แปลเพลง - Stay Alive - Jose Gonzalez - The Secret Life of Walter Mitty OST

ความเป็นจริงของคุณทำให้ความฝันของคุณหยุดอยู่กับที่รึเปล่าครับ?


หากผมจะลองเปรียบความฝันของคนเรากับอะไรซักอย่าง ผมอาจจะนำไปเปรียบกับต้นไม้ครับ เราปลูกมันได้ รดน้ำพรวนดินดูแลหล่อเลี้ยงความฝันให้เติบโตได้ ถ้าไม่ใส่ใจดูแลความฝันก็เหี่ยวแห้งได้ ถูกตัดถูกถอนได้ (ทั้งจากตัวเราเองและจากคนอื่น) และหวังในผลผลิตได้ เราเกือบทุกคนมีความฝันครับ ทำไมถึงเกือบทุกคนครับ? เพราะบางคนอาจไม่เคยนึกถึงมันมาก่อน แต่สำหรับบางคน พวกเค้าก็ไม่มีความฝันเสียแล้ว ครั้งนึงในอดีตเค้าอาจจะเคยมีความฝันมาก่อนเช่นกัน แต่เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในความเป็นจริงของโลกที่ผิวเผิน (ดูอรรถาธิบาย) ความเป็นจริงที่โหดร้ายนานๆ ความฝันของเค้าก็ถูกบั่นทอนลงไปจนอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยฝันอะไรไว้ หลายคนถึงจุดนั้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่อีกหลายๆคน ต้นความฝันของพวกเค้าอาจจะกำลังเริ่มหยุดเจริญเดิบโต และถ้าปล่อยทิ้งไว้ไปเรื่อยๆ มันอาจจะเหี่ยวแห้งและตายไปจนสุดท้ายต้องถูกบั่นทอนถอนขุดโดยไม่รู้ตัวครับ


นำหนังเรื่อง The Secret Life Of Walter Mitty มาดูใหม่อีกครั้งครับ เป็นหนังที่กระตุ้นความฝันและความปรารถณาได้ดีทีเดียวโดยเฉพาะการท้าทายชีวิตเดิมๆเพื่อก้าวออกไปสู่สิ่งใหม่เพื่อให้เห็นโลก ดังคำขวัญของนิตยสาร LIFE ที่กล่าวเอาไว้ในเรื่องครับ (แม้พระเอกในเรื่องจะถูกสถานการณ์บังคับให้ทำก็เถอะ ^^') แถมยังมีเพลงเพราะๆให้ฟังตั้งหลายเพลง แต่มีสองเพลงเป็นอย่างน้อยในหนังเรื่องนี้ที่ผมต้องพูดถึงแน่ๆครับเพราะเป็นเพลงที่ถามคำถามสำคัญกับชีวิตของพวกเรา เพลงแรกที่จะพูดถึงขอเป็นเพลงนี้ก่อนครับ Stay Alive เพราะเราต้องมีชีวิตอยู่ในความเป็นจริงในขณะที่หัวใจก็ยังคงเก็บความฝันเอาไว้แม้จะเห็นได้เฉพาะบางวันที่จังหวะลงตัวจากชีวิตที่เร่งรีบทุกวันนี้ เพลงนี้ขึ้นมาให้ฟังในตอนจบช่วงขึ้น credit ส่วนอีกเพลงคือเพลง Space Oddity ซึ่งขอยกไปพูดถึงในครั้งต่อไปครับ 








Stay Alive - Jose Gonzalez

Source:
JoseGonzalezVEVO Official Youtube Channel



There's a rhythm in rush these days
Where the lights don't move and the colors don't fade
Leaves you empty with nothing but dreams
In a world gone shallow
In a world gone mean

Sometimes there's things a man cannot know
Gears won't turn and the leaves won't grow
There's no place to run and no gasoline
Engine won't turn
And the train won't leave

Engines won't turn and the train won't leave

I will stay with you tonight
Hold you close 'til the morning light
In the morning watch a new day rise
We'll do whatever just to stay alive
We'll do whatever just to stay alive

Well the way I feel is the way I write
It isn't like the thoughts of the man who lies
There is a truth and it's on our side
Dawn is coming
Open your eyes
Look into the sun as the new days rise

And I will wait for you tonight
You're here forever and you're by my side
I've been waiting all my life
To feel your heart as it's keeping time
We'll do whatever just to stay alive

Dawn is coming
Open your eyes
Dawn is coming
Open your eyes
Dawn is coming
Open your eyes
Dawn is coming
Open your eyes

Look into the sun as the new days rise
There's a rhythm in rush these days
Where the lights don't move and the colors don't fade
Leaves you empty with nothing but dreams
In a world gone shallow
In a world gone mean

But there is a truth and it's on our side
Dawn is coming open your eyes
Look into the sun as a new days rise




มีชีวิตอยู่ต่อไป

ในชีวิตที่เร่งรีบของทุกวันนี้ มีอยู่ช่วงจังหวะหนึ่ง 
เป็นช่วงจังหวะที่แสงหยุดนิ่งลง สีสันทั้งหลายจึงยังไม่ทันจะซีดจาง
สวยงามซะจนทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่าจากสิ่งอื่นจนเห็นเพียงความฝันของตัวเอง
ที่เด่นชัดอยู่ในโลกที่ผิวเผิน
ที่เด่นชัดอยู่ในโลกที่โหดร้าย

แต่บางครั้งก็มีบางสิ่งที่มนุษย์เราไม่อาจเข้าใจได้
หากมีเหตุให้ฟันเฟืองไม่หมุนอีกต่อไป ใบไม้ไม่ผลิใบ
เราไม่มีที่จะให้ไป เพราะไม่มีน้ำมันให้ใช้
จึงไม่สามารถทำให้เครื่องยนต์ทำงาน
รถไฟจึงเคลื่อนออกไปไม่ได้

หากเป็นเช่นนั้นจริง เธอจะมีชั้นอยู่เป็นเพื่อนคืนนี้
คอยกอดเธอไว้จนถึงรุ่งสาง เฝ้ามองการมาเยือนของวันใหม่ด้วยกัน
เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

ชั้นเขียนออกมาตามความจริงที่ชั้นรู้สึกเสมอ
ไม่ใช่ความคิดของคนที่ปากไม่ตรงกับใจ
ความจริงอยู่ข้างเราไม่ได้อยู่ข้างไหน 
ลืมตาสินั่นไงฟ้ากำลังจะสางสว่างมา
เห็นดวงอาทิตย์นั่นมั้ย วันใหม่ได้มาเยือน

และคืนนี้เธอจะมีชั้นคอยรอ
แม้เธอจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปก็จะยังมีชั้นอยู่เคียงข้างตลอดไปเช่นกัน
เพราะชั้นเฝ้ารอมาตลอดชีวิตของชั้นอยู่แล้ว
เพื่อที่จะได้รู้สึกถึงหัวใจของเธอ ให้ยาวตลอดความนานของคำว่าตลอดไป
เราจะทำทุกอย่างให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

ลืมตาสินั่นไงฟ้ากำลังจะสางสว่างมา
ลืมตาสินั่นไงฟ้ากำลังจะสางสว่างมา
ลืมตาสินั่นไงฟ้ากำลังจะสางสว่างมา

เห็นดวงอาทิตย์นั่นมั้ย วันใหม่ได้มาเยือน
ในชีวิตที่เร่งรีบของทุกวันนี้ มีอยู่ช่วงจังหวะหนึ่ง 
เป็นช่วงจังหวะที่แสงหยุดนิ่งลง สีสันทั้งหลายจึงยังไม่ทันจะซีดจาง
สวยงามซะจนทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่าจากสิ่งอื่นจนเห็นเพียงความฝันของตัวเอง
ที่เด่นชัดอยู่ในโลกที่ผิวเผิน
ที่เด่นชัดอยู่ในโลกที่โหดร้าย

ความจริงอยู่ข้างเราไม่ได้อยู่ข้างไหน 
ลืมตาสินั่นไงฟ้ากำลังจะสางสว่างมา
เห็นดวงอาทิตย์นั่นมั้ย วันใหม่ได้มาเยือน




อรรถาธิบาย

อารมณ์เพลงของเพลงนี้ตีความได้สองนัยครับ นัยแรกคือการละทิ้งความฝันเพื่ออยู่กับความเป็นจริงโดยชั้นจะอยู่เป็นเพื่อนเธอในความเป็นจริงนี้ตลอดไป กับนัยที่สองเป็นเรื่องความรักเพราะการได้อยู่เป็นเพื่อนเธอในความเป็นจริงนี้คือความฝันที่ชั้นรอคอยมาตลอด ในที่นี้เราสามารถทำความเข้าใจทั้งสองนัยได้พร้อมกันโดยไม่สับสนครับ

