Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
7 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
เล่าย้อนหลัง...เทศกาลนิทานในสวน ปีที่ 4 / จิปาถะสองสาว

เล่าย้อนกลับไปก่อนปีใหม่นิดนึงนะจ๊ะ พอดีน้าเป้แม่พี่ออนเห็นว่าแม่ไปบ้านอาม่า ก็เลยเอาลิ้งค์มาให้ดูว่าวันเสาร์มีกิจกรรมน่าสนใจสำหรับเด็กๆ เผื่อแม่อยากเหนื่อย จะได้พาเด็กๆไปเปลี่ยนบรรยากาศมั่ง

เทศกาลนิทานในสวน ปีที่ 4 จัดโดยมูลนิธิซีเมนต์ไทย และมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก



เสาร์นี้จัดที่สวนลุมเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจ้า อีก 4 ครั้งย้ายไปจัดที่สวนรถไฟ เผื่อใครสนใจไปนะจ๊ะ

หลังจากส่องดูตารางเวลา น่าไปเหมือนกันวุ้ย แต่ก่อนไปต้องถามอาม่าก่อนว่าไหวมั้ย ถ้าอาม่าเจ็บเข่าไปไม่ไหว แม่ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน เพราะเดี่ยวมือหนึ่งกลัวโดนเด็กรุม แต่อาม่าใจสู้มาก ไหวๆ ไปโล่ด ก็เลยพาเด็กๆไปสวนลุม หลังจากไม่ได้มาเป็นสิบปี

ก่อนออกจากบ้านเตี๊ยมพี่ป่านอย่างดีว่าวันนี้แม่จะพาไปฟังนิทานในสวน ไปมั้ยๆๆๆๆ พี่บอก “ไปค่า” แล้วก็รบเร้าตลอด “หนูจะไปฟังนิทานในสวน” แม่ก็ลิงโลดเลย เอาล่ะวะ พี่ป่านชอบนิทาน งานนี้ไปคุ้มเฟร้ย

ปรากฏว่าก่อนถึงบริเวณที่เค้าจัด ดันเดินผ่านสระน้ำเบ้อเริ่มกะสไลเดอร์เบ้อเริ่ม (คำว่า ”เบ้อเริ่ม” เป็นศัพท์วัยรุ่นของพี่ป่าน) ดักหน้าก่อน คราวนี้ตบะแตกเลย นิทงนิทานไม่อยู่ในความสนใจแล้ว แต่แม่ก็พยายามชวนเข้างานก่อน สไลเดอร์เดี๋ยวค่อยไปเล่น(โว้ย)

บรรยากาศหน้างาน



พ่อแม่พี่น้องมากพอประมาณ ทำให้ที่นั่งสุดกิ๊บเก๋ที่เตรียมไว้ไม่พอนั่งอ่ะฮ่ะ งานนี้เห็นผู้ปกครองหอบหิ้วจักรยานไปด้วย อูย...น่าสน ถ้าคราวหน้ามาอีกไว้หอบมามั่ง (ว่าแต่ใครจะหอบฟระ???)

รอบๆบริเวณก็จะมีการจัดซุ้มหนังสือสำหรับแต่ละช่วงวัย

มุมหนังสือสำหรับคุณพ่อคุณแม่



มุมหนังสือสำหรับเด็กเล็กไม่เกิน 3 ขวบ



มุมหนังสือสำหรับเด็ก 3-5 ขวบ



มีอีก 2 มุม หนังสืออะไรไม่รู้ เพราะเดินไปไม่ถึง กลัวมีเด็กแหกปากร้องเนื่องจากแม่ลับหายจากสายตา เลยได้แต่ถ่ายรูปไกลๆ



โต๊ะกิจกรรมเพ้นท์หน้า ได้รับความสนใจจากเด็กๆเยอะเลย



แล้วมีอีกมุมนึง แจกลูกโป่งดัด คิวยาวโค่ดดดดด ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสแม่จะพาไปต่อคิวนะลูกจ๋า

“มีลูกอยู่บนตัก อ่านหนังสือให้ลูกฟัง” ประโยคนี้อ่านแล้วอบอุ่นจัง แต่...ถ้ามีเด็ก 2 คน ถือหนังสือคนละเล่ม ไม่รู้จะอ่านยังไงเหมือนกัน เพราะมีอยู่ปากเดียว เฮ้อ...(นึกถึงชีวิตจริง)



ก็จูงๆตบๆเด็กน้อยให้เข้าไปหยิบหนังสือมาอ่านกันเหอะ เดี๋ยวเค้าจะมีการแสดงประกอบนิทาน ปรากฏว่า...พี่ป่านหน้าหงิกเลย สงสัยจะร้อน บ่นแต่ว่า “หนูจะกลับบ้าน” เฮ้ย...ไรวะ เหยียบสวนลุมยังไม่คุ้มค่าแท็กซี่เลยจะกลับละ

ลูกสาวคนเล็กก็เล่นตัวมากๆ พี่เค้ายื่นหนังสือให้ เดินหนีซะงั้น...



พอเดินผ่านมาอีกรอบ พี่เค้าเลยยื่นหนังสือให้แม่ซะเลย พอได้ที่นั่งน้องปอก็เปิดอ่านแบบผ่านๆอย่างตั้งใจ เอ๊ะ!! ยังไงหว่า



หนูไม่ค่อยสนนิทานเท่าไหร่ สนใจตู้ทำสายไหมเนี่ยแหละ มายืนชี้ๆอยู่หน้าตู้ ทั้งที่หนูเองก็ไม่รู้ว่าไอ้ตู้เนี้ยมันเอาไว้ทำขนมสายไหม คงชอบเพราะสีสันมันแรงงงงงงพอๆกะนิโคล



คุณพี่ที่ชอบอ่านนิทานนักหนา มางานนี้อ่านไประแวงไป อยากกลับบ้านเต็มที ฮ่าๆๆ





หน้าหนาวประเทศไทย ทำเอาพี่ป่านเหงื่อเต็มหัวเหม่งเลย



เห็นพี่ป่านเริ่มจะง้องแง้ง แม่เลยพาไปต่อคิวให้พี่เค้าระบายสีที่หน้าด้วยนะ แต่ไปยืนได้แป๊บเดียว ได้เวลาเปิดงาน อดซะงั้น พี่เค้าบอกว่านิทานจบเดี๋ยวค่อยมาต่อแถวกันใหม่น๊า (แต่คงมีแววว่าจะไม่ได้มาต่อคิวแล้วล่ะ)



เปิดงาน



แล้วก็เริ่มเล่านิทานเรื่อง “แก้วหน้าม้า” มีตากะยายออกมาประเดิม ระหว่างนี้พี่ป่านบอก “หนูจะไปเล่นสไลเดอร์”



พอแก้วหน้าม้าโผล่มา พี่ป่านบอก “หนูจะกลับบ้าน” แถมทำหน้าจะร้องไห้อีก


พอเริ่มเปิดงานเค้าก็จะเรียกให้เด็กๆไปนั่งรวมกันตรงเสื่อด้านหน้า พี่ป่านนั่งซะขอบเสื่อเลย ซักพักเริ่มทำหน้าแบบหนูไม่เอาแล้ว แม่ก็เลยพาออกมา บอกอาม่าว่าเราไปเล่นสไลเดอร์กันเหอะ ก๊ากๆๆ มาวันนี้ผิดวัตถุประสงค์มากๆ

พอจะได้ไปดูสระน้ำ เล่นสไลเดอร์ หน้าตาสดชื่นขึ้นทันใด



ผู้ใหญ่ 2 คน เจอเด็ก 2 คนรุม จะเป็นลม ดูดู๊ ยัยพี่จะเล่นสไลเดอร์ ยัยน้องจะไปดูสระน้ำ อาม่าอ่วมเลย



มหัศจรรย์แห่งรัก ขาไปจูงคนนึง ขากลับจูงอีกคน เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ยังอึ้ง



เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นสไลเดอร์แบบถัง หน้าตาหวาดเสียวใช้ได้ ทั้งที่สไลเดอร์ไม่สูงมาก



พอรอบสอง ไม่เสียวละเฟ้ย ยิ้มหวาน



อดใจไม่ไหว ขอแจมด้วยคน



เล่นฟรี แต่สนุกเกินร้อย



สุดท้ายไปติดใจสไลเดอร์อันเบ้ง เล่นจนแม่เหนื่อย (เพราะเดินขึ้นเดินลงด้วย) แม่แอบไปชะเง้อดู โอ้ว....ชันมากนะเนี่ย แต่สำหรับเด็ก ความสนุกไม่เคยปรานีใคร



มีสไลเดอร์อีกข้างเป็นแบบเกลียวๆ พี่ป่านเห็นพี่ที่เล่นก่อนเค้านอนคว่ำแล้วลื่นลงไป รอบถัดมาพี่ป่านเอามั่ง ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะกล้าเล่นสไลเดอร์ท่าพิสดารแบบนั้น

ส่วนน้องปอ เพลิดเพลินกับการให้แม่พาขึ้นบันไดสไลเดอร์มากๆ เดินขึ้น เดินลง พอไปถึงด้านบนสุดของสไลเดอร์ พอหนูเห็นไม่มีที่ให้เดินขึ้นเดินลงต่อไปแล้ว หนูก็หันหลังกลับมาขึ้นๆลงๆอีก ถ้าพามาบ่อยๆ สงสัยอีกไม่นานแม่ต้องเป็นโรคเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควรแน่ๆ

ไม่เหนื่อยกะพี่ป่านเท่าไหร่ เพราะปล่อยให้เล่นเองได้ละ แค่ระวังอย่าให้พลัดหลงกัน แต่น้องปอเนี่ยสิเรียกเหงื่อแม่ได้เป็นปี๊บเลยเชียว

ข้างๆมีเต้นแอโรบิคกันด้วย เกือบหนีลูกไปเต้นกะเค้าละ



สรุปว่าวันนั้นเราอยู่ที่สวนลุมประมาณ 2 ชั่วโมง เด็กๆเล่นสไลเดอร์กันชั่วโมงครึ่งได้ ง่า...แม่พาหนูมาฟังนิทานน๊า

พอแม่ถามว่าวันหลังมาฟังนิทานในสวนอีกมั้ย พี่ป่านบอก “ไม่เอา หนูจะไปสวนสัตว์” เอ่อ....ไม่มาก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องรีเควสสวนสัตว์ด้วยอ่ะ ฮ่าๆๆ

แต่พอกลับถึงบ้านพี่ป่านก็เป็นเหมือนเดิมเลย
...คุณแม่อ่านนิทานให้น้องป่านฟังหน่อยซีค๊า
...คุณแม่อ่านอีก
...คุณแม่อ่านเล่มนี้
...คุณแม่อ่านอีกซีค๊า

งี้เราจัดเทศกาลนิทานในบ้านดีกว่า เหนื่อยน้อยกว่าด้วย ฮืออออออออ


จบจากโหมดย้อนหลัง มาสู่โหมดปกติมั่งดีกว่า

ประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แม่พาพี่ป่านไปซื้อของที่ตั้งฮั่วเส็ง แม่ก็ช็อปไป พี่ป่านก็ช็อปมั่ง พี่ป่านอยากได้สมุดคัดลายมือ A-Z เล่มนึง ทั้งที่เล่มนี้ก็มีอยู่ที่บ้านแล้ว อธิบายยังไงก็ไม่ฟัง ยืนยันว่า “หนูจะเอา ABC มีมดสีเขียว” เลยซื้อให้ก็ได้ฟระ

แต่คราวนี้ซื้อมาคุ้มมาก ถึงบ้านปุ๊บก็ร้องหา “สมุด ABC จุดๆเส้นๆ มีมดสีเขียวอยู่ไหนๆๆๆ หนูจะทำการบ้าน” โห...ขยันก่อนเข้าอนุบาลอีกเฟร้ย เลยลองดูซิว่าการบ้านของพี่ป่านทำยังไงน๊า

แม่ก็ปล่อยให้หนูนั่งก้มหน้าก้มตาทำการบ้านไปเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงเป็นระยะ “หนูเก่งมากเลยน๊าแม่” ...ยกหางตัวเองก็เป็นวุ้ย สุดท้ายบอก “เสร็จแล้วแม่ เก่งมากเลย” (แล้วก็ตบมือให้ตัวเองอีก 3 แปะ) เลยขอดูการบ้านพี่ป่านเป็นบุญตาหน่อยซิ







































เท่าที่แม่แอบดูพี่ป่าน เวลาพี่ป่านจะขีดเส้นตรง พี่ป่านจะลากจากข้างล่างขึ้นข้างบน เส้นเฉียงๆ ก็ลากจากด้านที่อยู่สูงกว่าลงมา แต่แม่ก็ไม่อยากไปบังคับให้พี่ป่านรีบเขียนให้ถูกต้อง เพราะกลัวพี่ป่านจะหมดสนุกกับการทำการบ้าน ...จริงๆคือแม่ขี้เกียจสอนน่ะ เก็บไว้ให้ครูสอนดีกว่า ฮี่ๆ

วันแรกพี่ป่านเขียนไว้เกือบทุกหน้า หน้าละตัว แบบพอเขียนได้ตัวนึง ก็ชมตัวเอง “เก่งมากเลย” แล้วก็เปิดไปเขียนหน้าถัดไป

แต่หลังๆเริ่มเละ เพราะเขียนไป ระบายไป แล้วยังมาถามแม่อีกว่า “ใครทำพังหมดเลยเนี่ย” ...ทำเองแล้วยังจะมาถามอีกแน่ะ

เห็นขยันล่วงหน้าแบบนี้ ชักจะกลัวว่าพอถึงเวลาไปโรงเรียนจริงๆ จะขี้เกียจทำการบ้านรึเปล่าหว่า สงสัยต้องซ้อมทำเสียงโหดไว้ก่อน “พี่ป่าน(โว้ย) มาทำการบ้านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยออกไปเล่นสิ(วะ)” ฮ่าๆๆ

จบเรื่องขยันทำการบ้าน (ขยันอยู่ 3-4 วัน) มาเรื่องขำมั่ง ไม่ขำมั่งดีกว่า

เรื่องแรกก็เริ่มขำไม่ออกละ ก่อนปีใหม่น้องปอคงเห็นว่าหัวยังทุยไม่พอ ก็เลยเอาหัวไปโป๊กกับประตู้บ้าน ได้มาหนึ่งลูก



เรื่องของเรื่องก็คือพี่ป่านอยากรดน้ำต้นไม้ แม่เลยช่วยถือบัวรดน้ำไปส่ง พอดีกะที่แม่วางรถขาไถไว้ตรงร่องน้ำไหลหน้าบ้านพอดี กะว่าน้องนั่งแล้วไปไหนไม่ได้ จะได้ไม่ต้องห่วง ที่ไหนได้ ยัยน้องเห็นว่าขยับไปไหนไม่ได้ เลยยกรถขย่มอยู่หลายที ขย่มไปขย่มมา รถเลยจุดศูนย์ถ่วงไปหน่อย หงายหลังหัวไปโป๊กกับประตู ...โชคดีไม่โป๊กลงพื้น ไม่งั้นจากหัวปูดคงเป็นหัวแตก

ผลที่ได้ก็คือหัวปูดอย่างรวดเร็ว ต้องรีบเอาดินสอพองกะมะนาวโปะๆๆๆๆเข้าไป พอวันรุ่งขึ้นก็ยุบไปเยอะ

เดี๋ยวนี้เวลาน้องปอเล่นรถขาไถ แม่ก็เลยไปไหนไม่ได้ ต้องระวังหลังตลอด

อยากตั้งฉายาว่า "ไอ้หัวแข็ง" ซะจริงๆ เพราะหัวโป๊กบ่อยมาก ทั้งโดนพี่ป่านเล่นแรง ทั้งทำตัวเอง ทั้งแม่เลินเล่อ

พอหัวหายปูด น้องปอก็สร้างวีรกรรมใหม่ฉลองวันปีใหม่ซะงั้น ระหว่างที่แม่เอารถจักรยานเข้ามาเก็บในบ้าน พอจะเดินกลับออกไปยังไม่ทันถึงประตูบ้านเลยก็ได้ยินเสียงหมาเห่า แล้วก็เสียงน้องปอร้องไห้ ใจหายแว้บรีบกระโดดออกไปเลย เห็นไอ้เซเว่นอ้าปากเห่าอยู่เกือบชิดหน้าน้องปอแน่ะ เลยกรี๊ดซะซอยแทบแตก

เดาว่าน้องปอคงไปนั่งยองๆคุยกะไอ้เซเว่นที่นอนเล่นอยู่ริมถนน ไม่รู้พูดอะไรไม่เข้าหูไอ้เซเว่นรึเปล่า มันเลยขู่ซะ

คิดแล้วยังเสียวไม่หาย ถ้าเป็นหมาตัวอื่นไม่ใช่ไอ้เซเว่น คงไม่แค่อ้าปากเห่าใส่อ่ะ ป่านนี้คงได้ลงหน้าหนึ่งไปละ "เด็กน้อยโดนหมาขย้ำหน้าเละ" เฮ้อ...

หลังจากนั้นเวลาออกนอกบ้านก็ไม่สามารถปล่อยน้องปอละสายตาได้อีกเลย ไปไหนเดินตามประกบตลอด ส่วนพี่ป่านก็บอก "น้องป๊อออออ อย่าไปยุ่งกะหมามันซี้"

แต่น้องปอก็ยังไม่เข็ด พอได้ออกนอกประตูบ้านเมื่อไหร่ จะส่งเสียงวี้ดๆทักทายแล้วก็เดินรี่เข้าไปหาไอ้เซเว่นทุกที แม่เลยต้องแปลงร่างเป็นไม้กันหมาให้ลูกสาวซะแล้ว ถ้ามันอ้าปากจะเห่า แม่จะรีบเอาขาหมูไปขวางไว้เลย ได้ขากรรไกรค้างแน่เอ็ง...ไอ้เซเว่น

หมดจากเรื่องหวาดเสียวไปละ

มีอยู่วันนึงพี่ป่านบอกหนูจะติดกาวกับกระดาษสีๆ แม่ก็เลยจัดให้ ถามพี่ป่านก่อนว่าอยากได้รูปอะไร พี่ป่านบอก "อยากได้ดอกไม้ค่ะ" ก็เลยเนรมิตให้

พี่ป่านบอก "เอากาวด้วย หนูจะทากาว" แล้วหนูก็ทากาวจริงๆ ทากาวอย่างเดียว



ดีว่าได้น้องปอมาช่วยแปะกระดาษ



ผลงานสุดท้าย...ได้มาแค่เนี้ย



ช่วงนี้พี่ป่านยังชอบเล่นทำกับข้าว แล้วก็เอาสัตว์ตัวนู้นตัวนี้มาเป็นคนชิมอยู่เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่งจะชอบเล่นก็คือจิ๊กซอว์





พอต่อเสร็จรูปนึงก็บอกว่า "หนูจะต่อรูปนู้น" ก็ต่อกันไปจนครบ แล้วก็วนกลับมาต่อใหม่ แม่เคยซื้อจิ๊กซอว์แบบ 9 ชิ้นไว้เกือบ 20 อันได้ (บ้าชะมัด) ยังไม่รวมของพรีเมี่ยมที่แถมมากะนม พอถึงวัยที่หนูสนใจ หนูก็เล่นซะคุ้มเลย

แต่มีอยู่อันนึงซื้อจากน้าป๊อป เป็นจิ๊กซอว์รูปสัตว์ในแมคโดนัลด์ฟาร์ม พี่ป่านต่อไปหลายรอบ เลยเริ่มพลิกแพลง พลิกกระดาษกลับแล้วก็เอารูปสัตว์(พลิกกลับเหมือนกัน)ใส่ลงไปตามรูปทรงต่างๆ ขยันหาวิธีเล่นเหลือเกินนังหนู ป๊าบอกว่าเก่งกว่าป๊าอีกว่ะ ฮ่าๆๆ

นอกจากชอบต่อจิ๊กซอว์โดยไม่ให้คนอื่นยุ่งด้วยแล้ว ก็ยังชอบเอากรรไกรไปตัดกระดาษอีกด้วย ช่วงนี้แม่เลยไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากนั่งเฝ้าลูก เดี๋ยวคนนั้นเล่นกรรไกร เดี๋ยวคนนี้จะออกไปคุยกะหมา โอ่ย...เหนื่อย

พักนี้พี่ป่านไม่ค่อยได้ขีดๆเขียนๆซักเท่าไหร่ นานๆจะวาดให้แม่ดูซักรูป

ไข่ดาว



แล้วก็ยังชอบเล่นเลโก้อยู่

บันได



แล้วตอนนี้พี่ป่านก็ทำท่านี้ได้แล้วค่ะ "โอเค้ โอเค้" เลยขยันทำอยู่บ่อยๆ



อีกวันเลยเรียกซ้อมอีกที ไหนลองทำท่าโอเค้โอเค้ซิลูก



แล้วพี่ป่านก็ช่วยตัวเองได้มากพอสมควร กินข้าวเอง ถอดเสื้อผ้าเอง ใส่กางเกงเอง แต่เสื้อยังต้องให้แม่ใส่ให้ วันก่อนพี่อยากแกะกระดุมเอง กระชากซะกระดุมลอยหายไปเม็ดนึง กร๊ากๆๆ

ความสามารถสุดพิเศษอีกอย่างนึงของพี่ป่านก็คือ มีจมูกเป็นเยี่ยม ขนาดแม่คิดว่าอีกหน่อยจะส่งไปเทรนที่ K9 ฮ่าๆๆ เพราะเวลาน้องปอเดินผ่าน พี่ป่านจะทำหน้าย่นๆแล้วก็จะมีบทสนทนาแบบนี้

พี่ป่าน : คุณแม่ หนูเหม็น
แม่ : เหม็นอะไรอ่ะ
พี่ป่าน : หนูเหม็นอึน้อง (ทำหน้ายู่ๆ) หนูเหม็นจริงๆน๊า
แม่ : (แง้มผ้าอ้อมน้อง) อู่ยยยยยยยยยย เหม็นจริงๆด้วยอ่ะ
พี่ป่าน : แม่ๆ อึน้องเหม็นจริงๆน๊า
แม่ : (แล้วใครอึหอมบ้างฟระ)

จะเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆเลย ขนาดแม่ว่าตัวเองจมูกดีแล้วนะ เพราะทุกครั้งที่ได้กลิ่นมักจะไม่พลาด แต่บางครั้งแม่ไม่ได้กลิ่น แต่พี่ป่านมาบอกเองก็มี

แล้วเวลาพี่ป่านนั่งชักโครก ก็ทำจมูกบานๆ แล้วบอก "แม่...หนูเหม็น" อ้าว...อึตัวเอง ทนๆดมหน่อยละกันลูก ทีแม่ยังต้องทนดมกลิ่นอึลูกสองคนเลยอ่ะ

เรื่องจมูกดียังไม่หมดแค่นี้ เวลาไปบ้านอาม่าแล้วเหล่ากิ๋มทำกับข้าว พอได้กลิ่นพี่ป่านก็จะบอก "หอมไข่เจียวจัง" แล้วมื้อนั้นก็มีไข่เจียวจริงๆด้วย บางมื้อก็ "หอมไข่ดาวจังเลยนะแม่" แล้วก็มีไข่ดาวจริงๆด้วยอ่ะ

พักนี้ก็มีศัพท์แปลกประหลาด(น่าถีบ)มาฝากอยู่บ่อยๆ

บางวันตะโกน "จอกเว่ยยยยยยยย" คงมาจาก "กระจอกโว้ย" แต่แม่ยังงงว่าจำมาจากไหน พอได้ยินหลายหนเลยถามว่าได้ยินคำนี้มาจากไหน พี่ป่านบอก "จากเรื่องก้านกล้วยไงแม่" ง่า...

บางวันก็ถาม "แม่ๆ ใครอยู่ตรงนั้นอ่ะ" (ชี้ไปที่หน้าต่างห้องนอนยามค่ำคืน) แม่งี้เสียวสันหลังวาบเลย ก็เลยถามกลับไปว่าพี่ป่านเห็นใครอยู่ตรงนั้น พี่ป่านบอก "จิ้งจกนี่เอ๊งงงงงง" โถ่...เวรกรรม วันหลังต้องถามว่า "ตัวอะไรอยู่ตรงนั้น" นะลูก ใช้คำว่า "ใคร" นี่มันเสียวจริงๆอ่ะจ้า

ขนาดไปบ้านอาม่า ก็ถามอีก "แม่ๆ ใครเดินผ่านข้างหลังแม่อ่ะ" พอแม่หันกลับไปดู ไม่เห็นมีใครนี่หว่า เสียวอีกแล้วตรู พี่ป่านบอก "อ๋อ เฉาก๊วยนี่เอ๊งงงงงงง" ฮ่วย!!! แม่กลัวผีนะโว้ย

แล้วพักนี้ก็เริ่มเป็นเจ้าหนูจำไมขั้นเริ่มต้น ประเดิมด้วยวันปีใหม่ ถามง่ายๆไม่เป็นเหรอฟะ

"แม่ๆ มาแลงสาบกินอารายเป็นอาหาร" เจอคำถามนี้เข้าไปต้องรีบถามป๊าว่าแมลงสาบกินอะไรฟระ ลามไปถามถึงน้าเจี๊ยบแม่พี่พราวด์ที่หลวมตัวออนไลน์วันปีใหม่ ฮ่าๆๆ

หลังจากนั้นก็มีเพิ่มเรื่อยๆ

"แม่ๆ แล้วเป็ดกินอะไรเป็นอาหาร"
"แม่ๆ ช้างกินอะไรเป็นอาหาร"
"แม่ๆ เสือกินอะไรเป็นอาหาร"
"แม่ๆ ตั๊กแตนกินอะไรเป็นอาหาร"
"แม่ๆ จิงโจ้กินอะไรเป็นอาหาร"
"แม่ๆ เหยี่ยวกินอะไรเป็นอาหาร"
แล้วก็เปลี่ยนสัตว์ไปเรื่อยๆเท่าที่รู้จัก ป๊าเลยบอกว่าสอนให้พี่ป่านเข้า google ดิ่ แล้วสอนให้เสิร์ชหาเอง เวรกรรม!!!

บางทีแม่เลยแกล้งพี่ป่านมั่ง
พี่ป่าน : แม่ๆช้างกินอะไรเป็นอาหาร
แม่ : ช้างกินกล้วย อ้อย แตงโม แตงกวา แล้วก็ผักเยอะแยะเลย แล้วพี่ป่านจะกินช้างมั้ย
พี่ป่าน : หนูไม่กินช้าง ...แม่ๆเสือกินอะไร
แม่ : เสือกินกวางจ้า แล้วพี่ป่านจะกินเสือมั้ย
พี่ป่าน : หนูไม่กินเสือ ...แม่ๆปลากินอะไร
แม่ : ปลากินลูกน้ำจ้า แล้วพี่ป่านจะกินปลามั้ย
พี่ป่าน : หนูจะกินปลา...สลิด

ลูกแม่นี่สงสัยเอาดีเรื่องกินอย่างเดียวจริงๆ ถามอยู่แบบเดียวนี่แหละ ฮ่าๆๆ

นินทาแต่พี่ป่าน น้องปอเองก็ความสามารถพอตัว โดยเฉพาะการฟังนี่เข้าใจหมด

ไปหาคนนั้นซิ ...ก็เดินไปหา แต่ขึ้นอยู่กะว่าอยากเข้าใกล้รึเปล่า ถ้าไม่อยากแค่เดินไปเฉียดๆแล้วก็หันหลังกลับ

ทิ้งขยะ ...ก็ถือของไปยืนแหงนมองถังขยะ

ใส่รองเท้า ก็ไปหยิบรองเท้าตัวเองมาถือไว้ ...แล้วรู้ด้วยว่าคู่ไหนของใคร บางทีหยิบรองเท้าของพี่ป่านเอาไปส่งให้ แต่เวลาส่งให้อ่ะ เขวี้ยงใส่นะ ฮ่าๆๆ

ใส่กางเกงซิ ...ก็ยกขาใส่เข้าไปในกางเกง

ไปล้างก้น ...ก็เดินไปทางห้องน้ำ

เอาของไปเก็บ ...ก็เอาไปเก็บไว้ที่เดิม พอวางปุ๊บ ก็หยิบกลับมาเล่นใหม่ (แล้วจะเก็บทำไมฟระ)

แล้วก็ขี้อ้อนมากๆๆๆถึงมากที่สุด บางทีเดินไปซบตักย่าซะงั้น ย่างี้ชื่นใจมากๆอยากจะอยู่กะหลานให้ถึงร้อยปีเลย

พอเวลาจะขึ้นห้องนอน แม่แค่บอกว่า "เอ้า ได้เวลาขึ้นห้องนอนกันแล้วน๊า" น้องปอก็จะขยับมือบ๊ายๆ ส่งจูบ แล้วก็เดินเอาหัวไปโขกย่ากะป้า (อันนี้คือจะให้ย่ากะป้ากอดอ่ะ)

ช่วงนี้ชอบเล่นจ๊ะเอ๋ แล้วก็สติ๊กเกอร์ด้วย

แต่ความสามารถที่ยังไม่ปรากฏ ก็คือ "การพูด" ตอนนี้พูดได้แต่ภาษากะเหรี่ยง(เวลาพูดไม่ชัด) กับภาษาเขมร (เวลาพูดไม่รู้เรื่อง) ศัพท์ในพจนานุกรมของน้องปอตอนนี้มีอยู่ 2 คำ

ป่าง = พี่ป่าน ต้องรีบเรียกให้ได้เป็นคนแรก จะได้ท้าตีท้าต่อยได้เร็วๆ เพราะตอนนี้น้องปอขึ้นบัญชีหนังหมาไว้ละ เนื่องจากโดนพี่สาวซ้อมบ่อย
กี = ขอกินด้วยคนจ้า แต่ถ้าข้าวหนูไม่กินน๊า
กะ = แกะสติ๊กเกอร์ให้หนูหน่อยน๊า
ติ = ติดสติ๊กเกอร์หน่อยจ้า
เปอะ = เปิดให้หนูหน่อยค่า

อ่อ หนูชอบกินกล้วยมากๆเลยแหละ แม่เลยไม่แปลกใจเลยที่หนูซนไม่ต่างกะลิงเลยอ่ะ

สำเนียงกะเหรี่ยงมั้ยล่ะ ฮ่าๆๆ


Create Date : 07 มกราคม 2551
Last Update : 8 มกราคม 2551 13:22:54 น. 6 comments
Counter : 416 Pageviews.

 
กิจกรรมน่าสนใจจริง ๆ ด้วยค่ะ จดโน๊ตลงปฏิทินแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆ ที่บอกข่าวสารกิจกรรมดี ๆ แบบนี้

ดูท่าทางพี่ป่านกับน้องปอเล่นกันถ้อยทีถ้อยอาศัยจังเลย พี่ป่านกี่ขวบแล้วค่ะ ต่อจิ๊กซอได้เก่งจัง พี่พายไม่ยอมต่อเลยค่ะ


โดย: แม่น้องสองพี วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:20:57:20 น.  

 
น้องปอยังเล็กน่ะค่ะ เดี๋ยวเห็นพี่สาวคุยก็จะอยากคุยด้วยเอง

หนังสือเดี๋ยวนี้ดูดีๆทั้งนั้นเลยค่ะ ไม่ต้องพึ่งหนังสือตปท.เลยหละ น้องป่านใช้มือคล่องมากๆ เขียนหนังสือสวยเลยค่ะ


โดย: kanu_memphis วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:2:51:08 น.  

 
พี่ป่านพัฒนาการดีมาก ๆ เลย เรื่องให้เด็ก ๆ นั่งนิ่ง ๆ ฟังนิทานเนี่ย นิทานต้องน่าสนใจจริง ๆ ถึงจะเอาอยู่ ส่วนมากเด็กจะชอบวิ่งเล่นมากกว่า เหมือนลูกเจี๊ยบไปจิมโบรี ช่วงฟังนิทานก็กระดุกกระดิก ๆ เหล่ ๆ ดูนิด ๆ พอเป็นพิธี แต่พอนิทานจบ ได้เล่นปีน ๆ ล่ะก็ดี๊ด๊าขึ้นมาเลย

ปล.ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดลูกเจี๊ยบด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ป่านก็จะ 3 ขวบแล้วเหมือนกัน เร็วเนอะ


โดย: Yinglek IP: 58.136.117.20 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:8:08:29 น.  

 
อ่านเรื่องภาษาของน้องปอแล้วน่ารักดีจัง
เมซี่ไม่ค่อยยอมพูด วันๆเอาแต่กรี๊ดดด แม่รี่เซ็งเป็ดจ้ะ อิอิ
ลองใช้ภาษามือ เมซี่ไม่ค่อยรับรู้เลย คงเง็ง แม่เป็นไร

พี่ป่านก็เก่งจริงๆ สาวๆบ้านรี่ไม่ชอบเขียนตามจุด
เฮมิชก็ชอบนะ บอกว่าไม่จำเป็น สอดคล้องกับที่ รร โซอี้
จิ๊กซอว์ ณิฌ่าก็ชอบจ้ะ ตอนนี้ต่อเป็นร้อยชิ้นแล้วล่ะ
แต่ขนาดก็ไม่เล็กมาก เลือกแบบที่เหมาะมือ
คุยกับหมอเด็ก หมอช็อคไปเลย สมาธิสูงมากๆ (มากกว่าแม่อีก)

ป.ล. รองเท้าครอคส์มีไซส์น้องปอแล้วหรอจ๊ะเนี่ย
กรี๊ดๆๆๆ หามาให้เมซี่ใส่บ้างดีกว่า อิอิ


โดย: ShiEri วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:10:41:44 น.  

 
linkคุกกี้ธัญพืช



เอาคุกกี้ธัญพืชมาฝากคะ คิดถึงนะคะ ช่วงนี้เปื่อยๆ เลยไม่ค่อยได้แวะเข้ามาหาเลย แต่คิดถึงเหมือนเดิมนะคะพี่โอเปิ้ล 2 สาวไปทำกิจกรรมน่าสนุกจังเลยคะ น้องปอสาวหวาน น้องป่านสาวเปรี้ยว อิอิ สรุปน่ารักทั้งคู่คะ

ปล. พี่เปิ้ล จำได้ว่าพี่ป๊อปเคยบอกว่าเป็นไทรอยด์ใช่ไหมคะ ตอนนี้เดินรอยตามพี่ป๊อปมาติดๆแว้ว 555 หัวใจเต้นเร็วเป็นเด็กเลยอะพี่ ไม่รู้พี่ป๊อปหายรึยัง เห็นมีลูก 2 คนแล้วเนอะ


โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:16:45:01 น.  

 
โอเปิ้ล ไม่ถึงขนาดขั้นเทพหรอก เพียงแต่ณิฌ่าชอบและติดใจ เห็นโซอี้เล่นบ่อยๆมั้งจ๊ะ

จิ๊กซอว์ รี่ซื้อที่ Asia Books จ้ะ มันจะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีหลายลายให้เลือก น่ารักดีนะ
Toys R Us มีแบบที่เป็นจิ๊กซอว์ที่เล่นบนพื้น ชิ้นจะใหญ่หน่อย มีลายแนวแบบธรรมชาติแบบดิบๆหน่อย อิอิ
นอกจากนี้ แกรนด์มาส่งมาให้จ้ะ ทั้งรูปภาพและตัวอักษรไว้เล่นต่อคำ


โดย: ShiEri วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:20:12:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
พู่ระหง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พู่ระหง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.