It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
มธุรดา yuri บทที่ ๕/๑

บทที่ ๕/๑

รัญชน์มาถึงบ้านริมน้ำในตอนบ่ายเหมือนกับเมื่อวานที่ผ่านมาเธอมองหาผู้หญิงที่ชื่อหวาน แต่ไม่เห็น เธอจึงเดินขึ้นไปบนตัวบ้านสั่งงานให้คนของเธอช่วยกันเก็บของออกจากห้องที่เหลือจากเมื่อวาน

จวนค่ำ รัญชน์จึงได้พบกับหวานอีกครั้ง

“อ้าว เพิ่งมาหรือคะวันนี้หวานแต่งตัวผิดจากเมื่อวาน ไม่ใส่ชุดเก่าๆ ขาดๆ ที่ใส่เหมือนเมื่อวานมาอีกแต่กลับนุ่งกางเกงยีนส์รัดรูป ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวขนาดพอดีตัว ส่วนผมยาวๆ นั้น รวบเอาไว้ลวกๆมัดด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตา

หวานเดินเข้าไปหารัญชน์และเอ่ยตอบ “วันนี้ไม่ได้ทำงานที่นี่คะเลยมาช่วงเย็น ว่าแต่คุณเก็บของที่คนของฉันติดป้ายเอาไว้หมดหรือยังคะ”

“ยังค่ะ มันเยอะ ต้องทยอยเก็บไปบ้างบางส่วนแต่แยกเอาไว้นะคะ ว่าชิ้นไหนมาจากห้องไหนกลัวว่าตอนเอากลับมาเก็บที่เดิมมันจะย้ายที่”

“ทำงานละเอียดดีจังค่ะ”

“นิดหน่อยค่ะ เคยโดนด่ามาแล้วก็มากสมัยเข้ามาทำงานใหม่ๆ”

“เหรอคะ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณจะเคยโดนลูกค้าต่อว่ามาก่อน”

“มีบ้างคะ บางรายถึงกับไม่ยอมเซ็นรับงานเพราะทำงานผิดไปจากที่ตกลงกันไว้ แต่จะโทษฉันฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะคะ ทางโน้นลดสเปคของลงแพงหน่อยก็ไม่เอา จะเอาของถูกๆ พอเอาของถูกมาลงให้ บอกว่าไม่ใช่ที่ตกลงกันไว้ลูกค้านะคะใครๆ บอกว่าคือพระเจ้า ลูกค้ามาจากนรกมีถมไป”

“ค่ะ แล้วนี่คุณจะกลับกี่โมงคะ” คนรับฟังมีรอยยิ้มนิดๆที่มุมปาก เมื่อรับฟังคำบ่นจากคนตรงหน้า

“สักพักจะกลับแล้วค่ะ รอคนงานเก็บของให้เรียบร้อยกลัวของหาย”

“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ที่นี่มียามเฝ้า”

“คุณไม่รู้อะไร ยามนั่นแหละตัวดีเป็นสายให้พวกหัวขโมยเข้ามาปล้นบ้าน” รัญชน์ออกความคิดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย

ทุกวันนี้ คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาความปลอดภัยกลับกลายเป็นหัวขโมยไปเสียเองมีนักต่อนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นกันทุกคนคนดีๆ ก็มี เพียงแต่ปลาเน่าตัวเดียวทำให้ปลาตายทั้งบ่อก็แค่นั้น

“อ้าว...เหรอคะ”

“ค่ะ”

“งั้น...ฉันไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณแล้วค่ะจะไปทำงานของตัวเองบ้าง ฉันคงต้องไปดูว่าทหารยามของที่นี่คนไหนจะเป็นหัวขโมยได้บ้าง ไปนะ”

“เชิญค่ะ”รัญชน์หลีกทางให้กับหวาน เพื่อเดินเข้าไปในห้องที่อยู่ถัดไปจากห้องที่เธอกับคนของเธอทำงานอยู่

จากนั้นต่างคนต่างตั้งหน้าทำงานของตน ไม่ได้สนใจกันและกันอีก



“นี่ไอ้รัญชน์ แกรู้อะไรไหมเจ้านางของฉันมีฝาแฝดด้วยนะแก แต่ น่าเสียดาย ตายตั้งแต่ยังเด็ก”

“เหรอ อือ...” รัญชน์รับคำส่งๆอีกตามเคย

“นี่ไงแก”พัณณินยื่นรูปจากหนังสือให้รัญชน์ดู ในรูปนั้นเป็นรูปเด็กทารกสองคนคนหนึ่งอยู่ในอ้อมแขนของชายวัยกลางคนส่วนอีกคนอยู่ในอ้อมแขนของหญิงที่ดูอ่อนเยาว์กว่า เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นเจ้าหลวงและเจ้านาง

“แล้วไง แค่ฝาแฝดตาย”

“มันไม่ใช่แค่นั้นพอแฝดตายเจ้านางเลยต้องรับภาระหน้าที่ในโมระคนเดียว น่าทึ่งนะ รับผิดชอบตั้งแต่ยังเด็กๆ”

“แล้วเจ้าหลวงอะไรของแก ไม่มีลูกอีกหรือไง ทำไมปล่อยให้ลูกสาวทำงานคนเดียว”

“มี นี่ไง รูปเจ้าหลวงกับเจ้าชายน้อย” พัณณินพลิกหนังสืออีกหน้าหนึ่งให้เพื่อนดู

“ถ้ามี แล้วทำไมไม่ให้ลูกอีกคนช่วย”

“ยังเด็กอยู่เลย ตอนนี้คงราวๆ สิบสองมั๊ง”

“มีลูกห่างกันเยอะเนอะ ปกติเจ้าหลวงอะไรเนี่ยต้องมีสนมเยอะแยะไม่ใช่เหรอ ทำไมมีลูกแค่สองคน”

“เจ้าหลวงองค์นี้เติบโตที่เมืองไทยกว่าจะกลับไปโมระอายุเยอะแล้ว เลยติดนิสัยคนไทยมั๊ง ผัวเดียว เมียเดียว”

“จริงเหรอ ชายไทยดีๆ แบบนั้นมีน้อยนะแก” รัญชน์มองหน้าเพื่อน เธออยากรู้ความคิดของเพื่อนเกี่ยวกับชายไทยในปัจจุบัน

“เออ...เนอะลืมไป ผู้ชายเดี๋ยวนี้เจ้าชู้จะตายไป”พัณณินหัวเราะแฮะๆ แล้วเกาศีรษะของเธอเธอลืมในสิ่งที่รัญชน์พูดไปสนิท

“นั่นสิ ใครจะเหมือนพ่อแก รักเดียวใจเดียว”

“น้อยไปสิแก แม่เคยเล่าว่าสมัยพ่อยังเป็นหนุ่มเจ้าชู้ไม่เบานะเว้ย” พัณณินแย้ง แม่เธอเคยเล่าว่าก่อนที่พ่อของเธอจะมาพบรักกับแม่พ่อเจ้าชู้ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ เพียงแต่พ่อตัดทุกสิ่งทุกอย่างทิ้ง หลังจากที่แต่งงานกับแม่

“ยังดีที่พอแต่งงานแล้วพ่อแกไม่ไปสนใจผู้หญิงที่ไหนอีก”

“แล้วพ่อของแกล่ะ ไม่ได้รักแม่คนเดียวหรือไง”

“ไม่รู้สิ ตั้งแต่พ่อตายไป แม่ไม่เคยพูดถึงพ่ออีกเลยเออ...ใช่ เดี๋ยวต้องไปโอนเงินให้แม่” รัญชน์พูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

“แม่แกอยู่วัด ต้องใช้เงินด้วยหรือไง”

“อยู่วัดต้องมีค่าใช้จ่ายนะแก ทำบุญบ้าง ไรบ้างนิดๆหน่อยๆ”

“งั้นแกก็รีบๆ ไปโอนเงินให้แม่แกเลยเดี๋ยวท่านจะไม่มีเงินใช้”

พัณณินบอกเพื่อน เธอเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อเริ่มทำงานในสายของวันนั้น งานที่คั่งค้างยังไม่ได้สะสางเลยสักชิ้นเดียว



ชาวเวียงฟ้ายังคงปฏิบัติภารกิจเหมือนเดิมเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมานักบวชเวียงฟ้าทุกคนต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อสวดมนต์ประจำวันให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์จะทอแสง

นักบวชอาวุโสสองคน นั่งอยู่แถวหน้าของนักบวชทั่วไปต่อจากองค์เทพีที่นั่งเป็นประธานในการสวดมนต์ ต่อหน้ารูปเคารพยุราหรือนกยูงรำแพนหาง ที่ทำจากทองทั้งองค์ และประดับประดาด้วยอัญมณีหลากสีสัน

ชาวเวียงฟ้าทุกคน เคารพในองค์เทพยุราและเคารพต่อองค์เทพีของพวกเขาเช่นกันเวียงฟ้าไม่ติดต่อกับโลกภายนอกมาหลายสิบปีปิดตัวเองหลังจากที่ทำพิธีมงคลให้กับเจ้าหลวงองค์ปัจจุบัน องค์เทพีให้เหตุผลว่าเวียงฟ้าไม่จำเป็นต้องติดต่อกับใคร หากประชาชนทั่วไปอยากจะสักการะองค์เทพยุราไม่ต้องลำบากขึ้นมาถึงเวียงฟ้า

เธอทำศาลาประดิษฐานเทพยุราจำลองเอาไว้ด้านล่าง ก่อนทางขึ้นเวียงฟ้าเพื่อเป็นการย่นระยะทางให้กับประชาชนไม่ต้องเดินทางขึ้นมาสักการะองค์เทพถึงบนยอดเวียงฟ้าดังเช่นแต่เก่าก่อน นับวันจะมีประชาชนน้อยคนที่เดินขึ้นมาบนเวียงฟ้าในที่สุดไม่มีใครมุ่งมั่นเดินขึ้นมาบนวิหารยุราอีกเลยคนเหล่านั้นเริ่มคุ้นชินกับการไหว้รูปเคารพที่ศาลาด้านล่างมากกว่าสะดวกสบายกว่าการเดินขึ้นเขาเพื่อไปสักการะรูปเคารพบนเวียงฟ้า

องค์เทพีนีรเสร็จกิจประจำวัน จึงเดินออกมาจากวิหารยุรา เป็นคนแรกตามด้วยนักบวชหญิงอาวุโสอีกสองคน และนักบวชหญิงอ่อนวัยอีกหนึ่งคนแล้วจึงเป็นเหล่านักบวชอื่นๆ ค่อยๆ ทยอยออกมาจากวิหารยุราก่อนที่ประตูวิหารจะปิดลง โดยที่ไม่มีใครปิดมัน

ทั้งสี่คนเดินไปยังที่พักขององค์เทพีเพื่อทบทวนบนเรียนไสยเวทย์ที่ทั้งสี่ได้ร่ำเรียนมาและมีการสอนเพิ่มให้กับว่าที่องค์เทพีองค์ต่อไป ที่นั่งอยู่ต่อหน้านักบวชผู้ใหญ่ วรัทยานั่งฟังคำสั่งสอนนั้นด้วยความสงบเยือกเย็น สิ่งที่ผู้สูงวัยกว่าอบรมสั่งสอนเธอ เธอจดจำได้อย่างขึ้นใจราวกับเธอเคยเรียนบทเรียนนั้นมาก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยได้ยินหรือรับรู้มาจากที่อื่น

“เก่งมาก วรัทยา เจ้าเป็นคนที่หัวไวเหมือนกันนะ” องค์เทพีนีรเอ่ยชมเด็กสาวที่นั่งนิ่งสงบตรงหน้าเธอ

“ไม่หรอกเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะพวกท่านสอนเก่ง” วรัทยารับกึ่งหนึ่ง ส่วนอีกกึ่งหนึ่งเธอยกความดีให้กับผู้ที่สั่งสอนเธอ

“อีกไม่นานเจ้าคงเรียนศาสตร์ และศิลป์ของเวียงฟ้าจบแต่เจ้าต้องกลับไปเรียนแพทย์ให้จบนะ ไม่เช่นนั้นจะเสียการเรียน” หนึ่งในนักบวชอาวุโสบอกกับวรัทยาเช่นนั้น

“เจ้าค่ะท่าน ข้าจะกลับไปเรียนให้จบและจะกลับมาช่วยดูแลคนในเวียงฟ้า ให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หากแต่...”

“เจ้ามีอันใดรึ วรัทยา” องค์เทพีนีรเอ่ยถาม

“หากไปครั้งนี้ คงต้องไปนาน อย่างน้อยๆ คงราวๆ เกือบๆห้าปี ท่านทั้งสาม จะเหงาไหมเจ้าคะ”

“ไปเถอะ พวกเราสามคน ไม่เหงาหรอกเรามีองค์เทพยุราเป็นเพื่อน เจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าให้เสร็จ ตั้งใจเรียนกลับมาช่วยเหลือประชาชนโมระ ให้มีสุขภาพที่ดี” นักบวชหญิงอีกคนบอกกับวรัทยาเพื่อให้วรัทยาสบายใจ ตั้งใจที่จะเล่าเรียนวิชาจากโลกภายนอกให้สำเร็จ

“อย่าลืมเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตำหรับยาโบราณของเวียงฟ้าด้วยนะวรัทยา หากไม่มีคนรุ่นเจ้าเวียงฟ้าอาจไม่มีใครสืบทอดตำหรับยาสมุนไพรโบราณเหล่านั้น เป็นเรื่องน่าเสียดาย”

“เจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส”

“วันนี้เจ้าไปพักเถอะ พวกเราจะไปพักเช่นกัน” องค์เทพีนีรบอกกับ วรัทยาเช่นนั้น

วรัทยาลุกขึ้นทำความเคารพผู้อาวุโสทั้งสามและออกไปจากที่พักขององค์เทพี

ลับหลังวรัทยาได้ไม่นาน หนึ่งในสามคนก็เอ่ยขึ้น

“อีกไม่นาน องค์เทพีองค์ใหม่จะกลับมารับตำแหน่งด้วยความภาคภูมิ”

“องค์เทพีองค์ใหม่รับตำแหน่งองค์เทพีองค์ปัจจุบันต้องจากไป”

“นั่นสิ น้ำทำใจเอาไว้แล้วหรือยัง”

“ทำใจได้ตั้งนานแล้วค่ะพี่เรื่องแบบนี้เป็นไปตามกฎของเวียงฟ้า ไม่มีใครสามารถขัดขืนได้ พี่นั่นแหละจะตามน้ำไปอยู่บนโน้นหรือเปล่า พี่ยูง พี่อัค”

“พวกพี่ทำใจตั้งนานแล้วน้ำนานเสียจนคิดว่ามันนานเกินไปด้วยซ้ำ อยากอยู่สงบๆบนโน้นตั้งแต่หมดเรื่องที่จะต้องห่วง”

“นั่นสินะ เสียแต่ที่วรัทยายังเด็กเหลือเกิน”

“น้ำรู้ไหม ครั้งหนึ่งองค์วรทาพูดกับพี่แบบที่น้ำพูดเป็นห่วงกันไปเป็นห่วงกันมา สองคนนี้น่ารักดีเนอะ”

“

น้ำเป็นห่วงจริงๆ นี่คะพี่โลกสมัยนี้มันดูวุ่นวายน่าปวดหัวมากกว่าสมัยที่เรายังเป็นเด็กๆ แล้วอีกอย่างพี่เห็นไหม หิมะบนเวียงฟ้าน้อยลงทุกวัน โลกร้อนขึ้น น้ำแข็งละลายจนเกือบจะหมดโลกอีกไม่นานคงหมดยุคที่มนุษย์อาศัยอยู่บนโลกนี้ได้”

“นี่เป็นคำทำนายขององค์เทพีหรือว่าคาดเดาเอาตามสภาพแวดล้อมกันล่ะน้ำ”เมจกาเอ่ยถามองค์เทพีที่นั่งส่ายหน้า เบื่อกับความแปรปรวนของโลก

“ออกความคิดค่ะ ไม่ได้ทำนายทายทักอะไรน้ำไม่ใช่โหรหรือนอสตรา-ดามุสนะพี่ยูง จะได้ล่วงรู้อนาคตไปจนถึงโลกหน้า”

“พี่ว่า...อีกไม่นาน พวกเราคงต้องบอกความจริงกับวรัทยาว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน เธอต้องทำหน้าที่อะไร”

“ตอนนี้เราปิดการรับรู้เกี่ยวกับอดีตชาติและเรื่องราวแต่หนหลังของวรัทยาเอาไว้หากเราต้องให้วรัทยามารับตำแหน่งต่อจากน้ำ เราคงต้องบอกก่อนถึงวันนั้น” อัคริมาเสนอความคิดของเธอบ้าง

ก่อนหน้าที่นีรจะเข้ามารับตำแหน่งองค์เทพีวรทาเคยให้นีรรับรู้ถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแต่หนหลังทำให้นีรสามารถเข้าใจถึงหน้าที่ ที่ตนต้องทำหลังจากที่รับตำแหน่งองค์เทพีเป็นการง่ายที่จะปกครองเวียงฟ้าต่อจากองค์เทพีวรทา

แต่กับวรัทยา อัคริมายังคิดหนัก หากให้วรัทยารับรู้เกี่ยวกับครอบครัวเด็กคนนี้จะรับได้หรือไม่ หรือต้องเปิดการรับรู้ถึงอดีตชาติให้กับวรัทยาก่อนแล้วค่อยให้รับรู้ถึงเรื่องเกี่ยวกับพ่อ แม่ และน้องสาวฝาแฝด อีกคน

อัคริมายังตอบอะไรกับคำถามที่ตัวเองถามขึ้นไม่ได้

“อย่างน้อยๆ ให้ทำใจ เราต้องให้พ่อ แม่ พี่น้องเขาได้พบกันสักที”

องค์เทพีนีรมีสีหน้าวิตกกังวลเล็กน้อย ในเรื่องที่อัคริมาเสนอ





Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 18:46:47 น. 0 comments
Counter : 340 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.