Group Blog
 
All blogs
 
เราจะช่วยหลวงพ่อปราโมทย์ยังไงดี



(ขอบคุณคุณแป๋ว SevenDaffodils ใจดีผู้เอื้อเฟื้อภาพประกอบครับ)

หลายท่าน อ่านเรื่องนี้จากธรรมะใกล้ตัวไปแล้ว แต่ขอเอามาลงในบล็อกอีกทาง
เผื่อใครที่ไม่ได้เปิดอ่าน เพราะชอบอ่านแต่บท บก. ของพี่ตุลย์

ผมได้รับข้อความจากหลายๆท่าน ทั้งอีเมล์ โทรศัพท์ ข้อความหลังไมค์และในบล็อก
บางท่านอยากรู้เรื่องเบื้องหน้า เบื้องหลัง บางท่านสับสน บางท่านกังวลเป็นห่วง

ก่อนอื่นผมถือโอกาสขออภัย ที่ไม่ได้โทรกลับบางท่านที่โทรเข้ามือถือผมตอนทำงาน
ส่วนหนึ่งเพราะผมลืม อีกส่วนเพราะผมจะเหนื่อยมากถ้าต้องอธิบายให้ฟังทีละคน

พูดให้ถูกกว่านั้น ผมเห็นว่า ไปอ่านเอาจากในประกาศของสวนสันติธรรม
จะชัดเจนและแม่นยำกว่าฟังจากปากผม เพราะผมเองก็ต้องถามคนอื่นเหมือนกัน

หรือถ้าจะถามผม ผมคงตอบไม่ได้ดีไปกว่าพี่ชายทางธรรม คือคุณดังตฤณ
อันนี้หลายท่านคงได้อ่านจาก บท บก.ธรรมะใกล้ตัวแล้ว
หาอ่านได้จาก //www.dungtrin.com/ นะครับ ลิงค์ทางขวามือก็มีอยู่

บอกได้แค่ว่า ผมมาภาวนา มาเรียนกับหลวงพ่อฯ หลายปี ท่านสอนแต่สิ่งดีๆ
ท่านไม่เคยขออะไรนอกจากให้ลูกศิษย์ตั้งใจภาวนา ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด

ท่านสอนโยมมาหลายปี ผมสังเกตว่า ท่านไม่เคยอยากให้มีคนมาห้อมล้อม
ท่านปรารถเสมอว่า วันไหนไม่ต้องเจอโยม หลวงพ่อมีความสุข

แต่ที่ท่านยังทนเหนื่อยสอนจนเสียงแห้งทุกวัน เพราะท่านเมตตาพวกเรา
และท่านถือว่ามีหน้าที่ทำงานรับใช้พระพุทธเจ้า ในการเผยแผ่ธรรมะ

ผมเจอท่านครั้งแรก สมัยที่ท่านเพิ่งบวชใหม่ๆ ที่สวนโพธิ์ฯ ที่เมืองกาญจน์
ตอนนั้นยังไม่มีกระทั่งศาลาจะรับญาติโยมเป็นกิจลักษณะ ต้นไม้ก็หร๋อมแหร๋ม

เรียนกับท่านตั้งแต่ยังดื้อ โง่ รั้น ขี้เกียจ ครบลักษณะลูกศิษย์ชั้นเลิศ
แต่ไปหาท่านกี่ที ท่านก็ยิ้ม เมตตา สะกิด บอกเตือน สั่งสอน ทุกครั้ง

ผมใช้เวลา 4 ปี นะครับ หลังจากเจอท่าน ถึงจะเริ่มเข้าใจว่าท่านสอนอะไร
ฉะนั้น ใครที่เพิ่งเริ่มฟังซีดี อ่านหนังสือท่านแล้วไม่เข้าใจ
จนเริ่มคิดว่าโง่เกินกว่าจะเรียน เชื่อเถอะว่าคุณไม่โง่กว่าผมหรอก

หลายๆคนจะเข้าใจว่า ผมเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดคนสนิทกับท่าน
อยากบอกว่า ถ้าวัดกันโดยระยะห่างทางกาย ผมยังห่างไกลคำว่าสนิทมากนัก
เพราะผมเป็นศิษย์ธรรมดา ไม่ได้เป็นกรรมการวัด ไม่ได้มีตำแหน่งอะไร

ทุกวันนี้ ผมไปวัด ผมก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไรเหนือศิษย์คนไหน
ยังต้องหาที่นั่งเหมือนคนอื่น ต่อคิวทานข้าวเหมือนคนอื่น
ถ้าท่านไม่เรียก ก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวนท่าน
นานๆที ถ้าโชคดีบางทีท่านก็เมตตาเรียกไปคุยด้วยสองสามคำ

แต่ในทางจิตใจ ท่านก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อผม
เพราะท่านสอนให้ผมเข้าใจแจ่มแจ้งว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้า
มันเหมือนเปิดของคว่ำให้หงายได้อย่างไร

คราวนี้มาถึงประเด็นว่า เราจะช่วยหลวงพ่อได้ยังไง
ผมตอบได้ว่าเรื่องที่มีคนโจมตีท่านน่ะ ท่านไม่กระไรหรอกครับ จริงๆนะ
ท่านสอนเสมอ เรื่องโลกธรรม เรื่องสรรเสริญ นินทา จำได้ไหม

ท่านห่วงแต่พวกเราที่ตั้งไข่กันได้แล้ว เริ่มจับหลักภาวนาเป็นแล้ว
จะเสียอกเสียใจ ตีอกชกหัว ไม่เป็นอันภาวนา เรื่องเดียวเท่านั้น

ที่เหลือนี่ ใครจะย้ายสำนักเรียน จะเปลี่ยนอาจารย์ยังไง ท่านก็ไม่ว่าหรอก
ศิษย์บางคนแบบพวกผมเสียอีก ที่แอบคิดว่า ถ้าเหลือคนมาเรียนน้อยๆ เราจะได้สบาย
ไม่ต้องแย่งยกมือกะคนใหม่ๆ อิอิอิ

ฉะนั้น ถ้าอยากช่วยหลวงพ่อจริงๆ อยู่นิ่งๆครับ
ใครจะทำกรรมอย่างไร ปรามาส ละเมิด ครูบาอาจารย์อย่างไร
ให้เขาได้รับกรรมของเขาตามวาระของเขาเอง เราอย่าไปผสมโรง
อย่าตื่นตูม อย่าตอบโต้ ไม่ว่าจะกาย วาจา ส่วนทางใจ เอาไว้ดูกันเองนะ

ส่วนของตัวหลวงพ่อ ทางวัดเขาดูแลกันได้ครับ
เรามีหน้าที่ภาวนา เป็นงานหลักของชีวิต เราก็ทำไปให้ดีที่สุด

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านจะสร้างวัด ท่านจะทำอะไร
ไม่เคยได้ยินว่า ท่านเรียกร้องเรี่ยไรใครที่ไหนเลย
สิ่งเดียวที่ท่านเคยขอจากผม เหมือนที่ขอจากลูกศิษย์หลายๆคน คือ

"ภาวนาไปเรื่อยๆ อย่าหยุดนะ"

ฉะนั้น เรามาไหว้พระสวดมนต์ทุกวัน ทำทาน ถือศีล 5 แล้วภาวนากันนะครับ
ท่านจะได้มีกำลังใจว่า อย่างน้อยความเหน็ดเหนื่อยของท่านตลอดเวลาที่ผ่านมา
ก็ไม่ได้สูญเปล่าหรอก

รู้กาย รู้ใจ ลงปัจจุบันตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลางนะครับ







Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2553 12:27:43 น. 16 comments
Counter : 1460 Pageviews.

 
"ฉะนั้น เรามาไหว้พระสวดมนต์ทุกวัน ทำทาน ถือศีล 5 แล้วภาวนากันนะครับ" เป็นการใช้เวลาแก้ไขปัญหาที่มีคุณค่ากับทุกคนทุกฝ่ายดีจังค่ะพี่เอ๊ดดี้ สาธุ :)


โดย: วันดี IP: 203.144.144.164 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:09:41 น.  

 
ูู^^ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสอนของหลวงพ่อ ป่านนี้ก็คง เสียอกเสียใจ ตีอกชกหัว ไม่เป็นอันภาวนา ไปแล้วอย่างที่พี่เอ๊ดดี้บอกจริงๆแหล่ะค่ะ ...อย่างไรก็จะภาวนาตามท่านสอนเรื่อยไป (-/\\-)


โดย: JM IP: 110.164.187.30 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:49:20 น.  

 
กำลังรออ่าน blog นี้อยู่ แต่ก็ปฎิบัติภวานามาตลอดไม่เคยแคลงใจในหลักธรรมคำสอนของท่าน เพราะปฏิบัติแล้วเห็นจริง เป็นจริง ...


โดย: phenprapa IP: 203.144.144.165 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:5:49:18 น.  

 
" ผมใช้เวลา 4 ปี นะครับ หลังจากเจอท่าน ถึงจะเริ่มเข้าใจว่าท่านสอนอะไร "
คุณ aston มีความเพียร อดทนในการเรียนรู้ธรรมะ และโชคดีที่ได้พบท่านชี้แนะ
- นี่เพิ่งเริ่มได้ไม่ถึงปี จิ๊บ...จิ๊บ มาก


โดย: Oui IP: 203.144.144.165 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:5:58:01 น.  

 
ท่านพูดมาหลายๆๆสิบครั้งตลอดกว่าสิบปีว่า ที่ท่านสอนได้ดีที่สุด คือไม่เกิน 20 คน ทุกวันนี้คนไปเรียนกับท่านเยอะเกินไปมาก

ใครที่คิดจะเปลี่ยนสำนัก เปลี่ยนเลยก็ได้ ผมสนับสนุนครับ ท่านจะเหนื่อยน้อยลง และคนที่เหลือจะได้ผลดีมากขึ้น :D

ดูแลตัวเองนะครับ


โดย: โจโจ้ IP: 203.144.144.164 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:03:42 น.  

 
ผมขอใช้สิทธิฐานะคนเขียนบล็อกลบข้อความของคุณ Satoranai ออกนะครับ

ข้อความของคุณไม่สร้างประโยชน์อะไรให้ศาสนาหรอกครับ โดยเฉพาะการที่ไม่ได้อ่านข้อความที่ผมเขียนให้ถ้วนถี่ก่อน แล้วโพสต์ข้อความเหน็บแนมกัน

อย่างที่คุณเตือนมาว่า ให้ผมช่วยตัวเองให้ได้ก่อนแล้วค่อยช่วยหลวงพ่อ

อันนี้ถ้าคุณอ่านสิ่งที่ผมเขียนถ้วนถี่แล้วจริง คุณคงไม่เขียนออกมา

แต่เฉยว่ามิจฉาทิฐิคุณคงจะบังตาไปแล้ว เลยไม่ทันเห็น ผม quote ให้อ่านอีกทีก็ได้นะครับ

" ถ้าอยากช่วยหลวงพ่อจริงๆ อยู่นิ่งๆครับ

ใครจะทำกรรมอย่างไร ปรามาส ละเมิด ครูบาอาจารย์อย่างไร

ให้เขาได้รับกรรมของเขาตามวาระของเขาเอง เราอย่าไปผสมโรง

อย่าตื่นตูม อย่าตอบโต้ ไม่ว่าจะกาย วาจา ส่วนทางใจ เอาไว้ดูกันเองนะ
ส่วนของตัวหลวงพ่อ ทางวัดเขาดูแลกันได้ครับ
เรามีหน้าที่ภาวนา เป็นงานหลักของชีวิต เราก็ทำไปให้ดีที่สุด "


คุณจะไปโพสต์ให้ร้ายครูบาอาจารย์ที่ไหน อันนัั้นเป็นกรรมของคุณที่ต้องรับไปเอง แต่ถ้ามาโพสต์ในนี้ ผมถือว่าคุณไม่มีมารยาท และไม่สร้างสรรค์ครับ ผมไม่อนุญาต

และโดยความปรารถนาดีนะครับ .. ที่คุณแสดงความใหญ่โตโอ้อวดว่าตัวเองเก่ง ดี ฉลาดกว่าครูบาอาจารย์ สามารถชี้ถูกผิดครูบาอาจารย์ได้ อันนี้แน่ใจแล้วหรือครับ

คุณเองก็ยังบอกว่า ให้ผมช่วยตัวเองให้รอดก่อน.. งั้นผมขอถือโอกาสแนะนำกลับว่า คุณ Satoranai ช่วยตัวเองให้รอดก่อนดีไหมครับ

หรือมั่นใจว่า ช่วยตัวเองได้ หลุดพ้นแล้ว งานเสร็จแล้ว??

ท่าทางคุณก็เรียน ก็ศึกษาธรรมะมาพอควร ทำไมไม่ใช้สติ ใช้ปัญญา ว่าอะไรควรไม่ควร

การที่ครูบาอาจารย์จะเห็นต่างกันในเรื่องวิธี ลีลาการสอน ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนะครับ

เพราะในทางโลกอาจารย์จุฬา กับธรรมศาสตร์ ฮาวาร์ดกับเยล อ็อกซ์เฟิร์ดกับเคมบริดจ์ สอนเรื่องเดียวกัน ก็ใช้วิธีการต่างกันได้

ใครชอบ ใครอยากเรียนกับสำนักไหน ก็ไปเรียนได้ ไม่มีใครว่าหรอกครับ แต่ถ้าเลือกเรียนฮาร์วาร์ด แล้วมานั่งดูแคลนเยล ว่าสอนไม่ดี สอนไม่ได้เรื่อง สอนผิด

เพื่ออะไรครับ ??


โดย: aston27 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:45:58 น.  

 
ค่ะพี่ ขอฏิบัติตามนั้นค่ะ


โดย: ก้อนหินในดินทราย วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:47:40 น.  

 


โดย: a r i t s u m e m o o n วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:29:23 น.  

 
อ่านบล็อกของคุณแอสตั้นวันนี้แล้ว
ทำให้เตือนตัวเองได้ดีกับการกระทำบางอย่าง
ของตัวเองที่กำลังจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง
อยู่พอดีค่ะ ... แต่มันอาจจะแฝงด้วยความโกรธ
เลยกำลังลังเลว่าจะเอายังไงดี
พอมาอ่านเรื่องนี้แล้ว ... เราว่า กับเรื่องส่วนตัว
ของตัวเองเราวาเรายั้งดีกว่าค่ะ เพราะการกระทำ
บางอย่างทำไปแล้วเราไม่สามารถแก้ไขได้
แถมทำไปแล้วอาจจะทำให้เรื่องไม่เป็นเรื่องดันกลาย
เป็นเรื่องจนได้ ... อ่านแล้ว .. ฉุกคิดทันใจเลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:23:53 น.  

 
ฟัง CD หลวงพ่อได้เกือบปีแล้ว
ตอนนี้ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่เลย
ติดขี้เกียจซะมาก

พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ขยันมากขึ้นเลย


โดย: Ling (หงุกหงิก ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:28:17 น.  

 
ยิ่งเกิดเหตุการณ์ ยิ่งทำให้เห็นชัดค่ะว่า ต้องพากเพียรมากขึ้น

และอย่าประมาทแม้เพียงอกุศลเล็กน้อย เพราะเป็นจุดเริ่มของการสะสมอกุศลที่ใหญ่ขึ้นๆ

ตามดู ตามรู้ ลงปัจจุบัน กันนะคะ


โดย: reddao วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:17:10 น.  

 
น่าสงสารพวกที่ปรามาสจังค่ะ แต่ก็ทำไงได้ เพราะสัตว์โลกมีกรรมเป็นของตัวเอง

ขอให้พวกเค้ามีสัมมาทิฏฐิเร็วๆด้วยเถิด สาธุ...

ถ้าเมื่อปีที่เเล้ว เพื่อนไม่ส่ง"วิธีการปฏิบัติธรรม"ของหลวงพ่อมาให้อ่านตอนจะหัดนั่งสมาธิ (ท่านบอกว่า จิตที่เป็นกุศลจะต้องมีลหุตา มีความเบา ถ้าเมื่อไรเราปฏิบัติแล้วจิตเราหนักๆขึ้นมา ต้องรู้นะ ทำผิดเเน่นอน อกุศลเกิดขึ้นแทนกุศลเเล้ว) เท่านั้นเองค่ะ เกิดปิ๊งขึ้นมาเลย ถ้าไม่ได้อ่านป่านนี้คงเป็นมิจฉาทิฏฐิไปอีกคนเเล้วมั้งคะ

เป็นบุญอย่างมากที่ได้มาเจริญสติทุกวันนี้ค่ะ ขอบคุณคุณแอสตั้นค่ะ


โดย: missqwan วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:18:19 น.  

 


โดย: วิริยารัมภะ (XeRaMos ) วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:9:55:51 น.  

 


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:23:47:02 น.  

 


โดย: woodchippath วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:0:06:49 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: alisia lan (Ariyabudh ) วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:10:42:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 214 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.