<<
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 กรกฏาคม 2563
 

ผ่าจริง ทิ้งหมดเลย

ได้เล่าถึงเหตุแห่งการต้องผ่าตัดไปแล้วในตอนก่อนๆ
วันเสาร์ admit เข้าโรงพยาบาล เพื่อรอผ่าตัดวันจันทร์
สงสัยเหมือนกันใช่มั้ย  ทำไมต้องให้เข้าไปนอนรอล่วงหน้านานอย่างนั้น  มา  จะเล่าให้ฟัง

โดยทั่วไป  จะผ่าตัดแบบนี้ ต้องเคลียร์ลำไส้  เพื่อความสะอาด  ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ
วันอาทิตย์ 1 วันนั้น  จุึงเป็นวัน ล้างไส้ เอ่อ...น่ากลัวไปมั้ย  เอาจริงๆ  มันนุ่มนวลกว่าวิธีของโรงพยาบาลเอกชนซึ่งค่าห้องแพงมาก  เขาจะให้กินยาถ่ายที่รสชาติได้รับการยืนยันมาแล้วว่า แย่มาก
แล้วก็จะถ่ายทอ้งกันจนเหนื่อย
แต่ที่นี่ โรงพยาบาลรัฐ  ค่าห้องไม่แพง  แล้วยังใจดี  มีเวลาให้
เช้าวันอาทิตย์  พยาบาลมาสวนพวารให้ถ่ายของเก่าออกให้หมด  หลังจากนั้น  อาหาร 3 มื้อ คือ น้ำข้าวเสิร์ฟพร้อมไข่ลวกที่ไข่ขาวไม่สุก  พร้อมน้ำมะตูมอีก 1 ถ้วย
มันคืออาหารที่ย่อยง่าย ได้ประโยชน์  และไม่มีกากใยไดๆค้างให้ต้องล้างออก
สำหรับคนชอบกินไข่ดาวสุกๆอย่างฉัน  การต้องกินไข่แดงที่เต่งตึงพร้อมแตกอย่างนั้น  เป็นเรื่องสยองมาก  ทางเดียววที่ทำได้คือ  กลืนมันลงไปทั้งใบให้มันไปแตกในท้อง  ประสบความสำเร็จดีทั้ง 3 ฟอง  ไม่มีฟองไหนแตกในปาก  รอดไป

ตกค่ำ  ผู้ช่วยพยาบาลมาทำความสะอาดช่องคลอด  ซึ่งต้องใส่เครื่องมือเข่้าไปเพื่อทำให้ช่องกว้างขึ้น  จะได้เช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อได้ง่ายขึ้น  ซึ่ง...ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็เห็นได้ชัดว่า  คุณผู้ช่วย ไม่ถนัดเอาเสียเลย  ฉันเจ็บนิดหน่อย  แต่เห็นหน้าคุณน้องแล้วแอบขำ  ก็เลยแกล้งร้องดังๆให้คุณน้องตกใจเล่น  เผื่อจะได้จำได้ว่า จะใส่เครื่องมือ  ก็เบ่าๆ ค่อยๆทำก็ได้
เสร็จเรื่องแล้ว  ได้รับแจ้งว่า  พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า  จะมาเข็นไปห้องผ่าตัด  ให้เตรียมตัวให้พร้อม

เช้าวันจันทร์  ตื่นแต่เช้า  อาบน้ำเรียบร้อย  คุณพยาบาลตัวจริง  มาเช็ดช่องคลอดให้อีก 1 รอบ  พยาบาลตัวจริง  มือนิ่มมาก  เครื่องมือแบบเดิม  แต่แทบไม่รู้สึก  ทำความสะอาดเสร็จ  ก็ย้ำอีกรอบ  เดี๋ยว 9 โมงมารับนะคะ
นอนๆไป  9 โมงกว่าแล้ว  ทำไมยังไม่มา  ตื่นเต้น  ตุ๊มต่อม  อะไร ยังไง  ทำไมหว่า
แล้วก็มีเสียงโหวกเหวกวุ่นวาย  มีเตียงเข็นเข้ามาในห้อง  ฉ้นถูกเร่งให้รีบขึ้นนอนบนเตียงเข็น  แล้วฉันก็ถูกเข็นออกไปแบบฉุกละหุก  แบบว่า ยังไม่ได้ลาแม่เลย  นอนฟังไปเงียบๆระหว่างทางไปห้องผ่าตัด  ได้ความว่า  เจ้าหน้าที่ที่ดูแลแผนกห้องพิเศษใส่ใข่  ลืมแจ้งเวรเปลให้มาเข็นไปห้องผ่าตัด  จนพยาบาลที่ห้องผ่าตัดโทร.มาตามว่าคนไข้อยู่ไหน

