Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
รวมมิตร(รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) รถป้ายแดง และข้อคิดของแม่ (แอบมีสาระตอนท้ายๆ)

คำเตือนก่อนอ่าน ...บล็อกวันนี้ ยาวมากกกกกกกกก...

ไม่พูดพล่ามแล้วนะจ๊ะ ลูกรัก เริ่มเลย

นินทาพี่ป่าน...

พักหลังๆ พี่ป่านไม่ค่อยกินผักเลย จะมีที่ยอมกินก็มะเขือเทศกะบร็อคโคลี่แค่นั้นจริงๆ นอกนั้นไม่กินซักอย่าง ขนาดต้นหอมผักชีหลงเข้าปากชิ้นนิดเดียว พี่ก็ยังพยายามจะบ้วนเฉพาะผักออกมา ทำไงดีน้อ??? แม่ก็ได้แต่กรอกหูด้วยนิทาน "หนูนิดไม่กินผัก" สาธุ...กินผักมั่งเหอะลูก อวบระยะสุดท้ายแล้วอ่ะเนี่ย

มาซัก 2 สองวันนี้เริ่มดีขึ้นนิดนึง กินผัดผักบุ้งไปเยอะมาก (หลังจากไม่ยอมกินมาพักใหญ่) แล้วก็แครอท ข้าวโพด ถั่วลันเตา ...หวังว่าคงจะดีขึ้นๆๆๆ และดีไปตลอดน๊า สาธุ..กลัวลูกอ้วน แหะๆ

ส่วนผลไม้ก็แล้วแต่อารมณ์จริงๆ บางอารมณ์อยากไดเอ็ท ก็กินฝรั่งซะเกือบหมดลูก หรือไม่ก็อยากกินส้มซะสองลูก ...บทจะกินก็เปลืองจริงๆลูกจ๋า

พออารมณ์อยากอ้วน ถามว่ากินส้มมั้ย...ไม่เอา กินองุ่นมั้ย...ไม่เอา กินมะม่วงมั้ย...ไม่เอา กินมังคุดมั้ย...ไม่เอา

ปู่ไปตลาดนัดวันเสาร์ทีไร หอบผลไม้กลับมาเยอะมาก พวกผู้ใหญ่ก็ตะลุยกินกันทั้งอาทิตย์ แต่ไม่เห็นมีใครจะผอมเลย ฮิๆ ปู่บอกซื้อมาเผื่อให้หลานเลือกกิน

ตอนปลายอาทิตย์ ผลไม้ใกล้จะหมด พี่ก็อยากกินนู่น อยากกินนี่ อยากไอ้ที่มันไม่มีอ่ะนะ แต่พอปู่ซื้อมาซะเต็มพิกัด ถามอะไรก็ไม่กิน ฮ่วย!!!

ช่วงนี้ถึงหน้ามังคุดของโปรดของแม่ซะด้วย ซร่วบๆ แม่เคยถามพี่ป่านหลายหนละ กินมังคุดมั้ยจ๊ะๆๆๆๆ พี่ป่านก็ลีลาเดิม เข้ามาชะโงกดูเหมือนสนใจมากๆ แล้วก็บอกว่า "ไม่เอา" แล้ววิ่งหนีไปซะงั้น

แต่อยู่มาวันนึง พี่ป่านเห็นแม่กำลังหม่ำมังคุดอยู่ พี่ป่านก็เข้ามาชะโงกเหมือนเคย คราวนี้มีก้มลงดมกลิ่นด้วย (สงสัยโตขึ้นอยากสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติรึเปล่าไม่รู้ ...เป็นสุนัขตำรวจอ่ะนะ) ดมเสร็จพี่ป่านก็บอกว่า "กินมังคู้ดดดด" แม่ต้องฟังให้จบประโยคก่อน เพราะถ้าพี่ป่านไม่กินอะไร พี่ป่านจะต่อท้ายด้วยคำว่า...ไม่เอา

คราวนี้เห็นพี่ป่านรีเควสขอกินมังคุด เลยต้องถามเพื่อความแน่ใจ ไม่อยากโดนเด็กหลอกอ่ะ
แม่ : กินมังคุดจริงป่าวค๊า
พี่ป่าน : กินมังคุดจริงค่า
แม่ : งั้นแม่ปอกก่อน รอแป๊บน๊า รอได้ป่าวคะ
พี่ป่าน : รอได้ค่า (แล้วก็ยืนรออย่างกระสับกระส่าย)
พี่ป่าน : (รอแป๊บเดียว ทนไม่ไหว อยากกินมากๆ) คุณแม่ ปอกมังคุดๆๆๆ
แม่ : รู้แล้วน่า รอแป๊บๆ (พอปอกเสร็จ เอาให้ชิมชิ้นนึงก่อน กลัวมีถุย)
พี่ป่าน : (ทำท่าไม่แน่ใจก่อนกิน พอลิ้มรสเท่านั้นแหละ) คุณแม่ เอามังคุดอีก
แม่ : (ตั้งหน้าตั้งตาปอกมังคุดใส่ชามให้ พร้อมทำหน้าแอบเศร้า เพราะมีเด็กมาแย่งกิน)
พี่ป่าน : (กินไปซักหลายชิ้น) คุณแม่ เอามังคุดเยอะๆ
...ฮ่าๆๆ เอาเปลือกแทนได้ป่าวลูก เปลือกเยอะจริงๆ กินเนื้อได้นิดเดียว แต่เปลือกกองเท่าภูเขาเลยจ้า

หลังจากวันนั้น พี่ป่านก็ไปชะโงกแถวถาดใส่มังคุดทุกวัน แต่พอปอกให้ก็กินมั่ง ไม่กินมั่ง เรียกว่าเห่อเฉพาะวันแรกว่างั้นเหอะ

...นี่แค่เรื่องกินมังคุด ยังยาวซะขนาดนี้ แม่นี่เขียนเรื่องไร้สาระได้เยอะมากเลยนะเนี่ย หุหุ



วันก่อนแม่กำลังพาพี่ป่านเข้านอน ในห้องปิดไฟมืดตึ๊ดตื๋อ ปู่มาเปิดประตูห้องถามว่าพี่ป่านหลับรึยัง พอเห็นในห้องเงียบๆ ปู่เลยปิดประตูถอยทัพไป

แม่มารู้ตอนเช้าว่าปู่จับหิ่งห้อยได้ เลยอยากเอามาให้หลานสาวสุดที่รักดูอ่ะ

ส่วนพี่ป่านพอรู้ว่าเมื่อคืนปู่จะเอาหิ่งห้อยมาให้ดู ได้ยินแว่วๆ เลยพูดใหญ่เลย "คุณแม่ จะดูหิ่งห้อย" ปั๊ดโถ่!!! กลางวันแสกๆ จะมีหิ่งห้อยที่ไหนกันอ่ะลูกจ๋า



ขำๆ กับพี่ป่าน

...ผ้าอ้อมของหนู
วันก่อนแม่ถามพี่ป่านเรื่องผ้าอ้อม
แม่ : หนูใส่ผ้าอ้อมยี่ห้ออะไรอ่ะลูก
พี่ป่าน : เมมี่โกะโกะ
แม่ : ฮ่าๆๆ
แล้วก็เก็บไว้เล่าให้ป๊าฟังตอนค่ำๆ ป๊าเลยสอนใหม่
ป๊า : เค้าเรียกว่า มามี่โป๊ะโกะนะลูก ...ตกลงหนูใส่ผ้าอ้อมยี่ห้ออะไรจ๊ะ
พี่ป่าน : เมมี่โปะโกะโกะ
...อดเป็นพรีเซนเตอร์เลยลูก เรียกยี่ห้อเค้าผิดง่า

...นมแม่
2-3 วันมานี้ พี่ป่านมาแนวแปลกอีกละ อยู่ดีๆมาขอกินนมแม่เฉยเลย
พี่ป่าน : คุณแม่ จะกินนมคุณแม่
แม่ : อ๋า....ได้ไงอ่ะลูก
พี่ป่าน : กินนมคุณแม่
แม่ : (ลองดูซิ จะกินจริงป่าว)
พี่ป่าน : (ทำหน้าเขินๆนิดนึง แล้วจุ๊บๆ 2 ทีก็เลิก)
แม่ : (โล่งใจ แค่อยากจุ๊บๆเฉยๆ)
พี่ป่าน : คุณแม่ กินนมคุณแม่อีก
แม่ : (อ้าว...ซวยละตรู)
พี่ป่าน : (กระแซะขึ้นนอนบนตัก ท่าเตรียมพร้อมกินนมแม่)
แม่ : นมแม่อร่อยป่าว
พี่ป่าน : นมคุณแม่อร่อยค่ะ
แม่ : (ใจแข็งเข้าไว้ๆๆๆ)
...แง้ววว ไม่จริ๊งงงงงงง เลิกเด็ดขาดมาตั้งกะปีใหม่ อยู่ดีๆไหงมาขออีกอ่ะเนี่ย

...คุณหมอ
หลังจากอาทิตย์ก่อนได้หนังสือนิทานล็อตใหม่มา แม่ก็ทยอยเอาออกมาอ่านให้พี่ป่านฟัง พี่ป่านเริ่มรู้จัก "หนูนิด" แต่ละวันพี่ป่านก็จะให้แม่อ่านหนูนิดเล่มละหลายๆรอบ (จนแม่เบื่อแล้วอ่ะ) ตอนนี้หยิบมาให้อ่าน 3 เล่ม หนูนิดไม่อยากไปหาหมอ หนูนิดไม่อยากแปรงฟัน หนูนิดไม่กินผัก

หนูนิดไม่อยากไปหาหมอ อ่านจนพี่ป่านจำได้ วันนี้พี่ป่านหยิบกระเป๋าคุณหมอมาเล่นกะแม่
พี่ป่าน : อ้ะ คุณแม่ใส่ (เอาที่ฟังเสียงหัวใจมาเสียบหูแม่)
แม่ : ขอตรวจหน่อย (เกือบจะติงต๊องแล้วนะแม่เนี่ย)
พี่ป่าน : (หยิบเข็มฉีดยาออกมา) คุณหมอใจดี ฉีดยาคุณแม่ เจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว เดี๋ยวหายป่วยแล้ว เก่งๆ
...ตกลงชมใครไม่รู้ หุหุ ไว้ไปหาหมอเมื่อไหร่รู้กัน

ตอนนี้แม่บอกพี่ป่านว่าคุณหมอใจดี ถ้าไม่สบายก็ไปหาหมอ กินยา เดี๋ยวก็หาย แล้วก็ตบท้ายด้วยคำถาม
แม่ : พี่ป่าน ป้าหมอใจดีมั้ย
พี่ป่าน : ป้าหมอใจดีค่ะ
แม่ : แล้วไปหาป้าหมอมั้ย
พี่ป่าน : ไปหาป้าหมอค่ะ
แม่ : ไปหาป้าหมอทำอะไรอ่ะลูก
พี่ป่าน : ไปกินยา หาหมอ
แม่ : แล้วไปหาหมอฟันมั้ยลูก
พี่ป่าน : ไปค่ะ
แม่ : ในห้องอาหมอฟัน มีอะไรอ่ะลูก
พี่ป่าน : มีของเล่น
แม่ : ไม่ใช่อ่ะลูก ห้องป้าหมอมีของเล่น ส่วนห้องอาหมอฟัน มีลูกโป่งน๊า ไว้คราวหลังพี่ป่านไปหาอาหมอฟัน เลือกเลยว่าจะเอาลูกโป่งสีไหน
พี่ป่าน : เอาลูกโป่งสีส้มค่ะ
...ยังไม่ทันไปเลย เลือกสีเสร็จเรียบร้อย ไว้อีก 3 เดือน ไปหาหมอฟัน กะอีก 6 เดือนไปฉีดวัคซีนกะป้าหมอน๊า แล้วจะคอยดูผลว่าเป็นยังไง หุหุ

...กระโดดเชือก
ในโรงรถ
พี่ป่าน : คุณแม่ เอาเชือกชมพู
แม่ : พี่ป่านจะเอาเชือกไปทำอะไรอ่ะ
พี่ป่าน : เอาไปกระโดดเชือกค่า
แม่ : พี่ป่านกระโดดเชือกเป็นด้วยเหรอ
พี่ป่าน : (ไม่ตอบ)
แม่ : (หยิบให้ แล้วคอยดูว่าจะกระโดดยังไง)
ภาพที่เห็นก็คือ...พี่ป่านกระโดด ส่วนมือก็เขย่าๆให้เชือกขยับๆอยู่ด้านหน้า ซักพักก็ขอเชือกสีเขียว สีเหลือง ..ใจคอจะโดดให้ครบทุกสีเลยวุ้ย
แม่เห็นวิธีกระโดดเชือกของพี่ป่านแล้วอดขำไม่ได้ ต้องไปหยิบกล้องมาถ่ายคลิปไว้ (แต่ด้วยความขี้เกียจของแม่ เลยไม่ได้หาโค้ดสำหรับลงคลิปในบล็อกนี้นะลูกนะ เก็บเอาไว้ขำกันเองละกัน)

...ช่วยกัน
ป๊าถือเหยือกใส่เป๊ปซี่ (มีหลอด 1 อัน)
พี่ป่าน : ช่วยกันดูด ช่วยกันดูด ช่วยกันดูด
แม่ : (งง...ลูกสาวช๊านเป็นอะไรหว่า ปกติเคยได้ยินแต่พี่บอกว่า “ช่วยกันหน่อย”)
พี่ป่าน : ช่วยกันดูด ช่วยกันดูด ช่วยกันดูด
พอพี่ป่านเห็นป๊ากะแม่ยังเฉย คราวนี้เอามือมาดึงเหยือกเป๊ปซี่จากมือป๊า ปากก็บอกว่า
พี่ป่าน : (ทำปากยู่ๆ แบบจะดูดหลอดเต็มที่แล้ว) ช่วยกันดู๊ดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
...กรรม!!! พี่อยากจะช่วยดูดเป๊ปซี่อ่ะ
ภาพที่เห็นก็ป๊ากะพี่ป่านแย่งเหยือกเป๊ปซี่กันอ่ะ มีพี่ป่านส่งเสียง “ช่วยกันดูดๆๆๆ” ส่วนป๊าบอก “ไม่ห้ายยยยยยๆๆๆ” สุดท้ายลูกสาวชนะ ได้ดูดไปจิบเดียว เพราะป๊ามัวแต่หันมาถามแม่ว่าจะให้พี่ป่านกินมั้ย ...แม่บอกว่าไม่ให้(โว้ย) ...วันหลังอย่าแย่งผู้ใหญ่กินนะลูก มันเปลือง เอ๊ย!!! มันไม่ดีกะสุขภาพของเด็กน้อยจ้า ไว้โตๆก่อนน๊า เวลาที่หนูจะกินของไม่มีประโยชน์ ยังมีอีกยาวไกลนะ





นินทาน้องปอ...

วู้ปี้ สองหมูดีใจกะแม่หน่อยน๊า หลังจากน้องปอเริ่มชิมอาหารเสริมมา 2 อาทิตย์ หลายวันนี้น้องปอเริ่มป้อนหาย...ป้อนหายแล้ว ดีใจๆ เพราะช่วงแรกนี่กินน้อยมาก แถมปลิ้นออกตลอด เดี๋ยวนี้พัฒนาจาก 3 ปลายช้อนชา เป็น 6 ช้อนโต๊ะแล้ว (ถ้ากินหมดนะ)

ส่วนพัฒนาการอื่นๆ นอกจากฝึกร.ด.คืบต่ำแล้ว น้องปอยังยันตัวลุกขึ้นนั่งเองได้แล้ว แล้วก็นั่งเองได้นานพอสมควร แต่...ไม่ควรประมาท เพราะขนาดเอาเบาะมารองให้นั่ง น้องยังหงายหลังร้องจ๊ากอยู่เป็นระยะ

นอกจากน้องจะแสดงความเป็นสาวซ่าด้วยการยันตัวขึ้นนั่งเอง และนั่งโงนเงนเหมือนเจ้าเข้าทรงแล้ว น้องยังแสดงความซ่ามากกว่าเดิม ด้วยการเกาะยืน โอ้...แม่เจ้า แค่นี้ยังทำให้แม่เหนื่อยไม่พอใช่มั้ยเนี่ย ...สงสัยเวลาเหนื่อยสุดๆของแม่ลูกสองใกล้มาเยือนแม่เต็มทีละสิเนี่ย สยองจนขนหัวลุกเลยแฮะ




หลายคนบอกว่าดูน้องปอเป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย อืม...ก็ถูกครึ่งนึงน๊า เพราะเป็นเด็กอารมณ์ดีจริงๆ เลี้ยงก็...ค่อนข้างง่าย(มั้ง) ก็แม่ไม่เคยเลี้ยงเด็กที่ไหนนอกจากพี่ป่านกะน้องปอยังไม่ได้รู้สึกว่าเลี้ยงยากนี่นา

แต่เด็กอารมณ์ดีแค่ไหน ก็ยังมีอารมณ์วีนใช่ป่ะ แม่เลยเอารูปน้องปอหลุดวีนมาให้ดู ฮ่าๆๆ เอาไว้วันไหนน้องปอมาแอบอ่านบล็อกได้ เผื่อจะขำตัวเอง


ถ้าอารมณ์ดี หนูจะทำคางสองชั้น เอ๊ย!!! หน้าตาแบบนี้นะจ๊ะ



หน้าแบบนี้ล่ะจ้า เริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว



น้องจะเบะแล้วน๊า



น่าสงสารป่ะค๊า
(ที่มีแม่ใจร้าย ลูกร้องไห้ยังมีแก่ใจจะถ่ายรูปอีก)



โฮๆๆๆ เศร้าโว้ย มาอุ้มหนูได้แล้ว




เสาร์ที่ผ่านมา ป๊าพาไปฟอร์จูนกะว่าจะไปซื้อของซะหน่อย ปรากฏว่าได้แค่กิน MK แล้วก็กลับ (แล้วไปทำไมหว่า ไม่เข้าใจ) เลยบอกป๊าว่าไหนๆมาแถวนี้แล้ว แวะหาอาม่าดีกว่า จะได้แวะดูร้านจักรยานด้วย พอโทรหาอาม่า แหง่วๆ ไม่อยู่บ้าน โทรเข้ามือถือก็ไม่รับ แต่ก็เป็นห่วงนะ เลยให้ป๊าแวะเข้าไปดูที่บ้านอาม่าว่าไม่สบายรึเปล่า หรือว่าไม่อยู่บ้านจริงๆ

ปรากฏว่าอาม่าไม่อยู่บ้านจริงๆ เราก็เลยกลับบ้านกัน ขากลับผ่านหน้าร้านจักรยานที่เคยฝากอาม่าถามราคา ยังหันไปมองเลย เสียดายๆ วันนี้อดดูจักรยานให้พี่ป่านเลยอ่ะ

พอถึงบ้านไม่ถึง 10 นาที อาม่าโทรมาบอกว่า... ซื้อจักรยานให้พี่ป่านเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวจะขึ้นแท็กซี่เอามาให้ที่บ้าน เลยเล่าให้อาม่าฟังว่าเนี่ย...แวะหาอาม่าด้วยนะ เพิ่งกลับมาถึงบ้านเอง ยังมองร้านจักรยานเลย อาม่าก็บอกว่า...นั่นแหละ อาม่าไปรอเค้าประกอบจักรยานอยู่ ป๊าดดดดดด!!! คลาดกันนิดเดียว ไม่งั้นอาม่าก็ไม่ต้องลำบากหอบมาให้แล้ว


อาม่าถอยป้ายแดง "คิตตี้ซีรี่ส์ 7" ให้พี่
ไม่ค่อยเห่อเลยอ่ะค่ะ ยิ้มซะหมวยเรียกพี่เลย



ส่วนน้องก็เอา "SLK ป้ายดำ" ของพี่ไปขับเล่นๆก่อน



ขับเล่นเพลินดี กะว่าพรุ่งนี้จะไปทำขับขี่แล้วค่ะ


พี่ป่านเห็นแม่เอาที่กั้นมาติดที่รถขาไถ พี่ก็เกิดอาการ "หนูอยากขี่" ขึ้นมาทันใดบอกแม่ว่า "เอาน้องไปวางพื้น" จ๊าก!!! พี่สาวบ้านไหนเนี่ย

แม่เลยอุ้มน้องออกจากรถ (ก่อนพี่ป่านจะกระชากน้องออกมาซะเอง) แล้วบอกพี่ป่านไปว่า "อ้ะ...น้องปอแบ่งให้พี่ป่านเล่นนะ" เสร็จแล้วแม่ก็ต้องอุ้มพี่ป่านเข้าไปนั่งในรถขาไถ ...ลำบากจริงๆวุ้ย ซักพักค่อยบอกว่ารถขาไถคันเนี้ย เบบี๋เค้าเล่นกัน โตเป็นสาวแบบพี่ป่านเค้าต้องขี่จักรยานกันแล้ว ...ไซโคน่าดูเลย



เรื่องตกเตียง สองศรีพี่น้องก็ไม่มีใครยอมใคร หลังจากน้องเคยตกมา 2-3 รอบ (แบบไม่เจ็บตัว) วันก่อนพี่ป่านก็เอามั่ง หลับอยู่ดีๆ แม่ได้ยินเสียงตึ้ง!!! สะดุ้งขึ้นมาดู เจี๊ยกกก...พี่ป่านดิ้นท่าไหนไม่รู้ หล่นไปทางหัวเตียงอ่ะ แต่ท่าทางหลับลึกมาก ขนาดแม่อุ้มกลับขึ้นมา ยังนอนต่อได้สบายๆ ดีนะเนี่ย หล่นไปแค่สเต็ปเดียว ขืนหล่นถึงพื้น ตื่นมาโชว์พลังเสียงตอนเช้ามืดแน่ๆ



ช่วงนี้...นินทาแม่เองจ้า
คราวก่อนที่ป๊าซื้อซีดีบาร์นี่ ตอนปาร์ตี้ชุดนอนให้พี่ป่าน พอเปิดดูไปซักหลายๆรอบ จะมีอยู่เพลงนึงร้องว่า...เปาะแปะๆ (ฝนตกอ่ะ) แม่ฟังแล้วมันออกเสียงเป็น “เป๊าะแปะๆ” แม่เลยจัดการแปลงเนื้อเล็กน้อยเป็น "ป๊อกแปดๆ" ...โดนป๊าดุไปตามระเบียบ หาว่าสอนอะไรให้ลูกกันเนี่ย แหะๆ แหม...เค้าร้องเอาขำน่า



เอาล่ะ ลูกจ๋า วันนี้บล็อกของเราจะมีสาระแล้วน๊า (นานๆจะมีซะที)

เรื่องมีอยู่ว่าครั้งหลังสุดที่แม่ช็อปปิ้งให้หนูๆนั้น เป็นการซื้อหนังสือนิทานครั้งใหญ่มาก มูลค่าสำหรับอภิมหึมามหาเศรษฐีนั้นอาจจะเป็นจำนวนเงินไม่ถึงปลายขนหน้าแข้ง แต่สำหรับผู้มีฐานะ(ค่อนข้างจะยากจน)อย่างเรามันก็...ไม่น้อยเหมือนกันเนอะ

แม่เคยเกริ่นกะป๊าไปตั้งแต่ตอนสั่งของแล้วแหละว่าแม่ซื้อหนังสือให้หนูๆ (ไม่ได้บอกปริมาณและราคา) ป๊าบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าซื้อให้ลูกแล้วเป็นของมีประโยชน์ก็ซื้อเลย

พอซักสองอาทิตย์ของก็มาส่ง กล่องไม่ใหญ่เลยจ้า แต่พอแกะออกมานี่สิ ป๊าถามว่า “จะเอามาเปิดห้องสมุดเหรอ” แม่ก็แอบปรี๊ดในใจคิดว่าก็ซื้อให้ลูกนี่นา แล้วก็ซื้อหนังสือนะ ไม่ได้ซื้อของไร้สาระ เชอะ...

ซักพักป๊าก็มานั่งคุยกับแม่ ป๊าอธิบายว่าป๊าไม่เคยว่าเรื่องที่แม่ซื้อของให้ลูก แต่การซื้อของครั้งละเยอะๆแบบนี้ไม่ดีเลย ไม่ใช่ว่าเสียดายเงินหรอก (ต๊าย...พูดเหมือนเศรษฐีนะยะ) แต่ว่าถ้าลูกเห็นหนังสือวางเต็มไปหมด อยากจะหยิบเล่มไหนก็หยิบมา อาจจะอ่านไม่จบเล่ม ก็ไปหยิบเล่มอื่นมาอ่านอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นในสายตาของลูกหนังสือนั้นจะดูไม่มีคุณค่า (สมกับที่แม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์สำหรับลูก) เรียกว่ามีมากจนด้อยค่าไปเลย ถ้าทำแบบนี้บ่อยๆก็จะเป็นการปลูกฝังนิสัยไม่เห็นคุณค่าของสิ่งของให้กับลูกไปด้วย

พอแม่ได้ฟังเหตุผลของป๊า แม่รู้สึกเหมือนมีคนเปิดไฟสว่างๆ แล้วก็มีกระจกบานใหญ่หลายๆบานมาส่องรอบๆตัวแม่ในมุมที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อนหน้านี้แม่จะส่องกระจกแค่ด้านหน้าเพียงด้านเดียว แม่ก็จะเห็นแต่สิ่งที่แม่อยากเห็น คิดว่าน่าจะเป็น คิดว่าน่าจะใช่ แต่คราวนี้ทำให้แม่ได้เห็นมุมมองอื่นๆ ที่แตกต่างไป ซึ่งอาจจะเป็นมุมที่คนอื่นมองแม่ด้วยความคิดแบบนี้ด้วยก็ได้

เรื่องหนังสือกองพะเนินนี้ ป๊าบอกว่าให้แม่เก็บหนังสือทั้งหมดไว้ก่อน แล้วค่อยๆทยอยหยิบออกมาให้พี่ป่านอ่านทีละเล่มสองเล่มน่าจะดีกว่า แถมปลอบใจแม่ว่าบางทีป๊าอาจจะคิดผิดก็ได้ เพราะหนังสือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แล้วถ้าพี่ป่านอ่านหมด ก็ให้น้องอ่านต่อได้อีก

...แต่แม่ว่าครั้งนี้ป๊าคิดถูกมากกว่าแม่นะ

ยิ่งไปเล่าให้แก๊งแม่ลูกอ่อนฟัง แม่โดนกระหน่ำหนักว่าสมควรแล้วที่โดน(ตบ)สั่งสอน(ด้วยวาจา) ตอกย้ำให้เห็นว่าที่ป๊าพูดมาถูกที่ซู้ด ..ไม่รู้แก๊งแม่ลูกอ่อนนี่เพื่อนแม่หรือเพื่อนป๊าแฮะ

นอกจากเรื่องซื้อหนังสือแล้ว ป๊ายังส่องกระจกให้แม่เห็นมุมเล็กๆอีกมุมนึงที่แม่(หรือคนอื่น)อาจจะมองข้าม นั่นคือวันที่เราไปเซ็นทรัลกันครั้งล่าสุด (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นวันที่นัดกินข้าวกะน้าเป้) เป็นวันที่พี่ป่านเดินหยิบของเล่นมา 5 ถุง



แต่แม่กลับซื้อ Groovy Puzlle Cube ให้พี่ป่าน (พี่ป่านคงจะงง มันคืออะไรคะแม่???)



ส่วนของเล่นที่พี่ป่านเลือกมาถือเดินไปเดินมา แม่ให้พี่ป่านวางไว้บนโต๊ะที่เซ็นทรัล



พอแม่ย้อนกลับไปดูรูปเก่าๆ โดยเฉพาะรูปด้านบนนี้ ทำให้แม่ต้องมานั่งถามตัวเองว่าแม่ทำร้ายความรู้สึกลูกสาวของแม่รึเปล่า ถ้าใช่...แม่ต้องขอโทษหนูด้วยนะจ๊ะ ทั้งที่ตอนนั้นแม่ภูมิใจในตัวพี่ป่านมากเลย ที่ไม่ร้องดีดดิ้นอยากได้ของเล่นกลับบ้าน (ถ้าพี่ป่านลงไปร้องไห้ร้องห่มอยากเอาของเล่นกลับบ้าน แม่คงกลุ้มใจไปอีกแบบ)

ป๊ายังบอกว่าลูกถือของเล่นมา 5 ชิ้น อย่างน้อยก็น่าจะซื้อให้ลูกซัก 1 ชิ้น (เลือกอันที่ราคาถูกที่สุดก็ได้) อย่าตัดสินด้วยความรู้สึกของผู้ใหญ่ว่าของเล่นที่ลูกเลือกไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องซื้อ คนเป็นพ่อแม่จะทำอะไรต้องนึกถึงความต้องการของลูกบ้าง (ถึงแม้จะเป็นแค่การเลือกของเล่นให้ลูกก็ตาม) เพราะการที่ลูกถือของเล่นมา แสดงว่าเป็นสิ่งที่ลูกสนใจ ไม่ใช่ยัดเยียดแต่สิ่งที่เราคิดว่าน่าจะดี น่าจะใช่ให้กับลูก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การตัดสินใจที่จะซื้อหรือไม่ซื้อให้ลูก ป๊ากะแม่ก็ต้องมีเหตุผลที่ดีด้วยถ้าลูกถาม

แม่เลยนึกถึงทุกครั้งที่แม่ซื้อของให้ลูก แม่จะมีความสุขกับการเลือกซื้อของ อันนั้นก็ดี อันนี้ก็น่ารัก เลือกๆๆๆๆแล้วก็เลือกชิ้นที่น่ารักที่สุด เพราะคิดว่าน่าจะถูกใจลูกมากที่สุด (ก็มันน่ารักคิกขุปานนั้น ไม่ถูกใจได้งัย) เวลาซื้อทีไร(แม่)สุขใจทุกที ยิ่งถ้าซื้อมาแล้วอันไหนที่ลูกชอบ แม่จะมีความสุขไปด้วย (ดีไม่ดี สุขยิ่งกว่าลูกอีก)

ดูอย่างรถจักรยานที่อาม่าอุตส่าห์เอาขึ้นรถแท็กซี่มาให้ที่บ้านดิ่ เพราะกิเลสของแม่แท้ๆ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมให้ป๊าซื้อในโลตัส เพียงแค่แม่อยากให้พี่ป่านขี่จักรยานลายคิตตี้น่ารักๆ (เพื่อสนองนี้ดแม่เท่านั้นเอง) ...แต่จักรยานคิตตี้ก็น่ารักจริงๆเนอะ แหะๆ ขอแอบคิกขุอีกซักหนละกันน่า

พอมาย้อนดูตัวเอง จริงๆมันคือการซื้อสนองความต้องการของแม่เองตะหาก ทั้งที่ถ้าแม่ซื้อของอย่างอื่นให้ลูกโดยที่ไม่ต้องน่ารักคิกขุมีลายการ์ตูนชื่อดัง ลูกก็อาจจะชอบเหมือนกันก็ได้ ใครจะไปรู้

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ป๊ากะแม่เคยคุยกันไว้ว่าเราจะเลี้ยงลูกให้มีอิสระในการคิดและตัดสินใจ จะรับฟังความเห็นและความต้องการของลูกเสมอ แต่ดูสิแม่เลี้ยงหนูมาแค่ 2 ปีเศษ แม่ก็เริ่มเป็นเผด็จการแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างเรื่องของเล่นซะแล้ว

จากคำพูดทั้งหมดของป๊าในตอนนั้นทำให้แม่คิดได้ความหวังดีของแม่ (ที่คิดว่าในโลกนี้ไม่มีใครหวังดีกับลูกของแม่ได้เท่าแม่คนนี้อีกแล้ว) บางทีก็อาจจะเป็นการทำร้ายลูกทางอ้อมโดยที่แม่ไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน คงคล้ายๆกับหัวข้อ แม่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก? จากบล็อกของป้านัด [NostalgiA]

บางคนอาจมองว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย แต่สำหรับแม่พอมีป๊ามาเตือนสติ ทำให้คิดได้ว่าอย่ามองข้ามจุดเล็กๆ เพราะมันอาจกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ในอนาคตได้

แม่อยากให้ลูก 2 คนรู้ไว้ว่านอกจากแม่แล้ว ยังมีป๊าที่รักหนูมากๆและหวังดีกับหนูเสมอนะจ๊ะ


แม่ขอโทษและรักหนูมากๆจ้ะ





YingLek : ใช่จ้า เด็กๆโตขึ้นเยอะมากเลย นี่ก็ไปโรงเรียนกันหลายคนแล้วอ่ะ ลูกเจี๊ยบก็โตแล้วนะเนี่ย

[NostalgiA] : อยากอัพอยูเฟร้ย นี่ save as draft มาตั้งหลายหนแล้วอ่ะ กว่าจะได้ publish ...เห็นพี่บอกชอบยาวๆ น้องเลยจัดให้ (แต่น้องจะตายเอานะเนี่ย)

between us : ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเป็นประจำค่ะ แถมบอกว่าบล็อกยาว แต่ไม่น่าเบื่อ เปิ้ลเลยมีกำลังใจอีกโขเลยค่ะ พักนี้ทิ้งช่วงยาวหน่อย ขี้เกียจด้วยค่ะ บางทีเอาลูกเข้านอนแล้วเผลอหลับพร้อมลูก แหะๆ ...ส่วนเรื่องมีตติ้ง แม่ๆไม่เบื่อค่ะ เพราะได้ไปเม้าท์กัน ส่วนพ่อๆนี่อาจจะแอบเบื่อ ฮิๆ แต่เด็กวัยนี้ เค้าไม่ค่อยเล่นด้วยกันอ่ะค่ะ หยิบของเล่นที่สนใจแล้วก็ต่างคนต่างเล่น

มล : เอาเลย นัดได้เลย วันไหนอยากกินอะไรนัดมา แต่มลต้องรักษาสุขภาพด้วยนะ แข็งแรงๆ จะได้มีน้องอ่ะจ้า

หมูเหมียว : คุณหนึ่งคะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเป็นประจำค่ะ เปิ้ลไม่ค่อยได้เข้าบล็อกเท่าไหร่ แต่เปิดทีไรก็พยายามตามไปเยี่ยมให้ครบๆ (อาจจะมีหลงลืมบ้าง แหะๆ) ...สงสัยคำตอบของคุณหนึ่ง อาจจะเป็นว่า "แม่หลับก่อนสองลิง" รึเปล่าคะ เพราะบางทีเปิ้ลก็มีแนวนั้นเหมือนกัน




Create Date : 17 พฤษภาคม 2550
Last Update : 21 พฤษภาคม 2550 3:51:02 น. 6 comments
Counter : 413 Pageviews.

 
บล็อกยาวอ่านเพลินจนขี้เกียจทำงานเลย 555 เรื่องที่พ่อน้องป่านพูดนี่ขอเก็บเอาไปใช้ด้วย แต่ก็พอรู้เหมือนกันเรื่องเวลามีของเล่น หรือหนังสือเยอะ ๆ ลูกเจี๊ยบก็จะเล่นแป็ป ๆ ไปเล่นอย่างอื่น ว่าอยากจะเก็บให้หมดอยู่เหมือนกัน กลัวลูกเจี๊ยบสมาธิสั้น

ตอนนี้ก็อ่านหนังสือ เมื่อลูกท้าทายคุณ ก็ได้ข้อคิดอะไรอีกเยอะเลย แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ปรับ ๆ ไปใช้เท่าที่พอทำได้

สุดท้าย จักรยานหวานแหววมาก ๆ เลยจ้า ของลูกเจี๊ยบว่าจะซื้อตอนสามขวบรอให้ขายาวยันพื้นได้หน่อย ค่อยซื้อจ้า


โดย: YingLek วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:8:35:40 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดด

ปิ๊กเป็นพ่อที่น่ารักมากเลย แก๊

เจ้ป่านและน้องปอต้องโตมาเป็นสาวน้อยน่ารักแน่ๆ เพราะเป็นลูกพ่อปิ๊กแม่เปิ้ล(และหลานป้านัด) ไง

จุ๊บๆๆๆ ทั้งครอบครัว


โดย: นัด IP: 202.28.27.6 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:15:02 น.  

 
โอ ไม่ได้เข้าไปเมาท์นาน น้องปอตัวโตจากที่เคยดูรูปครั้งก่อนมากเจงๆ เอ นี่ช้านห่างหายจากเพื่อนๆไปนานซะขนาดนั้นเลยเหยอ
อ่านแล้วหายคิดถึงพี่ปอ พี่ป่าน พี่เปิ้ล พี่ปิ๊กเลย ประหนึ่งว่าอยู่บ้านเดียวกันเลยนะเนี่ย

ปล. อิตต๋าอะที่ปู่น่ารักไปจับหิ่งห้อยแล้วมาถามหาหลานให้ดู นี่นอกจากเก่งงานไม้แล้วยังเก่งล่าสัตว์อีกนะเนี่ย อิอิ


โดย: nit IP: 202.149.117.70 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:05:02 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ บล็อคยาวมากจริงๆ คุณแม่คนขยัน อ่านเรื่องพี่ป่านชอบกินมังคุดแล้วเหมือนพี่นุ่มเลยค่ะ กินทีเปลือกกองเป็นภูเขาเลย รายนั้นกินผักและผลไม้ได้ทุกขนิดค่ะ ยกเว้น "ทุเรียน" เวลาได้กลิ่นเธอจะเอามือปิดจมูก แล้วโวยวายว่า เหม็นๆ ทำเอาแม่อดกินทุเรียนเลยปีนี้ ( ดีเหมือนกัน ไม่อ้วน อิอิ)

เรื่องอื่นลงชื่อไว้ก่อนค่ะ เดี๋ยวมาอ่านต่อ ต้องไปทำงานก่อนค่ะ ฝากจุ๊บจุ๊บสองสาวด้วยค่ะ


โดย: หมูเหมียว วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:7:46:46 น.  

 
ชะแวบแอบมาอ่าน (จนคนข้าง ๆ ค้อนหลายวงงง) อ่ะจ้า มาคราวนี้มีสาระมาเพียบเลยเนอะ จะเก็บไว้เป็นกรณีศึกษานะจ๊ะ (เผื่อมีกะเขาบ้าง)

ตอนนี้กะลังฟื้นคืนชีพแล้วนะจ้า หลังจากน้ำหนักหายไป 3 โล

คิดถึง ๆ ๆ ๆ ไว้เจอกันนะจ๊ะพี่


โดย: น้องสิงโตหัวโตโต๊โต วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:06:33 น.  

 
คำเตือน..ไม่สนค่ะ..(อิอิ)

จักรยานพี่ป่าน อาม่าเลือกได้น่ารักสุดๆ เยย
ส่วนของน้องปอ คิคิ รุ่นล่าเลยใช่ป่าวจ๊ะสาวน้อย

เรื่องกินผัก กินผลไม้เนี่ย เอาใจไม่ถูกเนอะ
บางวันกินดี บางวันส่ายหัวจนนึกว่าหัวจะหลุด ๕๕

แต่ก็..ไม่กินเลยก็ห่วงระบบย่อยของเค้านะคะ

เรื่องซื้อของที่มากมาย โดนพ่อบ้านใช้สายตาจิกประจำ
ชอบขนซื้อน่ะค่ะ บางอย่างลูกยังไม่หยิบมาเล่นก็มี - -

อัพแล้วไปเรียกด้วยนะคะ จะมาป้วนเปี้ยนบ่อยๆ ค่ะ
อย่างบล๊อกใช้เวลาอ่านสองวันเอง คริๆ


โดย: between us วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:44:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
พู่ระหง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พู่ระหง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.