Group Blog
 
All blogs
 
เรื่องหนึ่งที่พึงทำ


(ภาพประกอบสวยๆ โดยความเอื้ออารีของคุณ SevenDaffodils ครับ)

ตั้งแต่ผมใช้ทวิตเตอร์ และ Facebook เป็นช่องทางสื่อสาร
ผมก็ได้พบปัญหาที่มาในรูปของคำถามที่หลากหลายขึ้นกว่าเดิม
แต่แทบทุกคำถาม ไม่ว่าจะเริ่มต้นยังไง ดำเนินไปด้วยเนื้อหาอะไร
ล้วนต้องการคำตอบเดียวกันว่า “ควรจะทำยังไงดี”

เรื่องหนึ่งที่สังเกตได้คือ จำนวนคนที่ถามปัญหาส่วนตัว มักเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
อันนี้ไม่ทราบเกี่ยวกับเหตุผลทางจิตวิทยาหรือเปล่า ที่เขาบอกว่า
ผู้หญิงมีปัญหาแล้วจะอยากพูด ผู้ชายมีปัญหาแล้วจะอยากเก็บ

ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมคนชอบมาปรึกษาผม (มีคนบอกว่าเพราะฟรีไง)
ทั้งๆที่ในความจริง ผมมักจะไม่ตอบอะไรแบบฟันธง เพราะผมไม่ได้ชื่อลักษณ์
แล้วที่บ้านก็ยังไม่มีธงสักอัน เลยไม่รู้จะฟันตรงไหน
ครั้นจะให้ตอบแบบหมอ Confirm ผมก็ออกจะเป็นแนวชอบ Cancel เสียมากกว่า

ส่วนมากใครมาปรึกษาอะไรผมก็จะขอให้เขาเขียนมาเล่ารายละเอียดก่อน
เพราะผมพบว่าการเขียนนั้นบังคับให้คนเราต้องเรียบเรียงความคิด
ก็คือร้อยเรียงเรื่องราวประสบการณ์ที่เขาเจอมาให้เป็นระบบ

บางคนพอลงนั่งเขียนๆไป ก็จะเห็นเองว่าปัญหาคือตัวเองกำลังพายเรือในอ่าง
บางคนเริ่มได้สติ เมื่อได้ทบทวนเรื่องของตัวเอง ผมแทบจะไม่ต้องตอบอะไรก็มี

คนเราถ้าตั้งสติได้ นั่งเรียงลำดับเรื่องราวเหตุการณ์เสียหน่อย
แล้วไม่ใช้อคติเข้าข้างตัวเอง หรือเข้าข้างคนอื่นมากไป
มันจะเริ่มเห็นคำตอบบางอย่างค่อยๆโผล่ขึ้นมา มากบ้างน้อยบ้าง

ที่เดิมทีมันไม่เห็น เพราะจิตเรามีธรรมชาติชอบคลุกวงในครับ
ที่ชอบคลุกเพราะรักในตัวตน อยากให้มันดี มันสุข เวลามีทุกข์ถึงทนไม่ได้
ขาดสติต้องลงไปคลุก เพื่อผลักใสให้มันพ้นๆไป จนไม่ได้มองปัญหาด้วยสติ

หลักการเดียวกับเรื่องความตั้งมั่นของจิต เวลาภาวนานั่นแหละครับ
ถ้าจิตไม่ตั้งมั่น ก็ยังไม่เป็นกลาง เมื่อยังไม่เป็นกลาง ก็ไม่เห็นความจริง
เมื่อไม่เห็นความจริง ก็ไม่เกิดปัญญา ไม่มีปัญญาก็ยังไม่เจอทางออก
ธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างนี้นะ

ครูบาอาจารย์ถึงสอนให้มีสตินะๆ มีสตินะๆ เจอทีไรก็มีสตินะ ก็เพราะเหตุนี้
เป็นชาวพุทธถ้าขาดสติตัวเดียว ก็เหมือนคนอีสานขาดปลาร้ากับข้าวเหนียวในสำรับ
จะมีอะไรเป็นกับก็ขยับปากไม่คล่องไม่อร่อยไปเสียหมด

เคยมีรายนึงถามว่าเวลาทุกข์มากๆ สติไม่มีจะให้ทำไง ผมก็จำครูบาอาจารย์มานะ
ท่านบอกว่าเจริญสติดูจิตไม่ได้ ก็ให้ดูกาย
ถ้าดูกายไม่ได้อีก ก็ให้ทำความสงบ

ถามว่าถ้ารู้อะไรก็ไม่ได้ล่ะ..
ตอบว่า... ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ขอเรื่องเดียวนะ
คือ...ขอให้หายใจไว้ก็แล้วกัน อย่าหยุดหายใจ แล้วอดทนไปนะ

ทุกข์มันเกิดก็เกิดชั่วคราวเหมือนกับสุขนั่นแหละ
เมื่อมันผ่านมาได้ มันก็ผ่านไปได้ อย่าไปรั้งมันไว้ก็แล้วกัน

ปัญหาอย่างหนึ่งของคนเราคือ ไปทำสิ่งที่ไม่ควรทำ
เช่นปัญหาบางเรื่องมันถึงเวลาต้องเป็นอดีต มันจะต้องผ่านเลยไปแล้ว
เราก็ดันไปรั้งมันไว้เสียอย่างนั้น นั่นแหละที่ทำให้ปัญหาเป็นปัญหา

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วนึกอยากแกล้งผมด้วยการถามว่า
“แล้วต้องทำยังไง” ผมก็จะตอบว่า..

ก็หายใจไว้ก็แล้วกันนะ อย่าหยุดนะครับ

สุขสันต์วันที่เรายังต้องหายใจเข้าหลังจากหายใจออกครับ


Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 18 มิถุนายน 2554 17:20:38 น. 13 comments
Counter : 1164 Pageviews.

 

สุขสันต์วันที่เรายังต้องหายใจเข้าหลังจากหายใจออกนะคะ
...
มีความสุขมากมากค่ะ


โดย: Nissan_n วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:11:38:13 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อความช่วยเตือนให้คนเรามีสติอยู่เสมอในการดำรงชีวิต สำหรับตัวเองบางครั้งมีปัญหา(ขาดสติ) ก็ใ้ห้เวลาเพื่อตั้งสติของตัวเองเหมือนกัน เพราะเป็นคนที่ชอบเก็บปัญหา วางไม่ค่อยได้ เลยต้องให้เวลาตัวเองเยอะมาก


โดย: sally IP: 49.229.7.209 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:13:46:55 น.  

 
สุขสันต์วันที่เรายังต้องหายใจเข้าหลังจากหายใจออก ... ชอบจัง ค่ะ


โดย: inkkiku IP: 172.28.1.192, 203.151.40.8 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:8:22:35 น.  

 
นานมากแล้วที่ไม่ได้แวะเวียนมา :aston27
ทุกครั้งที่จิตตกจะนึกถึง aston2 เสมอ แม้ไม่ได้แวะมาแต่ข้อคิดแรงบันดาลใจเดิมๆ ก็ยังคงเตือนใจได้ดี วันนี้แวะมาแล้วหายใจได้เต็มปอด มีความสุขค่ะ ทั้งภาพและคำ ขอบคุณมาก ๆ


โดย: Kn2710 IP: 49.228.82.204 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:12:45:55 น.  

 
การที่ใครหลายคนเลือกที่จะพูดคุยและปรึกษาพี่แอดนะ
อาจจะเพราะว่าพี่ มักจะตอบคำถามแบบไม่ตายตัว
จนทำให้คนถามรู้สึกขัดแย้งกับความคิดของเจ้าสะละมั้ง
ซึ่งพี่แอดมักจะตอบคำถามในแนวทางที่ให้คนถามสามารถเอาไปคิดหาบทสรุปในตัวคำถามเหล่านั้นของเขาเองนะคะ
เลยทำให้รู้สึกว่าปรึกษาพี่แอดแล้วได้ทั้งความคิดเห็น และอาจจะพบกับทางจากคำพูดก็ได้นะคะ

สุขสันต์ในวันที่ทุกต่างยังต้องมีภารและหน้าที่ให้ดิ้นร้นกันอยู่นะคะ


โดย: เจ็บแต่ตอนหายใจ วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:16:13:26 น.  

 
เหมือนกันเลยค่ะ ทุกครั้งที่จิตตกจะนึกถึง aston27 เสมอ


โดย: kkn IP: 223.206.193.196 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:18:10:12 น.  

 
แวะมาทักทาย เลยได้ทริคไว้เตือนตัวเองเวลาเผลอคลุกวงในจนรู้สึกอึดอัด

คุณ Aston ก้ออย่าลืม "หายใจไว้" ด้วยนะคะ และขอให้มีความสุขกับทุกงานที่ทำค่ะ


โดย: bzb IP: 124.120.20.101 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:23:04:22 น.  

 
ยิ่งติดตาม ก้อยิ่งเกิดความเข้าใจ ธรรมะ-ธรรมชาติ ทำให้ปล่อยได้ วางเป็น ยอมรับสิ่งที่กำลังได้รับผลอยู่ ได้มากขึ้น-นิ่งขึ้น ไม่โวยวาย ฟูมฟาย ตัดพ้อต่อว่า เป็นทุกข์น้อยลง
อนุโมทนาบุญ ให้คุณ aston เจริญสุขและเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ
_/l\\__/l\\__/l\\_


โดย: ป้าเอื้อย IP: 110.168.177.72 วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:15:58:05 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบนความเตือน(ให้มี)สติ แปลกน่ะค่ะไม่เคยรู้จักคุณ aston เป็นการส่วนตัว แต่เวลารู้สึกทุกข์จะนึกถึงคุณและบทความของคุณเสมอ บางครั้งทำให้เกิดสติ และสิ้นทุกข์(ชั่วคราว)ทันที อนุโมทนาบุญ ให้คุณ aston เจริญด้วยปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรมน่ะค่ะ


โดย: @barossa IP: 58.170.168.32 วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:16:54:01 น.  

 
ขอบคุณสำหรับทุกข้อความครับ อ่านแล้วก็มีกำลังใจดีๆเสมอครับ ^^


โดย: aston27 วันที่: 7 มิถุนายน 2554 เวลา:17:25:55 น.  

 
" ที่เดิมทีมันไม่เห็น เพราะจิตเรามีธรรมชาติชอบคลุกวงในครับ "
ขอบคุณสำหรับข้อคิดทางธรรมที่ดีครับ ขะพยายามมีสติ จิตจะได้ไม่เผลอเข้าไป"คลุกวงใน" จนลืมไปว่า ทั้งสุขทั้งทุกข์ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปครับ ^ ^


โดย: bccboy IP: 110.168.6.37 วันที่: 3 กันยายน 2554 เวลา:20:22:36 น.  

 
ขอบคุณและก็ขออนุโมทนา ในบุญกุศล
ในการเผยแผ่ สาธุ


โดย: กะทิ IP: 125.24.224.39 วันที่: 7 ตุลาคม 2554 เวลา:9:22:17 น.  

 
ขอบคุณที่เขียนเรื่องราวดีๆ มาเตือนสติกันนะคะ..


โดย: Chayanis IP: 10.11.20.44, 203.153.163.34 วันที่: 19 มกราคม 2555 เวลา:16:23:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 214 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.