ครั้งพุทธกาล ภิกษุ แค่คิดผิด แค่เล่าเรียนผิด แต่ วันนี้กลับลงมือกระทำผิด....

กรณีภิกษุ เรียน และสอน ดิรัจฉานวิชา

เรื่องเรียนดิรัจฉานวิชา 
 [๑๘๓] สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์เรียนดิรัจฉานวิชา ... ภิกษุ   ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น
แด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเรียนดิรัจฉาน วิชา รูปใดเรียน
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
 [๑๘๔] สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์สอนดิรัจฉานวิชา ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา
ว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ... ภิกษุทั้งหลายกราบ  ทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสอนดิรัจฉาน  วิชา รูปใดสอน
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๗

พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒  ข้อที่ ๑๘๓ - ๑๘๔ หน้าที่ ๔๖

กรณีภิกษุ คิดผิด เกิดทิฐิลามก

[๔] ดูกรภัคควะ สมัยหนึ่ง เราอยู่ที่นิคมแห่งชาวถูลูชื่ออุตตรกาในถูลู ชนบทครั้งนั้น

เป็นเวลาเช้า เรานุ่งแล้วถือบาตรและจีวร มีโอรสเจ้าลิจฉวีชื่อสุนัก      ขัตตะเป็นปัจฉาสมณะ เข้า

ไปบิณฑบาตที่อุตตรกานิคม สมัยนั้น มีอเจลกคน     หนึ่งชื่อโกรักขัตติยะ ประพฤติอย่างสุนัข

 เดินด้วยข้อศอกและเข่า กินอาหารที่     กองบนพื้นด้วยปาก ดูกรภัคควะ โอรสเจ้าลิจฉวีชื่อ

สุนักขัตตะ ได้เห็นแล้วจึงคิดว่าเขาเป็นสมณะอรหันต์ที่ดีผู้หนึ่ง ครั้งนั้น เราได้ทราบความคิด

ในใจของโอรส    เจ้าลิจฉวีชื่อสุนักขัตตะด้วยใจแล้ว จึงกล่าวกะเขาว่า ดูกรโมฆบุรุษ แม้คน

เช่นเธอ     ก็ยังจักปฏิญาณตนว่าเป็นศากยบุตรอยู่หรือ ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ไฉนพระผู้มีพระภาคจึงตรัสกะข้าพระองค์อย่างนี้ว่า     ดูกรโมฆบุรุษ

แม้คนเช่นเธอ ก็ยังจักปฏิญาณตนว่าเป็นศากยบุตรอยู่หรือ ฯ

ดูกรสุนักขัตตะ เธอได้เห็นโกรักขัตติยอเจลกคนนี้ ซึ่งประพฤติอย่างสุนัข     เดินด้วยข้อศอก

และเข่า กินอาหารที่กองบนพื้นด้วยปาก แล้วเธอจึงได้คิดต่อไปว่า เขาเป็นสมณะอรหันต์ที่ดี

ผู้หนึ่งมิใช่หรือ ฯ

     ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ พระผู้มีพระภาคยังทรงหวง  พระอรหันต์อยู่หรือ ฯ

  ดูกรโมฆบุรุษ เรามิได้หวงพระอรหันต์ แต่ว่า เธอได้เกิดทิฐิลามกขึ้น  เธอจงละ

มันเสีย ทิฐิลามกนั้นอย่าได้มีแก่เธอ เพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลและ        เพื่อทุกข์ตลอดกาลนาน

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๑

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อที่ ๔ หน้าที่ ๔

2 กรณีนี้ในครั้งพุทธกาลยังโดนตำหนิ นี่แค่คิด แค่ศึกษาและรับสอน...

แต่ปัจจุบันนี้ ภิกษุ ไม่ได้แค่คิด แค่ศึกษาและแค่สอน แต่กลับกระทำยิ่งกว่าคือ

ลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง......ด้วยการกระทำดิรัจฉานวิชา เป็นมิจฉาอาชีวะ




Create Date : 18 เมษายน 2556
Last Update : 18 เมษายน 2556 8:13:52 น.
Counter : 364 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

รู้ธรรม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ภิกษุทั้งหลาย จักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติ
ไว้แล้ว, จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วอย่างเคร่งครัด
All Blog