It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
มธุรดา yuri บทที่ ๖/๔

บทที่ ๖/๔


พัณณินรับรู้เรื่องที่รัญชน์จะไปโมระพร้อมๆ กับแม่ด้วยความงุนงง

“แม่แกนี่นะอยากไปโมระ เป็นไปไม่ได้เลยไอ้รันแม่แกธรรมะธรรมโมจะตายไปจะอยากเที่ยวได้ไง”

“แม่อยากไปหาเพื่อนเก่า”

“หาเพื่อนเก่า แปลกจังปกติแม่แกเคยมีเพื่อนหรือเปล่าหือไอ้รัน”

“ไม่รู้สิ แม่บอกแบบนั้น ถ้าแม่จะไปหาเพื่อนเก่าจริงๆไม่เห็นจะแปลกอะไร แม่ไม่ได้ไปไหนมานานแล้ว ฉันอยากพาแม่ไปเที่ยวอยู่เหมือนกันติดอยู่ตรงที่แม่ไม่ยอมไปจะอยู่วัดอย่างเดียว”

“นั่นแหละๆ ฉันถึงได้ว่าแปลก แล้วนี่แกบอกบอสหรือยังว่าแกจะลางาน”

“บอกแล้ว”

“แล้วบอสว่าไง”

“จะว่าไง บอกแต่ว่าให้ทำคุ้มให้เสร็จก่อนถึงไปได้”

“อ้าว แบบนี้แกอดไปโมระสิ”

“เปล่า”

“แกทำท่าไหน บอสถึงยอม”

“เขียนใบลาออก”

“เฮ้ย ไอ้บ้า ตัดอนาคตตัวเองเลยนะนั่น

“แล้วจะให้ทำไง แม่บอกแม่อยากไป แกคิดว่าฉันจะมีโอกาสพาแม่เที่ยวแบบนี้อีกสักกี่ปีถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ”

“เออ...เพื่อนกู ยอดหญิงลูกกตัญญูจริงๆ”

“มันไม่เชิงหรอก แค่เบื่อๆ งาน มันซ้ำๆ เดิมๆ เบื่อๆอยากๆ”

“ถ้ากลับมาแล้วหางานทำไม่ได้ กินแกลบไปแล้วกันเพื่อน”

“หึหึ” รัญชน์หัวเราะในลำคอ

เธอไม่ได้บอกอะไรบางอย่างกับพัณณิน เรื่องที่เมื่อเธอขอลาออกแต่สหวัตรไม่ให้ออก จึงยอมให้เธอลาพักร้อนได้ไม่จำกัดเวลา

ตั้งแต่เธอเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เธอไม่เคยลาพักร้อนไม่เคยลากิจ ลาป่วย เรียกใช้เมื่อไหร่ได้ทุกที่ทุกเวลาไม่เคยเกี่ยง หากเธอจะลาพักร้อนยาวๆเพื่อพาแม่ไปเที่ยวบ้างไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

สหวัตรคงเป็นห่วงงานที่คุ้ม แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อแม่ของเธอบอกแบบนั้น แม่ไม่เคยขอให้เธอพาไปไหนไม่เคยเรียกร้องอะไรจากลูกอย่างเธอ มีแต่เธอเสนอให้แม่

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แม่ขอร้องเธอ ถ้าไม่ทำให้เธอคงเป็นลูกที่ใช้ไม่ได้ ถึงต้องกลับมากินแกลบหลังจากพาแม่เที่ยว เธอก็ยินดี

เงินเก็บที่พอมีอยู่บ้างคงจะเอามาใช้ ถ้าประหยัดอีกสักนิดคงอยู่ได้หลายปี

รัญชน์ส่งมอบงานต่อให้กับพัณณินและคิดว่าพัณณินจะเป็นคนที่ทำให้คุ้มแห่งนี้กลับมาสวยงามดังเดิมในไม่ช้า

เธอสะสางงานในมือของเธอทั้งหมดให้กับลูกค้าเตรียมตัวไปรับแม่เพื่อเดินทางไปโมระ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เธอคิดถึงหวาน ป่านนี้หวานคงอยู่ที่โมระคงมีความสุขกับการได้อยู่กับครอบครัว เหมือนกับที่เธอกำลังจะไปพบแม่และได้อยู่กับแม่ทั้งวันทั้งคืน

พ่อเคยบอกกับเธอว่าแม่เป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อเคยพบมาพ่อกับแม่เจอกันในวัยที่พร้อมทุกอย่าง

พ่อจึงตัดสินใจมีลูก แม่เองก็เห็นด้วย เธอเกิดมาบนความรัก และความ

ห่วงใยของพ่อกับแม่เมื่อเธอเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย พ่อต้องมาจากเธอกับแม่ไปทำให้แม่ต้องเลี้ยงดูเธอเพียงลำพัง

หลังจากที่เธอเรียนจบ แม่จึงขอเธอว่าอยากจะไปอยู่วัดแม่ยกทุกอย่างที่เป็นของพ่อกับแม่ให้กับเธอ ใจจริงเธอไม่อยากได้อะไรจากแม่เธออยากให้แม่อยู่กับเธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนแม่ลูกมากกว่าการที่แม่จะย้ายไปอยู่วัด

เธอขัดแม่ไม่ได้ เมื่อแม่ต้องการ เธอจึงจำยอมให้แม่ไป แม่ไม่ได้บวชชีเพียงแต่ไปอยู่วัดสวดมนต์และทำสมาธิในแบบที่แม่ชอบ

“ขอบใจนะลูก”

แม่เคยบอกเธอแบบนั้น ทุกครั้งที่เธอโทรไป แม่จะพูดคำว่า ขอบใจนะลูกราวกับเธอเป็นคนอื่นคนไกล

รัญชน์ค่อยๆ ขับพี่สุดสวยหรือบางครั้งเธอเรียกว่าพี่ทากในยามที่ไม่สบอารมณ์รถญี่ปุ่นอายุสี่สิบปีกว่าๆ ที่เธอได้รับเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อของเธอ รถแล่นไปบนถนนลูกรังโล่งๆซึ่งกำลังนำพาเธอไปสู่วัดป่าแห่งหนึ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงตระหง่าน

วัดป่าแห่งนี้ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านมากนักเหมาะแก่การจำศีลภาวนาอย่างที่แม่ของเธอบอก

ถนนที่เธอกำลังขับรถเข้าไปนี้ คงไม่ค่อยมีคนใช้มันมากนักตรงกลางของถนนมีต้นหญ้าขึ้นบ้างประปราย ดีที่ยังขับรถเข้ามาได้

น้องสุดสวยของรัญชน์ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปบนถนนสีแดงอย่างช้าๆ

ราวๆ สองชั่วโมงกว่าๆ กับหนทางเพียงแค่สามสิบกิโลทำเอารัญชน์ถึงกับลุ้นจนเหงื่อตก ทั้งๆ ที่แอร์ในพี่สุดสวยค่อนข้างเย็น

รัญชน์ลงจากรถเดินเข้าไปในศาลาโล่งๆ กว้างๆที่มีโต๊ะและเก้าอี้วางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

เดาว่าน่าจะเป็นโรงทานมีแม่ครัวกำลังทำอาหารหม้อใหญ่อยู่ด้านข้างศาลานั้น

“คุณคะ ขอโทษนะคะ ฉันมาขอพบคนที่เขามาปฏิบัติธรรมต้องติดต่อที่ไหนคะ”

คนทำครัวรูปร่างอ้วนหันมามองเธอและยิ้มให้ ก่อนที่จะตอบว่า

“เดินเข้าไปด้านในเลยน้อง”

แล้วก็ชี้มือไปทางด้านหลังของศาลาแห่งนั้น

“ขอบคุณค่ะ”

รัญชน์กล่าวขอบคุณและโค้งให้กับแม่ครัวเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไป

ตามทางเล็กๆที่อยู่ข้างๆ ศาลา

โรงปฏิบัติธรรมรูปร่างไม่แตกต่างจากโรงทานมากนักเพียงแต่เป็นโรงที่ยกขึ้นสูงจากพื้นราวๆ เกือบเมตรต้องเดินขึ้นบันไดไปสี่ขั้นจึงจะถึงพื้นชั้นแรก

รัญชน์มองไปยังปลายสุดอีกด้านหนึ่ง มีพระประธานปางสมาธิอยู่หนึ่งองค์นอกนั้นบนโรงปฏิบัติธรรมแทบไม่มีอะไรเลย

เธอยืนมองผู้ปฏิบัติธรรมจากด้านหลัง มองหาแม่ของเธอไม่นานนักแม่ก็หันหน้ามาหาเธอ ราวกับล่วงรู้ว่าลูกสาวมาถึงแล้ว

แม่ลุกขึ้นจากพื้นเดินมาหาเธอรัญชน์ยกมือขึ้นไหว้แม่ของเธอซึ่งอยู่ในชุดสีขาวสะอาดตา

“หวัดดีค่ะแม่ คิดถึงจัง”

รัญชน์เข้าสวมกอดแม่ของตน ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดของแม่มายังร่างของเธอ

“เหนื่อยไหมลูก”

“นิดหน่อยค่ะ”

“คืนนี้พักที่นี่ก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าค่อยออกไป”

“รัญชน์ก็ว่าอย่างนั้นค่ะแม่ กว่าจะมาถึงเล่นเอาอ่วมพี่สุดสวยคงต้องพักให้หายร้อนก่อน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้คงไม่รอดแน่ๆ”

“ตามแม่มาลูก ไปที่พักกันก่อน หิวไหม”

“นิดหน่อยค่ะ”

“เข้าที่พักเอาของไปเก็บแล้วค่อยออกมาหาอะไรกินรองท้องที่นี่เขาเลี้ยงข้าวสามมื้อ แต่พระท่านฉันมื้อเพลมื้อเดียว”

“ห่างไกลขนาดนี้ เอากับข้าวที่ไหนมาทำคะ”

“ไปตลาดวันเว้นวันจ๊ะ”

“แล้วถ้าหน้าฝน ไปลำบากไหมคะแม่”

“ลำบากนะ แต่เรามีคนรับจ้างซื้อเข้ามาให้”

รัญชน์พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่แม่บอกกับเธอสมัยนี้ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล หรือหมู่บ้านในตัวเมืองใหญ่ๆมักจะอาศัยฝากท้องกับรถพุ่มพวงด้วยกันทั้งนั้น ไอ้เจ้ารถพุ่มพวงที่ว่านี้คือรถขายกับข้าว ที่มักจะใส่ของสารพัดอย่าง ผูก

ติดเอาไว้กับโครงหลังคารถเป็นพุ่มๆ พวงๆ

รัญชน์และเพื่อนๆ ในหมู่บ้านรู้กันเมื่อถึงเวลาที่มีเสียงดังจากถนนว่า กับข้าวครับกับข้าว

นั่นแหละแสดงว่ารถพุ่มพวงได้มาปรากฏกายให้ทุกๆคนในหมู่บ้านต้องรีบออกไปต้อนรับ หากไม่ออกไป คุณพุ่มพวงจะขับหายไปอย่างรวดเร็ว

รัญชน์เข้าพักในห้องที่แม่ของเธอพาไปเธอวางกระเป๋าใบย่อมของตนไว้บนเตียง

“แม่พักที่ไหนคะ”

“แม่พักเลยไปจากนี้นิดหน่อยจ๊ะ ที่นี่ต้องพักคนเดียวเราไม่ยุ่งเกี่ยวกัน”

“แม่สบายดีหรือเปล่าคะ”

“สบายดี ดูสิแม่แข็งแรงนะ”

“แต่แม่ผอมไป”

“กินมื้อเดียว พอปะทังชีพ ก็แบบนี้แหละรันนั่นแหละผอมกว่าแม่อีก”

รัญชน์ก้มลงมองดูตัวเอง เธอไม่ค่อยได้ใส่ใจตัวเองเท่าที่ควรเลิกงานกลับบ้านดึกดื่น ตื่นแต่เช้าไปทำงาน ชีวิตวนเวียนอยู่เพียงแค่นี้จะมีเวลาเป็นของตัวเองต่อเมื่องานมีน้อย และได้พักในวันหยุดยาวๆ ของบริษัทเท่านั้น

สำหรับเธอ การตื่นขึ้นมาและยังมีลมหายใจอยู่ถือเป็นพรจากพระเจ้าที่มอบให้กับตัวเธอ

“มาเถอะลูกไปทานอะไรก่อน”

แม่ของรัญชน์เดินนำไปยังโรงทานที่รัญชน์เดินผ่านมาก่อนหน้านี้

จากนั้นจึงเดินไปตักอาหารราดมาบนจานข้าวสองสามอย่างมาวางให้กับรัญชน์ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารใกล้ๆ นั้น

“ทำไมแม่ถึงจะไปโมระคะ”รัญชน์เริ่มเปิดฉากถามขึ้นมาก่อน

“แม่จะไปหาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันนานมาก”

“เพื่อนแม่เคยอยู่เมืองไทยหรือคะ”

“ไม่เชิง”

“โมระมีอะไรน่าเที่ยวหรือเปล่าคะแม่ รัญชน์ดูในเน็ตเห็นมีแต่บ้านเก่าๆ เขาสูงๆ แล้วก็ธรรมชาติ แค่นั้น”

“โมระไม่มีอะไรหรอกลูก เป็นเมืองเงียบๆ ในหุบเขาไม่มีสีสันอะไรน่าสนใจ”

“แม่เคยไปหรือคะ”

“เคยอยู่มาพักใหญ่”

“อ้าว....รันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่เคยอยู่โมระ”

“จะรู้ได้ไง ในเมื่อแม่ไม่เคยเล่าอะไรให้รันฟัง กินข้าวก่อนเถอะลูกจะได้ไปอาบน้ำพักผ่อน คืนนี้ถ้าไม่มีเรื่องอะไร อย่าออกมานอกที่พักนะ”

“ทำไมคะแม่”

“แถวนี้ยังมีสัตว์ป่าชุกชุมอาจอันตรายถ้าเราไม่รู้จักระวังตัว”

“ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะที่เตือน”




Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 18:59:45 น. 0 comments
Counter : 223 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.