แปลเพลง - When We Were Young - Adele
ภาพความหลังครั้งเก่าก่อน เคยย้อนเข้ามาให้คุณเห็นเหมือนดั่งเป็นเช่นภาพยนตร์บ้างรึเปล่าครับ?
 
สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนเข้ามาอ่านบล๊อกนี้คือจำนวนเค้าเตอร์ที่นับว่าเปิดอ่านกี่ครั้งครับ (กับคอมเม้นต์ที่นานมากๆถึงจะมีสักครั้ง) ถึงแม้รู้ว่ามีคนอ่านน้อยมากๆ หรือสิ่งที่ทำอยู่มันไม่มีคุณค่ากับผู้อ่านแต่ก็ยังจะทำต่อไป หากต้องการสนับสนุนผลงาน ขอเชิญติดตามได้ที่ Blockdit นะครับ คุยกันหน่อย ทักทายกันบ้างก็ดีครับ  
https://www.blockdit.com/superficiallynot
จะค่อยๆทยอยนำผลงานเดิมขึ้นไปและลงผลงานใหม่สลับกันไปครับ

ความทรงจำคืออะไรครับ? บางคนคงตอบว่ามันเป็นเหมือนหนัง มีทั้งภาพและเสียง เล่นซ้ำกลับไปกลับมาได้ ซึ่งเรามักจะจำอะไรก็ตามที่ทำร้ายเรามากกว่าจะจำสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับเราครับ สิ่งนี้ไม่ได้ผิดปกติอะไรนะครับ มันเป็นวิถีทางทางธรรมชาติที่สอนให้เราอยู่รอดครับ เพราะมนุษย์เกิดมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ เราต้องเอาตัวรอดให้ได้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมและมีชิวิตอื่นที่อันตรายทั้งพืชและสัตว์ สมองเลยสร้างกระบวนการให้จดจำสิ่งที่ทำร้ายเราเอาไว้มากเป็นพิเศษเพื่อต่อไปจะได้หลีกเลี่ยงและมีชีวิตรอดได้ แต่เมื่อยุคสมัยผ่านไป พืชและสัตว์ต่างๆกลับไม่ทำร้ายเรามากเท่ากับ "ประสบการณ์ทางความสัมพันธ์" ครับ กระบวนการนี้เลยเลยปกป้องเราจาก "บุคคล" และ "สถานการณ์" แทน พวกเราบางคนถึงได้มีความรู้สึก "เข็ดหลาบ" กับ "คนบางคน" หรือ "สถานการณ์บางสถานการณ์" รวมทั้งความรู้สึก "ฝังลึก" ต่างๆ อย่างที่เรารู้สึกกันอยู่ทุกวันนี้ครับ เพลงนี้ก็พูดถึงความทรงจำเช่นกันครับ เป็นความทรงจำแบบนึงที่เล่าออกมาเหมือนเป็นฉากในหนังได้น่าสนใจมาก
 
 
ผมรู้จักเพลงนี้ขณะที่กำลังไล่ดูคลิปเพลงที่จัดว่าเด็ดของ The Voice ต่างประเทศไปเรื่อยๆจนต้องมาสะดุดหยุดลงที่เพลงนี้ครับ ไม่ใช่เพราะการที่โค้ชพากันทุบปุ่มหมุนเก้าอี้ภายในสามวินาทีที่เฟอนันโดร้องเพลงนี้ขึ้นมาได้เพียงสามคำเท่านั้น หรือการที่มีท่อนฮุกที่มีเมโลดี้อันกรีดลึกเข้าไปถึงภายในตัวเรา หรือเพราะว่ามันเป็นเพลงของ Adele แต่เป็นเพราะเนื้อเพลงนี้เองครับที่แม้ครั้งแรกที่ผมได้ฟังจะจับใจความได้ไม่ทันทั้งหมดแต่ก็เพียงพอที่จะสั่นสะเทือนความรู้สึกข้างในจนทำให้น้ำตาร่วงได้เลย นี่มันเพลงอะไรเนี่ย? ของใคร? ใครแต่ง? สงสัยขึ้นมาทันทีครับ เนื้อเพลงทำให้รู้สึกเหมือนได้ดูหนังรักฉากโรแมนติกดราม่าสั้นๆหนึ่งฉากที่ช่างแสนเศร้า มันดึงภาพความทรงจำบางอย่างของเราออกมาด้วย เพลงนี้ก็เลยมีความหมายกับเราขึ้นมาทันที ดังนั้นขออนุญาตแปลเพลงนี้ครับ ทั้งๆที่ก็มีแปลกันเยอะแล้วนั่นแหล่ะ :)
 
 
 
When We Were Young - Adele
 
 
Everybody loves the things you do from the way you talk to the way you move.
Everybody here is watching you ‘cause you feel like home. You’re like a dream come true.
 
But if by chance you’re here alone. Can I have a moment before I go? 
‘Cause I’ve been by myself all night long hoping you’re someone I used to know.
 
You look like a movie. You sound like a song. 
My God, this reminds me of when we were young.
 
Let me photograph you in this light in case it is the last time that we might be exactly like we were before. 
We realized we were sad of getting old. It made us restless. 
It was just like a movie. 
It was just like a song.
 
I was so scared to face my fears 'cause nobody told me that you’d be here. 
And I swear you moved overseas that’s what you said, when you left me.
 
You still look like a movie. You still sound like a song. 
My God, this reminds me of when we were young.
 
Let me photograph you in this light in case it is the last time that we might be exactly like we were before. 
We realized we were sad of getting old. It made us restless. 
It was just like a movie. 
It was just like a song.
 
When we were young.
 
It’s hard to admit that everything just takes me back to when you were there. 
To when you were there. And a part of me keeps holding on just in case it hasn’t gone. 
I guess I still care. 
Do you still care?
 
It was just like a movie. It was just like a song. 
My God, this reminds me of when we were young.
 
When we were young.
 
Let me photograph you in this light in case it is the last time that we might be exactly like we were before. 
We realized we were sad of getting old. it made us restless. 
Oh I’m so mad I’m getting old. It makes me reckless. 
It was just like a movie. 
It was just like a song. 
 
When we were young.
 
 
 
ตอนเรายังเด็ก
 
ใครๆก็ชอบไม่ว่าเธอทำอะไร ทั้งวิธีที่เธอพูดไปจนถึงท่าทางของเธอ 
ใครต่างก็พากันจ้องมองเธอ เพราะเธอช่างอบอุ่น เหมือนฝันที่เป็นจริง
 
หากสบโอกาสเมื่อไม่มีใครอยู่กับเธอตรงนี้แล้ว ขอเวลาให้ชั้นสักนิดก่อนที่ชั้นจะไปได้มั้ย? 
เพราะชั้นแอบรอเธอมาทั้งคืนแล้ว แอบหวังให้เธอยังคงเป็นคนเดิมคนที่ชั้นเคยรู้จัก
 
ภาพที่เห็นเธอตอนนี้เหมือนกับเป็นหนัง เสียงที่เธอเอ่ยไพเราะเหมือนฟังบทเพลง 
มันทำให้ชั้นนึกถึงช่วงเวลานั้นของเรา
 
ให้ชั้นได้จดจำเธอในตอนนี้ไว้ หากนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้กลับไปเป็นอย่างที่เราเคยเป็นกันมาก่อนที่เราจะรู้ตัวว่าเราไม่ใช่เด็กอีกแล้ว 
เราเศร้าใจที่เวลาทำให้เราแก่ตัวลงไปทุกวินาทีจนมันทำให้เราไม่อยากที่จะหยุดพัก
 
ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นหนังไปแล้ว ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นเพลงไปแล้ว 
 
ชั้นกลัวมากรู้มั้ยที่ต้องเผชิญกับความกลัว เพราะไม่มีใครบอกชั้นเลยว่าเธอยังอยู่ที่นี่ 
สาบานได้เธอย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลแล้ว ก็เธอบอกชั้นเองตอนที่เธอทิ้งชั้น
 
เธอยังคงดูเหมือนเป็นภาพยนตร์ เธอยังคงฟังเหมือนเป็นบทเพลงไม่เคยเปลี่ยน 
นี่ทำให้ชั้นนึงถึงช่วงเวลานั้นของเรา
 
ให้ชั้นได้จดจำเธอในตอนนี้ไว้ หากนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้กลับไปเป็นอย่างที่เราเคยเป็นกันมา ก่อนที่เราจะตระหนักได้ว่าเราไม่ใช่เด็กอีกแล้ว 
เราเศร้าใจที่เวลาทำให้เราแก่ตัวลงไปทุกวินาทีจนมันทำให้เราไม่อยากที่จะหยุดพัก
 
ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นหนังไปแล้ว ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นเพลงไปแล้ว
 
เมื่อตอนเรายังเด็ก
 
มันยากที่จะยอมรับว่าในที่สุดทุกอย่างก็พาชั้นกลับมายังตอนที่ชั้นยังมีเธออยู่ 
ตอนที่เธอยังอยู่ ซึ่งชั้นยังคงเก็บงำมันเอาไว้เพื่อที่ชั้นจะยังคงมีเธออยู่ในใจ 
คงเป็นเพราะชั้นแคร์รึเปล่า
แล้วเธอล่ะแคร์บ้างไหม?
 
ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นหนังไปแล้ว 
ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นเพลงไปแล้ว 
 
มันทำให้ชั้นนึกถึงช่วงเวลานั้นของเรา 
 
เมื่อตอนที่เรายังเด็ก
 
ให้ชั้นได้จดจำเธอในตอนนี้ไว้ หากนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้กลับไปเป็นอย่างที่เราเคยเป็นกันมาก่อนที่เราจะตระหนักได้ว่าเราไม่ใช่เด็กอีกแล้ว 
เราเศร้าใจที่เวลาทำให้เราแก่ตัวลงไปทุกวินาทีจนมันทำให้เราไม่อยากที่จะหยุดพัก
 
มันน่าโกรธที่ชั้นแก่ตัวลงไปแล้ว มันทำให้ชั้นไม่อยากรั้งรออะไรอีกแล้ว
 
ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นหนังไปแล้ว
ช่วงเวลานั้น มันกลายเป็นเพลงไปแล้ว
 
ช่วงเวลาเมื่อเรายังเด็ก
 
 
 
อรรถาธิบาย
 
สังเกตได้ว่าผมไม่เรียงเนื้อเพลงเป็นท่อนสั้นๆให้ร้องตามได้อย่างที่เราคุ้นเคยกัน แต่เป็นการขึงเนื้อเพลงออกมาให้เป็นประโยคยาวๆเพื่อให้เรามองเห็นรูปประโยคได้ชัดเจนมากขึ้นครับ และเราจะเข้าใจและอินกับสตอรี่ของเนื้อเพลงได้มากโขเลยทีเดียว
 
 
อารมณ์เพลงให้มองเป็นฉากหนึ่งของหนังเรื่องนึงครับ เป็นเรื่องของเราก็ได้ครับ เรามาเจอคนรักเก่าโดยบังเอิญ เธอเลิกกับเราไปนานแล้ว แต่เราก็ไม่เคยลืมเธอ ยังคงรักเธออยู่ พอมาเจอกันโดยบังเอิญก็จะกล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าเข้าไปหา ภาพความทรงจำเก่าๆก็จะขึ้นมา (เหมือนกับเพลง Thousand Years เลย) แต่ก็อยากเจอเหลือเกิน ก็จะไปแอบรอคอยจังหวะตอนที่เค้าอยู่คนเดียวเพื่อจะได้เข้าไปหา แล้วก็บรรยายเนื้อความออกมาเหมือนกับเขียนจดหมาย
 
 
Everybody loves the things you do ใครๆก็ชอบเธอไม่ว่าเธอจะทำอะไร มันแสดงถึงบุคลิกภาพของเธอครับ จะพูดจะจาจะขยับเขยี้อนเคลื่อนไหวมันช่างน่าดูน่าฟังไปหมด บุคลิกภาพที่ชวนให้ดูและรู้สึกอบอุ่นสบายใจและปลอดภัยเหมือนได้อยู่บ้าน (you feel like home) ใครๆก็อยากมีคนรักแบบนี้ พอได้เจอคนแบบนี้ตัวเป็นๆมันก็เลยเหมือนฝันที่เป็นจริง (like a dream comes true)
 
 
But if by chance you're here alone มันเป็นวิธีการเขียนที่เท่ห์มาก กระชับ เข้าใจ น้อยใจ คาดหวัง เพราะประโยคต่างๆที่พูดมาก่อนแล้วมันทำให้รู้ว่าเธอแวดล้อมไปด้วยผู้คนรอบกายเต็มไปหมด เรามาเจอเธอโดยบังเอิญที่นี่ ก็ไม่มีใครยอมบอกชั้นมาก่อนว่าเธอยังอยู่ที่นี่ (nobody told me that you'd be here) กล้าๆกลัวๆ คนเต็มไปหมดเลยไม่กล้าเข้าไปหา (I was so scared to face my fears) ตรงนี้ใครเคยเป็นจะรู้เลยว่ามันกลัวที่จะเข้าไปหา แอบรอคอยให้มีจังหวะ ถ้าเธออยู่คนเดียว ขอคุยหน่อยได้ไหม คิดถึงมานาน อยากเจอมานาน ทำไมนะถึงไม่มีใครบอกชั้นเลยว่าเธอยังอยู่ รู้สึกเหมือนถูกหลอก ก็ตอนนั้นเธอเป็นคนบอกชั้นเองตอนที่เธอทิ้งชั้น (that's what you said when you left me) ว่าเธอจะย้ายออกไป (moved overseas) มันต้องคุย มันต้องเคลียร์ แต่ก็รอให้สบโอกาสตอนที่เธออยู่คนเดียวก่อน เพราะรอมาทั้งคืนแล้ว (I've been by myself all night long อยู่กับตัวเองมาทั้งคืน คือแอบรอคอย ไม่ยอมให้ใครพบเห็น) แต่ก็ยังหวังไว้อีกอย่างนึงว่า เราไม่ได้เจอกันมานานแล้ว เธอจะเปลี่ยนไปไหม? เธอจะยอมเจอชั้นไหม? เราจะคุยกันได้ไหม? เธอยังเป็นคนเดิมคนที่ชั้นเคยรู้จักอยู่ไหม? (hoping you're someone I used to know)
 
 
แต่ขณะที่รอคอยเธออยู่ตรงนี้ ภาพที่เห็น สถานการณ์ตอนนี้ มันช่างเหมือนกับเป็นหนังเป็นภาพยนตร์เหลือเกิน มันเป็นฉากๆหนึ่งของชีวิต มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ได้แอบมองเธออยู่ตรงนี้ ได้มองเห็นได้ยินเสียงเธออยู่ตรงนั้น เสียงเธอที่ได้ยินก็ไพเราะเหมือนกับเป็นเสียงเพลง (you look like a movie, you sound like a song) มันเป็นความทรงจำของชีวิตฉากนึงเลย แล้วมันก็ทำให้เรานึกไปถึงความทรงจำเก่าๆเดิมๆสมัยที่เรายังเด็กตอนที่เราเคยคบกัน (My god, this reminds me of when we were young) 
 
 
อยากจะเก็บความทรงจำฉากนี้ของชีวิตไว้ในใจอีกซักครั้ง Let me photograph you in this light คือการถ่ายรูปต้องอาศัยแสงในการเก็บภาพ ท่อนนี้เป็นอุปมาของการเก็บภาพความทรงจำกับสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ในฉากนี้ครับ เหมือนกับแสงที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในบริเวณไม่ว่าจะแสงมากแสงน้อย สภาพอันละเอียดอ่อนเล็กๆน้อยๆอย่างความกลัวที่ไม่กล้าเข้าไปหา ความรู้สึกเหมือนถูกหลอก ความคิดถึงที่ยังคงเก็บไว้ สถานการณ์ที่ต้องแอบรอคอยอยู่ตรงนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานการณ์นี้ ขอถ่ายมันเก็บเอาไว้ in case it is the last time เผื่อว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เรา that we might be exactly like we were before ประโยคที่สมบูรณ์ต้องมาจบตรงนี้ครับ ถ้าขึงใหม่ยาวๆก็จะเป็น Let me photograph you in this light in case it is the last time that we might be exactly like we were before. ขอให้ชั้นได้จดจำเธอในตอนนี้ไว้หากว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้กลับไปเป็นเหมือนอย่างที่เราเคยเป็นกันมา (like we were before เหมือนอย่างที่เราเคยเป็นกันมา - เป๊ะๆ exactly) คือสถานการณ์นี้มันช่างเหมือนเป็นภาพยนตร์ แล้วมันก็ดึงความทรงจำเดิมขึ้นมาด้วย ก็เลยรำพึงรำพัน เธอยังคงเป็นเหมือนกับภาพยนตร์ที่ชั้นเคยจำได้ เธอยังฟังเหมือนเป็นดนตรีที่ชั้นเคยจำได้อยู่เลย เหมือนตอนที่เราเป็นเด็กเลย
 
