แปลเพลง - Freedom! '90 - Pitch Perfect 3 OST - ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากกรอบเดิมๆ


เวลาที่เหมาะสมสำหรับเราที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนที่เราอยากเป็น นั้นคือเมื่อไหร่ครับ?

หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นคำถามที่คล้ายๆกันว่า "เรามีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เห็นภาพที่ตัวเองกลายเป็นคนที่ดีขึ้น ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ?"

คนบางคนอาจไม่เคยถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองมาก่อนเลย ส่วนบางคนก็เคยถามแล้วแต่คำตอบไม่เคยชัดเจน บางคนวางใจแล้วว่าได้เคยพัฒนาตัวเองมาแล้ว อ.แมคกอนิกอลแห่ง Harward Business School เคยบอกไว้ว่ามนุษย์แตกต่างจากเพื่อนร่วมโลกสายพันธุ์อื่นตรงที่เรามองกระจกแล้วอาจจะเห็นถึงก้นบึ้งของจิตวิญญานของตัวเอง เพื่อนร่วมโลกสายพันธุ์อื่นใช้ชีวิตแบบ reactive ครับ คอยดูสภาพแวดล้อมแล้วใช้ชีวิตตอบสนองกับสภาพแวดล้อมเหล่านั้นในขณะที่การพัฒนาตนเองคือการเลือกใช้ชีวิตแบบ proactive คำถามก็คือ เราจะพัฒนาตัวเองตอนไหน? ที่ผ่านมานี้พัฒนามากี่ครั้งแล้ว? ยังต้องพัฒนาต่ออีกมั้ย? ต้องใช้เวลาพัฒนาขนาดไหน? ต้องพัฒนาต่ออีกกี่ครั้ง? หรือแม้แต่คำถามเริ่มต้นที่ว่า "ต้องพัฒนาตัวเองด้วยหรือ?"

เพิ่งได้มีโอกาสดู Pitch Perfect 3 ครับ หนังภาคต่อที่นำเพลงเก่าๆตั้งแต่ยุค 80 มาโคฟเวอร์ใหม่ให้ฟังแบบร้องปากเปล่าไม่มีเครื่องดนตรี (ใช้ปากทำเสียงประสานหรือเลียนเสียงเครื่องดนตรีแทน) ผู้ฟังที่คุ้นเคยกับเพลงในยุค 80, 90 เป็นต้นมาก็จะฟินหน่อยๆครับ มีหลายเพลงที่เราลืมไปแล้วและเมื่อเค้าร้องออกมามันทำให้ยิ้มอย่างสบายอารมณ์ บางเพลงถึงกับร้องตามไปด้วยเลย ภาคนี้มีเอาลูปมาเล่นให้ดูครับ ทำให้ตอนจบของหนังไม่น่าเบื่อ และเพลงจบนี่แหล่ะครับที่ได้ฟังใหม่อีกครั้งแบบเวอชั่นปรับปรุงใหม่หลังจากที่ไม่ได้ฟังมานาน และคราวนี้ทำให้เราได้สังเกตและมองเห็นความหมายของมันที่ลึกซึ้งและควรค่าต่อการหยิบยกมาแปลให้อ่านกันครับ :)



Source: Chayenne Chua Youtube Channel


Freedom! '90

Heaven knows I was just a young boy

Didn't know what I wanted to be

I was every little hungry schoolgirl's pride and joy

And I guess it was enough for me

To win the race a prettier face

Brand new clothes and a big fat place

On your rock and roll TV

But today the way I play the game is not the same no way

Think I'm gonna get me some happy


I think there's something you should know

I think it's time I told you so

There's something deep inside of me

There's someone else I've got to be

Take back your picture in a frame

Take back your singing in the rain

I just hope you understand

Sometimes the clothes do not make the man


All we have to do now

Is take these lies and make them true somehow

All we have to see

Is that I don't belong to you

And you don't belong to me yeah


Freedom I won't let you down

Freedom I will not give you up

Freedom gotta have some faith

Gotta have some faith in the sound


Heaven knowswe sure had some fun boy

What a kick just you buddy and me

We had every big shot goodtime band on the run boy

We were living in a fantasy

We won the race got out of the place

Went back home got a brand new face for the boys on MTV

But today the way I play the game has got to change oh yeah

Now I'm gonna get me some happy


I think there's something you should know

I think it's time I stopped the show

There's something deep inside of me

There's someone I forgot to be

Take back your picture in a frame

Don't think that I'll be back again

I just hope you understand

Sometimes the clothes do not make the man


All we haveto do now

Is take theselies and make them true somehow

All we haveto see

Is that Idon't belong to you

And you don't belong to me


Freedom I won't let you down

Freedom I will not give you up

Freedom gotta have some faith

Gotta have some faith in the sound


I think there's something you should know

I think it's time I told you so

There's something deep inside of me

There's someone else I've got to be

Take back your picture in a frame

Take back your singing in the rain

I just hope you understand

Sometimes the clothes do not make the man


Eh eh eh eheh oh

Eh eh eh eheh I will not let you down

Eh eh eh eheh

Eh


Freedom

Freedom

Freedom freedom

Gotta have some faith in the sound

Have some freedom have some freedom oh

Freedom

Freedom freedom


All we haveto do now all we can do

Is take these lies and make them true somehow

All we have to see oh

Is that I don't belong to you

And you don't belong to me freedom

I won't let you down

I will not give you up

Gotta have some faith in the sound

It's the one good thing that I've got


I won't let you down

I will not give you up

It's the one good thing that I've got

อิสระภาพ!

สวรรค์รู้ดีตอนชั้นยังเด็ก

ชั้นไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วชั้นอยากเป็นอะไร

ตอนนั้นก็แค่รู้สึกสนุกและอยากภูมิใจจากสาวๆในโรงเรียน

คิดว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับชั้น

ต้องชนะจีบสาวแข่งกับคนอื่น

คอยตามเทรนด์การแต่งกายไปตามที่หรูๆ

อย่างที่เห็นในTV ช่องดนตรีร๊อคแอนโรล

แต่วันนี้แนวทางที่ชั้นเคยเป็นคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

และมันคงจะทำให้ชั้นมีความสุขได้แน่


คิดว่ามีบางอย่างที่นายควรจะรู้ไว้นะ

มันถึงเวลาที่ชั้นต้องบอกนายแล้ว

ว่ามีบางอย่างลึกๆในใจชั้น

ว่ามีคนบางคนที่ชั้นต้องกลายไปเป็น

เอาแนวทางเดิมของนายกลับไปใส่กรอบเถอะ

ชะล้างความรู้สึกแบบเด็กๆเหล่านั้นไป

ชั้นเพียงหวังให้นายเข้าใจว่า

บางครั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมันไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่เราอยากจะเป็น


สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้นะ

คือเปลี่ยนตัวตนลวงๆให้กลายเป็นตัวตนจริงๆ(จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่)

สิ่งที่เราต้องมองให้ออกก็คือ

นายไม่ได้มีอำนาจเหนือชั้น

และชั้นก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือนายเช่นกัน


อิสระภาพ! (ชั้นจะไม่ทำให้นายผิดหวัง)

อิสระภาพ! (และขั้นจะไม่มีวันถอดใจกับนาย)

อิสระภาพ! (ต้องเชื่อมั่น)

ต้องเชื่อมั่นในคำคำนี้


สวรรค์ก็รู้ตอนนั้นเราสนุกมากนะเพื่อน

เจ๋งไปเลยแค่นายกับชั้น

ตอนนั้นเราไม่เคยพลาดที่จะตามเทรนด์ของวงดังๆกัน

เหมือนใช้ชีวิตในความฝันเลย

เราโดดเด่นขึ้นมาในที่ที่เราไป

กลับบ้านด้วยโฉมใหม่เหมือนที่เห็นศิลปินใน MTV เลย

แต่วันนี้วิถีชิวิตแนวทางแบบนี้คงต้องเปลี่ยนไปแล้ว

ถึงเวลาเอาจริงเสียที


คิดว่ามีบางอย่างที่นายควรจะรู้ไว้นะ

ถึงเวลาที่ต้องเลิกแสดงแบบนี้แล้ว

เพราะมันมีบางอย่างลึกๆข้างในตัวชั้น

ว่ามีคนบางคนที่ชั้นลืมว่าต้องกลายไปเป็น

เอาตัวตนของนายกลับไปใส่กรอบเถอะ

อย่าคิดว่าชั้นจะกลับไปเป็นคนเดิมอีก

ชั้นเพียงหวังให้นายเข้าใจ

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมันไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่เราอยากจะเป็น


สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้นะ

คือเปลี่ยนตัวตนลวงๆให้กลายเป็นตัวตนจริงๆ(จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่)

สิ่งที่เราต้องมองให้ออกก็คือ

นายไม่ได้มีอำนาจเหนือชั้น

เราไม่ได้มีอำนาจเหนือกันและกัน


อิสระภาพ! (ชั้นจะไม่ทำให้นายผิดหวัง)

อิสระภาพ! (และขั้นจะไม่มีวันถอดใจกับนาย)

อิสระภาพ! (ต้องเชื่อมั่น)

ต้องเชื่อมั่นในคำคำนี้


คิดว่ามีบางอย่างที่นายควรจะรู้ไว้นะ

ถึงเวลาแล้วที่ชั้นจะยุติการแสดงแบบนี้เสียที

เพราะมันมีบางอย่างลึกๆข้างในตัวชั้น

ว่ามีคนบางคนที่ชั้นต้องกลายไปเป็น

เอาตัวตนของนายกลับไปใส่กรอบเถอะ

อย่าคิดว่าชั้นจะกลับไปเป็นคนเดิมอีก

ชั้นเพียงหวังให้นายเข้าใจ

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมันไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่เราอยากจะเป็น


. . . .

. . . .ชั้นจะไม่ทำให้นายผิดหวัง

. . . .

. .


อิสระภาพ!

อิสระภาพ!

อิสระภาพ! อิสระภาพ!

ต้องเชื่อมั่นในคำคำนี้

(ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ)

อิสระภาพ!

อิสระภาพ! อิสระภาพ!


สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้นะ

คือเปลี่ยนตัวตนลวงๆของเราให้กลายเป็นตัวตนจริงๆ(จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่)

สิ่งที่เราต้องมองให้ออกก็คือ

นายไม่ได้มีอำนาจเหนือชั้น

และชั้นก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือนายเช่นกัน

ชั้นจะไม่ทำให้นายผิดหวัง

และชั้นจะไม่ถอดใจกับนาย

ต้องเชื่อมั่นในอิสระภาพ

นั่นคือสิ่งดีๆที่ชั้นมี


ชั้นจะไม่ทำให้นายผิดหวัง

และชั้นจะไม่ถอดใจกับนาย

นั่นคือสิ่งดีๆที่ชั้นมี



อรรถาธิบาย


เมื่ออ่านคำแปลจบแล้วจะเห็นได้เลยถึงความเหมาะสมมากๆของหนังที่เลือกเอาเพลงนี้มาใช้ในตอนจบครับเพราะเป็นการร้องเพลงให้ทหารฟัง จากเด็กชายที่เคยชอบสนุกไปวันๆแต่ตอนนี้เป็นนักรบเพื่อชาติ มันเหมือนกับการเติบโตขึ้นมาเป็นคนจริงครับ อารมณ์เพลงของเพลงนื้มีสองนัย คุยกับเพื่อน หรือ คุยกับตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นนัยไหนความหมายก็เหมือนกันครับ ส่วนตัวผมแล้วชอบให้มันเป็นการคุยกับตัวเองมากกว่า มันคือการสื่อสารกับตัวเอง มันคือการสร้างความชัดเจน มันคือการสร้างการตัดสินใจ ออกแบบตัวเองและจะใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเห็นผลลัพธ์ของการกลายเป็นบุคคลที่ต้องการจะเป็น


