เกิดความรู้สึกขัดแย้งขึ้นในตัวเอง ทำตัวไม่ถูก และไม่ชอบตัวเองที่ต้องตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ 


จริงๆแล้ว "คนที่ไม่ควรคิดถึง" คือรูปแบบหนึ่งของการหนีความรู้สึกที่เราไม่ต้องการเผชิญ เพราะการเผชิญหน้าคือความเสี่ยง คือความกลัว คือความไม่มั่นคงทางจิตใจ เมื่อเผชิญหน้ากับมันเราอาจต้องเจ็บ เราอาจต้องแพ้ เราอาจพังทลาย และวิธีการที่ง่ายที่สุดในการรับมือคือหนี แสตมป์ลงไป ประทับลงไป คนคนนี้ไม่ควรคิดถึง ลืมๆไปดีกว่า ใครๆก็ทำแบบนี้ แล้วเราก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกขัดแย้งภายในแบบนี้อยู่เรื่อยไป


การเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดและความกลัว
สร้างการเรียนรู้


ลองหาคำตอบให้ตัวเองจากการพิจารณาข้อความข้างบน เมื่อเราสงบและกล้าเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด เราจะเห็นความจริง สิ่งที่ไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะกับความคิดของเราเอง ยังมีความเป็นไปได้อีกหลากหลายรูปแบบต่อจากนั้น มองมันด้วยใจเป็นกลาง คำตอบมันจะค่อยๆปรากฏออกมา ซึ่งคำตอบนั้นของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนเอง แล้วในที่สุด มันจะกลายเป็นการเรียนรู้ แล้วในที่สุด มันอาจจะตกผลึก แล้วในที่สุด มันอาจกลายเป็นมายด์เซ็ท แล้วในที่สุด มันจะกลายเป็นการยอมรับ มันกลายเป็นการก้าวข้าม เราสอบผ่าน เราจะสงบสุขที่สามารถคิดถึงใครก็ได้ที่เราต้องการคิดถึง คิดถึงผู้คนหรือวัตถุเหล่านั้นได้โดยไม่มีการกระทำหรือการแสดงออกใดๆที่จะทำให้ใครต้องเดือดร้อนจากความคิดถึงนี้ และนั่นคืออิสรภาพจากกรงขังทางความคิดของเราเอง แล้วจะไม่มีคนที่ไม่ควรคิดถึงอีกต่อไป






Create Date : 07 กันยายน 2560
Last Update : 18 ตุลาคม 2561 9:37:33 น.
Counter : 1733 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]





สงวนลิขสิทธิ์
กันยายน 2560

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30