แปลเพลง - Not About Angels - Birdy - The Fault in Our Stars OST

กว่าที่คุณจะรู้จักความสุข ต้องรอให้เห็นทุกข์ก่อนรึเปล่าครับ?

The Fault in Our Stars เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาจากนิยาย adult realistic novel ภายใต้ชื่อเดียวกันครับ ผู้แต่งชื่อ John Green ตีพิมพ์เมื่อต้นปี 2012 และได้สร้างเป็นภาพยนต์สองปีหลังจากนั้น แรงบันดาลใจได้จากการที่ผู้แต่งเข้าไปทำงานด้านศาสนาในโรงพยาบาลเด็กและได้เห็นว่าเด็กๆที่ป่วยมากเหล่านี้ก็มีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับพวกเราทุกคน มีความรักและความรู้สึกเหมือนกับพวกเราทุกคน และเค้าก็อยากจะสื่อมุมมองและความรู้สึกนี้ผ่านงานเขียนของเขา ชื่อหนังในภาษาไทยตั้งชื่อว่าดาวบันดาล (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ซึ่งก็สามารถใช้ได้เพราะถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า ผิดที่ดาวของเรา ชื่อเรื่อง The Fault in Our Stars นี้เป็นชื่อที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบทพูดในละครของเช็คสเปียร์เรื่องจูเลียสซีซ่าร์ครับ บทที่พูดว่า “The fault, dear Brutus, is not in our stars, But in ourselves, that we are underlings.” แต่เรื่องนี้จงใจโทษดาว เหมือนที่เพลงพี่เบิร์ดว่าไว้มังครับ ต้องโทษดาว งี้

หนังสื่อความได้สวยงามครับ เรียกน้ำตาได้หลายฉากและฝากคำถามสำคัญๆของชีวิตไว้หลายข้อ แถมยังมีเพลงประกอบเพราะๆอีกหลายเพลง เพลงนี้ก็เพราะนะครับแต่ก็เป็นเพลงที่เศร้ามาก มีเนื้อหาตัดพ้ออยู่พอสมควรทีเดียว เชิญพิจารณาได้ในช่วงอรรถาธิบายครับ



Thanks Birdy for your sadly beautiful Youtube video.




NOT ABOUT ANGELS - Birdy

We know full well there's just time
So is it wrong to dance this line?
If your heart was full of love
Could you give it up?

'Cause what about, what about angels?
They will come, they will go, make us special oh oh oh

Don't give me up
Don't give,
Me up

How unfair, it's just our luck
Found something real that's out of touch
But if you'd searched the whole wide world
Ho oh oh would you dare to let it go?

'Cause what about, what about angels?
They will come, they will go, make us special oh oh oh

Don't give me up
Don't give,
Me up

'Cause what about, what about angels?
They will come, they will go, make us special

It's not about not about angels, angels




ไม่เกี่ยวกับเทพหรอก

เราต่างก็รู้ดีว่าเพียงแค่รอเวลา 
มันจะผิดมั้ยหากเรายังฝืนไปต่อ
หากเธอมีความรักมากถึงขนาดนี้ 
เธอจะยอมทิ้งมันไปมั้ยเธอ?

ไหนล่ะเหล่าเทพเทวาทั้งหลาย
ที่ใครเคยบอกไว้จะช่วยเหลือเรา
ชั้นอยู่ตรงนี้พวกท่านเห็นรึเปล่า
โปรดอย่าทิ้งชั้นช่วยเหลือชั้นหน่อย

ไม่ยุติธรรมเลยโชคของสองเรานี้
ทั้งที่เจอรักแท้แต่ไม่อาจคว้าได้
หากเธอต้องค้นทั้งโลกจึงจะหาพบ
แล้วเธอจะกล้าปล่อยไปมั้ยเธอ?

ไหนล่ะเหล่าเทพเทวาทั้งหลาย
ที่ใครเคยบอกไว้ว่าจะมาคอยช่วยเหลือเรา
ชั้นอยู่ตรงนี้พวกท่านเห็นรึเปล่า
โปรดอย่าทิ้งชั้นช่วยเหลือชั้นหน่อย

ไหนล่ะเหล่าเทพเทวาทั้งหลาย
ที่ใครเคยบอกไว้จะช่วยเหลือเรา
ชั้นอยู่ตรงนี้พวกท่านเห็นรึเปล่า
จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกับเทพเลย...




อรรถาธิบาย

อารมณ์เพลงนี้คือกำลังตัดพ้อกับคนที่อยู่ตรงหน้าเราและแกล้งตัดพ้อทวยเทพเพื่อประชดคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยครับ เพลงนี้ไม่มีปรัชญาแฝงอะไรดังนั้นเราไม่ต้องลงลึกเรื่องปรัชญาชีวิต เพียงแค่อธิบายความรู้สึกและความหมายจากภาษาที่ใช้ก็พอครับ
  • we know full well, full ขยาย well ครับคือ know well ธรรมดาไม่พอ ยัง full ด้วย ทำให้หมายถึงรู้อยู่เต็มอก รู้อยู่เต็มอกว่า there's just time มีแค่เวลา เวลาตรงนี้สื่อความรู้สึกว่า มันเหลื่อแค่เรื่องเวลาเท่านั้นที่สำคัญ น่าประหลาดใจมั้ยครับ สำหรับสิ่งที่คำว่า just นำมาด้วย ดังนั้นตรงนี้ความหมายจึงเหมือนกับว่า เราทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าเราแค่รอเวลา คือรอเวลาที่มันจะสิ้นสุดลง ที่เราจะปล่อยไป (ตรงนี้เราทราบได้จากประโยคถัดๆไปครับ)

  • so is it wrong to dance this line? ดังนั้นจะผิดมั้ย?​ so เลยมีความหมายไปในทางฝีนครับ เพราะทั้งๆที่รู้ดีกันอยู่แล้ว แต่ก็ยังจะ dance this line ตรงนี้น่าสนใจมากครับ ทั้งๆที่สามารถใช้คำว่า go และ way ได้ (so is it wrong to go this way?) แต่คำว่า go และ way ไม่สามารถสื่อกิริยาและอารมณ์ให้เราเห็นได้ในขณะที่ dance นั้นเต็มไปด้วย movement มากมายที่เป็นไปได้ทั้งหลายจังหวะและอารมณ์พร้อมๆกัน ดังนั้น go along จึงต่างกับ dance along อย่างสิ้นเชิงครับ การใช้ dance เพียงคำเดียวตรงนี้ทำให้เราได้ information มากมายในความสัมพันธ์ของคนทั้งสองคนนี้ เพราะการที่เราจะ dance กับใครซักคนนั่นคือเราต้องยอมให้เค้าเข้ามา dance กับเราด้วย มันเป็นเรื่องความความเชื่อใจ ความสัมพันธ์ มันมีอารมณ์ มันมีความรู้สึก และจากแค่เพียงสองบรรทัดนี้ก็ทำให้เราได้ข้อมูลมากพอที่จะรู้สึกได้ว่าเค้าอาจจะ been dancing together มานานจนผ่านพบอะไรมาแล้วในที่สุดก็มาเจออะไรเข้าสักอย่าง อะไรที่ทำให้พวกเค้าเหลือเพียงแค่รอเวลาที่จะจบกันไป (ทั้งๆที่ยังรัก) --- ทราบได้จาก something real (ซึ่งอะไรสักอย่างที่ทำให้พวกเขารอเวลาอยู่นี้ก็คือ... ไม่บอกครับ ให้ไปหาคำตอบในหนังกันเอาเอง :D)

  • if you heart was full of love, could you give it up? ตรงนี้เป็นคำถามที่คนถามต้องการเน้นความรู้สึกให้คนฟังเข้าใจความรู้สึกของตัวคนถามเองด้วยครับ อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอรักชั้นมากเท่ากับที่ชั้นรักเธอรึเปล่า ถึงต้องถามว่า ถ้าเธอรักชั้นมากเท่ากับที่ชั้นรักเธอ เธอยังจะทิ้งความรักนี้ไปมั้ย? ตรงนี้ได้มาจาก was full of love ครับ เพราะไม่แน่ใจเลยต้องใส่ if และยังไม่รู้ว่ารักเท่ากับชั้นรึเปล่า เพราะของชั้นมัน full of love เลยทีเดียว ซึ่งถ้าเธอรู้สึกเหมือนชั้นว่าความรักมันมากล้นถึงเพียงนี้ เธอยังจะปล่อยมันทิ้งไปมั้ย? เธอยังจะยอมทิ้งเลิกพยายามมั้ย?

    give up แปลว่ายอมแพ้ครับ ยอมยกให้ ยอมทิ้ง หยุดทำ เลิก ละทิ้ง เลิกพยายาม ลองพูดตามนะครับ give it up, give me up, give him up, give them up, ที่ยกมาหลายตัวเพื่อจะให้ลอง feel ความรู้สึกดูครับ เมื่อลอง feel ความรู้สึกดูแล้วจะเห็นว่า ตรง it, me, him, them นั้น มันคือการเน้นเท่านั้น ความหมายหลักของคำแปลยังคงเป็น give up เหมือนเดิม เพียงแต่เน้นที่ it, me, him, them เท่านั้นเอง ดังนั้นหากจะแปลว่า ยอมมัน ยอมฉัน ยอมเขา ยอมพวกเขา ก็จะทำให้ขัดกับความรู้สึกทันที ในเพลงนี้ give up จะหมายถึงการยอมเลิกพยายามครับ เพราะเค้ารู้อยู่เต็มอกว่าระหว่างเราเหลือแค่รอเวลาเท่านั้น จะยอมเลิกกันไปเลยมั้ย? รึว่าจะลองฝืน dance this line กันไปต่อ?

  • พอถามเค้าออกไปแล้วก็เริ่มตัดพ้อครับ what about angels? ไหนล่ะทวยเทพทั้งหลาย? ตรงนี้เป็น culture ครับซึ่งมีอยู่ในทุกเชื้อชาติศาสนา ทุกคนเชื่อเพราะเคยได้ยินมาว่าโลกเรามีเหล่าทวยเทพอยู่ทั่วทุกแห่ง ใน culture ของเค้าเชื่อว่าทวยเทพนั้นจะคอยไปๆมาๆ ปกป้อง ส่งเสริม หรือช่วยเหลือคนอยู่ทั่วไปซึ่งตรงนี้ใช้คำว่า special ในการอธิบายครับเพราะข้อจำกัดเรื่องถ้อยคำที่จะต้องหามาให้ลงทำนองเพลง ซึ่งตอนนี้นี่งัย ชั้นนี่แหล่ะที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วตอนนี้ ชั้นอยู่ตรงนี้พวกท่านไปไหนกันหมด? ตรงนี้ผมยอมแปลไม่ตรงกับต้นฉบับภาษาอังกฤษครับเพราะต้องการสื่อความหมายให้เข้าใจความรู้สึกมากกว่า don't give me up ตรงนี้เลยแปลว่าชั้นอยู่ตรงนี้พวกท่านเห็นรึเปล่า​? เพราะต้องเอาไปเชื่อมกับ don't give me up อีกอันที่แปลว่าอย่าหมดหวังกับชั้นช่วยเหลือชั้นหน่อย ตรงนี้มองออกใช่มั้ยครับ? ว่าเค้าเองเหมือนยอมรับกับปัญหาแล้วว่ามันใหญ่จริงๆ ถึงขนาดที่อ้อนวอนว่าทวยเทพเอย อย่ายอมกับปัญหาของชั้น (don't give me up) เหมือนจะรู้ว่าแม้แต่เทพก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกันแต่ก็อ้อนวอนว่าถึงแม้มันจะยากสำหรับท่านแต่โปรดอย่าทิ้งชั้นเลยช่วยชั้นด้วย

  • ต่อไปก็ตัดพ้อโชคชะตาครับ how unfair, it's just our luck ช่างไม่ยุติธรรมเลยโชคของเราทั้งคู่ที่อุตส่าห์ค้นหารักแท้ (something real) จากทั้งโลก (searched the whole wide world) จนในที่สุดก็ได้พบ (found) แต่กลับไม่สามารถไขว่คว้าสัมผัสได้ (out of touch) จากความรู้สึกที่ต้องทุ่มเทถึงขนาดนี้กว่าจะเจอแต่กลับสัมผัสครอบครองเป็นเจ้าของไม่ได้นี้ ของที่ต้องการที่สุดอยู่ตรงหน้าเธอนี้ เธอจะกล้าปล่อยทิ้งยอมแพ้เลิกพยายามมั้ย? (would you dare to let it go?)

  • แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โทษทวยเทพนะครับ ทั้งๆที่ตัดพ้อทวยเทพ ตัดพ้อโชคชะตามาแล้ว แต่สุดท้ายเค้าตัดพ้อเธอครับ it's not about angels จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกับทวยเทพหรอก เพราะสังเกตจากคำถามนะครับ ทั้งสองช่วง ช่วงแรกถามว่า ถ้าความรักของเธอมันมากมายถึงเพียงนั้นจริงๆ แล้วเธอยังจะยอมเลิกมั้ย? ช่วงที่สองถามว่า ถ้ามันยากเย็นกว่าเราจะได้มาเจอรักแท้กันแบบนี้แต่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ แล้วเธอยังจะยอมเลิกมั้ย? เห็นอารมณ์มั้ยครับ?​ จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวอะไรกับทวยเทพหรอก มันเกี่ยวกับเธอต่างหาก


เพลงนี้เหมือนกับจะถูกเขึยนขึ้นมาเพื่อหนังเรื่องนี้ด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจครับ น่าเสียดายที่ผมหาข้อมูลไม่ได้ แต่เนื้อหาของเพลงก็ไปได้ดีกับเรื่องราวของหนัง มุมมองในเรื่องชีวิตของพระเอกช่างมีความหมายต่อการใช้ชีวิตจริงๆและมุมมองของนางเอกก็ถูกต้องที่สุดเช่นกัน 

The Fault in Our Stars เป็นหนังดีทีเดียวครับในความเห็นของผม ข้อความนึงที่หนังพยายามจะบอกเราคือความเจ็บปวดรวดร้าวมีค่าล้ำ เพราะมันทำให้เราตระหนักได้ว่าในสภาพปกติที่เราไม่ได้มีความทุกข์เราก็ควรสุขได้ เพราะคนที่เจ็บปวดกับความทุกข์อยู่นั้น แค่ปรารถณาและได้ความเป็นปกติเท่านั้นก็สุขจะแย่แล้วล่ะครับ 

หนังยังสื่อข้อความอีกหลายข้อความนะครับ แต่นั่นเป็นเรื่องอื่นที่ผมอาจจะพูดถึงในคราวต่อๆไป 



Enjoy living krub.



เพลงอื่นจากหนังเรื่องเดียวกันที่แปลที่นี่:


<< เพลงที่แล้ว : Falling Slowly - Glen Hansard  All Of The Stars - Ed Sheeran : เพลงถัดไป >>




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 2 ธันวาคม 2557 22:24:42 น.
Counter : 5062 Pageviews.

12 comments
  
นั่งอยู่ตรงนี้พอดีค่ะ เลยเปิดเพลงฟังไปก่อนสองรอบ
ชอบนะคะ
กลับมาอ่านทีหลังนะคะ แปะไว้ก่อน :)
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:05:55 น.
  
โอ้ยยยยย เป็นงง นายไม่อยู่มั้งนะ
คนข้างบนอ่ะ เจิมทุกบ้านเลย อิอิ

เลยลืมเลยว่าจะโม้เรื่องรัย หิวข้าวด้วย
กลับไปกินก่อนละกัน แล้วคนข้างบนนั่นแปะรัย
เฮียจิแปะโหวต เอาหน้าเอาตาจั๊กหน่อย สู้ป่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
วนารักษ์ Dharma Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:19:57:00 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณต้น ^^

นั่นซิคะ กว่าที่เราจะรู้ว่าสิ่งที่เป็นอยู่คือความสุข
เราต้องเจออะไรที่มันแย่ก่อนไม่งั้นไม่รู้

========================

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา:20:57:37 น.
  
Karz Music Blog ดู Blog

ถ้าฟังเพียว ๆ ไม่เกี่ยวกับหนังก็ตัดพ้อ น้อยใจพอควรเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:15:56:55 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
วนารักษ์ Dharma Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 7 พฤศจิกายน 2557 เวลา:23:50:55 น.
  
สวัสดีค่า ^^
มาฟังเพลง+คำแปลเพราะๆค่ะ

เรื่องนี้มีหนังสือค่ะ แต่เวอร์หนังยังไม่ได้ดูเลย
กลัวเศร้า ลำพังหนังสือก็เศร้ามากแล้ว T T

ดูตัวอย่างทำออกมาได้น่าดูมากเลยค่ะ

คำแปลเพลงนอกจากจะได้อ่านแล้วยังได้ความรู้ศัพท์ด้วย
ขอบคุณมากๆนะคะ

โดย: lovereason วันที่: 8 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:36:58 น.
  
วันนี้เวลาเยอะเลย
พออ่านจบแล้วมันคาใจค่ะ
เลยได้คำตอบแล้วหละ
.. ความเจ็บปวดรวดร้าวมีค่าล้ำ จริงค่ะ

และถึงแม้เราจะอยากจะถูกจดจำ
การหลงลืมก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้นะคะ ^^

dance this line อันนี้ถ้าไม่อ่านช่วงนั่งคุย เปนงงเหมือนกันนะ
เพลงนี้คงเขียนมาสำหรับหนังจริงๆแหละค่ะ
น่ามีเวอร์ชั่นผู้ชายร้องนะ มันจะเหมาะกะบทแปลของพี่มากเลย



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 9 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:40:27 น.
  
ไม่รู้เป็นงัยสิน่า มาบ้านนี้ทีไร เจ้าหนี้มายืน
คอยทุกที ยึ้มมาไม่มีกะตังค์เอ๊งงงง

คนนี้งัยคุณต้น บ้า เอ๊ยยยย ปลื้มหนังเรื่อง
เดียวกะที่คุณต้นชอบเพลงที่บ้านเฮียแหละ
เจงๆนะ ขนาดทำบล็อกไว้ยาวเหยียด 555++

แล้วก็.... ที่ว่า
กว่าที่คุณจะรู้จักความสุข ต้องรอให้เห็น
ทุกข์ก่อนรึเปล่าครับ? เอิ่มมมม แบบเดียวกะ...
ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา หรือเปล่า งงๆ
ไม่รู้เป็นงัย พักนี้มาบ้านนี้ ไม่ค่อยอยากมีสาระ
อ้าวววว อย่าบอกว่า ก็ไม่เห็นเคยมีจิ มันงั้น
จริงซะด้วย แหะๆ ตั้งใจมาทำบ้านรกน่ะ

อ่ะ ขอบคุณนะ เมื่อคืนอุตส่าห์ไปบ้านเฮียตอน
ดึก ง่วงมากป่ะ เหมือนงงๆก๊งๆ แต่ดีมากเลยนะ
ให้ตั้งหนึ่งโหวตกะสองเม้นท์ เป็นปลื้ม



โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2557 เวลา:16:16:30 น.
  
มาฟังเพลงค่ะ
พี่ว่าสุขกับทุกข์เป็นของคู่กันนะคะ
ก็คละเคล้ากันไป ได้รสชาดชีวิตดีค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:26:07 น.
  
ตั้งแต่เล่นใหม่ๆแน่ะค่ะ :)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=see&month=24-02-2011&group=3&gblog=31

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=see&month=27-02-2011&group=3&gblog=32
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 11 พฤศจิกายน 2557 เวลา:0:00:53 น.
  
เอ๊อออออ จริงๆด้วย เจ้าหนี้อีกแระ เฮ้ออออ

ขอบคุณสำหรับโหวตอีกน้า ถ้าอัพทุกวันจะโหวต
ทุกวันป่ะ จะได้กลั้นใจลองซักเฮือก

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:47:17 น.
  
ดูใหม่เลยค่ะพี่ต้น นิคทำไว้มันมั่วนิ 55
ฉากทำอาหาร ใช่เลยค่ะ เรื่องมันขมวดไว้บนโต๊ะอาหารด้วยอ่ะ
พี่มาจุดประกายเลยนะเนี่ย เดี๋ยวไปรื้อๆมาดูมั่งค่ะ

-- พี่ข้างบน ดอกไม่ส่ง ต้นไม่จ่ายนะคะ เอ๊ะยังงัย
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 11 พฤศจิกายน 2557 เวลา:22:57:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 115 คน [?]






พฤศจิกายน 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog