It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
มธุรดา yuri บทที่ ๔/๒

บทที่ ๔/๒


รัญชน์มาที่บ้านไม้ริมน้ำอีกครั้งในเวลาบ่ายครั้งนี้เธอมาพร้อมกับช่างที่จะมาดูสถานที่ในการรื้อตัวบ้านบางส่วน

เธอเดินสำรวจในสิ่งที่เธอเก็บรายละเอียดเอาไว้ในครั้งแรกแต่เมื่อมาถึง ของบางอย่างถูกรื้อออกไปบ้างแล้วเธอจึงเดินหาคนที่รื้อสิ่งที่เธอจดเอาไว้ว่าจะต้องจัดเก็บเป็นกรณีพิเศษ

เธอเห็นคนๆ หนึ่งกำลังง่วนในการปีนป่ายขึ้นไปบนบันได สั่งให้ชายอีก

สองถึงสามคนรื้อเอาบางอย่างลงมาจากผนัง

“นี่คุณคะ ใครให้คุณมาเอาของออกไปแบบนั้นมันจะทำให้ของเก่าเสียหายรู้หรือเปล่า”รัญชน์เอ่ยปรามคนที่กำลังรื้อแผ่นไม้สักแกะสลักลงมา โดยไม่ใส่ใจว่าสิ่งๆนั้นจะเสียหายหรือไม่

“เจ้านายสั่งมาค่ะ” เสียงที่ตอบกลับมาทำให้รัญชน์นึกขันกับสำเนียงแปล่งๆนี่เธอต้องมาเจอกับชาวต่างชาติอีกแล้วหรือไร

“งั้นบอกเจ้านายคุณเลยนะ ของพวกนี้มันเก่ามากถ้าจัดเก็บไม่ดีอาจแตกหักเสียหายได้”รัญชน์บอกไปด้วยความหวังดี แม้เธอจะรู้สึกคุ้นตากับรูปร่างของคนที่ยืนอยู่บนบันได

เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักโดยส่วนใหญ่คนที่ทำงานรับจ้างมักจะแต่งกายเช่นนี้ทั้งนั้นคลุมผ้าปิดบังตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงคอ แถมยังใส่เสื้อแขนยาวตัวโคร่งป้องกันไม่ให้ฝุ่นติดตัว และเกิดอาการคัน

ไม่นานนัก คนที่ยืนพูดกับเธอบนบันไดลิงปีนลงมา ปลดผ้าที่คลุมใบหน้าเพื่อป้องกันฝุ่นออกทำให้เห็นใบหน้าของคนที่รัญชน์เคยพบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายวันก่อน

“อ้าวเธอนี่เอง” รัญชน์ถึงกับตกใจที่อยู่ๆ ได้พบกับหญิงสาวที่เคยวิ่งชนเธอในวันฝนตก

“ค่ะ ฉันเอง”

“นี่มารับจ๊อบเก็บของหรือไง”

“ค่ะ ฉันมารับงานเก็บของให้เจ้านาง” คนตอบคำถามพูดยิ้มๆ

“เจ้านางสั่งมา หมายความว่าไงทำไมไม่บอกให้บริษัทฉันมาทำให้ ใจร้อนจริงๆ ของมันแตกหักง่ายจะตายไป ดูสิ เห็นไหม” รัญชน์ชี้ไปที่รูปไม้แกะสลักรูปหนึ่ง ที่ตอนนี้หักและแตกออกเป็นสองท่อน

“ท่านสั่งมา ฉันต้องทำตามสั่ง ไม่ทำไม่ได้” อีกคนตอบมาแบบไม่อยากจะรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป

“แล้วกัน แบบนี้ถ้าเจ้านางของคุณมาต่อว่าพวกฉันว่าทำของเสียหาย พวกฉันมิแย่หรือไง”

“ฉันขัดทัยท่านไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณก็รู้ว่าคนอย่างเจ้านาง สั่งอะไรแล้วต้องทำตามไม่อย่างนั้นพวกฉันคงตกงานกันเป็นแถว พวกฉันยังไม่อยากตกงานตอนนี้ ถ้าเป็นไปได้ขอร้องอย่าบอกเจ้านางนะคะคุณ” คนพูดโบ้ยปากไปทางชายอีกสองสามคนที่ตอนนี้ยืนสงบนิ่งรอรับฟังคำสั่งจากหญิงสาวตรงหน้า

“เวร....”รัญชน์หยุดคำพูดเอาไว้เพียงเท่านั้น

เธอขำท่าทางของคนตรงหน้า ที่มองเธอราวกับว่าอยากจะขอร้องให้อย่าบอกเรื่องนี้กับเจ้านายของตน

“เอาเถอะๆ ฉันไม่บอกเจ้านายคุณก็ได้ เอาเป็นว่าคุณบอกฉันมาดีกว่า เจ้านายคุณจะให้เก็บอะไรกลับไปบ้างเดี๋ยวให้ช่างของฉันถอดออกให้ เริ่มจากห้องนี้ก่อนก็แล้วกัน”รัญชน์มองไปรอบๆ ห้องที่เธอและหญิงคนนั้นยืนอยู่

“นายของคุณให้เก็บอะไรออกไปบ้างล่ะ”

“อันนี้ อันนั้น อันโน้น อันนู้น...” หญิงตรงหน้าชี้ไปที่รูป บานใหญ่ ตู้กระจกที่มีของโบราณอยู่ด้านในและหีบไม้ใบใหญ่ยักษ์ในสายตาของรัญชน์

“หมดแล้วหรือยัง”

“คิดว่าหมดแล้วค่ะ”

“อ้าว... ไม่ได้จดมาหรอกรึว่านายสั่งว่าอะไรบ้าง”

“ปะ...เปล่าจ้า”

“แล้วกัน แล้วจะจำได้หมดหรือเปล่าเนี่ย ถ้าขาดหายไปฉันไม่รับผิดชอบนะขอบอกเอาไว้ก่อน”

“รับรองจ้า”

“ช่างๆ เอากล่องมาใส่ของในตู้ก่อนค่ะ แล้วค่อยๆปลดรูปบานนั้นลงมา ช่วยเขียนเอาไว้ข้างๆ กล่องด้วยนะคะว่ามีอะไรบ้างเวลาหาจะได้ง่ายๆ หน่อย” รัญชน์หันไปบอกกับคนของเธอที่กุลีกุจอเข้ามาทำงานทันทีที่เธอสั่ง

“เก็บแล้วจะให้เอาไปไว้ที่ไหนล่ะ”

“เรือนหลังเล็กค่ะ”

“โอเค เรือนหลังเล็กคุณให้คนของคุณช่วยบอกทางคนของฉันก็แล้วกัน ว่าอยู่ตรงไหน”

“จ้า” อีกคนรับคำอย่างง่ายดาย

กว่ารัญชน์และคนของเธอจะทำงานตามที่หญิงสาวบอกเสร็จเกือบจะสามทุ่ม รัญชน์จึงเสนอตัวไปส่งหญิงสาวคนนั้นกลับที่พัก

“กลับบ้านพร้อมกับฉันไหม ฉันจะไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับพร้อมคนของฉันได้” เธอปฏิเสธเสียงเรียบ

“พรุ่งนี้...คุณจะมาทำงานอีกหรือเปล่า”

“ต้องดูก่อนค่ะว่าจะมีงานอะไรมาให้ทำอีกหรือเปล่าถ้าไม่มี คงมาที่บ้านนี้อีกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ จะมาอีกหรือเปล่า”

“มาค่ะ ฉันต้องมาทุกวันจนกว่าจะเก็บของหมด”

หญิงคนนั้นพยักหน้ารับรู้

“ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะดึกแล้วเดี๋ยวจะกลับถึงที่พักดึกมากเกินไป”

“เดี๋ยวคุณ คุณอะไรนะ จำชื่อไม่ได้แล้ว”

“มธุรดาค่ะ คุณรัน”

“จำแม่นดีจัง”

“แม่นสิคะคุณ เราวิ่งชนกัน ฉันถึงจำชื่อคุณได้เรียกฉันง่ายๆ ว่าหวานก็ได้ค่ะ”

“โอเคคุณหวาน คราวหน้าฉันจะเรียกชื่อคุณให้ถูกขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

“ไม่ส่งนะคะ”

“ค่ะ ไม่เป็นไร ตามสบายค่ะ”รัญชน์ปลีกตัวออกมาจากบ้านไม้ริมน้ำ ด้วยอาการที่บ่งบอกว่าเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส

รุ่งขึ้น รัญชน์มาถึงที่ทำงานด้วยอาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นอะไรไอ้รัน เหมือนเมื่อคืนแกปะทะศึกหนักกับสาวๆมา อย่างนั้นแหละ”

“ศึกบ้า ศึกบออะไรของแกไอ้แต้ว ฉันไปบ้านริมน้ำมาไปขนของตั้งแต่บ่าย กว่าจะออกมาสามทุ่มกว่า กว่าจะถึงบ้านโน่น...ห้าทุ่มกว่าๆแถมกว่าจะได้นอนปาไปเกือบๆ ตีหนึ่ง ตีห้าต้องแหกขี้ตาตื่นมาทำงานนี้แหละ”

“อ้าวๆ พูดนิดเดียว ไปหลายกว่าเลยเพื่อนตู”

“ไม่มาทำแบบฉัน ไม่รู้หรอกว่าเหนื่อยแค่ไหน”

“เดี๋ยวจะบอกบอสขอขึ้นเงินเดือนให้”

“ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อน ฝากงานหน่อยนะฉันต้องไปบ้านริมน้ำอีก”

“ไปทำไมบ่อยๆ วะ ไหนว่าเก็บของเสร็จแล้วไง”

“เสร็จไปสี่ห้อง เหลืออีกเกือบสิบห้อง”

“ไอ๊หย่า...ชิกหายเลี้ยว”พัณณินแกล้งอุทานออกมา

“เห็นแค่นั้น ของเยอะจนแทบไม่มีที่เก็บ แกรู้อะไรไหมเจ้านางอะไรของแก สั่งให้คนมาขนของออกไปเอง ไม่บอกพวกเราสักคำแถมยังทำรูปแกะสลักตกลงมาหักอีกต่างหาก นี่ถ้ามาโบ้ยว่าเราทำนะแกเอ๊ยสงสัยบอสคงไม่มีเงินจ่ายค่าของแน่ๆ”

“เมื่อวานบอสบอกแล้ว เจ้านางโทรมาหาบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องของเสียหาย คนของท่านแจ้งท่านแล้ว ว่าเราไม่ได้ทำ”

“เออดี รอดตัวไปฉัน”รัญชน์รู้สึกโล่งอกอย่างน้อยผู้หญิงที่ชื่อหวานไม่ได้ใส่ความเธอ

“คนของเจ้านาง ทำงานดีไหม”

“ถือว่าโอนะแก รู้หมดว่าเจ้านายสั่งให้เก็บอะไรบ้าง”

“คงสั่งๆ กันเอาไว้มั๊ง” พัณณินเดามั่วหากเป็นเธอ ถ้าสหวัตรสั่งอะไรไว้เธอต้องจดและจำคำสั่งนั้นเป็นอย่างดีหากกลัวลืมงัดเอาสมุดที่จดไว้ขึ้นมาดู เพราะสหวัตรออกคำสั่งมากจนจำแทบไม่หวาดไม่ไหว

“ไม่รู้สิไม่เห็นตอนเข้ามาสั่ง”

“แกเลยไม่ได้เจอคนสวยของฉันสักที ใช่ปะว้า...น่าเสียดายจริงๆ ถ้าแกได้เจอสักครั้งแกคงชื่นชมแบบฉัน”

“ไม่อยากเจอนักหรอกนะ กลัวจะมาเล่นงานฉันมากกว่าจากสวยๆ เล่นเป็นนางเอกจะกลายเป็นตัวนางมารร้าย ประหนึ่งว่าลีมกโช้วมาเอง”

“เกินไป แกไม่รู้อะไร ลีมกโช้วก่อนที่จะมาเป็นนางมารร้าย หล่อนก็สวยจนใครๆ อยากเป็นเจ้าของนะยะ ถ้าเล็กเต็งง้วนไม่ทำให้นางเสียใจนางคงไม่บ้าบอแบบนั้นหรอก”

“นี่ๆ จะอินมังกือหยกไปถึงไหน”

“แกไม่รู้เหรอ ฉันเป็นศิษย์น้องลีมกโช้วนะยะ”

“แกนี่นะเซียวเหล่งนึ่ง เสี่ยวข้าวเหนียวนึ่งสิ ดั้งแทบไม่มีระวังเถอะกิน

ข้าวเหนียวมากๆมันมีสารสลายดั้งนะแก” รัญชน์ยกมือขึ้นจับจมูกของเพื่อนบิดไปมา

“โอ๊ย... เจ็บนะแกไอ้รัน บิดไปบิดมาอยู่ได้แกก็รู้ว่าฉันไปเสริมดั้งมา ไอ้เพื่อนเวร หรือแกอยากเป็นซะเองยะ นังเสี่ยวเหนียวหนึบหนับ”พัณณินเริ่มต่อว่ารัญชน์กลับบ้าง

คนอย่างรัญชน์ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่มีทางควักเงินออกจากกระเป๋าง่ายๆยกเว้นเสียแต่ของสิ่งนั้นจำเป็นต้องใช้ อย่าว่าแต่อะไรอื่นเลย รถยนต์คันเก่าสับปะรังเคของรัญชน์ใช้มาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนป่านนี้เพื่อนรักของเธอก็ยังไม่ขายและซื้อใหม่ บอกแต่ว่าซื้อรถ คือลด ต้องซื้อบ้าน ถึงจะมีโอกาสเพิ่มมูลค่ารัญชน์อดทนใช้รถคันนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

“เออๆ พูดกับแกทีไร ปวดประสาททุกที ทำงานต่อดีกว่า” รัญชน์รีบตัดบทสนทนาของเธอกับพัณณิน

เธอต้องรีบทำรายการของที่จัดเก็บไปไว้ในเรือนเล็ก ส่งให้กับสหวัตรภายในเช้าวันนี้ไม่อย่างนั้น เธอนี่แหละจะโดนเฉ่งว่าทำงานล่าช้า

นี่แหละชีวิตคนทำงาน กินเงินเดือน

ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนไล่ออก เหมือนๆ เป็นกฎที่ไม่ได้รับการยกเว้นแม้แต่คนทำงานเก่งๆ อย่างรัญชน์




Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 18:44:24 น. 0 comments
Counter : 201 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.