ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
"อยากเก่งภาษาอังกฤษ?".....ลองเรียนภาษาอังกฤษอย่างมีความสุขแบบนี้สิครับ รับรองเก่งชัวร์

คาดว่าหลายท่านอาจจะเคยอ่านบทวามนี้มาแล้วครับ ซึ่งที่ผมมาโพสนี่ อยากจะมา Confirm ว่ามันได้ผลจริง ๆ เพราะผมใช้เทคนิคเหล่านี้โดยไม่รู้ตัวมามากกว่า 5 ปีแล้ว.........ลองอ่านดูครับ




ความลับ 10 ข้อที่จะนำคุณไปสู่การพูดภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ


คุณเคยรู้สึกว่าลิ้นมันแข็งไปหมดเมื่อคุณต้องพูดภาษาอังกฤษมั้ย? อยากรู้มั้ยว่าจะพูดได้อย่างมั่นใจได้อย่างไร? แม้แต่คนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็ต้องเริ่มต้นจากศูนย์มาก่อน อ่านเกี่ยวกับความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่นำพวกเขามาถึงจุดนี้ได้ในรายละเอียดดังต่อไปนี้

Putting the pieces together

ในการพูดภาษาอังกฤษให้ดีนั้นต้องมีองค์ประกอบแยกย่อยหลายอย่าง : รู้ (และเลือกใช้) ศัพท์ที่เหมาะสม ใช้หลักไวยากรณ์และรูปแบบประโยคอย่างถูกต้อง ออกเสียงและเน้นเสียงได้ถูก คุณต้องใส่ใจฝึกในแต่ละจุดนี้ให้เต็มที่เพื่อจะเห็นผลในเร็ววัน

Two-way process

การพูดคุยหมายถึงการสื่อสารกับคนอื่นซึ่งรวมไปถึงการฟังไว้เช่นเดียวกับการพูด วิธีเช็คคู่สนทนาว่าเข้าใจที่คุณพูดหรือเปล่าโดยโดยการเน้นจุดสำคัญๆ หรือการเรียบเรียงประโยคใหม่ที่ใช้ศัพท์อื่นแต่ยังคงความหมายเดิมไว้ หรือใช้คำถามอย่างเช่น You know what I mean? หรือDon't you agree?

It's not just what you say...

Non-verbal communication นั้นสำคัญมากในการที่จะพูดสื่อสารอย่างได้ผล แม้แต่เจ้าของภาษาเองก็ต้องใช้ ซึ่งอาจหมายถึงใช้มือประกอบท่าทางและภาษากายเช่นเดียวกับการแสดงออกทางสีหน้าเพื่อเน้นหรืออธิบายในสิ่งที่พูด และพยายามอ่านภาษากายที่คู่สนทนากำลังใช้เป็นสื่อด้วย

Sing a song!

เพลงเป็นหนทางที่ดีอีกอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยให้คุณพัฒนาทักษะทางการพูด ฝึกพูดตามเนื้อเพลงและดึงเอาประโยคออกมาดัดแปลงใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ หาlyrics (เนื้อเพลง)ที่ชอบจากอินเตอร์เน็ตและฝึกร้องตามดังๆ หรือว่าลงทุนซื้อซีดีของแท้ก็ได้

Take a chance!

คุณต้องมีทัศนะคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ พยายามเสาะหาโอกาสที่จะใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ เช่นพบปะพูดคุยกับผู้คนในงานเลี้ยงสังสรรค์ เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่กำลังหลงทาง หรือยกมือขึ้นเมื่ออาจารย์ถาม

Think in English every day.

นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ อีกทั้งคุณยังสามารถทำได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือกำลังทำอะไรอยู่ คุณสามารถพูดกับตัวเองออกมาดังๆ ขณะที่กำลังทำอาหารอยู่ที่บ้าน ถ้าคุณกำลังอยู่บนรถไฟหรือรถบัส คุณสามารถอธิบายลักษณะของผู้คนรอบข้าง(อันนี้ต้องคิดในใจ อย่าพูดออกมาให้คนอื่นได้ยิน!) ก่อนนอนคุณควรทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาในวันนั้นเป็นภาษาอังกฤษ

Listen to the sound of your own voice.

ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ชอบได้ยินเสียงอัดเทปของตนเองแต่วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการเช็คดูว่าทักษะการพูดภาษาอังกฤษของคุณควรได้รับการปรับปรุงตรงไหน หรือคุณอาจขอคำแนะนำจากเจ้าของภาษาก็ได้

Keep a talking journal.

อัดเทปเกี่ยวกับความคิดเห็นของคุณก่อนเข้านอน คุณสามารถเปิดฟังในตอนท้ายของปีเพื่อทบทวนเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับคุณในปีนั้นพร้อมเช็คความก้าวหน้าทางภาษาของคุณไปในขณะเดียวกัน

Take extra classes.

ถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณต้องการฝึกเพิ่มเติมและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนคนอื่นๆ ทำไมไม่ลองสมัครลงเรียนภาษาดูล่ะ? โรงเรียนสอนภาษามีอยู่มากมายให้คุณเลือกแถวบ้านคุณหรือแม้แต่โรงเรียนออนไลน์

Find English-speaking friends.

ถ้าคุณตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องพูดภาษาอังกฤษให้เก่งให้ได้ คุณต้องหาคนที่คุณจะพูดภาษาอังกฤษด้วยก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น ภาษาอังกฤษนั้นปัจจุบันถูกใช้ในฐานะเป็นภาษาที่สองรองจากภาษาแม่มากกว่ากว่าแต่ก่อนมาก สิ่งที่สำคัญมากขึ้นตามลำดับคือคุณควรจะฟังภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงต่างๆ ให้เข้าใจ



ผมไม่ได้อวดตัวเองว่าเก่งนะครับ คงมิบังอาจ แต่อยากจะบอกว่า ผมไปสอบ TOEIC กลับมาได้ 845 โดยผมไม่ต้องอ่านหนังสือไปสอบสักกะตัวก็เพราะใช้เทคนิคเหล่านี้โดยไม่รู้ตัวจนประสบความสำเร็จมานานแล้วล่ะครับ

สมัยม.ต้น บอกอย่างไม่อายเลยว่า ม. ต้น มี 6 เทอม ผมสอบมิดเทอมภาษาอังกฤษผ่านแค่เทอมเดียวเท่านั้น (แบบคาบเส้นด้วย
) ให้ตายผมก็อ่านภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง จนเซ็งไปตาม ๆ กัน

พอขึ้นม. ปลาย ผมก็เริ่มคิดใหม่ ว่าช่างมันวะภาษาอังกฤษ ผมเลิกเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ เลิกแม้แต่สนใจครูสอนในห้อง (ไม่ดีนะครับ แหะ ๆ ) เพราะผมคิดว่า เรียนไป ยังไงมันก็ไม่รู้เรื่อง.......แต่เมื่อว่าง ผมจะหยิบเพลงสากลที่ตัวเองชอบมานั่งฟัง (ตอนนั้นเบื่อเพลงไทยเปลี่ยนไปชอบเพลงสากลแล้วสักพัก) ฟังไม่รู้เรื่องครับบอกตรง ๆ แต่ด้วยความที่ผมไม่อยากร้องเพลงแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่อยากเข้าใจว่าเพลงมันพูดอะไร เลยไปขวนขวายหาเนื้อมาดูตาม ฟังเพลงไป ดูเนื้อตามไป...เฮ้ย...มันก็ไม่ได้ยากอะไรนี่หว่า มันฝึก Listening กับ Speaking ให้เราโดยไม่รู้ตัว แถมที่สำคัญคือเราได้ภาษาที่ใช้พูดจริง ๆ ไม่ใช่ภาษาในหนังสือ

เวลาดูหนัง.....OK ทุกท่านดูหนัง Subtitle อยู่แล้ว ผมก็ดูครับ Sub ไทยด้วย แต่เมื่อผมอ่าน Sub ภาษาไทยไป ผมจะพยายามฟังว่า ที่เขาพูดน่ะ พูดว่าอะไร พูดยังไง ถึงแปลเป็นไทยได้แบบนี้ แล้วผมก็พูดทวนประโยคที่เพิ่งได้ยินมา

ผมทำสิ่งเหล่านี้โดยปราศจากการบังคับ ทำเพราะอยากทำ เพราะเพลงเราก็อยากฟัง หนังเราก็อยากดู มันช่วยได้เยอะเลยนะครับ ยิ่งทำยิ่งสนุก ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่ารู้ว่าทำเพราะต้องทำ ให้ทำเพราะอยากทำ

ขั้นต่อมาคือ อย่าพยายามแปลภาษาอังกฤษครับ แบบในบทความว่าถูกต้องเลย ทำภาษาอังกฤษให้เราเข้าใจไปเลยเหมือนภาษาไทย เช่น ถ้าจะพูดว่า "I will go to school" อย่ามานั่งแปลในสมองอีกว่า "ฉันจะไปโรงเรียน"......เข้าใจไปเลยครับว่าประโยคนี้คืออาการของการออกจากบ้านเพื่อไปหยุดที่โรงเรียน นึกภาพเอาไว้ อย่านึกภาษาไทย เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณไม่มีทางพูดภาษาอังกฤษได้คล่องถ้ายังต้องมานั่งเปลี่ยนเป็นภาษาไทยในสมองครับ

บางท่านเรียนภาษาอังกฤษไปได้สักพัก จะเจอปัญหาที่ว่า "ฟังออกแต่พูดไม่ได้"..........จริงครับ ปัญหานี้เกิดกับทุกคน คือฟังรู้เรื่องว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่เราคิดประโยคที่อยากจะพูดไม่ออก วิธีแก้มีครับ คือหัดพูดกับตัวเอง.........เลิกเสียทีครับข้ออ้างที่ว่าไม่มีฝรั่งแล้วไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลยพูดไม่คล่อง....พูดกับตัวเองนี่แหละครับ อยากจะพูดอะไรก็พูด ไม่ต้องกลัวผิดแล้วถูกด่า (ก็มันพูดกับตัวเองนี่หว่า ) พูดไปเรื่อย ๆ ครับ (พูดในใจนะเออ เดี๋ยวเขาจะหาว่าบ้า ).....ผิดถูกช่างมันครับ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราจะค่อย ๆ รู้จากประสบการณ์เองว่าอะไรผิดอะไรถูก ผมทำจนฝันเป็นภาษาอังกฤษเลยทีเดียว

สิ่งที่สำคัญคืออ่านให้มากครับ ในยุคของนายกคนปัจจุบัน การสื่อสารของโลกพัฒนาไปไกล โลกกลายเป็นหนึ่งเดียว ฉะนั้น แม้ว่าสิ่งแวดล้อมที่คุณอยู่จะไม่มีการใช้ภาษาอังกฤษ แต่คุณก็สามารถพาตัวเองไปหาสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นได้

วิธีก็ง่าย ๆ ครับ.....อินเตอร์เน็ตนี่แหละ ลองเข้าเว็บไซต์ต่างประเทศดูบ้าง ซึ่งถ้าคิดไม่ออกหรือเบื่อเกินกว่าจะอ่าน ลองหาเว็บไซต์ต่างประเทศของเรื่องที่ชอบสิครับ อย่างเช่นผมชอบเครื่องบิน ผมก็มักจะเข้าเว็บไซต์เครื่องบินของต่างประเทศ หรือถ้าคุณผู้อ่านชอบแสตมป์ ชอบรถยนต์ ชอบการ์ตูน ชอบหนัง ชอบนักร้อง ก็สามารถลองไปหาเว็บไซต์ต่างประเทศของเรื่องที่คุณสนใจอ่านได้ วิธีนี้ทำยังไงก็ไม่เบื่อครับ เพราะเรื่องที่เราอ่านมันเป็นเรื่องที่เราชอบ อีกทั้งข้อมูลในเว็บต่างประเทศมักจะมีข้อมูลเด็ด ๆ ชนิดที่หาเป็นภาษาไทยไม่ได้ แรงกระตุ้นของความอยากรู้ของเรานี่แหละจะทำให้เราขวนขวายอ่านมันจนเข้าใจได้เอง

เมื่อปีกกล้าขาแข็งพอแล้ว......แนะนำเว็บบอร์ดต่างประเทศของเรื่องที่ชอบครับ มันจะพาคุณก้าวไปอีกขั้นนึงเลยทีเดียว เพราะภาษาที่เขาคุยกันมันเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (ภาษาพูด) คือจำไปพูดกับฝรั่งแล้วเขาเข้าใจแน่นอน แถมดูดีกว่าภาษาเป็นทางการในหนังสือเสียด้วยซ้ำ เมื่อพบเว็บบอร์ดที่ถูกใจแล้ว ก็สมัครสมาชิกเลยครับ ถ้ายังไม่มั่นใจพอที่จะโพส (กลัวภาษาไม่ดี) ในตอนแรกอาจจะใช้วิธีซุ่มก่อน ดูว่าบอร์ดเขามีวัฒนธรรมอย่างไร ลองอ่านไปเรื่อย ๆ ครับ คุณจะค่อย ๆ ซึมซับภาษาเข้ามาเอง.....ประโยคอย่าง "Hey dude, I can't deals with this freaky problem any more. Gotta find new partner" เราจะไม่เห็นในหนังสือสอนภาษาอังกฤษแน่ แต่ถ้าอ่านเว็บบอร์ด จะพบเต็มไปหมด เมื่อมั่นใจพอแล้ว ก็โพสเลยครับ ถ้ากลัวเขาว่าเอา แนะนำให้บอกว่าภาษาอังกฤษเรายังไม่แข็งแรง ถ้าพูดผิดหรือไม่เข้าใจอะไรก็ขออภัย...."My English is not so good. What I want to say is................. You can asks me if you don't understand."

ลองซื้อนิตยสารต่างประเทศ หรือหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมาอ่านดูครับ แรก ๆ ไม่มีใครอ่านรู้เรื่องหรอก แต่อ่านไปสักพักรับรองว่าจะอ่านคล่องขึ้นแน่นอน แถมรูปแบบและรูปภาพยังน่าอ่านน่ามองอีกด้วย

ถ้าท่านมีเงินเหลือสักหน่อย ติด UBC เถอะครับ (TureVision นั้นแหละ) แล้วดู HBO, StarMovie, CeniMax เยอะ ๆ หรือเปลี่ยนไปดู CNN BBC CNBC บ้างก็จะดีมาก จะได้รู้ว่าโลกเรามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นทุกวัน ..... แต่อันนี้เป็น Option นะครับ ไม่ติดไม่เป็นไร เก่งได้เหมือนกัน

ซึ่ง.....หลายคนมาขอให้ผมสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้หน่อย ซึ่งผมก็ยินดี แต่การสอนของผมใช้เวลา 15 นาทีก็จบคอร์สแล้ว เพราะสิ่งที่ผมสอนคือเทคนิคเหล่านี้เท่านั้น

แต่ต้องเข้าใจว่า เทคนิคเหล่านี้ไม่ช่วยให้คุณเก่งภาษาอังกฤษใน 3 วัน 7 วันหรอกครับ ของอย่างนี้ต้องใช้เวลา....ผมใช้เวลา 3 ปีในการฟัง พูด เขียน ขั้นพื้นฐานจนพูดตอบโต้ปกติได้ อีก 2 ปีในการฝึกอ่านข้อความอย่างเป็นทางการ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ฟัง CNN หรือ BBC อ่านนิตยสาร วารสารหรือ Paper อีก 1 ปีในการฝึกเขียนและกล่าวสุนทรพจน์ และแต่งกลอนภาษาอังกฤษ........มันนานครับผมเข้าใจ เพราะผมไม่ได้ตั้งทำจริง ๆ จัง ๆ แค่ทำเฉพาะตอนอยากทำเท่านั้น แต่บางท่านจะทำได้เร็วกว่านี้ แต่พนันได้เลยว่าคุณไม่มีทางลืมทักษะที่คุณสร้างมาแน่นอน อย่างเก่งก็คือถ้าไม่ได้ใช้นาน ๆ ก็อาจจะมีติดขัดบ้าง แต่ไม่กี่นาทีคุณก็จะฟื้นทุกอย่างกลับมาใหม่ได้แน่นอน เพราะมันคือประสบการณ์ที่คุณสอนตัวเอง เชื่อผมเถอะครับ......คุณไม่จำเป็นต้องไปเรียนภาษาอังกฤษคอร์สละหมื่นหรอก เพราะเรียนไปแล้วก็ลืม (ลืมแน่นอน เชื่อผมเถอะ เพราะคุณกลับบ้านคุณก็เจอสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ อยู่ดี) แต่ตัวคุณเองนี่แหละครับที่เป็นครูให้กับตัวคุณเองที่ดีที่สุด

Believe me, English is not that hard!!! If millions people around the world can do that, Why can't you?


Create Date : 01 ตุลาคม 2550
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 14:14:25 น. 11 comments
Counter : 1622 Pageviews.

 
มาเก็บเคล็บ(ไม่)ลับ ไปใช้บ้างค่ะ มีสามีเป็น black man มา 5 ปีแล้วเมียยังไม่ไปถึงไหนเลย

มีปัญหาเรื่องลิ้น เมื่อเช้ายังโดนทวนคำว่า Excuse อยู่เลยกลุ้ม คิดว่าลูกมันคงแซงหน้าแน่ ๆ


โดย: MONROVIA วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:11:34:35 น.  

 
จาพยายามนะค่ะ...


โดย: คนส่วนน้อย วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:12:30:44 น.  

 
น่าสนใจจังค่ะ สนใจฝึกภาษาอังกฤษมานานมากแล้วค่ะ จะลองศึกษาวิธีนี้ดูบ้างค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ


โดย: vlovethai วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:13:22:14 น.  

 
โกยหนีฝรั่งมาหลายปีหละ ลองอีกซักตั้ง วิ่งมากๆ ชักเหนื่อย อายคนอื่นด้วย


โดย: ริมยมนา วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:14:07:36 น.  

 
ต้องบอกว่าตอนเรียนเนี่ย...เข้าขั้นเกลียดภาษาอังกฤษเลยละ...แต่ทำไปทำมาก็หนีไม่พ้นอ่ะ ต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง..เฮ่อเหนื่อยเน้อ

ต้องพยายามต่อไป..ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับดีดีที่มาแบ่งปันกัน


โดย: น้องนางกลางไร่ วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:14:41:53 น.  

 
เว่าได่ประโยคเดียวค๊า I love you ย่านกะเจ่าว่าลืมกำพืด (พี่โจ๊กโล๊ด) หาก..ว่า...เว่า...เป็นหลาย เอิ๊กกก เอิ๊กกก (แซวนิดแซวหน่อยอย่าซีเครียดนะค่ะพี่ >_< )


ภาษาอังกฤษ จะเป็นและคล่องเร็วต้องมีจริตหน่อยค่ะพี่แต่ที่ดีที่สุดหากไม่ใช่ศัพท์เทคนิคไม่อยากให้พูดไทยคำอังกฤษคำ เพื่อนหนูหลายคนเขาเรียกกระแด๊ะค่ะพี่

แต่ว่าหนูอยู่เหนือกฏเกณฑ์ข้อห้ามค่ะเพราะอังกฤษคำ ลาวคำ ค่อนจะคล่องปรือตัวหลังมากค่ะแม้จะจากมาดนเติบ


ฮู้เรื่องมั้งไหมพี่หรือ งง หนูกว่าเดิม


โดย: นางน่อยน้อย วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:15:56:12 น.  

 
เพื่อนหนูหลายคนเขาเรียกกระแด๊ะค่ะพี่ ** อันนี้ว่าหนูเองเมื่อครั้งนานมาแล้นนนะค่ะไม่ได้ว่าใครเดี๋ยวมาตีหัว


โดย: นางน่อยน้อย วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:16:03:24 น.  

 

ว่าง ๆ แวะเข้าไปเกาภาษาในบล็อคให้บ้างได้ปะ

Yes, my English not so good too.

ตะก่อนเกลียดภาษาอังกฤษมาก

แต่ตอนนี้หนี้มันไม่พ้น

ก็เริ่มมันส์ ๆ สนุกบ้างแล้ว

ขอบคุณสำหรับทริกดี ๆ นะจ๊ะ


โดย: My boy friend วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:23:23:59 น.  

 
ได้ความรู้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ดวงตากระต่าย วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:59:42 น.  

 


โดย: จูหน่านพ วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:21:16:20 น.  

 
Thanks a million ka,,,very usefull


โดย: แม่น้องขวัญ_ซาแมนต้า วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:22:57:22 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.