แปลเพลง - Secret - One Republic - ความลับที่พร้อมจะเผยออกไป (ในแนวทางที่แตกต่าง)

ฉากในหนังที่โรแมมติกที่สุดสำหรับคุณคือฉากไหนจากเรื่องอะไรครับ?

วันนี้เป็นเพลงที่มีคนแนะนำมาครับ น้องชายบอกว่าเพลงนี้มาจากฉากที่โรแมนติกที่สุดสำหรับเค้าเลย นางเอกมาหาพระเอกที่ห้องทดลองเทสล่าทำให้พระเอกได้โชว์ผลงานของเขาที่สื่อความว่าเขาก็ติดตามผลงานของเธออยู่ด้วย สองคนได้มีโอกาสอยู่ในกรงอันปลอดภัยจากกระแสไฟสปาร์คที่ถูกปล่อยออกมาจากเทสล่าคอยล์ ใช่ครับ ฉากนี้มาจากหนังเรื่อง The Sorcerer's Apprentice เพลงประกอบในฉากนี้ชื่อ Secret จาก One Republic ครับ 

หลายคนเข้าใจว่าเพลงนี้เป็นเพลงรักครับ ผมเองก็คนนึงละ ตอนได้ยินผ่านๆครั้งแรกเคยเดาไปว่าชั้นรักเธอมากจนยอมบอกความลับทุกอย่างให้เธอฟัง ไม่ใช่เพลงรักแต่ก็เกือบๆครับ เอามาใช้ในฉากโรแมนติกได้เพราะเนื้อหากับเมโลดี้ไปได้ ใจความหลักๆคือเค้าอยากเป็นคนสำคัญจนต้องหาเรื่องอะไรมาพูดมาบอกเล่า แต่เรื่องที่เค้าจะนำมาบอกเล่าต่อไปนี้ต้องเป็นเรื่องจริงเท่านั้นแม้เรื่องที่จะนำมาเล่านั้นคือความลับทุกอย่างของเค้าเพราะเค้าเหนื่อยหน่ายกับความไม่จริงใจแล้ว 

เพลงนี้มีความเป็นกลอนสูงมากครับ อย่างที่เคยบอกในงานแปลเก่าๆของบล๊อคนี้ว่าเพลงนั้นเป็นร้อยกรอง (ร้อยกรองในภาษาอังกฤษมีสัมผัสน้อยกว่าภาษาไทย) แต่เพลงนี้ทะลุความเป็นร้อยกรองออกมาสูงมากกว่าเพลงที่เคยแปลซะจนผมต้องกลับไปอ่านเรื่องสัมผัสของกลอนในภาษาอังกฤษใหม่ก่อนที่จะมาแปลเพลงนี้ (สนิมขึ้น ^^') เพลงนี้เลยเป็นเพลงที่ใช้เวลาแปลนานมากเพลงนึงของผมเลย ตัวเพลงเป็นกลอนเกือบตลอดทั้งเพลง และยังนำกลอนอื่นมาสอดแทรกระหว่างเพลง ทำให้เพลงนี้มีการแปลความหมายไปหลายทิศทางมากครับ ที่ผมแปลนี้ถือว่าเป็นทิศทางใหม่อีกทิศทางนึงเลย โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านครับ :)


Thanks Disney Movie Trailers for this Youtube video




Secret - One Republic

I need another story
Something to get off my chest
My life gets kinda boring
Need something that I can confess

'Til all my sleeves are stained red
From all the truth that I've said
Come by it honestly I swear
Thought you saw me wink, no
I've been on the brink, so

Tell me what you want to hear
Something that'll light those ears
I'm sick of all the insincere
I'm gonna give all my secrets away

This time
Don't need another perfect lie
Don't care if critics ever jump in line
I'm gonna give all my secrets away

My God
Amazing how we got this far
It's like we're chasing all those stars
Who's driving shiny big black cars

And everyday I see the news, all the problems that we could solve
And when a situation rises, just write it into an album
Send it straight to gold
but I don't really like my flow, no so

Tell me what you want to hear
Something that'll light those ears
I'm sick of all the insincere
I'm gonna give all my secrets away

This time
Don't need another perfect lie
Don't care if critics ever jump in line
I'm gonna give all my secrets away