Heaven knows เกริ่นเปิดตัวแบบรำพึงรำพันไม่มีความหมายอะไรนักกับเรื่องราว คล้ายๆกับ you know "นายก็รู้" แต่ heaven knows นี้เป็นที่นิยมใช้กันมากและเราจะได้เห็นอยู่บ่อยๆครับ นายรู้สวรรค์ก็รู้ตอนชั้นยังเด็กชั้นไม่รู้หรอกว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร จริงๆแล้วอยากเป็นคนแบบไหน ประมาณนั้นครับ


I was every little hungry school girl's pride and joy มันเป็นการผสมคำมาใช้ที่เท่ห์มาก ตอนนั้นชั้นก็แค่รู้สึกสนุกและอยากได้ความภาคภูมิใจจากสาวๆในโรงเรียน คำว่า every little hungry แสดงถึงจิตใจที่กระตือรือร้น (เพราะความหิว ถ้าแปลตรงตัวก็ประมาณว่าหิวเล็กๆทุกครั้งไป เป็นความอยากนั่นเอง) ต่อการชนะใจสาวๆแสนสวยในโรงเรียน (win the race a prettier face) เพราะการทำสิ่งนี้สำเร็จทำให้เค้าภาคภูมิใจและนำมาซึ่งความสนุก (และเป็นความสุขในท้ายที่สุดเพราะมีพูดถึง happy ด้วย) ซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้คิดอะไรมากมาย จีบสาวแข่งกัน ใส่เสื้อผ้าตามเทรนด์ที่เห็นในทีวีช่องดนตรี สมัยนั้น MTV เป็นช่องที่ฮิตมาก (rock and roll TV) นักร้องนักดนตรีก็จะแต่งตัวกันเต็มที่เป็นเทรนด์ของวัยรุ่นให้แต่งตัวตามอย่างอะไรแบบนั้น


big fat place เป็นการเอาลักษณะของ fat มาใช้สื่อความรู้สึกกับสถานที่ครับ มันจะรู้สึกได้ถึงสถานที่กว้างขวางที่ประดับตกแต่งเยอะแยะไปหมดมากเกินจำเป็นจน "อ้วน" ความหมายจึงคล้ายๆความ "หรู" ครับ แต่วันนี้วิถีชีวิตแนวทางที่ใช้มานี้คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว การใช้คำว่าเกมมาสื่อ (the way I play the game) ทำให้มองได้ว่าเค้ามองชีวิตอย่างมีชีวามากๆ มันเข้ากับการรักสนุกของเด็กๆครับ


I think I'm gonna get me some happy คือตอนนี้มองเห็นแนวทางใหม่แล้วที่ไม่ใช่แค่แต่งตัวตามแฟชั่น จีบสาว เที่ยวเล่นสนุก แต่เป็นแนวทางที่มีความหมายและคุ้มค่าที่จะยอมเปลี่ยนตัวเอง (เห็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้นและตัดสินใจว่านั่นแหล่ะคือคนที่ชั้นต้องไปเป็น (someone else I've got to be)) และคิดว่ามันน่าจะทำให้มีความสุขได้แน่


ท่อนที่เปิดเผยความในใจน่าสนใจมากครับ มีบางอย่างนะที่นายควรจะรู้ไว้ มันถึงเวลาที่ต้องบอกนายซะที คือเรารู้สึกแบบนี้มาได้ซักพักแล้วครับ เราเก็บมันไว้กับตัวตลอด รู้สึกอยู่ข้างในลึกๆมาตลอด แต่วันนี้มันถึงเวลาแล้ว ได้เวลาแล้วเก็บไว้ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ว่ามันยังมีคนอีกคนนึงที่อยู่ข้างในตัวชั้น ได้เวลาปลดปล่อยให้เค้าเป็นอิสระแล้ว (จริงๆแล้วเราก็คือ Incredible Hulk นี่เอง :D 55 ปล่อย Hulk ในตัวชั้นให้เป็นอิสระเถอะ ชื่อเพลงที่ว่า Freedom ก็คือความหมายตรงนี้เองครับ) เอาแนวทางเดิมของนายกลับไปใส่กรอบเถอะ (take back your picture in the frame) เรารู้สึกแบบไหนครับเราถึงจะเอารูปบางรูปไปใส่กรอบ? แนวทางเดิมเก่าๆไม่ใช่ไม่มีความหมายนะครับ มันทำให้เรากลายมาเป็นเราได้จนถึงระดับนึงด้วยซ้ำ เพียงแต่วันนี้เราตั้งใจจะไปต่อกับระดับใหม่เท่านั้น ดังนั้นจึงจะขอชะล้าง (ด้วยฝน) ความรู้สึกแบบเด็กๆเดิมๆเหล่านั้นไป (take back your singing in the rain) ที่แปลออกมาว่าความรู้สึกแบบเด็กๆก็เพราะเค้าใช้คำว่า singing นี่แหล่ะครับในการสื่อความหมาย เพราะเวลาที่เราร้องเพลงเราจะรู้สึกเพลินและสนุก และความรู้สึกเพลินและสนุกในเพลงนี้ที่กล่าวถึงมาตั้งแต่แรกก็คือตอนต้นเพลงในตอนเป็นเด็กนั่นเองเป็นจุดเชื่อมต่อความหมาย I just hope you understand that sometime the clothes do not make the man คือการตัดสินใจจะเริ่มมี action ที่จะทำให้เรากลายเป็น Hulk นั่นเอง (เป็นทหาร หากหมายถึงในหนัง Pitch Perfect)


Take these lies and make them true คือเค้ามองว่าแค่การใส่เสื้อผ้าสื่อความรู้สึกมันยังไม่ใช่ของจริงครับมันก็เหมือนกับเป็นการหลอกลวงเป็นการโกหก ฝรั่งเค้ามีคำว่า mind the uniform หมายถึง "เกรงใจเครื่องแบบบ้าง" หรือ "ทำตัวให้สมกับเครื่องแบบที่ใส่" ยกตัวอย่างพระสงฆ์ก็ได้ครับ พระที่เพิ่งบวชใหม่ๆนี่ในสมัยโบราณท่านยังไม่ให้เป็นพระแท้นะครับ ครูบาอาจารย์ท่านต้องให้ขอนิสัยก่อน 5 ปี เพราะยังไม่เคยเป็นพระมาก่อน ยังไม่รู้ว่าพระที่แท้จริงต้องทำตัวยังไงจึงต้องค่อยๆฝึกฝนตัวเองไปทุกวันๆเพื่อจะเป็นพระที่แท้จริง พอครบห้าปีท่านก็จะมาประเมินว่าเป็นพระแล้วรึยัง ถ้ายังก็ต้องขอนิสัยกันใหม่  นั่นคือผลจากการใช้เครื่องแต่งกายสร้างความรู้สึกและตัวตน บาตรและจีวรไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นพระนะครับ การปฏิบัติตนต่างหากที่ทำให้เรากลายเป็นพระ ในเพลงในหนังนี้ก็เหมือนกัน แค่ใส่ชุดทหารไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นทหาร แต่การฝึกฝนปฏิบัติตน (และสมัครเข้ารับราชการ) ต่างหากที่ทำให้เรากลายเป็นทหาร take these lies and make them true คือการกระทำอะไรซักอย่างเพื่อให้เรากลายเป็นคนแบบนั้นได้ (somehow) ดังนั้นหากเราจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ได้เราต้องมองให้ออกให้ได้ว่า เราไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวตนเดิม (I don't belong to you) ที่จะพัฒนาไม่ได้และเราก็ไม่ปรารถนาที่จะไปแก้ไขอะไรในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว (you don't belong to me) เมื่อคิดได้แบบนี้แหล่ะครับมันคืออิสระภาพหลุดออกมาจากกันและกัน ปลดปล่อย Hulk ในตัวเองออกมา Freedom! '90 (ที่ต้องใส่ 90 ไว้ก็เพื่อบอกว่าเป็นเพลงใหม่ที่ไม่ซ้ำกับเพลงเก่าที่เคยออกไปแล้วก่อนหน้านี้)


Gotta have some faith in the sound ท่อนนี้ออกมาหลังจากพูดคำว่า freedom เสร็จ sound นั้นหมายถึงคำว่า freedomนั่นเอง จึงแปลว่าต้องเชื่อในคำคำนั้น ต้องเชื่อในอิสรภาพ 


what a kick - มันเป็นวลีแนวๆรำพึงรำพันครับ จะแปลว่า "เตะอะไรวะเนี่ย" ก็ดูจะแปลกๆไปหน่อย :D 555 what a dream ฝันอะไรวะเนี่ย what a story เรื่องอะไรแบบนี้วะเนี่ย what a mess มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย what a kick มันเตะอะไรวะเนี่ย - kick หมายถึงเรื่องที่ทำครับ เป็น action ท่อนนี้จึงหมายถึงสิ่งที่เค้าเคยทำในอดีตนั่นเอง

Big shot ก็มีความหมายนึง good time band ก็อีกอย่างนึง on the run ก็อีกอย่างนึง ยิงใหญ่ วงเวลาดี กำลังวิ่ง พอเอามาต่อรวมกันกลายเป็นแปลว่า "ตอนนั้นเราไม่เคยพลาดที่จะตามเทรนด์ของวงดังๆกัน" จริงๆแล้ว bigshot หมายถึงคนสำคัญครับ มาขยาย goodtime band เลยแปลว่าวงดนตรีดังๆ on the run คือกำลังหลบหนี พอดูลักษณะของการที่กำลังหลบหนี มันคือการเร่งรีบนั่นแหล่ะครับ เพราะวงดังๆนั้นมีหลายวง สรุปแล้วก็คือไล่ตามเทรนด์นั่นเอง brand new face คือเปลี่ยนหน้าใหม่ ก็คือโฉมใหม่


ว้าวววเพลงยาวมาก อธิบายจนเหนื่อย คนอ่านก็อ่านจนเหนื่อย :D สรุปเลยดีกว่าครับ จริงๆแล้วคำถามที่เป็น core message ของเพลงนี้คือ


"เราออกแบบตัวเองไว้ให้เป็นแบบไหนครับ?"


เมื่อคำถามผุดขึ้นมาชัดเจนแล้วคำตอบจะค่อยๆมาเองครับ


Happy free yourself krub :)




<< เพลงที่แล้ว : Only Hope : Mandy Moore When We Were Young : Adele : เพลงถัดไป >>




Create Date : 08 มิถุนายน 2561
Last Update : 17 สิงหาคม 2561 11:05:50 น.
Counter : 5361 Pageviews.

2 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat

  
ไม่เคยออกแบบเลยค่ะ
กะว่าสอบติดอะไรก็เป็นแบบนั้น
และตอนนี้ก็ไม่ได้ออกแบบตัวเองให้เป็นอะไร
มันเป็นไปเองค่ะ

ขอบคุณสำหรับความหมายเพลงค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 มิถุนายน 2561 เวลา:16:54:51 น.
  

ไปเจอบทความนี้มาครับ

กว่าจะมาเป็นฉากสุดท้ายใน Pitch Perfect 3
https://sfcinemacity.com/news-activity/news-630

โดย: Karz วันที่: 20 มิถุนายน 2561 เวลา:9:57:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]





สงวนลิขสิทธิ์
มิถุนายน 2561

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog