It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
มธุรดา yuri บทที่ ๘/๒

 บทที่ ๘/๒

“ทำเป็นไม่เคยไปได้ เอาสมอลทอร์คเสียบหูเอาไว้สิ เขาคิดว่าพี่รันพูดกับโทรศัพท์เองนั่นแหละ”

“เออ...เนอะ ทำไมลืมไปได้ เข้าใจคิดนะเรา”

“ถ้าไม่อยากเสียบหู เอางี้ก็ได้ พี่พูดกับนิลยาในใจสิเอาปะ”

“ได้ด้วยเหรอ”

“ได้ดิโด่ ของกล้วยๆ”

“เทสๆ”รัญชน์ลองทดสอบพูดกับนิลยาในใจ

“โอ๊ย... เทสอะไรดังนักหนา หูจะแตกแล้ว”

นิลยายกมือขึ้นปิดหูของเธอ เมื่อได้ยินเสียงในใจของรัญชน์

“โทษๆ มันไม่เคยนี่นา ลองใหม่นะ”

“เทสๆ”รัญชน์พลอยเป็นไปกับนิลยาด้วย

เธอเดินเข้าร้านขายของที่เดาว่าน่าจะมีไวน์แดงให้เธอหาซื้อได้เมื่อเห็นว่ามีวางขายเธอจึงเดินเข้าไปเลือก

“ยี่ห้อนี้เลยพี่ อร่อยอย่าให้เซด” นิลยาชี้ให้รัญชน์ดูไวน์ยี่ห้อหนึ่งที่วางอยู่บนชั้นวางขาย

“เคยกินหรือไง ถึงได้รู้”

“ต้องเคยดิ เวลามีงานเลี้ยง ได้กินออกบ่อย”

“งานเลี้ยงที่ไหน”

“แถวๆ ศาลเจ้า ในเมือง”

“ศาลเจ้าที่ไหน เอาไว้แดงมาเซ่นเจ้าที่”

“น้อยไป ใบ้หวยให้ถูกตรงๆ แล้วขอไวน์แดงหนึ่งโหลของกล้วยๆ ปิดศาลเจ้าเลี้ยงโต๊ะจีนกันเลยเชียว”

“อ๋อ... ไอ้ที่ได้ชุดมาใส่นี่ก็เพราะใบ้หวยว่างั้น”

“แน่นอน โอ๊ะ... บ้านใครอยู่ตรงนั้น สวยจัง”

รัญชน์มองไปที่บ้านหลังใหญ่รั้วรอบขอบชิดเสียจนมองด้านในไม่เห็น

“ไม่รู้สิ บ้านเศรษฐีแถวนี้มั๊ง”รัญชน์ตอบส่งๆ เธอเดินไปจ่ายเงินค่าไวน์หนึ่งโหลที่เธอเลือกซื้อให้กับนิลยา

“หนักจังวุ้ย” รัญชน์บ่นอุบเมื่อต้องแบกกล่องไวน์ออกมาคนเดียว

“เดี๋ยวช่วย” จบคำของนิลยากล่องไวน์ในมือของรัญชน์เบาดังปุยนุ่น

“แล้วทำไมไม่ช่วยแต่แรกหือ....ปล่อยให้หอบมาได้ตั้งไกล”

“ไม่บอกว่าหนัก ใครจะไปรู้เล่า”

“จะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่กินจะได้โยนทิ้งทำให้แล้วยังจะมาว่ากันอีก”

“กินจ้า กินๆ ของโปรดทำไมจะไม่กิน”

คนพูดยกมือขึ้นลูบปากทำท่าราวกับน้ำลายจะหก

“เออดี งั้นเงียบไปซะ หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะไม่งั้นจะโยนกล่องไอ้นี่ทิ้ง”

เสียงของนิลยาเงียบหายไปจนทำให้รัญชน์ต้องคอยก้มมองในกระเป๋าเสื้อของตัวเองว่านิลยายังอยู่ในนั้นหรือเปล่าสิ่งที่รัญชน์เห็นทำให้เธอขำ นิลยานั่งนิ่งทำปากขมุบขมิบ เหมือนกำลังบ่นเธอแต่ไม่มีเสียงออกมาก็แค่นั้น

“ตายแล้วรันซื้ออะไรมาตั้งมากมาย เดี๋ยวก็เมาตายหรอกลูก” บุษบงกตบ่นรัญชน์ที่แบกกล่องน้ำเมาเข้ามาในห้องพัก

“แม่ถามแม่ตัวดีนี่สิ ทวงอยู่นั่นแหละ จนรันหูชา”

“นิลยา มานี่เดี๋ยวนี้”

บุษบงกตเรียกคนที่หลบเธออยู่ในกระเป๋าเสื้อของรัญชน์

“ตุ๊ดๆ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก Sorry, The number have you dial cannot to be connected.”

เสียงเล็กๆ จากในกระเป๋าบอกมาอย่างนั้น

“นิลยา ออกมาเดี๋ยวนี้”บุษบงกตไม่ยอมลดละ

“หรือจะให้ฟ้องท่านพ่อเราถึงจะยอมออกมา”

เท่านั้นแหละ คนก่อเรื่องจึงยอมออกมาปรากฏกาย

“ใจร้าย”นิลยาออกมายืนหน้าง้ำอยู่ต่อหน้าบุษบงกต

“สัญญากับน้าแล้วใช่ไหม จะไม่ดื้อไม่ซน แล้วนี่อะไรให้พี่รันไปซื้อไวน์มาทำไมมากมายก่ายกอง”

“หนูเปล่านะน้าบุษ พี่รันซื้อเองหนูไม่ได้บังคับสักหน่อย”

“ยังอีกๆ ยังจะเถียงอีก พี่รันจะซื้อมาทำไมมากมายพี่เขาไม่ได้ชอบกินไวน์สักหน่อย”

“ใช่แม่ เอาเลยแม่ จัดการเลย ตัวแสบ สมๆ”

รัญชน์รีบเข้าข้างแม่ทันที

“โป้งแล้ว คนใจร้าย ใจร้ายทั้งแม่ทั้งลูกนิลยางอนแล้วนะ”

นิลยาเชิดหน้า กอดอกหันหลังให้กับสองแม่ลูก

“ดี น้าจะได้เอาไวน์ไปแจกพนักงานโรงแรม”

“อย่านะน้าบุษ”คนงอนรีบหายงอนและวิ่งเข้ามากอดขาบุษบงกต

“อะไร อยากกินนักหรือไงของมึนเมา รู้ไหมมันผิดศีลทำให้ศีลเสื่อม”

“รู้ค่ะ แต่มันอดไม่ได้นี่นา”

“เพราะแบบนี้ไง ถึงได้ตัวกระจิ๊ดริด ไม่โตสักที ทั้งๆที่อายุเกือบพันปี”

“แม่ว่าอะไรนะคะ นิลยานี่นะ อายุเกือบพันปี”

“ก็ใช่น่ะสิ นิลยานี่แหละอายุเกือบพันปีอีกไม่กี่ปีครบพัน แล้วดูสิ ทำแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง คนอื่นๆเขาโตจนมีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง ตัวเองยังเป็นเด็กไม่ประสาอยู่อย่างนี้มันใช่เรื่องไหมหือ”

“โอ๊ย...ปวดประสาทแท้เด้”นิลยายกมือขึ้นอุดหูของตนราวกับว่าเสียงของบุษบงกตคือเสียงที่ทำลายโสตประสาทของเธอ

“เวรกรรมแล้วนิลยา” รัญชน์ส่ายหน้ากับพฤติกรรมของนิลยาหากเป็นดังที่แม่ของเธอบอก เด็กน้อยนิลยาลูกท่านกัณหาพญานาคผู้ทรงฤทธิ์อายุมากกว่าเธอเกือบพันปี แต่ไฉนนิสัยจึงยิ่งกว่าเด็กหกขวบ

โลกหนอโลก แม้กระทั่งลูกพญานาคยังทำเรื่องเหลวไหลได้แล้วคนอย่างรัญชน์จะทำเรื่องเหลวไหลไม่ได้เชียวหรือ

รัญชน์ตื่นขึ้นมาพบกับกองขวดไวน์วางเกลื่อนพื้นขึ้นมา เธอพบว่าน้ำในขวดเหล่านั้นว่างเปล่าเธอจึงรีบเก็บขวดเปล่าเหล่านั้นเอาไว้ในลังก่อนที่แม่จะตื่น เธอรีบอาบน้ำแปรงฟันลงไปหากาแฟดื่ม

ระหว่างนั่งดื่มกาแฟอยู่รัญชน์เห็นหวาน เธอจำได้ว่าเป็นหวานแน่ๆหวานในวันนี้อยู่ในชุดพื้นเมือง บ่งบอกว่ามีฐานะดีที่สำคัญผ้านุ่งผืนนั้นทำให้รัญชน์สะดุดตาเป็นที่สุดด้วยลายที่บ่งบอกว่าคนที่ทอผ้านุ่งผืนนั้นคงเป็นช่างทอฝีมือดีตีนผ้านุ่งผืนนั้นทอเป็นลายนกยูงรำแพนหาง ถ้าให้เดาน่าจะทำมาจากทองแท้ๆ ด้วยซ้ำไปไม่เหมือนกับผ้าทอทั่วๆ ไป

จากที่เธอเฝ้ามองหญิงชาวโมระที่เดินผ่านไปมาไม่มีใครสักคนที่แต่งกายเหมือนกับหวาน ถึงจะคล้ายๆ แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียวผู้หญิงทุกคนนุ่งผ้าถุง แต่ไม่มีลายทอที่ตีนถุงเหมือนที่หวานใส่ไม่มีใครประดับผมด้วยปิ่นทอง และไม่มีใครใส่เสื้อทอสีเหลืองเหมือนที่หวานใส่

รัญชน์นั่งมองหวานอยู่นาน เมื่อนึกขึ้นได้ เธอรีบออกไปจากโรงแรมวิ่งตรงไปหาหวาน

แต่...เธอตามหวานไม่ทัน

“อ้าว...ไปไหนแล้ว มองเพลินคลาดกันเลย” รัญชน์บ่นตัวเอง

“นิลยาตามให้ไหมพี่รัน”

“ไม่ต้องหรอก ยังอยู่โมระอีกนาน เดี๋ยวคงเจอ”

“ก็ได้ๆ หวังดีนะเนี่ย ว่าแต่ว่า...รู้จักกับเขาเหรอถึงได้วิ่งตามหน้าตั้ง”

“เหมือนๆ คนรู้จัก แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า”

“โอเค นิลยาจำได้ เจอคราวหน้าจะบอกพี่รันให้วิ่งตามแล้วกันนะ”

“ตามสบายเถอะแม่ตัวยุ่ง หายเมาแล้วหรือไง ถึงออกมาได้กาแฟสักแก้วไหม”

“ไม่ต้องมือระดับนี้แล้ว ต่อให้มาอีกโหลก็ไม่มาว....”

“เจริญเถอะแม่คุณ กลับโรงแรมกันเถอะป่านนี้แม่คงตื่นแล้ว”

ว่าจบรัญชน์เดินกลับเข้าไปในโรงแรมโดยมีนิลยายืนอยู่บนบ่าของเธอไปตลอดทาง




Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 19:06:08 น. 0 comments
Counter : 259 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.