Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
วันเกิดปีนี้...ไม่มีพ่ออีกแล้ว










ตั้งใจจะเข้ามาอัพนานแล้ว แต่ทำใจไม่ได้ซักที วันนี้เลยตัดสินใจ เขียนถึงเรื่องที่ผ่านมาสามสี่เดือนเต็ม ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต



เพราะ 6 มีนาเป็นวันเกิดคุณพ่อ ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไม่ไปบิน เพราะคุณแม่นิมนต์พระมาที่บ้านให้คุณพ่อทำบุญ แต่ในที่สุดก็ต้องไปบิน ด้วยความเห็นแก่เงินและอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง คืนก่อนไปบิน ยังไม่นอนสักที หันไปเห็นมะม่วงอกร่องที่ซื้อมาตอนเช้า เดินไปปลอกกิน หันไปเห็นคุณพ่อนอนอยู่ ก็เลยเข้าไปป้อน ตอนนั้นพ่อกินอะไรไม่ได้แล้ว ได้แต่ดื่มนมอย่างเดียวมาหลายวันแล้ว ใจนึงก็คิดว่า พ่อจะกินมะม่วงของเราได้มั้ย แต่พ่อเอาไปป้อน พ่อกินได้สองชิ้น เราถามว่าอร่อยมั้ย พ่อยิ้มแล้วบอกว่า อร่อย เราดีใจมากที่พ่อกินได้ แต่พอเดินกลับเข้าไปในครัวน้ำตามันก็ไหล ในใจมันคิดว่า นี่จะเป็นมะม่วงชิ้นสุดท้ายที่พ่อจะได้กินรึเปล่า



ช่วงปลายเดือนกุมภา เราสังเกตว่า พ่อหายใจติดขัดเหมือนเวลาเป็นหวัด แรก ๆ พ่อคงเป็นหวัดจริง ๆ เพราะคัวร้อน แต่หลังจากเราไปบินกลับมาเป็นอาทิตย์พ่อก็ยังไม่หาย เราเริ่มเอะใจว่า สงสัยมันคงจะไปถึงปอดแล้ว ทำให้พ่อหายใจไม่สะดวก นั่นก็แปลว่า เวลาที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันมันเหลือน้อยเต็มทีแล้ว



พ่อร้องเรียกพวกเราแทบจะตลอดเวลาที่ตื่น พอเราเข้าไปถามว่า คุณพ่อเป็นอะไร คุณพ่อไม่ตอบ เพราะพ่อเจ็บไปหมด จนไม่รู้จะพูดยังไง เรากับคุณแม่ปรึกษากันว่า จะไปหาซื้อมอร์ฟีนมาให้ เพราะคุณพ่อปวดมาก ยาแก้ปวดที่มีเอาไม่อยู่แล้ว เราลองโทรหาเพื่อนที่เป็นเภสัช เพื่อนบอกว่า ต้องไปซื้อกับหมอที่มีประวัติ เราก็เลยบอกคุณแม่ว่า งั้นเดี๋ยวเราไปบินกลับมาก่อน แล้วเราจะไปหาซื้อกัน ตอนนั้นเราไม่ค่อยห่วงมาก เพราะคุณแม่กำลังจะปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวจะได้มีเวลาช่วยกันดูคุณพ่อ



ระหว่างที่ไปบินเราไม่ได้โทรกลับมาบ้านเลยแม้แต่วันเดียว อาศัยคุยทาง MSN กับพี่กับน้องนิด ๆ หน่อย ๆ เพราะใจนึงเรารู้สึกไม่อยากรับรู้ เพราะการรับรู้ว่าพ่อเจ็บปวดทรมาน มันกัดกินเรามาก เราร้องไห้ทุกครั้งที่ไปบิน เรานอนไม่หลับ ถึงหลับก็ฝันถึงพ่อตลอดเวลา ฝันว่าพ่อยังปกติอยู่ ฝันว่าเรากลับมามีความสุขแบบเดิม เราเป็นโรคซึมเศร้าและไม่อยากเข้าสังคม แต่บางทีเราก็เครียดเกินกว่าจะอยู่คนเดียว เป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตแล้ว


เราจำเหตุการณ์วันนั้นได้แม่น เราออกไปช้อปกับเพื่อนตั้งแต่บ่ายยันหัวค่ำ กลับมาถึงรร.ก็ปิดมือถือ เอาไว้ใกล้ ๆ จะนอนค่อยเปิดเอาเป็นนาฬิกาปลุก พอจะเปิดเครื่องก่อนนอน ก็เห็นเบอร์พี่โทรมา เราใจเริ่มไม่ดี เพราะถ้าไม่มีเรื่องด่วนที่บ้านจะไม่โทรมา เราเลยโทรกลับ เสียงของพี่ทำให้เราหายใจไม่ออก เหมือนคนกำลังร้องไห้ พี่บอกว่า กำลังพาคุณพ่อไปรพ. ระหว่างนั้นเราได้ยินเสียงหวอของรถพยาบาลอยู่ใกล้ ๆ ก็เลยถามว่า อาการหนักมากใช่มั้ย พี่บอกว่า คุณพ่อตัวร้อน เลยต้องพาไป แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เราเลยบอกว่า มีอะไรให้โทรมาได้ เราจะหลับรอ เพราะอีกไม่กี่ชม.เราต้องทำไฟล์ทกล้บนาริตะ


ประมาณชม.กว่า ๆ ให้หลังเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เราสะดุ้งตื่นสุดตัว ประโยคแรกที่ได้ยินจากพี่ก็คือ คุณพ่อไม่ไหวแล้วนะ เรากรีดร้องแล้วก็เริ่มรู้สึกว่าหายใจไม่ออก มันเหมือนความฝัน มันไม่ใช่เรื่องจริง เราคุยกับพี่แล้วก็แม่ไม่กี่นาทีก็วางหู เรานั่งร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว แล้วก็รุ้สึกเหมือนจะอ้วกเลยวิ่งเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นบริษัทก็โทรมาเพื่อจะบอกให้เรากลับกทม.ยังไง ท้ายที่สุดก็คือ เราต้องกลับไปนาริตะก่อนแล้วถึงจะได้กลับ


วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิต เราต้องทำงานบนเครื่องกลับไปถึงนาริตะ ในขณะที่จิตเรากำลังจะหลุดแล้ว แต่โชคยังดีที่ไฟล์ทเต็ม ทำให้เรายุ่งสุด ๆ แล้วก็ได้ทำงานกับเพือนด้วย ก็เลยมีคนคอยปลอบ ตอนต่อเครื่องที่นาริตะ เรามีโอกาสได้โทรกลับบ้านอีกครั้ง แม่บอกว่า พ่อความดันต่ำลงมากแล้วนะ ให้เราทำใจ เรายืนร้องไห้กลางสนามบินเหมือนคนบ้า แม่ปลอบเราว่า พ่อเขารอเรานะ แต่เขาจะไม่ไหวแล้ว เราพยายามกลั้นน้ำตาตลอดไฟล์ทกลับมา แต่พอเครื่องกำลังจะลง ใจนึงของเรากลับอยากให้กัปตันขับหมุน hold เครืองต่ออีกสักชม. มันกลัวความจริงที่จะต้องเผชิญ



แม่กับพี่มารับเราด้วยชุดสีดำ แค่เห็นเราก็พอจะเดาอะไรออก ระหว่างทาง พวกเราไม่พูดอะไรกันมาก จนเราถามขึ้นมาว่า จะไปรพ.ก่อนหรือกลับบ้านก่อน พอแม่บอกว่า กลับบ้าน เราก็รู้เลยว่า เรากลับมาไม่ทันแล้ว คุณพ่อจากไปแล้ว แต่พอแม่บอกว่า พ่อจากไปอย่างสงบ พ่อไปสบายแล้ว เราก็รู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยพ่อก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว



เราลาหยุดยาวเพราะตั้งสวด 7 วัน มีคนมาเคารพศพพ่อเยอะทุกวันจนเราดีใจแล้วก็แอบบอกพ่อว่า มีแต่คนรักนะ ตลอด 7 วันพ่อไม่มาหา ไม่เข้าฝันเราเลย มีแต่มาเข้าฝันน้องว่าอยากกินลาบ แล้วก็เงียบ จนกระทั่งวันเผา พ่อก็ไม่มีวี่แววจะมา ใจนึงก็เสียใจ เพราะคิดถึงมาก อีกใจก็คิดว่า พ่อไปสบายมากแล้ว พ่อไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว พ่อถึงไม่มาไง



วันเก็บกระดูกพ่อเป็นวันที่ทำให้เราเห็นถึงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีอะไรเที่ยงแท้เลยสักอย่าง คน ๆ นึงจากไป ท้ายที่สุดก็เหลือแต่กองขี้เถ้ามหึมา แล้วก็กระดูกไม่กี่ชิ้น มันทำให้เราคิดได้ว่า อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาท เวลาบนโลกไม่มีใครรู้หรอกว่าจะมีได้สั้นยาวแค่ไหน ขอให้เร่งทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว แล้วถ้าทำได้ ก็ทำจิตให้ผ่องใส ด้วยการเจริญสมาธิ



หลังจากนั้น เราก็กลับไปบิน แม้จะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายแล้ว แต่ก็คิดถึงคุณพ่อมาก ไม่มีวันไหนไม่คิดถึง โดยเฉพาะวันก่อนวันเกิด ยิ่งคิดถึงที่สุด ทุกวันนี้ข้าวของของพ่อก็ยังอยู่ ถึงจะมีคนบอกให้เอาไปบริจาค แต่เรายังทำใจไม่ได้ซักที คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกพักนึง



11 เมษาปีนี้ ไม่มีพ่ออวยพรให้ลูกคนนี้อีกแล้ว แต่ไม่เป็นไรนะคะ คุณพ่ออยู่ในใจลูกเสมอ ชาตินี้เราได้เกิดมาอยู่ด้วยกันน้อยเกินไปเนอะ ไว้เราเจอกันใหม่นะคะคุณพ่อ ขอให้ลูกได้ตอบแทนพระคุณพ่อให้มากที่สุด ลูกรักคุณพ่อนะคะ คุณพ่อรู้อยู่แล้วใช่มั้ยคะ


ตอนนี้พ่อจากไปจะครบเดือนแล้ว แต่ยังทำใจไมได้ซักที คิดถึงพ่อที่สุด บ้านเราตอนนี้ก็ไม่เหมือนเคย จำได้ พ่อเคยบอกว่า เราอยู่ของเราแค่นี้ก็มีความสุขแล้วนะแม่ พ่อจ๋า...ถึงไม่มีพ่อ พวกเราก็จะอยู่ให้ได้ พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ




สุดท้าย ก็ขอขอบคุณผู้มีพระคุณทุก ๆ คนที่ให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ตลอดมา ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่มาช่วยงานและทุก ๆ อย่าง ขอบคุณจริง ๆ









Create Date : 12 เมษายน 2551
Last Update : 11 กรกฎาคม 2551 19:40:23 น. 9 comments
Counter : 310 Pageviews.

 
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

(อ่านไป พร้อมกับเพลง น้ำตาคลอเลยครับ)



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:0:05:11 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งครับ
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เสียคุณพอไปอย่างไม่คาดฝัน ด้วยอุบัติเหตุ ตอนนั้นผมแค่9ขวบ ยิ่งกว่าฝันอีกครับ มาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลย จนถึงปีนี้ก็จะเป็นปีที่18 แต่ผมยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานตลอดมาครับ ทุกวันนี้ยังคิดอยุ่เลยว่าถ้าพ่ออยู่ท่านคงภูมิใจที่เราเป็นคนดีได้อย่างที่ท่านคอยพร่ำสอนเสมอมาครับ


โดย: CrazyT วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:0:05:25 น.  

 
ใจหายวาบเลย

ขอแสดงความเสียใจด้วย

เชื่อว่านู๋เป็นลูกที่ดีคุณพ่อคงไม่เป็นห่วงแล้วล่ะ เข้มแข็งไว้นะนู๋ ดูแลคนที่ยังอยู่ให้ดี

เป็นห่วงนะ ดูแลตัวเองดีๆนะ


โดย: คุณโน IP: 58.136.95.91 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:10:58:02 น.  

 
อืมม อ่านแล้วมันเศร้ากว่าบรรยากาศในงานเยอะเลย

เวลาเห็นครอบครัวคนรอบข้างเป็นแบบนี้ก้อทำให้กลับมาคิดนะ ว่าเราทำดีกับครอบครัวเราพอหรือยัง
มีอะไรที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำอีกไหม

ขอให้แกเข้มแข็งขึ้นเร็วๆนะ สู้ๆเพื่อน ^^


โดย: แก้มก้น(เล็กลงหน่อยแล้วนะ) IP: 125.26.17.3 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:20:33:42 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจด้วยคะ

เข้มแข็งเข้าไว้ ดูแลตัวเองดีๆนะคะ


โดย: Pinkneko วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:15:00:38 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ อ่านแล้วนำตาคลอเลย เพราะตอนเสียคุณแม่ไปก็รู้สึกเสียใจมาก เข็มแข็งมากๆ นะค่ะ เวลาไปบินก็คิดถึงคุณพ่อมากๆนะ คุณพ่ออยู่บนฟ้าใกล้เรานิดเดียวเอง


โดย: lynn_clk วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:13:30:47 น.  

 
อ่านแล้วก็เศร้าตาม แข็งแรงขึ้นไวๆ นะ เห็นรูปนี้แล้วคิดว่าแกเหมือนลูลู่เลยอ่ะ


โดย: bunny_risu วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:10:03:43 น.  

 
เราจะรัก และอยู่ดูแลกันตลอดไปนะ ..


โดย: พี่เอง (Oh_จานสีน้ำ ) วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:15:25:06 น.  

 
อยากเห็นเพื่อนที่เข้มแข็งคนเดิมกลับมาไวๆนะ


โดย: Netto IP: 58.8.197.27 วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:00:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

LittleLulu
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]









"Why do we have such a finite capacity for pleasure
but an infinite one for pain ?"

- The other side of the story




Friends' blogs
[Add LittleLulu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.