Group Blog
 
All blogs
 
Up In The Air รู้ขึ้น รู้ลง



มีใครเป็นสมาชิกชมรมคนกลัวการนั่งเครื่องบินไหมครับ

สำหรับนักบิน ว่ากันว่าการบินนี่ยากที่สุดสองเวลา คือตอนขึ้น กับตอนลง
ถ้าจะมีเหตุเภทภัยอะไร ก็มักจะไปกันในสองช่วงนี้ โดยสถิตินะ

ไม่ได้พูดให้กลัวหรอก เพราะผมเองเมื่อก่อนนั่งเครื่องทีไร
ใจมันชอบจินตนาการว่า ถ้าเดี๋ยวเครื่องงอ ล้อหัก ปักหัว ลำตัวเป็นรู
มันจะเป็นยังไงน๊า แล้วเราจะต้องทำท่า ทำใจยังไง

หลังๆมา ความกลัวน้อยลงจนถึงศูนย์ เพราะทำสมถะ พุทโธ แล้วดูจิต
กลัวรู้ว่าใจมันกลัว ฟุ้งซ่านรู้ว่าใจมันฟุ้ง เราเป็นแค่คนดู
ประกอบกับเจริญมรณานุสสติบ่อย เห็นความตาย เป็นเรื่องธรรมดา

เคยเห็นกลอนที่พูดเรื่องมรณานุสสตินี่ไหมครับ

ระลึกถึงความตายสบายนัก
มันหักรักหักหลงในสงสาร
บรรเทามืดโมหันต์อันธการ
ทำให้หาญหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ
พระศาสนโสภณ (จตตสลลเถร)

คนเราจะตาย ก็เพราะถึงที่ถึงคราวหมดอายุขัย
ไม่ใช่เพราะนั่งรถ นั่งเรือบิน หรือนั่งกินก๋วยเตี๋ยว

เคยถามคนที่เป็นแอร์โฮสเตสหลายคน ว่ากลัวไหม เขาบอกกลัวผีมากกว่า
ส่วนหนึ่งเพราะบินบ่อยจนชิน อีกส่วนเพราะสถิติบอกว่า
การนั่งเครื่องบิน เป็นการเดินทางที่มีสถิติอุบัติเหตุน้อยมากเทียบกับรถยนต์

ส่วนที่เขาไม่ได้บอก แต่ผมคิดต่อเองว่า
อุบัติเหตุจากการบินก็มีสถิติคนรอดน้อยที่สุดด้วยละมั้ง แฮ่...

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีหนังเกี่ยวกับคนที่บินบ่อยเข้าฉายในชื่อ Up In The Air
หนังเรื่องนี้ มีทั้งคนชื่นชม คนที่เฉยๆ และคนที่ไม่ได้ดู เลยไม่รู้จะยังไง

(เนื้อหาต่อจากนี้ จะเผยไต๋หนังเล็กน้อยนะครับ)

เป็นเรื่องของไรอัน บิงแฮม หนุ่มใหญ่ที่มีอาชีพในการเดินทางไปทั่วประเทศ
เพื่อทำหน้าที่แจ้งให้คนออกจากงานรับทราบ และเสียใจน้อยที่สุด
พร้อมเสนอโปรแกรมชดเชยการตกงาน รวมถึงให้คำปรึกษาหลังออกจากงาน

อย่าถามนะ ว่ามันมีบริษัทแบบนี้จริงหรือเปล่า เพราะผมก็สงสัยเหมือนกัน

ด้วยความที่เดินทางตลอดเวลา ไรอันจึงมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนเครื่องบินและโรงแรม
มากกว่าจำนวนเวลาที่เขาได้อยู่บ้านของเขาเองจริงๆ

อาชีพรองอีกอย่างของเขา คือการเป็นนักพูด ครับ
หัวข้อที่เขาพูดบ่อยๆคือ การ"ทำกระเป๋าสัมภาระชีวิตให้เบา"
เพื่อความสะดวกต่อการเดินทางของชีวิต
ซึ่งมันสอดคล้องกับวิถีและปรัชญาชีวิตจริงของเขานั่นแหละ

เขาเชื่อในคตินั้นมาตลอด
จนเมื่อมีผู้หญิงสองคนผ่านเข้ามาเปลี่ยนความคิดเขา
แล้วเขาก็ได้บทเรียนครั้งใหญ่ ซึ่งจะเป็นอะไร ผมไม่บอก ไปดูกันเอง

มีหลายอย่างที่ผมชอบในเรื่องนี้ หนึ่งในนั้นคือ การที่เขาให้ภาพไรอัน
ซึ่งเป็นคนที่มีทักษะในการเจรจาสูง และหลายครั้ง เขาสามารถทำให้คนที่ถูกเลิกจ้าง
มองเห็นศักยภาพ และความฝันที่ตัวเองเคยมี ก่อนจะมาเป็นมนุษย์เงินเดือน

ไรอันมีอาชีพในการบอกเลิกจ้าง ให้คนออกจากงานมาตลอดชีวิต
แต่ตอนท้าย เขาใช้ทักษะอย่างเดียวกันช่วยให้สาวน้อยคนหนึ่งได้งานดีๆทำ

คล้ายๆจะสื่อว่า คนมีที่ความสามารถแล้วใช้มันในทางร้ายก็มี ในทางดีก็ได้

อีกอย่างที่เป็นทีเด็ดมากในเรื่องคือ ไรอัน จะมีความใฝ่ฝันเสมอ
ว่าเขาจะสะสมไมล์ให้ได้ครบกี่ล้านไมล์ยังไงผมจำไม่ได้ (จะเอาอะไรกับปลาทอง)
เพื่อจะได้บัตรสมาชิกขั้นเทพ ที่ไม่เคยมีใครได้มาก่อน

แต่พอวันที่เขาได้มันจริงๆ เขากลับไม่รู้สึกดีใจ เพราะอะไร อันนี้ไปดูเอง
ที่บอกได้คือ มันคล้ายกับสิ่งที่ผมเห็นในชีวิตจริงของพวกเราแฮะ

หลายคนมีเป้าหมายชีวิตทางโลก ว่าจะต้องมีอันนั้นจะต้องได้อย่างนี้
เช่นอยากมีบ้านใหญ่ๆ อยากมีรถหรูๆ อยากมีเงินเยอะๆ อยากมีแฟน อยากแต่งงาน
อยากได้ซี ๑๐ อยากมีบริษัท มีชื่อเสียง อยากเป็น CEO ฯลฯ

ครั้นพอได้มาแล้วส่วนมากก็จะพบว่า มันก็รู้สึกดีอยู่ช่วงนึง
ถัดจากนั้นก็จะเริ่มรู้สึกว่า มันก็อย่างงั้นๆแหละพี่น้องค้าบ

เหมือนคนไม่เคยไปเมืองนอก ได้ไปครั้งแรกๆ
ก็มักจะตื่นเต้นกี๊บก๊าบเหมือนแมลงสาบเห็นขนม
แต่แอร์โฮสเตสที่ผมรู้จัก จะบ่นแทบทุกคนว่าเบื่อมากกก

ปิดท้าย อยากบอกว่า ชีวิตเรามันก็เหมือนการบินน่ะครับ
ไม่ว่าจะเบื่อหรือจะอยาก เกิดมาแล้วก็ต้องบิน
สำคัญที่ต้องบินด้วยความไม่ประมาท มีสติไว้

ความรู้ทางโลก มักจะสอนให้เรารู้วิธีบินขึ้นให้เก่ง ให้เร็ว ให้สูง
แต่ไม่ค่อยได้สอนว่า เวลามีเหตุต้องร่อนลง ต้องทำยังไง รับมืออย่างไร
คล้ายๆลืมไปว่า ไม่เคยมีเที่ยวบินไหน ที่บินขึ้นแล้วไม่บินลง

แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้า สอนทั้งขาขึ้น ขาลง
ใครบอกว่าเป็นชาวพุทธต้องจน เข้าใจผิดนะ เพราะท่านสอนวิธีรวยให้ด้วย

ท่านสอนว่าถ้าอยากรวยต้องมี
๑. อุฏฐานสัมปทา ให้หมั่นขยันทำกิน
๒. อารักขสัมปทา ได้มาแล้วรู้จักรักษา
๓. กัลยาณมิตตตา รู้จักคบคนดีเป็นมิตร
๔. สมชีวิตา เลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้

แต่ขณะเดียวกันท่านก็สอนโลกธรรม ๘ เตือนว่ามีขาลงไว้
มี ๔ คู่ คือได้ยศ เสื่อมยศ คู่นึง
ได้ลาภ เสื่อมลาภ คู่นึง
มีสรรเสริญ มีนินทา คู่นึง และ
สุข คู่กับทุกข์ เป็นคู่สุดท้าย

ถึงบอกว่า ถ้าเข้าใจธรรมะ ก็เข้าใจโลก
เข้าใจโลก ทุกข์ก็เข้าถึงใจได้น้อย ใจก็สงบรำงับ ไม่ทุรนทุราย เวลาทุกข์

สุขสันต์วันที่ยังมีขึ้นมีลงเป็นของคู่กันนะครับ



Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 3 พฤษภาคม 2553 18:05:33 น. 14 comments
Counter : 1245 Pageviews.

 
ชอบหนังเรื่องนี้ให้ความคิดและกำลังใจดี และหวังว่าคงไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ หรือเจอก็จะผ่านไปได้ด้วยดี.....


โดย: oui IP: 124.121.10.91 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:21:27 น.  

 
คนจนทำรวย จะยิ่งจน
คนรวยทำจน จะยิ่งรวย

คนจนทำจน มีสิทธิ์รวย
คนรวยทำรวย มีสิทธิ์จน


โดย: วิเชียร IP: 112.142.44.250 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:35:10 น.  

 
สนใจคำนี้
"เจริญมรณานุสสติบ่อย"
พี่ทำยังไงคะ


โดย: ขมเตย วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:35:20 น.  

 
คุณขมเตย

เจริญมรณานุสสติ คือการระลึกถึงความตายครับ

เช่นระลึกว่า ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ความตายเป็นของแน่นอน วันหนึ่งเราจะต้องตายแน่

หรืออย่างพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านว่า "พรุ่งนี้ กับชาติหน้า ไม่แน่ว่าอะไรจะมาถึงก่อน"

ให้คิดว่า เรามีโอกาสตายได้ทุกขณะ เพื่อจะได้ไม่โลภ ไม่เสียเวลาโกรธ อีกทั้งไม่ประมาทต่อกิเลสทั้งหลาย และไม่ละเลยที่จะเร่งทำความดี น่ะครับ



โดย: aston27 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:45:16 น.  

 
"แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้า สอนทั้งขาขึ้น ขาลง"

ขาขึ้น ขาลง หมายถึง โลกธรรม ๘ ใช่ไหมคะ


โดย: Rin IP: 124.120.5.97 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:57:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอธิบายค่ะ



โดย: ขมเตย วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:2:30:33 น.  

 
ใช่ครับ คุณ Rin


โดย: aston27 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:39:59 น.  

 
ชอบที่คุณอ้างพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านว่า "พรุ่งนี้ กับชาติหน้า ไม่แน่ว่าอะไรจะมาถึงก่อน"
ขอบคุณ คุณแอสตั้นมากนะครับ สำหรับบทความดีๆ มีให้ติดตามและคิดตาม


โดย: ธนัช IP: 124.121.212.151 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:02:44 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกจิตใจสงบลงเยอะมากเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: noi IP: 61.91.248.100 วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:48:55 น.  

 
ยังไม่ได้ดูแต่เหมือนดูแล้ว
เพราะอ่านเจอตามเว็บนู้นนิด เว็บนี้หน่อย
แต่ก็ว่าเดี๋ยวไปหาดูมั่งดีกว่าค่ะ
ช่วงนี้เห็นอาการขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเองบ่อยมากค่ะ
แหะแหะ

ฝนตกระวังถนนลื่นนะคะพี่
^^


โดย: am^^ IP: 58.8.239.62 วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:54:09 น.  

 
ชอบความเร็วสูงสุดของเครื่องบินตอนกำลังจะขึ้นค่ะ
แต่แอบเอาเท้าเหยียบพื้นช่วยเบรคไปด้วยทุกครั้งที่ล้อแตะพื้น และต้องลดความเร็วลง
กลัวเลยทางวิ่ง
แล้วก็ต่อด้วยความโล่งอก...
คราวไหนฝนตกหนักๆ ทางวิ่งลื่น มีปัดๆมากหน่อยก็โล่งอกมากหน่อย

ขอบคุณสำหรับบทความขาลงของทุกอย่างในชีวิตอย่างมีสตินะคะ






โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:58:11 น.  

 
ชีวิตมีขึ้นลงจริงๆ ครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:59:09 น.  

 
ดูแล้วค่ะพี่ ชอบนะคะ
^^


โดย: am^^ IP: 58.8.120.236 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:10:40 น.  

 
ชอบมากค่ะ สุขสันต์ในวันปล่อยวางค่ะ


โดย: Aeytakky IP: 203.144.220.243 วันที่: 23 สิงหาคม 2553 เวลา:17:51:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 214 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.