Group Blog
 
All Blogs
 

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 15





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 15



จากตอนที่แล้ว บ้อเช้ง ตุยเมี่ย และแนฮ้วย
ยอมสละป้ายมือปราบ เพื่อช่วยเหลือทิชิ่วคุ้มครอง Lam Yuek-fei
Ling Lok-shek หรือจะยอมรามือ ต้องสู้กันซักยก





สู้กันยังไม่ทันเสียเหงื่อ ท่านจูกัวะซิงแซก็ตามมาขัดขวาง
Ling Lok-shek อ้างว่าเป็นเรื่องของยุทธภพ ไม่เกี่ยวกับกองปราบ
สี่หนุ่มก็สละป้ายมือปราบแล้ว กองปราบจะมาช่วยเหลือไม่เป็นการสมควร

ท่านจูกัวะไม่ได้อนุญาตซักหน่อย ถึงสละป้ายไปก็ไม่มีผลทางกฏหมาย เข้าใจป่ะ
ส่วน Lam Yuek-fei ทำร้ายมือปราบทิ ต้องนำตัวกลับไปสอบสวน





อ้อ เผื่อลืม เตือนให้ ก็ตัวเองน่ะไล่ Lam Yuek-fei ออกจากสำนักฟ้าแล้ว
ถึงเป็นจ้าวยุทธก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินโทษนาง
อีกอย่างจูกัวะซิงแซจับตัวลูกน้องทรยศของ Lam Yuek-fei ได้ระหว่างการหลบหนี
ถ้ากองปราบสืบสวนรู้ความจริงว่า จ้าวยุทธตั้งใจวางกับดักให้ Lam Yuek-fei มาฆ่าตัวเองล่ะก็
คิดดูสิว่าหากฮ่องเต้ทรงทราบ คงเป็นจ้าวยุทธได้อีกไม่นานหรอก





ตุลาการตัดสินลงโทษโบย Lam Yuek-fei 80 ไม้ ข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการ
ทิชิ่วให้ลดหย่อนผ่อนโทษ เห็นแก่นางสับสนเสียใจที่บิดาเพิ่งตาย
Ling Lok-shek รีบคัดค้าน กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย
Lam Yuek-fei ไม่อยากให้กองปราบลำบากใจ นางยอมรับการลงโทษแต่โดยดี






ทิชิ่วเป็นห่วงนาง จึงนำยามาให้

Lam Yuek-fei: ท่านจะมาห่วงอะไรข้า
ทิชิ่ว: ต้องห่วงสิ ข้ารับปากเจ้าสำนัก Lam ว่าจะดูแลเจ้า
Lam Yuek-fei: ข้าไม่อาจสู้หน้าท่านพ่อได้ ข้าสูญเสียสำนัก
ครั้นจะลอบสังหาร ก็นำความเดือดร้อนมาให้ท่าน
ทิชิ่ว: อย่าทำอย่างนี้เลย
Lam Yuek-fei: คนของข้าทรยศหักหลัง ข้าเหลือเพียงตัวคนเดียวในโลก
ทิชิ่ว: เจ้าไม่ได้เหลือตัวคนเดียว เจ้ายังมีข้า
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือเจ้า
ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไหไป





อยู่ดีๆ ก็เที่ยวเอาป้ายมือปราบไปทิ้ง ถึงสถานการณ์จะบังคับ
ก็ต้องลงโทษกันซะบ้าง จูกัวะซิงแซลงโทษให้สี่มือปราบช่วยทำงานบ้านแทนอาหญิง





เฮ้ยๆ คนอื่นน่ะเค้าตั้งใจทำงานกัน ตุยเมี่ยอย่ามัวอู้ดิ
แหม น่ารักเชียว บ้อเช้งเป็นคนหั่นผัก แนฮ้วยเป็นคนผัด






โอย ทำงานบ้านนี่เหนื่อยกว่าจับผู้ร้ายอีก

บ้อเช้ง: จับผู้ร้าย เจ้าน่ะเอาแต่หนีมากกว่า
ตุยเมี่ย: อย่าจับผิดข้าได้ปะ
ทิชิ่ว: ข้าขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน
บ้อเช้ง: เจ้าขอโทษมากพอแล้ว ไม่เบื่อหรือไง
ตุยเมี่ย: ที่สำคัญ แม่นาง Lam ปลอดภัย นางน่าจะซาบซึ้งเจ้าไม่น้อย
หากเจ้าชอบนางล่ะก็
ทิชิ่ว: อย่าเอานางมาล้อเล่นเลย

แนฮ้วยหนอแนฮ้วย ใครๆ เขาคุยกัน พี่นั่งปลีกวิเวกอยู่ได้นี่





สามหนุ่มเล่นเป่าใบไม้
มันช่าง Y จริงหนอ แต่ใบไม้เนี่ยขอบอกว่ามันเอ็กเฟ็กต์ชัดไปหน่อย






ตอนแรกทุกคนนึกว่าแนฮ้วยจะไม่เล่นด้วยซะอีก





บ้อเช้งทำเป็นผ่านไปหาซ่งจือหยินที่โรงหมอ นางออกไปเยี่ยมคนไข้ที่นอกเมือง
มีคนไข้ขาหักรอการรักษา บ้อเช้งเลยรับอาสาช่วยต่อกระดูกให้




กว่าซ่งจือหยินจะกลับจากเยี่ยมคนไข้นอกเมืองก็มืดค่ำ
มีคนเป็นห่วงมาเป่าขลุ่ยรอด้วย ชักจะทำตัวกุ๊กกิ๊กไปหน่อยแล้วนะพี่บ้อเช้ง





ซ่งจือหยิน: ท่านซ่อมขลุ่ยให้ข้าเสร็จแล้วหรือ ขอบคุณท่านมาก
บ้อเช้ง: ข้าสิต้องขอโทษที่ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะซ่อมเสร็จ
ซ่งจือหยิน: ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านที่อุตส่าห์มาคอยที่นี่
ท่านกลัวข้าจะหลงทาง นอกจากจะจุดโคมไฟ ยังเป่าขลุ่ยนำทางอีกด้วย
บ้อเช้ง: ข้าแค่มาเดินเล่นชมจันทร์
ซ่งจือหยิน: ที่นี่ไกลจากเมืองตั้งเยอะ ท่านเดินเล่นไกลจัง
บ้อเช้ง: อยากพูดอะไรก็ตามใจเจ้า
ซ่งจือหยิน: แย่จัง ข้าลืมไปว่ามีคนไข้คอยอยู่ที่โรงหมอ
บ้อเช้ง: ข้าต่อกระดูกให้เขาแล้ว
ซ่งจือหยิน: ท่านเนี่ยนะ
บ้อเช้ง: แค่ต่อกระดูกเองไม่เห็นยาก
ซ่งจือหยิน: ข้าไม่ได้สงสัยในความสามารถของท่าน เพียงแต่มันไม่ใช่นิสัยท่านเลย
บ้อเช้ง: ข้าก็ทำไปอย่างนั้น
ซ่งจือหยิน: ตอนเรือระเบิด ท่านก็ช่วยข้าไปอย่างนั้น
ตอนข้าถูกลอบทำร้าย ท่านก็ตามหาช้า และช่วยรักษาข้าไปอย่างนั้น
วันนี้ ท่านก็มารับข้า และช่วยรักษาคนไข้ให้ข้าไปอย่างนั้น
งั้นก็ถือว่าข้าขอบคุณท่านไปอย่างนั้น ก็แล้วกัน





ซ่งจือหยิน: ท่านเป่าขลุ่ยได้ไพเราะมาก ใครสอนท่าน
บ้อเช้ง: ท่านอาสอนข้า ข้าเป็นเด็กกำพร้า ท่านอาเลี้ยงข้ามา และสอนทุกอย่างแก่ข้า
ซ่งจือหยิน: ข้าอิจฉาท่านนัก แม้ท่านจะเป็นกำพร้า
แต่ท่านยังมีอาจารย์ที่ดีท่านหนึ่ง
บ้อเช้ง: ข้าจำได้ว่า เจ้าก็เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน
ซ่งจือหยิน: ท่านเป่าขลุ่ยได้ไพเราะมาก เป่าให้ข้าฟังอีกทีได้ไหม

นางในดวงใจขอร้อง พี่บ้อเช้งก็ต้องทำสิคะ





เป็นสหายของตุยเมี่ย ก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
น้ำใจของแม่บุญธรรมตุยเมี่ย ทำให้คนเลือดเย็นอย่างแนฮ้วย พูดคำว่าขอบคุณได้





เย็นย่ำค่ำมืดแล้ว Yau-tong ยังต้องออกไปทำงานอีก
ก็ตั้งแต่Ling Lok-shek เป็นจ้าวยุทธ ชาวบ้านต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้สหพันธ์หนักกว่าเดิม




ตุยเมี่ยอาสาไปช่วยถือกล่องอุปกรณ์ให้นาง
เรื่องอะไรทิชิ่วจะปล่อยให้เสือผู้หญิงมาวอแวน้องสาว
หน้าที่พี่ชาย คนนอกไม่ต้องยุ่งเลย





แย่งกล่องอุปกรณ์กันไปมาจนกล่องพัง โดนเสี้ยนบาดด้วยกันทั้งคู่
มันน่าน้อยใจมั้ยเนี่ย ไม่ห่วงพี่ชายเลย มัวแต่ห่วงตุยเมี่ยอยู่ได้





Ling Lok-shek ก็รีดไถเงินมาให้ฉั่วเกียนี่แหละ
ลำพังฝีมือตัวเอง ถ้าไม่ได้ฉั่วเกียช่วยเหลือ
จะมีปัญญาเอาชนะ Lam Po-tin ได้ไง
ฉั่วเกียไม่ยอมบอก Ling Lok-shek ว่าคนลงมือเป็นใคร




ทิช่ิวกับบ้อเช้งขอร้องให้ซ่งจือหยินรับต้ว Lam Yuek-fei เอาไว้
จะได้คอยช่วยดูแลนาง แถมโรงหมอก็อยู่ไม่ไกลจากกองปราบด้วย
ซ่งจือหยินตรวจอาการนางแล้ว แค่ร่างกายพักผ่อนน้อย กินยาซักเทียบก็หาย




Lam Yuel-fei ไม่อยากให้ทิชิ่วต้องเป็นกังวลใจ
นางตัดสินใจถอนตัวจากยุทธภพ และลืมเรื่องบุญคุณความแค้นเสีย




อา Fook แอบกลับไปสำนักเพื่อเก็บข้าวของให้ Lam Yuek-fei จนถูกทำร้ายกลับมา
ทิชิ่วสังเกตเห้นเสื้อที่ Lam Po-tin สวมในวันประลองยุทธ์ ก็ให้สงสัยว่าทำไมเลือดจึงเป็นสีม่วง
หรือว่าจะถูกวางยาพิษ ซ่งจือหยินยืนยันว่านางตรวจศพแล้วไม่พบร่องรอยการวางยา

ทิช่ิวไม่วางใจ เอาให้ท่านอาดูดีกว่า บ้อเช้งนำเสื้อ Lam Po-tin กลับกองปราบไป





ค่ำมืดแล้ว ใครมาทำลับๆ ล่อๆ ในห้อง
บ้อเช้งซัดอาวุธลับใส่ กลับกลายเป็นซ่งจือหยิน





จะมาเปลี่ยนถุงสมุนไพร ทำไมไม่บอก

ซ่งจือหยิน: ข้ารู้ว่าท่านมีใจให้ข้า
ข้ามาเพื่อบอกท่านว่า ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน





อึ้งไปเลยค่ะ พี่บ้อเช้ง ก็มัวแต่อึ้งเนี่ยแหละ โดนสาวขโมยจูบเลยง่า



บ้อเช้งน่าสงสารจัง ไม่ได้รู้เลยว่าซ่งจือหยิน เป็นหมากที่ฉั่วเกียวางไว้
ที่นางเข้าห้องเขากลางดึก เพราะต้องการสับเปลี่ยนเสื้อผ้าของ Lam Po-tin
ที่ Ling Lok-shek เอาชนะ Lam Po-tin ได้ก็เพราะนาง




ตอนซ่งจือหยินถูก Yim Tung-hoi ลอบทำร้าย
นางก็รู้ว่า Ling Lok-shek ส่งเขามา
จือหยินรับปากช่วยวางยาในผลไม้ เพื่อเปิดโอกาสให้เขาสังหาร Lam Po-tin




เมื่อแผนการล้มเหลว นางก็ฉวยโอกาสในการรักษา
ใส่เข็มพิษเข้าไปในบาดแผล และทำให้ลมปราณแตกซ่านจนเสียชีวิต





ซ่งจือหยินเห็นทิชิ่วเริ่มสงสัย นางจึงแอบไปสับเปลี่ยนเสื้อ
เกือบถูกบ้อเช้งจับได้ ความรักบังตาก็งี้แหละ
โดนสับเปลี่ยนของกลางไปต่อหน้าต่อตา ยังไม่รู้เรื่อง




จูกัวะซิงแซตรวจดูเสื้อแล้ว ไม่พบพิรุธ คงเลอะยามากกว่า
ก็แหงล่ะแม่นางซ่งแอบสับเปลี่ยนไปแล้วนี่




ทิชิ่วยังสงสัยว่าเสื้ออาจถูกสับเปลี่ยน
เมื่อรู้จากกระบี่เงินกระบี่ทองว่าซ่งจือหยินมาที่กองปราบเมื่อคืนนี้
เขาชักเริ่มระแวงนาง จึงคิดถามบ้อเช้ง
บังเอิญเห็นภาพสาวงามที่บ้อเช้งวาด ทำไมหน้าตาคุ้นๆ หว่า





เห็นหน้าซ่งจือหยิน แล้วก็ถึงบางอ้อว่าบ้อเช้งวาดภาพใคร
ทิช่ิ่วหายสงสัย มิน่าล่ะ บ้อเช้งถึงไม่บอกว่าเมื่อวานอยู่กับซ่งจือหยิน





บ้อเช้ง: เจ้าเล่นหมากล้อมได้แย่มาก เจ้าไม่ชอบเล่นใช่ไหม
ซ่งจือหยิน: แต่ท่านชอบนี่
บ้อเช้ง: ข้าชอบอยู่กับเจ้าต่างหาก เรื่องอื่นไม่สำคัญ
ทำไมเจ้าไม่บอกข้าว่าเจ้าชอบทำอะไร
ซ่งจือหยิน: ข้าชอบฝังเข็ม ปรุงยา ใครล่ะจะยอมให้ข้าดูแล
บ้อเช้ง: เจ้าเลือกถูกคนแล้ว ข้าเนี่ยแหละหม้อยามนุษย์
หากเจ้ารับข้าได้ ข้าจะยอมให้เจ้าดูแลเอง





ทิชิ่วเล่าเรื่องบ้อเช้งกับซ่งจือหยินให้ทุกคนฟัง
ในฐานะเสือผู้หญิง ตุยเมี่ยขอฟันธงว่าบ้อเช้งต้องหายหน้าไปอยู่กับซ่งจือหยินแน่

เสือผู้หญิงตรงไหน ป่านนี้แม่บุญธรรมยังไม่เห็นได้ดื่มน้ำชาลูกสะใภ้เลย
พ่อบุญธรรมยังว่า เลือกทิชิ่ว บ้อเช้ง แนฮ้วย ก็ยังดีกว่าตุยเมี่ย

มีแต่ Yau-tong เนี่ยแหละ ที่เห็นความดีของตุยเมี่ย

ตุยเมี่ย: Yau-tong ถ้าเจ้าคิดจะมีคู่ล่ะก็ แต่งงานกับข้าสิ ข้าจะดีต่อเจ้าเอง
ทิชิ่ว: เจ้าเนี่ยนะดี






ตุยเมี่ยกะจะโชว์ความเนื้อหอมของตัวเอง
ที่ไหนได้ กิ๊กเก่าคนหนึ่งก็ท้องอยู่ อีกคนก็มีคู่หมั้นแล้ว

หยามกันเห็นๆ อารมณ์เสียนะเนี่ย






Yau-tong ห่วงใยตุยเมี่ย จึงตามมาปลอบใจ

ตุยเมี่ย: มีเจ้าคอยห่วงใย ข้าไม่สนใจสองสาวนั่นหรอก
เอางี้ ถ้าข้าหาคนแต่งงานด้วยไม่ได้ ข้าจะแต่งกับเจ้าก็แล้วกัน
ข้าพูดเล่นน่ะ ใครจะอยากแต่งงานล่ะ อยู่อย่างนี้ก็อิสระดีออก





ตุยเมี่ยจับผีเสื้อมาเอาใจ Yau-ting
ตบหัวแล้วลูบหลังนี่นา




มือปราบต้องการตรวจค้นรถขนสินค้าของสหพันธ์
ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมกันหน่อย ตุยเมี่ยแกล้งปลอมตัวเป็นคนแก่ให้รถชน
แนฮ้วยใช้เป็นข้ออ้างในการขอตรวจค้นรถ





เซี่ยวตอไม่รู้ว่าพี่ชายทำผิดกฎหมาย มือปราบอยากตรวจก็ให้เขาตรวจไปสิ
แนฮ้วยกับเซี่ยวกุกต่อสู้กัน จนทำให้พลาดไปโดนถุงสินค้า
ที่แท้สหพันธ์แอบขนเกลือเถื่อน เซี่ยวกุกรีบโทษใส่ลูกน้องแอบทำโดยพลการ
คนทำผิด สหพันธ์ไม่ปกป้อง เชิญกองปราบจับไปให้หมด





ได้เล่นงานสหพันธ์แบบนี้ สะใจตุยเมี่ยจริงๆ
ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ปลอมตัว




ผลการปราบปรามสามารถสืบสาวไปถึงโกดังเก็บเกลือเถื่อน
เสียดายอย่างเดียว จับเซี่ยวกุกไม่ได้ ยังไงเสือก็ไม่ทิ้งลาย
ซักวันต้องจับเซี่ยวกุกได้แน่นอน

นี่อยู่ดีๆ ฮ่องเต้ก็เชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงข่านมองโกล ไม่รู้จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า





ลูกสาวก็อย่างนี้ โตแล้วก็เข้าข้างคนนอกมาเล่นงานพ่อ
เพื่อเซี่ยวตอและเพื่อสหพันธ์ ต้องเร่งกำจัดแนฮ้วยเป็นคนแรก




ในงานเลี้ยงต้อนรับข่านมองโกล
องค์ชายถวายแก้วหยก สมบัติประจำชาติให้ฮ่องเต้




ฉั่วเกียยุให้ฮ่องเต้มีรับสั่งให้แนฮ้วยแสดงเพลงดาบหน้าพระที่นั่ง
เพื่อให้ข่านมองโกลสะกิดใจ และนึกออกว่าแนฮ้วยคือคนร้ายลอบสังหาร
ที่บุกเข้าวังมองโกลไปเมื่อปีที่แล้ว แถมยังฆ่ายอดฝีมือมองโกลไปอีกด้วย





ฉั่วเกียได้ทีขี่แพะไล่ เป็นไปไม่ได้ กองปราบเขาไม่รับมือสังหารเข้าทำงานหรอก
ฮ่องเต้สั่งจับตัวแนฮ้วย แต่เขาหนีไปได้





แนฮ้วยคิดว่าจูกัวะซิงแซต้องการจับตัวเองไปเพื่อเอาความดีความชอบ
ขืนกลับไปก็มีแต่ตายลูกเดียว คนอย่างแนฮ้วยไม่เชื่อใคร เชื่อแต่ตัวเอง

แนฮ้วยพลั้งมือทำร้ายจูกัวะซิงแซได้รับบาดเจ็บ










 

Create Date : 05 มกราคม 2552    
Last Update : 15 มกราคม 2552 0:46:07 น.
Counter : 2210 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 14





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 14



จากตอนที่แล้ว ซ่งจือหยินถูกลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บ
บ้อเช้งช่วยรักษาแผลให้นาง ดูลักษณะของบาดแผลแล้ว
คล้ายกับกรงเล็บสัตว์ เหมือนกับบาดแผลของ Chun Poa

นางโดนทำร้ายจากด้านหลัง จึงไม่เห็นว่าเป็นคนหรือสัตว์
โชคดีที่นางลื่นตกเขา จึงรอดตายมาได้

(ว่าแต่ มีสาวมาเปลือยไหล่ให้ดู พี่บ้อเช้งแกทำหน้าเฉ้ย เฉย ไม่ยักกะว่อกแว่กแฮะ)






คราวหน้าคราวหลัง อย่าไปไหนคนเดียวอีกล่ะ
งั้น ขอไปล้างหน้าหน่อยคงไม่ว่าใช่ไหม

กระบี่เงินกระบี่ทองรีบขอตามไปด้วย เดี๋ยวเกิดอะไรขึ้น
บ้อเช้งจะโมโหทั้งคู่อีก อยู่ๆ เอาพี่บ้อเช้งมาขายซะแล้ว

(ทีเงี้ย พี่บ้อเช้งทำเป็นเขินไปได้)





กลับมาที่เวทีประลอง Lam Yeuk-fei เอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้อย่างหวุดหวิด
ต้องขอบคุณตุยเมี่ยที่ช่วยสอนเคล็ดรับมือกับคู่ต่อสู้ที่แกร่งกว่าให้กับนาง






มาถึงคู่สำคัญ Ling Lok-shek กับ Hung Fei-fu สำนักเสือบิน
Hung สู้ Ling ไม่ได้ Ling ฉวยโอกาสที่เจ้าสำนัก Hung ไร้อาวุธ ลงมือสังหารเขา





ทิชิ่วไม่พอใจที่ Ling Lok-shek ลงมือเหี้ยมโหด
ยังไง เจ้าสำนัก Hung ก็อาวุธหลุดมือแล้ว น่าจะหยุดการประลอง




การต่อสู้ย่อมมีความเสี่ยง ถ้าไร้ฝีมือ ก็ไม่ควรเข้าร่วมแข่งขันดิ



Ling Lok-shek ทำเป็นคนดี ขอดูแลครอบครัวเจ้าสำนัก Hung และสำนักเสือบิน
โธ่เอ๊ย ถ้าจะรับผิดชอบจริง ต้องถอนตัวจากการแข่งขัน และฆ่าตัวตายไถ่โทษถึงจะถูก

สำนักต่างๆ พากันประท้วงให้ Ling Lok-shek ถอนตัว





ฉั่วเกียเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ อ้างว่าระหว่างการประลอง อาวุธไม่มีตา
ย่อมเกิดพลาดพลั้งได้ อ๋อง Chai ก็เข้าข้างฉั่วเกีย พระชายาเห็นแล้วไม่พอใจ





Ling Lok-shek ข่มขู่เจ้าสำนักต่างๆ จนถอนตัวกันเป็นแถว
แถมยังอ้างว่าทุกสำนักต้องการสนับสนุนเขาขึ้นเป็นจ้าวยุทธ
จึงยอมถอนตัวแต่โดยดี แม้จะฟังไม่ขึ้น แต่กองปราบก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อเหลือแต่สำนักฟ้าเพียงสำนักเดียว จึงกำหนดรอบตัดสินเป็นพรุ่งนี้เที่ยง
ทิชิ่วได้แต่เป็นห่วงสวัสดิภาพของ Lam Yeuk-fei





หาก Ling Lok-shek ได้เป็นจ้าวยุทธจริง
ยุทธภพต้องเดือดร้อนแน่ ที่กลุ้มใจคือ เรื่องของชาวยุทธ กองปราบเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้

ตอนนี้ จูกัวะซิงแซไม่เพียงห่วง Lam Po-tin ยังเป็นห่วงบ้อเช้งกับแนฮ้วยอีกด้วย




ทิชิ่วกลุ้มใจทำไมถึงไม่ยอมถอนตัว สู้ไปมีแต่ตายลูกเดียว

ทิชิ่ว: ข้าไม่อยากให้เจ้ามีอันตราย เจ้าไม่เข้าใจอีกหรือ
เก็บกำลังของเจ้าไว้ต่อสู้ต่อไปเถอะ
Lam Yeuk-fei: อย่าพูดอีกเลย ข้าตัดสินใจแล้ว ใครก็ห้ามข้าไม่ได้





วันรุ่งขึ้น เมื่อถึงเวลาประลองยุทธ
ปรากฎว่า Lam Yeuk-fei ถูกคนลอบทำร้ายมือขวาได้รับบาดเจ็บ




ฉั่วเกียคิดรวบรัด เมื่อสู้ไม่ได้ ก็ให้ปรับแพ้ไปเลย
Lam Yeuk-fei ไม่ยอมถอนตัว ถึงมีมือเดียวก็ยอมสู้ตาย
พระชายาเข้าข้าง Lam Yeuk-fei การประลองยุทธกำหนดไว้ 7 วัน
นี่แค่วันที่ 4 เอง รอถึงวันสุดท้ายหากสำนักฟ้ายังหาผู้ประลองไม่ได้
ค่อยปรับแพ้ก็ยังไม่สาย ท่านอ๋องเห็นชอบตามพระชายา
ขัดใจฉั่วเกียจริงๆ





ผลไม้ป่าไหงมียาพิษได้ ไปเก็บมาจากไหนกันล่ะเนี่ย
ที่แท้เป็นฝีมือ Yim Tung-hoi สำนักทราย ที่แสร้งตายกลบเกลื่อน
กะกำจัด Lam Po-tin ให้ได้





คนถูกวางยาจะไปสู้อะไรได้ Lam Po-tin โดนกรงเล็บได้รับบาดเจ็บ
Yim Tung-hoi คิดกำจัดแบบถอนรากถอนโคน





กลับเป็นว่าแนฮ้วยกับบ้อเช้งไม่ถูกพิษ ที่ยอมทำทีว่าโดนพิษ
เพื่อหลอกให้ Yim Tung-hoi เปิดเผยตัว ไม่งั้นจะจับตัวได้หรือ





Lam Po-tin ได้รับบาดเจ็บจากกรงเล็บ ซ่งจือหยินช่วยใส่ยาให้
ความจริงบ้อเช้งสงสัยแต่แรกว่า Yim Tung-hoi เปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับศพ เพื่อลวงว่าตัวเองตายไปแล้ว
จึงให้แนฮ้วยระวังป้องกัน แนฮ้วยได้กลินยาพิษจากผลไม้
แต่เพราะต้องการลวงนักฆ่าให้ลงมือ เขากับบ้อเช้งจึงไม่บอกใคร





ซ่งจือหยินรู้สึกผิดที่ Yim Tung-hoi วางยาพิษสำเร็จก็เพราะนาง
คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด อย่าคิดมากเลย




อุตส่าห์จับเป็น Yim Tung-hoi กะจะเค้นถามตัวการซะหน่อย
ก็ดันชิงฆ่าตัวตายซะนี่ แถมยังมาพูดให้เจ็บใจว่าทำลายแพไปแล้ว
ทีนี้ จะเดินทางไปลานประลองยุทธได้อย่างไร




Lam Yeuk-fei พาทิชิ่วกับตุยเมี่ยไปดูที่เกิดเหตุ
เมื่อคืนระหว่างนางฝึกยุทธ์ถูกคนลอบทำร้ายจากข้างหลัง
ฟื้นขึ้นมา มือก็ได้รับบาดเจ็บแล้ว ทิชิ่วสงสัยจะไม่ใช่ฝีมือ Ling Lok-shek
ถ้านางสลบไปแล้ว สู้แทงนางให้ตายไปเลย ไม่ง่ายกว่าหรือ

อยู่ดีๆ ตุยเมี่ยก็มาดมๆ Lam Yeuk-fei คิดจะลวนลามเหรอไง





โอ๊ย มาตีหัวกันทำไม ที่ดมเนี่ย เพราะได้กลิ่นสตรีอื่นจากตัวนางต่างหาก
ขอเอาประสบการณ์ 20 ปีเป็นประกัน คนร้ายต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน




Lam Yeuk-fei นึกออกว่าตอนนางพยายามฟาดคนร้าย
แม้จะไม่โดน แต่นางได้ยินเสียงอะไรตกที่พื้น
เมื่อช่วยกันค้นหา ก็พบแหวนวงหนึ่ง





นึกว่าใคร ฝีมือพระชายานี่เอง ก็นางไม่อยากให้ Ling Lok-shek ได้เป็นจ้าวยุทธ์นี่
อย่างน้อยก็ถ่วงเวลาไปได้อีกหลายวัน
ถือว่านางทดแทนบุญคุณที่จูกัวะซิงแซไม่เปิดโปงความผิดของบิดาก็แล้วกัน
ถ้าจะจับ นางก็ไม่ว่า โถ แล้วท่านจูกัวะจะจับลงได้ยังไง




ครบกำหนดแล้ว Lam Po-tin ก็ยังไม่กลับมา
ทิชิ่วเป็นท่า Lam Yeuk-fei จะไม่ยอมถอนตัวแน่
เขาจึงขอลาออกจากการเป็นมือปราบ จะได้สามารถเป็นตัวแทนสำนักฟ้าลงแข่งได้

จูกัวะซิงแซ: เจ้าคิดว่า เจ้าจะชนะการแข่งงั้นหรือ
ทิชิ่ว: ข้ารู้ว่าข้ามีฝีมือแค่ไหน แต่ข้าก็ยังอยากจะลองดู
จูกัวะซิงแซ: เจ้าเป็นมือปราบ อย่าเอาอารมณ์มาใช้กับงาน
ทิชิ่ว: ท่านอา





เถียงกันไปเถอะ ฉั่วเกียชิงตัดบท จะรีบประกาศให้ Ling Lok-shek เป็นผู้ชนะ
แต่อ๊ะ อ๊ะ เสียใจด้วย Lam Po-tin กลับมาทันเวลา




ได้ท่านนายพลออกเรือตามหา จึงพาทั้งหมดกลับมาได้อย่างฉิวเฉียด



บ้อเช้ง: พวกเราก็ปลอดภัย สบายดี ไม่เหมือนพวกเจ้า
ตอนที่พวกเราไม่อยู่ ได้ข่าวว่าพวกเจ้าไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นี่
ตุยเมี่ย: แหม ข้าล่ะคิดถึงจริงจร๊ิง พูดจาเสียดสีแบบนี้เนี่ย





ไม่ต้องเสียเวลา สู้กันเลยดีกว่า
Lam Po-tin กำลังได้เปรียบ ชีพจรกลับติดขัด กระอักออกมาเป็นเลือด
จึงพลาดท่าให้กับ Ling Lok-shek






ซ่งจือหยินจับชีพจรแล้วปรากฎว่าชีพจรขาดสะบั้น
Lam Po-tin รู้ตัวว่าไม่รอดแน่ จึงขอฝากให้ทิชิ่วช่วยดูแล Lam Yeuk-fei





เมื่อไม่มีคู่แข่ง Ling Lok-shek ก็ได้รับพระราชทานตำแหน่งจ้าวยุทธสมใจ



น่าสงสาร Lam Yeuk-fei



กำลังได้เปรียบอยู่ดีๆ มาเสียชีวิตได้ยังไง
Ling Lok-shek ต้องเล่นสกปรกแน่
ขืนรอกองปราบรวบรวมหลักฐาน ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้แก้แค้น
ทิชิ่วเสนอให้ปรึกษาจูกัวะซิงแซ




จูกัวะซิงแซก็รู้สึกว่ามีอะไรทะแม่งๆ อยู่
คงต้องรอให้บ้อเช้งกับแม่นางซ่งพิสูจน์ศพก่อน
หาก Ling Lok-shek อยู่เบื้องหลังจริง จะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าต่อฮ่องเด้เอง





หลังจากตรวจชันสูตรแล้ว ไม่พบว่า Lam Po-tin ถูกวางยาพิษ
ไม่มีบาดแผลน่าสงสัย สาเหตุการตายมาจากเส้นเลือดหัวใจฉีกขาด
อวัยวะภายในทำงานล้มเหลว





ยังไม่ทันไร Ling Lok-shek ก็ใช้อำนาจจ้าวยุทธ
จับตัวญาติพี่น้องของขุนนางที่ต้องการฟ้องร้องฉั่วเกียมาข่มขู่
ทำให้เหล่าขุนนางไม่กล้าฟ้องร้องอีกต่อไป




ขืนปล่อยให้ฉั่วเกียกับ ling Lok-shek ลำพองต่อไป
ราชวงศ์ซ่งมีหวังล่มสลายแน่
จูกัวะซิงแซเตือนสตินายพล Shu อย่าวู่วาม พูดด้วยอารมณ์เช่นนี้
ชืนฉั่วเกียได้ยิน มีหวังแจ้นไปฟ้องฮ่องเต้

ฉั่วเกียคุมอำนาจรัฐ Ling Lok-shek คุมชาวยุทธ ใครจะกล้าต่อต้าน
โดยเฉพาะกองปราบ คงต้องระวังทุกย่างก้าว ไม่เปิดโอกาสให้ฉั่วเกียกำจัด




Lam Yeuk-fei นำลูกน้องกราบไหว้ Lam Po-tin
เมื่อนางขึ้นเป็นเจ้าสำนักแทนบิดา นางจะนำสำนักต่อต้านสหพันธ์ให้ถึงที่สุด




นางไม่รู้ตัวเลยว่า ลูกน้องเอาใจออกห่าง ยอมเข้าร่วมสหพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ศพเจ้าสำนักเก่ายังไม่ทันเย็น ก็ลืมซะแล้วว่าใครเป็นคนฆ่า ไร้จิตสำนึกกันจริงๆ
สุดท้าย นางก็ถูกเซี่ยวกุกขับไล่ออกจากสำนัก





Lam Yeuk-fei เสียใจที่รักษาสำนักให้บิดาไม่ได้
นางคิดฆ่าตัวตายหน้าหลุมศพ




ทิชิ่วมาก็ดีแล้ว ช่วยห้าม Lam Yeuk-fei หน่อย

ทิชิ่ว: ความตายใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้
ชีวิตมีค่า เจ้าควรรับผิดชอบชีวิตตัวเอง
Lam Yeuk-fei: ข้าจะทำอะไรได้อีก เจ้าสารเลว Ling Lok-shek ฆ่าพ่อข้า
ฮุบสำนักฟ้าไป ข้าอยากถลกหนังมันทั้งเป็นด้วยซ้ำ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
ทิชิ่ว: แล้วถ้าเจ้าตายไปแล้ว ใครจะช่วยทวงสำนักคืนให้บิดาเจ้าล่ะ




พูดไปพูดมา ดันทำให้ Lam Yeuk-fei อยากล้างแค้นขึ้นมา
ทำอย่างนี้มันฆ่าตัวตายชัดๆ
Lam Po-tin อุตส่าห์ฝากฝังนางไว้กับเขา ทิช่ิ่วไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้นแน่




เพื่อความปลอดภัยของนาง ทิชิ่วตั้งใจพา Lam Yeuk-fei ออกจากเมืองหลวง
อา Fook ทำทีเป็นเห็นด้วยกับทิชิ่ว พอทิชิ่วเผลอก็ซัดอาวุธลับใส่
แม้ทิชิ่วจะป้องกันได้ แต่เปิดโอกาสให้ Yeuk-fei ทำร้ายเขาจนสลบ






Lam Yeuk-fei ปลอมตัวเป็นบ๋อยไปลอบสังหาร Ling Lok-shek
นางกลับถูกอา Yung หักหลัง ล่อนางมาติดกับดัก
Yeuk-fei ให้อา Fook รีบหนีไป






ตุยเมี่ยช่วยทายาให้ทิชิ่ว ไม่น่าเชื่อว่าจะหลงกลคนซื่อๆ อย่างอา Fook ได้
ก็ไม่นึกว่าซื่ออย่างนี้ จะมีเล่ห์เหลี่ยมนี่นา




อา Fook ขอให้ทิช่ิวรีบไปช่วย Lam Yeuk-fei
อาหญิงห้ามพวกเขาไม่ให้ยุ่ง เรื่องชาวยุทธต้องให้ชาวยุทธจัดการกันเอง
หากเข้าไปยุ่งเกี่ยว จะพลอยทำให้กองปราบเดือดร้อนไปด้วย
ทิชิ่วคืนป้ายประจำตัว และลาออกจากกองปราบ

ทิชิ่ว: ข้ารับปาก Lam Po-tin จะดูแลแม่นาง Lam
ลูกผู้ชายต้องรักษาสัจจะ ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่หวั่น






ทิชิ่วบุกคุกสหพันธ์ เพื่อช่วยเหลือ Lam Yeuk-fei
เซี่ยวกุกคิดใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างในการกำจัดกองปราบ
นึกอยู่แล้วเชียว ดีที่ทิชิ่วชิงลาออกไปก่อน




ออกจากคุกได้ก็ใช่ว่าจะออกจากตึกสหพันธ์ได้
หากไม่ยอมสยบ ต้องตาย




ทิชิ่วไม่ยอมทิ้ง Lam Yeuk-fei สามมือปราบก็ไม่ยอมทิ้งทิช่ิ่วเช่นกัน
Ling Lok-shek เตือนให้สามมือปราบคิดดูให้ดี
หากมายุ่งเกี่ยวล่ะก็ กองปราบจะต้องเดือดร้อนไปด้วย
คิดไม่ถึง ทั้งหมดยอมทิ้่งป้ายมือปราบเพื่อทิชิ่ว











 

Create Date : 29 ธันวาคม 2551    
Last Update : 2 มกราคม 2552 23:41:07 น.
Counter : 1301 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 13





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 13



ซ่งจือหยินเห็นเซี่ยวตอยอมโกหกบิดาเพื่อหาทางมาพบแนฮ้วย
นางนึกรู้ว่าเซี่ยวตอคงแอบรักแนฮ้วยอยู่ คุ้มแล้วหรือที่ทำอย่างนี้

เซี่ยวตอ: ข้าก็ไม่รู้ ข้าแค่อยากเห็นหน้าเขา
ข้าไม่รู้ว่านี่คือความรักหรือเปล่า
แล้วท่านล่ะ เคยรักใครบ้างไหม
ซ่งจือหยิน: ข้าอยากเป็นหมอมาตั้งแต่เด็ก
ข้าอยู่กับสมุนไพรและตำรามากกว่าผู้คน
คนที่ข้าพบส่วนใหญ่ก็เป็นคนไข้ของข้า
การรักใครซักคนนี่มันรู้สึกอย่างไรหรือ
เซี่ยวตอ: การได้รักใครซักคนเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก
ท่านจะควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากเห็นหน้าเขาตลอดเวลา
อยากรู้จักเขา และห่วงใจเขา ยอมทำเพื่อเขาได้ทุกอย่าง
และอยากให้เขาเห็นค่าส่ิงที่เราทำเพื่อเขา
ซ่งจือหยิน: แล้วถ้าเขาไม่เห็นค่าล่ะ
เซี่ยวตอ: ต่อให้เขาไม่เห็นค่า ข้าก็ยังยินดีทำทุกอย่างเพื่อเขา





ซ่งจือหยินเอายามาส่งให้บ้อเช้ง

ซ่งจือหยิน: ท่านรู้เรื่องสหายท่านแนฮ้วยกับเซี่ยวตอหรือยัง
บ้อเช้ง: ใครจะเป็นสหายกับเขาได้
ซ่งจือหยิน: ก็จริง แต่ข้านึกว่าท่านกับเขาจะเข้ากันได้ พวกท่านคล้ายกันออก
บ้อเช้ง: ข้ากับเขาเนี่ยนะ อย่าเอาข้าไปเปรียบกับเขาจะดีกว่า
เรื่องแนฮ้วยกับเซี่ยวตอ ทิชิ่วบอกข้าแล้ว เซี่ยวตอหลงรักแนฮ้วย คนตาบอดก็ยังมองออกเลย
ซ่งจือหยิน: แล้วแนฮ้วยรู้สึกอย่างไรกับนาง
บ้อเช้ง: เรื่องของหัวใจ พวกเราไม่ควรยุ่งเกี่ยว
ซ่งจือหยิน: คนไร้ใจอย่างท่าน กลับเข้าใจเรื่องนี้ได้ดี




ซ่งจือหยินกำลังหาคนซ่อมขลุ่ยของนาง
บ้อเช้งรับปากจะช่วยซ่อมให้




ลูกกระจ๊อกของสหพันธ์มาหาเรื่องที่บ่อน
Lam Yeuk-fei ไม่ยักลงไม้ลงมือเหมือนก่อน
ถ้ายังไม่ไปจะแจ้งกองปราบมาจับนะ




ทิชิ่วลาดตระเวนผ่านมาพอดี ดีใจล่ะสิที่ Lam Yeuk-fei ยอมฟังคำเตือน
แต่ไม่ได้สู้กับใครเลยมันคันไม้คันมือยังไงไม่รู้ คงต้องให้ทิชิ่วเป็นคู่มือแล้วล่ะ
เรื่องแค่นี้ ทิชิ่วพร้อมเสมอ ว่างเมื่อไหร่ก็นัดมา





หลงรักเค้าแล้วก็บอกมาเหอะ



เจ้าสำนักเสือบินเริ่มหงุดหงิดที่กองปราบยังสืบคดีบุตรชายไปไม่ถึงไหน
กว่าจะรู้ตัวคนร้าย บุตรชายคงเหลือแต่กระดูกแล้วมั้ง ไม่ได้ดังใจเล้ย
เจ้าสำนักฟ้าพยายามเกลี้ยกล่อมให้เจ้าสำนักเสือบินใจเย็นลง
อย่าเปิดโอกาสให้สหพันธ์มีข้ออ้างในการกำจัดสำนักดีกว่า ปล่อยให้กองปราบจัดการเถอะ




ฉั่วเกียพาฮ่องเต้ไปเที่ยวหอคณิกา
กลับมีนักฆ่ามาลอบสังหาร Ling Lok-shek





ทั้งหมดเป็นแผนของฉั่วเกียเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ฮ่องเต้เห็นว่า
ชาวยุทธก็ฆ่ากันไปฆ่ากันมาอย่างนี้แหละ ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบสุข
ก็ต้องหาผู้นำชาวยุทธ ที่ทุกคนเชื่อถือ ทางที่ดีต้องเป็นคนที่มีความจงรักภักดีต่อองค์ฮ่องเต้ด้วย
ฮ่องเต้หลงคารมฉั่วเกีย อนุญาตให้ดำเนินการคัดเลือกผู้นำชาวยุทธ




ขันที Tung มาแจ้งข่าวประลองยุทธเลือกผู้นำ
คราวนี้อย่าทำให้ท่านเสนาบดีต้องผิดหวังอีกล่ะ
ต้องระวัง Lam Po-tin ให้ดี อย่าประมาท




กติกาการประลองยุทธ ให้แต่ละสำนักส่งตัวแทนขึ้นมา 1 คน ผู้ชนะจะได้เป็นจ้าวยุทธ
Lam Yuek-fei ไม่เข้าใจ ฝีมือเจ้าสำนัก Ling ไม่มีทางสู้พ่อตนได้
ทำไมฉั่วเกียจึงมั่นใจนักว่า เจ้าสำนัก Ling จะได้เป็นผู้นำชาวยุทธ หรือว่าจะมีเบื้องหลัง
สำนักเสือบินไม่สนใจ โอกาสล้างแค้นให้ลูกชายมาถึงแล้ว ยังไงต้องลงแข่งแน่นอน





ฉั่วเกียขอให้ราชองครักษ์ของฮ่องเต้ มาช่วยดูแลการประลอง
หัวหน้าราชองครักษ์ Shu Mo-Hei ไม่ยินยอม หากเกิดอะไรขึ้นกับฮ่องเต้จะทำอย่างไร
ขันที Tung เสนอให้ใช้ทหารที่ป้องกันชายแดนอยู่
อ้าว แล้วเกิดศัตรูรู้เข้าฉวยโอกาสรุกรานมิย่ิงแย่ใหญ่หรือ
หัวหน้าราชองครักษ์ Shu ชิงพลิกสถานการณ์เสนอให้กองปราบเข้ามาดูแล




ฉั่วเกียไม่กังวล หากมีอะไรเกิดขึ้น กองปราบก็เดือดร้อนเองแหละ



รายนามผู้เข้าแข่งขัน สำนักอะไรเนี่ย ไม่เห็นดังเลย ตัวประกอบทั้งนั้น

Lam Po-tin สำนักฟ้า
Hung Fei-fu สำนักเสือบิน
Chun Pao สำนักเสือดาว
Lok Tai-wai สำนักสุนัข
Kam Yat-to สำนักดาบทอง
Yim Tung-hoi สำนักทราย
Ho Ying สำนักอินทรี

ดูจากฝีมือแล้ว มีเพียง Lam Po-tin ที่จะเอาชนะ Ling Lok-shek ได้
สถานที่จัดงาน คือ หมู่ตึกจันทรา ซึ่งอยู่ไกลจากเมืองต้องนั่งเรือไป
จูกัวะซิงแซจึงจัดแบ่งกลุ่มให้ทะยอยกันเดินทาง





Ling Lok-shek ผู้นำสหพันธ์ และ Hung Fei-fu สำนักเสือบิน
ไปถึงเป็นกลุ่มแรก มีปะทะคารมกันเล็กน้อย ก็คนไม่ถูกกันอ่ะ




ทิชิ่วมาส่งแนฮ้วยกับบ้อเช้งขึ้นเรือ ส่วน Lam Yeuk-fei ก็มาส่ง Lam Po-tin ผู้บิดา
ทั้งหมดไม่ค่อยพอใจที่เห็น Yim Tung-hoi สำนักทราย ซึ่งอยู่ฝ่ายสหพันธ์มาขึ้นเรือลำนี้ด้วย






บรรยากาศคล้ายๆ เรื่องไททานิก ชู้รักเรือล่ม
ถึงพี่บ้อเช้งคงไม่ลุกมาตะโกน I'm the King of the world
ก็มีแนวโน้มว่าเรือจะล่มอ่ะ 555

แม่นางซ่งมอบถุงหอมใบใหม่ให้บ้อเช้ง






เจ้าสำนักทั้งสี่ประชุมหารือกันอยู่ในห้องใต้ท้องเรือ
แนฮ้วยฟังจนเซ็ง ออกไปเดินตรวจตราดีกว่า




โชคดีเห็น Yim Tung-hoi สำนักทราย มีพิรุธ
เขาแอบวางระเบิดไว้ในห้องเก็บของ
แนฮ้วยร้องเตือนให้ทุกคนรีบหนี






Lam Yeuk-fei เดินทางไปถึงหมู่ตึกจันทรา
จึงได้รู้ว่าเรือของ Lam Po-tin เกิดระเบิดจมหายไป
ต้องเป็นฝีมือของ Ling Lok-shek แน่




Lam Yeuk-fei คิดสังหาร Ling Lok-shek แก้แค้นให้บิดา
ด้วยความบุ่มบ่าม นางเกือบพลาดท่าให้เซี่ยวกุก
ทิชิ่วมาช่วยนางไว้ทัน (อีกแล้ว)






Ling Lok-shek ทำไม่รู้ไม่ชี้ พ่อหายมาโทษคนอื่นได้ไง
สงสัยกลัวแพ้เลยหนีไปมากกว่ามั้ง




จูกัวะซิงแซขอให้นางใจเย็นๆ ที่สำคัญคือค้นหา Lam Po-tin ให้เจอก่อน



ผ่านไป 1 วันแล้วยังไม่ได้ข่าวคราว ทิชิ่วอดเป็นห่วงบ้อเช้งกับแนฮ้วยไม่ได้
อยากจะออกไปช่วยตามหาทั้งคู่ แต่ท่านจูกัวะไม่อนุญาต
ไปตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ (ใจดำมาก ท่านจูกัวะ )
สู้อยู่ดูแลความเรียบร้อยของงานประลอง อย่าให้เกิดเรื่องซ้ำสองอีก
โดยเฉพาะ Lam Yeuk-fei จะให้นางก่อเรื่องไม่ได้




กรี๊ด กรี๊ด กร๊ีด ตกน้ำยังไงกันยะ มานอนกอดพี่บ้อเช้งได้เนี่ยหล่อน




ตอนเรือระเบิด ซ่งจือหยินจมน้ำ พี่บ้อเช้งก็ช่างสามารถจริงๆ
ขนาดขาพิการยังช่วยสาวได้เลย





อ้าว อ้าว ซึ้งก็ส่วนซึ้ง ไม่ต้องฉวยโอกาสลวนลามบ้อเช้งเลย




โล่งอก แนฮ้วยมาทันพอดี ขืนมาช้า ไม่รู้แม่นางซ่งเธอจะทำมิดีมิร้ายอะไรพี่บ้อเช้งอีก
พอแนฮ้วยมาล่ะก็ ฟื้นได้ เมื่อกี้แกล้งสลบป่าวเนี่ย ชักสงสัย





บ้อเช้งเป็นห่วงกระบี่เงิน กระบี่ทอง ทั้งคู่ก็กำลังตามหาบ้อเช้งอยู่เช่นกัน



ตรวจสอบดูแล้ว มีคนตายทั้งหมด 7 คน
ได้แก่ Kam Yat-to สำนักดาบทองกับลูกศิษย์
Lok Tai-wai สำนักสุนัขกับลูกศิษย์ และศิษย์สำนักทราย
อีก 2 ศพ มีแต่ชิ้นส่วนไม่ครบร่าง ดูจากการแต่งกายน่าจะเป็น
Yim Tung-hoi สำนักทราย และคนเรือ





ตาย 7 รอด 9 เท่ากับจำนวนคนบนเรือ 16 คนพอดี
ฝังศพแล้ว ก็หาทางออกจากเกาะกันเถอะ




การแข่งขันรอบที่ 1 Ling Lok-shek เป็นฝ่ายชนะ




ถึงรอบของ Lam Po-tin เขาก็ยังไม่มา จะมาได้ไงติดเกาะอยู่
Lam Yeuk-fei ไม่อยากให้บิดาถูกปรับแพ้ จึงลงแข่งแทน
นางเกือบพลาดท่า แต่คู่ต่อสู้ผิดพลั้งจนพ่ายไปเอง






ผ่านไปอีกวันก็ยังไม่ได้ข่าว Lam Po-tin
เอาน่า ไม่มีข่าวดีกว่ามีข่าวร้าย ไม่เจอศพก็ยังมีความหวัง
ตราบใดที่บิดายังไม่มา Lam Yeuk-fei ก็จะลงแข่งแทนไปก่อน
แหม ทำอย่างนี้ ทิชิ่วเขาห่วงไม่ใช่เหรอ




Lam Yeuk-fei ประมือกับ Lok Piu เจ้าสำนักศิลาคู่ต่อสู้วันพรุ่งนี้
ฝีมือนางสู้เขาไม่ได้ แล้วพรุ่งนี้จะทำอย่างไร





ทิชิ่วเห็นนางมีความตั้งใจที่จะลงต่อสู้
จึงขอให้ตุยเมี่ยช่วยสอนท่ารับมือ Lok Piu ให้
เจอคนกำลังภายในแข็งแกร่งจะปะทะโดยตรงไม่ได้
ต้องใช้ท่าลวง เดี๋ยวตุยเมี่ยจัดให้





กระบี่เงิน กระบี่ทอง หาปลาก็ไม่เป็น ก่อไฟก็ไม่ได้
แล้วจะไปแข่ง Survivor กะเขาได้ยังไง ดูแนฮ้วยซิ




Chun Pao สำนักเสือดาวไม่พอใจที่มีแต่ปลาอย่างเดียว ใครจะไปกินลง



ซ่งจือหยิน: ข้าต้องขอบคุณท่าน ที่ช่วยชีวิตข้า
บ้อเช้ง: ข้ายังต้องการหมอ (โอเค ท่าทางยังไม่หายขาด แม่นางซ่งต้องจัดยาให้อีกหลายเทียบ )
ซ่งจือหยิน: ถอนหายใจแบบนี้ ดูไม่เป็นท่านเลย
บ้อเช้ง: ตั้งแต่ติดเกาะ ขาดเก้าอี้เมฆาไป ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นคนไร้ค่ายิ่งนัก
ซ่งจือหยิน: แม้ท่านจะเดินไม่ได้ แต่ท่านยังมีน้ำใจ ท่านช่วยชีวิตข้า






ทุกคนได้ยินเสียงกรีดร้องของ Chun Pao ที่ปลีกตัวไปตามลำพัง
กลับพบว่าเขาถูกฆ่าตาย
ร่องรอยบาดแผลเหมือนกรงเล็บสัตว์




แนฮ้วยพบเห็นรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ในละแวกใกล้เคียง



แนฮ้วยกับ Lam Po-tin ออกติดตามร่องรอย
จนไปพบกับรูปปั้นสัตว์ป่าเข้า




คนที่น่าจะรู้เรื่องก็มีบ้อเช้งเนี่ยแหละ รูปปั้นนั้นคือ Jok Chi
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (เอ้า ล้อมวงมาฟังพี่บ้อเช้งเล่านิทานกัน)
เมื่อฮ่องเต้ Ku สิ้นพระชนม์ ได้มอบบัลลังก์ให้รัชทายาท Chi
ตอนนั้น ปรากฎสัตว์ประหลาด ครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่ทางใต้
สัตว์นั้นมีสองมือเหมือนมนุษย์ มีเขี้ยวยาว 3 ฟุตเหมือนสัตว์ จึงได้ชื่อว่า Jok Chi
ทุกที่ที่ไป Jok Chi ฆ่าคนไปไม่น้อย
ฮ่องเต้ Chi ให้อ๋อง Tong เดินทางไปปราบ
จนได้รับความชื่นชมจากประชาชน และได้เป็นฮ่องเต้ในที่สุด




ตอน Chun Pao ถูกฆ่า ทุกคนก็อยู่พร้อมหน้า
ใครเป็นคนฆ่ากันแน่ คน หรือ สัตว์ป่า
ว่าแต่ตอนนี้ หาทางออกจากเกาะกันก่อนเหอะ
ต้นไม่ก็เยอะ แนฮ้วยเสนอให้ทำแพ





แนฮ้วยรอบคอบมาก อุตส่าห์เก็บหินมาให้บ้อเช้งใช้แทนอาวุธลับ



เช้ารุ่งขึ้น ทุกคนออกไปตัดไม้ทำแพ
ซ่งจือหยินแยกไปเก็บผลไม้มาเป็นเสบียง นางกลับถูกทำร้าย





แนฮ้วยตรวจสอบเรื่องที่บ้อเช้งขอ คนดูก็ยังไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร
แต่รู้ว่าเป็นไปตามที่บ้อเช้งคาด บ้อเช้งน่าจะรู้แล้วว่าใครเป็นฆาตกร




พอบ้อเช้งรู้ว่าแม่นางซ่งหายไป ก็ร้อนใจออกนอกหน้า
กระบี่เงิน กระบี่ทองพบแต่รองเท้าเปื้อนเลือดของนาง
ก็เตือนแล้วว่าไม่ให้แยกกัน ทำไมปล่อยให้ซ่งจือหยินหายไปได้
แล้วจะยืนอยู่ทำไม ไม่ไปตามหาอีก

แนฮ้วยอาสาแบกบ้อเช้งเอง เดินป่าแนฮ้วยถนัด





มาถึงจุดที่พบรองเท้า แนฮ้วยตาไวเห็นนางอยู่ตรงไหล่เขา





ยังดีที่ซ่งจือหยินแค่สลบไปยังไม่ตาย เห็นแล้วบ้อเช้งค่อยโล่งอก









 

Create Date : 16 ธันวาคม 2551    
Last Update : 28 ธันวาคม 2551 18:20:53 น.
Counter : 1784 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 12





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 12



จากตอนที่แล้ว สหพันธ์กับสำนักฟ้าพาคนมากดดันให้กองปราบปล่อยเซี่ยวกุก และ Lam Yeuk-fei
ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย จูกัวะซิงแซก็ยอมปล่อยคน





ถ้าไม่อยากหาเรื่อง คราวหน้าอย่าจับคนส่งเดชอีกล่ะ
ถ้าทำตามกฎหมายใครเค้าจะจับ สองแก๊งตีกันชาวบ้านเดือดร้อนรู้บ้างไหม

ทิขิ่ว: ในฐานะที่ข้าเป็นเพื่อนของแม่นาง Lam
ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านต้องเดือดร้อน
Lam Yeuk-fei: พวกเราเป็นคนสำนักฟ้า มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน
แต่ที่ท่านพูด ข้าจะจดจำไว้





ดูซิ ชาวสหพันธ์กับชาวสำนักฟ้าถึงเวลาก็ร่วมมือร่วมใจกันได้
น่าจะพิจารณาเข้าร่วมสหพันธ์ซะ จะได้ช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องสำนักเสือบินให้
ไม่งั้นภายใน 3 วัน ถ้าไม่มอบ Chan Kau ออกมา
จะขับไล่ออกจากไคฟงซะเลย

กล้าดีก็ลองดู เจ้าสำนัก Lam พร้อมชนทุกเมื่อ





ทำอะไรไม่รู้จักอดทนซะบ้าง เกือบทำให้เสียการใหญ่แล้วมั้ยล่ะ

สิ่งสำคัญตอนนี้ ต้องรวบรวมทุกสำนักเข้าเป็นส่วนหนึ่งในสหพันธ์ให้ได้
สำนักฟ้าเป็นหอกข้างแคร่ที่ต้องกำจัด
ยังไงก็ต้องหาตัว Chan Kau ให้




เซี่ยวตอได้ยินพ่อกับพี่ชายคุยกันก็ไม่สบายใจ
แต่ต่อหน้าพวกเขา นางก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง





พระชายามาไหว้พระที่วัด พบกับอาหญิงโดยบังเอิญ
จะชวนกันเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ซะหน่อย
กลายเป็นว่ามาจ๊ะเอ๋กับอ๋อง Chai ซึ่งแอบมากุ๊กกิ๊กับนางคณิกา
ไหนว่ามาพบเพื่อนเก่า ไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนเก่าประเภทไหน
ทีพระชายาชวนมาไหว้พระ ดันบอกว่าคนเยอะ ควันธูปเหม็น
ทีมากับนางคณิกาล่ะก็มาได้นะ

พระชายา: เป็นถึงท่านอ๋อง พานางคณิกามาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่คิดถึงศักดิ์ฐานะบ้าง
อ๋อง Chai: หุบปาก เจ้าไม่มีสิทธิ์สั่งสอนข้า ต่อให้ข้าแต่งนางเป็นสนม เจ้าก็ห้ามข้าไม่ได้
พระชายา: อะไรนะ ท่านจะแต่งงานกับนางคณิกา ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นใคร
อ๋อง Chai: แล้วเจ้าล่ะ ลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นใคร ถือดีอะไรมาเถียงข้า
พระชายา: ได้ ท่านอยากแต่งกับนางคณิกาก็เชิญ ข้าไม่สน





ระหว่างทางลงเขา พระชายาเจอกับ Chan Kau เข้า
ดูไปดูมาหน้าตาคุ้นๆ นางจึงนึกได้ว่าเขาคือฆาตกร
ที่เป็นต้นเหตุทำให้บิดานางฆ่าตัวตาย





พระชายาตาม Chan Kau ไป นางพบมือสังหารตามล่าเขา
จึงลงมือช่วยเหลือ เพราะนางคิดแก้แค้นแทนบิดา






การค้าตรอกไก่ซบเซา ใครจะกล้ามาล่ะ
เล่นมีคนของสหพันธ์มาคอยตามหา Chan Kau อยู่อย่างนี้
เพื่อความปลอดภัย ตุยเมี่ยขอให้พ่อแม่บุญธรรมปิดร้านซักสองสามวัน

Yau Tong จ่ายยามาให้ป้าหยาง
ตุยเมี่ยตรวจดูก็รู้ว่าเป็นยาปลอม ต้องไปเอาเรื่องร้านขายยาซะหน่อย





เจ้าของร้านปฏิเสธไม่รับรู้ อะไรให้โอกาสขอโทษแล้วนะ
ถ้ายังไม่สำนึก คงต้องเชิญพี่น้องมือปราบมาจัดการแล้วล่ะ
เจ้าของร้านกลัวโดนข้อหาจ่ายยาปลอมจึงยอมคืนเงินให้ Yau Tong
หนนี้ ยอมให้ หากเจออีก จะจับติดคุกให้เข็ด






ระหว่างที่ตุยเมี่ย มัวแต่ไปช่วย Yau Tong ซื้อยาให้แม่บุญธรรมใหม่
เซี่ยวกุกอ้างว่ามีคนเห็น Chan Kau ในตรอกนี้ จึงนำลูกน้องในสหพันธ์มาค้นตรอกไก้
มีหรือ Lam Yeuk fie จะยอม ถิ่นใคร ถิ่นใคร ให้มันรู้มั่ง





รอมานานตั้ง 10 ปี ในที่สุดจะได้ล้างมลทินให้บิดา
ในสมัยก่อนบิดาพระชายาเป็นชู้กับฮูหยินของ Chan kau
พระชายาจึงสงสัยว่าเขาฆ่านางแล้วใส่ร้ายบิดาของนาง

Chan Kau ปฏิเสธ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าฮูหยิน
แต่ถ้าบิดานางยังไม่ตายล่ะก็ เขาจะต้องตามล่าแน่นอน




จูกัวะซิงแซเข้ามาขัดขวาง ห้ามไม่ให้นางลงมือ

พระชายา: ข้ารอมานาน 10 ปีถึงมีวันนี้ ต่อให้แลกด้วยชีวิต ข้าต้องล้างมลทินให้ท่านพ่อ
จูกัวะซิงแซ: เขาไม่ใช่ฆาตกร
พระชายา: ท่านพูดอะไร
จูกัวะซิงแซ: เจ้าต้องการความจริงใช่มั้ย อาจารย์ทิ้งจดหมายลาตายไว้
สารภาพว่าเขาเป็นคนฆ่าฮูหยินของ Chan Kau
พระชายา: จดหมายอะไร ข้าไม่เคยเห็น
ท่านพ่อฆ่าตัวตายเพราะทนเสียงครหาชองขาวบ้านไม่ได้ต่างหาก
ตอนนี้ ข้าพบตัวฆาตกรแล้ว เหตุใดท่านจะให้ข้าปล่อยมันไป
จูกัวะซิงแซ: พ่อเจ้าทำผิดพลาด ข้าไม่อยากให้เจ้าซ้ำรอย




จูกัวะซิงแซมอบจดหมายลาตายให้พระชายา
เขาพบจดหมายข้างศพอาจารย์ สารภาพว่าเป็นชู้กับฮูหยิน Chan Kau
ต่อมาตั้งใจจะขอเลิก แต่ฮูหยินไม่ยอม แถมขู่ว่าจะแฉให้ชาวบ้านรู้
อาจารย์จึงบันดาลโทสะ ใช้แท่นหมึกทำร้ายนางถึงแก่ความตาย
อาจารย์เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป จึงฆ่าตัวตายไถ่โทษ
จูกัวะซิงแซ เห็นแก่ชื่อเสียงของอาจารย์จึงปกปิดเรื่องนี้ไว้

จูกัวะซิงแซ: ข้าไม่เคยคิดจะบอกความจริงให้เจ้ารู้เลย
พระชายา: ท่านยอมให้ข้าเกลียดท่าน แต่ไม่ยอมบอกความจริงงั้นหรือ
จูกัวะซิงแซ: เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว ปล่อยวางซะเถอะ





ที่ตรอกไก่ ยังตีกันไม่เลิก
สามมือปราบมาช่วยระงับเหตุ แต่ดูท่าจะไม่สำเร็จง่ายๆ




แล้วเซี่ยวตอจะมาทำไม เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก
ระหว่างต่อสู้ แนฮ้วยทำสร้อยฟันหมาป่าหล่น เซี่ยวตอจึงเก็บไว้ให้





Lam Yeuk-fei กำลังถูกรุม ทิช่ิวเข้ามาช่วยนาง
ถ้าไม่หยุดต่อสู้ จับจริงๆ นะเออ




จูกัวะซิงแซเข้ามาห้าม Chan Kau ถูกจับแล้ว
มีอะไรไปเคลียร์กันที่กองปราบ





เขาตีกันเสร็จแล้ว ตุยเมี่ยเพิ่งจะกลับมาถึง

บ้อเช้ง: ตรอกไก่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้า
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เจ้ากลับไม่รู้ เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา
จูกัวะซิงแซ: มีอะไรกลับกองปราบแล้วค่อยว่ากัน





เจ้าสำนักเสือบินขอให้กองปราบส่งตัว Chan Kau ให้
จูกัวะซิงแซไม่ยอม เรื่องสืบสวนปล่อยเป็นหน้าที่กองปราบเถอะ
Chan Kau ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ลงมือหนัก Lam Yeuk-fei เองก็เห็นนี่
เซี่ยวกุกยังพยายามใส่ไฟ ก็สาเหตุการตายมาจากบาดแผล จะพ้นผิดได้ไง





จูกัวะซิงแซเสนอให้ชันสูตรศพ เป็นทางเดียวที่จะรู้สาเหตุการตาย
ซ่งจือหยินรับหน้าที่ชันสูตรศพ นางพบว่าเขาซี่โครงหักแต่ไม่ถึงกับทำร้ายอวัยวะภายใน
สาเหตุที่แท้จริงคือ สมองถูกกระแทกด้วยกำลังภายใน ที่แกร่งกล้า
Chan Kau ไม่มีปัญญาทำได้





เจ้าสำนักเสือบิน: ถ้าไม่ใช่ Chan Kau แล้วเป็นใคร
บ้อเช้ง: ใครล่ะ ที่เห็นบุตรชายท่านเป็นคนสุดท้าย




เจ้าสำนักเสือบินถึงบางอ้อ ว่าใครเป็นคนฆ่าบุตรชาย
โจรร้องจับโจรชัดๆ เลย Ling Lok-shek พลาดตรงที่บอกว่าได้เจอ Hung King ก่อนเขาตายเนี่ยแหละ

Lam Yeuk-fei: พวกท่านฉลาดจริงๆ ฆ่า Hung King แล้วทำมาเป็นเรียกร้องความเป็นธรรมให้
เซี่ยวกุก: อะไร Hung King บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว พวกเราช่วยด้วยคุณธรรม
เจ้ากลับกล่าวหาว่าพวกเราเป็นคนฆ่างั้นหรือ
Lam Yeuk-fei: ทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ

Ling Lok-shek ยังใจเย็น ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์
ไม่มีหลักฐานอย่ามากล่าวหากันดีกว่า
เจ้าสำนักเสือบินลั่นวาจาจะแก้แค้นให้บุตรชายให้ได้





แค่ผลชันสูตรอย่างเดียวคงเอาผิด Ling Lok-shek ไม่ได้
ไม่เป็นไร จิ้งจอกซักวันต้องโผล่หางออกมาแน่
สงสารแต่ชาวบ้านตรอกไก่ต้องพลอยเดือดร้อน

แนฮ้วย: ตรอกไก่เป็นเขตดูแลรับผิดชอบของตุยเมี่ย
จูกัวะซิงแซ: หากเจ้าไม่ละทิ้งหน้าที่ แจ้งให้พวกเราทราบก่อนเกิดเหตุ
เรื่องคงไม่เป็นเช่นนี้ เจ้าจะแก้ตัวอย่างไร
ตุยเมี่ย: ท่านอา ข้า
บ้อเช้ง: ไม่มีอะไรจะแก้ตัวหรือไง ดีแต่ทำเป็นเล่น
ตุยเมี่ย: ถ้าจะลงโทษข้า ก็เชิญ
จูกัวะซิงแซ: เรื่องผ่านไปแล้ว จะลงโทษเจ้าก็ไม่มีประโยชน์ เก็บไปคิดดูให้ดีเถอะ





ตุยเมี่ยเป็นห่วงพ่อแม่บุญธรรม คราวหลังเขาตีกัน อย่าไปขวางได้ไหม
เฮ้อ ถ้าแจ้งกองปราบทันคงไม่เกิดเรื่อง
ป้าหยางและ Yau Tong ต่างปลอบใจตุยเมี่ย




ตุยเมี่ยต้องการช่วยเหลือชาวตรอกไก่เก็บกวาดสถานที่ แต่กลับโดนต่อว่า
เป็นมือปราบซะเปล่า ปกป้องตรอกไก่ยังไม่ได้เลย

Yau Tong: ใจเย็นก่อน ข้ารู้ว่าพวกเจ้ารู้สึกอย่างไร
ตุยเมี่ยเติบโตที่ตรอกนี้ ที่นี่เป็นบ้านของเขา
พวกเจ้าคิดว่าเขาจะรู้สีกอย่างไร ที่เห็นที่นี่เป็นแบบนี้
ตุยเมี่ย พ่อแม่บุญธรรมเจ้าก็ได้รับบาดเจ็บ เจ้ายังมาช่วยพวกเขาอีก
ตุยเมี่ย: ไม่ต้องพูดแล้ว ช่วยกันเก็บกวาดเถอะ





