Maus (2-3)


โดย นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จากคอลัมน์การ์ตูนที่รัก ใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1946-1947











เล่ม 1 My Father Bleeds History บทที่ 4-5

เนื้อเรื่องแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเล่าเรื่องเหตุการณ์ปัจจุบัน อีกส่วนหนึ่งเล่าเรื่องที่เกิดแก่ชาวยิวโปแลนด์ในตอนกลางสงครามโลกครั้งที่สอง

วันหนึ่ง มาลา เมียใหม่ของพ่อบอกแก่อาร์ตี้ว่าพ่อไม่พอใจมาก เพราะพ่อไปเห็นและอ่านการ์ตูนที่อาร์ตี้เคยเขียนและตีพิมพ์
คือการ์ตูนช่องเรื่อง Prisoner on the Hell Planet นักโทษบนดาวนรก การ์ตูนเรื่องนี้อาร์ตี้เล่าเหตุการณ์ผู้หญิงคนหนึ่งฆ่าตัวตาย
ด้วยการกรีดข้อมือในอ่างน้ำ เมื่อสามีมาเห็นเข้าก็ร้องห่มร้องไห้ ทันใดนั้นลูกชายซึ่งเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลโรคจิตกลับมาบ้าน

ลูกชายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านมามุงดู ญาติๆ มางานศพ พิธีกรรมพิธีการผ่านไปอย่างเชื่องช้า “แม่จะลงโทษผมไปถึงไหน”
คือคำพูดของลูกชาย แทนที่จะเห็นใจแม่ หรือพยายามเข้าใจแม่ กลับกล่าวโทษแม่ซ้ำ อารมณ์เศร้าที่แม่มี ความทุกข์ที่พ่อแบกรับ
ทั้งสองอย่างถ่ายทอดสู่ลูกผ่านทางพันธุกรรม เท่านั้นยังไม่พอ มีเรื่องชีวิตที่กดทับลูกชายจนต้องเข้าโรงพยาบาลจิตเวช
อาร์ตี้สารภาพว่าเขาต้องเขียนเรื่องที่เกิดขึ้น และพร้อมรับคำตำหนิจากพ่อ ที่เขียนไปนั้นเป็นแค่ระดับปรากฏการณ์
เขายังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมพ่อถึง “เยอะ” ขนาดนี้ และวันนี้เขาพยายามจะเข้าใจเรื่องที่แม่ฆ่าตัวตาย

ดังนั้น เขาจะยังคงให้พ่อเล่าเหตุการณ์ในโปแลนด์ต่อ เมื่อพ่อ วลาเด็ก โผล่มา พ่อไม่เพียงหายโกรธแล้ว เขาเล่าเรื่องราวครั้งอดีตต่อ
หลังจากที่ครอบครัวใหญ่ของวลาเด็กและอันจากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันในเกตโตที่ซอสโนวิค นาซีก็เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างชาวยิวเป็นขั้นเป็นตอน
พ่อเล่ารายละเอียดที่เกิดแก่ทุกคน ทั้งพ่อแม่ของตัว และพ่อตาแม่ยาย ญาติๆ และเด็กๆ รวมทั้งเรื่องลูกชายของตนเองและอันยา
คือพี่ชายที่อาร์ตี้ไม่เคยได้พบ ทุกๆ ครั้งที่มีคำสั่งมาให้ย้ายที่อยู่ หนูชาวยิวอยู่กับปัจจุบันเสมอ “เราก็ยังดีกว่าอีกหลายครอบครัว”
“นี่คงแย่ที่สุดแล้ว” “ต่อไปอะไรจะดีขึ้น” แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ดูเหมือนหนูชาวยิวจะไม่เคยได้บทเรียน พวกเขาพลัดพรากจากกัน
ตายทีละคน ตายทีละครอบครัว รวมทั้งเด็กๆ แม้แต่พี่ชายของอาร์ตี้ก็ไม่รอด

ภาพวาดในหนังสือการ์ตูนช่วงนี้เต็มไปด้วยรูปหนูพูดคุยกัน ปลอบใจกัน เจรจาต่อรองให้เหตุผลเข้าข้างตัวเอง
หนูทุกตัวเหมือนๆ กันไปหมด ไม่มีความแตกต่างทางกายภาพ ไม่มีความแตกต่างทางความคิด อ่านไปเรื่อยๆ
นักอ่านก็แยกได้ยากว่าตัวไหนคือพ่อ วลาเด็ก และตัวไหนคือแม่ อันจา

เมื่อทุกคนตายหมด วลาเด็กกลัวมาก แต่อันจากลัวที่สุด เธอตกอยู่ในสภาพอกสั่นขวัญแขวนบ่อยครั้ง
ชีวิตที่อยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นและความตาย คือสาเหตุที่ทำให้เธอจะเป็นโรคซึมเศร้าสมบูรณ์แบบในเวลาต่อมา
คือความเครียดในระดับที่รุนแรงเกินกว่ามนุษย์จะทนได้ไปทำลาย (distupt) สมดุลของสารเคมีในระบบประสาทส่วนกลาง
พ่อพาแม่ปลอมตัวเป็นหมูชาวโปลหนีออกจากสถานกักกันที่พรากทุกคนไปจากสองสามีภรรยา
วลาเด็กซ่อนหางไว้แนบเนียนแต่อันจาโผล่หางให้เห็นชัดเจน อาจจะเพราะความตระหนกและความเศร้าที่เกาะกุมทำให้เธอเป็นที่สังเกตได้ง่าย

สองสามีภรรยาไปอาศัยอยู่ที่ฟาร์มของคุณนายคอว์คา สตรีชาวโปลคนหนึ่ง โดยจ่ายค่าตอบแทนสำหรับที่พักและอาหารจากตลาดมืด
วลาเด็กต้องเดินทางไปมาระหว่างฟาร์มและตลาดมืดอยู่เสมอ ต่อมาคุณนายโมโตโนวา ซึ่งทำการค้าตลาดมืดเสนอที่อยู่แก่สองสามีภรรยา
เพื่อมิให้วลาเด็กต้องลำบากเดินทางไปมาระหว่างฟาร์มกับตลาด อันจาจึงสบายใจขึ้นเพราะไม่ต้องอยู่คนเดียวบ่อยๆ
อีกเวลาที่วลาเด็กออกไปหาอาหาร เธอถึงกับติวภาษาเยอรมันให้แก่ลูกชายของคุณนายโมโตโนวา

แต่แล้ววันหนึ่ง เกสตาโปก็บุกจับตลาดมืด คุณนายโมโตโนวากรีดร้องโวยวายให้วลาเด็กและอันจารีบหนีออกจากบ้านทันที
ทั้งสองจึงกลับมาอยู่ฟาร์มของคุณนายคอว์คาอีกครั้งหนึ่ง “เธอต้องจ่ายเงินกับความกรุณาเหล่านี้มั้ย” อันจาถาม
“แน่นอน พวกเขาเป็นชาวโปล แต่ก็ดีกว่าอีกหลายๆ คน” วลาเด็กอธิบาย เป็นเวลาหลายเดือนที่พ่อวิ่งวุ่นกับการหาอาหาร
นั่นคือสาเหตุที่พ่อเป็นอย่างที่เป็นวันนี้ คือตระหนี่ถี่เหนียว เห็นแก่ตัว ร้ายกาจไม่ต่างอะไรจากพวกเหยียดผิว
เป็นคนยิวแก่ๆ ที่มองเห็นแต่ตัวเอง คือคำบรรยายที่มาลาบอกแก่อาร์ตี้

บางครั้งที่วลาเด็กและอันจาต้องคอยหลบหนีสายตาผู้คนจนถึงกับนอนหนาวทั้งคืนกลางแจ้ง
เป็นวลาเด็กที่ดูแลอันจาด้วยความรักและห่วงใยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คือคู่ผัวตัวเมียที่แนบแน่นจนกระทั่งเชื่อได้ว่าเมื่อคนหนึ่งตาย
อีกคนหนึ่งจะต้องลำบากอย่างแสนสาหัส คือชีวิตของวลาเด็กทุกวันนี้ ชีวิตของพ่อและแม่วิ่งไปมาระหว่างบ้านคุณนายโมโตโนวา
และคุณนายคอว์คา โดยมีชีวิตที่ระแวดระวัง ยามสงบก็อาจจะออกมานั่งพักผ่อนได้ ยามที่นาซีหรือสามีของเจ้าของบ้านมาก็ต้องหลบซ่อน
มีครั้งหนึ่งที่พวกเขาต้องซ่อนตัวโดยไม่มีอาหารถึงสามวันกับพวกหนูจริงๆ ความเครียดเหล่านี้ไม่สิ้นสุดเสียที

ในที่สุดวลาเด็กทนไม่ไหว เขาวางแผนติดต่อชาวโปลเพื่อพาเขาและอันจาหลบหนีไปฮังการี
วลาเด็กในเวลานั้นยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรแก่ชาวยิวฮังการี เขาเชื่อว่ายิวที่นั่นปลอดภัยกว่าที่นี่
อันจาคัดค้านด้วยความกลัวอย่างถึงที่สุด แต่วลาเด็กให้เธอดูจดหมายของหลานที่หนีไปฮังการีสำเร็จ
คือกลลวงของนาซี พ่อและแม่ไปไม่ถึงฮังการี สองคนไปถึงค่ายกักกันเอาซต์วิชต์ในเวลาต่อมา คือปี 1944





Create Date : 19 ธันวาคม 2560
Last Update : 21 ธันวาคม 2560 1:06:29 น.
Counter : 496 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



iamZEON
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 105 คน [?]



ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ^^/

ข่าวสารการ์ตูนญี่ปุ่น
กับเกี่ยวข้องอย่างภาพยนตร์-เพลง
รายชื่อการ์ตูนออกใหม่-งานหนังสือ
เรื่องทั่วๆไปทั้งในและนอกประเทศก็มีบ้าง
New Comments
Group Blog
All Blog
MY VIP Friend