แปลเพลง - Dancing On My Own - Robyn - Calum Scott - BGT
เคยไหมครับ? ถึงแม้จะเจ็บหรือรู้ว่าไม่ควร แต่ก็ยังอยากจะทำลงไปอยู่ดี?
 

สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนเข้ามาอ่านบล๊อกนี้คือจำนวนเค้าเตอร์ที่นับว่าเปิดอ่านกี่ครั้งครับ ถึงแม้รู้ว่ามีคนอ่านน้อยมากๆ หรือสิ่งที่ทำอยู่มันไม่มีคุณค่ากับผู้อ่านแต่ก็ยังจะทำต่อไป หากต้องการสนับสนุนผลงาน ขอเชิญติดตามได้ที่ Blockdit นะครับ คยกันหน่อย ทักทายกันบ้างก็ดีครับ  
https://www.blockdit.com/superficiallynot
จะค่อยๆทยอยนำผลงานเดิมขึ้นไปและลงผลงานใหม่สลับกันไปครับ


ความรู้สึกบางอย่างของเราที่เกิดขึ้นมาจริงๆแล้วเราก็รู้ตัวรู้สึกได้อย่างชัดเจนนะครับ นี่กำลังโกรธ นี่กำลังเศร้า นี่กำลังเสียใจ รู้ทั้งรู้ว่าควรเลิกควรหยุดแล้วไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่ก็รู้สึกเหมือนมันยังไม่สุด มันยังอยากจะโกรธ จะเศร้า จะเสียใจ ต่อไปอีกซักหน่อย เหมือนกับว่าความทุกข์นี้ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันอะไรทำนองนั้น (ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนคุยธรรมะกันเน๊าะ) เหมือนอย่างเพลงนี้ที่รู้ทั้งรู้ว่าถ้าไปแล้วจะเจอเขาอยู่กับแฟนใหม่ ถ้าไปเห็นแล้วจะรู้สึกยังไง แต่ก็ต้องไปดูไปเห็นกับตาให้ได้ซะยังงั้น

เพลงในวันนี้ไม่ได้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ครับ เป็นเพลงนึงที่ผมรู้จักจากยูทูปที่แนะนำขึ้นมาให้ดูเมื่อหลายปีแล้ว หลังๆนี้ผมได้ดูอีกครั้งก็ยังรู้สึกประทับใจได้เหมือนที่เคยรู้สึก ผมรู้จักเพลงนี้จากเวอร์ชั่นสก๊อตครับ เชื่อว่าหลายๆคนรู้จักเพลงนี้ก็เพราะสก๊อตเช่นกัน เลยเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า แล้ว version original นั้นเป็นยังไงหนอ?


Dancing On My Own - ที่ Calum Scott นำมาร้องใน BGT



Dancing On My Own - Original from Robyn


 

Somebody said you got a new friend
Does she love you better than I can?
It's a big black sky over my town
I know where you at, I bet she's around
Yeah, I know it's stupid, I just gotta see it for myself

I'm in the corner watching you kiss her
Oh oh oh
I'm right over here why can't you see me?
Oh oh oh
I'm giving it my all but I'm not the girl you're taking home
Ooh ooh ooh
I keep dancing on my own (I keep dancing on my own)

I'm just gonna dance all night
I'm all messed up, I'm so outta line
Stilettos on broken bottles
I'm spinning around in circles

I'm in the corner watching you kiss her
Oh oh oh
I'm right over here why can't you see me
Oh oh oh
I'm giving it my all but I'm not the girl you're taking home
Ooh ooh ooh
I keep dancing on my own (I keep dancing on my own)

So far away, but still so near
(The lights go on, the music dies)
But you don't see me standing here
(I just came) to say goodbye
I'm in the corner watching you kiss her
Oh oh oh
I'm giving it my all but I'm not the girl you're taking home
Ooh ooh ooh
I keep dancing on my own (I keep dancing on my own)

I'm in the corner watching you kiss her
Oh oh oh
I'm right over here why can't you see me
Oh oh oh
I'm giving it my all but I'm not the girl you're taking home
Ooh ooh ooh
I keep dancing on my own (I keep dancing on my own)



เต้นให้ลืมเธอ

มีคนบอกว่าเธอเจอกับใครคนใหม่
แล้วเค้ารักเธอมากกว่าชั้นรักเธอมั้ย?
ม่านราตรีคลุมเมืองนี่มันเวลาใด
รู้เลยเธออยู่ไหนเค้าก็คงไม่ไกลห่างเธอ
ถึงแม้รู้ดีว่าช่างโง่จริงๆ แต่ก็ยังอยากไปดูให้เห็นกับตา

ชั้นมองอยู่ในมุมนี้ เห็นเธอจุมพิตเขา
นี่ชั้นอยู่ตรงนี้ ใยเธอจึงมองไม่เห็น
ชั้นทุ่มเทให้เธอหมด แต่เธอพาคนอื่นกลับ (บ้าน)
ส่วนชั้นต้องเต้นอยู่เพียงลำพัง

ไม่อยากคิดมาก ชั้นจึงต้องเต้น
ชั้นสับสน ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
โมโหกระทืบเท้า ส้นสูงกระแทกขวดจนแตก
หน้ามืดหัวหมุน เหมือนเวียนไปเป็นวงกลม

ชั้นอยู่ในมุมนี้ มองดูเธอจูบเค้า
นี่ชั้นอยู่ตรงนี้ ทำไมเธอมองไม่เห็น
ชั้นให้เธอทั้งหมด แต่เธอพาคนอื่นไป
แล้วชั้นอยู่ตรงไหน เลยต้องเต้นเพื่อให้ลืมเธอ

เห็นเธอไกลจากตรงนั้น เหมือนจูบกันใกล้ต่อหน้าชั้น
ทั้งที่แสงไฟยังวูบวาบ แต่เหมือนเสียงเพลงดับเงียบไป
ชั้นได้แต่เสียใจ เธอไม่เห็นชั้นมีตัวตน
ชั้นเผยตนต่อหน้าเธอ เพื่อจะกล่าวคำร่ำลา

ชั้นมองอยู่มุมนี้ เห็นเธอจูบกับเขา
นี่ชั้นอยู่ตรงนี้ ใยเธอจึงมองไม่เห็น
ชั้นทุ่มเทให้เธอหมด แต่เธอพาคนอื่นกลับ
ส่วนชั้นต้องเต้นอยู่เพียงลำพัง

ชั้นอยู่ในมุมนี้ มองดูเธอจูบปากเขา
นี่ชั้นอยู่ตรงนี้ ทำไมเธอมองไม่เห็น
ชั้นให้เธอทั้งหมด แต่เธอพาคนอื่นไป
แล้วชั้นอยู่ตรงไหน เลยต้องเต้นเพื่อให้ลืมเธอ



อรรถาธิบาย

เคยสงสัยมั้ยครับว่าทั้งๆที่เห็นแฟนเก่ากำลังจูบกับคนอื่นอยู่แล้วทำไมถึงยังจะเต้นเพียงลำพังต่อไปได้ครับ? อารมณ์เพลงของเพลงนี้คือได้ข่าวมาว่าแฟนเรามีคนอื่นเลยตามไปดูว่าจริงมั้ยแล้วก็เจอจริงๆครับ

somebody said you got a new friend อันนี้ตรงตัวครับ มีคนพูดว่าเธอมีเพื่อนใหม่ ซึ่งมันก็เป็นข้อมูลธรรมดาๆนะครับ แต่พอพูดว่า แล้วเค้ารักเธอมากกว่าที่ชั้นรักเธอรึเปล่าเท่านั้นแหล่ะครับ รู้เลยว่าเค้ามีแฟนใหม่ทันที (Does she love you better than I can?) คำถามนี้เหมือนกับจะพูดกับตัวเองมากกว่าครับ เหมือนจะไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนที่รักเธอมากกว่าที่ชั้นรักเธอได้ เลยอยากจะได้คอนเฟิร์มจากเจ้าตัว อะไรประมาณนั้น

It's a big black sky over my town ฟ้าดำเหนือเมืองคืออะไรครับ ถ้าเราลองออกไปยืนที่ถนนแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าตอนกลางคืนก็จะเห็น big black sky เหนือเมืองของฉันเหมือนกัน นั่นคือเวลากลางคืนนั่นเอง ด้วยความที่เคยเป็นแฟนเก่า รู้จักกันดี นางก็รู้เลยทันทีว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหน (I know where you at) มันต้องไปเที่ยวผับแน่เลย แล้วนังแฟนใหม่มันต้องอยู่ด้วยแน่ๆ (I bet she's around) Yeah, I know it's stupid ใช่ๆ ชั้นรู้น่าว่ามันโง่งี่เง่า ถ้าไปแล้วจะเจออะไร จะรู้สึกยังไง แต่มันก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาให้ได้ (I just gotta see it for myself)

I'm in the corner watching you kiss her ชั้นอยู่ในมุมนี้ มองดูเธอจูบเขา ลองนึกภาพว่าเป็นตัวเองดูสิครับเราจะรู้สึกยังไง เฮ้ย... เล่นจูบกันตรงนี้ไม่เกรงใจตูเลยไม่เห็นรึงัย (I'm right over here, why don't you see me) อารมณ์ประมาณนี้ครับ

แล้วทีนี้ก็น้อยใจครับ ชั้นให้เธอทุกอย่างเลย (I'm giving it my all) แต่สุดท้ายคนที่เธอพากลับบ้านดันเป็นคนอื่น (but I'm not the girl you're taking home) นี่หรือคือสิ่งที่ชั้นได้รับ มันน้อยใจ มันโกรธ มันผิดหวัง มันเสียใจครับ แต่จะไปโวยวายหาเรื่องเขาก็ใช่ที่ มันต้องกรี๊ด มันต้องกระโดด มันต้องเป็นบ้าอะไรซักอย่างเพื่อระบายความรู้สึกนี้ การเต้นอยู่ในผับมันดันเป็นวิธีอันแนบเนียนที่จะแหกปากกรีดร้องตะโกนกระโดดโลดเต้นเพื่อระบายความรู้สึกให้มันบ้าบอโดยที่คนอื่นคิดว่าเรากำลังเต้นอยู่ครับ มันก็อารมณ์เดียวกับที่บางคนไปร้องไห้ท่ามกลางสายฝนนั่นแหล่ะครับเพื่อที่จะไม่ให้ใครดูออกว่านั่นมันฝนหรือน้ำตากันแน่ เพราะฉะนั้นชั้นจึงต้องเต้นไปเรื่อยๆให้หายโมโห (I just keep dancing on my own)

I'm just gonna dance all night ซึ่งชั้นคงต้องเต้นไปทั้งคืนแน่เลย เพราะชั้นทั้ง mess up และ out of line - mess up ก็คือเละเทะ นึกสภาพห้องของเราตอนที่ปล่อยให้เจ้าตูบอยู่ในห้องตัวเดียวตอนเช้าแล้วเรากลับมาเปิดห้องดูตอนเย็นนะครับ นั่นแหล่ะ mess up คือมันเละเทะยุ่งเหยิงสับสนไปหมด แถมยังโกรธมากๆถึงขนาดส้นสูงที่ใส่มากระทืบขวดจนแตกได้ (stilettos on broken bottles) อย่างที่บอกครับ มันโกรธ มันต้องทำอะไรซักอย่าง ต้องกระโดดต้องเต้นต้องกระทืบ out of line ก็คือ... เอิ่มมม... เห็นมั้ยครับความดิ้นได้ของภาษาอังกฤษ ในเพลงที่แล้วบอกว่า line คือบทพูด แต่คราวนี้ line คือการควบคุมตัวเอง ในความหมายนี้ line เหมือนเป็นสิ่งที่ต้องเป็นไปให้ได้ตามเส้นนั้น ลองลากเส้นยาวๆบนพื้นขึ้นมาหนึ่งเส้นแล้วลองให้แมวมันเดินให้ตรงตลอดไปตามเส้นนั้นนะครับ เราจะรู้ว่ามันควบคุมไม่ได้ มันเดินออกนอกเส้นนั่นเอง ชั้นควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะพอได้เห็นเธอจูบกันคนอื่นแล้วมันทำให้สมองชั้นยุ่งเหยิงหัวหมุนไปหมด (spinning around in circle) ก็เลยคิดว่าคงต้องเต้นไปทั้งคืนแน่ๆถึงจะหายโกรธ

So far away but still so near ลองนึกว่าเป็นตัวเองนะครับ จังหวะที่เราเห็นเค้าจูบกัน เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ คือตอนที่สัมผัสของเค้ากระทบกัน มันเหมือนเหตุการณ์ทั้งหมดมันเกิดขึ้นตรงหน้าต่อหน้าต่อตาเรา หูเหมือนไม่ได้ยินอะไร เหมือนเสียงเพลงมันดับลงไปดื้อๆซะยังงั้น (the music dies) ทั้งๆที่แสงไฟมันก็ยังวูบวาบอยู่เหมือนเดิม (the light goes on) ช่วงเวลานี้มันทำร้ายเราถึงขนาดนั้น เค้าจูบกันไกลถึงตรงนั้น แต่มันเหมือนกับมาจูบกันให้เราเห็นต่อหน้าต่อตาเราใกล้ถึงตรงนี้ หมดกันครับ พอกันที ชั้นยอมแพ้ I just come to say good bye ชั้นบอกลาเธอเลยดีกว่า แบบนี้คือเผยตัวออกมาครับเพราะว่าเค้ามองไม่เห็นนี่ ก็เราอยู่ในมุม พอจะลาเขาก็ต้องเผยตัวออกมาบอกลา


น่าประหลาดใจนะครับ พอเราเข้าถึงอารมณ์เพลงได้ลึกแบบนี้ ตอนผมฟังต้นฉบับ original จาก Robyn ครั้งแรกถึงกับน้ำตาซึมเลย (ทั้งๆที่เป็น electronic เนี่ยนะ? ใช่ครับ) ตอนดูของ Scott ใน BGT ยังไม่ขนาดนี้เลย (ก็มีซึมบ้างเหมือนกันแหล่ะ) เพราะ Scott เค้าเป็นผู้ชายแล้วมาร้องเพลงผู้หญิง แล้วเขาใช้คำว่า I'm not the guy (ผู้ชาย) you're taking home เลยงงว่าอ้าวเฮ้ย แล้วเอ็งเป็นเกย์รึเปล่า เพราะเค้าร้องแบบต้นฉบับมาตลอดว่า watching you kiss her มันทำให้เห็นภาพแฟนเขาที่เป็นผู้ชายไปจูบผู้หญิงอื่นแล้วท่อนนี้มาบอกว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายที่นายพากลับบ้าน เห็นความเร็วของความคิดมั้ยครับ ขณะที่กำลังอินๆกับเพลงอยู่ดีๆความงงก็เลยบังเกิดขึ้นอารมณ์ที่ตามเพลงมามันก็เลยสะดุดเพราะความสงสัยแค่นั้นแหล่ะครับ เลยไปหา original ฟังดีกว่า

ในทางจิตวิทยาแล้ว การเผชิญกับความเจ็บปวดและความกลัวนั้นสร้างการเรียนรู้ครับ เพราะที่เดียวที่ความเจ็บปวดและความกลัวดำรงอยู่ได้คือในความคิด เมื่อพิจารณาเห็นมันโดยความเป็นตัวมันจริงๆแล้ว เราจะรับมือกับสิ่งนั้นได้ดีขึ้นหรืออาจจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ส่วนในทางปรมัตถ์แล้วเราก็ไม่อาจจะพ้นไปได้อยู่ดีเพราะเราแค่แทนที่สังขารเก่าด้วยสังขารใหม่ ถ้าจะให้พ้นไปได้จริงๆก็ต้องมองให้เห็นความคิดที่อยู่ภายใต้ความคิดอีกทีนึงและสภาวะการปล่อยจะเกิดขึ้นเองครับ (พูดเรื่องอะไรเนี่ย)


Enjoy Thinking ครับ


 



Create Date : 29 มกราคม 2563
Last Update : 29 มกราคม 2563 15:46:56 น.
Counter : 1061 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณที่เห็นและเป็นมา

  
เวลาคนที่เราชอบไปมีคนใหม่
น่าจะรู้สึกสงสัยกว่าสาวคนนั้นมีดีอะไรนะ ... อยากเห็นหล่ะ
แม้มันจะเจ็บปวด
ความเจ็บปวดจะทำร้ายตัวเอง มันก็เนอะ อยากรู้จริง ๆ

----

ชอบเวอร์ชั่นเกย์ด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:16:07:35 น.
  
ขอบคุณพี่ตุ๊กแวะมาเยี่ยมเยียนครับ
สบายดีนะครับ ^_^
โดย: Karz วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:12:03:16 น.
  
มาตอบช้ามากกกก
ทั่วไปสบายดีค่ะ
แต่หกล้มมา 2 เดือน ยังไม่หายเจ็บเข้าเลย
ขอบคุณค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 สิงหาคม 2563 เวลา:16:10:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]





สงวนลิขสิทธิ์
มกราคม 2563

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog