Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
7 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

Year 2010 : a Wheel of Change


วันนี้ฤกษ์งามยามดี เพราะเป็นวันที่มีเวลาพอจะมาอัพบล็อค
เหลืออีกวันเดียว ปี 2010 ก็จะผ่านไปแล้ว
กลับมาเขียนบล็อคอีกที หลังจากห่างหายจากการเขียนบล็อคไปเป็นปี
ซึ่งเป็นปีที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจริง ๆ
เรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบสุด ๆ



เรื่องหลัก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้

เป็นไทแล้วค่ะ ไม่ได้เป็นแอร์แล้ว !!!

ใจนึงนะ ดีใจมากกกกกกกกก สิ่งที่พร่ำบ่น ก่นด่ามาตลอด
ในที่สุดก็ถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้ว
แต่ก็นะ บางมุมก็แอบคิดถึงวันเวลาเก่า ๆ
ความสุขสบายหลังจบไฟล์ท เวลาส่วนตัวที่ตอนนี้ถวิลหา
อะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่นานหรอก ตอนนี้แทบจะไม่คิดถึงแล้ว





ออกมาแล้วก็ยังไม่มีงานทำหรอกนะ
แต่มันถึงเวลาของมันแล้ว ก็เลยต้องก้าวออกมาซักที
แต่ค่ะ...ไม่ได้ออกมาว่าง นั่งเล่นนอนเล่นเหมือนแต่ก่อนนะคะ
เพราะตอนนี้ต้องเลี้ยงลูกค่ะ

ใช่แล้วค่ะ เรามีลูกแล้วค่ะ

มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก ๆ
เรารักเขามาก ๆ เหมือนกับเป็นลูกของเราเองจริง ๆ
อย่าเพิ่งงงกันนะ เพราะเราไปขอร้อง ขอลูกพี่ที่รู้จักมาเลี้ยงค่ะ
ด้วยเหตุผลหลัก ที่ว่าเรารู้สึกถูกชะตา แล้วก็หลงรักเขาตั้งแต่ช่วงที่เขายังแบเบาะ
แล้วคุณแม่ของน้อง ก็ต้องเลี้ยงน้อง ทำให้ไปทำงานไม่ได้
เรากับที่บ้าน เลยขันอาสา ขอเลี้ยงน้องให้แทนค่ะ
เรื่องนี้ เพื่อนเราหลายคนก็ไม่เห็นด้วย แต่หลายคนก็บอกแล้วแต่เรา
บอกตามตรงว่า เราไม่ได้ต้องการเลี้ยงให้เขามาดูแลเรายามแก่เฒ่า
เราแค่รักใครสักคน แล้วอยากให้เขาได้ดี อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา
เราว่านะ ความรู้สึกมันยิ่งกว่าที่เรารักผู้ชายสักคนอีก
แต่กว่าจะได้เขามาอยู่ด้วย ก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน
เพื่อพิสูจน์ว่า เรารักและพร้อมจะดูแลเขามากขนาดไหน



ตอนที่เรายังเป็นแอร์อยู่ ทุกครั้งที่ไปบิน เราจะคิดถึงเขามาก
กลับมาหยุดไม่กี่วัน ก็อดหลับอดนอนดูแลเขา
โดยมีคุณแม่เราเป็นเสาหลักที่คอยดูแล
มันเหนื่อยก็จริง แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่า เพราะเรามีความสุขมาก ๆ
เพื่อนเราตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเราเพิ่งเสียพ่อไปรึเปล่า
เลยอยากหาส่วนมาเติมเต็ม
เราว่า มันอาจจะใช่บางส่วน แต่ส่วนหลัก ๆ เลยก็คือ เรารักเขาค่ะ
แล้วครอบครัวเราทุกคนก็รักน้องเขามากค่ะ

พูดเรื่องลูกแล้วยาวทุกที
เรานึกถึงตอนไปบินแต่ก่อน พี่แอร์แม่ลูกอ่อน เขาจะมีอัลบั้มลูกพกติดตัวเสมอ
ไม่แน่ใจว่า เอาไว้ดูแก้คิดถึง หรือเอาไว้โชว์กันแน่ 555
แต่ตอนนี้เข้าใจหัวอกเขาเลยค่ะ เพราะเราก็ชอบโชว์เหมือนกัน (^O^)






ชีวิตเราทุกวันนี้เลยเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน
เราออกไปลัลล้าข้างนอกนาน ๆ บ่อย ๆ ไม่ได้แล้ว
เพราะลูกน้อยคนนี้ และอีกเหตุผลนึง
คือเราซื้อบ้านแล้วก็ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ได้เกือบ 2 ปีแล้ว
ที่เราตัดสินใจซื้อบ้านตอนนั้น เพราะพ่อเรากำลังป่วย
แล้วเราก็อยากหาบ้านที่มีพื้นที่โล่ง ๆ ให้พ่อได้พักฟื้น ให้หายดี
แต่พ่อก็ไม่มีโอกาสได้มาอยู่ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ
เพราะตอนย้ายออกมา เราก็บอกพ่อมาตลอดทาง พามาบ้านใหม่
บ้านใหม่เราไกลจากแหล่งความเจริญพอตัว
ไปไหนมาไหน ต้องมีรถส่วนตัวถึงจะสะดวก
แต่เราไม่ค่อยอยากขับรถแล้วค่ะ เพราะมันไกล เปลืองค่าน้ำมัน
เราเลยต้องไปรถเมล์ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางไปกลับไม่ต่ำกว่า 4-5 ชม. ในแต่ละครั้ง
ขอบอกว่า มันเหนื่อยมากกกกกกกก 。・゚゚・(≧д≦)・゚゚・。


ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่า
ถ้าได้งานทำแถวสีลม สุขุมวิท จะไปทำงานยังไง
ก็อยากจะอยู่หอ แต่ก็ไม่มีใครช่วยคุณแม่เลี้ยงน้อง
แล้วเราก็จะต้องคิดถึงน้องมาก ๆ
ก็เลยสรุปกันว่า รอให้ได้ก่อนละกัน ค่อยคิด (^ε^)
หรือไม่ก็อาจจะเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ขายก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ไปเองดีกว่า
พอได้เป็นแอร์แล้ว ก็รู้สึกว่า เราไม่เหมาะกับงานออฟฟิศ
แล้วก็อยากทำธุรกิจเพื่อตัวเองมากกว่า ไม่อยากเป็นลูกน้องใครแล้ว





ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เสียคุณพ่อไป
ช่วงปีแรก เราทำใจไม่ค่อยได้เลย
บ่อยครั้งที่นั่งร้องไห้คนเดียวเป็นวรรคเป็นเวร
เหมือนพ่อเพิ่งจากไปเมื่อวานนี้เอง
เรียกง่าย ๆ ว่า เกือบสติแตกนั่งเอง
ดูหนัง ละคร หรือแม้แต่ได้ยินเพื่อนคุยกับพ่อเขา เราก็ร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่


จนกระทั่งเมื่อต้นปีนี้เอง ที่เราได้พบทางสว่างออกจากความทุกข์นี้
ดีใจมากมายที่ในที่สุดก็ทำได้ซะที
เพื่อนพี่เราเอาหนังสือมาให้พี่เรายืมค่ะ
เรื่อง สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของคุณสุทัสสา อ่อนค้อม
เราแบกหนังสือหนักเกือบกิโลเล่มนี้ไปอ่านตอนไปบิน
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลองพ่อจรัญ วัดอัมพวันที่เราเคารพเป็นอาจารย์
เราไปปฏิบัติที่นี่ตั้งแต่เรียนมัธยม แต่หลัง ๆ ก็ไม่ค่อยได้ไปปฏิบัติ
ส่วนใหญ่จะไปกราบหลวงพ่อเนื่องในวันเกิดของคนในบ้านมากกว่า
เพราะเราเอง เวลาหยุดไม่ตรงเสาร์-อาทิตย์ ตารางบินก็บินเยอะเวอร์
แต่ลูกศิษย์หลวงพ่ออย่างเรา ไม่สามารถนำคำสั่งสอนหลวงพ่อมาใช้ได้เลย
ชีวิตหลังจากที่พ่อจากไปจึงมีแต่ความทุกข์


หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเห็นว่า เราไม่ใช่คนเดียวที่มีความทุกข์ในโลกนี้
คนที่เขามีความทุกข์มากมายกว่าเรามีมากนัก
แล้วเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตายนั้น สุดแสนจะเป็นเรื่องธรรมดา
ซึ่งจริง ๆ เราก็เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ก็ทำใจรับมันไม่ได้
แต่พอหลังจากได้อ่านจนจบ เราก็ปล่อยวางได้ค่ะ
ช่วงเวลาที่ไปบิน เราก็จิตใจสงบ แล้วก็พยายามมีสติตลอดเวลา
เหมือนหลวงพ่อมาโปรด เราเลยผ่านช่วงเลวร้ายนี้มาได้





ปีนี้สำหรับเราถือว่า เป็นปีที่ต้นร้ายปลายดี (ขึ้นมากกกกกกกกก)
ถึงจะออกจากงานแบบไม่มีงานรองรับ
แต่เราก็เชื่อว่า ทางที่เราจะเดินต่อไป มันจะต้องดีกว่า
ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม


ปีหน้านี้ เราจะพยายามมีสติตลอดเวลา
เราจะทำให้ชีวิตของเราก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง
เราจะพยายามเลิกนิสัยขี้วีน ขี้หงุดหงิด
แล้วเริ่มทำตัวเป็นผู้ใหญ่ให้สมกับวัยสักที


เราก็ขอให้ทุกคนมีความสุข สมหวัง
สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้าในปีใหม่นี้ค่ะ (*^▽^*)




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2552
1 comments
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2554 13:17:26 น.
Counter : 2736 Pageviews.

 

โหนู๋ลู นี่มันละครรึป่าวเนี่ย ตอนนี้รู้ล่ะ ทำไม่ถึงไม่เจอกันเลย เอาน่าสู้ๆนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้ มีไรก็แวะไปคุยได้ อยากดูเรื่องไรบอกมาเดี๋ยวจัดให้โอเค?

 

โดย: คุณโน IP: 58.8.210.79 6 มกราคม 2554 11:54:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


LittleLulu
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]









"Why do we have such a finite capacity for pleasure
but an infinite one for pain ?"

- The other side of the story




Friends' blogs
[Add LittleLulu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.