ฉันมองเห็นแววตาคุณ ดูเปล่าดายคล้ายดาวเปลี่ยว โดดเดี่ยวในฟ้าไกล
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ถนนโลกีย์ 38

ถนนโลกีย์ 38

Nov 22 11:50 Am

"มึงแน่ใจนะ ว่าไอ้เดียร์มันจะเอา..." เป็ดเลียริมฝีปากแห้งผาด พลางพยักหน้า
"กูปล่อยแค่สองแสน คืนนี้.." เป็ดนั่งบีบนิ้วตัวเอง ผมขยับตัวเอนหลังพิงเก้าอี้ในร้าน รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อที่คอเขม็งเกลียวจนตึง
"งั้นกูเอาด้วย.. ขอครึ่งนึง กูไปส่งเอง มึงไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว" ผมตัดสินใจทันที ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมถูกถีบตกลงมาในบ่อจระเข้แล้วนี่ ถ้าไม่ว่ายไปขึ้นฝั่งให้ได้ ผมก็คงจะถูกกิน
"อืม.. " เป็ดพยักหน้า... "แล้วแต่มึง... กูไม่มีปัญหา..."
"ก็ลองมีดูดิ่.. กูนี่แหล่ะ จะเล่นมึงก่อน... " ผมทำเสียงไม่จริงจัง เพื่อลดความเครียดที่บีบเค้นเราสองคนจนจะอ้วกอยู่แล้ว แต่ถ้ามันเล่นผมอีกที ผมเอาแม่งจริงๆ...
"อืม.. " เป็ดพยักหน้า ก่อนที่จะทำท่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
"เรื่องเด็กมึงน่ะ... เฮียตงเค้ารู้เรื่องแล้วนะ.. เด็กที่บ่อนเห็นมึงกับนกที่โรงแรม.. " เป็ดมองหน้าผม แววตาห่วงใยวูบเล็กๆออกมา
"แล้ว............................ " ผมยังตีหน้าเรียบเฉย... แต่หัวใจเต้นแรงขึ้นจนเหมือนมันจะหลุดออกมาข้างนอก ไม่เป็นไรน่า นกยังปลอดภัยดีที่รีสอร์ทนอกเมือง
มันไกลออกไปจนถึงบ้านอำเภอ ห่างตัวพัทยาไม่น้อย แถมยังเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆอีก เธอรอผมที่นั่น.... เราคงไม่ซวยขนาดนั้น
"เฮียบอกจะเอาเลือดมึงล้างตีน... มึงหยามเค้า..." เป็ดยืดหลังขึ้นตรงๆ ดูท่าทางสบายใจขึ้น อืม.. มันก็ควรเป็นอย่างนั้น เพราะมันก็เป็นอีกหลักประกันนึง ว่าผมจะไม่หักหลังมันแน่ๆ
เราต่างกุมความลับกันคนละอย่าง.... ไอ้บัดซบเอ๊ย...
ผมพยายามไม่ให้มือตัวเองสั่น ตอนหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบ... หน้าเฮียเดชเหมือนจะลอยอยู่ในแก้ว.. คราวนี้ข้อหามันก็สมบูรณ์แล้วซิวะ
ถ้างั้น........ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะตีหน้าเซ่อกลับเข้าไปอีก.. เพราะผมอาจจะไม่ได้กลับออกมาก็ได้ แต่เป็ดยังต้องกลับเข้าไปเพื่อลดความสงสัยก่อนที่เราจะเผ่นออกจากที่นี่กัน ถ้าทันนะ...
เรื่องจะสู้กัน.. ไม่ต้องคิดเลย กระดูกมันคนละเบอร์ ผมจะเอาสากกระเบืออะไรไปสู้กับพวกเค้า.....
"นัดไอ้เดียร์ให้กูเที่ยงคืน ที่เดิม แล้วมึงเพจบอกมันให้เปลี่ยนจุดนัดอีกสองครั้ง แล้วค่อยให้มันวนกลับมาที่เดิม.." ผมต้องเพิ่มความปลอดภัยให้ตัวเอง วันนี้ ผมไม่มีเฮียกวงคุ้มหัวแล้ว
เพราะฉนั้น จงอย่าพลาด.. ครั้งนี้ เราคงไม่มีโอกาสได้หยอดเหรียญเล่นใหม่แน่...
"อืม... " เป็ดพยักหน้า.. "มึงเอาเงินกูไปฝากไว้ที่แตน... เดี๋ยวกูไปเอาเอง มึงแบ่งให้แตนสองหมื่นด้วย บอกกูให้ " เพื่อนผมหยัดกายลุกขึ้น แล้วส่งมือมาให้ผมจับ
"โชคดี..."
"เช่นกันเพื่อน..." ผมตอบไปอย่างงั้นแหล่ะ ก่อนที่เป็ดจะเดินออกไป คืนนี้มันไม่ใช่เรื่องของโชคหรอก.... มันเป็นเรื่องของฝีมือล้วนๆ มันไม่มีที่เหลือให้โชคอีกแล้ว
ผมมองกล่องขนมปังสีแดงยี่ห้อคุ้นตาที่เป็ดถือมาวางไว้ให้ตั้งแต่แรก ข้างในมันคงไมใช่ขนมปังหรอกนะ ไอ้เหี้ยนี่คงไม่เล่นผมอีกแน่ มันไม่เหลือใครอีกแล้วนี่นา
ผมขยับจะเปิดออกดู แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ถ้ามันจะเป็นขนมปัง ก็ช่างแม่งซิวะ............
ผมคว้ามันโยนใส่เป้ ลูบปืนให้แน่ใจว่ามันยังอยู่ที่เดิม กวาดตาไปรอบร้านอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าไม่มีใครเฝ้ามองผมอยู่......
ปวดหัวชิ่บ เส้นเลือดในสมองผมเริ่มพองตัวอีก.......
ลูกนกตัวน้อยของผม จะเป็นยังไงบ้างแล้วนะ.....
เธอจะรู้มั๊ยนะ.. ว่าสิ่งที่ผมกำลังจะลงมือทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเธอ.. เพราะถ้าเป็นผมคนเดียว ผมอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้...
ตอนที่ผมมาที่นี่ ผมก็มามือเปล่า... ไม่สิ.... ผมมีความปวดร้าวตามมาเป็นเพื่อนสนิทด้วย.........
แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป... ผมมีลูกนกตัวเล็กๆที่ผมจะต้องดูแล
ลูกนกตัวที่ช่วยขับไล่ความเจ็บปวดอ้างว้างไปจากผม
ลูกนกตัวเล็กๆที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวผมเองมีค่าขึ้นเมื่อมีเธออยู่ ผมสำคัญกับเธอ ผมจะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวัง
และเราสองคนจะต้องปลอดภัย... แต่ถ้าไม่... ก็ขอให้เธอปลอดภัย.......... ผมก็พอใจแล้ว....
...........................................

ผมขึ้นสไลด์ปืนค้างไว้ ก่อนจะเริ่มถอดชิ้นส่วนของมันออกมาทำความสะอาด มันเป็นการทำความสะอาดปืนกระบอกนี้ครั้งแรกในรอบห้าเดือน
นกลากเก้าอี้มานั่งท้าวคางทำตาโตที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ แววตาอยากรู้อยากเห็นระคนห่วงใยอดทำให้ผมยิ้มไม่ได้
ถ้าปกติ เธอคงถามนู่นนี่นั่นไม่หยุดปาก และผมก็คงเพลิดเพลินการกับการตอบคำถาม
ถ้าผมตอบไม่ได้ ผมก็จะพยายามควานหาคำตอบนั้นมาให้เธอ แค่เพียงเพื่อจะได้รู้ว่า เธอลืมคำถามนั้นไปแล้ว
แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอก เพียงเสี้ยววินาที เธอก็สงสัยใหม่ได้.... และผมก็ต้องเพียรหาคำตอบมาให้เธอใหม่
ทั้งหมดนี้ เพียงเพื่อให้เธอภูมิใจในตัวผมเท่านั้นเอง.....

ลำกล้องปืนดูจะเรียบร้อยดี ชุดลั่นไกก็อยู่สภาพพร้อมใช้ โดยรวมๆแล้ว ปืนกระบอกนี้น่าจะไม่ถูกใช้งานมาซักเท่าไหร่นัก
ผมชอบมันนะ ถ้าจำไม่ผิด ประวัติของปืนรุ่นนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง มันมีชื่อเล่นในหมู่ทหารอเมริกันว่า 'แอนตี้ซามูไร'
ทำไมนะหรอครับ เพราะเมื่อสมัยสงครามโลก นักรบลูกพระอาทิตย์ตัวเล็กๆ มีความอึดระดับบ้าเลือด ปืนขนาดเล็กมักจะเอาไม่อยู่
คือพูดง่ายๆว่าซัดไปหมดแม๊กแล้ว พวกเค้าก็ยังเดินสวนควันปืนมาลงดาบซามูไรที่หัวคู่ต่อสู้ได้ ดังนั้น ปืนพกสั้นและลูกใหญ่ขนาดนี้จึงถูกสร้างขึ้นมา
ด้วยแรงปะทะราวกับช้างถีบ ที่ยิงทีแล้วกระเด็น ก็แทบจะปิดตำนานเหล่าซามูไรกันเลยทีเดียว มันเป็นปืนที่มือปืนรับจ้างชอบกันมาก
เพราะถึงแม้ว่า จะยิงไม่โดนจุดสำคัญ แรงปะทะและขนาดหัวกระสุนของมัน ก็สามารถเปิดแผลฉกรรจ์ได้
การขออนุญาติที่จะมีมันไว้ในครอบครองอย่างถูกกฏหมาย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย..........

ผมสอดสไลด์มันเข้าที่ ลองขึ้นลำ แล้วยิงแห้งเพื่อทดสอบระบบไกดูอีกครั้ง 'แช๊ะ!!!' โอเค.. มันยังทำงานได้ดี
ผมวางมันลงข้างจานข้าวผัดแห้งกรัง ที่ยังมีอยู่เต็มจาน แล้วผ่อนลมหายใจยาว เสร็จซะที.....
ทำไมมันเงียบๆวะ...................
นกล่ะ.. เธอหายไปไหนแล้ว... ผมเรียกเเธอเบาๆ แล้วลุกไปดูในห้องน้ำ ชิ๊บหายละ!!!! ในห้องน้ำก็ไม่มี.......
ผมลนลานคว้าแม๊กกาซีนที่มีลูกอัดอยู่เต็ม ยัดเข้าไปในด้ามปืน ขึ้นลำพร้อมที่จะยิง แล้วค่อยๆเปิดประตูห้อง ก้าวสู่ความมืดที่มีแสงไฟริบหรี่ตามทางเดินรีสอร์ทอย่างระมัดระวัง.....



เธออยู่ตรงนั้น...................

............................................................................

เธอนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น.... อยู่บนหาดทรายสีเงินยวง ใต้พระจันทร์กลมโต และดูเหมือนจะอยู่ใกล้โลกมากกว่าปกติ
ริ้วน้ำทะเลสะท้อนแสงจันทร์วิบวับ มันสวยเหมือนใครมาโปรยเพชรเม็ดเล็กๆนับหมื่นนับพันไว้บนผิวทะเล
เธอดูเหมือนเงือกน้อยที่หลงทางขึ้นมา และความโหดร้ายของมนุษย์ก็รังแกจนเธอสิ้นหวัง
เธอคงกำลังร้องขอ ผมเห็นเธอกำลังร้องขอ ............
นกคุกเข่า มือทั้งสองประกบกันแนบอยู่ที่หน้าอก วงหน้าเล็กๆนั้นมองดูดวงจันทร์ ดวงตาเธอดูมุ่งมั่น
นกกำลังอธิฐาน...........คงมีแค่ดวงจันทร์กับเธอเท่านั้นที่รู้คำขอนั้น...................

ผมพยายามยืนให้ตัวเองเงียบที่สุด ผมไม่อยากรบกวน.. ผมไม่อยากให้สิ่งโสมมทั้งหลายที่เกาะหัวใจผมอยู่... ไปแปดเปื้อนคำอธิฐานของเธอ
แสงจันทร์บางส่วนลอดใบไม้มาแตะต้องผม ผมรีบฉวยโอกาสนั้น หลับตา และเริ่มอธิฐานบ้าง
'ขอให้นกปลอดภัย ขอให้เธอมีชีวิตที่ดี สิ่งเลวร้ายทั้งหลายจงเกิดกับผมแทนเธอ และขอให้ความปวดร้าวทั้งหลายที่เธอเผชิญอยู่ สิ้นสุดในเร็ววัน...'

พระจันทร์ดูจะศักดิ์สิทธิ์เกินจริง เมื่อผมลืมตาขึ้นมา ผมก็เห็นดวงใจของผมยืนอยู่ตรงหน้า ผมคงตั้งใจเกินไป จนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย....

.....................................................

"พี่ไม่ไปได้มั๊ยคะ.... นกไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว...." เธอเบียดตัวเข้ามาซุกกับอกผม มือก็หยิบทรายขึ้นโปรยใส่ขาผมที่วางแนบไปกับหาดทรายอย่างไร้ความหมาย
มันสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะไหลลง ใช่... มันมีจุดที่คุณไปถึงได้ ก่อนที่มันจะไหลลงมา..
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่ก็มา อย่าห่วงไปเลย" ผมพยายามบังคับเสียงตัวเองให้มั่นคง
"นกเป็นห่วง.. นกทำงานก็ได้.. ให้นกทำอะไรก็ได้... พี่อย่าไปเลยนะ.." เธอเบียดเข้ามาอีก น้ำตาอุ่นๆหยดแรกหยดลงมาบนหลังมือผม
ผมประคองหน้าเธอขึ้นมา แล้วบรรจงจูบซับน้ำตาที่แก้ม... เธอเบี่ยงหลบ แล้วซุกเข้าในตัวผมอีก...
"ถ้าพี่ไม่กลับมา แล้วนกจะอยู่กับใคร...... " เสียงเธอเริ่มอู้อี้มากขึ้น.... และมันก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงสะอื้น
"นกสัญญานะ นกจะเป็นเด็กดี... นกจะไม่ทำให้พี่รำคาญใจ.... แล้วนกจะหัดทำกับข้าวด้วย" นกพยายามต่อรองด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วงอย่างสิ้นหวัง
"พี่ต้องกลับสิคะ..... " ผมบอกเธอและพยายามปรับอารมณ์ กลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอย่างยากเย็น... กูเป็นอะไรของกูวะนี่ ลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้สิวะ....
"เราไปจากที่นี่ด้วยกันเถอะนะคะ พี่อย่าทิ้งนกไว้นะ นกกลัว แล้วนกจะดูแลพี่เองนะ..นะ...น้าาาา" เธอเขย่า ผมยังนิ่งอยู่
เธอผลักผมออก จ้องตาผม จับมือผมเขย่าไปมา และนั่นเป็นความพยายามที่จะต่อรองกับผมเป็นครั้งสุดท้าย.... ผมยิ้มให้เธอ.. มันคงฝืดและเฝือเต็มที่....
"พี่ใจร้ายยย..... " นกสะบัดมือผมออก กำปั้นเล็กๆระดมทุบเข้าที่หน้าอกผมพร้อมหอบหายใจ ก่อนที่จะโผเข้ากอดแล้วสะอื้นไห้เหมือนว่าจะขาดใจ.............

..................................................................

ผมช่างเขลา.............
ผมแค่หวังว่าเงินจำนวนนี้จะดูแลเธอได้... ผมอาจจะลงทุนทำอะไรซักอย่าง หรืออะไก็ไม่รู้แหล่ะ.. ซึ่งมันก็อาจจะไม่รอด
แต่ผมก็ต้องเริ่มต้น... ผลจะเป็นอย่างไร มันก็อีกเรื่อง...
เพราะ......
ผมไม่สามารถจูงมือเธอไปนั่งริมถนน เพื่อรอรับเศษเงินจากการเล่นดนตรีของผมได้
ผมไม่สามารถให้เธออยู่ห้องเช่าราคาถูกๆได้
ผมไม่สามารถให้เธอออกไปทำงานให้คนอื่นโขกสับเอาได้.. ผมคงทนไม่ได้..
ผมไม่สามารถให้เธอ...
ผมไม่สามารถให้เธอ...
ผมไม่สามารถให้เธอ...
ผมไม่สามารถให้เธอ...

มันมีเป็นร้อยๆเหตุผล... ที่ผมสร้างขึ้นเพื่อปิดบังเหตุผลเดียวที่แท้จริง........... คือ...................... 'ผมรักเธอ'.................

..............................................................................

-มีต่อ-


Create Date : 25 ตุลาคม 2552
Last Update : 28 ตุลาคม 2552 18:13:21 น. 3 comments
Counter : 158 Pageviews.

 
T-T


โดย: ทะเลยามค่ำคืน IP: 58.240.33.6 วันที่: 25 ตุลาคม 2552 เวลา:17:37:58 น.  

 
ไหงเศร้าได้ละ เฮ้อ!


โดย: แสนดีคนในพื้นที่ วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:8:34:02 น.  

 
ท่อนสุดท้าย บทบรรยายถึงความในใจ ที่โต้แย้งกัน ระหว่างความรักกับเหตุผล ให้บรรยากาศของความสับสนในใจตัวละคร ซึ่งอยู่ในวัยฉกรรจ์เป็นอย่างดี

งานเขียนคุณทำให้นึกถึงคุณ น้อย อินทนนท์ ที่บรรยายจนเห็นภาพ บวกกับคุณสยมภู ทศพล ที่มักติดเรท ไม่ว่าจะบู๊ล้างผลาญแค่ไหนแต่ไม่เคยลืมฉากสำคัญ เวลามีผู้หญิงโผล่มาตอนไหน ก็ตอนนั้นต้องมีฉากเสียตัว

ซึ่งงานแบบนี้จะมีเสน่ห์ดึงดูดให้คนเข้ามาอ่าน เป็นงานเขียนแบบผู้ชายจริงๆ

เอาไว้ว่างๆจะมาอ่านอีกค่ะ




โดย: คนผ่านมา IP: 112.142.192.231 วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:15:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aftertime
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ผ่านทาง เพื่อนร่วมเวลา
Friends' blogs
[Add aftertime's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.