Group Blog
 
All Blogs
 

The Drive of Life 15







จากตอนที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุบนถนน ทำให้การจราจรหยุดชะงัก
หว่าเจิ้นปังลงทุนขี่จักรยานออกไปดู โชคดีนะเนี่ยที่จุดเกิดอุบัติเหตุอยู่ไม่ไกล
ไม่งั้นน่องโป่งแน่เจิ้นปัง

คู่กรณีเอาแต่ถกเถียงกัน ไม่มีใครยอมเลื่อนรถ
ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไห รถขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์คงไม่สามารถไปถึงโรงงานทันกำหนด
แผนการปรับปรุงระบบการผลิตของเจิ้นปัง ก็จะถูกระงับ





อีกแค่ 15 นาที ชิ้นส่วนสำรองก็จะหมด
คุณตาไม่คิดจะรอให้ถึงเวลา ก็สั่งให้เปิดโกดังซะแล้ว




แต่ช้าก่อนค่ะคุณตา หว่าเจิ้นปังนำรถขนสินค้ามาถึงอย่างเฉียดฉิว
หว่าหมั่นหงดีใจที่เจิ้นปังทำสำเร็จ
ไม่เห็นจะยากเลย แค่จ่ายเงินให้กับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ก็สิ้นเรื่อง
ทุกปัญหาแก้ไขได้ หว่าหมั่นหงอนุมัติให้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการดำเนินการผลิต
คุณตายังคงคัดค้าน วันนี้ก็แค่โชคดีแหละว้า
ถ้าจะทดสอบระบบไม่สต๊อกสินค้าว่าได้ผลจริงหรือเปล่า ต้องซักเดือนนึงถึงจะรู้
อ้าว อ้าว คุณตา ไม่รักษาคำพูดซะงัน





หว่าเจิ้นปัง: คุณตาครับ ผมนึกว่าเรื่องในโรงงาน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดการซะอีก
(เป็นไงโดนเด็กถอนหงอกเลย)
คุณตา: (อึ้งค่ะ อึ้ง)
หว่าเจิ้นหมั่น: ช่างเถอะครับ ตา เราตกลงกันไว้ยังไง ก็ต้องทำตามนั้น




จันโปสารภาพกับหว่าเจิ้นหมั่น ว่าเขาเป็นคนจัดฉากเรื่องอุบัติเหตุ
หว่าเจิ้นหมั่นตกใจมาก เขาไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน ไม่รู้เลยว่าทั้งหมดอยู่ในสายตาของหว่าหมั่นหง






ความลับไม่มีในโลก อึ้งจี้เหม็งรู้เรื่องนี้เข้า และมาบอกกับเจิ้นปัง



เมื่อถูกหว่าหมั่นหงคาดคั้น หว่าเจิ้นหมั่นกลัวจันโปจะโดนไล่ออก
จึงรับสมอ้างว่าเป็นคนต้นคิด จันโปจึงรอดตัวไป




หว่าหมั่นหงไม่พอใจ ถ้าทำตัวอย่างนี้ อย่าทำงานที่โรงงานต่อไปเลย
คุณตายังเข้าข้างหลานชาย ถึงจะทำผิด แต่ก็ทำไปด้วยเจตนาดี

หว่าเจิ้นปัง: เจตนาดีเหรอครับ แล้วมันดีกับโรงงานยังไง
หว่าเจิ้นหมั่น: ฉันจัดฉากนายแล้วไง ขืนหนนี้นายทำสำเร็จ
นายมีหวังกร่างกว่าเดิม แล้วนายก็จะยิ่งเล่นหนักข้อเข้าไปอีก
นายจะเอาโรงงานพวกเราเป็นเดิมพัน เหมือนที่นายเคยทำมาแล้ว
หว่าเจิ้นปัง: แล้วที่นายทำมันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ
หว่าเจิ้นหมั่น: ฉันยอมเป็นคนเห็นแก่ตัว ดีกว่าปล่อยให้นายมาทำลายบริษัท
นายทำโรงงานของลุงใหญ่เจ๊งไปแล้ว ยังคิดจะมาทำลายที่นี่อีกแห่งหรือไง
ตราบใดฉันยังอยู่ ฉันจะไม่ยอมให้นายป่วนโรงงานเราได้




คุณตาอยากให้หว่าหมั่นหงให้โอกาสเจิ้นหมั่นได้แก้ตัว
โรงงานมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น ก็ต้องการขายได้มากขึ้น
หว่าเจิ้นปังเห็นด้วย เดือนหน้าโรงงานจะผลิตรถได้มากขึ้นอีก 500 คัน ถ้าแน่จริงก็หาออเดอร์มาให้ครบสิ
หว่าเจิ้นหมั่นรับคำท้า ถ้าทำไม่สำเร็จจะลาออกเอง





จันโปไม่สบายใจที่หว่าเจิ้นหมั่นรับผิดแทนตัวเอง
โอ๊ย เรื่องจิ๊บๆ ถ้าโดนไล่ออก อย่างมากก็กลับไปขายแชมพู
คราวหน้าอย่าทำอย่างนี้อีกแล้วกัน จะเอาชนะคู่แข่ง ต้องชนะอย่างมีเกียรติสิ




หว่าเจิ้นหมั่นพยายามเอาใจพ่อ แต่หว่าหมั่นหงยังโกรธอยู่จึงเย็นชาใส่
โชคดี (รึเปล่า) ที่คุณยายเจอหนูในครัว
คุณตา หมั่นหง และเจิ้นหมั่น ช่วยกับจับหนู พ่อลูกจึงคืนดีกันได้





หว่าหมั่นหงพาเจิ้นปังไปลองกินอาหารเช้าแบบปังกิ่งแท้ๆ

หว่าหมั่นหง: อาหารปักกิ่งกับฮ่องกงมีรสชาติที่แตกต่างกัน
เหมือนหลานกับเจิ้นหมั่น ที่เติบโตมาต่างที่กัน ย่อมมีวิธีการรับมือแตกต่างกัน
หว่าเจิ้นปัง: อารองครับ ผมเข้าใจ ผมไม่โกรธเจิ้นหมั่นหรอก
ไม่ใช่ว่าเพราะเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องผมนะ แต่ผมยังสงสัย
ปกติ เจิ้นหมั่นมักพูดเรื่องทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์
หว่าหมั่นหง: อาก็คิดเหมือนกัน แต่เมื่อเจิ้นหมั่นยอมรับผิดเอง
เขาก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้น ครั้งนี้อาจจะเป้นบทเรียนที่ดีสำหรับเจิ้นหมั่นก็ได้
หว่าเจิ้นปัง: พูดไปแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ
มันทำให้ผมต้องทบทวนเรื่องระบบเสียใหม่ อย่างน้อยต้องมีของสำรองไว้บางส่วน
เพื่อไม่ให้สายงานต้องหยุดผลิต และผมจะหาซัพพลายเออร์ที่อยู่ในละแวก 20 กม.
หว่าหมั่นหง: พูดอย่างนี้ เราคงต้องให้รางวัลเจิ้นหมั่นแทนล่ะสิ




หวิงปิ้วนัดพบปีเตอร์ลูกค้าเก่า บังเอิญเจอกับวิล
ลูกค้าเก่าคนนี้เป็นเพื่อนของวิลตั้งแต่อยู่เมืองนอก
จึงได้รู้ความลับของวิลว่าเขาแต่งงานแล้ว




พูดถึงเมีย เมียก็มา แหม อะไรมันจะประจวบเหมาะปานนั้น
Po Wai เลิกกับชู้แล้ว เธอตั้งใจจะกลับมาขอคืนดีกับวิล





หวิงปิ้วไม่กล้าบอกความจริงให้หว่าชิงหยูรู้ เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ
แต่ก็แอบแย็บๆ ไปว่า ถ้าวิลมีอะไรปิดบังไม่บอกให้ชิงหยูรู้ เธอจะว่ายังไง
ชิงหยูยืนยันว่า ถ้าวิลไม่พูด เธอก็ไม่อยากรู้ แหม อะไรจะรักกันปานนั้น





อารัยยะ ผ่านไปตั้งสองปีแล้ว เพิ่งจะนึกได้หรือไง ว่ายังรักสามีอยู่
คิดถึงจน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่เป็นอันทำงานเนี่ยนะ สตรอเบอรี่มากหล่อน
วิลปฏิเสธที่จะคืนดีด้วย เรื่องมันผ่านไปแล้ว เขาก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย
Po-wai ขอค้างที่บ้าน เพราะไม่ได้จองโรงแรมไว้ วิลก็จำยอม
เด๋วจะหาว่าใจดำ เขาอ้างว่าจะออกไปซื้อของจำเป็น
Po-wai เห็นรูปวิลที่ถ่ายคู่กับชิงหยู จึงรู้ว่าเธอเป็นแฟนใหม่ของเขา






หว่าชิงหยูกะจะมาเซอร์ไพรส์วิลซะหน่อย ไม่นึกว่าจะได้มาเจอเซอไพรส์ซะเอง



ถึงเวลาเสียใจ นึกถึงใครไม่ออก ก็นึกถึงหวิงปิ้วเนี่ยแหละ



เมื่อได้รู้ว่า Po-wai จะมาทวงสามีคืน ชิงหยูก็ทำอะไรไม่ถูก
แยกทางกันไปตั้งนานแล้วนี่นา
Po-wai ไม่แคร์ เรื่องอย่างนี้ อยู่ที่คนกลางว่าจะตัดสินใจเลือกใคร
หนอย จงใจพูดให้ชิงหยูเข้าใจผิดนี่หว่า




หว่าชิงหยูได้แต่เสียใจ โทรหาวิล ก็ไม่รับสาย ยิ่งทำให้เธอคิดมาก
เฮ้อ หวิงปิ้วก็ได้แต่ให้ยืมไหล่ซับน้ำตาล่ะนะ






หวิงปิ้วมาส่งชิงหยูที่คอนโด วิลมาคอยชิงหยูอยู่แล้ว
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เจอหน้าขอตบทีหนึ่งก่อนเลย ก็อยากไม่บอกทำไมว่าแต่งงานแล้ว
วิลขอโอกาสอธิบาย





5 ปีที่แล้ว วิลได้พบกับ Po-wai เธอเป็นนางแบบอาชีพ
คบกัน 3 เดือนก็แต่งงานกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างงานยุ่ง ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน
จนเมื่อสองปีก่อน วิลจับได้ว่า Po-wai มีอะไรกับเพื่อนสนิทของเขา
หลังจากนั้น Po-wai ก็ทิ้งเขาไป วิลอยากลืมเรื่องในอดีตทั้งหมด จึงไม่ได้พูดถึง

วิล: ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจโกหกคุณ ผมไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวด
ผมจะหย่ากับ Po-wai
หว่าชิงหยู: จริงนะ
วิล: จริงสิ
หว่าชิงหยู: คุณจะสัญญากับชั้นได้มั้ย ว่าคุณจะไม่ปิดบังอะไรชั้นอีก
วิล: แน่นอน





แห้วอีกแระ ตรู



หวิงปิ้วเป็นพระเอกมิวสิกรึเปล่าเนี่ย
ยอมฉันยอมเจ็บปวด ยอมร้าวรวดอุรา ยอมแม้รักจะพาไปเข่นฆ่าเย้ยหยันเล่น
เพลงเก่าโตคร จะมีใครเคยได้ยินมั้ย

เมื่อรู้ว่าชิงหยูต้องรีบกลับบ้านไปต้อนรับอารอง หวิงปิ้วยังอุตส่าห์รับอาสาทำงานแทนอีก




สองพ่อลูกกลับฮ่องกง มาอยู่กับหว่าหมั่นฮอนชั่วคราว



หว่าหมั่นเซ็กตั้งใจปรับปรุงตัวเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับลูกสาว
ไม่เป็นไรค่า เด๋วชิงหลินหางานได้แล้ว จะเลี้ยงพ่อเอง
หว่าหมั่นเซ็กยังพอมีเงินเก็บ ไม่ต้องให้ลูกเป็นกังวล
หว่าหมั่นฮอนเห็นสองพ่อลูกรักใคร่กัน ก็พลอยโล่งอก





หว่าหมั่นเซ็กกินข้าวกับเพื่อนเก่า พวกเขาเสนอให้หมั่นเซ็กลงทุนกับสโมสร
หมั่นเซ็กได้รู้ข่าวว่า Ngai Tin-Hang กำลังจะพัฒนาเขตเมืองเก่า




หว่าชิงหลินไปสมัครงานที่เดียวก็ได้แล้ว เก่งสมเป็นลูกพ่อจริง จริ๊ง
กำลังจะกลับ ชิงหลินนึกขึ้นได้ว่าลืมประวัติการทำงานเอาไว้
เมื่อขึ้นไปเอา จึงพบกว่าแม่เป็นคนใช้เส้นของ Ngai Tin Hang ฝากงานให้






หว่าชิงหลินไม่พอใจที่แม่ทำแบบนี้
หว่องซิ่วฟั่นเข้าใจว่าหว่าหมั่นเซ็กยุยงให้ชิงหลินเกลียดเธอ
ชิงหลินเดินหนีไป เธอไม่อยากเห็นหน้าแม่อีก ทำให้ซิ่วฟั่นเสียใจมาก





Ngai Tin Hang มารับหว่องซิ่วฟั่นพอดี
ทั้ง Tin Hang และหมั่นเซ็กต่างก็เขม่นกันอยู่ ไม่มีใครยอมหลบใคร
Tin Hang เร่งเครื่องพุ่งชนหมั่นเซ็ก จนเขาหลบแทบไม่ทัน
หว่องซิ่วฟั่นกำลังช็อคที่ถูกลูกสาวไล่ จึงไม่ทันห้ามปราม
โชคดีที่หมั่นเซ็กไม่เป็นอะไร






Ngai Tin-hang: ยังไม่หายตกใจหรือไง คุณห่วงเขาหรือผมกันแน่
หว่องซิ่วฟั่น: ชั้นเป็นห่วงแต่ลูกสาวชั้นหรอก แค่นี้แกก็แทบไม่อยากเห็นหน้าชั้นแล้ว
Ngai Tin-hang: ผมเป็นคนแบบนี้แหละ ใครคิดขวางทางผม ผมไม่อ่อนข้อให้หรอก
หว่องซิ่วฟั่น: หว่าหมั่นเซ็กก็แค่เด็กไม่ยอมโต เขาจะเอาอะไรมาสู้กับคุณ
พูดถึงเขาทำไม ให้อารมณ์เสียเปล่าๆ

Ngai Tin-hang เปลี่ยนเรื่องคุย เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น
เขาจะพัฒนาย่านเก่าให้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร
โดยเอาชื่อของซิ่วฟั่นมาตั้งเป็น Fannyland





โรงงานกำลังค่อยๆ เปลี่ยนมาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการผลิต
หว่าเจิ้นปังคิดจะปั้นคนงานที่มีศักยภาพขึ้นมาเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อจะตั้งแผนกใหม่ หลี่ซินซินก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับเลือก





หลี่ซินซินไม่แน่ใจว่าเธอจะทำไหว เรียนไม่จบวิทยาลัยด้วยซ้ำ

หว่าเจิ้นปัง: ถ้าเธอมีความตั้งใจจริง ต้องทำได้แน่
เกิดเป็นคนต้องไม่หยุดเรียนรู้ เราต้องเติมคุณค่าให้ตัวเอง
มั่นใจหน่อย คุณทำได้แน่





ดูดิ๊ หว่าเจิ้นปังอุตส่าห์พูดจนซินซินมีกำลังใจ
หว่าเจิ้นหมั่นจะมาทำให้เสี่ยเรื่องซะนี่

หว่าเจิ้นหมั่น: เธออย่าหลงคารมคนอย่างหว่าเจิ้นปังเลย
หมอนี่มันไม่มีอะไรทำ อยู่ว่างๆ ก็คิดโน่นคิดนี่ ระวังเถอะ ซักวันเขาจะทำให้เธอต้องเดือดร้อน
หลี่ซินซิน: เธอมีอคติกับเขามากไปหรือเปล่า
เท่าที่ผ่านมา เขาก็ทำงานได้ผลดี อย่างเรื่องการใช้ระบบไม่ต้องสต๊อกชิ้นส่วนรถยนต์
หว่าเจิ้นหมั่น: ก็นั่นแหละ อันตรายล่ะ เขาคิดว่าเขาทำได้ดีแล้ว
เขาจะพาล่มเอาได้ง่ายๆ เธอไม่เคยเรียนเรื่องคอมพิวเตอร์มาก่อน
คิดว่าเป็นเรื่องง่ายหรือยังไง เธอไม่มีทางทำได้หรอก หมอนั่นมันก็แค่ล้อเธอเล่น
หลี่ซินซิน: เธอดูถูกชั้น เพราะชั้นเรียนมาน้อยใช่มั้ยล่ะ
แต่ชั้นไม่อยากเป็นคนงานไปตลอดชีวิต เจิ้นปังพูดถูก
คนเราต้องเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับชั้น
หว่าเจิ้นหมั่น: ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น
ถ้าเธออยากเรียนคอมพ์ ฉันก็สนับสนุนเต็มที่ แต่ฉันไม่อยากให้เธอถูกหลอก
หมอนั่นมันเชื่อถือได้ที่ไหน ทำไมพูดอะไรเธอก็เชื่อ





หว่าเจิ้นปัง: อ้าว ก็คนพูดดีีเหตุผล จะไม่เชื่อได้ไง
หว่าเจิ้นหมั่น: ฉันพูดกับซินซิน นายเจือกอะไร
หว่าเจิ้นปัง: ฉันเป็นผู้อำนวยการบริหาร จะพูดกับลูกน้องไม่ได้รึไง
ซินซินไม่ใช่ลูกน้องนาย นายไม่ต้องสอนงานเธอหรอก
หว่าเจิ้นหมั่น: คนเป็นเพื่อนกัน คุยกันไม่ได้รึไง
หว่าเจิ้นปัง: นี่เวลาทำงาน อยากคุยก์คุยนอกเวลางานสิ
นายสัญญาอะไรไว้จำได้หรือเปล่า นายบอกว่าโรงงานผลิตรถได้มากแค่ไหน
นายก็จะขายให้ได้หมด ไปทำหน้าที่ของนายดีกว่า
หว่าเจิ้นหมั่น: แน่นอน ฉันจะขายให้หมดให้ดู ท่านผู้อำนวยการ





จังหวะดี ผู้จัดการ Lam กำลังอยากขยายช่่องทางการจัดจำหน่าย แต่ไม่มีรถเพียงพอ
หว่าเจิ้นหมั่นเลยฉวยโอกาสนี้ขายรถให้ซะเลย ถ้าบริษัทมีเงินทุนไม่พอ ก็ให้พนักงานร่วมลงทุนสิ
บริษัทออกครึ่งหนึ่ง พนักงานออกครึ่งหนึ่ง ผ่อนหมด รถก็เป็นของพนักงาน ผู้จัดการชักสนใจ




ตั้งแต่หว่าเจิ้นปังมาอยู่ทั้งคนงานและการผลิตมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
เดือนที่ผ่านมาผลิตรถยนต์ได้มากขึ้นถึง 300 คัน แต่เจิ้นหมั่นขายไปได้แค่ 280 คัน ไม่ถึงเป้าที่ตกลงกันไว้

หว่าเจิ้นปัง: ผมก็แค่อยากให้บทเรียนกับเจิ้นหมั่น ไม่ได้อยากให้เขาลาออกจริงๆ หรอกครับ
หว่าหมั่นหง: คิดจะเป็นหัวหน้าคนต้องรักษาคำพูด ไม่อย่างนั้น อีกหน่อยลูกน้องจะไม่เชื่อฟัง




หว่าเจิ้นหมั่นเอาออเดอร์ใบสุดท้ายมารายงาน มีใบสั่งรถยนต์เข้ามาอีก 25 คัน
รวมทั้งหมดก็ 305 คัน ขายได้มากกว่าที่ผลิตซะอีก

หว่าเจิ้นปัง: คนพูดเก่งก็ขายได้แฮะ
หว่าเจิ้นหมั่น: ผิดแล้ว ไม่ใช่พูดเก่งอย่างเดียว ต้องใช้สมองด้วย
เราต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า ต้องรู้จักคิดในมุมมองของพวกเขา
หว่าเจิ้นปัง: ไม่รู้ว่าเดือนหน้าจะโชคดีอย่างนี้รึเปล่าน่ะสิ
หว่าเจิ้นหมั่น: ไม่ต้องห่วงฉันหรอก นายห่วงเรื่องผลิตให้ทันขายก็พอแล้ว

หว่าหมั่นหง: เฮ้อ เธอสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน น่าจะเข้ากันได้ดีกว่านี้
หว่าเจิ้นปัง: แล้วไม่ดีหรือครับ เจิ้นหมั่นก้าวหน้าขึ้นตั้งเยอะ
หว่าหมั่นหง: เด็กคนนี้ขายเก่งจริงๆ
หว่าเจิ้นปัง: ผมน่ะรู้ตั้งแต่นั่งรถเขาวันแรกแล้ว






หว่าเจิ้นปังไม่ชินกับส้วมแบบนั่งยอง
ฟ่งปิงหยี่เลยซื้อเก้าอี้คนแก่มาให้นั่ง




หลี่ซินซินมาเรียนคอมพ์เพิ่มเติมจากปิงหยี่
ส่วนสองหนุ่มก็เล่นเกมกันไป คลายเครียดค่า




ชนะแค่นี้ก็ดีใจ หว่าเจิ้นหมั่นพาจันโปไปเลี้ยงฉลอง
เขารู้จากจันโปว่า หมู่นี้ซินซินแวะไปหาเจิ้นปังที่ห้องบ่อยๆ
พูดยังไม่ทันขาดคำ เจิ้นหมั่นก็เห็นซินซินเพิ่งออกจากห้องเจิ้นปังกับตา










 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 9 มีนาคม 2551 16:43:05 น.
Counter : 758 Pageviews.  

The Drive of Life 14







โรงงาน Chang-lu Fu-chuan มีชิ้นส่วนรถยนต์เยอะมากจนต้องมีโกดังเก็บชิ้นส่วนมากกว่าหนึ่งแห่ง
ต่อให้ซัพพลายเออร์ไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมาให้ได้ โรงงานยังสามารถดำเนินการผลิตได้อีก 2 เดือน

หว่าเจิ้นปังเห็นคนงานมาตามกันชนรถจากแผนกชิ้นส่วน ซึ่งสั่งมานานสามวันแล้ว แต่ยังไม่ได้ของ
คนงานหาใบสั่งของไม่เจอ แถมช่วงนี้โกดังเต็ม จึงไม่สามารถสั่งของมาลงได้อีก
ถ้าเป็นอย่างนี้ ไลน์การผลิตคงต้องหยุดเป็นชั่วโมง





ส่วนอีกแผนกสั่งน๊อตประเภทหนึ่ง ดันได้ของอีกประเภท
แถมตอนเดินออกจากโรงงาน เจิ้นปังยังได้ของแถมเป็นใบสั่งกันชน ติดรองเท้ามาอีกด้วย
ไม่รู้เก็บเอกสารกันยังไง เฮ้อ ต้องสังคายนากันใหม่ซะล่ะมั้ง





หว่าเจิ้นหมั่นยังมีอคติกับเจิ้นปังไม่หาย เขาคิดว่าเจิ้นปังเป็นคุณชายสมองกลวง อีโก้จัด
แต่หว่าหมั่นหงคิดว่าเขามองออกว่าเจิ้นปังเป็นคนอย่างไร




ยังไม่ทันเข้าโรงงาน หว่าหมั่นหงก็ได้รับรายงานว่าหว่าเจิ้นปังขนเอาชิ้นส่วนในโกดังออกมาขาย
เจิ้นปังบอกว่าที่ทำไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตรถยนต์ เจิ้นหมั่นเป็นคนแรกที่ไม่เชื่อ

ฟังเหตุผลก่อนสิ โรงงานมีกำลังผลิตรถยนต์ได้สองแสนคันต่อปี แต่ปีที่แล้ว ผลิตได้ไม่ถึงห้าหมื่นคันเลย
ที่ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ เพราะการจัดการคลังสินค้าไม่ดี
สายการผลิตต้องรอชิ้นส่วน ทำให้การทำงานของแต่ละแผนกเร็วช้าต่างกัน บางแผนกก็เร็ว บางแผนกก็ช้า
ส่งผลให้การผลิตโดยรวมช้าไปด้วย

หว่าเจิ้นปังเสนอให้ปรับปรุงการทำงาน ด้วยการยกเลิกระบบการจัดการแบบล้าสมัย เอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้
ไม่ใช่ว่าหว่าหมั่นหงจะไม่เคยคิด แต่ไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการวางระบบต่างหาก





ก็นี่แหละ เจิ้นปังถึงเสนอให้ขายชิ้นส่วนที่ไม่ใช้ในโกดัง รวมถึงที่ดินบางส่วน เพื่อเอาเงินมาลงทุนในการวางระบบคอมพิวเตอร์

หว่าหมั่นหง: ถ้าขายที่ดินแล้ว จะเก็บชิ้นส่วนที่ไหนล่ะ
หว่าเจิ้นปัง: ถ้าเราใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ต่อไปเราก็ไม่ต้องสต๊อกชิ้นส่วนอีก

หว่าหมั่นหงอึ้งค่ะ ก็ไอเดียนี้ เมื่อก่อนตัวเองก็เคยเสนอพ่อตาไป แต่ไม่ได้รับการนำไปปฏิบัติ
ปิงหยี่ยืนยันว่าระบบคอมพิวเตอร์จะช่วยคำนวณชิ้นส่วนที่ใช้ในแต่ละวันได้ จึงไม่จำเป็นต้องสต๊อกของ





ดูท่า หว่าเจิ้นหมั่นจะอยู่พรรคฝ่ายค้านแฮะ มีอะไรพ่อเล่นหลับหูหลับตาค้าน ไม่ฟังเหตุผล
แถมยังจะปลุกระดมคนงานให้่ต่อต้านเจิ้นปังอีก หว่าหมั่นหงต้องห้ามปราม

หว่าหมั่นหง: เจิ้นปัง ที่หลานพูดมาก็มีเหตุผล ขออาคิดซักสองสามวัน ตอนนี้เก็บสินค้าเข้าโกดังก่อนเถอะ





คุณตาไม่พอใจหว่าเจิ้นปัง ยิ่งหว่าหมั่นหงพูดเข้าข้างเจิ้นปัง คุณตาก็ยิ่งฉุน
จริงอย่างที่เจิ้นหมั่นเตือน หมั่นหงหลงคารมหลานเข้าแล้วล่ะสิ

คุณตาคิดจะให้เจิ้นหมั่นกลับไปทำงานโรงงานเพ่ือเป็นหูเป็นตา คุมเจิ้นปัง
แม้หมั่นหงไม่เห็นด้วย แต่ก็เกรงใจคุณตา ไม่ให้ไปเดี๋ยวคุณตาก็งอนอีก





หว่าเจิ้นหมั่นเห็นคุณตาประชดพ่อ กะจะสูบบุหรี่ให้มันตายๆ ไปเลย (นานไปหน่อยมั้ง กว่าจะตาย)
เลยตัดสินใจกลับไปทำงานโรงงาน เพื่อขัดขวางเจิ้นปังให้ถึงที่สุด (มันชักจะมากไปแล้วนะยะ เจิ้นหมั่น เด๋วโดน)





หว่าเจิ้นหมั่นมารับตำแหน่งผู้จัดการแผนกขาย
มาถึงก็ประกาศเลยว่าจะไม่ยอมให้เจิ้นปังเข้ามาป่วนโรงงานเป็นอันขาด

หว่าเจิ้นปัง: นายเชื่อจริงๆ หรือว่าระบบการไม่สต๊อกสินค้า จะสร้างปัญหาให้โรงงาน
หว่าเจิ้นหมั่น: เรื่องระบบไม่ใช่ปัญหา ที่ชั้นไม่เชื่อ คือนายต่างหากล่ะ หว่าเจิ้นปัง
หว่าเจิ้นปัง: อ้อ งั้นนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวสินะ
หว่าเจิ้นหมั่น: นายก็รู้ดีแก่ใจ
หว่าเจิ้นปัง: นายจะกลับมาทำงานที่โรงงาน ฉันก็ไม่คัดค้าน แต่อย่ามาก่อกวนได้มั้ย
หว่าเจิ้นหมั่น: คนที่ก่อกวนโรงงานคือนายต่างหากล่ะ






หว่าหมั่นหงปรามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกันในออฟฟิศ

หว่าหมั่นหงให้โอกาสหว่าเจิ้นปังในการพิสูจน์ว่าระบบการไม่สต๊อกสินค้าจะได้ผลจริงหรือไม่
โดยจะปิดโกดัง 3 วัน ใน 3 วันนี้ ชิ้นส่วนจะต้องส่งมาจากซัพพลายเออร์เท่านั้น
หากสายการผลิตสามารถดำเนินการได้โดยราบรื่น เขาก็จะอนุญาตให้เจิ้นปังขายที่ดิน มาลงทุนด้านระบบคอมพิวเตอร์ได้
หว่าเจิ้นหมั่นพยายามคัดค้าน แต่หมั่นหงไม่ฟัง ทำหน้าที่ในตำแหน่งของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ






หว่าหมั่นฮอนเปิดบริษัทเล็กๆ ของตัวเอง แม้แต่แผนกไอทีก็ไม่มี
พอเครื่องคอมพ์พนักงานมีปัญหา หมั่นฮอนก็ลงมือแก้ไขเอง
หว่าชิงหยูเห็นพ่อปรับตัวได้ก็สบายใจ เฮ้อ ก็นะ คนเคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ต้องมาทำอะไรเองหมด





เดี๋ยวนี้ ขนาดจะขายงานลูกค้า ยังต้องออกไปเองเลย
หว่าหมั่นฮอนอุตส่าห์รีบร้อน เพื่อไปให้ทันนัดหมาย
เกือบจะถึงบริษัทลูกค้าอยู่แล้ว ลูกค้าก็โทรมาเลื่อนนัดซะนี่

จะแวะกินกาแฟซะหน่อย ก็เจอคนตกงานเต็มร้าน
แต่ละคนไม่กล้าบอกที่บ้าน ทุกเช้าต้องแกล้งทำเป็นออกจากบ้านมาทำงาน
แล้วก็มานั่งแขวนอยู่ตามร้านกาแฟ หว่าหมั่นฮอนเห็นแล้วสะท้อนใจ





หว่าหมั่นฮอนพบกับหวิงปิ้วที่บริษัทลูกค้า
ที่แท้บริษัทของหวิงปิ้วมาตัดหน้าเอางานไป





พ่อกับแม่เลี้ยงฉลองให้หวิงปิ้วที่ปิดสัญญากับบริษัทใหญ่ได้
หวิงปิ้วกลับไม่สบายใจ เขาอยากจะกลับไปทำงานกับหว่าหมั่นฮอน
พ่อสนับสนุน คนเราต้องไม่ลืมคุณคน อย่างน้อย หว่าหมั่นฮอนก็เปรียบเสมือนอาจารย์
แม้แม่จะไม่เห็นด้วย ทำงานบริษัทใหญ่ เงินดีกว่ากันอยู่แล้ว
แต่เมื่อพ่อลูกเห็นพ้องต้องกัน แม่ก็ไม่คัดค้านค่ะ




หว่าชิงหยูเห็นหวิงปิ้วแวะมา ยังนึกว่าเขารู้สึกผิดที่ตัดหน้าแย่งงานไป
ของอย่างนี้อยู่ที่ความสามารถ ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก

หวิงปิ้ว: แล้วบริษัทคุณไม่อยากได้พนักงานที่มีความสามารถคนนี้หรือ
หว่าชิงหยู: แหม เราจ้างคุณไม่ไหวหรอก




หวิงปิ้วยื่นใบสม้ครกับหว่าหมั่นฮอน เขาตั้งใจจริง ถึงกับลาออกจากบริษัทเก่ามาเลย
หว่าหมั่นฮอนไม่เข้าใจ บริษัท Wah Cheung เป็นบริษัทเล็ก เงินเดือนต่ำ โบนัสไม่ต้องพูดถึง จะมาอยู่ทำไม
บริษัทจะไปรอดหรือเปล่า เจ้าของบริษัทยังไม่มั่นใจเล้ย

หว่าชิงหยูกลับอยากให้หวิงปิ้วมาทำงานด้วย ดีกว่าให้ไปทำงานกับบริษัทอื่นแล้วมาแย่งงาน Wah Cheung
หวิงปิ้วเห็นหว่าหมั่นฮอนไม่ใจอ่อน จึงเสนอเข้าทำงานในฐานะหุ้นส่วน ถ้าได้กำไร ค่อยแบ่งหุ้นให้
ชิงหยูส่งเอกสารให้หวิงปิ้วอ่าน เขาก็อ่านอย่าง งง งง





หว่าชิงหยู: พ่อคะ หวิงปิ้วเขาอ่านเอกสารลับเฉพาะของบริษัทเราแล้วนะ
ถ้าพ่อไม่รับ ความลับบริษัทอาจรั่วไหล
หว่าหมั่นฮอน: เธอสองคนรวมหัวกัน พ่อจะสู้ได้ยังไง ยินดีต้อนรับ หวิงปิ้ว
หวิงปิ้ว: ขอบคุณครับคุณหว่า
หว่าชิงหยู: ต้องขอบใจชั้นถึงจะถูก





หว่องซิวฟั่นไม่สบาย ขับรถกลับบ้านไม่ได้
แค่โทรไป Ngai Tin Hang ก็ตาลีตาเหลือกมารับถึงคลีนิค

ซิ่วฟั่นยังไม่ยอมรับเขา เพราะไม่อยากให้ชิงหลินเข้าใจแม่ผิด





วันจบการศึกษา บรรดานักศึกษาต่างมีพ่อแม่ญาติพี่น้องมาร่วมงาน
หว่าชิงหลินก็คงรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่เหมือนกัน
แต่เธอเข้าใจว่าซิ่วฟั่นอยู่กินกับ Ngai Tin Hang แล้ว จีงต่อต้านแม่

หว่องซิ่วฟั่น: ไม่มีใครสำคัญกับแม่มากไปกว่าลูก เรากลับฮ่องกงด้วยกัน ไปเริ่มต้นกันใหม่
หว่าชิงหลิน: หนูไม่เชื่อพ่อกับแม่อีกแล้ว หนูจะไม่กลับฮ่องกงกับแม่หรอก





ฝ่ายหว่าหมั่นเซ็กก็เมาตุปัดตุเป๋มาเลย ตั้งแต่โดนเมียทิ้งก็เมามันทุกวัน
พ่อแม่อย่างนี้ ชิงหลินไม่อยากได้หรอก





ก่อนกลับ หว่องซิ่วฟั่นขอให้หว่าหมั่นเซ็กไปพบทนายของเธอ เพื่อเซ็นใบหย่าให้เรียบร้อย
หว่าหมั่นเซ็กไม่ยอม หว่องซิ่วฟั่นก็ไม่สน




หว่าหมั่นเซ็กเสียใจ ดันไปทะเลาะกับพวกเด็กวัยรุ่นทำให้โดนรุมทำร้าย
หว่าชิงหลินเห็นเข้าพอดี จึงรีบเข้าไปช่วยพ่อ




หว่าหมั่นฮอนรู้เรื่องเข้า อุตส่าห์บินมาจากฮ่องกง เพื่อดูอาการ
ส่วนหว่าชิงหลินไม่ยอมรับพ่อขี้เมา เธอไม่ยอมมาพบหน้าเขา แถมจะย้ายออกไปอยู่กับเพื่อนอีกด้วย

หว่าหมั่นฮอน: แกเที่ยวไปมีผู้หญิงอื่นอีกแล้วใช่มั้ย
หว่าหมั่นเซ็ก: พี่รู้มั้ย ทำไมผมต้องมีผู้หญิงอื่น เพราะซิ่วฟั่นแอบไปพบกับ Ngai Tin Hang
Hiu Zam Yan: ไม่จริงมั้ง ซิ่วฟั่นไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น เขาประชดเธอหรือเปล่า
หว่าหมั่นฮอน: ผู้หญิงจะทำผิดยังไงพี่ไม่ว่า แต่มีชู้ พี่รับไม่ได้ แกหย่าไปเลย
หว่าหมั่นเซ็ก: ไม่ ผมไม่ยอมหย่า ถ้าอยากหย่า ผมหย่าไปนานแล้ว
หว่าหมั่นฮอน: แกเป็นผู้ชายหรือเปล่า เมียทำขนาดนี้ยังทนได้
Hiu Zam Yan: ให้ชั้นคุยกับซิ่วฟั่นก่อนดีกว่า เรายังไม่ได้ฟังความทางโน้นเลย คุณคงไม่อยากให้ชิงหลินกำพร้าพ่อแม่นะ
หว่าหมั่นฮอน: เห็นแก่ชิงหลิน ชั้นจะให้โอกาสผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย





Hiu Zam Yan นัดหว่องซิ่วฟั่นออกมาคุย
เธอเข้าใจว่าซิ่วฟั่นใช้ Ngai Tin-hang มาประชดหว่าหมั่นเซ็ก
แต่ซิ่วฟั่นกำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง ลูกสาวไม่เข้าใจ พ่อเสีย น้องชายก็อยู่ไกล เพื่อนฝูงก็ไม่มี
ไม่แปลกที่เธอจะใจอ่อนกับ Ngai Tin-hang

หว่องซิ่วฟั่นยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าต้องการให้เธอคืนดีกับหว่าหมั่นเซ็ก
หว่าหมั่นฮอนต้องยกน้ำชอขมา ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำกับตระกูลหว่อง
Kwok Wai ต้องล้มละลายเพราะใคร ไม่ใช่เพราะน้องชายเธอ แต่เป็นเพราะหว่าหมั่นฮอนตามใจลูกชาย





หว่าหมั่นฮอนทำเป็นเสียงแข็งใส่หมั่นเซ็กไปงั้นแหละ
ถึงเวลาก็ใจอ่อน เอาฟระ ยกน้ำชาก็ได้




หว่าหมั่นฮอนมาถึงบ้านหว่องซิ่วฟั่น เธอไม่ยอมให้เขาเข้าบ้าน แต่ให้ขอโทษที่หน้าบ้านนี่แหละ
หว่าหมั่นฮอนก็ยอมทำตาม ท่องไว้ เพื่อน้อง เพื่อน้อง

หว่าหมั่นฮอน: ซิ่วฟั่น เราครอบครัวเดียวกัน ใครผิดถูกอย่าพูดถึงเลย
อะไรที่แล้วก็แล้วกันไป กลับไปกับหมั่นเซ็กเถอะ
หว่องซิ่วฟั่น: อย่างนี้เขาเรียกขอโทษแล้วหรือ
หว่าหมั่นฮอน: ถ้้าพี่ขอโทษแล้ว เธอหายโกรธ คืนดีกับหมั่นเซ็ก
เพื่อหมั่นเซ็ก เพื่อชิงหลิน พี่ยินดีจะขอโทษเธอ พี่ขอโทษ
หว่องซิ่วฟั่น: ที่ขอโทษนี่ ขอโทษที่น้องชายทำผิด หรือขอโทษที่ทำให้พ่อชั้นตาย
ขอโทษที่ทำให้บริษัทของชั้นเจ๊ง

หว่องซิ่วฟั่นล้ำเส้นไปแล้ว เมื่อพูดไม่รู้เรื่องก็กลับดีกว่า





หว่าหมั่นเซ็กยังพยายามขอร้อง แต่ซิ่วฟั่นผลักเขาล้มลง
กล้าทำน้องชายหว่าหมั่นฮอนเนี่ยนะ

หว่าหมั่นฮอน: เลิกขอร้องผู้หญิงเลวๆ อย่างนี้ได้แล้ว
หว่องซิ่วฟั่น: น้องชายคุณไปมีผู้หญิงอื่น คุณไม่ด่าว่าเขาซักคำ
ยังมีหน้ามาว่าชั้นเหรอ
หว่าหมั่นฮอน: หมั่นเซ็กจะเลวยังไง เธอก็ไม่ควรไปมีผู้ชายอื่น หมั่นเซ็ก กลับ





Ngai Tin-hang มาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนนี้

หว่องซิ่วฟั่น: หว่าหมั่นฮอน ถ้าคุณไม่ขอโทษชั้น ต่อไปชั้นกับตระกูลหว่าตัดขาดกัน
หว่าหมั่นฮอน: ถ้าเธอกล้าสาบานว่าเธอไม่มีชู้ ชั้นจะคุกเข่าขอโทษเธอตรงนี้เลย
Ngai Tin-hang: พวกคุณมาทำอะไรที่บ้านผม

เป็นเรื่องสิคะงานนี้ หว่าหมั่นเซ็กหันเป้าไปหา Ngai Tin-hang แทน

หว่องซิ่วฟั่น: พอแล้ว คุณมีผู้หญิงอื่นได้ ทำไมชั้นจะมีผู้ชายอื่นไม่ได้

เรื่องมีชู้เรื่องใหญ่ หว่าหมั่นฮอนโกรธจัด ตบหน้าหว่องซิ่วฟั่น

หว่องซิ่วฟั่น: หว่าหมั่นฮอน ตราบใดที่ชั้นยังมีชีิวิตอยู่ ชั้นจะไม่ยกโทษให้ตระกูลหว่า
เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก (ว่าแล้วก็ตบหมั่นเซ็ก เอาคืนซะเลย) ไปให้พ้นหน้าชั้นนะ






หว่าหมั่นเซ็กเสียใจ มาลงเอากับพี่ชาย

หว่าหมั่นฮอน: หมั่นเซ็ก แกกล้าชกพี่ แกชกพี่
ตั้งแต่เล็ก พี่พาแกไปฮ่องกง เลี้ยงดูแก ด้วยความยากลำบาก
ตอนนี้ Kwok Wai มีปัญหา คนงานนับพันต้องตกงาน พี่มีปัญหามากมายต้องแก้
แต่พอได้ยินว่าแกเดือดร้อน พี่ก็ทิ้งทุกอย่างบินมาหาแก แต่แกกลับชกพี่
แกคิดว่าแกเป็นคนเดียวในโลกที่มีปัญหาหรือ พี่ก็มี
แต่พี่ยังมาช่วยแกแก้ปัญหา แกทำผิด พี่ก็ยอมขอโทษแทนแก
แกเคยใส่ใจคิดถิงความรู้สึกพี่บ้างมั้ย ไม่เคยเลย
พี่อายุไม่น้อยแล้ว ต้องเที่ยวไปของานชาวบ้าน ต้องก้มหัวให้เด็กๆ แกเคยเห็นใจพี่บ้างมั้ย
แกยังกล้าชกพี่อีก
หว่าหมั่นเซ็ก: พี่ใหญ่ ผมขอโทษ
หว่าหมั่นฮอน: กลับฮ่องกงกับพี่ พวกเราไปเริ่มต้นกันใหม่






หว่าหมั่นฮอนเกลี้ยกล่อมหว่าชิงหลินให้กลับฮ่องกงด้วยกัน

หว่าหมั่นฮอน: พ่อแม่ไม่ใช่ผักในตลาด ที่จะเลือกทิ้งส่วนที่เน่าเสียไป
ตอนนี้ พ่อหนูกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำที่สุด หนูจะเลือกทิ้งเขาไป
หรือเลือกอยู่เคียงข้างให้กำลังใจเขา หนูโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คงเข้าใจนะ




หว่าหมั่นเซ็กซื้อไอศครีมมาง้อลูกสาว มามุขเดิมอีกแล้วนะพ่อ

หว่าหมั่นเซ็ก: ครั้งที่แล้ว พ่อสัญญากับหนู แต่พ่อก็ผิดสัญญา พ่อขอโทษ
หนนี้ พ่ออยากให้หนูเป็นฝ่ายสัญญา ว่าจะควบคุมดูแลพ่อไม่ให้ทำผิดอีก

หว่าชิงหลินใจอ่อน ยอมกลับฮ่องกงกับพ่อ






หว่องซิ่วฟั่นก็พูดด้วยความโกรธไปอย่างนั้น
ความจริงเธอยืมบ้าน Ngai Tin-hang อยู่ ยังไม่ได้อยู่กินกับเขา

Ngai Tin-hang: อยู่กับผมนะ ให้ผมได้ดูแลคุณ
ผมขอสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกผู้หญิงของผมได้เป็นอันขาด

หวานขนาดนี้ ซิ่วฟั่นก็ใจอ่อนดิคะ





อึ้งจี้เหม็งกับฟ่งปิงหยี่ ช่วยกันตรวจสอบการใช้ชิ้นส่วนในแต่ละแผนก
แต่คนงานไม่ยอมให้ความร่วมมือ หลี่ซินซินเห็นแล้วสงสาร เลยอาสาช่วยเหลือ
ความจริงหัวหน้าแผนกจะมีสมุดบันทึก การรับ-คืนชิ้นส่วน แค่รวบรวมมาก็จะคำนวณได้





เมื่อมีข้อมูล อึ้งจี้เหม็งก็จัดการเสร็จอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณหลี่ซินซิน
ฟ่งปิงหยี่ยังกังวลว่าซัพพลายเออร์จะส่งชิ้นส่วนมาไม่ทัน
เรื่องน้ไม่ต้องห่วง เจิ้นปังคิดไว้แล้ว เขาเสนอให้คอมมิชชั่นซัพพลายเออร์เพิ่มอีก 3% ถ้าส่งของทันกำหนด





คนงานเห็นประกาศแล้วก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้จริง แถมวันนี้ชิ้นส่วนก็ใกล้หมดแล้ว
ถ้าปิดโกดังเบิกไม่ได้ ไลน์การผลิตจะมีปัญหา
ฟ่งปิงหยี่ร้บรองว่าชิ้นส่วนจะส่งมาภายใน 4 โมงเย็น




ใกล้เวลาสี่โมงเย็น หว่าหมั่นหงเกรงว่าชิ้นส่วนจะส่งมาไม่ทัน จึงอยากจะให้ชะลอการผลิต
แต่เจิ้นปังไม่ยอม อย่างนี้ก็เท่ากับว่าระบบการไม่สต๊อกของไม่เวิร์คน่ะสิ




ขณะเดียวกัน เจิ้นหมั่นกับคุณตาก็ระดมคนงานมาเรียกร้องให้เปิดโกดัง
อึ้งจี้เหม็งรายงานข่าวร้าย เกิดอุบัติเหตุทำให้รถติด รถขนชิ้นส่วนมาไม่ได้ แย่แล้วเจิ้นปัง










 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2551 10:24:19 น.
Counter : 380 Pageviews.  

The Drive of Life 13







เหว่งเส้าฟงถูกศาลตัดสินให้เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่สามารถเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ หรือนายหน้าค้าประกัน
ห้ามขับรถ หรือนั่งรถแท๊กซี่ (โห โหดแฮะ) เส้าฟงต้องจำใจขึ้นรถเมล์ ไม่คุ้นชินเอาซะเลย
ทุกปีต้องยื่นบัญชีรายรับ รายจ่าย ขนาดบัญชีเงินฝาก ก็เปิดได้แค่บัญชีเดียว
เพื่อใช้รับเงินเดือน เมื่อหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว เงินที่เหลือจะถูกนำไปใช้หนี้






เส้าฟงไปสมัครงานก็โดนเอมี่ อดีตเพื่อนร่วมงาน ตามมาเปิดโปง
ทำให้อดได้งานไปตามระเบียบ อะไรมันจะตามจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้





จันโปมีปัญหาในการขายรถให้ลูกค้า โชคดีหว่าเจิ้นหมั่นมาทันเวลา
เขารับสมอ้างเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ด้วยความสามารถในการขายของเจิ้นหมั่น
เขาสามารถขายรถได้ล็อตใหญ่ ถึง 100 คัน




อยากเป็นเซลล์ต้องคิดให้ไว เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง
หาสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แล้วจะสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

จันโป: รู้แล้ว ต้องรู้จักหลอกลวงลูกค้า
หว่าเจิ้นหมั่น: ผิดแล้ว นักธุรกิจต้องซื่อสัตย์
ขายสินค้าคุณภาพในราคายุติธรรม ลูกค้าก็จะกลับมาซื้ออีก




ซินซินยังน้อยใจเจิ้นหมั่นอยู่ แค่เห็นหน้าเขาก็ไม่อยากจะมอง ทำเอาจันโปสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งคู่

หว่าเจิ้นหมั่น: เพราะฉันซื่อตรงเกินไป จำคำฉันไว้เลยนะ
ทำธุรกิจต้องตรงไปตรงมา แต่กับผู้หญิงไม่ควรพูดตรงๆ






เจิ้นหมั่นได้ยินคุณตาพูดว่าหว่าเจิ้นปังจะมาทำงานที่โรงงาน เขาถึงกับอึ้ง คนไม่กินเส้นกันอยู่




คุณตาไม่พอใจที่หว่าหมั่นฮอนส่งเจิ้นปังมาโดยไม่ปรึกษาก่อน
หว่าหมั่นหงยืนยันว่าได้คุยปรีกษากับพี่ใหญ่แล้ว
คุณตายังไม่วายหวาดระแวงว่าหว่าหมั่นฮอนวางแผนจะฮุบโรงงาน

หว่าหมั่นหง: ยังไงเจิ้นปังก็เป็นหลานชายผม ดีซะอีกที่เขามาช่วยบริหารโรงงาน
อย่างน้อย ก็จะได้มีคนสืบทอดความฝันในการผลิตรถยนต์ของตระกูลหว่า
คุณตา: งั้นทำไมไม่ให้เจิ้นหมั่นเป็นคนสืบทอดล่ะ
หว่าหมั่นหง: เจิ้นปังไม่เหลวไหลอย่างที่พ่อคิดหรอก ผมจะให้เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่าย
หว่าเจิ้นหมั่น: พ่อเอาจริงเหรอ
หว่าหมั่นหง: เอาจริงสิ เจิ้นปังจบบริหารธุรกิจ แถมมีประสบการณ์ในการทำงาน
พ่อคิดว่าเขามีความสามารถ
คุณตา: เธอเป็นผู้จัดการโรงงานนี่ จะทำอะไรก็ตามใจ
อีกอย่าง ชั้นตายไปก็ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรแล้วนี่
คุณยาย: พูดอะไรเหลวไหล หมั่นหงเคารพนับถือพ่อมาตลอด
เจิ้นปังมาทำงานแล้วไง หรือว่าเขาจะทำลายโรงงานเราได้
หว่าเจิ้นหมั่น: ยายไม่รู้อะไร หว่าเจิ้นปังน่ะเป็นลูกล้างผลาญ
ธุรกิจสปารีสอร์ตต้องล่มเพราะเขา ต่อมายังทำให้โรงงานลุงใหญ่ต้องปิดกิจการ
ไปถึงไหน ซวยถึงนั่น
หว่าหมั่นหง: พูดพอรึยัง ยังไงเจิ้นปังก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของลูกนะ
พ่อครับ ผมเชื่อว่าหลังจากผ่านอะไรมากมาย เจิ้นปังคงเรียนรู้อะไรไม่น้อย
ในฐานะอาของเขา ผมควรต้องช่วยเหลือเขาสิ






อึ้งจี้เหม็งช่วยหว่าเจิ้นปัง หาหนังสือเพื่อเตรียมตัวศึกษาเรื่องการผลิตรถยนต์
ทั้งดิคชั่นนารีศัพท์เทคนิค การพัฒนารถยนต์และเทร็นด์การสร้างรถ
รวมถึงประวัติผู้ผลิตรถยนต์ชั่นนำ อย่างโตโยต้า และฟอร์ด

เจิ้นปังตัดสินใจที่จะพาฟ่งปิงหยี่ไปปักกิ่งด้วย อย่างน้อยจะได้มีเลขาคอยดูแลงานจุกจิก

อึ้งจี้เหม็ง: ก็ดีน่ะสิ แต่ปิงหยี่รักบ้านออก เธอจะไปกับเราหรือ
หว่าเจิ้นปัง: เธออาจจะเห็นอนาคตที่จะไปกับผม หรือไม่เธอก็อาจจะคิดถึงนายไง





ฟ่งปิงหยี่ยังหางานไม่ได้ เมื่อหว่าเจิ้นปังกับอึ้งจี้เหม็งมาเสนองานให้จึงดีใจมาก
งานก็ดี มีที่พักและอาหารให้ด้วย ลาหยุดได้ปีละ 14 วัน มีโบนัส สวัสดิการรักษาพยาบาล
แถมยังได้ตั๋วเครื่องบินไปปักกิ่งด้วย ปิงหยี่เกือบรับปาก นึกขึ้นได้ว่าทำไมต้องมีห้องพักให้ด้วยอ่ะ
เจิ้นปังจึงยอมบอกว่าต้องไปทำงานที่ปักกิ่ง เล่นเอาปิงหยี่เหวอไปเลย





หว่าหมั่นฮอนเอาสมบัติส่วนตัวมาใช้หนี้ให้บริษัท
ทำให้ธนาคารเห็นคุณค่า และพร้อมที่จะส่งเสริมเขา
ตอนนี้รัฐบาลกำลังส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
ซึ่งธนาคารเห็นว่าหว่าหมั่นฮอนควรนำไปคิดดู หากต้องการเงินทุน ธนาคารยินดีให้การสนับสนุน




กลับมาถึงบ้าน หว่าชิงหยูมอบของขวัญให้กับน้องชาย เป็นภาพวาดครอบครัว
ถึงแม้ครอบครัวจะไม่อยู่ด้วย แต่อย่าลืมว่าทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือเขาเสมอ
ขอให้ทุ่มเททำงานให้เต็มที่





เพื่อเลี้ยงส่งหว่าเจ้ินปัง วันนี้ หว่าหมั่นฮอนจึงลงมือทำกับข้าวเอง
ซึ้งมั้ยจ๊ะ เจิ้นปัง





เแม่เป็นห่วงเจิ้นปัง ขนาดต้มไข่ยังทำไม่เป็นเลย จะเอาตัวรอดได้มั้ยเนี่ย
โรงงานผลิตรถยนต์ก็ไม่เคยทำมาก่อน

หว่าหมั่นฮอน: ผมอยากให้ลูกได้เผชิญความยากลำบากบ้าง
จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ซะที




หว่าเจิ้นปัง: พ่อ แม่ พี่ใหญ่ ผมสัญญาว่าจะทุ่มเททำงาน
หว่าชิงหยู: เธอก็รู้ว่าพวกเราจะคิดถึงเธอ ถ้ายังพูดอีกแม่กับพี่จะร้องไห้แล้วนะ

หว่าหมั่นฮอนมอบปากกามองต์บลังก์สุดหวงให้กับเจิ้นปัง

หว่าหมั่นฮอน: ทุกครั้งที่พ่อดูปากกาด้ามนี้ พ่อจะระลึกเสมอว่าทุกอย่างได้มาจากการทำงานหนัก
พ่อมอบปากกานี้ให้ลูก เพื่อเตือนใจให้ลูกระลึกถึงคติพจน์ของพ่อ
ถ้าลูกล้มต้องลุกขึ้นให้ได้ อย่ายอมแพ้ง่ายๆ วันข้างหน้าลูกมีเส้นทางของตัวเองที่ต้องเดินไป
พ่อไม่อาจอยู่กับลูกได้ตลอดกาล อย่าคิดว่าเป็นลูกพ่อแล้วจะทำอะไรก็ได้ เข้าใจไหม
หว่าเจิ้นปัง: ผมรู้ครับพ่อ






ฟ่งปิงหยี่ลังเลใจ ใจหนึ่งก็อยากไปปักกิ่ง ใจหนึ่งก็ห่วงพ่อกับย่า



เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อมอบเตารีดถ่านให้ปิงหยี่
ปักกิ่งไม่ไกลซักหน่อย บินไปแค่ 3 ชั่วโมงเอง ที่บ้านก็มีคนดูแลย่าเยอะแยะ

พ่อ: เตารีดนี้จะช่วยเตือนใจลูกว่า ชีวิตก็เหมือนการรีดผ้า
ตราบใตที่มีความร้อน ลูกก็สามารถรีดผ้าให้เรียบได้
ฟ่งปิงหยี่: พ่อหมายความว่า ตราบใดที่มีไฟในใจ ไม่มีอะไรจะล้มหนูได้ใช่มั้ยคะ
พ่อ: ใช่แล้ว จำไว้นะว่า ถ้าลูกมีใจในการทำงานล่ะก็ ต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนก็จะผ่านพ้นไปได้
ไปปักกิ่งเถอะลูก พ่อยินดีสนับสนุนเต็มที่





เหว่งเส้าฟงยังหางานทำไม่ได้ ฉางผิงช่วยดูดูงานให้
แต่แม่จากฮ่องกงไปนาน ตำแหน่งแปลกๆ ก็ไม่รู้จัก อย่าง Online Instructor
แม่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนดูหนังโป๊ออนไลน์กับผู้ชาย
หรือตำแหน่งนักมวย ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนคุยกินเหล้ากับผู้ชาย

เอาล่ะ อย่างน้อยก็มีตำแหน่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือตำแหน่งผู้จัดการแผนกขายเครื่องนอน





เมื่อไปสมัครงานจริงๆ ตำแหน่งผู้จัดการดันไม่ว่างซะแล้ว
เหลือแต่ตำแหน่งเซลล์ ตอนแรกเส้าฟงก็ปฏิเสธ





นึกไปนึกมาอีกที มีงานดีกว่าไม่มีงาน เป็นเซลล์ไปก่อน เด๋วก็ได้เป็นผู้จัดการแผนกเอง



ผู้จัดการใหญ่แนะนำให้เส้าฟงรู้จักกับผู้จัดการแผนก Ko Siu-fung



วันรุ่งขึ้น เส้าฟงได้เห็นการทำงานของ Ko Siu-fung แล้วกระหยิ่มใจ
เม้าท์แตกเป็นพวกแม่บ้านอย่างนี้ จะขายของสู้เธอได้รื้อ
คอยดูเถอะจะเขี่ยให้กระเด็นภายในสามเดือน






หว่าหมั่นฮอนเพิ่งรู้ว่าเหว่งเส้าฟงได้รับความเดือดร้อนจะต้องเป็นบุคคลล้มละลาย
ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เขาจึงเสนอจะชดเชยเงินให้กับเธอ แต่เว่ยฉางผิงปฏิเสธ ยังไงตอนนี้ เส้าฟงก็หางานทำได้แล้ว
เจิ้นปังเองก็ไม่น่าห่วง ที่ห่วงก็หว่าหมั่นฮอนนั่นแหละ

หว่าหมั่นฮอน: ไม่ต้องห่วงผม ผมยังไม่ล้มง่ายๆ หรอก ตอนนี้ ผมกำลังทำธุรกิจค้าเหล็กอยู่
เมื่อถีงเวลา ผมจะต้องสร้าง Kwok Wai ขึ้นใหม่แน่นอน




เหว่งเส้าฟงยังไม่หายโกรธเจิ้นปัง แต่พอรู้ว่าเจิ้นปังต้องไปทำงานที่ปักกิ่ง เธอก็อดคิดถึงเขาไม่ได้




อย่าว่าแต่เส้าฟงเลย เจิ้นปังก็คิดถึงเธอเหมือนกัน แต่แค่จะโทรศัพท์ไปหา เขาก็ยังไม่กล้า



หว่าเจิ้นปังไปถึงปักกิ่ง หว่าเจิ้นหมั่นมารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
ไม่ต้องมาตีซี้เลย ยังจำได้นะฟ้อย โดนหลอกหนเดียวเข็ดแล้ว

หว่าเจิ้นปัง: หลอกเหลิกอะไรกัน ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นหรอก
เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ พวกเราก็ทำงานโรงงานเดียวกัน เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันเถอะ
หว่าเจิ้นหมั่น: พวกเราไม่อาจเอื้อมเป็นพี่น้องกับคุณหรอก





จันโปช่วยถือกระเป๋าให้ฟ่งปิงหยี่ กลับทำกระเป๋าเปิด
ปิงหยี่ขนของกินมาเพียบยังไม่พอ ยังเอาที่รองนั่งส้วมมาด้วย
ก็ปักกิ่งอากาศมันหนาวอ่ะ คนที่นี้เขาไม่กลัวหนาวกันมั่งหรือไง

หว่าเจิ้นหมั่น: ไม่นี่ ก้นพวกเรามันไม่บอบบางเหมือนพวกคุณหรอก





ระหว่างนั่งรถ ฟ่งปิงหยี่ได้ยินเสียงดังแปลกๆ จากใต้ท้องรถ ก็รถมันเก่าอ่ะนะ
อึ้งจี้เหม็งยืนยันว่ารถรุ่นนี้มีชื่อเรื่องความทนทานสูง
เจิ้นปังเป็นห่วงว่ารถเก่าที่มีเสียงดัง อาจเกิดจากเครื่องยนต์สกปรก หรือระบบหล่อเย็นเสีย
เครื่องอาจจะโอเวอร์ฮีตได้ ยิ่งฟังเจิ้นหมั่นยิ่งไม่พอใจเข้าทุกที





เบรคซะแรง เล่นเอาเจิ้นปังกับปิงหยี่หัวทิ่ม อ้าว มาส่งที่โรงแรมทำไม ทำไมไม่ไปที่โรงงาน

หว่าเจิ้นหมั่น: ยังไงพวกคุณก็มาสนุกๆ อยู่แล้ว ดูเสร็จแล้วก็กลับไปได้
หว่าเจิ้นปัง: เราไม่ได้แค่มาดูดูนะ เราตั้งใจจริง
หว่าเจิ้นหมั่น: ชั้นรู้ว่านายมาทำไม นายอยากจะโชว์ให้พ่อดูใช่มั้ย ว่านายทนความยากลำบากได้
เมื่อนายเบื่อที่นี่แล้ว นายก็จะกลับฮ่องกง กลับไปเป็นคุณชายเหมือนเดิม
หว่าเจิ้นปัง: นายอยากพูดอะไรก็พูดไป เรามานี่เพื่อทำงาน
ชั้นจะทนความยากลำบากได้มั้ย ก็คอยดูไปละกัน

ฟ่งปิงหยี่อดเสียดายไม่ได้ แหม พักโรงแรมมันก็ดีออกนิ






กว่าจะถึงโรงงานก็ค่ำ เจิ้นหมั่นยังเหน็บอีกว่า หวังว่าคงไม่ทำให้แถวนี้ขาดความเงียบสงบ
ไปถึงห้องพัก สภาพห้องดีกว่าที่คิดไว้ แต่ห้องส้วมอ่ะดิ เห็นแล้วเครียด ส้วมนั่งยองมันจะไหวเหรอเนี่ย





ห้องฟ่งปิงหยี่สิ มีโถนั่งด้วย ค่อยยังชั่วหน่อย งั้นแลกห้องกันเหอะ
เด๋วเจิ้นปังเอาห้องนี้เอง ส่วนปิงหยี่ไปนอนกับจี้เหม็งละกัน
เฮ้ย ได้ไงอ่ะ เค้าเป็นผู้หญิงนะตัว

เจิ้นหมั่นเห็นแล้ว ยิ่งหมั่นไส้เจิ้นปังเข้าไปอีก






ฟ่งปิงหยี่เอาเตารีดที่พ่อให้มาตั้งบนโต๊ะ
เป็นกำลังใจในเวลาท้อแท้

หว่าเจิ้นปัง: เอาไว้ที่โต๊ะผมดีกว่า
ฟ่งปิงหยี่: มันของชั้นนะ
หว่าเจิ้นปัง: เวลาคุณพบอุปสรรค แปลว่านายคุณต้องพบด้วย
คุณให้เตารีดผมเป็นกำลังใจในการแก้ปัญหา เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว
อีกอย่างเราสามคนใจเดียวกัน จะไม่แยกจากกันไม่ใช่หรือ






หว่าหมั่นหงมอบอำนาจในการทำงานให้กับเจิ้นปัง
เจิ้นปังอยากได้คอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีงบ ต้องใช้ระบบแมนนวล ทำมือไปก่อนนะ





หว่าหมั่นหงพาเจ้ินปังเดินดูโรงงาน
ในการผลิตรถยนต์มีขั้นตอนสำคัญอยู่ 4 ขั้นด้วยกัน
ขั้นตอนการขึ้นรูป การเชื่อม การพ่นสี การประกอบ




อึ้งจี้เหม็งสามารถอธิบายข้อมูลการเชื่อมได้เป็นฉากๆ
เล่นเอาคุณตาประทับใจ เจิ้นปังพลอยได้หน้าไปด้วย ทำการบ้านมาดีก็เงี้ยแหละ





มาถึงขั้นตอนการพ่นสี เจิ้นปังสงสัยว่าทำไมคนงานพ่นสีหายไปไหนหมด
หัวหน้าคนงานบอกว่า การพ่นสีเสร็จก่อนกำหนด คนงานเลยหยุดพัก
รอจนกว่าแผนกเชื่อมจะส่งชิ้นส่วนรถมาให้





มาถึงขั้นตอนสุดท้าย เป็นขั้นตอนการประกอบเครื่อง
ตอนนี้ยังใช้เครื่องยนต์จากญี่ปุ่นอยู่ แต่โรงงานก็มีแพลนที่จะผลิตเครื่องยนต์เอง

ฟ่งปิงหยี่ดูแล้วคุณตาท่าทางจะไม่ปลื้มเจิ้นปัง มีกัดเล็กๆ ด้วยว่าหวังว่าเจิ้นปังจะตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง




หว่าเจิ้นปังเห็นคนงานหญิงเข็นรถ แข็งแรงจริงๆ คนเดียวเข็นไหวด้วย
มองไปมองมา ชักเอะใจอะไรแปลกๆ แฮะ





หว่าเจิ้นหมั่นยังกังวลว่าเจิ้นปังจะก่อเรื่องเข้าซักวัน
พอดีกับหว่าหมั่นฮอนพาเจิ้นปังมาเดินทัวร์ในโรงอาหารพนักงาน
เจิ้นปังเห็นอาหารพนักงานแล้วกลุ้มใจ แม้จะเป็นอาหารฟรี ก็น่าจะมีให้เลือกมากกว่านี้





หว่าหมั่นหงขอให้เจิ้นปังกล่าวอะไรกับพนักงานซะหน่อย
ปิงหยี่นึกเอาไว้แล้ว เธออุตส่าห์เตรียมบทพูดเอาไว้ให้ด้วย
แต่เจิ้นปังซะอย่าง ไม่ต้องใช้อยู่แล้ว




หว่าเจิ้นปัง: อาหารที่โรงอาหารเป็นอย่างไรบ้าง ก็ดีอยู่หรอกที่พวกคุณไม่เรียกร้องอะไรมาก
แต่คนเราต้องมีความต้องการ และการเรียกร้อง
ที่ผมมาทีนี่ ก็เพื่อวัตถุประสงค์เดียว คือ ผมอยากให้ทุกคนเรียกร้องสิ่งดีดีให้กับชีวิต
ผมอยากให้ทุกคนมีโอกาสที่จะมีรถ และบ้านของตัวเอง
พวกคุณอาจสงสัยว่าจะทำได้อย่างไร พวกคุณต้องเรียกร้องให้กับตัวเอง
แม้โรงงานเาจะเป็นโรงงานเล็กๆ แต่ถ้าพวกเราทำงานหนักร่วมกัน
เราก็จะผ่านอุปสรรคไปได้ ความฝันของพวกเราจะเป็นความจริงในที่สุด





ดูจากรายงานแล้ว โรงงานของหว่าหมั่นหงมีคนงานมากกว่าโรงงานอื่น
แต่อัตราการผลิตกลับต่ำกว่า ทั้งที่ดูแล้วพนักงานต่างทำงานเต็มที่
ทำงานหนัก ก็ไม่ได้หมายความว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนี่

หลังจากชมโรงงานทั่วแล้ว เจิ้นปังก็พบปัญหาหลายข้อ
คงใช้เวลาอีกไม่กี่วันในการหาต้นสายปลายเหตุ




ฟ่งปิงหยี่: ก็พูดอย่างนี้ พนักงานถึงเห็นว่าคุณน่ะขี้โม้ พูดอะไรเขาก็ไม่เขื่อ
หว่าเจิ้นปัง: ผิดแล้วที่เขาไม่เชื่อ เพราะเขาไม่เข้าใจ ตอนที่ฟอร์คผลิตเครื่องยนต์ครั้งแรก มีซักกี่คนที่เชื่อเขา
มีอารองเนี่ยแหละ ผมเห็นได้เลยว่าอารองเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด
เขาเรียกว่าความคิดซิงค์กัน





เหว่งเส้าฟงยังคงตั้งหน้าตั้งตาขายเครื่องนอน จนทะลุเป้า
เธอเห็นลูกค้าคนหนึ่งต้องการซื้อหมอนสูง 3 นิ้วครึ่ง แต่สินค้าหมด เส้าฟงเกลี้ยกล่อมให้ซื้อแบบ 3 นิ้วแทน





เหว่งเส้าฟงซื้อหมอนกลับมาฝากฉางผิง วันนี้ วันเดียวขายหมอนไปตั้ง 60 ใบ
ระหว่างเคลียร์จดหมายเส้าฟงเห็นพัสดุไปรษณีย์จากปักกิ่ง
เชอะ หว่าเจิ้งปัง คิดว่าส่งของมาแค่นี้จะง้อเธอได้เหรอ เด๋วจะทิ้งให้ดู
ฉางผิงรีบห้ามแทบไม่ทัน เส้าฟงเข้าใจผิด พัสดุไม่ได้มาจากเจิ้นปัง
แต่เป็นหว่าหมั่นฮอนส่งมาให้ฉางผิงต่างหาก หน้าแตกไปเลย





ผู้จัดการใหญ่รู้เรื่องเส้าฟงล้มละลาย แถมยังถูกลูกค้าร้องเรียนเรื่องหมอน
หมอน 3 นิ้ว กับหมอน 3 นิ้วครึ่งมันให้ผลต่างกันมากนะ
ใช้หมอนผิดก็คอเดี้ยงได้ เส้าฟงคิดรับผิดชอบด้วยการลาออก
แต่นั่นไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ทำไมไม่มองว่าผิดตรงไหน และจะแก้ไขอย่างไร
ผู้จัดการใหญ่ให้โอกาสเส้าฟงได้เริ่มต้นใหม่











 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2551 23:19:37 น.
Counter : 1836 Pageviews.  

The Drive of Life 12







จากตอนที่แล้วเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทำให้โครงการ Lofty Villa ต้องหยุดชะงัก
มิสเตอร์ Tseung ผู้ถือหุ้นร่วมของโครงการ ปรึกษาใครดันไม่ปรึกษา ดันไปปรึกษา Ngai Tin Hang
เขาจึงเสนอให้สละโครงการนี้ซะ Lofty Villa ก็เหมือนต้นไม้ที่ไหม้ไฟ
โค่นทิ้งไป ก็ยังเหลือป่าอยู่ ไม่เช่นนั้น อาจลามมาจนหมดป่าได้




ขากลับ Ngai Tin Hang สวนกับพ่อลูกหว่า ที่จะมาพบมิสเตอร์ Tseung

หว่าเจิ้นปัง: Ngai Tin Hang คนสารเลว แกหลอกลวงขั้น
Ngai Tin Hang: พ่อหนุ่ม ทำไมต้องใส่อารมณ์ด้วย
หว่าเจิ้นปัง: ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ แกจงใจให้ข้อมูลผิดๆ
Ngai Tin Hang: คุณตัดสินใจผิดพลาดเอง มาโทษคนอื่นได้ไง
คุณยังหนุ่ม หมดตัวเป็นเรื่องเล็ก อีก 18 ปี คุณก็ตั้งตัวใหม่ได้
ผมไม่เหมือนกัน ผมล้มไม่ได้ และผมไม่เคยล้มด้วย
คุณต้องยอมรับกับผลลัพธ์ในสิ่งที่คุณตัดสินใจไป เรื่องนี้ พ่อคุณไม่ได้สอนหรือ




หว่าหมั่นฮอน: Ngai Tin Hang สอนบทเรียนที่ดีให้ลูก
ลูกควรจะขอบคุณเขา สิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้อง ลูกยังอายุน้อย ล้มแล้วก็ลุกขึ้นใหม่ได้
แต่เขาไม่เหมือนกัน เขาล้มไม่ได้ ลูกยังไม่เข้าใจอีกหรือ
Ngai Tin Hang: คุณหว่ามีเหตุผลจริงๆ เสียดายมีลูกเป็นพวกขี้แพ้




มิสเตอร์ Tseung คิดถอนตัวจากโครงการ หว่าหมั่นฮอนเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่เป็นผล
ถึงเวลานี้ ถ้าไม่สละเรือ มีหวังต้องจมไปพร้อมกับเรือแน่





เมื่อมิสเตอร์ Tseung ถอนตัว ลำพังกำลังของตระกูลหว่าเอง คงทำต่อไม่ไหว
หว่าเจิ้นปังเสนอให้เอา Provident fund ของพนักงานมาใช้ก่อน
แต่หว่าหมั่นฮอนห้ามเด็ดขาด เงินของพนักงานจะเอามาใช้ไม่ได้

หว่าเจิ้นปัง: อย่าบอกว่าพ่อจะล้มเลิกโครงการนะ
หว่าหมั่นฮอน: ตอนนี้ ที่พ่อเป็นห่วงไม่ใช่ Lofty Villa แต่เป็น Kwok Wai
เราต้องการเงินทุน ไม่ใช่เพื่อช่วย Lofty Villa แต่เพื่อช่วย Kwok Wai
หว่าเจิ้นปัง: ไม่ต้องห่วงครับพ่อ ผมจะหาผู้ลงทุนให้ได้ ผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้
หว่าหมั่นฮอน: ลูกจะรับผิดชอบได้ยังไง






ธนาคารยื่นโนติ้สให้ Kwok Wai ใช้หนี้โดยด่วน ตอนนี้ Kwok Wai ก็ลำบาก
เพราะโครงการก่อสร้างต่างชะลอการสร้าง เผลอๆ อาจจะเก็บเงินไม่ได้ด้วย
บอร์ดบริหารต่างไม่พอใจ โทษว่าเป็นความผิดของเจิ้นปัง





เจิ้นปังโมโหจนขาดสติ บุกไปหา Ngai Tin Hang ถึงที่ทำงาน จนมีเรื่องชกต่อยกับลูกน้องของ Ngai Tin Hang



ชิงหยูได้ข่าวเจิ้นปังเกิดเรื่อง ต้องขึ้นโรงพัก จึงรีบบอกหว่าหมั่นฮอน



หว่าหมั่นฮอนให้ทนายความช่วยประกันตัวหว่าเจิ้นปังออกมา
ยังดีที่ตกลงกันได้นอกศาล Ngai Tin Hang ยอมไม่เอาเรื่อง

หว่าเจิ้นปัง: เรายังไม่แพ้นะพ่อ ถ้าเราไม่ท้อแท้ถอดใจ เราอาจจะฟื้นตัวได้
ผมรู้ว่า พ่อต้องว่าผมทำอะไรตามอารมณ์เกินไป
แต่ Ngai Tin Hang มันจงใจกลั่นแกล้งเรา พ่อจะปล่อยให้มันลอยนวลไปยังงี้เหรอ
หว่าหมั่นฮอน: เจิ้นปัง พ่อผิดหวังในตัวลูก ผิดหวังมาก
ลูกสาบานว่าลูกจะรับผิดชอบ ลูกรับผิดชอบด้วยการไปทำร้ายคนอื่นและก่อเรื่องงั้นหรือ
มันจะช่วยอะไรได้ ถ้าลูกมีความรับผิดชอบจริง ลูกต้องมีความกล้า
กล้าที่จะยอมรับผิด และเผชิญหน้ากับผลที่เกิดขึ้น
ถ้าลูกอยากจะโทษใครซักคน ก็จงโทษตัวเองที่ตัดสินใจผิดพลาด
ถ้าลูกเอาแต่โทษคนอื่น ก็เท่ากับวิ่งหนีความรับผิดชอบ
ด้วยเหตุนี้ พ่อถึงไม่โทษลูก เพราะพ่อเองก็ต้องรับผิดชอบด้วย
พ่อต้องรับผิดชอบไม่ใช่แค่ต่อตัวเอง ยังต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น และพนักงานทั้งหมด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ต้องทำดีที่สุดเพื่อพวกเขา
อย่างนี้ เขาถึงจะเรียกว่ารับผิดชอบ
ถึงลูกจะทำธุรกิจล้มเหลวมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ลูกต้องไม่ล้มเหลวในการดำเนินชีวิต
เอาไปคิดดูให้ดีๆ






เหว่งเส้าฟงพยายามโทรหาเจิ้นปังหลายครั้ง ก็ติดต่อไม่ได้
แถมยังโดนฟ่งปิงหยี่ต่อว่าซะอีก ถ้าเป็นเพื่อนเจิ้นปัง ก็ต้องเห็นใจกันมั่งดิ คนกำลังตกที่นั่งลำบาก
อ้าว แล้วเจิ้นปังลำบากคนเดียวรึยังไง

อันนี้ เจิ้นปังก็ทำไม่ถูกนะคะ แม่ยกไม่เข้าข้าง อย่างน้อยก็ควรมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง
หลบหน้าไปอย่างนี้ เรียกว่าไม่รับผิดชอบนะ เด๋วให้พ่อเรียกมาอบรมอีกรอบเลยนี่




พอดีเอมี่เพื่อนเซลล์ไม่สบาย เส้าฟงฉวยโอกาสเสียบ
ระหว่างพาลูกค้าดูคอนโด ก็แอบขายห้องชุด Lofty Villa แบบเนียนๆ

เสียท่าตรงเอมี่รู้ทันตามมาจับผิดเธอ ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ
เอมี่ยังทำเรื่องร้องเรียนว่าเธอทำผิดจรรยาบรรณ ขายห้องชุดของตัวเอง
เป็นการแย่งลูกค้าของบริษัท






สงสารเส้าฟงต้องมาดวงตก โดนบริษ้ทไล่ออก ขึ้นรถแท๊กซี่ แท๊กซี่ก็มาเสียกลางทาง
ต้องหอบหิ้วของกลับบ้านก็ดันทำของตกอีก





สุดท้ายก็มาเจอหว่าเจิ้นปังที่กำลังเมาได้ที่มาเชียว

หว่าเจิ้นปัง: น้ำยาลบคำผิดเหรอ เฮ้อ จะลบความผิดพลาดที่ผมทำได้มั้ยเนี่ย
เหว่งเส้าฟง: หว่าเจิ้นปัง ยอมโผล่หน้ามาแล้วเหรอ นายทำชั้นแสบมากนะ ชั้นต้องลำบากแค่ไหนนายรู้มั่งมั้ย
หว่าเจิ้นปัง: คุณจะลำบากมากกว่าผมอีกเหรอ
เหว่งเส้าฟง: ชั้นไม่ได้พูดเล่นนะ บอกมาตามตรง Lofty Villa เป็นอย่างไรบ้าง
หว่าเจิ้นปัง: ผมว่าจะขายโครงการอยู่เนี่ย
เหว่งเส้าฟง: พูดงี้หมายความว่าไง จะก่อสร้างต่อมั้ย เมื่อไหร่จะได้รับใบอนุญาต
หว่าเจิ้นปัง: ผมไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะหาคนซื้อได้เมื่อไหร่ ก็แล้วแต่คนซื้อละกัน หรือไม่ก็แล้วแต่สวรรค์





เหว่งเส้าฟง: หว่าเจิ้นปัง ชั้นถือห้องชุดอยู่อีกตั้งหลายห้อง
เจ้าหนี้เงินกู้จะเอาชั้นตายอยู่แล้ว ถ้าตอนนั้นนายไม่ชวนชั้นซื้อล่ะก็ ชั้นก็ไม่ต้องลำบากอย่างนี้
นายต้องรับผิดชอบนะ
หว่าเจิ้นปัง: เฮ้ อย่าโทษคนอื่นได้มั้ย ต้องโทษตัวเองที่ตัดสินใจผิดพลาด
คุณต้องมีความกล้าที่จะเผชิญกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เขาถึงจะเรียกว่ามีความรับผิดชอบ





เหว่งเส้าฟง: คุณพูดกับชั้นอย่างนี้ได้อย่างไร
รู้มั้ยว่าเวลาคุณพลาดพลั้ง คุณยังมีคนมากมายคอยประคับประคองให้ความช่วยเหลือ
แต่ถ้าชั้นพลาดชั้นจะไม่เหลืออะไรเลย ชั้นอุตส่าห์เชื่อใจคุณ
หว่าเจิ้นปัง: คุณรู้มั้ย ทำร้ายคนอื่นไม่ช่วยแก้ปัญหาหรอกนะ
เหว่งเส้าฟง: ชั้นมันโง่ ชั้นไม่ควรไว้วางใจคุณ ผู้ชายล้วนเชื่อถือไม่ได้





เส้าฟงจ๋า อนุญาตให้โกรธเจิ้นปังได้ แต่อย่าโกรธนานนะ
เจิ้นปังเค้าก็เสียใจอยู่นะตัวเอง




กลับถึงบ้านก็มาเจอ เจ้าหนี้เงินกู้เอาใบทวงหนี้มาแปะหน้าบ้าน แถมพ่นสีผนังอีก
เส้าฟงกำลังโกรธจนหมดกลัว เจ้าหนี้ก็เจ้าหนี้เหอะ ถ้าไล่ไม่ไปก็จะโทรเรียกตำรวจล่ะ
เจ้าหนี้ให้เวลา 3 วัน ในการคืนเงิน





ลูกสาวเดือดร้อน แม่จะทนได้อย่างไร ฉางผิงเอาเงินเก็บและเครื่องประดับทั้งหมดออกมาให้

เหว่งเส้าฟง: แม่ขา หนูขอโทษ
เว่ยฉางผิง: เด็กโง่ ไม่เห็นต้องขอโทษแม่เลย
เหว่งเส้าฟง: เพราะหนูไม่เชื่อแม่ หนูโลภ กู้เงินมาเก็งกำไรห้องชุด
ตอนนี้ เจ้าหนี้มาทวง แม่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
เว่ยฉางผิง: แม่รู้ว่าหนูอยากหาเงินได้เยอะๆ เพื่อให้แม่ได้อยู่สุขสบาย
แต่ความสุขของแม่ ไม่ได้อยู่ที่บ้านใหญ่ หรือรถหรู
แค่เช้าๆ ได้ไปกินซาละเปาด้วยกัน ตอนเย็นหลังอาหารก็ไปเดินเล่นในสวน
แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว ลูกเข้าใจมั้ย
เหว่งเส้าฟง: แม่ขา
เว่ยฉางผิง: เด็กโง่ อย่าร้องไห้ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ
ไม่ว่าลูกจะตัดสินใจยังไง แม่จะสนับสนุนลูกเสมอ
เหว่งเส้าฟง: ไม่ว่าจะต้องลำบากยังไง หนูก็จะสู้ต่อไปค่ะ





ครอบครัวหว่าหมั่นหงย้ายบ้านใหม่ ส่วนหว่าเจิ้นหมั่นก็ได้เป็นเซลล์อันดับ 1
ซินซินมาร่วมงานเดี๋ยวเดียวก็หนีหน้าไป เจิ้นหมั่นชักสงสัยว่าซินซินจะหลบหน้าตัวเอง






ระหว่างกินเลี้ยง หว่าหมั่นหงเห็นข่าวเศรษ๘กิจตกต่ำที่ฮ่องกงแล้วเป็นห่วงพี่ชาย
หว่าเจิ้นหมั่นรู้ใจพ่อ รับอาสาไปจองตั๋วรถไฟให้ ที่ไหนได้พ่อใจร้อนกว่าให้จองตั๋วเครื่องบินไปเลย





อึ้งจี้เหม็งอารมณ์เสีย ที่โดนพนักงานแผนกอื่นๆ ต่อว่า
ใครๆ ต่างพูดว่า Kwok Wai อาจต้องปิดตัวลง เพราะ Lofty Villa เป็นต้นเหตุ




หวิงปิ้วไม่สบายใจที่หว่าหมั่นฮอนไม่เข้าที่ทำงานหลายวัน
หว่าชิงหยูเองก็ไม่รู้ว่าวัน วัน พ่อหายไปไหน กว่าจะกลับบ้านก็เย็นย่ำค่ำมืด
อยากคุยเรื่องแผนการบริหารหนี้สินกับพ่อยังไม่ได้เลย





หว่าหมั่นฮอนพยายามติดต่อเพื่อนฝูง บ้างก็ไม่สามารถช่วยได้
บ้างก็เดือดร้อนอยู่แล้ว ระหว่างนั้น มีโตีะข้างๆ ผู้หญิงทำแก้วแตก ฝ่ายชายรีบเรียกบ๋อยมาจัดการกวาดเศษแก้ว

Hiu Zam Yan: ผู้ชายก็แบบนี้ ชอบคิดแต่วิธีจัดการปัญหา
หว่าหมั่นฮอน: คุณหมายความว่าอย่างไร
Hiu Zam Yan: ที่จริงแล้ว ผู้ชายคนนั้นควรบอกแฟนของเขาว่า
แค่แก้วแตกเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาควรถามว่าเธอตกใจมั้ย หรือได้รับบาดเจ็บมั้ย
บางครั้งคำพูดก็สำคัญกว่าการแก้ปัญหา
คิดให้ดีนะคะ แก้วมันแตกไปแล้วแก้ไขไม่ได้ จริงมั้ย
หว่าหมั่นฮอน: ใช่ บางครั้ง อะไรที่ทำไปแล้ว ก็ย้อนกลับมาไม่ได้
ที่สำคัญคือ ทุกคนที่เกี่ยวข้องล้วนอยู่รอด ปลอดภัย
Hiu Zam Yan: ปล่อยวางปัญหา แล้วกินอาหารให้อร่อยกันเถอะค่ะ
หว่าหมั่นฮอน: บางอย่างเราก็ควรปล่อยวาง แต่บางอย่างเราก็ไม่ควรปล่อยมือ
Hiu Zam Yan: เราผ่านความยากลำบากมาไม่น้อย อย่างแย่ที่สุด เราก็เริ่มต้นกันใหม่
ที่ฉันห่วงคือเจ้ินปัง
หว่าหมั่นฮอน: ถือว่าเป็นประสบการณ์เถอะ ยังไงเขาก็ต้องผ่านไปให้ได้






หว่าหมั่นฮอนตัดสินใจได้ในที่สุด



หวิงปิ้วทำใจไม่ได้ ทำงานด้วยกันมาหลายปี ไม่เคยเห็นหว่าหมั่นฮอนยอมแพ้มาก่อน
ถึงเวลาที่ต้องยอมรับความจริงกันแล้ว นี่มันเป็นปัญหาระดับประเทศ ไม่ใช่แค่โรงงาน Kwok Wai
ความตั้งใจอย่างเดียว ไม่สามารถทวนกระแสเศรษฐกิจได้หรอก

หว่าหมั่นฮอน: หวิงปิ้ว เธอเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของบริษัท ต่อให้ Kwok Wai ปิดไป
เธอก็ย้ายไปทำงานที่อื่นได้
หวิงปิ้ว: ผมยังต้องเรียนรู้จากคุณอีกมาก
หว่าหมั่นฮอน: เรื่องสุดท้ายที่ฉันอยากจะสอนเธอ คือ ความกล้าที่จะยอมรับความจริง
ฉันหวังว่า เราทั้งคู่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน






หว่าหมั่นฮอนกำลังจิตตก ก็พอดีได้เจอกับน้องชาย



หว่าหมั่นหงได้ผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ เขาจึงเสนอซื้อหุ้นในโรงงานรถยนต์ของหว่าหมั่นฮอน
แต่หว่าหมั่นฮอนปฏิเสธ เงินแค่ไม่กี่สิบล้านจะมาถมหนี้ร้อยล้าน ไม่มีประโยชน์

หว่าหมั่นหงจึงเสนอให้หว่าหมั่นฮอนไปช่วยบริหารโรงงานรถยนต์
อย่างน้อยโรงงานนี้ก็เป็นความฝันของปู่กับพ่อ





วันรุ่งขึ้น หว่าหมั่นฮอนประกาศปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ
Kwok Wai ต้องเข้าสู่ขั้นตอนปรับโครงสร้างหนี้ และขายสินทรัพย์เพื่อนำไปชำระหนี้สิน

พนักงานต่างเสียใจ และอยากจะกลับมาร่วมงานกับหว่าหมั่นฮอนอีก
ไม่รู้ว่า หวิงปิ้วเสียใจที่ต้องตกงาน หรือ ต้องอยู่ห่างจากชิงหยูมากกว่ากัน






ใครๆ ก็ไปที่โรงงานกันหมด ยกเว้นก็เจิ้นปังคนเดียวที่ไม่กล้าสู้หน้าพ่อ

ฟ่งปิงหยี่: ชั้นตกงานอีกแล้ว พ่อชั้นทำงานที่เดียวตลอดชีวิต แต่ชั้นสิ เดี่ยวก็เปลี่ยนงาน
เพราะคุณนั่นแหละ ไม่งั้นชั้นคงไม่ตกงานหรอก แล้วชั้นจะไปบอกพ่อยังไงล่ะ
หว่าเจิ้นปัง: คุณน่ะแค่ตกงานเอง ผมสิแย่กว่าอีก
ผมทำให้คนเป็นพันต้องตกงาน ทำให้ธุรกิจของพ่อต้องล่มจม
บริษัทระดับบิ๊กอย่าง Kwok Wai ต้องปิดตัวแค่ข้ามคืน
ผมไม่กล้าสู้หน้าพ่อ ไม่กล้ากลับบ้านด้วย
ฟ่งปิงหยี่: ค่อยพูดจาเป็นผู้เป็นคนหน่อย
หว่าเจิ้นปัง: คุณเป็นผู้หญิง ยังไงก็ต้องกลับบ้าน บ้านอยู่ไหนล่ะ ผมจะไปส่ง






บ้านฟ่งปิงหยี่ อยู่ในชนบทมาก ที่บ้านมีพ่อกับย่าสองคน
ปิงหยี่เข้าไปช่วยย่าทำกับข้าว ปล่อยให้เจิ้นปังคุยกับพ่อไป




พ่อกำลังซ่อมรถจักรยาน

พ่อ: เอ หน้าตาไม่เห็นเหมือน
หว่าเจิ้นปัง: ไม่เหมือนอะไรครับ คุณลุง
พ่อ: ไม่มีอะไร เวลาปิงหยี่กลับบ้าน แกชอบบอกว่านายแกเป็นเพลย์บอย
เอาแต่รักสนุกจนทำให้โรงงานของพ่อต้องล่มจม แต่เธอก็ดูดีออก
ไม่เห็นแย่อย่างที่ปิงหยี่ว่าเลย
หว่าเจิ้นปัง: คุณลุงดูคนจากภายนอกไม่ได้หรอกครับ
ปิงหยี่พูดถูก ผมน่ะแย่มาก ขนาดผมยังทุเรศตัวเองเลย





พ่อของปิงหยี่เคยทำงานควบคุมคุณภาพสินค้าในบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อน
เจ้านายของพ่อเริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตเตารีด

พ่อ: พ่อก็ชอบเตารีดนะ เห็นแล้วได้ปรัชญาชีวิตดีๆ
มีหลายครั้งในชีวิตที่เราต้องเจอกับเหตุการณ์แย่ๆ เราก็อยากจะมีเตารีดมารีดปัญหาให้เรียบ
หว่าเจิ้นปัง: ผมก็อยากจะได้เตารีดมารีดปัญหาซักอันเหมือนกัน
พ่อ: เห็นเตารีดอันนี้มั้ย เมื่อก่อนไม่มีใครกล้าทำเตารีดสำหรับพกพาเวลาเดินทาง
แต่เจ้านายของลุงมีความความกล้าที่จะทดลอง
หว่าเจิ้นปัง: อย่างน้อยเขาก็ทำสำเร็จ
พ่อ: แต่ก่อนจะสำเร็จก็เจออุปสรรค ปัญหานับไม่ถ้วน ที่จริงแล้วนักลงทุน และนักฝันทุกคน
ย่อมเคยผ่านอุปสรรคมากมายมาแล้วทั้งนั้น แต่ล้มแล้วต้องลุกให้ได้
เธอต้องไม่ยอมแพ้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้





พ่อของปิงหยี่มีหลานหลายคน ที่อาศัยอยู่บ้านใกล้ๆ กัน
จะกินข้าวทีก็ต้องตะโกนเรียก ปิงหยี่เลยต้องดุและเข้มงวด
ไม่งั้นหลานๆ ก็ไม่มีระเบียบวินัยดิ






หว่าหมั่นฮอนเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาใช้หนี้แทน Kwok Wai
เล่นเอาธนาคารล่ะอึ้ง มีแต่คนหาทางเลี่ยงไม่จ่ายหนี้ มีแต่หว่าหมั่นฮอนเนี่ยแหละที่เต็มใจอยากใช้หนี้
ลูกค้าชั้นดีแบบนี้ หากต้องการจะกู้อีก ธนาคารก็ยินดีจะให้กู้




หว่าหมั่นฮอนเศร้าใจที่โรงงานต้องถูกปิด



คืนนั้น พ่อแม่ลูกต่างนอนไม่หลับ ไม่เป็นไรหรอก ถึงบริษัทจะต้องปิดตัวแต่พ่อไม่ได้ล้มละลายซะหน่อย
อย่างน้อยก็ยังมีบ้านอยู่ ไม่ต้องไปนอนข้างถนน

หว่าเจิ้นปัง: พ่อ แม่ พี่ใหญ่ ผมขอโทษ
Hiu Zam Yan: เด็กโง่ ชีวิตแม่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากมายอะไร
เรื่องนี้ถือว่าเล็กน้อย ก่อนเนี้ย พวกเธอทุกคนงานยุ่ง ไม่มีใครกลับมากินข้าวเย็นเลย
ดีซะอีก ที่มีคนกลับมากินน้ำแกงแม่มากขึ้น




เอาล่ะ ไหนๆ ก็นอนไม่หลับ มาเล่นโมโนโพลี่กันดีกว่า

หว่าหมั่นฮอน: เจิ้นปัง ลูกล้มละลายแล้ว ลูกต้องขายที่
หว่าเจิ้นปัง: งั้นผมจะขายที่ ผมก็แค่ถังแตกชั่วคราว อีกไม่นานผมก็ต้องกลับมา
หว่าหมั่นฮอน: ก็ดีที่ลูกมั่นใจ แต่ลูกต้องมีความอดทน อยู่ที่ว่าลูกได้เรียนรู้แล้วหรือยัง
หว่าเจิ้นปัง: พ่อครับ ไม่ต้องห่วง ผมจะหางานทำ ผมจะพิสูจน์ให้พ่อเห็น
ผมจะเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์





Hiu Zam Yan: น้องชายลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ลูกเป็นพี่ใหญ่ ลูกมีแผนยังไงบ้าง
หว่าชิงหยู: หนูแล้วแต่พ่อค่ะ หนูจะอยู่ช่วยงานพ่อ จนกว่าเราจะฟื้นตัว
หว่าหมั่นฮอน: ชิงหยู มานั่งข้างพ่อมา อย่าเอาแต่นั่งข้างแม่เลย
Hiu Zam Yan: อิจฉาแม่หรือ เอ หมั่นหงเขาชวนพ่อไปทำโรงงานรถยนต์ที่ปักกิ่งด้วยกันไม่ใช่หรือ
หว่าหมั่นฮอน: ใช่ เราจะร่วมทำโรงงานรถยนต์ แต่พ่อจะไม่ไปหรอกนะ เจิ้นปังลูกแน่ะ ไปแทนพ่อ





Hiu Zam Yan: อะไรกัน ลูกเพิ่งเรียนจบกลับมา คุณก็จะส่งลูกไปไกลอีกแล้วหรือ
หว่าชิงหยู: ถึงปักกิ่งจะทันสมัยขึ้นแล้ว แต่น้องก็เป็นคุณชายจนเคย หนูกลัวว่าน้องจะทนลำบากไม่ไหว
หว่าเจิ้นปัง: ผมจะไปปักกิ่ง ผมจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมไม่ใช่คุณชาย
หนนี้ผมทำพลาด ผมจะถือว่านี่เป็นการฝึกฝนตนเอง
อย่างที่พ่อชอบพูด เหล็กกว่าจะขี้นรูปได้ ต้องผ่านการหลอม การตี
คนเราต้องผ่านความยากลำบาก ถึงจะใช้การได้
หว่าหมั่นฮอน: ดีมาก เจิ้นปัง มานั่งข้างพ่อนี่มา วันนี้ พ่อมีความสุขจริงๆ
Hiu Zam Yan: แล้วแม่ล่ะ










 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 22:59:09 น.
Counter : 607 Pageviews.  

The Drive of Life 11







จากตอนที่แล้วหว่าหมั่นฮอนอนุมัติให้เจิ้นปังทำโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูได้
โดยยอมร่วมมือกับ Ngai Tin Hang ทำพิธีวางศิลาฤกษ์คอนโด Lofty Villa




สำหรับหว่าชิงหยูแล้ว กำไรจากคอนโดไม่สำคัญเท่าการที่สองพ่อลูกได้เข้าใจกันซะที

หวิงปิ้ว: ชีวิตคุณชายนี่ก็ดีไปอย่างนะ มีคุณพ่อคอยแผ้วถางทางเดินให้
หว่าชิงหยู: อย่าอิจฉาเจิ้นปังเลย คุณพ่อก็เห็นความสำคัญของคุณไม่น้อย
ท่านถึงให้คุณดูแลโรงงานใหม่
หวิงปิ้ว: ผมเข้าใจ ถึงผมจะไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง
แต่ผมก็จะใช้ความสามารถพิสูจน์ตัวเอง




นักข่าวต่างสงสัยว่า Kwok-wei จะเบนเข็มมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้วหรือ
หว่าหมั่นฮอนปฏิเสธ Kwok-wei ยังจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็กต่อไป
ส่วน Lofty Villa หว่าเจิ้นปังเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
Ngai Tin Hang แอบยิ้มเยาะสองพ่อลูกอยู่ในใจ
(ไม่เข้าใจอ่ะ หว่าหมั่นฮอนก็รู้อยู่ว่า Ngai Tin Hang งี่เง่าขนาดไหน ทำไมยอมจับมือง่ายๆ)




นักข่าวปรี่ไปสัมภาษณ์เจิ้นปังต่อ เจิ้นปังประกาศว่าโครงการนี้จะทำกำไรได้ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้าน
เล่นเอาฟ่งปิงหยี่ถึงกับอึ้ง ทำงานไปอีก 15,000 ปีโน่น ถึงจะได้เงินเท่านี้
โครงการเดียวได้เงินมหาศาลขนาดนี้ ดูมันฝันเฟื่องเกินไปรึเปล่า
อึ้งจี้เหม็งยังมั่นใจในความสามารถของหว่าเจิ้นปังที่จะทำความฝันให้เป็นความจริงได้





โรงงานถลุงเหล็กแห่งใหม่นอกจากจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้มากกว่าเดิม
ยังลดการสูญเสียเหล็กไปถึง 5% แต่ตอนนี้ยังใช้กำลังการผลิตแค่ 70% ยังไม่นับว่าคุ้มทุน
หวิงปิ้วคาดว่าภายในครึ่งปี ต้องสามารถผลิตได้เต็มกำลัง

หว่าหมั่นฮอน: หวิงปิ้ว ตอนนี้เธอเป็นประธานกรรมการบริหาร ทำงานให้เต็มที่ล่ะ
เจิ้นปังเองก็ไม่สนใจอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก ต่อไปบริษัทก็หวังพึ่งเธอแล้ว
หว่าชิงหยู: ทำงานให้เต็มที่ล่ะ






เหว่งเส้าฟงนัดหว่าเจิ้นปังไปฉลองการวางศิลาฤกษ์โครงการบนยอดเขาวิคตอเรีย พีค
อุตส่าห์สั่งไวน์จากฝรั่งเศสมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

เหว่งเส้าฟง: Lofty Villa เป็นโครงการคอนโดที่เยี่ยมยอด
ใครๆ ต่างชื่นชมความกล้าและการตัดสินใจที่เด็ดขาดของคุณ
ในฐานะพาร์ทเนอร์ ชั้นภูมิใจในตัวคุณจริงๆ
(อ่ะแน่ะ มีแอบเปิดไหล่ให้เจิ้นปังดูด้วย)
หว่าเจิ้นปัง: ผมเองก็ภูมิใจที่มีพาร์ทเนอร์ทั้งสวยและฉลาดอย่างคุณ
เหว่งเส้าฟง: สงสัยจังว่า คุณให้ใครเป็นตัวแทนขายคอนโด
หว่าเจิ้นปัง: ผมชอบกลิ่นน้ำหอมของคุณ เอ สงสัยจังว่า ผมจะให้ใครเป็นตัวแทนขายคอนโดน้อ
เหว่งเส้าฟง: แล้วไม่ลองพิจารณาพาร์ทเนอร์ของคุณบ้างเหรอ
หว่าเจิ้นปัง: คุณคนเดียวทำไหวรึไง
เหว่งเส้าฟง: ชั้นมีเพื่อนร่วมงานตั้งเยอะ
หว่าเจิ้นปัง: คุณจะแบ่งรายได้ให้พวกเขาเหรอ
เหว่งเส้าฟง: บริษัทรับปากจะโปรโมทชั้นเป็นผู้จัดการสาขา
ถ้าบริษัทเราเป็นบริษัทเดียวที่ได้เป็นตัวแทนขายคอนโดของคุณ






จุ๊ จุ๊ เจิ้นปังเค้าไม่หลงเสน่ห์สาวง่ายๆ หรอกนะจ๊ะ

หว่าเจิ้นปัง: แค่โชว์ไหล่นิดหน่อย ก็คิดจะได้อภิสิทธิ์แล้วเหรอ
เหว่งเส้าฟง: พูดหยั่งงี้ เห็นชั้นเป็นคนยังไง
หว่าเจิ้นปัง: คนไม่มีอารมณ์ขันมั้ง
เหว่งเส้าฟง: อย่าเข้าใจผิด ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงพวกที่เอาตัวเองเข้าแลกนะ
ชั้นเห็นคุณเป็นพาร์ทเนอร์หรอก ถึงอยากจะช่วย
บริษัทของชั้นมีทีมงานขายที่เก่งกาจ ถ้าคุณไม่เลือกเรา
ไม่เพียงฝ่ายชั้นที่สูญเสีย คุณเองก็เสียโอกาสดีๆ ไปด้วย
หว่าเจิ้นปัง: คุณเป็นคนที่ทำงานจริงจังมาก ผมจะใคร่ครวญเรื่องนี้ให้ดี
อ้อ คืนวันที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีน ผมจองห้องไว้ดูพลุ
มาดูด้วยกันสิ แล้วผมจะให้คำตอบคุณ





เจิ้นหมั่นเอาสินค้ามาส่งให้ซินซิน
ทำให้ผู้จัดการ Lam ได้พบเธอ เค้าปิ๊งเธอเข้าให้
เจิ้นหมั่นรับปากช่วยเหลือผู้จัดการ Lam





หลังจากโรงงานของหว่าหมั่นหง ได้รับเงินลงทุนเพิ่มขึ้น
ทำให้งานยุ่งจนหว่าหมั่นหงต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน
แค่เดือนนี้เดือนเดียวก็มียอดสั่งรถเข้ามามากมาย
ตอนนี้ ถึงสิ้นปี มียอดสั่งเข้ามาแล้วถึง 5,000 คัน
หากสิ้นปีมีกำไรมาก ก็กะจะเอาไปปรับปรุงเรื่องที่พักพนักงาน
และจัดซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่ขาดแคลน




หว่าเจิ้นหมั่นเสนอให้จัดงานเลี้ยงในวันที่ 1 ก.ค.
ซึ่งเป็นวันที่ส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีนแผ่นดินใหญ่
หว่าหมั่นหงรู้ทันลูกชาย คิดจะหาโอกาสโปรโมทแชมพูน่ะสิ




ที่จริงหว่าเจิ้นหมั่นยังมีแผนเปิดโอกาสให้ผู้จัดการ Lam ได้พบกับซินซิน
พอนัดผุ้จัดการ Lam ได้แล้วก็รีบไปบอกซินซินให้เตรียมตัวแต่งตัวสวยๆ มางาน
ทำให้เธอเข้าใจผิด คิดว่าเจิ้นหมั่นชวนเธอเป็นคู่นัดของเขา





ตอนนี้ กองทุนเริ่มขายเงินบาทออกมา ได้เวลาที่ Ngai Tin Hang จะขายหุ้นของ Lofty Villa แล้ว
ก็อยากเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟเอง ช่วยไม่ได้




แมงเม่าที่ Ngai Tin Hang เล็งไว้ไม่ใช่ใครอื่น ก็หว่าเจิ้นปังเนี่ยแหละ
เจิ้นปังสงสัยว่าทำไม Ngai Tin Hang ถึงได้ทยอยขายอสังหาริมทรัพย์ในมือ เพื่อเอาไปเล่นหุ้น
Ngai Tin Hang อ้างว่าแม้ตลาดสังหาจะบูม แต่เงินก็ได้ช้า
สู้ลงทุนซื้อขายหุ้นไม่ได้ ได้เป็นกอบเป็นกำกว่าเยอะ
แต่ถึงยังไง ก็ยังเชื่อว่าต่อไปราคาขายต้องพุ่งสูงถึง 12,000 เหรียญต่อตารางฟุตแน่
ฟ่งปิงหยี่ยังไม่อยากจะเชื่อว่าใครจะมีปัญญาซื้อคอนโดราคาแพงขนาดนี้
แค่ค่าดาวน์ก็ตกเดือนละ 3 หมื่นเหรียญแล้ว
Ngai Tin Hang ยินดีขายหุ้นให้เจิ้นปังถูกกว่าราคาตลาด 20%
โดยให้เวลาเจิ้นปังตัดสินใจ 3 วัน






ปิงหยี่ยังไม่ค่อยพอใจที่ราคาบ้านถูกปั่นจนสูงซะขนาดนี้
แล้วคนชั้นกลางกับคนชั้นล่างจะมีบ้านกับเขาได้มั้ยเนี่ย
คราวนี้เจิ้นปังไม่ยักโมโหแฮะ เขากลับบอกว่าธุรกิจอสังหารุ่ง ก็ช่วยให้ธุรกิจอื่นพลอยรุ่งไปด้วย
อย่างนี้ คนชั้นกลาง กับคนชั้นล่างถึงจะได้ขึ้นเงินเดือนทุกปี




อีกสองวันจะถึงวันส่งมอบฮ่องกง รายงานข่าวประเมินว่าราคาอสังหาน่าจะพุ่งสูงขึ้นอีก
หว่าชิงหยูดีใจแทนพ่อกับน้องชาย หว่าหมั่นฮอนยังไม่ค่อยไว้วางใจ
โลกธุรกิจไม่มีอะไรที่ทำกำไรได้ง่ายๆ อย่างนี้




เจิ้นปังขอความเห็นพ่อเรื่องการซื้อหุ้นของ Ngai Tin Hang
หว่าหมั่นฮอนยกให้ลูกชายตัดสินใจ เรื่อง Lofty Villa พ่อไม่ขอก้าวก่าย
ให้อำนาจไปแล้ว จะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ ยอดคุณพ่อจริงๆ ค่ะ





คืนวันก่อนถึงวันส่งมอบฮ่องกง เหว่งเส้าฟงเห็นหน้าเจิ้นปังทางทีวียิ่งหมั่นไส้
ใครจะไปตามนัดให้โง่ยะ




เส้าฟงกะอยู่บ้านฉลองกับแม่ซะหน่อย แม่ก็มีนัดกับเพื่อนซะนี่
เดือนนี้ เดือนเดียว เส้าฟงขายบ้านได้ค่าคอมมิชชั่นมาตั้งสองแสน เลยซื้อเข็มกลัดไข่มุกล้อมเพชรให้แม่
แม่กังวลไม่อยากให้เส้าฟงเก๊งกำไรบ้าน แค่ขายเอาค่าคอมก็น่าจะพอแล้ว





สุดท้ายแล้ว เพื่อเงิน และเพื่อแม่ เส้าฟงก็ตัดสินใจไปพบเจิ้นปัง
เสียสละนิดหน่อยจะเป็นไรไป อย่างมากก็แค่เปิดไหล่ โชว์หวิวนิ้สสสนึง
มากกว่านี้ล่ะก็ ฮึ่มม เส้าฟงจ๊ะ ไอ้เสียงกริ่งที่เตรียมไปเนี่ย มันจะช่วยได้เหรอ




แอบขำเส้าฟง ตอนก่อนจะเข้าห้องเตรียมตัวซ้า
พอเจิ้นฟงเปิดประตูเท่านั้นแหละ ยิ้มหวานสั่งได้ขึ้นมาเชียว 555

หว่าเจิ้นปัง: ชุดคุณแต่ละชุดนี่ ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย





เส้าฟงเข้ามาในห้องจึงเห็นว่าเจิ้นปังไม่ได้นัดเธอมาคนเดียว
แต่เป็นปาร์ตี้สังสรรค์ต่างหาก โล่งอกไปที

เส้าฟงเพิ่งรู้ว่าเพื่อนเก่าของแม่คือพ่อของเจิ้นปังนั่นเอง อะไร้โลกมันจะกลมขนาดนี้





หว่าหมั่นฮอน: เจิ้นปังพูดถึงหนูบ่อยๆ ว่าหนูเก่งอย่างนั้นอย่างนี้
แต่ลุงไม่ยักรู้ว่าหนูจะเป็นสาวสวยอีกด้วย
เหว่งเส้าฟง: เจิ้นปังก็พูดถึงคุณลุงบ่อยๆ ไม่คิดว่านอกจากจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้ว
คุณลุงยังดูเท่ สมเป็นสุภาพบุรุษอีกด้วย
หว่าเจิ้นปัง: เรื่องปากหวาน กับการเจรจาต่อรองเนี่ย ต้องยกให้คุณเลย
อึ้งจี้เหม็งกับฟงปิงหยี่คุณก็รู้จักแล้วนะ คงไม่ต้องแนะนำ





หว่าชิงหยูควงวิลมางานปาร์ตี้

หว่าหมั่นฮอน: วิล ผมอยากฟังความคิดเห็นคุณ คุณคิดว่าการส่งมอบฮ่องกงให้จีนจะมีผลกระทบกับอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างไร
Hiu Zam Yan: อยู่ในงานปาร์ตี้ อย่าคุยเรื่องงานได้มั้ยคะ คุยเล่นกันดีกว่า
หว่าหมั่นฮอน: ผมไม่ถนัดเรื่องคุยเล่น
เว่ยฉางผิง: งั้นมาคุยเรื่อง เมื่อไหร่คุณจะได้เป็นพ่อตาดีกว่า





หว่าเจิ้นปัง: พี่ใหญ่ คราวนี้ พี่หลบเลี่ยงไม่ได้แล้วนะ
หว่าชิงหยู: อะไร พ่อจะเป็นพ่อสามีก่อนไม่ได้หรือ
หว่าเจิ้นปัง: พวกเราเป็นแค่พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกันเท่านั้น
ฟ่งปิงหยี่: ใช่ค่ะ พวกเรายืนยันได้ว่าเขาสองคนไม่มีอะไรกันจริงๆ
หว่าหมั่นฮอน: งั้นระหว่างเธอกับจี้เหม็งก็มีอะไรกันสินะ
อึ้งจี้เหม็ง: คุณหว่า อย่าล้อเล่นอย่างนี้สิครับ
หว่าหมั่นฮอน: อ้าว ก็พูดเล่นน่ะสิ ทำไมไม่หัวเราะกันล่ะ
หว่าเจิ้นปัง: เชื่อเลย พ่อนี่ไม่ถนัดเรื่องคุยเล่นจริงๆ






คนเขามาดูพลุกันเป็นคู่ๆ มีหวิงปิ้วหงอยอยู่คนเดียว
รอท่าน Lee มาปลอบใจ อิอิ

ดูแล้วอยากจะให้ปิงหยี่คู่กับจี้เหม็งไปซะเลย จะได้ลงตัว






ขณะเดียวกัน ที่โรงงานก็มีงานเลี้ยงฉลอง



หลี่ซินซินอุตส่าห์แต่งตัวสวยมาร่วมงาน แต่หว่าเจิ้นหมั่นกลับแนะนำเธอให้เต้นรำกับผู้จัดการ Lam
ซินซินเสียใจ หนีออกไปนอกโรงอาหาร





หว่าเจิ้นหมั่นยังไม่เข้าใจความรู้สึกเธอ คิดว่าเธออาย
ผู้จัดการ Lam ไม่ดีตรงไหน ทั้งหล่อ ทั้งดี สาวๆ ต่างชอบ
ถ้ามัวแต่อาย จะต้องเสียดายโอกาส

หว่าเจิ้นหมั่น: ซินซิน ถ้าฉันไม่เห็นเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ
จะพยายามหาสามีดีๆ ให้เธอขนาดนี้เหรอ

ยิ่งพูดซินซินยิ่งช้ำใจ อ่ะได้ อยากให้เต้นรำกับผู้จัดการ Lam ก็ได้





อย่างนี้เขาเรียกว่าประชดชีวิตรึเปล่า



ถึงช่วงเวลาเฉลิมฉลอง หวิงปิ้วเห็นชิงหยูกับวิลรักกันดี ก็ได้แต่ทำใจ



คู่นี้ ก็สวีทกันเป็นเงียบๆ



มาถึงฉากที่แม่ยกรอคอย ฉากจูบฉากแรกระหว่างเจิ้นปังกับเส้าฟง
ก่อนอื่น ต้องพ่อแง่แม่งอนกันเล็กน้อย

เหว่งเส้าฟง: นี่ สนุกพอรึยัง
หว่าเจิ้นปัง: อะไร เราเพิ่งจะเริ่มเดทกันเอง
เหว่งเส้าฟง: พลุก็ดูไปแล้ว เคาน์ดาวน์กันไปแล้ว รถรางก็นั่งแล้ว จะเอายังไงอีก
เมื่อไหร่จะพูดเรื่องสิทธิ์การขายคอนโด Lofty Villa ซะที
หว่าเจิ้นปัง: ผมอุตส่าห์จองรถรางนี้เป็นพิเศษ มานั่งเล่นกนลมชมวิว
ดูทิวทัศน์ฮ่องกงยามราตรีกับผมดีกว่า
เหว่งเส้าฟง: หว่าเจิ้นปัง อย่าเสียเวลาอีกเลย บอกมาคำเดียว ชั้นจะได้สิทธิ์ขายคอนโดมั้ย
หว่าเจิ้นปัง: อือม ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลย เดี๋ยวจะไปไหน ผมยังพูดไม่จบ
เหว่งเส้าฟง: คุณล้อชั้นเล่นมาทั้งคืนแล้วนะ ยังไม่พออีกหรือ
หว่าเจิ้นปัง: เห็นแก่ที่คุณอยู่เป็นเพื่อนผมมาทั้งคืน ผมจะแนะนำอะไรดีๆ ให้
แทนที่คุณจะเซ้าซี้ขอภิสิทธิ์ให้กับบริษัทคุณ
ทำไมไม่คิดอยากจะขอซื้อไว้ขาย เอากำไรเข้ากระเป๋าบ้างล่ะ ดีกว่าได้แค่ค่าคอม
ผมจะให้ส่วนลดคุณ 20% เลยเอามั้ย
เหว่งเส้าฟง: 20% เลยเหรอ คุณจะขายให้ชั้นกี่ยูนิตล่ะ
หว่าเจิ้นปัง: ก็อยู่ที่ว่าคุณจะจูบผมกี่ครั้ง คุณจูบผมเท่าไหร่ ผมก็จะขายห้องให้คุณเท่านั้น





ตอนแรกก็จุ๊บเล่นๆ ไปๆ มาๆ ฟ้าฝนเป็นใจให้จูบกันจริงๆ






ทางด้านหว่าหมั่นเซ็กที่แคนาดา เขาแอบคบชู้ไม่ได้หว่องซิ่วฟั่นรู้



ต่อหน้าเพื่อนฝูงก็ทำเป็นรักใคร่กันดี
หว่าหมั่นเซ็กฉวยโอกาสที่ฝรั่งเข้ามาในร้าน หาเรื่องทะเลาะจนหว่องซิ่วฟั่นโกรธ
แล้วฉวยโอกาสชิ่งไปเจอหญิง





หว่องซิ่วฟั่นมาเห็นภาพตำตา จับได้คาหนังคาเขา




หว่องซิ่วฟั่นทนรับไม่ได้อีกต่อไป เธอเก็บข้าวเก็บของเตรียมจากไป

หว่าหมั่นเซ็ก: คุณทำอะไร นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนได้มั้ย
หว่องซิ่วฟั่น: ผู้หญิงคนไหนจะทำใจได้ ถ้าเห็นสามีตัวเองมีอะไรกับผู้หญิงอื่น
หว่าหมั่นเซ็ก: ผมขอร้องล่ะ เห็นแก่ลูกสาวเรา อย่าไปได้มั้ย
หว่องซิ่วฟั่น: ถ้าไม่เห็นแก่ลูกสาวเรา ชั้นหย่าขาดจากคุณไปตั้งนานแล้ว
หว่าหมั่นเซ็ก: คุณจะเอายังไงแน่
หว่องซิ่วฟั่น: คุณล่ะจะเอายังไง ตอนนั้น คุณบอกว่าจะกลับตัวซะใหม่ ชั้นถึงมาแคนาดากับคุณ
ที่ไหนได้ คุณยังแอบมีผู้หญิงอื่นลับหลังชั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า
หว่าหมั่นเซ็ก อย่าโทษที่ชั้นไม่ให้โอกาสคุณ




หว่าหมั่นเซ็ก: คุณจะไปไหน
หว่องซิ่วฟั่น: ไม่ใช่เรื่องของคุณ
หว่าหมั่นเซ็ก: จะไปหา Ngai Tin Hang ล่ะสิ มีข้ออ้างแล้วนี่
หว่องซิ่วฟั่น: พูดอะไรของคุณ
หว่าหมั่นเซ็ก: ใช่สิ ผมมันขี้แพ้ ให้อะไรที่คุณต้องการไม่ได้
Ngai Tin Hang เขาเป็นคนเก่ง เขาคงให้ความสุขคุณได้
ถ้าคุณไม่ไปพบ Ngai Tin Hang ผมคงไม่มีอะไรกับ Chi-chi
คุณเป็นคนบังคับผมเอง
หว่องซิ่วฟั่น: คุณยังเป็นคนอยู่รึเปล่า คุณทำผิด ยังมาโทษชั้น
หว่าหมั่นเซ็ก: อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย ถ้าผมไม่เห็นคุณสองคนกอดจูบกันล่ะก็
ผมคงหลงเชื่อน้ำตาของคุณแล้ว
หว่องซิ่วฟั่น: ใช่ ชั้นอยู่กับเค้า แล้วไง เค้าดีกว่าคุณหลายเท่า
คุณมันก็ดีแต่ก้อร่อก้อติกกับสาวๆ พ่อชั้นให้โอกาสคุณ แต่คุณกลับไม่เห็นค่า
ทำตัวเป็นสุนัขตามก้นพี่ชาย สมบัติของครอบครัวชั้น คุณก็ยกให้เค้า
ช้นเสียใจที่ไม่รีบหย่าขาดกับคุณก่อนหน้านี้
หว่าหมั่นเซ็ก: ถ้าอยู่กับผมแล้วไม่มีความสุข ก็หย่ากันไปเลย





แย่แล้ว Chi-lam มาเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน ทำให้ลูกสาวต้องเสียใจ
หว่าหมั่นเซ็กกับหว่องซิ่วฟั่นก็เสียใจยิ่งกว่า




สุดท้าย หว่องซิ่วฟั่นก็ยอมรับ Ngai Tin Hang
หว่าหมั่นเซ็กโทรมาเธอก็ไม่สนใจ






ปี 1998 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบถึงฮ่องกง ตลาดหุ้นตก ตลาดอสังหาทรุด
คอนโด Lofty Villa ก็พลอยขายไม่ออกไปด้วย

หว่าเจิ้นปังยังไม่ยอมแพ้ ยังคิดหาวิธีการลดต้นทุน เพื่อลดราคาห้องพ้กลง
ถ้าเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำแบบปกติล่ะก็ อาจจะได้ผล
แต่นี่มันช่วงฟองสบู่แตกนะ แผนไหนก็ไม่เวิร์คทั้งนั้นแหละ
ตอนนี้ บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ได้อีกแค่ 2 เดือนเอง
ต่อไปไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายดอกเบี้ยให้แบงก์





หว่าหมั่นฮอนมาตามหว่าเจิ้นปังเข้าประชุมบอร์ด ท่าทางจะเป็นเรื่องแล้ว








 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 15:41:34 น.
Counter : 823 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.