ในที่สุด  ก็ได้เข้าห้องผ่าตัดเสียที  คุณหมอบอกว่า  ขอดูหน้างานอีกที  ถ้าเก็บไว้ได้  จะเก็บรังไข่ไว้ให้ข้างหนึ่ง  จะได้ยังมีเครื่องผลิตฮอร์โมนอยู่  แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ  หมอจะผ่าเอาออกหมดทั้งรังไข่ 2 ข้าง  และ มดลูกด้วย  ฟังหมอจบ  ฉันก็หลับ  สวัสดี

มารู้สึกตัวอีกที  เวลาเท่าไหร่ก็ไม่รู้  ตอนนั้น  ยังมึนมาก  ลืมตาไม่ขึ้น  แต่ได้ยินเสียงทุกอย่างชัดดี    เสียงพ่อ แม่ พี่สาว  คุยกันอยู่ข้างเตียง ว่า หมอไม่ให้กลับไปนอนห้องพิเศษ  คืนนี้  ต้องอยู่ห้องคนไข้รวม  ฟังได้แค่นั้น  ก็หลับไปอีก  ตื่นมาอีกทีนึง  น่าจะดึกมากแล้ว  ตอนนี้ฉันตื่นเต็มที่แล้ว  สำรวจไปรอบๆ  อยู่ห้องคนไข้รวมจริงๆแหละ  ทั้งซ้าย ขาว ฝั่งตรงข้าม มีคนนอนอยู่ทุกเตียง  ลองขยับตัวดู  ก็พบว่า ร่างกายแยกส่วนกันอย่างชัดเจน  คือ ขยับขาไปซ้าย ขาวได้  ชันเข่าได้  แต่ยกขาไม่ได้  ส่วนข้างยนก็ขยับได้ แต่ยกตัวไม่ได้  เหมือนท่อนกลางไม่ทำงาน  นอนนานๆก็เมื่อย  แต่พลิกตัวเองไม่ได้  ต้องยึดราวกันตกไว้  แล้วดึงตัว  จึงจะเปลี่ยนจากท่านอนหงายมาเป็นนอนตะแคงได้  คืนนั้นอากาศไม่ร้อน  นอนได้สบายๆ ถึงจะไม่มีแอร์  แต่่ว่า....เตียงข้างๆ  เขาป่วยเป็นอะไรก็ไม่รู้  อยู่ๆก็ลุกขึ้นมานั่ง  แล้วก็อ้วก  ไม่ได้รังเกียจ หรือแหยงอะไรหรอก  เพียงแต่เสียงดังมาก และเขาลุกหลายรอบ  พยาบาลก็มาดูหลายรอบ  จนต้องตามหมอ  หมอมาทีก็กระชากม่านแบบมืออาชีพมาก  ดึงทีเดียวมา่นคลุมรอบเตียงเลย  คืนนั้น  หมอน่าจะมาสัก 3 รอบได้  คืนนั้นทั้งคืนเลยไม่เป็นอันนอน  ได้หลับก็คงเกือบเช้า   หมอมาดูอาหารตอน 8 โมงกว่าๆฉันจึงสะลืมสะลือ  ลืมตาไม่ขึ้น  ได้แต่นอนหลับตาฟังหมอ  พยักหน้ารับให้รู้ว่า ฉันฟื้นแล้ว
หมอบอกว่า เมื่อวานใช้เวลาผ่าัด  มากกว่าที่คิดไว้  เพราะที่เห็นในอัลตร้าซาวด์คือ ผังผืด  และมันลามไปกาะรังไข่ทั้ง 2 ข้าง  จึงต้องตัดออกทั้งหมด  และยังต้องค่อยๆเลาะผังผืดออกอีก  ใช้เวลานาน  ร่างกายก็เสียเลือดมาก  ก็เลยต้องให้เลือดไป 1 ถุง หมอก็เลยให้มานอนห้องรวม  เพราะหมอไว้ใจพยาบาลที่วอร์ดมากกว่า  นี่เป็นเหตุให้หมอเข้าใจว่า ที่ฉันยังดูเพลียมาก เพราะเสียเลือด  จะบอกหมอว่าไม่ใช่  ฉันก็ไม่่มีแรง  ก็เลยปล่อยเลยตามเลยไป
หมอบอกว่า ขอดูอาการอีกสักพัก  ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ  ตอนเที่ยงหมอจะมาเซ้นให้ย้ายกลับไปห้องพิเศษ
ฉันหลับไปต่ออีกสักพัก  คราวนี้ฉันตื่นแบบสดชื่นเต็มที่แล้ว  ไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง  จึงได้รับอนุญาตให้กลับไปพักห้องพิเศษได้
พนักงานเปลเอาเตียงเข็นมาเทียบข้างเตียงที่ฉันนอนอยู่  พยาบาลถามว่า ฉันขยับตัวไหวมั้ย  ฉันตอบว่าได้ค่ะ แต่ในใจคือ  แล้วจะย้ายตัวเองไปยังไงหว่า    แค่พลิกตะแคงยังลำบากเลย
พยาบาลมายืนข้างเตียง  บอกให้ฉันยกขาไปที่เตียงเข็นก่อน  เอาละ  ขาไปอยู่บนเตียงเข็นแล้ว  ทีนี้จะเอาตัวข้ามไปยังไง  พนักงานเปลก็เข่้ามายืนอีกข้างหนึ่ง  แล้วบอกให้เหนี่ยวแขนเขาไว้แล้วดึงตัวข้ามมา  ดึงเต็มแรงได้เลย  ไม่ต้องกลั้วเขาเจ็บ  โอ้โห  ไอ้เราก็เห็นแต่เข็นเตียง เข็นรถไปมา  ไม่เคยนึกเลยว่า  จะเป็นงานที่แมนขนาดนี้
ฉันข้ามมาอยู่ที่เตียงเข็นได้แล้ว  ก็ถูกเข็นพามาที่ห้องพิเศษ  ผู้ช่วยพยาบาลประจำแผนกพิเศษใส่ใช่  ตามมาที่ห้องด้วย  มากันเต็มห้อง 3-4 คน  พอเตียงเข็นมาเทียบที่เตียงจริงแล้ว  ทุกคนก็มารุมยืนกัน  แต่ไม่มีใครกล้ามาจับตัวฉัน  ทำท่าเหมือนไม่รู้จะช่วยให้ฉันข้ามไปที่เตียงได้อย่างไร
ฉันทำเหมือนเดิม  เอาขาข้ามไปก่อน  พอจะยกตัว  ฉันหันไปหาพนักงานเปล  โน่น  โดนสาวๆเบียดจนต้องถอยไปยืนหน้าประตูห้อง  ฉันหันกลับไปมองราวกันตกที่อยู่อีกฝั่ง  ช่วยตัวเองก็ได้วะ  แล้วก็เอื้อมไปจับราวกันตก  ดึงตัวข้ามมาอีกเตียงจนได้  โดยมีผู้ช่วยพยาบาลยืนให้กำลังใจกันเต็มห้อง คุณพระ  แันได้คำตอบแล้วล่ะ  ว่าทำไมคุณพยาบาลประจำวอร์ดถึงได้ทำหน้าแปลกๆตอนเห็นใบจองห้องพิเศษของฉัน
วันอังคาร  ฉันนอนกินน้ำเกลือ  และมีสายสวนฉี่ค่าไว้  หมอบอกว่า  ยังไม่อยากให้เดิน  และยังไม่อยากให้ฉี่เอง  เพราะข้างในแผลเยอะอยู่  ส่วนแผลก็ดูเรียบร้อยดี

วันพุธ  หมอมาเยี่ยมดูอาการตอน 8 โมงกว่าๆ  ฉันนึกไปถึงตอนที่ไปหาหมอแล้วแอบเคืองว่า หมอทำอะไรอยู่หมอ  มาลงตรวจเอาตอนเกือบ 10 โมง ก็เพราะคนไข้ผ่าตัดแบบฉันนี่อย่างไร  ทำให้หมอต้องมาเดินตรวจอาการให้เรียบร้อยก่อน  ถึงจะได้ลงไปตรวจที่แผนกคนไข้นอก  รู้สึกผิดขึ้นมาจับใจเลยทีเดียว

วันพุธ  ฉันเล่าให้หมอฟังเรื่องที่ผู้ช่วยพยาบาลมายืนให้กำลังใจ  ตอนฉันย้ายเตียง  หมอหัวเราะแล้วบอก่ว่า  นี่แหละ หมอถึงไม่อยากให้มานอนที่นี่  แต่เห็นว่า คุณแข็งแรงดี  ไม่น่ามีอะไร  หมอถึงยอมให้มานอน  ปกติ  หมออยากให้นอนที่ห้องพิเศษประจำวอร์ดมากกว่า  เพราะพยาบาลมีประสบการณ์มากกว่า
วันนี้  น้ำเกลือหมดแล้ว  กินข้าวได้ แต่ยังใส่สายสวนไว้เหมือนเดิม  เพราะกระเพาะปัสสาวะค่อนข้างช้ำ  ยังไงวันนี้ก็ยังต้องอยู่บนเตียง  หมอไม่ให้เดิน  แต่ฉันแอบเดินไปแปรงฟันในห้องน้ำ

วันพฤหัส  หมอให้ถอดสายสวนออกได้แล้ว  หมอมาดูแผล  และเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้ใหม่  บอกว่าแผลแห้งดี  อนุญาตให้อาบน้ำได้  แต่อย่าอาบนาน  ไม่งั้นเทปปิดแผลจะกันน้ำไม่อยุ่  พักท้องมาหลายวัน  วันนี้  ถ้าร่างกายกลับมาทำงานปกติ  ก็ควรจะถ่ายได้แล้ว  ถ้าถ่ายได้  ก็กลับบ้านได้
แม่กลัวหมอไม่ให้กลับบ้าน  ไปส่งกับข้าวมาจากร้านข้างนอก  เอาผักมาเยอะๆ
คืนนั้น  ฉันก็ถ่าย  ตามใจแม่ ค่ะ
  หมอถามคำถามเดิมทุกวันว่า ปวดแผลมั้ย  ฉันก็ตอบเหมือนเดิมทุกวัน ว่า ไม่ปวดค่ะ  หมอถามซ้ำว่า ไม่ปวดเลยจริงๆ  หรือว่า มันปวดพอทนได้  ก็เลยบอกว่าไม่ปวด  (เพราะในประวัติการป่วยของฉัน  ฉันทนการปวดได้สูงมาก)  ฉันหัวเราะ  บอกหมอว่า ไม่ได้กลัวกินยา  ไม่ปวดจริงๆ
ไม่รู้ว่าฝีมือหมอดี  หรือ ฉันโชคดี  ที่ไม่มีอาการเจ็บปวดจากการผ่าตัดเลยแม้แต่น้อย  ไม่แพ้ยา ไม่เบื่ออาหาร  สบายมาก
วันนี้หมอบอกให้เริ่มเดินเบาๆในห้องได้แล้ว  นานก่านี้  ยังไม่เดิน  เดี๋ยวแผลข้างในมันจะติดแบบงอๆ  เดี๋ยวจะงอถาวร  ต้องยืดด้วยการเดิน
แต่การเดินโดยที่เส้นประสาทกลางตัวโดนตัดออกไป  ทำให้ควบคุมกล้ามเนื้อช่วงท้องไม่ได้เลย
ก็เลยต้องใช้มือประคอง  และเดินเบาๆ  ราวกับคนท้อง

วันศุกร์  ทุกอย่างเรียบร้อย หมอให้กลับบ้าน  พร้อมยา 1 ถุง  และ คำสั่งห้ามยกของหนัก
แต่ว่า ที่นี่  โรงพยาบาลรัฐ  ไม่มีคนช่วยค่ะ  แล้วของคนเฝ้าไข้  มากกว่าของคนไข้อีก
สุดท้าย  ฉันจึงต้องสะพายเป้ใส่สมบัติตัวเอง  เดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ดานหน้าโรงพยาบาล ด้วยระยะทางเกือบ 200 เมตร  แล้วต้องเดินเร็วๆด้วยนะ  เพราะเป็นจุดรอดเพือรับ ส่ง จอดนานไม่ได้

วันเสาร์ ไปเสริมสวย
วันอาทิตย์  ฉันก็แต่งตัวสวย  ไปร่วมงานแต่งงนได้แบบสบายๆ

จริงๆ ถ้ากายพร้อม ใจพร้อม  การผ่าตัด  ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร
ทนอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่  นั่นสิ น่ากลัวกว่า


Create Date : 02 กรกฎาคม 2563
Last Update : 4 กรกฎาคม 2563 0:20:45 น. 0 comments
Counter : 127 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

วัลยา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัลยา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com