Oh, got no reason, got no shame
Got no family I can blame
Just don't let me disappear
I'm gonna tell you everything

So tell me what you want to hear
Something that'll light those ears
I'm sick of all the insincere
I'm gonna give all my secrets away

This time
Don't need another perfect lie
Don't care if critics ever jump in line
I'm gonna give all my secrets away

So tell me what you want to hear
Something that will light those ears
I'm sick of all the insincere
So I'm gonna give all my secrets away

This time
Don't need another perfect lie
Don't care if critics ever jump in line
I'm gonna give all my secrets away

All my secrets away
All my secrets away


เวอชั่นที่ชอบครับ ดูน้องแสดงสีหน้าแล้วอินมาก Thanks Maddi Jane for this Youtube video




ความลับ

ชั้นต้องมีเรื่องอีกซักเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ระบายความรู้สึกของชั้นได้
เพราะชีวิตชั้นมันน่าเบื่อ เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องจริงที่ทะลุออกมาจากใจจนทำให้เสื้อของชั้นเปรอะไปด้วยเลือด เป็นเรื่องที่ชั้นสามารถจะสาบานได้ว่าเป็นเรื่องจริง เธอคิดว่าชั้นพูดเล่นเหรอ เปล่าเลยชั้นจริงจัง

บอกชั้นสิเธออยากได้ยินอะไร 
สิ่งที่เธอได้ฟังแล้วพอใจ 
เหนื่อยหน่ายกับการที่ไม่จริงใจ 
ตอนนี้ชั้นพร้อมจะเปิดเผยความลับของชั้นออกไป 

ไม่ต้องการโกหกอีกต่อไป 
ไม่สนแล้วจะถูกวิจารณ์ว่าไง 
ชั้นจะเผยความลับทั้งหมดของชั้นออกไป

โอ้... 
น่าแปลกใจจริงเรามาได้แสนไกล
เหมือนกับเรากำลังไล่ตามดารา
ที่กำลังขับรถลีมูซีน 

        จากข่าวทุกวันที่ชั้นได้ดู 
        จากทุกปัญหาที่เราแก้ไข
        สถานการณ์เกิดขึ้นมากมาย
        แค่เขียนลงไปแล้วทำเป็นเพลง
        ส่งขายออกไปให้ได้เงินมา
        นี่กลอนอะไรไม่เข้าท่าเลย... ไม่เลย... ดังนั้น...

บอกชั้นสิเธออยากได้ยินอะไร 
สิ่งที่เธอได้ฟังแล้วพอใจ 
เหนื่อยหน่ายกับการที่ไม่จริงใจ 
ตอนนี้ชั้นพร้อมจะเปิดเผยความลับของชั้นออกไป

ไม่ต้องการโกหกอีกต่อไป 
ไม่สนแล้วจะถูกวิจารณ์ว่าไง 
ชั้นจะเผยความลับทั้งหมดของชั้นออกไป

        ไม่มีเหตุผล หรือเรื่องให้อาย
        เรื่องแย่ของครอบครัว ไม่มีให้โทษ
        แต่อย่าให้ชั้น ไม่มีตัวตน
        ชั้นยอมบอกเธอ ทุกสิ่งอย่างเลย

บอกชั้นสิเธออยากได้ยินอะไร 
สิ่งที่เธอได้ฟังแล้วพอใจ 
เหนื่อยหน่ายกับการที่ไม่จริงใจ 
ตอนนี้ชั้นพร้อมจะเปิดเผยความลับของชั้นออกไป

ไม่ต้องการโกหกอีกต่อไป 
ไม่สนแล้วจะถูกวิจารณ์ว่าไง 
ชั้นจะเผยความลับทั้งหมดของชั้นออกไป

บอกชั้นสิเธออยากได้ยินอะไร 
สิ่งที่เธอได้ฟังแล้วพอใจ 
เหนื่อยหน่ายกับการที่ไม่จริงใจ 
ตอนนี้ชั้นพร้อมจะเปิดเผยความลับของชั้นออกไป

ไม่ต้องการโกหกอีกต่อไป 
ไม่สนแล้วจะถูกวิจารณ์ว่าไง 
ชั้นจะเผยความลับทั้งหมดของชั้นออกไป

ความลับทั้งหมดของชั้นเลย
ความลับทุกอย่างของชั้นเลย


อันนี้แถมครับเพราะเฮียแกเก่งจริงๆ (video link นี้ถูกเซ็ทเป็น private แล้วครับ ดูไม่ได้แล้ว งั้นเปลี่ยนเป็นของ Jayesslee ก็แล้วกันนะครับ :)




อรรถาธิบาย

เนื่องจากเพลงนี้มีความเป็นกลอนสูงซึ่งมีการลงจังหวะกลอน ทำให้ต้องมีการตัดประโยคออกไปขึ้นจังหวะในท่อนใหม่ เป็นผลให้ข้อความในประโยคเดียวกันที่สมบูรณ์ถูกแบ่งไปอยู่กันคนละ verse ของเพลงซึ่งถ้าหากเราแปลแยกกันเหมือนอย่างที่แยกกันตามเนื้อเพลงแล้ว (เพราะถูกจังหวะเพลงและจังหวะกลอนบังคับให้แยก) จะทำให้ความหมายที่แปลกลายเป็นคนละเรื่องได้ครับ ดังนั้นผมจึงแปลโดยเน้นที่ใจความที่จับได้จากประโยคที่สมบูรณ์เป็นหลัก
  • I need another story บอกกับเราได้ว่าเค้าเคยมี story อื่นๆมาแล้ว และตอนนี้ "จำเป็น" ต้องมีเรื่องใหม่อีกซักเรื่อง

    need ต่างกับ want ตรงที่ want น่ะแค่อยาก แต่ไม่มีก็ได้ แต่ need น่ะจำเป็น ไม่มีไม่ได้ครับ we need a house. we want a big luxury house.

  • ต้องบอกก่อนว่าประโยคยาวๆทั้งสอง verse แรกของเพลงคือเรื่องเดียวกันครับ ตั้งแต่ I need another story จนถึง I've been on the brink, so อย่างที่บอกว่ามันถูกตัดออกจากกันเพราะจังหวะของเพลงและจังหวะของกลอน แต่มันก็ยังเป็นเรื่องเดียวกันดังนั้นความหมายของมันต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน - เรื่องใหม่ที่เค้าต้องการนี้ (another story) ต้องเป็นเรื่องจริงที่เค้าจะสามารถพูดกับคนอื่นว่าชั้นสาบานได้ว่าเป็นเรื่องจริง (come by it honestly I swear) ซึ่งเรื่องนี้จริงจากใจ สารภาพออกมาจากใจจนกระทั่งเลือดซึมออกจากจนเปียกแขนเสื้อ (I can confess 'til my sleeves are stained red from all the truth that I've said - ตรงนี้ก็เป็นกลอน) แต่เค้าก็ไม่มีเรื่องแบบนี้เลยครับ จะทำไงได้ ก็ในเมื่อ my life gets kinda boring ชีวิตมันไม่มีอะไรตื่นเต้น มันน่าเบื่อ (ตรงนี้เค้าก็ยกไปอธิบายต่อใน Oh, got no reason, got no shame, got now family I can blame) ดังนั้นมันจะมีอะไรให้เล่าได้อีกครับนอกจาก "ความลับของตัวเอง"

  • Thought you saw me wink, no I've been on the brink การขยิบตานั้นเหมือนกับเรื่องนั้นเป็นเรื่องเล่นๆครับ คิดว่าสิ่งที่ชั้นพูดมาเมื่อกี๊ทั้งหมดนั้นชั้นพูดเล่นยังงั้นเหรอ? (you saw me wink) เปล่าเลย ชั้นน่ะจริงจังเสมอ (brink -ขอบ- หมายถึงความเสี่ยง) ชั้นจริงจังเพราะชีวิตอยู่บนความเสี่ยงมาตลอด (เพราะอธิบายด้วย present perfect) ผมคิดว่าเค้าเลือกใช้คำนี้เพราะสัมผัสลงจังหวะกลอนครับ เพราะจริงๆมันค่อนข้างขัดแย้งกับ my life gets kinda boring คำว่า kinda หมายถึง "ค่อนข้างจะ"

  • จากที่ชั้นพูดมาทั้งหมดเมื่อกี๊ (ว่าอยากมีเรื่องจริงๆซักเรื่องที่จะบอก) เธอบอกชั้นมาหน่อยซิว่าอยากได้ยินเรื่องอะไรหรือเรื่องแบบไหน? (so tell me what you want to hear) เรื่องที่เมื่อมันต้องกระทบ (ผัสสะ) กับโสตะวิญญานเธอแล้วเธอจะพอใจ (something that will light those ears) ถ้าเปรียบกับตาเห็นของอะไรที่ชอบแล้วจะตาเป็นประกาย light those ears ก็เหมือนกันครับ แค่เปลี่ยนจากตาเป็นหู (แต่จะให้ผมแปลว่าหากได้ฟังแล้วหูเป็นประกายก็จะดูน่าเกลียดเกินไปหน่อยครับ ^^') sick คือป่วย ในที่นี้คือเหนื่อยหน่ายกับความไม่จริงใจ (insincere) จนต้องจริงใจจนถึงขนาดยอมเผยความลับทุกอย่างของตัวเอง (give all my secrets away this time) เพราะเค้าก็เคยโกหกมาก่อน (คำว่า this time บอกเราว่าตอนนี้เค้าจะจริงใจ แสดงว่าที่ผ่านมาก็เคย insincere) this time สามารถเอามารวมกับทั้งประโยคนี้และประโยคต่อไปใน verse ต่อไปได้ครับ ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่ามันทำหน้าที่เป็น conjunction ของทั้งสอง verse เลยทำให้มีความหมายได้ในทั้งสอง verse ที่ว่า this time don't need another perfect lie ก็เลยยิ่งยีนยันขึ้นไปอีกว่าเค้าเคยโกหกมาก่อนเหมือนกัน แต่คราวนี้ไม่ต้องการคำโกหกพวกนั้นแล้ว ไม่สนใจด้วยว่าใครจะวิจารณ์ (critics) ว่ายังไง (jump in line กระโดดเข้ามาวิจารณ์) 

  • แล้วก็มาถึงช่วงที่เป็นกลอนครับ ท่อนนี้ผมแปลไม่เหมือนใครเลย ท่อนยาวๆนี้เริ่มตั้งแต่ My God ไปจนถึง no, so จากความเข้าใจของผม เป็นกลอนทั้งหมดที่เค้าร่ายออกมาให้เธอฟังเพื่อ light those ears ครับ แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่ามันไม่เข้าท่า ก็เลยให้เธอบอกหน่อยว่าอยากได้ยินอะไรที่จะทำให้เธอพอใจ รึจะให้ชั้นบอกความลับของชั้นก็ได้ ตรงนี้ผมก็พยายามจะแปลให้มันลงเป็นกลอนนะครับ แต่ก็ทำได้เท่านี้แหล่ะ ^^'

    โอ้... (My God)
    น่าแปลกใจจริง (amazing) เรามาได้แสนไกล (got this far)
    เหมือนกับเรากำลังไล่ตามดารา (chasing those star)
    ที่กำลังขับรถลีมูซีน (shiny big black cars)" 

    ตรงนี้มองออกใช่มั้ยครับ ดวงดาวที่ไหนจะสามารถขับรถสีดำคันใหญ่ที่ส่องประกายแวววาวได้นอกจากดาราที่มีแขนมีขาและเดินอยู่บนพื้นดิน

    นอกนั้นก็ตรงตัวไปเรื่อยๆจนถึง flow ครับ คำว่า flow นี่แหล่ะที่บอกว่าทั้งหมดที่เริ่มต้นมาเมื่อกี๊เป็นกลอนเพราะมันอธิบายการไหลของการร่าย

  • Oh, got no reason, got no shame ตรงนี้เค้าอธิบายถึงเรื่องอื่นที่เค้าต้องการนั่นแหล่ะครับ เรื่องจริงจากใจอะไรซักเรื่อง แต่ว่าชีวิตเค้ามันน่าเบื่อ ไม่มีเหตุผลหรือเรื่องน่าอายอะไรที่จะเอามาเล่า got no family I can blame หรือแม้แต่เรื่องแย่ๆในครอบครัวจะให้โทษเลย แต่อย่าให้ชั้นหายไปเลยนะ (just don't let me disappear) คืออยากเป็นคนสำคัญ อยากมีเรื่องเล่าให้ทุกคนฟัง อย่าหมางเมินชั้นเหมือนชั้นไม่มีตัวตน ชั้นยอมบอกความลับของชั้นแล้ว 

Source: ralphjay14 Youtube Channel



ใครๆก็ต้องการเป็นคนสำคัญ อยากให้คนรอบข้างเข้าใจสนใจด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นการทำดีต่อกันด้วยความจริงใจน่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำนะครับ ซึ่งถ้าเราจริงใจอยู่เสมอก็อาจจะไม่ต้องถึงขนาดยอมเอาความลับมาเปิดเผยเลยก็ได้ :D

ผมเองยังไม่เคยคิดเลยว่าฉากไหนในหนังเรื่องอะไรโรแมนติกที่สุดสำหรับผมครับ แต่ก็ชอบฉากที่คิดว่าโรแมนติกในหนังอยู่หลายเรื่อง อย่างฉากเดทกันในสถานที่เดียวกันแต่คนละเวลาของ iL Mare และฉากทำอาหารทานกันแต่คนละเวลาของหนังเรื่องเดียวกัน (แม้จะดูเหงาๆทั้งสองฉาก) ฉากการเดทและวาดหมู่ดาวแคสสิโอเปียบนแขนของนางเอกในเรื่อง Serendipity บทสนทนาและฉากเลิฟซีนที่นุ่มนวลของ Meet Joe Black ฉากทานอาหารเย็นและเต้นรำบนดาดฟ้าที่พักใน Kate & Leopold หรือฉากที่อวี๋ชิวหนานตัดผมให้หยางชงโถวในห้องพักโรงพยาบาลจาก Fly me to Polaris และอีกหลายๆเรื่องที่ไม่ได้เอ่ยถึง แต่ถ้าจะต้องตอบตอนนี้ คิดว่าคำตอบน่าจะเป็นฉากที่ข่งฉือชวนเนี่ยฟงไปเล่นที่สุสานกระบี่จากเรื่องฟงอวิ๋นครับ ทำให้ประทับใจและช๊อคได้ในเวลาไม่นานเพิ่งทำให้ยิ้มได้ไม่กี่นาทีคนดูก็ถูกข่งฉือทำให้อกหัก ความรักของชนชาติไหนก็โรแมนติกทั้งนั้นแหล่ะครับ แต่สำหรับผม ชอบลายเส้นโครงหน้าอันอ่อนช้อยสวยซึ้งของชาวเอเชียมากกว่าน่ะครับ ^^'

แล้วคำตอบสำหรับคุณคืออะไรครับ?



<< เพลงที่แล้ว : A Step You Can't Take Back - Keira Knightly  Eyes Open - Taylor Swift : เพลงถัดไป >>




Create Date : 21 สิงหาคม 2557
Last Update : 27 มิถุนายน 2558 10:06:12 น.
Counter : 13365 Pageviews.

20 comments
  
งานใหญ่ตามเคยนะครับ ไว้กลับมานั่งอ่านเงียบๆอีกที
ขอบคุณที่ไปอ่านงานแปลที่บล็อก ชอบแปลงานเก่าๆ
แบบคร่ำคร่า มันขึ้นใจอยู่แล้ว

เหมือนผม สาวเอเชียมีเสน่ห์ล้ำลึกกว่าชาติอื่น โดย
เฉพาะสาวไทย

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
blueberryblossom Photo Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog

แซงตุณตุ๊กโคราช

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 21 สิงหาคม 2557 เวลา:16:03:09 น.
  
แปลได้ดีมากๆคะ ขอบคุณคะ
โดย: JM Network IP: 182.52.61.246 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:13:33:58 น.
  
สนุกมากกกเลย แปลได้ดีมากคับบบบ
โดย: Supakrit IP: 182.52.61.246 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:13:47:22 น.
  
สนุกมากเรยยย เเปลได้ดีมากเลยครับบ ถูกใจมากกกก
โดย: best IP: 182.52.61.124 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:13:55:49 น.
  


ส่งยิ้มมาทักทายก่อน :)

แปลเก่งค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ ได้อีกมุมมองด้วย
บทแปลของคุณแตกต่างก็ตรง ‘อรรถาธิบาย’ เนี่ยแหละค่ะ
ชอบนะ เหมือนนั่งคุยกันเนอะ

เพลงกับหนังลงตัวค่ะ
ฉากที่คุณเลือกมาเหมือนธรรมดานะคะ แต่ลึกซึ้งทีเดียว
แต่เราดันคุ้นคลิปแถมซะงั้น เคยดูที่ Vube น่ะแหละ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
Tui Laksi Food Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:11:22:44 น.
  
สวัสดีค่ะ เพลงเพราะสะใจดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับความหมายค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:16:05:44 น.
  
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ
มาลงชื่อไว้ก่อนค่ะ พรุ่งนี้มาอีกทีค่ะ
คืนนี้นอนหลับฝันดีนะคะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:22:04:15 น.
  
อรุณสวัสดิ์ค่ะ
มาส่งกำลังใจจ้า..
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 24 สิงหาคม 2557 เวลา:10:01:05 น.
  
ได้รู้ความหมายของเนื้อเพลง ได้รู้ศัพท์ต่างๆ
โดย: saowalak IP: 118.172.51.31 วันที่: 26 สิงหาคม 2557 เวลา:16:06:33 น.
  
แวะมาเยี่ยมครับ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 26 สิงหาคม 2557 เวลา:18:23:23 น.
  
บ่เป็นหยังหรอก ว่างก็คุย ว่างก็เยี่ยม
ไม่ว่างก็รีบเก็บๆทำให้ว่างละกัน เนอะ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:21:22:51 น.
  
ชอบช่วงที่พระเอกกับนางเอกโต้ตอบอีเมล์
ตอนที่พระเอกยังไม่รู้ว่านางเอกคือใครจากเรื่อง
you have got mail ค่ะ ^^

สมัยก่อนดูหนังถี่มาก ตอนนี้แทบไมไ่ด้ดูเลยนะคะ
ล่าสุดไปดูที่โรงก็ Sex and The City 2 ค่ะ

==========================

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ทนายอ้วน Travel Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog

โดย: ปรัซซี่ วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:21:26:10 น.
  
เพลงเพราะทั้งสามเวอร์ชั่นเลยค่ะ
ชอบเวอร์ชั่นแรกที่สุด ชอบออกร๊อคๆหน่อยนะคะ ภาพในเอ็มวีก็เข้ากั๊นเข้ากัน
เวอร์ชั่นสอง เห็นแล้วนึกถึงน้องวี ไวโอเลต ที่ประกวด the voice thailand ปีที่แล้ว ตอนร้อง leaving on the jet plane
ส่วนเวอร์ชั่นสาม เล่นได้เทพมาก
เพิ่งรู้จักเพลงนี้ก็จากบล๊อกนี้แหละค่ะ
ฟังไปหลายรอบ เริ่มชอบซะแล้วสิ ^^

ฉากในหนังที่โรแมนติกที่สุดของเวเลซ
อืม นึกไม่ออกค่ะ
ไม่ค่อยได้ดูหนัง ^^

ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ
โดย: VELEZ วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:21:34:56 น.
  
ดีใจที่ชอบให้พาเที่ยวค่ะ
ขอบคุณสำหรับความห่วงใยและคะแนนโหวตค่ะ

โดย: พี่ตุ๊กคร้าบบบบ (tuk-tuk@korat ) วันที่: 4 กันยายน 2557 เวลา:13:54:07 น.
  
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะไปทักทาย
และคะแนนโหวตด้วยจ้า.. ^__^
โดย: เนินน้ำ วันที่: 5 กันยายน 2557 เวลา:15:24:25 น.
  
สวัสดีคุณเจ้าของบล็อกค่ะ ^^~

เพิ่งมารู้ทีหลังว่าประกอบหนังเรื่อง The Sorcerer's Apprentice ก็ตอนที่อยากหาเวอร์ชั่น Cover ฟัง แล้วไปเจอ MV ตัวที่เป็น Soundtrack เข้า

พอดีว่าชอบเพลงของวง OneRepublic อยู่แล้วอ่าค่ะ ชอบเสียงเครื่องสายของเพลงนี้มากค่ะ (เชลโล่กับไวโอลิน) ส่วนใหญ่ก็แปลเอาเองแบบมึนๆ

แต่สำหรับเพลงนี้ จัดว่าชอบมากๆๆๆๆ แต่ยังคงงงๆ กับความหมาย เลยหาอ่านสำนวนการแปลของเว็บแปลเพลงมาตลอด เพิ่งมาเจอบล็อกนี้แหละ ที่แปลได้ get ที่สุดแล้ว (เก่งจัง) ตรงอรรถาธิบายทำให้เข้าใจกระจ่างมากเลยค่ะ คิดไว้เหมือนกันว่าต้องเป็นกวีบ้างแหละ เพราะเห็นสัมผัสนอก-ใน ในแต่ละ verse แล้วก็ใช่จริงๆ ด้วย

ขอบคุณสำหรับความพยามยามมากๆ เลยนะคะ เห็นบอกว่าใช้เวลาแปลนานใช้ได้เลย ^^

ส่วนฉากโรแมนติกที่คุณเจ้าของบล็อกถามมา ชอบตอนจบของเรื่อง Flipped (ปี 2010) ค่ะ ตอนที่ Bryce มาง้อ Juli ที่บ้าน ด้วยมาขุดหลุมปลูกต้นไม้ที่เธอชอบในสนามหญ้าหน้าบ้านเธออ่ะค่ะ แค่ตอนที่ทั้งคู่ช่วยกันโกยดินกลบหลุม แล้ว Bryce ก็เอามือตัวเองทับมือของ Juli ไว้ แล้วทั้งคู่ยิ้มให้กันเบาๆ อ่ะค่ะ น่ารักใสๆ เหมาะกับวัยของทั้งคู่ดี แค่นี้ก็โรแมนติกแล้วววววว ^_^
โดย: ธีร์เค IP: 203.113.98.114 วันที่: 16 ธันวาคม 2557 เวลา:15:36:29 น.
  
สวัสดีคุณธีร์เคครับ

ขอบคุณมากครับ you really made my day :)

ถ้าชอบเชลโล่ แนะนำหนังเรื่อง If I Stay ครับ นางเอกเล่นเชลโล่ (เธอฝึกเล่นอยู่ 7 เดือนเพื่อเล่นหนังเรื่องนี้!!) เพลงประกอบเพราะมากและมีหลายเพลงด้วย (ถ้าชอบหนังดราม่านะครับ ^^') ผมคงจะต้องแปลเพลงในหนังเรื่องนี้แน่ๆ :D

Flipped ยังไม่เคยดูเลยครับ คงต้องไปหามาดูซะแล้ว :)

แวะมาเยี่ยมบ้างนะครับ :)

โดย: Karz วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:6:41:29 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณ Karz

เรื่อง If I stay อยากดูมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ แต่คงต้องรอแผ่นอย่างเดียว เคยเข้าไปฟัง Soundtrack มาแล้ว เพราะดีเนอะ ^_^ ชอบน้องโคลอี้ด้วย

ส่วนเรื่อง Flipped ถ้าดูจบแล้ว รีวิวให้อ่านบ้างนะคะ ^^~
เพลง Let it be me ในตอนจบ (ฉากที่ปลูกต้นไม้) ก็เพราะมากเลยค่ะ

แล้วจะมาใหม่นะคะ
โดย: ธีร์เค IP: 203.113.98.114 วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:15:40:21 น.
  
คุณธีร์เคครับ :)

เพลงใน If I Stay แปลแล้วเพลงนึงเมื่อตอนเที่ยงครับ :D พูดถึงหนังนิดหน่อยด้วยครับ เข้าบล๊อกผมง่ายๆตามนี้ครับ //karz.bloggang.com

เรื่อง Flipped คงต้องดูแน่ๆครับ :)


โดย: Karz วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:16:11:58 น.
  
ขอบคุณครับ ดีมากเลยครับ
โดย: โจ้ IP: 49.229.108.144 วันที่: 19 ตุลาคม 2560 เวลา:1:47:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 117 คน [?]






สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog