lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
กุมภาพันธ์ 2567
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526272829 
space
space
6 กุมภาพันธ์ 2567
space
space
space

ตะวันตัดบูรพา EP.4
ความเดิมตอนที่แล้ว

ด้วยความยังไม่ถึงที่ตาย ย้งรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่มาได้
แต่ต้องดรอปเรียนปี 2 ไป 1 ปีเพื่อกลับมาพักฟื้นที่กรุงเทพ
จนพี่ยุนและย้งเรียนจบ ทั้ง 2 ไม่เคยได้พูดคุยกันดีเลย
ย้งยังคงโกรธพี่ยุนที่ไม่ไม่สายขอความช่วยเหลือของมันในวันนั้น

จนย้งเรียนจบและจะย้ายกลับกรุงเทพ
ย้งกับพี่ยุนมีปากเสียงกันรุนแรง จนลงมือลงไม้กัน
และนั่นเป็นวันที่พี่ยุนหมดความอดทนกับน้องชาย เมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามอีกต่อไป

จนย้งกลับไปเที่ยวเชียงใหม่อีกครั้ง เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
แต่ดันไปดื่มต่อจนเมาขาดสติ และด้วยนิสัยส่วนตัวของย้ง
ทำให้ไปมีเรื่องมีราวกับคนในร้าน และถูกลากไปกระทืบให้สาแก่ใจ



อ่านย้อนได้ตรงนี้
EP.1   CLICK!
EP.2   CLICK!
EP.3   CLICK!


******************************************


 
 
ย้งล้มลุกคลุกคลานละครับ ด้วยความเมา
ซึ่งมันบอกผมว่ามันก็สู้นะ  แต่มันเมามากจนไม่ไหว

ซึ่งในที่สุดย้งก็กดรับโทรศัพท์เพื่อน แต่ก็มีแต่เสียงโวยวายฟังไม่รู้เรื่อง
ทำให้เพื่อนรู้ทันทีว่า....มีงานละคืนนี้ จึงวิ่งออกไปตามหา
และพยายามยืดยุดฉุดกระชากเพื่อช่วยเพื่อน

(ตรงนี้ไอ่ย้งก้เล่าไม่ได้แล้วครับ เพราะมันเมาทั้งเหล้าเมาทั้งตีน)
รู้แต่ว่าย้งกับเพื่อนคนนึงโดนจับหันหน้าเข้ากำแพง และมันพยายามดิ้นสุดแรง
แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเหมือนระฆังหมดยก




"พวกเมิงทำอะไรกันวะ!!!....กุจะแจ้งตำรวจ"
เสียงนั้นทำให้แก๊งยำตีนหยุดหันไปมอง 
เห็นผู้ชายคนนึงยืนชูมือถือขู่พวกมันอยู่

"เสือกละไอ่สัด เมิงอยากโดนหรอ"  หนึ่งในนั้นเดินปรี่เข้ามากะใส่กับผู้ชายคนนั้น
ส่วนย้งที่เห็นมีช่องก็พยายามหนีทันที
ทำให้เกิดการยื้ดยุดฉุดกระชากกันอีกครั้ง 
ชายคนนั้นเลยรีบวิ่งเข้าไปดึงตัวย้งออกมาพร้อมชักปืนออกมาจากหลังเอว

"เอากับกูได้นะ" ชายคนนั้นพูดกลับเป็นภาษาเชียงใหม่ เพื่อแสดงให้รู้ว่าเป็นคนในพื้นที่


ฝ่ายนั้นผงะไปเมื่อเห็นปืน แต่มีใครคนนึงวิ่งกลับไปเปิดประตูรถ
ทรงแล้วน่าจะไปเอาอาวุธที่สมน้ำสมเนื้อออกมา

"วิ่งสิพวกเมิง มองเฮียอะไรกันอีก"  
ชายคนนั้นตะโกนบอกทุกคน แล้วลากคอย้งวิ่งทันที
พร้อมกับเสียงเอะอะมากจากด้านหลัง ทั้งเสียงสตาร์ทรถ เสียงสตาร์ดมอร์เตอร์ไซด์



"เดี๋ยวๆ"
"ขึ้นๆๆๆๆ"   ชายคนนั้นพูดลนลานทั้งผลักทั้งดันย้งให้ขึ้นมอร์เตอร์ไซด์Ducati ที่จอดอยู่
ชายคนนั้นคือพี่ยุน ที่ลากย้งขึ้นรถ
สตาร์คแล้วออกตัวทันที่ พร้อมส่งหมวกกันน็อคให้ย้ง

"ใส่"
"มึงปล่อยกูยุน!"
"กูปล่อยมึงแน่ มึงไม่ต้องสั่งกุ"
แต่อาจจะไม่ใช่เวลาที่ 2 คนนี้จะเถียงกัน เพราะข้างหลังพวกเขาตอนนี้
คือรถแต่งคันนึงที่ตามพวกเขามาอย่างตั้งใจ 
ในหัวพี่ยุนคือ
มันมีปืนรึป่าววะ มันมีแน่นอน 
แต่เลี้ยวซ้ายทีขวาทีแบบนี้กว่าจะออกถนนใหญ่ มอร์เตอร์ไซด์คันนี้หนีได้แน่นอน
ซึ่งพี่ยุนก็หักสุดทุกเลี้ยว




"ยุนๆๆ ไอ่ยุน!!!"
แต่ไม่มีเสียงตอบจากพี่ยุน และเมื่อเลี้ยวออกถนนใหญ่ก็ได้จังหวะบิดหนีสุดปลอก
"ยุน! ไอ่เฮีย! เมิงบ้าหรอ ยุน!!!!"  ย้งตะโกนด้วยความกลัว
ตอนนั้นเค้ากลัวจริงๆ กลัวการนั่งมอร์เตอร์ไซด์ด้วยความเร็วแบบนี้
จากความทรงจำที่ย้งมี









ข้างหน้าเป็นสี่แยก ไฟจารจรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นส้ม
"ยุนไฟแดง...."
"อืม"
"ไอ่ยุนไฟแดง!!!!"
"..."
"เบรกพี่ยุน พี่ยุนเบรกดิวะ!!!! ไอ่ยุน!!!"
ย้งตะโกนเหมือนคนสติแตก มันกลัวมาก และตรงหน้าไฟแดง
ภาพความทรงจำอุบัติเหตุที่มันพอจำได้ เสียง ความรู้สึก กลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง



....ตายก็ตายเลยไอ่เฮีย อย่าให้เจ็บอีกนะ.....
ย้งคิดในใจ มือบีบไหล่พี่ยุนแน่น 
ภาพสุดท้ายก่อนที่ย้งจะก้มหน้าหลับตาฝ่าไฟแดงแยกที่มีรถคับคั่ง
คือพี่ยุนที่ยกมือข้างนึงขึ้นเหนือหัวก่อนจะเร่งเครื่องรถอีกครั้ง



เสียงร้องของตัวเองดังก้องในหูปนกับเสียงเครื่องยนต์จนอื้อ
รู้สึกว่าตัวเองกำลังสั่นไปทั้งตัว น้ำตาไหลออกจากตาทันทีที่ลืมตาขึ้น
และพบว่า พวกเขาคือรถคันสุดท้ายก่อนที่รถอีกฝั่งจะเคลื่อนตัวปิดถนน



พี่ยุนผ่อนคันเร่งและเลี้ยวเข้าถนนเส้นเล็ก ก่อนจะลัดเลาะไปตามทาง
ตอนนี้ย้งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งเงียบก้มหน้าอยู่ใต้หมวกกันน็อค

"ย้ง....ย้ง....ไอ่ย้ง พักไหน"   เสียงพี่ยุนเรียกสติย้ง
ก่อนที่เขาจะพูดชื่อที่พักของเขาออกไป
แต่พี่ยุนกลับควักมือถือออกมาแล้วส่งมาให้แทน

"Google mapดิ๊"
ย้งไม่พูดไม่จา กด GPS ให้แล้วส่งคืนพี่ยุน ก่อนที่พี่ยุนจะขับไปส่งย้งที่ที่พัก



พอลงจากมอร์เตอร์ไซด์ได้
ย้งถอดหมวกกันน็อคออกแล้วทิ้งตัวลงไปนั่งที่ขอบบันได
พร้อมที่อยู่ๆ อะไรๆ ที่สะสมไว้ก็ระเบิดออกมาทั้งด้วยแอลกอฮอล์ทั้งความกลัว ทั้งความโกรธ

"มึงบ้าหรอไอ่ยุน มึงเป็นบ้าหรอ อยากตายมึงไปตายคนเดียว
กุไม่อยากตาย มึงไม่เจออะไรอย่างกู มึงไม่รู้หรอกว่าแม่งน่ากลัวแค่ไหน"
ย้งพูดพรางนั่งกอดเข่าโยกตัวไปมาอย่างไร้สติ ก่อนจะก้มหน้าลงกับเข่าตัวเอง
ตัวมันสั่น มือมันสั่นจนพี่ยุนสังเกตได้แม้มันจะกอดเข่าไว้แน่น
พี่ยุนเลือกที่จะไม่พูดอะไร แล้วนั่งพิงมอร์เตอร์ไซด์ตัวเองมองเงียบๆ 
ย้งคงกลัวมาก และพี่ยุนก็เข้าใจ คนที่เจอเรื่องแย่ๆ มาอย่างย้ง 
พอต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ดูอันตรายอีกครั้ง ไม่แปลกที่จะกลัวขนาดนี้









ทิ้งไว้ไปพักใหญ่จนเห็นย้งเริ่มสงบ แล้วเริ่มนั่งเหม่อ ตาลอยๆ 
พี่ยุนจึงเริ่มพูดก่อน เพื่อลองเชิง

"เจ็บตรงไหนไหมละ"
ย้งส่ายหน้าแทนคำตอบ
"แดกยังไงให้โดนกระทืบวะไอ่ย้ง กูละเชื่อเลย"  พี่ยุนพึมพำคนเดียว
"เมิงนั่งนี่หน่อย"  ย้งพูดเบาๆ พร้อมตบพื้นข้างตัวเอง ให้พี่ยุนนั่ง
พี่ยุนลังเล ไม่แน่ใจเลยว่าย้งเรียกให้เค้านั่งจริงๆ รึป่าว แล้วเค้าต้องทำตัวยังไง
แต่ก็ลงนั่งข้างๆ เว้นระยะห่างตามประสาคนที่ไม่คุยกันมา เกือบ 10 ปี





ย้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำไปทำไม
รู้แค่อยากให้มีใครซักคนนั่งอยู่ตรงนี้ใกล้ๆ ตัวเอง
ทั้ง 2 นั่งเงียบกันอยู่แบบนั้นครู่ใหญ่  จนคนที่มีสติดีอย่างพี่ยุนเป็นคนเริ่มบทสนทนา
ถึงแม้ว่าพี่ยุนเองก็ไม่รู้หรอกว่าควรจะเริ่มคุยอะไรกับน้องชายที่หายไปนานของเค้า

งั้นเริ่มจากจุดบุหรี่สูบก่อนเลย แล้วยื่นให้ย้ง 1 ตัว ซึ่งย้งก็รับไว้
"ไอ่บอลมันบอกกุว่าเมิงมาเชียงใหม่"
"อืม ครั้งแรกในรอบ 10 ปี"
"กูเลยมานั่งกินอยู่ใกล้ๆ  เผื่อได้เห็นหรือได้เจอมึงบ้าง ใครจะคิดว่ามึงจะโดนกระทืบ"
พี่ยุนพูดเสียงปนหัวเราะ พร้อมดูดบุหรี่ไปด้วย
"ทุเรศชิบหาย" ย้งก้มหน้ายิ้มน้อย ๆ ..... "สบายดีหรอ"
จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพูดกันดีๆ เป็นเมื่อไหร่ แต่นี่เป็นครั้งแรก
ที่ย้งถามสิ่งนี้กับพี่ยุนและมองหน้าเค้า เค้าแทบจำสายตาน้องชายตัวเองไม่ได้แล้ว



ซึ่งทำให้พี่ยุนดีใจมาก ดีใจจนไม่รู้จะเริ่มพูดต่อยังไง

"อืม"   พี่ยุนตอบได้แค่นั้นจริงๆ  "มึงละ...."
"สบายดี...มีตังเที่ยวอย่างที่เห็น"  ย้งหันมายิ้มน้อยๆ แล้วยกบุหรี่ขึ้นดูด
เขาเหม่อมองควันบุหรี่ที่เป่าออกมาครู่นึงก่อนจะหันไปหาพี่ชายอีกครั้ง

"ขอบคุณนะ ที่ไม่ถอยใจกับกุ" ย้งก้มหน้าพูดเหมือนในคำว่าขอบคุณมีความรู้สึกผิดปนอยู่ไม่น้อย
ส่วนพี่ยุนส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร หรือไม่ต้องขอบคุณอะไรเค้าหรอก



"มึงคิดจะอยู่เชียงใหม่ตลอดไปเลยหรอ" ย้งถาม
"ก็....งั้นมั้ง ที่นี่เป็นบ้านกูไปแล้ว กูก็มีความสุขดีนะ"
"มีความสุขดี แล้วทำไมต้องพกปืนวะ"
"ที่ทำงานเค้าให้มีติดตัวไว้ คนงานเยอะแยะเผื่อฉุกเฉิน.....
แต่นอกจากซ้อมในสนาม กุก็ไม่เคยยิงจริงๆ เลยนะ
กระบอกนี้ไม่เคยมีกระสุนผ่านลำกล้องเลย
ทีแรกคิดว่า เอาแล้ว...วันนี้ปืนกูได้เปิดซิงแน่นอน มือกูนั่นสั่นเลยนะ"



พี่ยุนพูดไปหัวเราะไปตามสไตล์คนคุยเก่งอารมณ์ดี 
เวลาเกือบ 10 ปี พี่ยุนดูเปลี่ยนไปบ้างแต่ก็ยังคงเป็นพี่ยุนคนเดิมที่ย้งรู้จักเสมอ

"ขอดูบ้างดิ"  ย้งยื่นมือไปหา
"ไม่ใช่ของเล่นน่ะ" พี่ยุนพูดกวนๆ แล้วผลักไหล่ย้งเบาๆ ไม่เอาปืนให้ดู









หลังจากคุยกันมาทั้งหมด พี่ยุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก้มหน้าไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะวางมือลงบนหลังมือน้องชายของเขา
"กูขอโทษนะ สำหรับวันนั้น และสำหรับทุกอย่างที่กูไม่ได้ดูแลมึงให้ดี"

ไม่คิดมาก่อนว่าพี่ยุนจะพูดอะไรแบบนี้ และย้งเองก็ไม่คาดหวังมันมานานแล้ว
อาจใช่ที่เค้าไม่อยากได้คำขอโทษจากพี่ยุนอีกแล้วตั้งแต่วันนั้น 
แต่พอได้ยิน ย้งเองก็เหมือนปลดล็อคในใจเรื่องนี้เช่นกัน
ด้วยเวลาที่ผ่านไป และย้งที่จริงๆ แล้วยังรักพี่ชายเสมอ


"ช่างแม่งเถอะ กูก็ไม่ตาย ส่วนมึงก็มาหากูอยู่ดี ตอนกูแล่นออกไปก็ไม่ได้บอกมึง แล้วมึงจะเอาอะไรมารู้ว่ากูเกิดเรื่อง....แต่วันนี้กูมีเรื่อง มึงก็อยู่ข้างๆ กู
แต่คราวหน้า มึงอย่าฝ่าไฟแดงอีกนะ ไอ่เฮียกุกลัวหายชิบหาย
โดนยิงอาจไม่ตาย แต่รถเหยียบนี่ตายนะ มึงก็อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าทำ รถแรงก็อย่าไปทำ"




พี่ยุนหัวเราะออกมาก่อน ยกมือขึ้นโบกเชิงปฎิเสธ
"มึงไม่เคยเรียนผังเมืองหรอ สี่แยกมันมี All red แยกนี้  3 วิ กูผ่านทุกวัน"
"กูจบเครื่องยนต์ครับ กูไม่ใช่สถาปนิก"
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เป็นข้างถนนตรงนั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ในตลอด 10 ปีที่ทั้งย้งและพี่ยุนมีต่อกัน





หลังจากการเจอกันครั้งนั้นที่เชียงใหม่ ทำให้  2  พี่น้องค่อยๆ กลับมาคุยกันอีกครั้ง
แต่น่าแปลกที่ ถึงจะไม่ได้คุยกันมาร่วม 10. ปี แต่การกลับมาคุยกันนี้ 
ไม่ได้รู้สึกเหมือนมีช่วงไหนในชีวิตที่พวกเขาห่างกันเลย 

ความสนิทยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตั้งอัพเดทเรื่องราวของกันและกันเยอะแยะ
และแต่ละคน ก็เปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลา หรือเรื่องราวในชีวิต









-
- - - - TO BE CONTINUES - - - - 
ตอนหน้าจบแล้วครับ


 



Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2567
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2567 16:52:25 น. 19 comments
Counter : 429 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณหอมกร, คุณtuk-tuk@korat, คุณSweet_pills, คุณkae+aoe, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnonnoiGiwGiw, คุณSleepless Sea, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณทนายอ้วน, คุณชีริว, คุณnewyorknurse


 
คราวนี้พี่ยุนเป็นอัศวินม้าขาวมาช่วยได้ทันเวลา
แก้ตัวที่เคยมาไม่ทันในครั้งโน้นนน ยาวนานจนแทบต้องระลึกชาติได้



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:17:52:31 น.  

 
หูย รอดหวุดหวิดเลยนะครับนี่
โชคดีที่พี่ชาย สะกดรอยตามมาอยู่ใกล้ๆ
ไม่งั้น น้องย้ง โดนเหยียบแบนแน่ 555

ส่วนเรื่องปืนนี่ มีทั้งข้อดีข้อเสีย
ถ้ามีก็ต้องฝึกให้ชำนาญ
สมัยเด็กๆ อ.เต๊ะ แอบเอาปืนพ่อมาเล่น
เป็นเปืนลูกโม่6นัด ดันไปง้างนกเล่น
ไม่ได้ดูว่ามีลูกเต็มทุกรูเลย

คราวนี้ก็เหงื่อแตกซิครับ ทำไงดีว้า
จะยิงก็ไม่กล้า ต้องวิ่งไปหาผ้ามารองกั้นนกไม่ให้สับ
แล้วค่อยๆกดไกช้าๆ แบบไม่หายใจเหงื่อแตก ฉี่แทบราดเลยตอนนั้น 555

แล้วเรื่อง มอร์เตอร์ไซด์ นี่ก็น่ากลัวนะครับ
บิ๊กไบค์ นี่ไม่ใช่จะขี่ง่ายๆ จังหวะกะทันหันไฟแดง
นี่ ถ้าเบรค อาจจะเละเป็นหมูแดงเลยนะครับ555

อ.เต๊ะ มีประวัติอีกเหมือนกัน แอบเอามอร์เตอร์ไซด์ พ่อไปขี่
เป็นฮอนด้า 2สูบ 500 ซีซี หนักมาก
ตอนนั้นน่าจะซัก10 ขวบ ขาก็ไม่ถึงพื้น
ถ้าล้มละ ยกขึ้นคนเดียวไม่ไหวแน่

แล้วก็บังเอิญเหรอเกิน ขี่ไปล้มตรงไหนไม่ล้ม
ไปล้มข้างดงกระบองเพชร โอ๊ยพรุนทั้งตัว นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นแหละครับ ลุกไม่ไหว 555

ส่วนเรื่องพี่น้องตระกูล ย นี่ เริ่มกลับมาคุยกันได้
เวลาไปกินเหล้าคราวหน้าไม่ต้องกลัวแล้ว
มีคนระวังหลังให้ เว้นแต่ว่าไปอย่าไปเจอแก๊งค์เดิม โจทก์เก่าเข้าก็แล้วกันนะครับ555





โดย: multiple วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:19:30:13 น.  

 
เลือดข้นกว่าน้ำ
คำนี้ยังจริงเสมอ
พี่น้องโกรธเกลียดกันยังไงก็ตัดกันไม่ลง
จึงกลับมาคุยกันได้
แม้จะดูเสี่ยงชีวิตมากๆก็ตามนะครับ 555

รออ่านตอนจบนะครับ

ความทรงจำอย่างที่น้องปริ๊นซ์พูดถึง
พี่ก๋าเห็นด้วยเลย
คนเป็นอัลไซเมอร์มันจึงน่ากลัวมาก
เพราะมันพรากความทรงจำไปจากคนที่เรารักและรักเรา
การตื่นขึ้นมาและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครว่าน่ากลัวแล้ว
แต่การที่จำไม่ได้ว่าใครยืนอยู่ตรงหน้าเรา
ทั้งๆที่เป็นคนที่เรารักนั้นน่าเจ็บปวดกว่าเยอะเลย




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:21:13:28 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
เรียกได้ว่าพี่น้องตัดกันไม่ขาดจริง ๆ นะ
ตอนขับรถจะผ่าไฟแดงนี่ลุ้นตามยังกับในหนังเลย
น้องปริ๊นซ์เล่านี่พี่นึกถึงหนังหลายเรื่องเลย
รออ่าน EP. ต่อไปครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:22:49:50 น.  

 
ดูเหมือนจะเคลียร์ปมในใจกันได้แล้วนะครับ ดีแล้วล่ะ จริงๆ ถ้าเปิดใจคุยตะั้งแต่แรกเรื่องมันก็จบได้แล้ว แต่เพราะไม่ได้เปิดใจคุยแต่แรก มันก็เลยค้างคา แล้วก็วุ่นๆ หน่อย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:23:34:03 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:5:21:21 น.  

 
สวัสดียามสายค่ะ น้องปริ๊นซ์

ช่วงเวลาปลดล็อคในใจของทั้ง2คน อ่านแล้วก็มีน้ำตาซึมนะ
10ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก
เอ็นดูพี่ยุน รู้ว่าน้องมา ก็มานั่งกินใกล้ๆ เผื่อได้เห็นได้คุย คิดถึงหละ
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้มา คือ ความสุขใจของคนในครอบครัวค่ะ พ่อ แม่ น้อง

ต่อแต่นี้น่าจะมีแต่เรื่องแฮปปี้เนอะ รอตอนจบค่ะ


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:10:01:12 น.  

 
แหมยังกับในหนังเลยจ้าปริ้น



โดย: หอมกร วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:10:15:48 น.  

 
เป็นข้อดีของน้องปริ๊นซ์เลยนะครับ
การไม่เก็บอารมณ์ร้ายๆของคนอื่นมาตกค้างในตัว
พี่ก๋าว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลย

เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครจริงๆครับ
พี่น้องก็ฆ่ากันได้จริงๆ

อ่านเม้นท์ที่สอง
เชื่อเลยว่าวันนี้ต้องชุลมุนวุ่นวายพอสมควรเลย 555

ไหนจะทำงาน ไหนจะต้องไปงาน
ไหนจะต้องดูแลหลานด้วย
สุดยอดครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:20:10:26 น.  

 
ย้งนี่สงสัยจะหล่อเริ่ด


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:21:10:00 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:5:28:24 น.  

 
เมื่อวานมาดามก็ถามเรื่องสมาธิ
พี่ก๋าก็อธิบายให้ฟัง
ว่าไม่ใช่การนั่งหลับตาเท่านั้นที่ฝึกสมาธิ
ทำได้เยอะมาก
ตามไฟ ตามน้ำ ตามอะไรก็ได้ที่ทำให้จิตเราไม่วอกแวก
ทำกับข้าวยังฝึกสมาธิได้เลย

อยู่ที่เราจะฝึกจิตตัวเองด้วยวิธีใดเท่านั้นเองครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:12:37:36 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ น้องปริ๊นซ์

คุยกับน้องนี่ได้กำลังใจเต็มเปี่ยม
นี่พี่ก็เริ่มไปเดินของเดือนนี้ได้2วันแล้วค่ะ
เรียกวินัยกลับมาหละ 555555

ขำข้าวหอมค่ะ สืบทอดทางDNAที่แท้ทรูค่ะน้อง 55555


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:13:26:59 น.  

 
สวัสดีครับ

อ่านสนุกดีครับน้องปริ๊นซ์
ขอบคุณที่แวะไปฟังเพลงครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:17:00:29 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์

ถึงจะมีเหตุให้พี่น้องไม่ได้ติดต่อกันนานเป็นสิบปี
แต่ในใจลึกๆคงยังรักและผูกพันกันเสมอนะคะ

"กูเลยมานั่งกินอยู่ใกล้ๆ เผื่อได้เห็นหรือได้เจอมึงบ้าง"

เป็นประโยคที่กินใจจริงๆค่ะ

อ่านต่อเนื่องสามตอน ทั้งตื่นเต้นน่าติดตาม น้องปริ๊นซ์ถ่ายทอดได้เก่งมาก
จะติดตามตอนต่อไปนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:17:17:48 น.  

 
มีรูปปาท่องโก๋จากร้านโจ๊กร้านโปรด - โจ๊กต้นพยอม ด้ววยยยยย


คิดถึงงงงงงงง


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:20:07:11 น.  

 
พี่ก๋าขจองเลยนะ
หน้าที่ล้างจานเนี่ย
ชอบมาก 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:22:31:28 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเที่ยวเบตงด้วยกันครับ Altis ขับสบายจริง
ขึ้นเขาไม่เท่าไหร่ แต่ยากตอนร่อนผ่านถนนที่น้ำแฉะๆเนี่ยครับ เอาจริงๆ รุ่นไหนก็ร้อนกันหมดมั้ง
ทริปนี้แม่ชอบนะครับ แม่บอกมันมีความต่างจังหวัดเยอะดี 555 เดี๋ยวบล็อกต่อไปนราธิวาส บรรยากาศอันซีนกว่านี้อีก

-----

กลับมาบล็อกนี้อีกที ซีรี่ยส์รันไปหลายตอนแล้ว ไวเป็นเน็ตฟลิกซ์เลยครับ
ย้งรอดจากอุบัติเหตุ แต่ก็เกือบโดนกระทืบตายอีกรอบ ใช้ชีวิตเปลืองแบบเจ้าของบล็อกเลยป่าว อิอิ
และในภาวะวิกฤตนั้นเอง พี่ยุนก็ขี่ม้าขาว เอ้ย! ดูคาติ มาช่วย
ย้งเมาๆ แบบนี้ดีนะครับ ซ้อนมอไซไม่ไปทำร่วงไว้กลางทาง
ไม่ใช่แบบรอดๆ มาหลายขนาน มาตายเพราะซ้อนมอไซพี่ยุ่น 555
ดีที่สองหนุ่มได้มาคุยกันอีกครั้งนะครับ
ชวนเอาอยากเที่ยวเชียงใหม่ไปด้วยเลย พี่ก๋าบอกช่วงนี้ฝุ่นยังไม่มา


โดย: ชีริว วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:22:56:36 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล็อกครับ
เรื่องสติหลุด ผมนึกถึงยามหิวก่อนเลยครับ
มันจะคิดอะไรไม่ออก แบลงก์ๆ
ถ้านั่งประชุมก็เอ๋อๆ ไปเลย 55

ซีรี่ส์คุณปริ้นท์เขียน
ผมข้ามตอนที่แล้วไป
วันนี้อ่านตอนล่าสุดก่อน
แอ็กชั่นระทึกขวัญเชียวครับ
รอดตายแล้วย้ง และยังได้พี่ยุนกลับมาด้วย
ผมชอบโมเมนต์ที่ ขอแค่มีคนอยู่ข้างๆ นะครับ
รอติดตาม final ep นะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:23:13:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space