แปลเพลง - A step you can't take back - ก้าวที่ไม่อาจย้อนคืน - Begin Again OST - Keira Knightly

นับตั้งแต่เกิดจนมาถึงตอนนี้ คุณมีกี่ชีวิตแล้วครับ?

เราทุกคนต่างก็มีชีวิตเดียว แต่ในสังคมเรากลับมีคำว่าชีวิตการงาน ชีวิตครอบครัว ชีวิตวัยรุ่น หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฯลฯ แสดงว่าถ้าแบ่งเป็นส่วนๆแล้ว เราก็มีกันคนละหลายๆชีวิตที่รวมอยู่ในชีวิตเดียวนี้ แสดงว่าแต่ละชีวิตย่อยๆของเรานี้ ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆกันไป เช่น ครอบครัว โรงเรียน งาน สิ่งที่ชอบทำ หรือแม้แต่แฟน

เพื่อนถามมาว่าในหนัง Begin Again มีเพลงเพราะๆตั้งหลายเพลง แปลแค่ Lost Stars เพลงเดียวเองเหรอ? ก็เรายังไม่ได้ไปดูนี่นา ก็เลยไม่รู้ว่ายังมีอีกหลายเพลงนี่น่าสนใจและน่าแปล ตอนแปล A Thousand Year เพลง OST ของทไวไลท์ ก็ยังแปลก่อนตั้งปีนึงเพราะเพิ่งได้ดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง :D เค้าก็เลยให้ชื่อเพลงนี้มาครับ พอได้ลองมาหาฟังดูถึงกับน้ำตาร่วง มัน emotional มากๆ ทั้งทำนอง ทั้งคำพูด และสถานการณ์ เพลงนี้จึงต้องขอแปลครับ สำหรับหนังนั้น สัญญาว่าจะไปดูพรุ่งนี้ ถ้ายังไม่ออกนะ ^^'






A step you can't take back - Keira Knightly

So you find yourself at this subway
When your world in a bag by your side
And all at once it seemed like a good way
You realized its the end of your life
For what it's worth

Here comes the train upon the track
And there goes the pain it cuts to black
Are you ready for the last act?
To take a step you can't take back

Take in all the punches you could take
Took 'em all right on your chest
Now the countless back is breaking
Again, again

For what it's worth

Here comes the train upon the track
And there goes the pain it cuts to black
Are you ready for the last act?
To take a step you can't take back

Did she love you?
Did she take you down?
Was she on her knees when she kissed your crown?
Tell me what you found

Here comes the rain, so hold your hat
And don't pray to God, cause He won't talk back
Are you ready for the last act?
To take a step you can't take back

Back, back, back

You can't take back

Back, back, back

So you find yourself at this subway
When your world in a bag by your side



ก้าวที่ไม่อาจย้อนคืน

ตอนนี้เธอพบว่าตัวเองอยู่ที่ชานชาลา 
พร้อมกับกระเป๋าเดินทางข้างกายที่เก็บโลกของเธอไว้ทั้งใบ
ดูเหมือนหนทางข้างหน้าน่าจะสดใส
เธอยอมทิ้งชีวิตเบื้องหลังไว้ 
เพื่อคุณค่าของชิวิตใหม่ที่เธอเห็น

และบนรางนั่น รถไฟกำลังวิ่งเข้ามา
ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ ความเจ็บปวดที่ผ่านมายิ่งเลือนหายไปเท่านั้น
เธอพร้อมสำหรับฉากสุดท้ายของชีวิตเก่าๆนี้รึยัง?
เพื่อตัดสินใจไปเริ่มฉากของชีวิตใหม่ที่เธอจะย้อนกลับมาอีกไม่ได้แล้ว

ความลำบากในอดีตที่เธอเคยรับมา
แต่ละอย่าง เธอล้วนยอมรับมัน
มาในตอนนี้ ความลำบากที่เหลือคณานับเหล่านั้น 
มันกำลังจะแตกสลายไปกับชีวิตเก่าๆที่เธอกำลังจะทิ้งไปนี้
มันพอจะมีค่ากับเธอบ้างมั้ย?

และบนรางนั่น รถไฟกำลังวิ่งเข้ามา
ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ ความเจ็บปวดที่ผ่านมายิ่งเลือนหายไป
เธอพร้อมสำหรับฉากสุดท้ายของชีวิตเก่าๆนี้รึยัง?
เพื่อตัดสินใจไปเริ่มฉากของชีวิตใหม่ที่เธอจะย้อนกลับมาอีกไม่ได้แล้ว

เค้ารักเธอรึเปล่า?
เค้าทำเธอผิดหวังรึเปล่า?
เค้ายอมรับกับความสำเร็จของเธอรึเปล่า?
บอกชั้นหน่อยสิเค้าทำอะไรให้เธอบ้าง

ฝนพรำลงมาแล้ว จับหมวกเธอให้แน่น
ไม่ต้องนึกถึงพระเจ้าแล้ว ท่านไม่ช่วยเธอตัดสินใจหรอก
เธอพร้อมสำหรับฉากสุดท้ายของชีวิตเก่าๆนี้รึยัง?
เพื่อตัดสินใจไปเริ่มฉากของชีวิตใหม่ที่เธอจะย้อนกลับมาอีกไม่ได้แล้ว
...เธอจะย้อนกลับมาอีกไม่ได้แล้ว

ตอนนี้เธอพบว่าตัวเองอยู่ที่ชานชาลา 
พร้อมกับกระเป๋าเดินทางข้างกายที่เก็บโลกของเธอไว้ทั้งใบ




อรรถาธิบาย

อารมณ์ของเพลงนี้ประมาณว่าเป็นการคุยกันของคนสองคนที่กำลังจะเลิกกันครับ ประมาณว่าเธอจะเอาจริงหรือ? เพลงนี้พูดถึงชีวิตใหม่โดยไม่มีคำว่าชีวิตใหม่ด้วยซ้ำครับ พูดให้เราคิดเองโดยเปรียบว่ารถไฟกำลังจะพาเธอไปสู่ชีวิตใหม่โดยทิ้งชีวิตเก่าๆและชั้นไว้เบื้องหลัง มันน่าน้ำตาร่วงมั้ยล่ะครับ เพลงนี้มี idiom และมีศัพท์เฉพาะด้วยครับ น่าสนใจดี

  • subway คือรถไฟใต้ดิน ผมแปลให้เลยไปอีกนิดว่ากำลังยืนอยู่ที่ชานชาลา เพราะลักษณะของความรู้สึกที่เพลงสื่อคือเธอต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้แล้วเพราะรถไฟมาแล้ว

  • bag เลยต้องแปลว่ากระเป๋าเดินทาง เพราะเธอกำลังจะเดินทางไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดูน่าจะดีกว่า ก็คงต้องเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางล่ะครับ แต่คำว่า suitcase หรือ luggage มันเอามาใส่ในเพลงแล้วร้องไม่ลงจังหวะ ที่มองออกว่าจะทิ้งชีวิตเก่าๆไปเพราะเค้าเอาโลกของตัวเองใส่กระเป๋าไปด้วย อะไรที่ไม่จำเป็นไม่เอาไป ความยากลำบากเก่าๆ แฟนเก่าๆ 

  • end of your life จึงหมายถึงการจบชีวิตที่กำลังคุยกันอยู่นี้ (ซึ่งก็คือชีวิตเก่าๆที่พูดถึง) 

  • For what it's worth เป็น idiom ครับ แปลว่า ถ้ามีค่าพอ ถ้ามีค่าอยู่บ้าง อาจไม่มีคุณค่านัก อาจไม่เป็นจริง ขึ้นอยู่กับเรื่องที่พูดถึงครับ

  • cut to black เป็นศัพท์เฉพาะครับ ของวงการภาพยนต์ คือเรื่องของการตัดภาพ การสลับจากภาพนึงไปภาพนึงด้วยการทำให้เลือนหายไปซึ่งปกติทำให้ค่อยๆเลือนกลายเป็นสีตำ (cut to black) ครับ เรียกเทคนิคนี้ว่า fade

  • and there goes the pain it cuts to black ต้องใช้วิธีแปลแบบที่ผมแปล kiss from a rose คือต้องแยกประโยค ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกคือแยกวลี ออกจากประโยค เอาความหมายของแต่ละอันมารวมกันแล้วประมวลใหม่กับเรื่องที่มันพูดถึง ประโยคนี้จะได้แบบนี้ครับ:

    "and there goes the pain" คือวลีนึง [1]
    "cuts to black" คือวลีนึง ซึ่งเป็น idiom [2]
    "it" จะบอกว่าเป็นวลีนึงก็ไม่ได้เพราะดันมีแค่คำเดียว แต่มันเชื่อมตัวเองมาจากประโยคที่แล้ว [3]
    "and there goes the pain it cuts to black" คือประโยคที่สมบูรณ์ [4]

    ลองแปลทีละอันนะครับ
    [1] แปลว่า "ความเจ็บปวดที่ออกไป" (เหมือนตามรถไฟมาด้วย)
    [2] แปลว่า "ตัดให้มืด" ศัพท์เฉพาะการตัดภาพ
    [3] แปลว่า "รถไฟ"
    [4] แปลหยาบๆก่อนว่า "ความเจ็บปวดที่ถูกตัดให้มืดโดยรถไฟ" แต่เนื่องจากอยู่ๆรถไฟไม่ได้หายจากตรงโน้นมาโผล่ตรงนี้ได้ แต่มันเคลื่อนที่จากตรงโน้นเข้ามาตรงนี้ มันบรรยายลักษณะของการตัดให้มืด (cuts to black) ด้วยการค่อยๆทำให้เลือน (fade) เมื่อประมวลและขัดเกลาแล้วก็จะได้ว่า "(รถไฟ) ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ ความเจ็บปวดที่ผ่านมา (the pain) (ที่มันตามรถไฟมาด้วย) ยิ่งเลือนหายไปเท่านั้น"

  • last act คือฉากสุดท้าย แต่จากเรื่องที่ build มาทั้งหมดนี้ เลยต้องอธิบายเพิ่มลงไปว่าฉากนี้คือการ "เริ่มชีวิตใหม่" เนื่องจากเค้าจะ end of your life และจะเริ่มก้าวต่อไป (take a step) ที่จะย้อนกลับมาอีกไม่ได้แล้ว (can't take back) ก็คือเริ่มชีวิตใหม่ (อาจจะกับแฟนคนใหม่) นั่นเอง

  • punch คือกำปั้นหมัด ประโยคนี้เป็นอดีต หมายถึงเค้ารับหมดทุกหมัดที่เค้าสามารถรับได้ ถ้าเปรียบกับชีวิตก็เป็นเรื่องความลำบากของชีวิต 

  • took 'em all right on your chest คำว่า 'em คือการลดรูปของคำว่า them ประโยคนี้ก็เป็นอดีตซึ่งต่อจากประโยคที่แล้วต้องแปลต่อเนื่องกัน การที่คนเห็นหมัดที่ถูกชกมา แล้วเอาอก (chest) หรือถ้าจะให้ดูเจ็บปวดและลำบากกว่านั้นก็เอาคาง (chin) เข้ารับหมัดทุกหมัดไว้ รู้สึกยังไงครับ? ถึงจะเจ็บแต่ก็ต้องรับไว้ จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องรับ ซึ่งหมายถึงยอมรับนั่นเองครับ 

  • Now the countless back is breaking ตรงนี้มี trick shot ครับ ถ้าใครรู้จัก trick ของภาษาอังกฤษเยอะๆจะทราบว่า back breaking แปลว่าโคตรเหนื่อย มันแย่ขนาดหลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันทำให้หลังเราแตกได้ พอเจอแบบนี้ก็เข้าทางคำว่าโครตเหนื่อยได้ครับ แต่จริงๆแล้วจะแปลแบบนั้นไม่ได้ครับ เพราะถ้าเอา back ไปรวมกับ breaking ซะแล้ว คำว่า countless ก็ไม่มีอะไรให้ขยายแล้วครับ และถึงแม้เราพยายามจะรวมเราก็รวมไม่ได้อยู่ดี เพราะมันติด is อยู่ ดังนั้น back จึงต้องรวมกับ countless วลี countless back เลยแปลว่า ไอ้กำปั้นหมัดที่หมายถึงความลำบากในอดีต (back) พวกนั้น มันเยอะจนนับไม่ได้ (countless)" breaking ก็เลยแปลตรงตัวไปเลยว่าแตกสลาย

  • นอกนั้นก็ตรงตัวไปเรื่อยๆจนถึง Was she on her knees when she kissed your crown

    งงมั้ยครับ? ว่าเกี่ยวอะไรกับมงกุฏด้วย? ถ้าแปลคำว่ามงกุฏออกมา อารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นมาตลอดจนถึงตอนนี้คงสะดุดแน่ ลองนึกดูนะครับ สมมุติว่าเราเป็นใครดี เป็นผู้หญิงคนที่กำลังร้องเพลงนี้อยู่ก็ได้ กำลังจะเลิกกัน เราก็ถามว่าชัวร์รึเปล่าที่จะไป รถไฟมาแล้วนะ ถ้าเธอเลิกกับชั้นก็ไม่ต้องกลับมานะ เธอเลือกแล้วจะย้อนกลับมาไม่ได้ ถ้ายังจะเลือกไป เค้ารักเธอรึเปล่า? เค้าทำเธอผิดหวังบ้างรึเปล่า? เค้าคุกเข่าตอนจูบมงกุฏเธอรึเปล่า? ...เฮ๋? แฟนเราที่เป็นคนฟังอยู่จะงงมั้ยครับ?

    มงกุฏเป็นสัญลักษณ์ครับ หมายถึงอำนาจ ชัยชนะ เกียรติยศ ความรุ่งเรือง รวมๆแล้วหมายถึงความสำเร็จ

    การคุกเข่าเป็นภาษากาย หมายถึงตั้งแต่การยอมจำนน การยอมแพ้ การยอมรับ ไปจนถึงความอ่อนน้อม คำแปลเพลงนี้เลยไม่ได้มีแค่ภาษาอังกฤษให้แปลครับ มีภาษาอื่นเข้ามาให้แปลด้วย คำแปลเลยออกมาได้ว่า "เค้ายอมรับกับความสำเร็จของเธอรึเปล่า?" พูดแบบนี้แฟนเราที่ฟังอยู่ก็คงไม่งงนะครับ

    แล้วคำถามหลายๆคำถามในช่วงเนื้อตรงนี้ถามมาด้วย past simple  ครับ มันหมายถึงเค้าคบกันแล้ว มีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว พร้อมแล้วที่จะไป

  • tell me what you found ก็เลยต้องแปล found ให้เชื่อมต่อกับประโยคที่แล้ว มันหมายถึงสิ่งที่เค้าทำให้เธอ คำแปลก็เลยแปลว่า "บอกชั้นหน่อยสิเค้าทำอะไรให้เธอบ้าง" พูดถึงขนาดนี้ มันอารมณ์ล้วนๆครับ ประมาณว่าชั้นทำให้เธอได้ทุกอย่างนะ (แม้แต่สิ่งที่พูดมา) เหมือนๆกับจะถามว่าเค้ามีอะไรดีกว่าชั้น ประมาณนั้น ^^'

  • And don't pray to God, cause He won't talk balk  ลองนึกดูนะครับ เวลาฝรั่งเจออะไรที่มันแปลกๆ เซอไพรซ์ ดีๆ เจ๋ง หรือแม้แต่ยากๆ ก็จะนึกถึงพระเจ้ากันเสมอ Oh... God... ตรงนี้ก็เหมือนกันครับ พอจะต้องเลือกอะไรยากๆแล้วเค้าก็จะ โอ้...พระเจ้า... เหมือนกัน เราก็เลยบอกดักไว้ก่อนเลยว่าไม่ต้องสวดมนต์นึกถึงพระเจ้าแล้ว ท่านไม่มาตอบ ไม่ช่วยเธอเลือกหรอก มันเรื่องของเธอเอง เธอต้องเลือกเอง

  • ท่อนที่ทำผมน้ำตาร่วงนำมาก่อนคือความลำบากต่างๆที่ผ่านมาของเรานั้น เธอยอมรับมันไว้ทั้งหมด มันเหมือนเราฝ่าฟันมาด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตอนนี้เธอจะไป เธอเห็นค่าของมันบ้างมั้ย? มันเจ็บปวดมากครับ ส่วนอันถัดมาคือตอนถามว่าเค้าทำอะไรให้เธอบ้างนั่นแหล่ ^^'

  • จบด้วยประโยคที่เริ่มต้นครับ เหมือนจะถามย้ำอีกครั้งว่า ตอนนี้เธอยืนพร้อมอยู่ที่ชานชาลานะ จะเลือกยังไงก็ขึ้นอยู่กับเธอ

  • นอกนั้นก็ตรงตัวแล้วครับ

คำถามนี้ของเพลงเป็นคำถามที่สำคัญเหมือนกันนะครับ ถ้าหากเรามาถึงทางที่ต้องเลือก เลือกระหว่างที่จะจบชีวิตเก่าๆไปใช้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า กับต้องอยู่กับชีวิตเก่าๆไปจนตาย แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังมีทางออกอื่นให้เลือกได้อีกนะครับเช่นรักษาชีวิต ซึ่งเราอาจจะเลือกทำชีวิตเก่านี้ให้มันดีขึ้นก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการงาน ชีวิตครอบครัว ชีวิตสังคม ชีวิตรัก เพราะถ้าชีวิตเก่าอันนี้เป็นชีวิตที่เรารัก ชีวิตใหม่ที่สะดวกกว่าแต่เรารักน้อยกว่าอาจจะมีน้ำหนักน้อยกว่าแน่ครับ 

พรุ่งนี้หนังจะออกไปรึยังนะ?



Enjoy the music krub.





ป.ล. ไปดูหนังมาแล้วครับ ^^

เพลงอื่นจากหนังเรื่องเดียวกันที่แปลที่นี่:
เพลงจากหนังเรื่องอื่นที่มีผู้กำกับคนเดียวกัน (John Carney):



<< เพลงที่แล้ว : Kiss From A Rose - SEAL Secret - One Republic : เพลงถัดไป >>




Create Date : 09 สิงหาคม 2557
Last Update : 2 ธันวาคม 2557 23:17:58 น.
Counter : 19258 Pageviews.

14 comments
  
ขอบคุณน้าาา อุตส่าห์หาทางคอมเม้นท์จนได้
หาเวลาออกไปเดินสายโชว์ตัวบ้างสิครับ อิอิ
มันก็เป็นสีสันเหมือนกันแหละน่า หนุกๆดี

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 11 สิงหาคม 2557 เวลา:20:52:52 น.
  
Karz Music Blog ดู Blog

ไม่ว่าจะออกไปเจออีกกี่ชีวิต แต่สำหรับเราก็ไม่สามารถลืมชีวิตเก่าๆ ได้ค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 สิงหาคม 2557 เวลา:12:34:12 น.
  
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมครับ พักนี้ยุ่งพอประมาณ
ป่วยพอท้วมๆ วันก่อนแวะมา เจอคนสวยตุ๊กโคราช
โหวตให้แล้ว ก็เลยนั่งอ่านอะไรๆเพลินๆแล้วก็กลับ

วัตถุประสงค์หนึ่งของบ้านป่าก็คือนั่งสมาธิค่ำๆ
เช้าๆบางคนก็เล่นโยคะ เห็นด้วยครับ ผ่อนคลายจริงๆ

หลังไมค์ด้วยครับ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 19 สิงหาคม 2557 เวลา:12:11:58 น.
  
ost เรื่องนี้เพราะทุกเพลงเลยค่ะ
ฟังติดหู ความหมายดีด้วย

เคยหัดแปลเพลงลงบล็อคเหมือนกัน
แต่ไม่ละเอียดแบบนี้
ชอบๆ

ขอบคุณมากๆนะคะ ^^

โดย: lovereason วันที่: 10 กันยายน 2557 เวลา:18:03:59 น.
  
แปลดีมากเลย แปลเรื่อยๆนะครับ
โดย: Jack IP: 27.55.2.71 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:24:38 น.
  
ผมติดตามงานแปลเพลงสากลของคุณมาได้ระยะหนึ่งครับ
ขอชื่นชมว่้าเป็นสำนวนแปลที่สละสลวยและเข้าใจง่าย
ซึ่งบางเพลง สะเทือนใจและชวนให้ขบคิด
เพราะความสะเทือนใจส่วนตัว เลยอยากจะเผยแพร่สิ่งทีได้รับ
จากการแปลเพลงของคุณ
จึงจะขออนุญาตนำบางส่วนของสำนวนแปลเพลง A step you can't take back และเพลง lost stars มาบรรจุไว้ในบทความของผม
ซึ่งจะตีพิมพ์ในนิตยสาร สกุลไทย
โดยผมจะระบุถึงที่มาของสำนวนแปลเอาไว้
เพื่อเป็นเกียรติและแทนคำขอบคุณครับ
ผมใคร่ขออนุญาตและหวังว่าคุณคงอนุเคราะห์ครับ

อีเมลของผม tasnaicp@hotmail.com
โดย: ทัศนัย IP: 171.4.202.203 วันที่: 25 ธันวาคม 2557 เวลา:20:41:32 น.
  

ขอบคุณครับ อนุญาตครับ เช็คอีเมลด้วยครับ :)


โดย: Karz วันที่: 29 ธันวาคม 2557 เวลา:7:18:25 น.
  
ขอบคุณที่แปลอย่างตั้งใจ ให้พวกเราครับ
โดย: ฟ้า IP: 101.108.214.93 วันที่: 29 ธันวาคม 2557 เวลา:16:30:34 น.
  
ขอบคุณมากครับ
ผมตอบอีเมลไปแล้วเช่นกันครับ
โดย: ทัศนัย IP: 223.207.61.15 วันที่: 4 มกราคม 2558 เวลา:6:43:59 น.
  

@ฟ้า ขอบคุณเช่นกันครับ :)

โดย: Karz วันที่: 8 มกราคม 2558 เวลา:9:36:56 น.
  
ชอบเพลงนี้ตั้งแต่ได้ไปดูหนังในโรงเลยค่ะ เข้าใจว่านางเอกร้องให้ตัวเองอยู่ตั้งนาน พอมาอ่านคำอธิบายนี่เฮ้ย! ร้องให้แฟนเก่าหรอเนี่ย! Oh...god ... 5555

ชื่นชมวิธีการแปลของคุณมากค่ะ ได้คำที่สละสลวยมาก แล้วยังเข้าใจอีกด้วย อยากแปลภาษาได้เก่งอย่างงี้บ้างจัง ^^
โดย: Jamjaew IP: 1.1.178.206 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:11:00 น.
  

ขอบคุณครับ :)

โดย: Karz วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:0:39:22 น.
  

คุณทัศนัยครับ ได้รับนิตยสารแล้วนะครับ เล่าเรื่องได้ดีมากเลยครับขนาดเรื่องมีไทม์ไลน์สลับกันขนาดนั้น ขอบคุณมากครับที่นำบทแปลไปลงไว้ทั้งสองเพลง :)



โดย: Karz วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:0:41:24 น.
  
แปลได้สวยงามมากครับ
โดย: Skaoris IP: 101.108.225.185 วันที่: 9 พฤษภาคม 2558 เวลา:17:04:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 113 คน [?]






สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog