Group Blog
 
All Blogs
 

เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 30



Lethal Weapon of Love and Passion
เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 30
มัวแต่งานยุ่งไม่ได้มาอัพเลยค่ะ ตอนนี้ เรื่องกลับมาเข้มข้นอีกแล้ว หลังจากอืดไปหลายตอน เพราะพี่สิงเลี่ยไม่ค่อยได้ออก

===SPOILERS===

จากตอนที่แล้ว เมื่อบอกจุดยืนของตัวเองให้พี่สิงเลี่ยรู้แล้ว ฉินเมิ่งเหยาตัดสินใจเดินทางกลับเรือนฌาณเมตรไตรย เพื่อหาทางเปิดผนึกกระบี่คลุมวรุณ
ฟ่านเหลียงจี๋อาสาช่วยนางขโมยความลับ เอ๊ย เปิดเผยความลับในกระบี่ เรื่องขโมยเนี่ยพี่ฟ่านเค้าถนัด





ซวีเยี่ยเวี่ยเป็นห่วงเจ้าเอี้ยนอ๋อง กลัวว่าเค้าจะทำใจไม่ได้ ที่ฮ่องเต้แต่งตั้งให้จูหวินเหวินเป็นรัชทายาท

เจ้าเอี้ยนอ๋อง: ข้าเองก็คิดว่าข้าจะทำใจได้ แต่ข้าประเมินค่าตัวเองสูงไป ข้าต้องยอมรับว่าข้าผิดหวังที่พระบิดาแต่งตั้งหวินเหวินเป็นรัชทายาท
แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง คนเราย่อมมีวันที่ดี และวันที่ไม่ดี พอถึงเทศกาลเก็บเกี่ยวท้องฟ้าย่อมแจ่มใส
ซวีเยี่ยเวี่ย: แล้วเมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึง
เจ้าเอี้ยนอ๋อง: ขอเพียงเราอดทนรอ วันนั้นต้องมาถึงแน่นอน
ซวีเยี่ยเวี่ย: งั้นข้ามีวิธี





ซวีเยี่ยเวี่ยชวนเจ้าเอี้ยนอ๋องไปขี่ม้า เพื่อให้ไม่คิดมาก
เจ้าเอี้ยนอ๋องเห็นว่าอยู่เมืองหลวงไปก้อเปล่าประโยชน์จึงชวนเยี่ยเวี่ยไปเยี่ยมเมืองที่เค้าดูแลอยู่ เยี่ยเวี่ยตกลง





ก่อนไปก้อมาบอกกล่าวพี่สิงเลี่ยซะก่อน เด๋วจะน้อยใจว่าไม่พาไปด้วย อ้าว ไม่ใช่ ก้อแหม ภาพมันชวนให้คิดอย่างนั้นอ่ะ

ฟงสิงเลี่ยสงสัยว่าทำไมเจ้าเอี้ยนอ๋องถึงยอมสละตำแหน่งรัชทายาทไปโดยไม่ช่วงชิง
เจ้าเอี้ยนอ๋องยอมรับว่าเมื่อโชคชะตากำหนดเช่นนี้ จะแข็งขืนไปทำไม อย่างไรจูหวินเหวินก็เป็นพระนัดดา
เป็นลุงก็ต้องช่วยสนับสนุนหลานอยู่แล้ว

เจ้าเอี้ยนอ๋อง: อย่างน้อยกลับไปคราวนี้ เยี่ยเวี่ยก็ไปกับข้า นับว่าสวรรค์ยังเมตตาข้าอยู่






เยี่ยเวี่ยทำสร้อยข้อมือที่หานป๋อให้ตกหาย หานป๋อพบเข้า ตอนแรกก้อคิดจะคืนให้แก่นางอยู่หรอก





เจ้าเอี้ยนอ๋อง: ตกลงหาเจอมั้ย
ซวีเยี่ยเวี่ย: ช่างมันเถอะ หายแล้วก็หายไป ไม่ใช่ของมีราคาอะไร
เจ้าเอี้ยนอ๋อง: แต่เจ้าชอบสร้อยเส้นนั้นมากไม่ใช่หรือ ข้าเห็นเจ้าใส่ติดตัวตลอด
ซวีเยี่ยเวี่ย: ข้าแค่ขี้เกียจถอด หายไปก็ดี จะได้ซื้อใหม่
เจ้าเอี้ยนอ๋อง: งั้นพรุ่งนี้ เราไปซื้อด้วยกัน

หน้าชื่นอกตรมแท้ๆ หานป๋อน่าฉงฉานจริง จริ๊ง





เจ้าเอี้ยนอ๋องกับซวีเยี่ยเวี่ยออกเดินทาง



ล่างฟานหวินมาอำลาฮ่องเต้กลับไปพรรคมังกรพิโรธ จูหยวนจางรู้ว่าเค้ายังแคลงใจที่พระองค์แต่งตั้งจูหวินเหวินเป็นรัชทายาท จึงขอให้เค้าพบกับจูหวินเหวินเพื่อพิสูจน์ด้วยตนเองว่า พระองค์มองคนผิดหรือไม่
หวินเหวินได้รับการติวข้อสอบมาจากพี่สิงเลี่ยแล้ว ทำให้ฮ่องเต้และป๋าล่างประทับใจ





จูหวินเหวินยิ่งเชื่อมั่นในตัวพี่สิงเลี่ยเข้าไปอีก คนอารัย ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด



พวกฟงสิงเลี่ยต่างยินดีที่จูหวินเหวินได้เป็นรัชทายาทตามแผนการที่วางไว้
ผังปานกับหลี่เช่อเม่ยใจร้อนอยากรีบสังหารฮ่องเต้ซะ แต่พี่สิงเลี่ยปรามไว้ รีบร้อนเกินไป อาจเกิดการผิดพลาดได้ รอมานานแล้วจะรออีกหน่อย คงไม่เป็นไร





ฉินเมิ่งเหยา ซวีเยี่ยเวี่ยกับเจ้าเอี้ยนอ๋องไม่อยู่ ทิ้งป๋อไว้กับพี่สิงเลี่ยเนี่ยนะ บรรยากาศมันล่อแหลมต่อการเป็น Y อย่างยิ่ง

หานป๋อเห็นพี่สิงเลี่ยอมทุกข์ (อีกแล้ว) เค้าเลยสงสัยว่าทะเลาะกับเมิ่งเหยารึเปล่า

ฟงสิงเลี่ย: ตอนนี้ เรายังดีกันอยู่ แต่อนาคตนั้นไม่แน่นอน
หานป๋อ: เกิดอะไรขึ้น
ฟงสิงเลี่ย: เมิ่งเหยามีภาระที่นางต้องทำ ข้าก็มีจุดยืนของข้า ซึ่งต่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
หานป๋อ: แล้วมันเป็นปัญหาตรงไหน
ฟงสิงเลี่ย: ถ้าเรายังมีจุดยืนและความคิดที่แตกต่าง มันก็อาจเกิดปัญหาขึ้นได้
หานป๋อ: แต่ถ้าพวกท่านรักกันจริง พวกท่านก็น่าฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกันได้
ฟงสิงเลี่ย: เจ้าช่างมองโลกในแง่ดีจริงๆ

คิดมากไปก็เท่านั้น ดื่มเหล้าดีกว่า






เมิ่งเหยาพยายามเท่าไหร่ก้อไม่รู้ความลับในกระบี่ซะที ฟั่นเหลียงจี๋เสนอให้หาคนช่วย
ฟ่านเหลียงจี๋อาสาเดินทางไปอารามมุ่นเมฆเอง โอ๊ย เรื่องใหญ่อย่างนี้ จะใช้ใครก็ได้ได้งัย

พูดมาตั้งนาน ที่แท้ก้ออยากเจอน้องหวั่นชิง






หวั่นชิงกำลังอยู่ในช่วงจิตตกพอดี นางรู้สึกว่าใจนางหวั่นไหว จึงอยากขอลาสิกขา แต่อาจารย์อยากให้คิดดูให้ดีเสียก่อน




ฟั่นเหลียงจี๋เกลี้ยกล่อมอาจารย์ของหวั่นชิงให้ส่งนางไปช่วยฉินเมิ่งเหยา เพื่อหาทางกำราบผังปาน
อาจารย์มอบหมายหน้าที่ให้กับหวั่นชิง เพื่อให้นางมีเวลาคิดว่านางจะออกจากสำนักหรือไม่





หวั่นชิงเห็นหน้าคนมารับ แล้วทำใจไม่ได้ ถ้าไม่เห็นแก่อาจารย์ นางคงไม่ยอมมากับเค้า ระวังน้า เค้าว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น




ซวีเย่ออู๋เห็นฮ่องเต้ชมจูหวินเหวินนักหนา เลยมาขอคำชี้แนะเรื่องการทหาร ที่ไหนได้จูหวินเหวินตอบอะไรไม่รู้เรื่องซักอย่าง หวินเหวินกังวลว่าซวีเย่ออู๋จะไปทูลฟ้องฮ่องเต้ จึงส่งขันทีมาตามพี่สิงเลี่ยไปหารือโดยด่วน ซวีเย่ออู๋จึงได้รู้ว่าพี่สิงเลี่ยเป็นกุนซือให้กับจูหวินเหวิน




พี่สิงเลี่ยคิดว่าถึงเวลาต้องเปิดเผยตัวแล้ว จะอยู่หลังฉากเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้



ซวีเย่ออู๋ไม่พอใจที่สิงเลี่ยไปช่วยจูหวินเหวิน ทั้งๆ ที่ตัวเองก้อสนิทกับเจ้าเอี้ยนอ๋อง หานป๋อไม่อยากจะเชื่อ พ่อคงเข้าใจผิดมั้ง เค้าไปตามหาฟงสิงเลี่ยเพื่อถามความจริง




พี่สิงเลี่ยพาจูหวินเหวินออกมาเที่ยวตลาดซะเลย ไหนๆ จะเปิดตัวแล้วนี่ หานป๋อเห็นทั้งคู่ด้วยกัน ถึงกับอึ้ง มันบาดตาบาดใจล่ะซี้ 555




พี่สิงเลี่ยวางฟอร์มกุนซือ สอนวิธีการบริหารประเทศให้กับจูหวินเหวิน ขอบอกว่าฉากนี้ได้อารมณ์ Y สุดๆ สิงเลี่ยทำไมทำกับป๋อได้ลง ควงหวินเหวินมาเย้ยกันได้




หวินเหวินเห็นสถานการณ์ไม่ดี รีบชิ่งไปก่อน ให้พี่สิงเลี่ยกับน้องหานป๋อเค้าตกลงกันเอง




หานป๋อ: บอกข้ามาตามตรง ท่านเป็นกุนซือให้กับหวินเหวิน ใช่มั้ย ข้าเห็นท่านเป็นพี่น้อง ท่านกลับทำเรื่องนี้ลับหลังข้า แผนจัดการกองทัพเงาก็เป็นฝีมือท่านด้วย ใช่หรือไม่ ท่านรู้มั้ยว่า สิ่งที่ท่านทำ ทำให้เจ้าเอี้ยนอ๋องหมดโอกาสเป็นรัชทายาท
ฟงสิงเลี่ย: เจ้ารู้จักจูหยวนจางดีกว่าข้า เจ้าคิดว่าเค้าจะแต่งตั้งคนที่เค้าระแวงว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ เป็นรัชทายาทหรือ ไม่ว่าเจ้าเอี้ยนอ๋องจะเก่งแค่ไหน ประชาชนจะรักเค้ายังงัย จูหยวนจางก็จะไม่ไว้ใจเค้าอยู่ดี เจ้าเอี้ยนอ๋องไม่มีวันได้เป็นรัชทายาท
ส่วนจูหวินเหวินไม่เหมือนกัน แม้เค้าจะสู้เจ้าเอี้ยนอ๋องไม่ได้ แต่เค้ามีโอกาสที่จะเป็นผู้ครองแผ่นดินที่ดี หากมีคนคอยชี้นำเค้า

ป๋อเธอไม่เข้าใจ พี่อยู่กับหวินเหวินเพื่อความสุขของชาวมองโกล เมื่อเธอไม่เข้าใจพี่ ก้อคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราเลิกกันเหอะ จริงๆ ก้อพูดกันประมาณนี้แหละ แต่ไม่ Y อย่างนี้

หานป๋อ: ท่านทำเพื่อชาวมองโกลจริงหรือ
ฟงสิงเลี่ย: เจ้าคิดว่าข้าทำเพื่ออะไรล่ะ ชื่อเสียง ลาภยศ หรือ เพื่อตัวข้าเอง
หานป๋อ: แต่ท่านก็ไม่ควรปิดข้ากับเจ้าเอี้ยนอ๋อง
ฟงสิงเลี่ย: เจ้าจะให้ข้าบอกเจ้าเอี้ยนอ๋องยังไง ข้าควรจะบอกเค้าเหรอว่า ด้วยชาติกำเนิดของเค้า เค้าควรเลิกล้มความตั้งใจซะ ข้าบริสุทธิ์ใจ และไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่น้อง ข้าถึงอธิบายให้เจ้าฟัง ถ้าเจ้ายังโกรธข้า ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด






ผังปานกังวลว่าพี่สิงเลี่ยให้ความสำคัญกับหานป๋อมากไป ถึงกับยอมเปิดเผยฐานะกุนซือออกมา หานป๋ออาจเป็นอุปสรรคสำคัญในอนาคต ผังปานตัดสินใจว่าต้องกำจัดหานป๋อซะ



หานป๋อหลุดปากบอกซวีเย่ออู๋ว่าฟงสิงเลี่ยเป็นมองโกล ซวีเย่ออู๋เกลียดชังชาวมองโกลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งไม่พอใจสิงเลี่ยเข้าไปใหญ่ หานป๋อเองก้อทำงอนพี่สิงเลี่ยไปงั้นเอง พอพ่อว่าพี่สิงเลี่ยเข้าหน่อยก้อไม่พอใจ



ผังปานฟื้นฟูวรยุทธ์สำเร็จ เพื่อเอาชนะล่างฟานหวิน ผังปานยังคงมุ่งมั่นที่จะหากระบี่คลุมวรุณให้พบ









 

Create Date : 12 เมษายน 2549    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 20:50:07 น.
Counter : 791 Pageviews.  

เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 29



Lethal Weapon of Love and Passion
เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 29

===SPOILERS===

จากตอนที่แล้ว ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้เจ้าเอี้ยนอ๋องและจูหวินเหวินนำทหารออกปราบเหล่าโจร



ฟงสิงเลี่ยและผังปานเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว

ฟงสิงเลี่ย: จำไว้ จงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับทัพเจ้าเอี้ยนอ๋อง แต่ถ้าเจอทัพจูหวินเหวิน ให้แสร้งแพ้และยอมจำนนซะ
ข้ารู้ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเจ้า แต่ข้าจะหาวิธีช่วยเหลือพวกเจ้าออกมาให้ได้ ขอให้ทำเพื่อกอบกู้แผ่นดินของพวกเรา
ผังปาน: พวกเราชาวมองโกลไม่กลัวตายอยู่แล้ว





จูหวินเหวินสั่งเผาป่า เพื่อไม่ให้ศัตรูใช้สร้างหมอกบังตา
เจ้าเอี้ยนอ๋องให้กองทหารแสร้งทำเป็นพ่ายแพ้ เพื่อให้ศัตรูชะล่าใจ




จูหวินเหวินร้อนใจกลัวแผนของเจ้าเอี้ยนอ๋องจะสัมฤทธิ์ผล ฟงสิงเลี่ยจึงเสนอให้ตัดหน้า ด้วยการส่งทหารไปล้อมที่ตั้งกองทัพเงาผีก่อน

ฟงสิงเลี่ยใช้แผนหลอกให้เจ้าเอี้ยนอ๋องคิดว่าทัพจูหวินเหวินพลาดพลั้ง
เจ้าเอี้ยนอ๋องเห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ส่งทหารไปช่วยจูหวินเหวิน แทนที่จะไปล้อมปราบกองทัพเงา

จูหวินเหวิน: ท่านรู้ได้ยังงัยว่าเจ้าเอี้ยนอ๋องจะส่งทหารไปช่วยข้า ถ้าเป็นข้านะ ข้าไม่มีวันทำเช่นนั้นหรอก
ฟงสิงเลี่ย: เพราะเจ้ากับเจ้าเอี้ยนอ๋องไม่เหมือนกันน่ะสิ

เค้าหลอกด่า จูหวินเหวินยังไม่รู้ตัวอีก






การรบครั้งนี้ ทำให้ฟงสิงเลี่ยเห็นความสามารถของเจ้าเอี้ยนอ๋อง เค้ายิ่งหมายมั่นที่จะต้องกำจัดเจ้าเอี้ยนอ๋องให้จงได้



งานนี้ จูหวินเหวินได้หน้าไปเต็มๆ ตั้งแต่ฮ่องเต้ไปจนถึงขุนนางต่างชื่นชมเค้า



จูหวินเหวินรู้แล้วว่ามีเพียงฟงสิงเลี่ยเท่านั้นที่จะต่อกรกับเจ้าเอี้ยนอ๋อง และช่วยให้เค้าขึ้นครองบัลลังก์ได้



จูหวินเหวินสังหารเชลยศึกจนหมดสิ้น ฟงสิงเลี่ยอึ้งเมื่อได้รู้ว่าเป็นความคิดของผังปาน

ฟงสิงเลี่ย: ท่านเป็นบ้าไปแล้วเหรอ พวกเค้าเป็นลูกหลานชาวมองโกลเรานะ
ผังปาน: เพื่อการกู้ชาติ ต้องมีการเสียสละกันบ้าง
ฟงสิงเลี่ย: พวกเค้ายอมจำนนแล้วนี่ แค่นี้จูหวินเหวินก็ได้หน้าแล้ว ทำไมยังต้องฆ่าอีก
ผังปาน: ถ้าจูหวินเหวินละเว้นชีวิตพวกเค้า จูหยวนจางต้องคิดว่าหวินเหวินอ่อนแอเกินไป ไม่เหมาะจะเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน
ฟงสิงเลี่ย: ท่านลืมไปแล้วหรือว่า เราสัญญากับพวกเค้าเอาไว้ว่าจะช่วยเหลือพวกเค้าออกมา
ผังปาน: ท่านผิดแล้ว ข้าไม่เคยสัญญา พี่น้องเราต่างพร้อมที่จะตายเพื่อชาติ ต่อให้ต้องตาย เค้าก็ไม่โทษเราหรอก





ฟงสิงเลี่ย: ทำไมท่านถึงเลือดเย็นเช่นนี้ ท่านลืมไปแล้วหรือว่า พวกเรากอบกู้ชาติไปเพื่ออะไร
เราไม่อยากให้พี่น้องของพวกเราต้องทนทุกข์ยากลำบาก ตอนนี้ท่านฆ่าประชาชนของตัวเอง ท่านรู้ตัวมั้ยว่าท่านทำอะไรอยู่
ผังปาน: ข้าทำไปเพราะมีเหตุผล
ฟงสิงเลี่ย: ท่านไม่ใช่คนแบบนี้นี่ หลังจากเสียปิงหวินไป ท่านก็เป็นบ้าไปแล้ว ท่านไม่ใช่ผังปานที่ข้าเคยรู้จัก
ผังปาน: ผ้งปานก็คือผ้งปาน ท่านต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง
ฟงสิงเลี่ย: ถ้าปิงหวินยังไม่ชีวิตอยู่ นางต้องไม่ยอมให้ท่านทำเช่นนี้
ผังปาน: ซักวันหนึ่งท่านจะเข้าใจสิ่งที่ข้าทำในวันนี้





หานป๋อต้มยาให้ซวีเย่ออู๋ดื่ม ปลื้มล่ะดิ มีลูกคอยห่วงใย
ในที่สุดซวีเย่ออู๋ก้อทำใจยอมรับพ่อบุญธรรมของหานป๋อได้ ทำให้ป๋อโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ซวีเย่ออู๋ชวนให้หานเทียนเต๋อย้ายมาอยู่ที่จวน หานป๋อจะได้มีความสุข






ความจริงไม่ใช่ว่าผังปานจะไม่เสียใจ แต่เค้าจำเป็นต้องทำ
ผังปาน: แม้ข้าจะมีสุดยอดวรยุทธ์ แต่ข้ากลับไม่อาจปกป้องหญิงที่ข้ารักที่สุด ทำไมนะ ทำไม
ปิงหวิน เจ้ารู้มั้ย มีหลายอย่างที่ข้าอยากบอกเจ้า
ครั้งหนึ่ง ข้าเคยสาบานว่าข้าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อชาติ จะไม่มีวันมีความรักอย่างเด็ดขาด และต่อจากนี้ไป ข้าก็จะไม่รักใครอีก






เมิ่งเหยากับฟั่นเหลียงจี๋เดินทางไปมองโกลเพื่อสืบหาร่องรอยของทายาทราชวงศ์หยวน
เมิ่งเหยาไม่อยากชวนพี่สิงเลี่ยมา เพราะรู้ว่าเค้าไม่อยากให้สืบเรื่องนี้
ทั้งคู่สืบสาวไปถึงกระโจมเก่าของฟงสิงเลี่ย





พี่สิงเลี่ยมาเฝ้าคอยน้องเมิ่งเหยา แหม ไม่เห็นหน้าไม่กี่วัน ทำเป็นคิดถึง
เมิ่งเหยายอมบอกพี่สิงเลี่ยว่านางไปสืบที่มองโกลมา

ฟงสิงเลี่ย: เจ้ายังไม่ยอมเลิกราอีกนะ เจ้าสืบได้อะไรมาบ้าง
ฉินเมิ่งเหยา: ไม่ได้อะไรเลย ชาวมองโกลต่างเชื่อว่าองค์ชายของพวกเค้าตายไปแล้ว
พวกเค้าไม่รู้เรื่องสมบัติฟูบีเลี่ยถูกขโมยเลยด้วยซ้ำ
ฟงสิงเลี่ย: ก็ข้าบอกเจ้าแล้วว่า ชาวมองโกลไม่ได้มีอะไรซับซ้อนอย่างที่เจ้าคิด
ฉินเมิ่งเหยา: แต่ผังปาน กับทายาทราชวงศ์หยวนล่ะ เค้าทำใจได้หรือ
ข้าไปที่กระโจมข่าน ได้สัมผัสถึงความโศกเศร้าท่วมท้น





พี่สิงเลี่ยถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสัญลักษณ์ราชวงศ์หยวน ที่เมิ่งเหยาลอกแบบมาจากกระโจม
เมิ่งเหยารู้สึกสับสนว่าควรจะสืบต่อไปหรือไม่ เพราะนางคิดว่าองค์ชายมองโกลน่าจะตายไปแล้วจริง พี่สิงเลี่ยรีบสนับสนุนให้เลิกสืบ





ชักเสียวซะแล้วสิ ขืนเมิ่งเหยามาเห็นหยกประจำตัวคงไม่ดีแน่ ว่าแล้วก้อรีบหาที่ซ่อน แหมช่างหาที่ซ่อนได้มิดชิดซะเหลือเกิ๊น คงไม่มีใครหาพบหรอกนะพี่นะ




ล่างฟานหวินกับแวะมาเยี่ยเจ้าเอี้ยนอ๋อง ในช่วงเวลาที่ฮ่องเต้เตรียมประกาศแต่งตั้งรัชทายาท
ทุกคนเริ่มสงสัยว่าจูหวินเหวินจะมีกุนซือคอยให้คำปรึกษา ไม่เช่นนั้นด้วยความสามารถของจูหวินเหวิน ไม่น่าจะจัดการกองทัพเงาได้





ล่างฟานหวินและฉินเมิ่งเหยาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ขากลับเมิ่งเหยาสังเกตเห็นนกสาน นางจำได้ว่าเป็นนกที่ฟงสิงเลี่ยทำ เมื่อสอบถามนางกำนัลจึงรู้ว่าจูหวินเหวินจัดเลี้ยงสหาย ทำให้เมิ่งเหยาอดสงสัยสิงเลี่ยไม่ได้ แต่นางก้อไม่รู้ว่าจะถามเค้าดีมั้ย



ฟั่นเหลียงจี๋: แค่นกถักไม่มีความหมายหรอกน่า ใช่ว่าจะมีแต่ฟงสิงเลี่ยที่ทำเป็นซะเมื่อไหร่
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านคิดว่าข้าควรถามเค้ามั้ย
ฟั่นเหลียงจี๋: ถ้าจริง เค้าจะรับหรือ ถ้าไม่จริง เค้าก้อจะคิดว่าท่านไม่เชื่อใจเค้า ไม่ว่าอย่างไรก็จะทำลายความสัมพันธ์พวกท่าน
ขอร้องข้าสิ ถ้าฟงสิงเลี่ยช่วยเหลือจูหวินเหวินจริง จะต้องมีเอกสารหลักฐานแน่ ข้าจะเข้าไปค้นห้องเค้าดูว่ามีอะไรบ้าง




ฟั่นเหลียงจี๋ค้นห้องพี่สิงเลี่ย ไม่เจอหลักฐาน แต่เจอหยกที่เค้าซ่อนไว้ ไม่เห็นก้อตาบอดแล้วล่ะ



ฟงสิงเลี่ยสังหรณ์ใจ มาตรวจดูหยก แม้หยกจะยังอยู่ แต่พู่กันวางผิดที่ เค้ารู้ทันทีว่าความลับถูกเปิดเผยแล้ว




คับขันซะแล้วพี่สิงเลี่ย
ฉินเมิ่งเหยา: ทำไมท่านไม่หลบ
ฟงสิงเลี่ย: เราเคยสู้กันแล้ว ข้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก (ชิงสารภาพก่อนได้เปรียบ หุหุ)
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านจริงๆ คนที่สู้กับข้าวันนั้นก็คือท่าน





ฟงสิงเลี่ย: ตั้งแต่เด็ก ข้าต้องแบกรับภาระของชนชาติ ข้าคือองค์ชายมองโกลที่เจ้าตามหา
ฉินเมิ่งเหยา: ทำไมท่านต้องหลอกลวงข้า
ฟงสิงเลี่ย: เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ตอนข้าพบเจ้าครั้งแรก ข้าก็คิดว่าข้าเป็นชาวมองโกลธรรมดา จนกระทั่งผังปานพาข้าไปทะเลทราย
ฉินเมิ่งเหยา: ผังปานหรือ
ฟงสิงเลี่ย: ที่เค้าทรมานข้า เพราะอยากช่วยข้าฟื้นฟูความจำ
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านต้องการอะไร ร่วมมือกับผังปานโค่นล้มราชวงศ์หมิงหรือ
ฟงสิงเลี่ย: ผังปานกับข้าเป็นคนละคนกัน ข้าเพียงต้องการช่วยให้ชนเผ่าของข้าได้กระดูกบรรพบุรุษกับหอกกลับคืน วันนั้นเป็นครั้งเดียวที่ข้าโกหกเจ้า
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านไม่ต้องการกอบกู้ราชวงศ์หยวนจริงหรือ
ฟงสิงเลี่ย: ผังปานช่วยข้าฟื้นฟูความจำ ข้ารู้ว่าเค้าจงรักภักดี แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับแผนการกอบกู้แผ่นดินของเค้า มันรังแต่จะทำให้เกิดสงคราม ประชาชนต้องเดือดร้อน
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านไม่ต้องการกอบกู้ราชวงศ์หยวนจริงหรือ
ฟงสิงเลี่ย: ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก





ฉินเมิ่งเหยา: แล้วทำไมท่านถึงช่วยจูหวินเหวินล่ะ ทำแบบนี้เท่ากับขัดขวางท่านอ๋องไม่ให้ขึ้นครองบัลลังก์นะ
ฟงสิงเลี่ย: เจ้ารู้มั้ยว่า ไม่ว่าข้าจะช่วยจูหวินเหวินหรือไม่ ท่านอ๋องก็ไม่มีวันได้ครองราชย์ เพราะฮ่องเต้ระแวงว่าเค้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพระองค์ ท่านอ๋องบอกข้าเอง
ฉินเมิ่งเหยา: ทำไมท่านไม่เคยบอกอะไรข้าเลย ข้าคิดว่าเราแบ่งปันทุกอย่างด้วยกันซะอีก
ฟงสิงเลี่ย: ที่ข้าโกหกเจ้า เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด จนกระทบความสัมพันธ์ของเรา
หลังเหตุการณ์ที่เจดีย์ ข้าปรารถนาจะสลัดทิ้งตำแหน่งองค์ชาย แต่เจ้ากลับไม่ยอมเลิกสืบสาว
พูดอะไรตอนนี้ เจ้าคงไม่เชื่อ ทุกคนต่างเกลียดชังและอยากฆ่าองค์ชายมองโกล ถ้าเจ้าอยากฆ่าข้าก้อลงมือเถอะ ข้าจะไม่ขัดขืน
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าไม่บอกว่าต้องการฆ่าท่านซะหน่อย
ฟงสิงเลี่ย: แต่เจ้าก็ไม่เชื่อข้า มันทำให้ข้าเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกฆ่าเสียอีก
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านต้องการให้ข้าเชื่อท่าน แต่ข้าจะเชื่อคนที่เอาแต่โกหกหลอกลวงข้าได้อย่างไร
ท่านช่างหลอกลวงคนได้เก่งนัก ข้าแยกไม่ออกเลยว่าที่ท่านพูด ไหนจริง ไหนเท็จ
ฟงสิงเลี่ย: ข้าผิดใช่มั้ยที่ข้าเป็นองค์ชายมองโกล ถ้าเจ้ารับไม่ได้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด
ข้าแค่อยากจะบอกเจ้าว่า ข้าไม่เคยทำร้ายคนรอบกายเจ้า
ว่าแล้วก้อทำเป็นงอน ชิ่งหนีไปซะ น้องเมิ่งเหยาจะได้ทำอะไรไม่ถูก





ในที่สุด ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งจูหวินเหวินเป็นรัชทายาท ทำให้เจ้าเอี้ยนอ๋อง และซวีเย่ออู๋รู้สึกผิดหวัง

ฮ่องเต้อธิบายว่า ที่ทำเช่นนี้ เพราะอยากให้เจ้าเอี้ยนอ๋องช่วยปกป้องเมืองหน้าด่าน
ในด้านความสามารถ จูหวินเหวินอาจสู้เจ้าเอี้ยนอ๋องไม่ได้ แต่การปกครองต้องรู้จักใช้คน
จูหวินเหวินจะสามารถประสานความสัมพันธ์ระหว่างอ๋องต่างๆ ได้

หลังจากนั้น ซวีเย่ออู๋ก็เข้าเฝ้าฮ่องเต้ เค้าคัดค้าน เพราะเห็นว่าเจ้าเอี้ยนอ๋องเก่งกว่าจูหวินเหวิน ยิ่งพูดยิ่งไม่เข้าหู กลับไปเลยไป





ฉินเมิ่งเหยาลำบากใจไม่รู้จะเปิดโปงฐานะที่แท้จริงของฟงสิงเลี่ยดีมั้ย

ฟ่านเหลียงจี๋: คิดมากทำไม้ เปิดโปงไปเลย ให้ 8 สำนักกับท่านล่างรู้
ฉินเมิ่งเหยา: ไม่ได้นะ ฮ่องเต้ต้องไม่ละเว้นเค้าแน่
ฟ่านเหลียงจี๋: ก็เรื่องของเค้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้าซะหน่อย
ฉินเมิ่งเหยา: พูดอย่างนั้นได้ยังงัย พี่ฟงเค้าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไม่ท่านถึงไม่ให้ความเป็นธรรมกับเค้า
ฟ่านเหลียงจี๋: ก็นั่นสิ เจ้าพูดมาก็ถูก แล้วเจ้าจะปวดหัวไปทำไม เจ้ารู้จักฟงสิงเลี่ยดีที่สุด เจ้าพูดเองว่าเค้าไม่ได้ทำอะไรผิด จะผิดก็ตรงที่เกิดเป็นองค์ชายมองโกลที่ทุกคนต่างต้องการฆ่า
ฉินเมิ่งเหยา: ท่านก็อยู่ข้างเค้าเหรอ
ฟ่านเหลียงจี๋: ข้าไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ถ้าจะเข้าข้าง ก็เข้าข้างเจ้า ฟงสิงเลี่ยจริงใจกับเจ้า เจ้าจริงใจกับเค้า ทำไมเจ้าต้องเอาฐานะของเค้ามาทำลายความสัมพันธ์ของพวกเจ้าด้วย
ฉินเมิ่งเหยา: แต่ความสัมพันธ์ของเค้ากับผังปาน และฐานะของเค้า
ฟ่านเหลียงจี๋: เมิ่งเหยา ขนาดเจ้ายังไม่ยอมรับ แล้วคนอื่นๆ จะยอมรับเค้าได้หรือ ฮ่องเต้ต้องประหารเค้าแน่




ฟงสิงเลี่ย: เจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือ
ฉินเมิ่งเหยา: พี่ฟง แม้ว่าข้าจะเชื่อว่าท่านไม่มีแผนการจะล้มล้างราชวงศ์ แต่ท่านก็ยังเป็นทายาทของฟูบีเลี่ย
ท่านยังคงเป็นผู้นำทางจิตใจของชาวมองโกล ผังปานต้องไม่ยอมให้ท่านถอนตัวง่ายๆ
ข้าไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับผังปานเป็นอย่างไร เป็นสหาย หรือศัตรู
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับผังปาน จะเป็นศัตรูกันตลอดกาล ข้าจะไม่มีวันให้เค้าก่อกบฎสำเร็จ
ฟงสิงเลี่ย: เจ้าอยากให้ข้าทำอย่างไร
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านทำอะไร และจะไม่บังคับให้ท่านต้องทำอะไรด้วย
ข้าจะไม่ห้ามท่านติดต่อกับผังปาน ข้าหวังว่าเมื่อถิงเวลาที่ข้ากับเค้าต้องเผชิญหน้ากัน ท่านจะไม่ก้าวก่าย

น้องเมิ่งเหยา ใจแข็งจริงๆ











 

Create Date : 31 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 20:47:33 น.
Counter : 1116 Pageviews.  

เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 28



Lethal Weapon of Love and Passion
เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 28

===SPOILERS===

จากตอนที่แล้ว จูหวินเหวินคิดเอาหน้าอาสาจัดการกับกองทัพเงา ซวีเย่ออู๋กับเจ้าเอี้ยนอ๋องต่างคัดค้าน เพราะเห็นว่าเค้ายังอ่อนประสบการณ์

ซวีเย่ออู๋อาสานำทหาร 3,000 นายไปปราบกองทัพเงา ฮ่องเต้ทรงอนุญาต




จูหวินเหวินทำเป็นอาสาไปงั้น จริงๆ แอบโล่งอกที่ฮ่องเต้ไม่อนุญาต

จูหวินเหวิน: การวางยุทธวิธีบนกระดาษ กับการรบจริงไม่เหมือนกัน กองทัพเงา เหมือนปีศาจไปมาไร้ร่องรอย ข้าไม่มั่นใจว่าจะจัดการพวกมันได้
ที่พวกท่านให้ข้าอาสา ก็คงไม่ได้คิดจะให้ข้าออกรบจริงๆ ใช่มั้ยล่ะ
ฟงสิงเลี่ย: ข้าคิดเช่นนั้น หากกองทัพเงาถูกปราบง่ายๆ คงไม่คุ้มค่าที่ท่านจะนำทัพเอง
หากแม้แต่ซวีเย่ออู่ยังปราบไม่ได้ แต่ท่านทำได้ ฮ่องเต้ย่อมจะต้องชื่นชมท่าน
จูหวินเหวิน: ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล ท่านมั่นใจหรือว่าจะทำได้สำเร็จ
ฟงสิงเลี่ย: ข้าไม่เพียงมั่นใจว่าท่านจะชนะ ข้ายังกล้ารับประกันว่า ท่านจะไม่ได้รับอันตรายแม้ปลายก้อย





ผังปานกับฟงสิงเลี่ยมาไหว้สุสานจิ้นปิงหวิน งานนี้เลือดต้องล้างด้วยเลือด ซวีเย่ออู๋เสร็จแน่




ซวีเยี่ยเวี่ยยังคงโกรธบิดาอยู่ นางพยายามหลีกเลี่ยงไม่เจอหน้าเค้า
แม้เจ้าเอี้ยนอ๋องบอกนางว่าซวีเย่ออู๋กำลังจะออกรบ นางก็ไม่เป็นห่วงบิดา เพราะคิดว่าเจ้าเอี้ยนอ๋องหาเหตุมาให้นางยกโทษให้เค้า
จนสองคนสนิทออกมายืนยันถึงความโหดร้าย น่ากลัวของกองทัพเงา

เจ้าเอี้ยนอ๋อง: ตอนนี้ บิดาเจ้าต้องการกำลังใจจากครอบครัว หากเค้าต้องออกรบโดยมีห่วงกังวล ข้าเกรงว่าเค้าจะรบได้ไม่เต็มที่





เยี่ยเวี่ยจึงละทิฐิ ยอมอภัยให้บิดา

ซวีเยี่ยเวี่ย: พ่อ ท่านต้องชนะ และปลอดภัยกลับมา

ซวีเย่ออู๋ฝากฝังให้เจ้าเอี้ยนอ๋องช่วยดูแลเยี่ยเวี่ยหากเค้าเป็นอะไรไป





หานป๋ออยู่พรรคมังกรพิโรธกับอาจารย์ เค้าตั้งใจฝึกปรือฝีมือ
ด้วยความโกรธแค้นบิดาที่ทำให้มารดาต้องตายทำให้เค้าธาตุไฟแตกซ่าน ล่างฟานหวินต้องสะกัดจุดเค้าไว้






ล่างฟานหวิน: ข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้า ยิ่งเจ้ารักพ่อเจ้ามาก เจ้ายิ่งแค้นเค้ามาเช่นกัน
แม้พ่อเจ้ามีส่วนทำให้ลุงเจ้ากับแม่เจ้าต้องตาย แต่ 10 ปีมานี้เค้าก็เจ็บปวดมากพอแล้ว

หานป๋อ: แต่ทางเดินนี้ เค้าเป็นคนเลือกเอง เค้าก้อต้องรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เค้ารนหาที่เองจะโทษใคร
ล่างฟานหวิน: ลองคิดดูในแง่นี้สิ เค้ายอมสละครอบครัวของตัวเองเพื่อความสงบสุขของส่วนรวม
หานป๋อ: ใช่ เค้าอาจทำให้ทุกคนมีความสุข แต่มีคนหนึ่งต้องผิดหวัง คือ ท่านแม่ของข้า หากข้าให้อภัยเค้า ข้าจะสู้หน้าท่านแม่ได้อย่างไร
ล่างฟานหวิน: แม่เจ้าย่อมอยากให้เจ้ากับเยี่ยเวี่ยมีความสุข หากมีแต่ความเกลียดชังเจ้าจะมีความสุขได้ยังงัย
ถอยคนละก้าวจะเห็นมุมมองที่กว้างขึ้น พวกเจ้าเป็นพ่อลูกกันจะแค้นกันไปถึงไหน
อย่างที่ข้าบอกนั่นแหละ ความเกลียดเป็นอีกด้านหนึ่งของความรัก เจ้ารักเค้ามากเจ้าถึงแค้นเค้ามาก





ซวีเย่ออู๋พาทหารมาล้อมปราบกองทัพเงา แต่กองทัพเงาวางกับดักโดยให้นักรบติดระเบิดพลีชีพ




กองทัพของซวีเย่ออู๋จึงได้รับความสูญเสียไม่น้อย ซวีเย่ออู๋ก็ได้รับบาดเจ็บ เค้าส่งทหารคนสนิทออกมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าเอี้ยนอ๋อง
เจ้าเอี้ยนอ๋องรีบเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ส่วนหานเทียนเต๋อกับซวีเยี่ยเวี่ยรีบไปแจ้งข่าวหานป๋อ




หานป๋อฝึกยุทธ์ก้าวหน้าขึ้นมาก ส่วนล่างฟานหวินยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง
ซวีเยี่ยเวี่ยรีบไปแจ้งข่าวหานป๋อ ตอนแรกหานป๋อยังนึกว่าโดนอำ พอรู้ว่าเรื่องจริง ก้อรีบร้อนไปช่วยซวีเย่ออู๋ทันที กระเป๋าไม่ต้องเก็บกันล่ะ





หานป๋อไปถึงทันเวลา แต่ยังทำงอนไม่ยอมเป็นฝ่ายพูอกับบิดาก่อน เมื่อพวกโจรตามมาก้อเจอกับดักของซวีเย่ออู๋จนต้องล่าถอยไป หานป๋อเริ่มทึ่งในความเก่งกาจของเค้า




ซวีเย่ออู๋สั่งหานป๋อให้พาทหารบาดเจ็บหลบหนีไปก่อน เค้าจะคอยถ่วงเวลาศัตรูไว้ให้ แม้หานป๋อไม่เต็มใจก้อต้องทำตามคำสั่ง



หานป๋อพาทหารออกมาจากป่าได้สำเร็จ กองทัพใหญ่ยังมาไม่ถึง เค้ากับเจ้าเอี้ยนอ๋องจึงย้อนกลับไปเพื่อช่วยซวีเย่ออู๋ ทั้งคู่ตามร่องรอยการต่อสู้ไป




หลี่เช่อเม่ยพบซวีเย่ออู๋ก่อน แต่กลับไม่ลงมือ ปล่อยให้หานป๋อช่วยซวีเย่ออู๋ไป




ไม่ต้องแปลกใจ หลี่เช่อเม่ยไม่ได้ใจดีขนาดนั้น คนสั่งปล่อยนะ พี่สิงเลี่ย เฮียแกใจอ่อนกะน้องป๋ออีกแล้วครับทั่น



ผังปานไม่พอใจที่พี่สิงเลี่ยทำอะไรไม่เด็ดขาด อยากใหญ่มันต้องโหต เข้าใจป่าว

ผังปาน: วันนี้ ท่านไม่ฆ่าซวีเย่ออู๋ วันหน้าเค้าต้องเป็นภัยต่อเราแน่นอน
ฟงสิงเลี่ย: ข้าไม่เห็นว่าเราจำเป็นต้องฆ่าซวีเย่ออู๋
ผังปาน: ท่านใจอ่อนเพราะหานป๋อน่ะสิ
ฟงสิงเลี่ย: ใช่ แล้วไง ไม่ต้องห่วงหรอก ข้ารู้อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
ผังปาน: ท่านมีเพื่อนชาวฮั่นมากไปซะแล้ว พวกเค้าจะเป็นตัวถ่วงท่าน
ท่านต้องจำไว้ จูหยวนจางต้องตาย ใครที่ช่วยจูหยวนจางก็ต้องตาย ถ้าจำเป็นเพื่อนชาวฮั่นของท่านก็ต้องตายด้วย
ฟงสิงเลี่ย: ผังปาน ท่านเปลี่ยนไป
ผังปาน: ใช่ ข้าเปลี่ยนไป คนดีมักตายอนาถ อำนาจสิจริงแท้ ใครขวางทางข้าต้องตาย





ซวีเย่ออู่กลับถึงจวนอย่างปลอดภัย ซวีเย่ออู๋รู้สึกผิดต่อประชาชนและฮ่องเต้ ที่เค้าไม่สามารถปราบกองทัพเงาได้




หานป๋อโล่งใจที่บิดาไม่เป็นอะไร เค้าเปิดโอกาสให้เจ้าเอี้ยนอ๋องกับเยี่ยเวี่ย ตัวเองขอไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ชวนป๋วยปีแป่กอ ตราลูกกตัญูญูก่อน



ซวีเยี่ยเวี่ย: ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านเลย
เจ้าเอี้ยนอ๋อง: ขอบคุณข้าทำไม ท่านนายพลซวีไม่เพียงเป็นสหายข้า ยังเป็นอาจารย์ของข้าด้วย
นี่นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้าย พ่อเจ้ากับพี่เจ้าจะได้คืนดีกันซักที




ซวีเย่ออู๋: ป๋อพ่อขอโทษ พ่อเห็นบ้านเมืองมาก่อนครอบครัว พ่อเป็นสามีและพ่อที่ล้มเหลว
พ่อทำให้แม่เจ้าต้องตาย เจ้าต้องพลัดบ้าน
หานป๋อ: พ่ออย่าพูดอีกเลย ข้าไม่โกรธท่านแล้ว ตอนข้าเข้าไปช่วยท่านในป่า ข้าไม่อยากทิ้งท่านไว้ตามลำพัง แต่ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ข้าจึงเข้าใจความลำบากใจของท่าน สถานการณ์ตอนนั้น ท่านก็คงไม่รู้จะช่วยท่านลุงได้อย่างไร
ที่ท่านแม่ตายเป็นอุบัติเหตุ ข้าไม่ควรโทษท่าน

หานป๋อกับซวีเย่ออู๋เข้าใจกันได้ซะที กลับมาอยู่บ้านเราเถอะนะป๋อนะ






ฮ่องเต้ตัดสินพระทัยให้จูหวินเหวินนำทัพปราบกองทัพเงา
เจ้าเอี้ยนอ๋องเป็นห่วงความปลอดภัยของจูหวินเหวิน

ฮ่องเต้: ตอนแรก เราก็คิดเช่นเจ้า แต่พวกเราคิดผิด หลานชายเราไม่ใช่เด็กอีกแล้ว เค้าโตเป็นผู้ใหญ่

ฮ่องเต้ให้เจ้าเอี้ยนอ๋องดูกลยุทธ์ในการปราบโจรที่จูหวินเหวินเสนอมา
เจ้าเอี้ยนอ๋องยังทึ่งในกลยุทธของเค้า

ฮ่องเต้: ลูกพ่อ เจ้ามีความสามารถ จูหวินเหวินมีพรสวรรค์ เราตัดสินใจให้หวินเหวินทำทัพหลังจากอ่านรายงานฉบับนี้
แต่สนามรบอาจมีเหตุการณ์พลิกผันยากที่จะคาดเดา ข้าจึงอยากให้เจ้านำทัพอีกทัพหนึ่ง เจ้ากับหวินเหวินจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ใครปราบกองทัพเงาได้ก่อน เราจะแต่งตั้งคนนั้นขึ้นเป็นรัชทายาท









 

Create Date : 23 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 20:46:16 น.
Counter : 578 Pageviews.  

เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 27



Lethal Weapon of Love and Passion
เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 27

===SPOILERS===

จากตอนที่แล้ว หานป๋อยอมรับซวีเย่ออู๋เป็นบิดา แต่ไม่ยอมเปลี่ยนกลับไปใช้แซ่ซวี
เพราะมารดาแซ่หาน เค้าจึงอยากใช้แซ่นี้เพื่อรำลึกถึงมารดา ฮ่องเต้จัดเลี้ยงพระราชทานแสดงความยินดีกับทั้งคู่
หานป๋อกับซวีเย่ออู๋ต่างชอบกินตาปลาเหมือนกัน ฮ่องเต้รู้สึกว่าทั้งคู่รสนิยมเหมือนกันเพราะเป็นพ่อลูกกัน
ขณะที่ฮ่องเต้ชอบอาหารรสจืด เจ้าเอี้ยนอ๋องกลับชอบกินเผ็ด ทำให้ฮ่องเต้ยิ่งระแวงเจ้าเอี้ยนอ๋องมากขึ้น สมใจจูหวินเหวิน





ซวีเยี่ยเวี่ยกราบทูลให้ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งรัชทายาท เพื่อความมั่นคงของราชวงศ์



เจ้าเอี้ยนอ๋องพาพี่สิงเลี่ยไปเดท เอ๊ย ไม่ใช่ ไปเที่ยวนอกเมือง
เจ้าเอี้ยนอ๋องเล่าให้ฟงสิงเลี่ยฟังว่า เพิ่งผ่านวันครบรอบวันตายพระมารดา แต่ในวังกลับไม่มีงานใดๆ
ที่ฮ่องเต้ไม่เคยวางพระทัยเค้าอย่างแท้จริง เพราะทรงระแวงว่าเค้าไม่ใช่พระโอรสของพระองค์
เนื่องจากเจ้าเอี้ยนอ๋องคลอดก่อนกำหนด พระมารดาตั้งครรภ์ได้เพียง 7 เดือนเท่านั้น
ฮ่องเต้เข้าใจว่านางท้องกับชายอื่น จึงทรงลงพระอาญาทำให้มารดาเจ้าเอี้ยนอ๋องสิ้นพระชนม์
ดังนั้น ไม่ว่าเจ้าเอี้ยนอ๋องจะทำงานหนักแค่ไหน ทุ่มเทเพื่อราชวงศ์หมิงมากเท่าไหร่ ฮ่องเต้ก้อไม่ทรงโปรดอยู่ดี




คล้อยหลังปุ๊บ พี่สิงเลี่ยก้อรีบเอาเรื่องไปขยายต่อให้ผังปานรู้ทันที ถ้าฮ่องเต้งี่เง่าอย่างนี้ ก้อเข้าทางพี่สิงเลี่ยดิ
หลี่เช่อเม่ยเสนอให้แพร่ข่าวลือนี้ไปให้ทั่วเมือง แต่พี่สิงเลี่ยผู้แสนดีของเราก้อปฏิเสธ

ฟงสิงเลี่ย: ไม่จำเป็น ยังงัย ฮ่องเต้ทรงระแวงเจ้าเอี้ยนอ๋องอยู่แล้ว พวกเราแค่สร้างโอกาสให้กับจูหวินเหวินเท่านั้น เค้าก็มีสิทธิ์ได้เป็นรัชทายาทแน่นอน





พี่สิงเลี่ยส่งกองทัพเงาลอบโจมตีทหารหมิง แถมทิ้งสารเยาะเย้ยไว้อีก



ฮ่องเต้ทรงกริ้วหนัก โปรดให้มีการประชุมขุนนางด่วน
จูหวินเหวินเสนอให้ส่งทหารไปปราบในทันที
เจ้าเอี้ยนอ๋องเกรงว่ากองทัพเงานี้จะมีเบื้องหลัง จึงเสนอให้ส่งสายสืบไปสืบข่าวก่อน
ซวีเย่ออู๋อยากส่งเสริมหานป๋อ จึงให้เค้าได้ออกความคิดเห็นบ้าง
หานป๋อรู้เรื่องอะไรที่ไหน จับแพะชนแกะ เอาวิธีของจูหวินเหวินมารวมกับวิธีของเจ้าเอี้ยนอ๋อง ฮ่องเต้ยังอ่อนพระทัย เวง ไม่รู้ตั้งมันเป็นนายพลปราบมารได้ยังงัย

ซวีเย่ออู๋จึงเสนอแผนโดยอ้างว่าปรึกษากับหานป๋อมาแล้ว ฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้ดำเนินตามแผนของซวีเย่ออู๋ ส่งทหารไปล้อมเขาเอาไว้ แล้วส่งหน่วยลาดตระเวนไปดูลาดเลาข้าศึกก่อนลงมือ






เจ้าเอี้ยนอ๋องอยากให้ซวีเย่ออู๋นำทัพ แต่เค้าอยากส่งเสริมหานป๋อมากกว่า หานป๋อขอเผ่นก่อนโดนเคี่ยวเข็น



หานป๋อยังห่วงใยดูแลพ่อบุญธรรม ทำให้ซวีเย่ออู๋ไม่พอใจ




ซวีเย่ออู๋ไล่พ่อบุญธรรมหานป๋อให้รีบจากไปซะที อย่ากลับมาให้ป๋อเห็นหน้าอีก ไม่ฆ่าทิ้งก้อดีเท่าไหร่แล้ว
ฟั่นเหลียงจี๋เห็นเหตุการณ์เข้า เค้าพยายามขัดขวางไม่ให้หานเทียนเต๋อจากไป แต่พ่อบุญธรรมตัดสินใจทำตามที่ซวีเย่ออู๋สั่ง





ฟ่านเหลียงจี๋รีบพาหานป๋อมาห้ามพ่อบุญธรรม




หานป๋อรั้งพ่อบุญธรรมเอาไว้ เป็นเหตุให้ทะเลาะกับซวีเย่ออู๋ยกใหญ่

ซวีเย่ออู๋: เจ้าบ้าแล้วหรืองัย มันเป็นฆาตกร เพราะมัน แม่เจ้าถึงตายนะ
หานป๋อ: นั่นเป็นอุบัติเหตุ แล้วข้าก็อภัยให้เค้าแล้วด้วย
ซวีเย่ออู๋: แต่ข้าไม่ ข้าไม่ฆ่ามันก็ดีถมแล้ว
หานป๋อ: ท่านพ่อ พ่อบุญธรรมตัวคนเดียว ท่านจะขับไล่ไสส่งเค้าไปไหน เค้าเลี้ยงข้ามาตั้งแต่เด็ก
ท่านได้ลูกชายคืนมา แล้วพ่อบุญธรรมล่ะ เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างสิครับ
ซวีเย่ออู๋: เจ้ายังเรียกมันเป็นพ่อบุญธรรมอยู่อีก
หานป๋อ: เค้าเลี้ยงข้ามา 18 ปี ตลอดมานี้ เค้ากลับตัวกลับใจแล้ว
ซวีเย่ออู๋: เค้าเลี้ยงเจ้ามา เค้าเป็นพ่อบุญธรรมเจ้า เจ้าอยากปกป้องเค้า แล้วข้าล่ะ ข้าเป็นอะไร
หานป๋อ: ไม่ว่ายังไง ข้าจะไม่ให้พ่อบุญธรรมจากไป





ซวีเย่ออู๋น้อยใจที่หานป๋อเห็นพ่อบุญธรรมดีกว่าพ่อแท้ๆ จึงดื่มเหล้าจนเมามาย



เยี่ยเวี่ยพยายามเกลี้ยกล่อมหานป๋อให้เห็นใจพ่อมั่ง

ซวีเยี่ยเวี่ย: พี่ ข้ารู้ว่าพี่กตัญญูต่อพ่อบุญธรรม แต่พี่เคยเห็นใจพ่อบ้างมั้ย
พี่อาจจะคิดว่าพ่อใจร้ายกับพ่อบุญธรรมของพี่ พี่ลองถามใครๆ ดู เค้าจะบอกว่าพ่อทำถูกแล้ว
หานป๋อ: ข้าไม่เคยบอกว่าพ่อทำผิด แต่สิ่งที่พ่อบุญธรรมทำไปนั้น ท่านก็ไม่ได้ตั้งใจ
แถมท่านยังร่างกายอ่อนแอ กลางคืนก็นอนไม่หลับ
ซวีเยี่ยเวี่ย: พี่ห่วงแต่พ่อบุญธรรม ไม่เคยห่วงใยความรู้สึกของพ่อเราบ้างเลย
ทำไมพี่ไม่พูดขอร้องพ่อดีๆ พ่ออาจจะเปลี่ยนใจก็ได้
หานป๋อ: พ่อดื้อจะตาย เจ้าก็รู้
ซวีเยี่ยเวี่ย: พี่สิดื้อ พ่อรักและแคร์ความรู้สึกพี่มากนะ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้ท่านลุงหานคงถูกส่งไปจองจำแล้ว แต่นี่พ่อยอมให้ท่านลุงอยู่รักษาตัว
พี่ยังจำเรื่องแม่นมของข้าได้มั้ย ข้าร้องไห้สามวันสามคืน พ่อยังไม่ยอมใจอ่อน
พี่สิพูดคำเดียวพ่อก็ยอมแล้ว พ่อรักพี่ขนาดไหน กว่าพวกท่านจะได้พบกันแสนยาก ทำไมพี่ไม่ถนอมมันเอาไว้






ซวีเย่ออู๋เมาหลับไปโดยลืมเก็บจดหมายสำคัญของฮูหยิน หานป๋อได้อ่านจดหมายจึงรู้ว่าแม่ของเค้าหนีซวีเย่ออู๋ไปเพราะเค้าทรยศเสี่ยวหมิงอ๋องเจ้านายเก่า



ซวีเย่ออู๋เพิ่งตัดสินใจให้หานเทียนเต๋ออยู่ที่จวนต่อ ก้อเจอปัญหาใหญ่จากลูกชายลูกสาว
หานป๋อ: ที่แท้ท่านต่างหากที่เป็นฆาตกร ท่านแม่ต้องตายเพราะท่าน ท่านเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่เขยตัวเอง เพื่อช่วยจูหยวนจางขึ้นเป็นฮ่องเต้
ซวีเยี่ยเวี่ย: พ่อ บอกข้าสิว่าท่านไม่ได้ทำ
ซวีเย่ออู๋: ใช่ข้าทำ แต่ข้าไม่ได้ทำเพื่อลาภยศชื่อเสียง ข้าทำเพื่อประเทศชาติ
หานป๋อ: แต่คนที่ท่านฆ่า คือ พี่ชายของท่านแม่ ลุงแท้ๆ ของพวกเรา
ซวีเย่ออู๋: ข้าจำต้องทำเพื่อประชาชน หากให้ข้าเลือกอีก ข้าก็จะทำเช่นเดิม
เจ้าจะด่าข้า หรือเกลียดชังข้าก็ได้ ศักดิ์ศรีของข้าไม่สำคัญเท่าบ้านเมือง
หานป๋อ: พ่อบุญธรรมทำผิด ท่านยังสำนึก แต่ดูท่านสิ ยังวางมาดเป็นผู้ทรงคุณธรรม มิน่าท่านแม่ถึงได้เกลียดท่านนัก ท่านทำให้ครอบครัวเราต้องแตกแยก ท่านไม่คู่ควรเป็นพ่อข้า






หานป๋อรับไม่ได้ จึงเก็บของออกจากจวนโดยไม่ฟังคำทัดทานของซวีเยี่ยเวี่ย
ซวีเยี่ยเวี่ย: พี่ให้อภัยพ่อบุญธรรมได้ ทำไมไม่ยอมให้อภัยพ่อ
หานป๋อ: เจ้าดูเค้าสิ เค้าสำนึกผิดที่ไหน แล้วจะให้ข้าให้อภัยเค้าได้อย่างไร
ถ้าเจ้าอยากอยู่ที่นี่ข้าก็ไม่ว่า ไม่เช่นนั้นก็ตามข้าไป





หานป๋อตัดสินใจเดินทางไปหาอาจารย์ที่พรรคมังกรพิโรธ ซวีเยี่ยเวี่ยไม่อยากตามหานป๋อไป แต่นางก้อไม่อยากเผชิญหน้ากับบิดา จึงขอไปพักที่จวนเจ้าเอี้ยนอ๋อง

เจ้าเอี้ยนอ๋องหว่านล้อมให้ซวีเยี่ยเวี่ยเห็นใจบิดาบ้าง นางจึงยอมอยู่ที่จวนนายพลต่อ





เมื่อหานป๋อไม่อยู่แล้ว ฟั่นเหลียงจี๋จะอยู่ไปทำไม ไปด้วยดีกว่า



ป่วนหานป๋อพอแล้ว ไปป่วนเมิ่งเหยามั่ง แหม นี่จะมาเป็นกขค. พี่สิงเลี่ยกับเมิ่งเหยาไปถึงไหน
ถ้ารู้ว่าพี่สิงเลี่ยมาแล้ว ก้อไม่เดินทางมาให้เมื่อยร้อก (อ้าว นี่หวังแอบตีท้ายครัวพี่สิงเลี่ยเหรอ)





น้องเมิ่งเหยาให้พี่สิงเลี่ยสืบข่าวผังปาน แล้วจะสืบเจอมั้ยชาตินี้เนี่ย
เมิ่งเหยายังคงติดใจสงสัยว่าเบื้องหลังผังปานจะมีบุคคลลึกลับที่นางเคยประมือด้วย





เมิ่งเหยามั่นใจว่าหากนางได้ประมือกับเค้าอีกหนจะต้องจำได้แน่

ฟ่านเหลียงจี๋: จะใช่หลี่เช่อเม่ยมั้ย
ฉินเมิ่งเหยา: ไม่ใช่แน่ คนๆ นี้ชาญฉลาดนัก เค้าสับเปลี่ยนกระดูกฟูบีเลี่ย และทวนคู่กายไปโดยไร้ร่องรอย คงไม่ใช่แค่ลูกสมุนธรรมดา
ฟ่านเหลียงจี๋: แต่ถ้าพวกมองโกลได้ของกลับไปจริง ทำไมไม่เห็นมีข่าวคราวออกมาเลย
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าถึงว่าเค้าฉลาดงัยล่ะ เค้าต้องมีแผนการโค่นล้มราชวงศ์หมิงแน่ๆ
ฟงสิงเลี่ย: ทำไมพวกเจ้าชอบคิดว่ามองโกลอยากจะล้มล้างราชวงศ์หมิง พวกเจ้าอาจจะคิดมากกันไปเองก็ได้





นานๆ เจอกันที คุยแต่เรื่องเครียดๆ ไปเดินเล่นจู๋จี๋กันมั่งเหอะ
สบตาหวานซึ้งสยบกระแส Y หน่อยเร้ว





ฟงสิงเลี่ย: มีข่าวจากกองทัพเงาหรือไม่
ผังปาน: กองทัพจูหยวนจางเดินทางถึงตีนเขาแล้ว อาจบุกเข้าป่าได้ทุกเมื่อ
ท่านควรจะอยู่ในเมืองหลวง ไม่ควรเดินทางไปไหน เดี๋ยวจะไขว้เขวซะเปล่าๆ
ฟงสิงเลี่ย: ไม่มีอะไรมีผลกระทบต่อการฟื้นฟูประเทศของข้าได้ แม้กระทั่งความรัก
ผังปาน: ท่านพูดเช่นนี้ก็ดีแล้ว แต่ข้ายังเกรงว่ามีบางเรื่องที่ท่านไม่อาจควบคุมได้
ข้าเชื่อว่าท่านคงไม่อยากให้ปิงหวินเสียสละโดยเปล่าประโยชน์
ฟงสิงเลี่ย: อย่าห่วงเลย ข้าเป็นทายาทราชวงศ์หยวน ปิงหวินเป็นสหายคนสำคัญของข้า ข้าจะไม่ทำให้นางผิดหวัง




กองทัพเงาสามารถจัดการทหารหมิงได้อย่างราบคาบ







 

Create Date : 20 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 20:38:57 น.
Counter : 1390 Pageviews.  

เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 26



Lethal Weapon of Love and Passion
เทพมารสะท้านภพ ตอนที่ 26

===SPOILERS===

จากตอนที่แล้ว พ่อบุญธรรมหานป๋อเกรงว่าซวีเย่ออู๋จะสังหารหานป๋อ จึงยอมเปิดเผยความจริงว่า หานป๋อเป็นลูกชายของซวีเย่ออู๋
หานเทียนเต๋อสารภาพว่าเมื่อ 18 ปีก่อน (ห๊ะ พี่สิงเลี่ยสามสิบกว่า หานป๋อยี่สิบแปด โอ้ว คนเขียนบทช่างกลั่นแกล้งฟงฟงซะจริงๆ) ด้วยความยากจน จึงเป็นโจรปล้นเขากิน




ตอนนั้น หานเทียนเต๋อไม่รู้ว่านางเป็นใคร ระหว่างแย่งชิงหยก ได้พลั้งมือทำร้ายนาง ซ้ำย้งทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นอีกด้วย




ตอนจะหนี เค้าถูกหานป๋อกัด จนทำหยกหล่น วันนั้นลมแรง ไฟไหม้หมู่บ้านวอดวายหมด มีคนตายมากมาย เค้าละอายจนไม่กล้ากลับไปที่หมู่บ้าน
หานเทียนเต๋อได้สาบานจะเลิกเป็นโจร เมื่อได้พบกับหานป๋อที่รอดออกมาได้ เค้าจึงรับเลี้ยงหานป๋อ เพื่อชดเชยความผิด





ก้อหยกอันนี้แหละ งานนี้มีอึ้งสิ




หานป๋อเสียใจที่หลงนับถือคนที่ฆ่าแม่ตัวเอง แถมคนรักก้อกลายมาเป็นน้องสาว ถึงกับวีนแตก




ต่างคนต่างเสียใจ เป็นใครก้อคงรับไม่ได้ ทำไมเราต้องมาเป็นพี่น้องกันด้วย





หานป๋อต้องการเวลาทำใจ เค้ายังไม่สามารถเรียกซวีเย่ออู๋เป็นพ่อได้




เยี่ยเวี่ยออกไปขี่ม้าเพื่อสงบอารมณ์ เจ้าเอี้ยนอ๋องเป็นห่วงนางจึงตามไป เมื่อได้ร้องไห้ออกมาบ้าง นางก้อสบายใจขึ้น

ซวีเยี่ยเวี่ย: กว่าเราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันมันช่างยากนัก ทำไมถึงเพิ่งมาบอกว่าเราเป็นพี่น้องกัน
เจ้าเอี้ยนอ๋อง: ข้านี่ใช้การไม่ได้เลย ตอนข้าไม่มีความสุข เจ้าจะอยู่เคียงข้างทำให้ข้ามีความสุข
ตอนนี้เจ้ามีความทุกข์ ข้ากลับช่วยอะไรไม่ได้
ถึงเจ้ากับอาป๋อไม่ได้เป็นสามีภรรยา แต่ก็ยังได้เป็นพี่น้องกัน (อือม มันดียังงัยหว่า)
ซวีเยี่ยเวี่ย: ข้าอยากมีพี่ชายมาตลอด ตอนนี้ก้อได้มีแล้วนี่





เยี่ยเวี่ยตกม้าขาเจ็บ เจ้าเอี้ยนอ๋องจึงให้นางขี่หลังกลับจวน ขอชมว่าเจ้าเอี้ยนอ๋อง นายแน่มาก แบกตั้งแต่ในป่า เข้าเมือง ฝนตกก้อไม่หวั่น กว่าจะถึงจวนก้อเช้าพอดี



หานป๋อจะหึงก้อไม่ได้ จะหวงก้อใช่ที่ ยังงัยก้อเป็นน้องสาวตัวเอง

หานป๋อ: นางไม่เป็นไรใช่มั้ย
เจ้าเอี้ยนอ๋อง: เจ้าเองก็อย่าคิดมาก





เยี่ยเวี่ยแกล้งทำเป็นหลับเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเค้า




จูหวินเหวินเริ่มมองเห็นคุณค่าของฟงสิงเลี่ย ที่ช่วยให้เค้าได้หน้าต่อหน้าฮ่องเต้ หูอุ้ยหยงแนะนำให้จูหวินเหวินรับฟงสิงเลี่ยไว้ข้างกาย เพื่อสู้กับเจ้าเอี้ยนอ๋อง จูหวินเหวินตกลง



หูอุ้ยหยงนำฟงสิงเลี่ยเข้าเฝ้าจูหวินเหวิน

ฟงสิงเลี่ย: ข้าต้องการคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือ เจ้าเอี้ยนอ๋องนับเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ ข้าอยากจะแข่งกับเค้า ดูซิว่าใครเหนือกว่า
แต่ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเอี้ยนอ๋องรู้ตัว ข้าจะไม่เผชิญหน้ากับเค้าโดยตรง ข้าอยากให้ท่านเก็บเป็นความลับ อย่าให้ใครรู้ความสัมพันธ์ของพวกเรา




ฟงสิงเลี่ยเป็นห่วงฉินเมิ่งเหยาที่หมกมุ่นกับการแก้แค้น จนลืมกินข้าวกินปลา อุตส่าห์ยกมาให้ยังไม่เห็นความดีอีก ฮึ เห็นพี่สงเลี่ยเราเป็นเด็กเสิร์ฟไปได้
ฉินเมิ่งเหยา: พลังยุทธ์ข้าสู้ผังปานไม่ได้ ต่อให้พบเค้าแล้วไง จะแก้แค้นให้อาจารย์ได้หรือ ข้าไม่มีเวลาจะไปไหนกับท่านทั้งนั้น ข้าจะต้องเร่งฝีกยุทธ์ เข้าใจมั้ย
ฟงสิงเลี่ย: ฝึกยุทธ์จะใจร้อนไม่ได้ อีกอย่างการฝึกยุทธ์จิตใจจะต้องผ่องใส เจ้าร้อนรนเช่นนี้ จะสำเร็จได้อย่างไร หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้าอาจโดนธาตุไฟเข้าแทรกได้
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าขอโทษ ข้าอารมณ์ไม่ดีไปหน่อย ไม่ควรไปลงที่พี่เลย
ฟงสิงเลี่ย: ข้าไม่ถือหรอก หากลงที่ข้าแล้วทำให้เจ้าสบายใจขึ้น






จิ้นปิงหวินรู้สึกผิดที่พลั้งมือฆ่าอาจารย์ ขนาดอยู่กับผังปานนางยังเหม่อลอย จนผังปานรู้สึกได้
ผังปาน: ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจที่อาจารย์จากไป แต่สิ่งที่เราควรทำ คือ พิสูจน์ให้นางเห็นว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด
จิ้นปิงหวิน: ข้าเข้าใจ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะไม่ยอมแพ้





ผังปาน: ทำไมวันนี้ เจ้าให้อาหารนกมากเป็นพิเศษ
จิ้นปิงหวิน: พวกมันเป็นเด็กดี ข้าจึงอยากให้รางวัล
ผังปาน: นี่ก้อกินไปได้หลายวันแล้ว
จิ้นปิงหวิน: ข้าไม่ค่อยได้ให้อาหารพวกมันบ่อยๆ ตั้งแต่เริ่มติดตามท่าน ข้าก็เริ่มเลี้ยงมัน พวกมันฉลาด รู้ว่าเมื่อไหร่ข้ามีความสุข วันนี้ข้ามีความสุขมาก ข้าอยากทำอาหารให้ท่านกิน ท่านอยากกินอาหารจีน หรือมองโกลล่ะ
ผังปาน: เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่เรื่องมาก

ช่างตรงข้ามกับคู่พี่สิงเลี่ย+เมิ่งเหยาซะเหลือเกิน เมิ่งเหยาไม่คิดจะเข้าครัวบ้างเลยเหรอเนี่ย
ชักจะเห็นอนาคตพี่สิงเลี่ยอึมครึมยังงัยไม่รู้






ปิงหวินแอบหนีผังปานไปเยี่ยมหลุมฝังศพอาจารย์



ปิงหวินแวะไปสถานที่ที่นางเคยฝึกซ้อมยุทธ์กับอาจารย์
เอี๋ยนจิ้งอัน: เจ้ารู้มั้ยว่า เหตุใดอาจารย์จึงชื่อจิ้งอัน เพราะข้าชอบความสงบร่มเย็น
ข้าหวังให้โลกมีแต่ความสุขสงบ (ก้อไปประกวดนางงามดิ แหม พูดยังกะนางงามเก่า)





ศิษย์พี่ศิษย์น้องต้องมาเผชิญหน้ากัน

ฉินเมิ่งเหยา: ถ้ายังเห็นข้าเป็นศิษย์น้อง ตอบข้ามาตามตรง ใครเป็นคนฆ่าอาจารย์ ผังปานหรือว่าท่านกันแน่
จิ้นปิงหวิน: สมัยก่อนตอนเราฝึกยุทธ์ ข้าประมาทเพราะเห็นว่าตัวเองเป็นศิษย์พี่ เจ้าจึงเกือบเอาชนะข้าได้ แต่ตอนนั้น เจ้าเกรงว่าข้าจะเสียใจ กลับทำเป็นหกล้มยอมแพ้ให้ข้า





จิ้นปิงหวิน: อาจารย์ไม่เพียงเป็นอาจารย์ ยังเหมือนแม่ของพวกเราด้วย
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าไม่อยากฟัง ข้าอยากรู้แค่ว่าเจ้าฆ่าอาจารย์ใช่หรือไม่
จิ้นปิงหวิน: ข้าฆ่าอาจารย์เอง ข้าฆ่าคนที่ข้ารักและเคารพที่สุด เจ้าฆ่าข้าเถอะ
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าสาบานไว้ว่าจะล้างแค้นแทนอาจารย์





ฉินเมิ่งเหยาคิดจะฆ่านางล้างแค้นให้อาจารย์ แต่สุดท้ายนางก้อทำไม่ลง
ปิงหวินกลับทนความรู้สึกผิดต่อไปไม่ได้ นางฆ่าตัวตายเอง





ผังปานมาไม่ทันการณ์
จิ้นปิงหวิน: ข้าขอโทษ
ผังปาน: เจ้าไม่ได้อะไรผิด
จิ้นปิงหวิน: ข้าอยากให้ท่านก่อการสำเร็จ แต่ข้าอ่อนแอเกินไป ข้าช่วยท่านไม่ได้อีกแล้ว
ผังปาน: อย่าพูดเช่นนั้น เจ้าช่วยข้ามามาก ไม่มีใครแทนที่เจ้าในใจข้าได้





ผังปานสวมรองเท้าปักให้แก่นาง
ผังปาน: ข้าเคยบอกตัวเองว่า ข้าหวังว่าวันหนึ่งจะได้สวมรองเท้าคู่นี้ให้เจ้า
จิ้นปิงหวิน: ในที่สุดวันนี้ก้อมาถึง
ผังปาน: ทำไม ทำไมข้าไม่บอกเจ้าให้เร็วกว่านี้
จิ้นปิงหวิน: จริงๆ ข้ารู้มานานแล้ว






เมิ่งเหยาเองก้อเสียใจ

ฉินเมิ่งเหยา: ข้าแก้แค้นแทนอาจารย์ได้แล้ว ข้าควรจะดีใจ ทำไมข้าจึงรู้สึกเจ็บปวด
ฟงสิงเลี่ย: เจ้าอย่าคิดมากอีกเลย
ฉินเมิ่งเหยา: ข้าก็ไม่อยากคิดมาก แต่อาจารย์กับศิษย์พี่เป็นคนที่สนิทกับข้ามากที่สุด ตอนนี้ทั้งคู่มาจากข้าไป ข้าเสียใจจริงๆ

ดูมาตั้งนาน พี่สิงเลี่ยเพิ่งได้กอดน้องเมิ่งเหยาเต็มๆ ก้อคราวเนี้ย





ตัดกลับมาที่หานป๋อมั่ง ซวีเย่ออู๋จะส่งพ่อบุญธรรมหานป๋อให้กับทางการ ตอนแรกหานป๋อก้อไม่อยากจะสนใจ แต่ฟั่นเหลียงจี๋ทำให้เค้าคิดได้

ฟั่นเหลียงจี๋: ยังงัยเค้าก็เลี้ยงเจ้ามาจนโต
หานป๋อ: ท่านอย่ามากล่อมข้าเลย ข้าเปล่านะ ทำไมข้าต้องกล่อมเจ้าด้วย เค้าไม่ใช่พ่อบุญธรรมข้าซะหน่อย เค้าเลี้ยงเจ้า ไม่ได้เลี้ยงข้า
ที่จริงติดคุกบ้างก็ดี เค้าจะได้สบายใจ ทนทุกข์มาตั้ง 18 ปี แต่ก้อสมควรแล้วล่ะ ทำให้คนตายตั้งมากมาย สมควรต้องโดนประหาร
อยากจะทำตูดไก่ ต้มยาแก้ไอให้เจ้า ไว้ทำชาติหน้าแล้วกัน โอ๊ย ข้าพูดมาตั้งมากมาย เจ้าอย่าใจอ่อนล่ะ





หานป๋อขอร้องซวีเย่ออู๋กับเจ้าเอี้ยนอ๋องให้ปล่อยตัวพ่อบุญธรรมไป ซวีเย่ออู๋ดีใจที่หานป๋อยอมเรียกพ่อ จึงไม่เอาเรื่อง
ส่วนเจ้าเอี้ยนอ๋องเห็นว่าหานเทียนเต๋อกลับตัวกลับใจแล้ว จึงยอมทำเป็นไม่เคยได้ยินเรื่องนี้






พ่อบุญธรรมล้มป่วย หานป๋ออดใจอ่อนไม่ได้ อยู่รักษาตัวให้หายก่อนไปเถอะ
ซวีเย่ออู๋เห็นแก่หานป๋อจึงยอมให้เค้าอยู่รักษาตัว 2 วัน





หานป๋อทำพิธีไหว้บรรพบุรุษเพื่อกลับเข้าตระกูล



ซวีเย่ออู๋ให้หานป๋อเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นซวีเย่อหลาง ฟั่นเหลียงจี๋ท้วงว่าชื่อหานป๋อเป็นชื่อพระราชทาน ซวีเย่ออู๋จึงเตรียมถวายรายงานให้ฮ่องเต้ทราบ
เยี่ยเวี่ยยอมเรียกหานป๋อเป็นพี่ชาย





ปากก้อรับ แต่ยังทำใจไม่ได้







 

Create Date : 17 มีนาคม 2549    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 20:37:42 น.
Counter : 954 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.