 
แล้วก็มารำพึงรำพันต่อกับตัวเองครับ It’s hard to admit that everything just takes me back to when you were there. มันยากแต่ก็ต้องยอมรับว่า (admit that) ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมานั้น สุดท้ายมันก็พาชั้นวนกลับมาหาตอนที่ชั้นเคยมีเธอ มันเป็นรูปของอดีตครับ เค้าไม่เคยทิ้งมันไป ก็ยังคงเก็บมันไว้ลึกๆในใจ แต่อันนี้เค้าไม่ได้บรรยายไว้ครับว่า everything นี้มีอะไรบ้าง แต่ถ้าอาศัยบริบทจากเพลงก็น่าจะหมายถึง ไม่ว่าจะเลิกกันไปนานแล้วและชีวิตของชั้นในรูปแบบที่ปราศจากเธอนั้นจะผ่านมาในรูปแบบไหน แต่สุดท้ายมันก็ยังวนมาถึงเธออยู่ดี แม้เราจะเลิกกันไปแล้ว เธอเคยทิ้งชั้นไปแล้ว ชั้นก็คงต้องปล่อยเธอไป แต่ส่วนหนึ่งในตัวชั้นก็ยังคงเก็บเธอไว้ (a part of me keeps holding on) just in case it hasn't gone คือถึงแม้จะเลิกกันไป แต่สุดท้ายลึกๆก็ยังหวังไว้ว่ามันไม่ได้หมดไปจริงๆซะทีเดียว เผื่อไว้ว่าวันนึงเธอจะกลับมา งี้ ถึงจะจบ แต่ก็ไม่ยอมให้จบหมดไปทั้งหมด แบบนี้หมายความว่าชั้นยังคงแคร์อยู่สินะ เลยย้อนถามเธอบ้างว่า แล้วเธอล่ะ ยังแคร์อยู่รึเปล่า?
 
 
เพลงนี้โดยความหมาย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องคนรักครับ ใช้ในความสัมพันธ์ได้ทั้งหมดที่อยู่ในบริบทเดียวกัน ทั้งเพื่อน เพื่อนร่วมงาน และครอบครัว เพราะแม้แต่ไอเดียในการแต่งเพลงนี้ของ Adele บอกว่า main theme หลักๆแล้วเป็นเรื่องของการระลึกถึงความหลังครับ ในสัมภาษณ์ที่เธอเคยให้ไว้ยังยกตัวอย่างเรื่องเพื่อนที่มาเจอกันในวันรวมรุ่นตอนอายุห้าสิบแล้วระลึกถึงความหลังกันเลย ในคลิปที่แปะให้ชมด้านบน Adele เองก็บอกกับผู้ชมว่าผู้ชมข้างล่างก็ทำให้เธอนึกถึงตอนที่เธอยังเด็กเหมือนกัน BRIT Award เธอก็เคยเป็นคนมาร่วมงานเคยอยู่ข้างล่างมาเหมือนกัน จังหวะที่เธอร้องช่วงที่พูดว่า Let me photograph you in this light เธอสื่อออกมาจากความรู้สึกของตัวเองในสถานการณ์นี้จริงๆที่เธออยู่บนเวทีและกำลังร้องเพลงให้ทุกคนฟัง ได้เห็นทุกคนข้างล่างและข้างบนนั้น เป็นภาพความทรงจำที่จะเป็นเหมือนภาพยนตร์ฉากนึงในชีวิตของเธอ สองมือของเธอกางผายออกมาเหมือนอยากจะเก็บสิ่งนี้เอาไว้ รู้สึกตามได้เลยจริงๆครับ
 
 
 
เวอร์ชั่นที่ทำให้ได้รู้จักเพลงนี้ครับ
 
 
ความทรงจำที่ไม่ดี ถึงแม้จะปกป้องเราจากบางสิ่งบางอย่าง แต่ก็ขวางกั้นบางสิ่งบางอย่างเช่นกันครับ หากเป็นไปได้ ลองหาเวลาทำความรู้จักกับความทรงจำที่ไม่ดีของเรา พิจารณาว่ามันปกป้องเรายังไง แล้วเราจะได้ความรู้จากมัน เพื่อที่จะก้าวต่อไป
 
 
 
Have a wonderful photograph krub :)
 
 
 
 
ส่วนนี่เป็นโคฟเวอร์ที่ชอบที่ชอบครับ :)
 
 
 
 
 
<< เพลงที่แล้ว : Freedom! '90 : Anna Kendrick Never Enough : Loren Allred : เพลงถัดไป >>



Create Date : 11 กรกฎาคม 2561
Last Update : 29 มกราคม 2563 15:57:33 น.
Counter : 1348 Pageviews.

2 comments
  
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 กรกฎาคม 2561 เวลา:14:15:48 น.
  
แปลได้ดีมากเลยค่ะรบกวนช่วยแปลเพลง never enough ที่ประกอบหนังเรื่องthe greatest showman ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
โดย: วิรัชนี IP: 125.24.71.84 วันที่: 10 สิงหาคม 2561 เวลา:22:15:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]





สงวนลิขสิทธิ์
กรกฏาคม 2561

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog