ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
20 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
คำถามจากน้องผิง

หนูถามอะไรหน่อยจิ หนูสงสัยมานานแล้ว

เพื่อนหนูคนนึงคลั่งใคล้คิตตี้มาก ความฝันสูงสุดคือได้ไป sanrio land ที่ญี่ปุ่น

เพื่อนหนูอีกคนบ้าวงดนตรีฝรั่งวงนึงมาก ความฝันสูงสุดคือได้ไปดู concert สดๆที่อเมริกา

แฟนหนูบ้ารถ ความฝันสูงสุดคือได้เป็นเจ้าของรถจาร์กัวร์หรือเบนซ์ s-class สักคัน

ทั้งหมดเข้าใจได้ไม่ยาก

แต่หนูแอบสงสัยว่าความฝันของพี่โยหรือคนที่ชอบแบบพี่โยคืออะไรอะ เพราะหนูนึกไม่ออกจริงๆ

อย่าโกรธหนูนะ ถ้าหนูจะบอกว่าตอนแรกหนูนึกว่าความฝันสูงสุดของพี่โยคือสงครามโลกเพราะดูจะเป็นเพียงอย่างเดียวที่สิ่งที่พี่ชอบจะได้แสดงความสามารถอย่างแท้จริง

แต่อ่านๆไปกลับเป็นว่าพี่โยเกลียดสงครามเหมือนหนู

หนูเลยแอบสงสัยว่าคนที่ชอบพวกเครื่องบินรบ กองทัพ อะไรประมาณนี้ความฝันสูงสุดคืออะไร

จะบอกว่าเป็นเจ้าของ f -16 หรือกองกำลังส่วนตัวมันก็เป็นไปไม่ได้อะ



โดย: น้องผิง วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:41:30 น.





น้องผิงเคยรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดไหมครับ? นั่นแหละผมล่ะ

พอมีสงครามที ผมก็เริ่มด่าทีว่า มันว่างมากขนาดมาฆ่ากันเหรอแฟระ ถ้าว่างมากหรือเงินเหลือมาก เอามาให้กรูช่วยใช้ก็ได้นะเฟ้ย .... แต่อีกด้วยผมก็ชอบไปดูว่า มันใช้อะไรรบกับ ยุทธวิธีเป็นยังไง เขาเล่นเกมส์การเมืองกันยังไง

แต่ถ้าให้เลือก ผมก็เลือกที่จะไม่เอาสงครามดีกว่าครับ

เพราะผมไม่เห็นว่า มันจะมีความขัดแย้งใดที่ยุติไม่ได้โดยไม่ต้องใช้สงคราม

สำหรับผม กองทัพ ต้องไม่ได้มีไว้เพื่อทำสงคราม แต่ต้องมีไว้เพื่อเป็นเครื่องมือทางการฑูตของรัฐ และต้องดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐ

แม้ว่าผมจะเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณทางทหาร ให้จัดหาอาวุธใหม่ แต่ก็เพราะงบประมาณที่เคยได้รับ ต่ำจนทำไม่ได้แม้แต่จะซื้อน้ำมันมาเติม หรืออาวุธที่มี ก็เก่าจนเป็นอันตรายต่อคนใช้

แต่ผมก็ไม่เคยเรียกร้องให้เพิ่งงบประมาณทางทหารมหาศาล หรือจัดหาอาวุธไฮเทคสุด ๆ จำนวนมาก เพราะผมไม่เห็นความจำเป็นว่าทำไมเราจะต้องใช้จ่ายทางด้านการทหารมากขนาดนั้น ในเมื่อมีอีกหลายอย่างที่ประเทศเราต้องการ

เช่นเรื่องบประมาณทางทหาร ที่กลาโหมเคยได้รับเพียง 8 หมื่นล้าน หรือแค่ 0.5% ของ GDP ผมก็ต้องการให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณ เพราะกองทัพไม่สามารถดำรงความพร้อมรบเพื่อป้องกันประเทศจากภัยคุกคามได้

แต่เมื่อรัฐบาลเพิ่มงบประมาณทางทหารมาเป็น 1.2 แสนล้านบาทเมื่อปี 50 1.4 แสนล้านบาทเมื่อปี 51 และ 1.5 แสนล้านบาทในปี 2552 ข้างหน้า หรือ 1% ของ GDP ผมก็เห็นว่าเหมาสมดีแล้ว และผมก็คัดค้านอย่างเต็มที่ถ้ารัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณทางทหารให้มากกว่านี้และการเพิ่มครั้งแต่ไปควรเป็นการเพิ่มตามภาวะเงินเฟ้อเหมือนกับกระทรวงอื่น ๆ เท่านั้น เพราะประเทศเรายังต้องการใช้เงินในด้านอื่นอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่งทางราง (รถไฟฟ้าและรถไฟรางคู่) หรือการสงทุนสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟสที่สองเพื่อทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการบิน หรือการพัฒนาการเกษตรเพื่อสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหารของไทยและของโลก ซึ่งมันทำให้เรารวยขึ้นในอนาคต

นั่นก็คือ ผมต้องการให้กองทัพพัฒนาแบบพอเพียงนั้นเอง

จะว่าไปเดียวจะขอวิจารณ์ทีเดียวเลยตอนพ.ร.บ. งบประมาณปี 2552 ได้รับการการโปรดเกล้าฮะ

สำหรับเรื่องสงคราม ......

ผมก็ยังไม่เห็นว่ามันจะให้อะไรดีกับมนุษย์

คนแนวหลังที่เชียร์ให้รบอาจจะสะใจ แต่คนที่ไปรบเองกลับเจอกับประสบการณ์เลวร้าย เพราะคนชนะกับคนแพ้ โดนเหมือนกันหมด นั่นคือความสูญเสีย ..... สงครามมันเป็นสิ่งที่งี่เง่าที่สุดในโลกที่มนุษย์เราคิดขึ้นมาได้

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมหลายคนต้องไปมองถึงกรณีที่เกิดสงคราม แต่กลับไม่ยอมมองอีกหลายกรณีที่การเจรจากลับยุติสงครามไม่ให้เกิดขึ้นได้ แม้แต่มหาอำนาจอย่างสหรัฐและรัสเซีย ที่เผชิญหน้ากันในทุกด้าน แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงจนใกล้จะเกิดสงคราม พวกเขากลับโทรคุยกันจนโลกเราหลีกเลี่ยงสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกมาได้หลายครั้ง

เอาง่าย ๆ เรื่องกัมพูชา .... ผมบอกทุกคนและพูดทุกครั้งว่า เราต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดสงคราม เพราะถ้าเกิดสงคราม นอกจากเราจะแพ้เกมส์การเมืองประหว่างประเทศจนต้องเสียดินแดนจริง ๆ แล้ว เรายังต้องสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจอีกมากมาย

ผมก็คิดว่าผมพูดด้วยเหตุด้วยผลแล้วนะ .... แต่เอาเข้าจริง ผมก็โดนด่าอยู่เสมอว่า ไม่รักชาติ ยอมเลียเท้าเขมร ไปจนถึงไล่ให้ผมไปโอนสัญชาติเป็นเขมรซะ!

ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ...... บางทีผมอาจจะรักชาติน้อยกว่าคนไทยคนอื่น หรือมีความเป็นคนไทยต่ำกว่าคนอื่น .... แต่ถ้าเกิดว่าการเป็นคนไทยที่ดี ต้องเกลียดเพื่อนบ้าน ต้องจ้องทำลายเพื่อนบ้าน ..... ผมก็ยินดีเป็นพลเมืองชั้นสองที่ต่ำชั้นกว่าคนอื่นอย่างนี้ต่อไปครับ

ผมเห็นด้วยกับหลัก Forgive and Forget ...... ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมมีเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตจากทั่วโลก คุยกันบ่อย ๆ หรือก็เล่นเว็บบอร์ดด้วยกัน คนอังกฤษเรียกเรียกคนฝรั่งเศสด้วยความดูถูก คนดัชต์รังเกียจคนเยอรมันยิ่งกว่าอะไรดี ..... แต่สิ้งที่ผมเจอทุกครั้งก็คือ แม้ว่าเขาจะด่ากัน แซวกัน แต่เขาเรียนรู้ที่จะร่วมมือกันได้ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันได้ เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันได้ เรียนรู้ที่จะพัฒนาไปด้วยกันได้ ....... เขาไม่เคยตั้งธงว่าฉันต้องเกลียดคนชาตินี้เพราะเคยทำสงครามมาตั้งแต่พันปีที่แล้ว เขาจะพูดว่าถึงแม้เราจะแซวกันสนั่น เราจะเคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันมาก่อน แต่ประเทศของเราก็ร่วมมือกันในปัจจุบัน .... ชาวยุโรปเขาภาคภูมิใจมากที่เขาสามารถสร้าง EU ให้ยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ได้ เพราะสำหรับเขาแล้ว EU คือสัญลักษณ์ของการยุติความขัดแย้งระหว่างกันและริเริ่มความร่วมมือระหว่างกัน

ผมเล่นเว็บบอร์ดต่างประเทศมานาน ผมคนไทย คุยกันคุนมาเลเซีย คนสิงคโปร์ คนอินโดนิเซีย หรือแม้แต่คนพม่า ได้อย่างสนุกสนาน พวกเราที่อยู่ในบอร์ดต่างประเทศ ภูมิใจในความที่เราเป็นคนอาเซียนด้วยกัน ที่แม้ว่าจะไม่ยิ่งใหญ่เท่า EU แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือที่ภูมิภาคอื่นไม่มี เพราะเราบอกชาวโลกได้ว่าภูมิภาคของเราสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทฤษฎีโดมิโนไม่สามารถเป็นจริงได้เมื่อเรายุติความเป็นศัตรูกันและมาร่วมมือกัน

ผมอยากให้พม่า ลาว และเขมรเจริญ เพราะผมไม่อยากให้คนจากทั้งสามชาติที่ไร้ความหวังต้องอพยพเข้ามาเมืองไทย ซึ่งบางส่วนก็สร้างปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย และความมั่นคงให้กับเมืองไทย ถ้าประเทศเขาเจริญ เขาก็สามารถทำงานในประเทศของเขา ไม่ต้องเข้ามาเมืองไทย และเราก็สามารถเข้าไปลงทุนทำธุรกิจและนำเงินกลับประเทศมาได้มากมาย

ผมไม่เคยมองใครเป็นศัตรูหรือว่าใครมันเลวคนผมคบไม่ได้ เพราะผมไม่ต้องการจะลดตัวไปเลวเหมือนเขา อีกอย่างสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือสงคราม และผมจะยืนอยู่ตรงข้ามทุกฝ่ายที่สนับสนุนสงครามไม่ว่าที่ไหนในโลกก็ตาม (ผมซัดมะกันกับพวกยิวมาแล้วด้วยซ้ำ) ..... เมื่อผมเห็นว่าใครที่พยายามคุกคามเรา พยายามโจมตีเรา ผมจะคิดว่าถ้าฉันเป็นเขา ฉันจะคิดอย่างไร ทำไมฉันถึงทำอย่างนี้ ..... เมื่อเราเข้าใจความคิดของพวกเขาได้แล้ว เราก็จะรู้ว่าทำไมเขาถึงต้องการแบบนี้ ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เมื่อเราเข้าใจ มันจะนำไปสู่ทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดต่อไป

ประเทศไทยยุติความเป็นศัตรูกับจีน เปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีนจนทุกวันนี้จีนคือหนึ่งในประเทศมหาอำนาจที่เราไว้ใจได้มากที่สุด นายกชาติชาย ประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้ไทยยุติความเป็นศัตรูกับเวียดนาม ภูมิภาคอินโดจีนยุติยุคแห่งสงครามไปสู่ยุคแห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ...... สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการที่เรายอมเลิกก่อน ยอมเป็นคนดีก่อนทั้งสิ้น

ไม่มีอำนาจใดมาจากปากกระบอกปืน เพราะในสถานการณ์หลายครั้งพิสูจน์ว่า มีคนที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกกับกระบอกปืนเพียงเพราะความเชื่อ ดังนั้นสงครามไม่เคยเป็นคำตอบของปัญหาใด ๆ

ปัจจุบัน คนชาติอื่นเกลียดคนไทย เพราะเราชอบไปดูถูกเขา ถ้าเราคนไทย เลิกดูถูกเพื่อนบ้าน โดยไม่ต้องสนใจว่าเขาจะประณามเราว่าอย่างไร สุดท้าย ความจงเกลียดจงชังต่อกันมันก็จะหายไป ถ้าเราไม่เริ่มก่อน เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจังได้ เพราะเขาถูกล้างสมองอยู่

ผมอาจจะเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่ยอมรับความรุนแรง แต่ผมก็เชื่อว่า ความดี มันไม่มีทางแพ้ความชั่ว แม้ว่ามันจะนาน แต่สุดท้ายมันจะยุติปัญหาทุกอย่าง เหมือนอย่างที่เนลสัน แมนเดลล่าหรือมหามะ คานทีทำสำเร็จมาแล้วครับ

แล้วทำไมเราต้องการสงคราม ในขณะที่เรายังมีหนทางที่จะป้องกันความสูญเสียและอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องก่อสงคราม

โอ้โห พ่อพระจริง ..... หล่อขึ้นมาทันทีเลยเรา

สุดท้าย ผมยังยืนยันอีกครั้งว่า .... เรายังต้องพัฒนากองทัพให้เข้มแข็ง แต่ไม่ใช่เพื่อการรบ แต่เพื่อป้องกันและป้องปรามคนที่คิดจะทำสงครามกับประเทศของเรา ให้คิดหลาย ๆ ครั้ง เพราะถ้าเขาประเมินแล้วว่า ทำสงครามกับเราเขาแพ้แน่นอน ยิ่งเราบอกเขาว่าอย่ามายุ่ง ถ้ายุ่งมาก ๆ ฉันบอมบ์แกแน่ เขาก็จะเลือกที่จะมาเจรจาในที่สุด เหมือนเหตุการหลายครั้งที่ช่วงสิบปีที่ผ่านมา ........ มันก็เหมือนการทำประกันชีวิตล่ะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ประกันก็จะช่วย แต่ถ้าเราทำประกันมากเกินไป เราก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันจนมากเกินควร จนไม่มีเงินไปเลี้ยงสาว ๆ นั้นเอง เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ

เฮ้ยกรู ขี้โม้เกิน .... ตอบแต่เรื่องเกลียดสงครามยังไม่ได้ตอบเรื่องความฝันสุงสุดเลยวู้ย


ความฝันสูงสุดของผมเหรอ ....... อืม ....... คิดหนักนะครับ เพราะตั้งแต่รู้ตัวว่าบ้าสงคราม เอ้ย ชอบอาวุธยุทโธปกรณ์ ผมก็ยังไม่เคยตั้งเป้าหมายสักทีว่าฉันต้องทำอะไร

นักบินก็ไม่ได้อยากเป็นนะครับ อิอิ

ผมว่า ความฝันสูงสุด ก็อาจจะเป็นการได้ไปดู Air Show ทั่วโลก ได้นั่งเครื่องบินรบสักครั้ง ได้ออกทะเลไปกับเรือรบสักหน หรือได้ขับรถถังเล่นล่ะมั้งครับ

ไม่รู้จริง ๆ นะเนี้ย ตอบไม่ถูก ...... เหอ ๆ

อืม ปัจจุบันผมก็เริ่มทำความฝันตัวเองให้เป็นจริงได้แล้วล่ะ .... ผมเก็บเงินเดือนทุกเดือนไว้เยอะ ๆ เพราะผมตั้งใจว่า ปีนึง อยากจะไปดู Air Show ต่างประเทศให้ได้ครั้งนึง ..... ฉะนั้นเราต้องเก็บเงิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ .... และเราก็ทำสำเร็จแล้ว คือได้ไปดูที่มาเลเซียและสิงคโปร์ ปีหน้ายังเล็งอยู่ แต่อยากไปอินเดียแฮะ ฉะนั้น กลับไปตั้งใจทำงาน แล้วเก็บสตางค์ดีกว่าเรา อิอิอิ




Create Date : 20 กันยายน 2551
Last Update : 20 กันยายน 2551 23:27:53 น. 13 comments
Counter : 1226 Pageviews.

 
ชอบคำตอบพี่โย

ชอบแนวคิดพี่โย

เรื่องเขมรก็เหมือนกัน ผมคิดว่าถ้ามัวแต่ตอบแบบศรีธนญชัยกันแบบนี้
อีกหน่อยมองโกเลียก็อาจโวยได้ว่า
เมื่อสมัยเจงกิสข่านยังอยู่
ยุโรปก็เป็นของมองโกเลียนะ
เพราะฉะนั้นยุโรปต้องเป็นของมองโกเลียสิ


คำถามน้องผิงน่ารักดี
และพี่โยก็ตอบคำถามได้น่าชื่นชมครับ



โดย: กะก๋า ฮา 3 สายสะพาย (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:19:39:04 น.  

 
ขอลอก คห.1 เมนท์ก็แล้วกันนะ

พี่ว่านะโย
การไม่ชอบความรุนแรงไม่ใช่ความอ่อนแอ
เหมือนเวลาคนชกต่อยกัน
โดนชกหนึ่งมัดก็ต้องสวนตอบทันทีเหมือนเป็นสัญชาตญาณ
แต่คนที่หยุดคิดใช้วิธีอื่นในการแก้ปัญหา
โดยไม่ใช้ความรุนแรงตอบกลับนั้นบ่ใช่คนขี้ขลาด
แต่เป็นคนคิดเป็นมากกว่า

..
ส่วนเรื่องที่เมกามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ
หลายๆคนที่ลงทุนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเพราะความโลภครับท่าน
เมื่อถึงเวลาก็ต้องช้อนเอาทองที่ลอยมาข้างหน้า
อิอิ แต่ทองที่ได้มันเป็นภาพลวงตา เลยพังกันเป็นแถบ

พี่จำไม่ได้ว่าเคยไปเมนท์ไว้ที่ไหนว่า
ธุรกิจที่นี่พวกที่กินจากเบื้องบนนั้นล้ำลึก
ผู้บริโภคเบื้องล่างนั้นเป็นเหยื่อเห็นๆ
ที่ล้มๆน่ะ
ล้มแค่ภาพมังน้อง
เหมือนกับเพื่อนเฮียบางคน
ซื้อบ้านหลังละ 40-50 ล้านสัก 2 หลังยังงี้
พอเศรษฐกิจเริ่มมีปัญหา มันไม่คุ้มที่จะจ่ายค่าผ่อนบ้านต่อ
สู้ดียอมให้เค้ายึดบ้านไป
เสียน้อยดีกว่าเสียมาก
เงินเค้าก็มีอ่ะนะ แต่มันไม่คุ้มที่จะจ่าย เพราะว่า ราคาบ้านจะไม่ฟื้นไปจนอีก 10 ปีโน่นแน่ะ

เศรษฐกิจในเมืองที่พี่อยู่
เห็นได้ชัดว่าบางธุรกิจที่เป็นเงินหมุนต้องปิดไป
แต่พวกที่ค่อนข้างดีแล้ว
เค้าก็ยอดขายตกนิดหน่อยแต่พยุงตัวได้

ข้อดีอีกอย่างที่เฮียพี่ทำงานที่นี่
สองปีแรกที่ทำงานรับเป็นเงินเดือนตายตัว
ปีต่อไปรับเป็นรายเคส และรับเงินที่ทำจริงในปีต่อไป

คือเริ่มทำงานปี 2003 ใช่มะ
รับเงินเดือนตายตัว
ปี 2004 ก็รับเงินเดือนตายตัว
แต่งานจริงๆในปี 2004 จะไปรับเงินในปี 2005

เหมือนกับว่าทางองค์กรจ่ายเงินให้ฟรีในปีแรก
เพราะพอเกษียณปีต่อไปก็รับเงินเดือนเต็มเหมือนเดิม
งงป่ะ

เหมือนโยว่าแหล่ะ บ้านพี่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรนอกจากราคาของแพงขึ้น
คนก็ยังต้องรับการรักษาเหมือนเดิม
ทาง รพ ก็ยังมีกำไรเหมือนเดิม

ตอนพี่มาเรียนเป็นรุ่นไอเอ็มเอฟเลยน้อง
ดอลลาร์ละ 52 บาท จึ๋ยๆ



โดย: เพลงเสือโคร่ง วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:5:43:21 น.  

 
หวัดดีครับพี่โย

นอกจากแขนเจ็บ
ผมว่าพี่โยต้องไปตรวจวัดสายตาอีกรอบแล้วล่ะ

เพราะผมเขียนว่า "ชื่นชม"
ไม่ได้เขียนว่า "น่ารัก" ซะหน่อย

หุหุหุ

ผมชมน้องผิงตะหากว่าตั้งคำถามน่ารักดี 5555






ผมอ่านรายงานการวิจัยชิ้นนึงน่าสนใจ
เค้า้บอกว่าในสงครามโลกครั้งที่ 2
มีการสัมภาษณ์ทหารหลังจากสงครามจบลง
เกินกว่าครึ่งบอกว่าตอนที่เข้าสู่สมรภูมิ
ปืนที่ถือไว้นั้นบางกระบอกแทบไม่มีการยิง
และหลายคนก็ยิงขึ้นฟ้า หรือพยายามยิงไม่ให้โดนอีกฝ่าย....


เป็นเรื่องที่น่าแปลกมั้ยครับ
เพราะหลายคนยอมตาย
มากกว่าจะฆ่าคนอื่น

ผมไม่รู้นะว่าความรู้สึกแบบนี้มันเรียกว่าอะไร

ใครๆก็รักชีวิต
แต่หลายชีวิตก็รักที่จะไม่ยอมฆ่าอีกฝ่าย
เพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
และรู้สึกไปกับความผิดบาปนี้ไปตลอดชีวิต





โดย: กะว่าก๋๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:7:27:56 น.  

 
เฮียครับ ผบ. กองกำลังสุรนารีที่ชายแดนกัมพูชา ให้สัมภาษณว่า หลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งเขาและลูกน้องเขา พยายามทุกทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามให้ได้ ฟังแต่ละคำพูด จะรู้เลยว่า เขาอยากหลีกเลี่ยงสงครามมากขนาดไหน

แต่คนเมืองกรุง กลับยุโยงส่งเสริมให้คนไทยเรียกร้องให้รัฐบาลทำสงคราม บอกว่าจะถล่มที่โน่นที่นี่ให้ราบ ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านั้น ไม่เคยแม้แต่จะจับปืนไปนอนชายแดนด้วยซ้ำ

เฮียครับ ..... ไม่มีทหารคนไหนที่ผ่านสงครามมาแล้ว อยากให้เกิดสงครามอีกสักคน .... บางคน เห็นภาพหลอนของคนที่ตัวเองยิงไปตลอดชีวิต .... ผมก็เลยไม่รู้ว่า คนเมืองกรุงที่ชอบเชียร์ให้เราทำสงคราม ชอบเชียร์ให้เรารบกับคนโน้นคนนี้ เคยรู้บ้างไหม ว่าเรื่องจริงกับหนังในโรงหนัง มันต่างกันยังไง

น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ และไม่อยากจะรู้ เอาความสะใจอย่างเดียว


โดย: Skyman (Analayo ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:13:26:47 น.  

 
พี่กิ๋วฮะ ... บางทีทุนนิยมเกินเหตุ คงทำให้คนโลภจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นล่ะมั๊งครับ

การปั่นราคาที่ดินแบบนี้ การเอาหนี้คุณภาพต่ำไปขายต่อแบบนี้ มันคือการกระทำที่เกิดจากความโลภบังตานี่เอง

น่าเสียดายกับสหรัฐอเมริกาครับ ... ตอนเกิดต้มยำกุ้ง มันลามจากไทย ไปอินโนเซีย เกาหลีใต้ และต่อไปที่ตรุกี อาร์เจนติน่าร์ ..... มีคนฆ่าตัวตายไปหลายร้อยคน คนล้มละหลายหลายพันคน คนตากงานหลายแสนคน ทุกอย่างล่มสลายหมด

แม้ว่ารัฐบาลมะกันจะช่วยเมืองไทยไว้บ้างตอนนั้น แต่หลาย ๆ คนเชื่อว่าอเมริกาโดนรอบนี้ เพราะเคราะห์กรรมที่ก่อกับคนอื่นเขา ตั้งแต่เข้ามาโจมตีค่าเงินบาท พอล่มจ่มเสร็จก็มาซื้อสินทรัพย์ในราคาต่ำสุด ๆ (Lehman Brothers นี่แหละตัวดี ซื้อสินทรัพย์ไทยไปด้วยราคาแค่ 10%) หลังจากนั้นก็บุกอิรัก บุกอัฟกานิสถาน ทั้งสองประเทศยิ่งกว่านรก

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมชักจะเชื่อคนที่พูดแบบนั้นแล้วล่ะ


โดย: Skyman (Analayo ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:13:32:09 น.  

 
สงคราม
และทุนนิยม
โหดร้ายพอกัน

แต่ คำพูด
และ สมถะแบบสร้างภาพ
ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน


emoemoemo


โดย: ก.วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:21:20:23 น.  

 

แขนเป็นไงบ้างอ่ะโย
ยังกินยาอยู่รึเปล่า
emo


โดย: เพลงเสือโคร่ง วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:22:47:43 น.  

 
แอบมาอ่านค่ะ
.....
ไม่ชอบสงครามค่ะ
แต่ชอบกองทัพ
ไม่ชอบหนังสงคราม
แต่ชอบพระเอก
......
ป.ล.
งั้นรอดูความฝันสูงสุดทางภาพถ่ายด้วยคน
อย่าลืมเก็บภาพที่พ่นไอเป็นรูปหัวใจมาอีกนิ อิอิ


โดย: MeMoM วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:0:35:15 น.  

 
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ...... บางทีผมอาจจะรักชาติน้อยกว่าคนไทยคนอื่น หรือมีความเป็นคนไทยต่ำกว่าคนอื่น .... แต่ถ้าเกิดว่าการเป็นคนไทยที่ดี ต้องเกลียดเพื่อนบ้าน ต้องจ้องทำลายเพื่อนบ้าน ..... ผมก็ยินดีเป็นพลเมืองชั้นสองที่ต่ำชั้นกว่าคนอื่นอย่างนี้ต่อไปครับ
^
^
คิดเหมือนพี่นะ ถ้าการเป็นคนไทยที่ดีต้องโมเมเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของเราเป็นของตัวเองให้ได้+รักษาวัฒนธรรมด้อยพัฒนาทุกอย่างไว้หมด หนูก็ขอเป็นพลเมืองชั้นสามก็ได้อะ

หนูว่าอาเซียนไม่มีทางเป็นแบบ eu ได้อะ เพราะศาสนา ระบบอบการปกครอง เชื้อชาติ มันต่างกันไม่เหมือน eu

ปัจจุบัน คนชาติอื่นเกลียดคนไทย เพราะเราชอบไปดูถูกเขา
^
^
หนูสงสัยมานานแล้วว่าที่ไปเรียกเขาบ้านพี่เมืองน้อง นี่ถ้าประเทศอื่นมาให้เราเป็นน้องบ้างจะรู้สึกยังไง แล้วก็พวกหนังนี่ก็ชอบเหลือเกินสร้างตอกย้ำประวัติศาสตร์ที่เหยีบย่ำอีกฝ่าย แล้วก็บอกเพื่อความรักชาติ

สรุปว่าเราไม่สามารถทำให้คนในประเทศรักชาติได้ถ้าไม่เกลียดเพื่อนบ้าน ???

สุดท้ายขอให้ความฝันของพี่โยเป็นจริงนะคะ ^^

ขอบคุณที่ตอบคำถามหนูด้วยอะ


โดย: น้องผิง วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:10:07:54 น.  

 
ขอให้ได้ไปอินเดียสมใจเลยน๊าาา


โดย: unsa วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:10:50:21 น.  

 
แต่เอาเข้าจริง ผมก็โดนด่าอยู่เสมอว่า ไม่รักชาติ ยอมเลียเท้าเขมร ไปจนถึงไล่ให้ผมไปโอนสัญชาติเป็นเขมรซะ!

-------------------------------------------

"จับฉลากมาได้ช่ายม๊ะสัญชาติไทย" นึกถึงประโยคนี้ทีไรฮาปนปวดจิต

ความฝันกับความจริงมันมักสวนทางกัน

แต่จะพยามไขว่คว้าให้ถึงที่สุด

หากไม่ได้จะอยู่กับสิ่งที่มี ให้เป็นทุกข์น้อยที่สุด

ฝันของเหม่ง

ฝันเพ้อเจอ หายตัวได้ ตัวโปร่งแสง จะไปแอบดูเบยองจุนทั้งวัน

ฝันกระเสือกกระสน แก้ปัญหาทุกเรื่องในชีวิต คล่องปรี๊ดดดด

ฝันเอาจริงเอาจัง จะมีทักษะในการดำรงชีพอยู่ได้ด้วยตนเอง ณ ดินแดนไกลโพ้น

ฝันป๋องแป๋ง พูดน้อยๆ หายไฮเปอร์ ฟังมากขึ้น (ฝัน ๆ ๆ )

ไม่ได้เรื่องได้ราวแต่จะพิมพ์ง่ะ


โดย: น้าหนูนีล_น้องขวัญ วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:12:19:22 น.  

 
ดู่ ดุ้ ดู ดู เธอทำ ...... emo


โดย: Skyman (Analayo ) วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:12:24:29 น.  

 
เห็นคอมเม้นท์แรกแล้ว หมั่นเขี้ยวอ่ะ

เด็กอะไรน่าหม่ำเจ๊ง ๆ ๆ


ไปที่ไหนความน่ารักกลบมิด มิน่าเข้าบล๊อคนี้มามีแต่ความชราของเจ้าของบล๊อค ดู๋ ดู ความคิดความฝันแต่ละอย่าง


ชรา

เถียงปุ๊บนั้นคือยอมรับความจริง คิดจะเถียง ยังไม่ได้เทค แอ๊คชั่นก็ไม่ได้นะ


emoemo


โดย: น้าหนูนีล_น้องขวัญ วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:12:24:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.