พี่น้องกันนี่นา จะปล่อยให้ตุยเมี่ยเก็บกวาดคนเดียวได้ยังไง
ทิช่ิ่ว แนฮ้วย แม้กระทั่งบ้อเช้งก็ยังมา





ตุยเมี่ย: บ้อเช้ง ท่านก็มาด้วย
บ้อเช้ง: ข้าไม่ได้มาช่วยเก็บกวาดหรอก ข้ามาช่วยสั่งงานต่างหาก
ตุยเมี่ย: แน่นอน
บ้อเช้ง: เลิกเจ๊าะแจ๊ะกัน แล้วลงมือทำงานได้แล้ว




อาหญิง: เห็นพวกเขาร่วมงานกันได้ ข้าก็หายห่วง
จูกัวะซิงแซ: หายห่วงอะไร ข้าไม่เห็นเคยเป็นห่วงพวกเค้าเลย
อาหญิง: จริงเร้อ




จูกัวะซิงแซเป็นห่วงพระชายา ตั้งแต่พบกันครั้งสุดท้าย นางยังไม่ยอมกลับวัง
ยังไงก็ตามวันครบรอบวันตายอาจารย์ พระชายาต้องมาเคาพบสุสานบิดาแน่
เขาจึงรอนางอยู่ที่นั่น
พระชายาเองก็สองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็รับไม่ได้ ที่บิดาที่ตัวเองเทิดทูน เป็นฆาตกร
เพื่อให้พระชายาปล่อยวางให้ได้ จูกัวะจึงเผาจดหมายลาตายนั้นเสีย

พระชายา: ตลอดหลายปีมานี้ เพื่อปกป้องเกียรติของท่านพ่อ
ท่านต้องยอมอดสูใจ ยอมให้ข้าโทษท่าน ทำร้ายจิตใจท่าน ช้าขอโทษ





อ๋อง Chai เป็นห่วงพระชายาไม่กลับวังหลายวัน แถมไม่ยอมส่งข่าว
จะโกรธยังไงก็ไม่ควรหายตัวไปเฉยๆ

พระชายา: วันนี้ เป็นวันครบวันตายพ่อข้า
อ๋อง Chai: จริงด้วย ข้างานยุ่งจนลืม พรุ่งนี้เราไปด้วยกันนะ
ข้าจะให้เขาเตรียมขบวน และนักดนตรี
พระชายา: ไม่จำเป็น ข้าไปมาแล้ว ที่สำคัญของแบบนี้ ดูที่ความตั้งใจจริงก็พอ
อ๋อง Chai: งั้นปีหน้านะ ปีหน้าเราค่อยไปด้วยกัน




เซี่ยวตอโกรธบิดาไม่ยอมกินข้าวปลาอาหารหลายวันจนเป็นลม



Ling Lok-shek จึงให้คนไปเชิญซ่งจือหยินมาตรวจอาการ
ตรวจดูก็รู้ว่าเซี่ยวตอโกหก ถ้าไม่บอกความจริงเดี่ยวฟ้องพ่อเลยนี่




ซ่งจือหยินอ้างว่าเซี่ยวตอเป็นโรคหดหู่ เอาแต่อุดอู้อยู่ในห้อง คงไม่มีทางหาย
นางขอให้เซี่ยวตอไปค้างที่โรงหมอของนางเพื่อสะดวกในการรักษาอาการ
Ling Lok-shek ยอมทำตาม




แนฮ้วยมารักษาบาดแผลที่โรงหมอของซ่งจือหยิน



เซี่ยวตอซึ่งแกล้งป่วย พอเห็นแนฮ้วยละก็ดี๊ด๊าขึ้นมาเชียว
เซี่ยวตอคืนสร้อยคอฟันสุนัขให้ แต่แนฮ้วยกลับไม่สนใจ
ถ้าพังแล้วจะเก็บกลับมาทำไม ทิ้งไปเลยอหอะ

ซ่งจือหยิน: เลือดเย็นช่างเลือดเย็นสมชื่อ
เพื่อให้ได้พบท่าน เซี่ยวตอ นางถึงกลับยอมอดอาหาร และโกหกทางบ้าน
ท่านกลับไม่ขอบคุณซักคำ






โดนว่าขนาดนั้น แนฮ้วยยังทำเป้นหูทวนลมได้อีก

ทิชื่ว: เซี่ยวตอทำไปตั้งมากมายเพื่อให้ได้พบหน้าเจ้า
อย่างน้อยก็น่าจะพูดกับนางหน่อย
แนฮ้วย: นางก็เห็นหน้าข้าแล้วนี่
ทิชื่ว:นางอุตส่าห์เก็บสร้อยให้เจ้านะ
แนฮ้วย: มันเรื่องของนาง











 

Create Date : 11 ธันวาคม 2551    
Last Update : 15 ธันวาคม 2551 23:20:25 น.
Counter : 1338 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 11





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 11



จากตอนที่แล้ว สี่มือปราบวางแผนจับคนร้าย
เมื่อคนร้ายเห็นแม่บุญธรรมตุยเมี่ย ออกจากบ่อนมาตามลำพัง จึงลงมือ
โจรกระจอกจริงๆ แค่โดนอาวุธลับบ้อเช้งหน่อยเดียวก็ถูกจับกุมโดยละม่อมซะแล้ว
บ้อเช้งส่งพลุสัญญาณแจ้งพรรคพวก






คนร้าย Tsun Ming ไม่ยอมรับสารภาพ
พอแนฮ้วยเอาอาวุธของตัวเองมาขู่ก็รีบยอมรับทันที
บ้อเช้งอยากรู้ว่าอาวุธนี้เกี่ยวข้องกับ Shing Ting-tin หรือไม่
ก็แค่คนหาปลาที่บังเอิญพบหีบใส่อาวุธริมแม่นำ้ นึกว่าเป็นหีบสมบัติ
ที่ไหนได้ ข้างในมีอาวุธมากมาย ก็เลยคิดสั้นหวังรวยกับเค้ามั่ง





บ้อเช้งหวังจะสืบหาต้นตอตัวคนสร้างอาวุธ
ไม่รู้ทำไมรู้สึกประทับใจกับอาวุธชิ้นนี้ หรือว่าจะเคยเห็นในสมัยเด็ก
โธ่เอ๋ย ตอนนั้นบ้อเช้งอายุแค่ขวบเดียว จะเคยเห็นอาวุธนี้ได้อย่างไร
ที่สำคัญคนสร้างอาจตายไปนานแล้วก็ได้
พักผ่อนเหอะ อย่าคิดมาก เรื่องคดีท่านอาจะสืบต่อเอง
ว่าแล้วก็เก็บอาวุธ เก็บภาพร่างเรียบวุธ





มืดค่ำขนาดนี้ น่าแปลกที่อาหญิงไม่อยู่กับบ้าน ไม่รู้นางหายไปไหน
ขณะเดียวกัน สายของฉั่วเกีย รายงานเรื่องพบอาวุธตระกูล Shing ให้ฉั่วเกียทราบ
หรือว่า อาหญิงจะเป็นไส้ศึกกันเนี่ย





เช้ารุ่งขึ้น จูกัวะซิงแซคุมตัว Tsun Ming ไปค้นหีบอาวุธที่บ้าน
กลับถูกฉัวเกียตัดหน้า วางกับดักเอาไว้ มือปราบกับคนร้ายถูกลูกหลงเสียชีวิต





อาวุธที่หายสาบสูญของตระกูล Shing ตกอยู่ในมือฉั่วเกียจนได้
น่าเสียดายที่ขาดอาวุธพิสดารที่ทรงอานุภาพที่สุด
แต่ก่อนจะตามหาอาวุธ ต้องกำจัดสปายที่มาสอดแนม Ling Lok-shek ซะก่อน




ทุกคนข้องใจว่าทำไมมีคนรู้ความเคลื่อนไหวของกองปราบ
อย่างนี้ต้องมีเกลือเป็นหนอนแน่
ทิชิ่วไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนในกองปราบเป็นไส้ศึก

ตุยเมี่ย: ข้าไม่เห็นด้วย ใช่ว่าทุกคนอยากจะเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมเหมือนเจ้านี่
ทิชิ่ว: งั้นเจ้าจะบอกหรือว่า เจ้าอยากเป็นไส้ศึกมากว่ามือปราบ





จูกัวะซิงแซพบศิษย์น้องพระชายา เมื่อนางทราบเรื่องไส้ศึก
นางจึงสงสัยอาหญิง เฮ้อ ดูมาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าอาหญิงชื่อ Lau Piu-suet
พูดไม่ทันขาดคำ ทั้งคู่ก็เห็นอาหญิงทำลับๆ ล่อๆ จึงสะกดรอยตามไป





เป็นถึงหัวหน้ามือปราบ สะกดรอยแค่นี้ ก็ให้อาหญิงรู้ตัวได้
ยังไม่ทันจะซักถามได้เรื่องได้ราว ก็พอดีมีเสียงคนถูกทำร้าย
ก็คนที่พระชายาเห็นอยู่กับอาหญิงนั่นแหละ ถูกแทงด้วยกระบี่เสียชีวิต





เราจะได้รู้ประวัติของอาหญิงที่ O-yo สงสัยมานานกันซะที
ฟงสามีของอาหญิง ถูก Ling Lok-shek ฆ่าตาย
จูกัวะซิงแซรับนางไว้เป็นแม่บ้าน นางหวังจะแก้แค้นแทนสามี จะเป็นไส้ศึกได้ไง
ส่วนอา Chiu ที่ตายเป็นน้องสามีของนาง ตอนสามียังมีชีวิต ไม่ค่อยลงรอยกับน้องชาย
อา Chiu ออกจากบ้านไปหลายปี จนนางมาเจอเขาเป็นสมุนของ Ling Lok-shek
เมื่อรู้ว่าพี่ชายต้องตายเพราะ Ling Lok-shek จึงร่วมมือกับนางเพื่อแก้แค้น
นึกไม่ถึงว่านางกลับทำให้เขาต้องตาย

อ้าว แล้วใครกันล่ะ ที่เป็นไส้ศึก




จูกัวะซิงแซกลับถึงกองปราบก็ได้รู้ว่า
บ้อเช้งนำกระบี่เงินเดินทางไปพบเจ้าอาวาสที่วัดเมือง Tai-yin
ซึ่งเป็นผู้รู้อดีตของบ้อเช้ง ทั้งยังเป็นคนตั้งชื่อให้อีกด้วย

เฮ้อ ความวัวยังไม่ทันจะหาย ความควายก็เข้ามาแทรก
จูกัวะชักปวดหัวแล้วนะ




เมื่อบ้อเช้งได้พบกับเจ้าอาวาส ก็สอบถามเรื่องทายาทตระกูล Shing
เจ้าอาวาสปฏิเสธไม่รู้เรื่อง เรื่องนอกวัดไม่ใช่กิจของสงฆ์
ทางที่ดีก็ปล่อยวางได้ ก็จงปล่อยวางเถอะ





ขนาดกระบี่เงินยังสงสัยเลยว่า เจ้าอาวาสจะปกปิดความจริงเอาไว้
บ้อเช้งเดินทางมาถึงบริเวณสะพานที่บัณฑิตรอบรู้สืบมาว่า
เป็นสถานที่ที่ Fok To-yeun ซุ่มโจมตี Shing Ting-tin
แต่สุดท้าย Shing Ting-tin ก็หนีรอดไปได้ และกลับไปแก้แค้นฆ่าล้างตระกูล Fok

ดูจากร่องรอยการต่อสู้ที่เห็นบนสะพาน บ้อเช้งชักจะเชื่อว่าคำเล่าลือน่าจะเป็นจริง





ว่าจะถามความเป็นมาจากคนแถวนี้ซะหน่อย
ลุงก็กลับกลัวจนไม่กล้าพูด แต่บ้อเช้งเห็นลุงกราบไหว้ป้ายหินที่ตีนสะพาน ก็ยิ่งชัด





ปรากฎการณ์แปลกเกิดขึ้นแล้ว บ้อเช้งยอมปรึกษาคดีทิชิ่ว
โอ้ว ความสัมพันธ์คืบหน้าจริงๆ ตกลงจะเปลี่ยนเรื่องเป็นโรมิโอ จูเลียตใช่ปะ

ทิชิ่วเชื่อว่า Shing Ting-tin น่าจะขายอาวุธให้ศัตรูจริง
ไม่เช่นนั้นคงไม่วางแผนซ่อนอาวุธเอาไว้ จน Tsun Ming ไปพบเข้า
บ้อเช้งเองยอมรับว่าถ้า Shing Ting-tin ขายชาติ ก็สมควรถูกประหารทั้งตระกูลอยู่แล้ว




จูกัวะซิงแซไม่พอใจที่บ้อเช้งดื้อสืบเรื่องตระกูล Shing ต่อโดยไม่รายงาน
มีคดีสำคัญให้ไขอีกหลายคดี ไม่ไปทำ มาทำเรื่องไร้สาระ
ตระกูล Shing ก็ไม่มีทายาทสืบทอดแล้ว แทนที่จะสืบเรื่องตระกูล Shing
สู้สืบว่าใครขโมยอาวุธไปจะดีกว่า

จ๋อยเลย โดนท่านอาดุ





ฉั่วเกียนำอาวุธตระกูล Shing มาให้ Ling Lok shek กับบุตรชายทดสอบอานุภาพ
ขนาดกระบองร้อยโซ่ที่ดูธรรมด๊า ธรรมดา ยังสามารถหลอกซ้าย ฆ่าขวาได้
ฉั่วเกียสังหารลูกน้อง เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู คนทำงานพลาดก็สมควรตายอย่างนี้แหละ
ว่าแต่เมื่อไหร่จะรวบรวมพรรคต่างๆ มาอยู่ในสหพันธ์ได้หมด
สองพ่อลูกเริ่มเครียด





Lam Yeuk-fei เห็น Chan Kau ที่เพิ่งเข้าสังกัดมาหมาดๆ
ชกต่อยแย่งผู้หญิงกับ Hung King นายน้อยสำนักเสือบินกลางตลาด
ทำอย่างนี้ เสียชื่อพรรคหมด ว่าแล้วยังหือ ต้องตบสั่งสอนซะให้เข็ด
Chan Kau กลัวถูกจับกลับพรรคไปลงโทษ จึงหลบหนีไป





Ling Lok-shek กำลังคิดหาทางรวมสำนักพรรคต่างๆ เข้าร่วมสหพันธ์
ก็พอดีพบ Hung King ที่ได้รับบาดเจ็บ เซี่ยวกุกเห็นโอกาสจะช่วยเหลือเขา
เพื่อให้สำนักเสือบินเข้าร่วมสหพันธ์ แต่ Ling Lok-shek คิดการณ์ไกลกว่านั้น

Ling Lok-shek ลงมือสังหาร Hung King เพื่อใส่ร้ายสำนักฟ้า





ตุยเมี่ยชวนสามหนุ่มมาร่วมสังสรรค์ เหล้าตุยเมี่ยเลี้ยงเอง
แต่ขอเก็บค่าอาหารคนละสองตำลึงละกัน

แนฮ้วย: งั้นข้าดื่มอย่างเดียว ไม่กินอาหาร (โอ้ว แนฮ้วย นายแน่มาก)
ตุยเมี่ย: หา ข้าก็ชาดทุนน่ะสิ ข้าลดให้เหลือตำลึงครึ่งก็ได้
ทิชิ่ว: ถ้าเจ้าเลี้ยงสิ พวกเราถึงจะโอเค
ตุยเมี่ย: ก็ได้ คราวนี้ข้าเลี้ยง คราวหน้าตาพวกเจ้าบ้างนะ





Ling Lok-shek นัดหมายสำนักฟ้าและสำนักเสือบินมาเจรจา
เจ้าสำนักเสือบินขอทวงความเป็นธรรมให้บุตรชาย





Lam Yeuk-fei ยืนยันว่าตอนเลิกทะเลาะกัน Hung King ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเท่าไหร่
และยังมีชีวิตอยู่
เจ้าสำนักเสือบินไม่สน ยื่นคำขาดให้ Lam Po-tin ส่งตัว Chan Kau มาให้
จะส่งตัวได้ยังไง ตอนนี้ Chan Kau หายตัวไปไหนก็ไม่มีใครรู้

เซี่ยวกุกฉวยโอกาสซ้ำเติม หาว่าสำนักฟ้าต้องการปกป้องคนผิด
ถ้าสำนักฟ้าไม่ส่งมอบคนออกมา สหพันธ์จะสนับสนุนสำนักเสือบินเรียกร้องความเป็นธรรมเอง





เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็ตีกันไปเลย สมใจ Ling Lok-shek จริงๆ



กำลังตีกันมันส์ๆ พอได้ยินว่ากองปราบมาเท่านั้นแหละ สงบเสงี่ยมขึ้นมาทันที
อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา อย่าบอกว่ามาจิบน้ำชาคุยกันนะ
เรื่องของชาวยุทธ กองปราบมาเกี่ยวอะไรด้วย

ทิขิ่ว: พวกเจ้าทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน พวกเราต้องเกี่ยวแน่
ตุยเมี่ย: ทำข้าวของร้านเสียหาย เจ้าของร้านมีสิทธิ์ฟ้องพวกเจ้าได้
บ้อเช้ง: พวกท่านสู้กันด้วยเรื่องใด
Lam Po-tin: พวกเราซ้อมยุทธ์กันต่างหาก
บ้อเช้ง: เจ้าสำนัก Hung แล้วท่านจะว่ายังไง
เจ้าสำนัก Hung: เจ้าสำนัก Lam ว่าไง ข้าก็ว่ายังงั้น
แต่เรายังไม่รู้ผลแพ้ชนะ วันหลังข้าจะไปเยี่ยมเยียนท่านที่สำนัก






เซี่ยวกุกใช้ข้ออ้างตามหา Chan Kau ในการแย่งชิงพื้นที่สำนักฟ้า




ทั้งสองฝ่ายต่างมารักษาตัวที่ร้านของซ่งจือหยิน
บ้อเช้งและแนฮ้วยจึงตามมาสืบคดีที่ร้าน

แนฮ้วยสอบถามคู่กรณี บังเอิญพลั้งมือทำรูปปั้นหมอฮัวโต๋ของซ่งจือหยินตกแตก
ลูกพรรคไม่กล้าสู้แนฮ้วย ยอมทำร้ายตัวเองสลบ จะได้ไม่ต้องตอบคำถาม





ซ่งจือหยิน: พวกท่านทำเกินไปแล้วนะ พวกเขาเป็นคนไข้ของข้า
ท่านทำเช่นนี้ รังแต่จะทำให้พวกเขาเจ็บหนักขึ้น
บ้อเช้ง: ข้าเสียใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เพื่อความสงบสุขของเมืองไคฟง
ข้าต้องสืบให้รู้ต้นเหตุให้ได้
แนฮ้วย: พวกเขายอมเจ็บตัว แต่ไม่ยอมพูดความจริง
เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่
ซ่งจือหยิน: นี่เป็นร้านของข้า พวกท่านไปซะ





ใช้วิธีการสอบถามไม่ได้ผล ตุยเมี่ยก็เลยติดสินบนจนได้รู้เรื่องทั้งหมด
ตรอกไก่ที่พ่อแม่บุญธรรมตุยเมี่ยอาศัยอยู่ก็อยู่ในเขตสำนักฟ้าซะด้วย
หากจะยุติศึกระหว่างสำนักได้ ต้องตามหา Chan Kau ให้เจอโดยไว
และระหว่างนั้นต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของแต่ละสำนักอย่างใกล้ชิด




ทำให้สาวโกรธก็ต้องรีบไปขอโทษ บ้อเช้งรู้งานจริงๆ
ซื้อรูปปั้นหมอฮัวโต๋มาคืน แต่แม่นางกำลังงอนค่ะ

ซ่งจือหยิน: ถึงท่านซื้อมาใหม่ ก็ไม่ใช่อันเดิม
บ้อเช้ง: ข้ารู้ว่ารูปปั่นนั้นเป็นของดูต่างหน้าท่านหมอ Lung อาจารย์ของเจ้า
จึงมีคุณค่าทางจิตใจต่อเจ้ามาก ข้าให้คนไปซื้อรูปปั้นนี้มาจาก JiangXi
โรงงานเดียวกับรูปปั้นเดิม ข้าหวังว่าเจ้ารับไว้
ซ่งจือหยิน: เสร็จธุระแล้ว ท่านก็ควรกลับซะที
บ้อเช้ง: ข้าอยากจะเตือนเจ้าซักหน่อย ระยะนี้เกิดศึกระหว่างสำนักขึ้น
จะออกไปไหนมาไหน ก็ระวังตัวด้วย





ซ่งจือหยิน: รู้สึกว่ายาของข้าจะมีประสิทธิภาพดีมาก ท่านดีขึ้นเยอะ
บ้อเช้ง: โรคหอบหืดข้าดีขึ้นมาก
ซ่งจือหยิน: ข้าไม่ได้หมายถึงโรคของท่าน ข้าหมายถึงจิตใจของท่านต่างหาก
บ้อเช้ง: จิตใจของข้า
ซ่งจือหยิน: คนไร้น้ำใจอย่างท่าน รู้จักใส่ใจคนอื่น ไม่เรียกว่าดีขึ้นหรอกหรือ





เซี่ยวกุกกับ Lam Yeuk-fei เจอกันในตลาด
คู่แค้นทางคับแคบจริงๆ Lam Yeuk-fei ไม่พอใจที่เซี่ยวกุกทำร้ายอา Fook ป่านนี้ยังไม่ฟื้น
อย่างนี้ต้องราวีกันให้ตายไปข้าง






ทิชิ่วมาขัดขวางทันเวลา แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อ
หากยังพูดไม่รู้เรื่องก็ต้องจับทั้งคู่

Lam Yeuk-fei: ได้ให้ข้าฆ่ามันก่อน แล้วท่านค่อยจับข้า

สุดท้ายก็โดนจับทั้งคู่จนได้





ขนาดถูกขังยังไม่วายมาทะเลาะกันต่อ



สำนักฟ้า และสหพันธ์ยกพวกมาประท้วงที่กองปราบเพื่อทวงคน
จูกัวะซิงแซพยายามต่อรองให้สำนักฟ้าและสหพันธ์มอบหน้าที่สืบสวนหาคนร้าย
ทีเงี้ย Ling Lok-shek กับ Lam Po-tin เห็นพ้องต้องกันขค้นมาทีเดียว
เรื่องของชาวยุทธ์ ให้ชาวยุทธ์จัดการกันเองเถอะ กองปราบไม่ต้องยุ่ง
แต่ถ้าไม่ปล่อยตัวเซี่ยวกุก กับ Lam Yeuk-fei ออกมาล่ะก็ เป็นเรื่องแน่











 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:58:29 น.
Counter : 834 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.