  • Rhythm คือจังหวะ จังหวะที่เค้าพูดถึงนี้เป็นจังหวะที่ซ่อนอยู่ในชีวิตทุกวันนี้ที่มีแต่ความเร่งรีบครับ เป็นช่วงจังหวะที่สั้นมากเสียจนแสงที่ส่องมาจนทำให้เห็นสีสันต่างๆนั้นเหมือนจะหยุดนิ่ง (lights don't move) จนทำให้สีสันต่างๆยังคงอยู่ ยังไม่ทันซีดจางหายไปไหน (colors don't fade) การที่รายละเอียดสีสันมันยังอยู่ครบและช่วงเวลาเหมือนหยุดนิ่งมันทำให้เราเห็นความสวยงามในสภาพสีสันที่สมบูรณ์ครับ เหมือนอยู่ในความฝัน จนเรานึกถึงความฝัน ว่างเปล่าจากสิ่งอื่น (leaves you empty) จนมีเพียงความฝันเท่านั้นที่เด่นชัด (nothing but dream)

  • In a world gone shallow, in a world gone mean, คำแปลจะเหมือน gone crazy, gone mad ครับ ประมาณว่า "บ้าไปแล้ว" แต่อันนี้หมายถึงโลกมันโหดร้าย (gone mean) โลกมันตี้นเขิน (shallow) แต่ถ้าแปลว่าตื้นเขิน คำแปลเราจะลงลึกไม่ได้ครับ (ก็มันตื้นเขินนี่นา... ไม่ช่ายย...) เพราะนอกจากตื้นเขินแล้ว shallow ยังแปลว่าผิวเผินได้ครับ ถ้าแปลว่าผิวเผิน เราก็จะลงลึกได้ (ก็ไม่ตื้นเขินนี่น่า... ไม่ช่ายย...) ลงลึกในที่นี้ความหมายมันจะไปลากเอา rush these days เข้ามาเอี่ยวด้วยครับ หมายถึงการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบในแต่ละวันนั้นมันทำให้เราสัมผัสรายละเอียดของชีวิตต่างๆอย่างผิวเผิน (สำหรับผม ถ้าใช้คำว่าตื้นเขินแต่แรกอาจมองตรงนี้ไม่ออกครับ) 

    ผิวเผินในที่นี้จึงหมายถึง perception ของการใช้ชีวิตในแบบที่คนทั่วไปใช้กันอยู่จนกลายเป็น stereotype อันแสนคลาสสิกเช่นเราต้องเรียนสูงๆ ได้งานดีๆ มีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันงาม มีข้าวของเครื่องใช้ทัดเทียมคนอื่น ซึ่งถ้ามองในแง่คุณค่าของตัวตน ความพอดี หรือความพอเพียงแล้ว สิ่งเหล่านี้ถือว่าผิวเผินมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการมองคุณค่าของชีวิตในแง่ความรู้สึกและจิตวิญญานหรือแม้แต่สิ่งที่เพลงนี้กำลังพูดถึงอยู่... ความฝัน ครับ

  • Sometimes there's things man cannot know. ตรงนี้แปลตรงตัวครับ บางครั้งก็มีเรื่องบางเรื่องที่มนุษย์เราไม่อาจจะเข้าใจได้ แต่ต่อจากตรงนี้คือสมมุติครับ เค้าสมมุติว่า หากฟันเฟือง (ของเครื่องยนต์) ไม่หมุน ใบไม้ไม่ผลิใบ เราไม่มีที่ให้ไป (เพราะไปไม่ได้) เพราะไม่มีน้ำมันให้ใช้กับเครื่องยนต์ (เฟืองเกียร์จึงไม่หมุน) รถไฟเลยไปไหนไม่ได้เพราะเครื่องยนต์ไม่ทำงาน แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้เราก็ทำความเข้าใจได้นี่นา ใช่มั้ยครับ? มันเป็นเหตุเป็นผลกัน แล้วอะไรล่ะที่บางครั้งคนเราก็ไม่อาจจะเข้าใจได้? 

    ดังนั้นเมื่อเกลาสรุปสมมุติยาวๆให้สั้นลง สมมุติตรงนี้จะหมายถึง "หากเธอต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เธอไปไหนไม่ได้" ครับ ซึ่งผมเปรียบว่านี่คือโลกแห่งความเป็นจริง เป็นโลกที่เราต้องอยู่ต้องรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันของเรา สถานการณ์ที่ทำให้เกียร์ของเราไม่หมุน (เช่น การตัดสินใจทำตามความฝัน) เพราะสถานการณ์ที่เราไม่มีน้ำมัน (เช่น เงิน) ทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนรถไฟออกไปตามหาความฝันได้ (เนื้อเพลงเกร่นเรื่องความฝันไว้ตั้งแต่แรก แต่ยังไม่ได้พูดถึงเลย) ซึ่งถ้าหากว่าสมมุตินี้มันจะเกิดขึ้นมากับเธอจริงๆ ชั้นจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเธอเอง (I will stay with you tonight) ตอนนี้มองเห็นนัยที่สองในเรื่องความรักรึยังครับ? และจุดนี้แหล่ะครับ ที่ตอบคำถามว่าบางครั้งเรื่องบางเรื่องมนุษย์เราก็ไม่อาจเข้าใจได้

  • ใน verse นี้ตั้งแต่ I will stay with you tonight จนถึง We'll do whatever just to stay alive นี้ตอบทั้งสองนัยครับ นัยแรกที่เป็นเพื่อน และนัยที่สองที่มีเธอเป็นความฝัน สำหรับนัยที่เป็นเพื่อน verse นี้จะหมายถึง เมื่อเราต้องอยู่ที่นี่แล้ว เราก็จะต้องทำทุกอย่างอะไรก็ได้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปตรงนี้ให้ได้ ถึงแม้เราจะไปไหนไม่ได้ แต่เราก็นั่งดูวันใหม่ หมายถึงการใช้ชีวิตครับ เค้าอาจต้องเหน็ดเหนื่อทั้งวันในการ do whatever just to stay alive แต่พอตกกลางคืนก็ใช้ชิวิตผ่อนคลายเพื่อคอยดูดวงอาทิตย์ที่นำวันใหม่มาเยือน แล้วก็วนลูปไป do whatever อีก ส่วนนัยที่สองจะหมายถึงการได้ใช้ชีวิตกับเธอ ได้กอดเธอแนบกายดูดวงอาทิตย์นำวันใหม่มาเยือนด้วยกันคือความฝันอย่างนึงของชั้น และเพื่อให้ได้นั่งดูด้วยกันแบบนี้ทุกวัน we'll do whatever just to stay alive ครับ

  • Verse ต่อมา (เริ่มเหนื่อยแล้ว เล่นเป็น verse เลยทีนี้ :D) เค้าเลยบอกว่า ที่พูดมาทั้งหมดใน verse ที่แล้วน่ะเค้าพูดจริงๆนะ (the way I feel is the way I write) ไม่ได้โกหก ไม่ได้ปากไม่ตรงกับใจ (it isn't like thoughts of the man who lies) ความจริงตรงนี้ (truth) ว่าชั้นไม่ได้โกหก อยู่ข้างเรา (เป็นความจริงของเรา) ไม่ได้อยู่ข้างไหน (it's on our side) 

  • Keeping time เป็นทั้ง idiom และเป็นศัพท์เทคนิคครับ เป็นศัพท์เทคนิคของวงการดนตรี คือการรักษาเสียงของตัวโน้ตให้อยู่ภายในจังหวะที่กำหนดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโน้ตอื่น พอถูกนำมาใช้เป็น idiom จึงมีความหมายในการทำสิ่งใดสิ่งนั้นให้คงอยู่ตลอดช่วงจังหวะความยาวนาน (ในที่นี้คือ forever) ของการกระทำนั้น (ในที่นี้คือ to feel your heart)

  • แล้วเพลงก็ทิ้งท้ายครับ (ข้ามปรื๊ดมาเลย :D) ทิ้งท้ายด้วยการย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องความฝันเหมือนตอนขึ้นต้น ตรงนี้เป็นเหมือนการเตือน เตือนเราว่าอย่าลืมนะว่าในวันอันเร่งรีบของเราทุกวันนี้ มันจะมีช่วงจังหวะเวลาหนึ่งที่เราอาจจะได้หยุดคิดพิจารณาถึงความฝันของเรา ช่วงเวลาที่เราเห็นความฝันนี้ชัดกว่าช่วงเวลาไหนในโลกอันผิวเผินและโหดร้ายนี้ และนี่ก็เป็นความจริงเช่นกันที่เราต้องหาช่วงเวลานี้ให้พบ (but there is a truth and it's on our side) และเมื่อพบแล้วเราก็จะเริ่มเห็นทางสว่างของชีวิต (dawn is coming open your eyes) และนั่นจะเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ความฝันของเรานำมาให้ครับ

ทุกวันนี้เราทุกคนต้องอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ถ้าหากยอมไหลไปตามโลกอันผิวเผินเหมือนที่ใครๆต่างพากันเป็น เราก็คงจะต้องไหลไปรวมลงใน stereotype เดียวกันครับ คงจะเศร้าที่ต้องดูต้นความฝันของเราเหี่ยวแห้งตายไปหรืออาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเคยมีฟาร์มทุ่งความฝันอยู่เป็นไร่

น้ำและปุ๋ยที่ดีของความฝันน่าจะเป็น "ความหวัง" นะครับ ถึงแม้เราจะทำอะไรกับความฝันในตอนนี้ไม่ได้ แต่หล่อเลี้ยงความฝันไว้ด้วยความหวังก่อนก็ไม่เสียหายอะไรครับ ถึงแม้รถไฟจะไปไหนไม่ได้ แต่ถ้ามีสเก็ตบอร์ดซักอัน (เหมือนอย่างในหนัง) เราก็อาจจะออกไปจากตรงนี้โดยไม่ต้องง้อรถไฟได้เหมือนกันนะครับ :)


Enjoy krub.





เพลงอื่นจากหนังเรื่องเดียวกันที่แปลที่นี่:



<< เพลงที่แล้ว : All of the stars - Ed Sheeran Beautiful - Christina Aguilera : เพลงถัดไป >>




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 24 ธันวาคม 2557 16:28:27 น.
Counter : 5144 Pageviews.

9 comments
  
ทั้งแปลและอธิบายได้ละเอียดมากค่ะ
เรื่อง และเพลง ขับเคลื่อน ความฝันดีจริงๆ
ดูแล้วอยากดีดตัวไปข้างมากๆ



โดย: กาบริเอล วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:28:49 น.
  
เป็นเพลงหนึ่งที่ชอบมาก
และฟังได้ไม่เบื่อ

แปลได้ละเอียดมากๆ
ส่งกำลังใจค่ะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ 
ผู้เขียน Blogหมวดเนื้อหาBlog ได้รับโหวต
Chic BossyFunniest Blogดู Blog
KarzMusic Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: pantawan วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:29:30 น.
  
มาฟังเพลงไพเราะ
พร้อมความหมายดี ๆ
สงกำลังใจให้ด้วยค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:10:54 น.
  
โหวตให้ค่ะ

ชีวิตมันซับซ้อนเสมอ ไม่ใช่แค่ทางใดทางหนึ่ง แต่รวม ๆ หลาย ๆ อย่างไว้
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:12:43 น.
  
กรี๊ดดดดด !! อิฉันชอบเพลงนี้ และหนังเรื่องนี้มากคะ

ยิ่งฉากพระเอกเล่นเสก็ตบอร์ดลงมาตามเขาอ่ะคะ

แอร๊ยยยยยยยยยยย !! เท่ห์มาก

โดย: Chic Bossy วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:18:01:12 น.
  
เลือกเพลงได้เพราะทุกทีเลยค่ะ
แล้วก็แปลละเอียดเหมือนเคย

โลกที่ผิวเผิน เหมือนสังคมแปลกหน้ารึเปล่าคะ
แต่นิคว่านะ ถึงจะติดแหง็กเพราะน้ำมันหมด
แต่ความฝันโบยบินได้
และพรุ่งนี้ ก็ขึ้นอีกเช่นเคย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
phunsud Food Blog ดู Blog
ร่มไม้เย็น Book Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:40:30 น.
  
ฝากกำลังใจไว้ก่อนนะ คุณต้น วันนี้ไม่สู้สำราญเท่าไร
ยังไม่ได้อ่านเลย

เพลงนั้นมีนา พี่ไปเที่ยวเก็บมาทำเพลย์ลิสต์เอาเอง
ถ้าไม่มีจริงก็บอกเสียเองจิ จะเอายูไหนก็เลือกได้เยย
แต่เค้าจะเอาด้วยป่ะ มะรุนะ อิอิ แต่อย่างว่าอ่ะน้าาา
หล่อ!!!

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ปรัซซี่ Food Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:00:57 น.
  
สวัสดีค่า ^^
มาฟังเพลงและอ่านรีวิวหนังค่ะ
เข้ากันดีนะคะ
หนังกับเพลงประกอบ ความหมายดีมาก
แค่ชื่อเพลงก็สุดๆแล้ว

มีชีวิตอยู่ต่อไป ^^
ความหมายดีจริงๆ

ขอบคุณมากๆละคะ
ชอบอรรถาธิบายอีกแล้ว ละเอียดมาก
ขอบคุณค่า


โดย: lovereason วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:35:59 น.
  
สวัสดีค่ะ
ความฝันไม่เคยหยุดเลย
ความฝันเป็นกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่งค่ะ
โดย: pantawan วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:20:14:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 113 คน [?]






พฤศจิกายน 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog