ฉันมองเห็นแววตาคุณ ดูเปล่าดายคล้ายดาวเปลี่ยว โดดเดี่ยวในฟ้าไกล
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ถนนโลกีย์ 29

ถนนโลกีย์ 29

Nov 13 09:50 Am

อาการของมัน ไม่ต่างจากปลาดุกถูกทุบหัวจากแม่ค้าในตลาด ขาทั้งสองข้างของมันยังคงสั่นระริก....
ผมไม่สนใจผลงาน แต่สนใจเพื่อนมากกว่า แตนเงยหน้าขึ้นได้แล้ว เธอยิ้มให้ผม ทั้งๆที่เลือดกลบปาก หึ หึ ผมว่า.. ฟันหน้าของแตนคงหลุดออกมาไม่ต่ำกว่าสองซี่
มันทำให้หน้าเธอดูตลกทีเดียว... ผมไม่อยากขำตอนหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้หรอกนะ แต่มันขำนี่หว่า... ทำไงได้
งูกระเสือกกระสนลุกขึ้น มีดอันเล็กยังปักเด่อยู่ที่ช่วงหัวไหล่ด้านหลัง ผมขยับจะเข้าไปช่วย งูกลับโบกมือห้าม เพื่อนชี้มือชี้ไม้ให้ผมเก็บข้าวของที่ยังวางอยู่บนแผง
มันยังมีใจห่วงสมบัติ อืมม... มันคงเป็นเงินไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับเพื่อน...
ผมเข้าใจว่างูต้องเจ็บมากเหมือนกัน... แต่ก็เห็นรอยยิ้มของงูสลับกับหน้าที่บูดเบี้ยวเหยเก เมื่อเห็นหน้าแตน...
คนเริ่มมุงเข้ามา ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง จริงๆแล้ว ป้อมตำรวจก็อยู่ตรงหัวสะพานนี่เอง แต่ไม่ยักกะมีใครโผล่ออกมา
ผมรวบชายผ้าที่ปูรองสินค้าขึ้นสี่มุมลวกๆ เดินแกมวิ่งเข้าไปประคองงู แตนสาละวนกับการดึง'ไอ้เป็ด'ไอ้ตัวก่อเรื่องให้ลุกขึ้น
เราประคองกันเดินโซเซกันออกมายังกับนักท่องเที่ยวฝูงใหญ่ที่กำลังเมากันเละและเพิ่งกลับมาจากเกาะล้าน ถ้าไม่นับเลือดที่เปรอะตามร่างกายเป็นหย่อมๆนะ...
รถสองแถวติดหลังคาไม่ยอมจอดให้เราตามที่โบก พวกเขาคงไม่อยากมีส่วนร่วม มันเสียเวลาทำมาหากิน ผมเลยงัดแบ็งค์ห้าร้อยที่มีอยู่ขึ้นมาโบกแทน มันได้ผล...
เงิน!!! ซื้ออะไรไม่ได้บ้างวะ???? ในโลกเฮงซวยใบนี้..........
..............................................
..............................................
เราลัดเลาะกันมาถึงคลีนิคเล็กๆแห่งหนึ่งย่านนาเกลือ มันขึ้นป้ายว่า'รับวางแผนครอบครัว' ซึ่งเราต่างก็รู้กันดี ว่ามันหมายความอย่างไร
งูถูกตีจนใบหูฉีกร่องแร่ง มีดสปริงอันเล็กปักเข้าที่กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหลัง เป็ดถูกแทงด้วยมีดเล่มเดียวกันเข้าที่เอวสองแผลและโดนนวดจนหน้าตาหล่อเหลาบวมปูด
โชดดีที่ไม่โดนที่สำคัญ แตนถูกตบด้วยกำปั้น ปากฉีก ฟันหน้าหลุดไปสองซี่
มีผมคนเดียวที่ไม่เป็นไร เหงื่อไม่ออกเลยแม้แต่หยดเดียว จะมีก็แค่รอยฟันที่มือขวาจากการฟาดหัวไอ้หน้าตัวเมียนั่นลงกับพื้น
ผมยังโชคดีอยู่.... แต่มันจะอีกกี่วันกัน....
เราประคับประคองกันไปที่บ้านพักของงู มันเป็นบ้านเช่าหลังเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่นาเกลือ ติดทะเล
งูซื้อความสุขเล็กๆน้อยนี้ด้วยค่าเช่าที่ผมคิดว่ามันน่าจะแพงเกินไปสำหรับรายรับของงู แต่งูก็ยอมจ่าย...

เป็ด... เป็นเพื่อนสนิทของงูมาหลายปีแล้ว ทั้งสองคนเคยร่วมกันเดินอยู่บนถนนคนเลว และคอยระวังหลังให้กัน
อาชีพหลักของเป็ดคือแจกไพ่บัคคาร่าในบ่อนใต้โรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ มันเป็นบ่อนขนาดใหญ่ ลูกค้ามีทุกประเภท
ถ้าผมบอกว่า มีแม้กระทั่งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ คุณก็คงไม่เชื่อ อืมม.. ดีแล้วล่ะ...
ส่วนงู ทำหน้าที่คุมบ่อน จนเมื่อถึงวันที่งูอยากเป็นอิสระ อาชีพพ่อค้าขายเครื่องประดับเงินเป็นทางเดินใหม่ที่งูเลือกเดิน
แต่เป็ด ยังเลือกที่จะอยู่ในวังวนเดิม มันชอบแบบนั้น การพนันมันซึมเข้าไปเกาะกินจนถึงกระดูกของเป็ดแล้ว
มันเคยทำให้ใครรวยได้บ้างวะ.. นอกจากเจ้ามือ... ผมเกลียดการพนัน ผมรู้ว่าทำไม ผมเกลียดตัวเอง ผมเกลียดความกล้าของตัวเอง
ถ้ามีเงินสิบล้านกองที่หน้าตัก แล้วให้ผมเริ่มเล่นการพนัน ผมกล้าพอที่จะแทงมันในครั้งเดียว ได้ก็เลิก ไม่ได้ก็เลิก
คุณไม่เชื่อผมหรอ???..... เรามาพนันกันมั๊ย?
...........................................
...........................................
เกือบๆอาทิตย์ที่เราสี่คนไม่ได้ออกไปที่สะพานท่าเรือเลย เหตุผลแรกคือ การแก้แค้นมันต้องเกิดขึ้นแน่ เหตุผลที่สองคือ ผมไม่มีเครื่องมือทำมาหากินแล้ว
ผมออกมาเดินเตะทรายเรื่อยเปื่อยตามชายหาด ก่อนจะกลับมาเจอเป็ดที่นั่งพิงต้นไม้ริมหาด ในมือมีกระป๋องเบียร์ราคาถูกที่แตนสู้อุตส่าห์ไปเสาะหามาให้
พูดถึงแตน หน้าตายับเยินของเธอ คงหาลูกค้าไม่ได้ไปพักหนึ่งเลยทีเดียว...
"เฮ้ย... มึงมานั่งทำไมตรงนี้ เสือกแดกเบียร์อีก งี้เมื่อไหร่จะหาย" ผมทรุดตัวลงไปนั่งข้างๆ แล้วแย่งกระป๋องเบียร์จากมันมาจิบ
เป็ดหัวเราะร่วน แต่แล้วก็ครางโอดโอยแล้วเอามือกุมแผล...
"มึงจะเอาไงต่อ?" ผมมองตาคนถาม
"แล้วมึงล่ะ"ผมย้อนมัน
"กูคงกลับไปทำที่บ่อน เฮียเค้าเคลียร์ให้แล้ว" ผมยิ้มให้ แต่ด่าพ่อล่อแม่มันอยู่ในใจ ไอ้สัตว์เป็ด มันเกือบจะทำให้พวกเราตายกันหมด
จากเหตุผลที่เล็กนิดเดียว คือ มันยักไฮโลเค้าแล้วไม่มีเงินจ่าย(สำหรับท่านที่ไม่เข้าใจ ยัก ก็คือการย้ายเงินที่คนอื่นแทงเอาไว้มาแทงตำแหน่งที่ตัวเองชอบ ถ้าถูกก็รอดไป
แต่ถ้าคนถูกยักแทงถูกเข้าให้ คนยักก็ต้องจ่ายให้คนโดนยักเต็มราคา) เรื่องแค่นี้แหล่ะ ที่ทำให้มันถูกไล่ฆ่ามา...
ตัวเงินแค่สองพันบาท แต่มันสามารถทำให้คนฆ่ากันได้เลย.... ถ้าเราสี่คนตายห่า มันก็ตกคนละห้าร้อยเท่านั้นเอง ถูกเป็นบ้า......
แต่ก็ช่างแม่งเหอะ ผมไม่ได้เป็นอะไรนี่หว่า... แต่คราวหน้าคงต้องระวังไอ้นี่ให้ดี.. ผมอาจจะไม่โชคดีแบบนี้..
"ไม่รู้ว่ะ... กูยังงงๆอยู่..." ผมปล่อยความคิดให้ลอยไป... จากประสบการณ์ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่ เราอยู่ในที่แจ้ง...
แถมคมมีดไอ้งู ยังงัดเอาพวงสวรรค์พวกมันคนนึงมันขาดไปทั้งพวง....แค้นนี้มันไม่จบง่ายๆแน่... ใครจะยอมวะ...

"มึงไปอยู่กับกูมั๊ย... เดี๋ยวกูขอเฮียให้ มึงดุดี เฮียคงชอบ..." ผมพริ้มตาเอนหลังพิงต้นมะพร้าว ใจอยากให้ลูกมะพร้าวหล่นลงมาใส่หัวผมสักลูก
"อืมม.. " ผมทำเสียงในคอ "ได้เท่าไหร่วะ" ผมถามแบบไม่ใส่ใจคำตอบ
"วันละสองพัน.. ทิปต่างหาก" ผมตาลุก กระดกตัวขึ้นตั้งตรง หัวหมุนเร็วจี๋ วันละสองพัน มันก็เดือนละหกหมื่นสิวะ...
ใจผมแว่บถึงเพื่อนรักที่กองเป็นก้อนเหล็กอยู่หลังโรงพัก..
"กูเอา..." ผมพยักหน้ารับ "กูต้องทำอะไรบ้าง.." เป็ดยิ้มตอบที่มุมปาก
"คุมบ่อน... แล้วก็ส่งของให้เฮีย" ผมพยักหน้ารับ.. ช่างแม่ง... จะให้ผมไปส่งอะไรให้ก็ช่างแม่ง... ผมเอาหมด
"งั้นมึงเอานี่ไว้..." เป็ดล้วงมือเข้าไปในเป้ แล้วหยิบซองหนังสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักส่งให้...
ผมรับมารูดซิปเปิดออก.. เป็นอย่างที่คาด มันเป็นปืนโคลท์ขนาด 11มม. รมสีดำด้าน มีร่องรอยการใช้งานมาพอสมควร ผมพลิกดูทะเบียน มันไม่มีร่องรอยการตอกอย่างที่คิด
ผมกดปุ่มปลดแม๊กกาซีนออก ดึงสไลด์ปืนเพื่อสลัดลูกที่ยังค้างอยู่ในลำกล้อง เดาะคะเนน้ำหนักดูในมือ อืมมม... ถ้าคืนนั้นเรามีไอ้นี่อยู่ เราคงไม่สะบักสะบอมกันแบบนี้
"กูให้แตนไปเอาที่ห้องมาให้... มึงเอาไปใช้ก่อน เดี๋ยวกูให้เฮียหาให้ใหม่" เสียงของเป็ดเจือการขอบคุณ..
ผมพยักหน้าให้มัน อยากบอกเหลือเกินว่า ผมไม่ได้ช่วยมัน ผมช่วยงูกับแตนต่างหาก จริงๆแล้วผมอยากกระทืบมันซ้ำด้วยซ้ำไป
อย่าแปลกใจที่ผมคุ้นเคยกับปืน.... มันมีอยู่เต็มบ้านผู้ปกครองที่ผมไปอาศัยอยู่ ผมเคยแอบเอามาเล่นแล้วถูกจับได้
ผมไม่ได้โดนตี แต่กลับถูกสอนให้รู้จักกับมัน ให้ถอด ประกอบ ทำความสะอาด หลังจากที่เจ้าของมันไปซ้อมกลับมา และบางครั้งผมก็ถูกพาไปสนามยิงปืนด้วย
ผมยิงได้ดี สมาธิเยี่ยมจนผู้ใหญ่แปลกใจ แต่ส่วนตัวแล้ว ผมชอบลูกโม่หรือรีวอลเวอร์มากกว่า ผมไม่ชอบตอนที่ปลอกกระสุนมันดีดตัวออกมา
มันเป็นหลักฐาน ถ้าวันใดวันนึงผมคิดจะใช้มันจริงๆขึ้นมา ผมคิดยังงั้นนะ....

แต่ก็นั่นแหล่ะ มันก็แค่เป้ากระดาษ คงไม่เหมือนกับตอนนี้ ถ้าผมจะต้องเหนี่ยวไกอีกครั้ง...... บ้าชิ่บ...
........................................
........................................
ปลานรกตัวนั้นกลับมาหาผมอีกในคืนนี้ เขี้ยวมันดูจะคมขึ้น แข็งแรงขึ้น ทุกครั้งที่ผมอ่อนแอลง.. มันก็จะแข็งแรงขึ้น
ผมพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากอาการหายใจไม่ออก... และก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของผมจะขาดห้วงลง มันก็ปล่อยผม....
ขณะที่ผมตะเกียกตะกายขึ้นผิวน้ำ แหวกผ่านน้ำดำเหนียวข้นคลั่ก มือขาวๆเล็กๆที่คุ้นเคยของน้ำตาล ก็เอื้อมมาดึงผมขึ้นผิวน้ำ
ผมสะดุ้งตื่นขึ้น มือไขว่คว้าหาน้ำตาล เธอไม่อยู่หรอกนะ อีกสำนึกของผมกระซิบเบาๆ เธอจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...
นางฟ้า ก็ต้องอยู่บนฟ้าสิ...
.............................................
-มีต่อ-


Create Date : 17 ตุลาคม 2552
Last Update : 17 ตุลาคม 2552 19:05:09 น. 2 comments
Counter : 226 Pageviews.

 
ตามติดต่อไป


โดย: อย่าให้ต้องพูดซ้ำอีกนะ วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:28:24 น.  

 


โดย: aftertime วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:9:26:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aftertime
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ผ่านทาง เพื่อนร่วมเวลา
Friends' blogs
[Add aftertime's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.