Group Blog
 
All Blogs
 

รวม MV และ คลิป The Four





รวม MV และคลิป The Four

เพลงไตเติ้ลแบบเต็มค่ะ




Trailer 1




Trailer 2




Trailer 3




Trailer 4




Trailer 5




Trailer 6




ฉาก 4 หนุ่มเป่าใบไม้




คลิปบ้อเช้งไปรอรับแม่นางซ่ง




MV Credit to Aprilfish

อันนี้ เป็น MV โปรดของแม่ยก เป็นฝีมือ Aprilfish ค่ะ ชอบทุกเรื่องเลย


เรื่องแรก เป็น MV รวมฮิต




เรื่องที่สอง เป็น MV บ้อเช้ง เน้นฉากสืบคดี




เรื่องที่สาม เป็น MV ทิชิ่ว เน้นฉากบู๊สุดเท่




เรื่องที่สี่ เป็น MV แนวโรมิโอ&จูเลียตมากๆ คนทำจับเรื่องมายำ
เน้นความสัมพันธ์ระหว่างบ้อเช้งกับทิชิ่ว สาว Y ไม่ควรพลาด




Credit to hktc10333

อันนี้ เป็น MV ฝีมือ hktc10333 เน้นบ้อเช้งกับซ่งจือหยิน


เรื่องแรกกับเรื่องที่สอง เป็น MV รวมภาพจากหนัง






เรื่องที่สาม อันนี้น่าดูมาก เป็น MV ที่สร้างสรรค์
ตัดต่อได้เยี่ยม แนวกลับชาติมาเกิดของบ้อเช้งกับซ่งจือหยิน




เรื่องที่สี่ เป็น Trailer หนัง The Four ภาคปัจจุบัน คนทำไอเดียบรรเจิดมาก
ถ้าได้ทำจริงคงสุดยอดน่าดู




Credit to shuangfeiwan

อันนี้ เป็น MV ฝีมือ shuangfeiwan รวมฮิตแนฮ้วยกับเซี่ยวตอ








 

Create Date : 22 มีนาคม 2552    
Last Update : 22 มีนาคม 2552 12:17:22 น.
Counter : 693 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 25





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 25



จากตอนที่แล้ว สี่มือปราบบุกมาปล้นคุก
บ้อเช้งเอาอาวุธไร้เทียมทานขึ้นมาขู่ ซ่งจือหยินเคยเห็นอานุภาพอาวุธแล้ว จึงไม่กล้าต่อสู้ด้วย
ที่ไหนได้ มีแต่ควัน อำกันเฉยเลยนะ






ต้องขอบคุณท่านลุงทิ ที่ทำของปลอมขึ้นมาให้
แต่ถึงแม้จะชิงตัวประกันคืนมาได้ ทุกคนก็ถูกผงคร่าวิญญาณของฉั่วเกียไปแล้ว
ผงนี้ไม่มียาแก้ คนที่โดนพิษ จะตายภายใน 6 ชั่วโมง




จูกัวะซิงแซรีบบอกให้เหล่ามือปราบไปแจ้งข่าวต่อนายพล Shu
ให้ไปคุ้มครองฮ่องเต้ เพราะฉั่วเกียจะก่อกบฎตอนฮ่องเต้ทำพิธีสักการะฟ้า

เอาล่ะสิ มัวแต่คุยกัน เผลอหน่อยเดียว ทิชิ่วหายไปไหนแล้ว





ทิชิ่วไปแก้แค้นซ่งจือหยินนั่นเอง

ซ่งจือหยิน: ถ้าเจ้าฆ่าข้า พวกเขาต้องตายกันหมด
ทิชิ่ว: ผงคร่าวิญญาณไม่มียารักษา
ซ่งจื่อหยิน: เชื่อข้าสิ ข้ารักษาได้
ทิชิ่ว: ข้าไม่ใช่เด็กอมมือ จะได้หลงเชื่อเจ้าอีก ตายซะเถอะ
บ้อเช้ง: อย่า อย่าฆ่านาง





ทิชิ่ว: ท่่านยังจะปกป้องนางอีกหรือ
บ้อเช้ง: มีเพียงนางที่ช่วยเหลือทุกคนได้
ทิชิ่ว: ยังเชื่อนางอีกหรือ รู้สึกตัวซะที
ทำไมท่านยังยอมให้นางหลอกอยู่ได้
บ้อเช้ง: นางจะไม่หลอกข้าอีกแน่
ทิชิ่ว: ท่านอยากเชื่อนางก็เรื่องของท่าน แต่ข้าไม่เชื่อ




บ้อเช้งซัดอาวุธลับใส่ทิชิ่ว จนต้องปล่อยซ่งจือหยิน

บ้อเช้ง: ช่วยข้าหายาแก้พิษให้ท่านอากับคนอื่นๆ
ทิชิ่ว: ท่านบ้าไปแล้วหรือ ไปเชื่อนางได้ยังไง
บ้อเช้ง: ตอนนี้ พวกเราควรไปช่วยฮ่องเต้จากการปองร้ายของฉั่วเกียก่อน





ระหว่างพิธีสักการะฟ้า ฉั่วเกียลงมือจับฮ่องเต้
และใช้อาวุธไร้เทียมทาน สังหารเหล่าขุนนางและทหาร




เซี่ยวกุกเอาอาวุธไร้เทียมทานมาดักรอนายพล Shu
แม้แต่แนฮ้วยกับตุยเมี่ยก็ไม่รู้จะรับมืออาวุธนี้อย่างไร





พ่อบุญธรรมตุยเมี่ย ยอมสละชีวิตเพื่อทำลายอาวุธไร้เทียมทาน
แต่อาวุธไม่ได้มีอันเดียว หนีก่อนค่อยหาทางรับมือ





ทิชิ่วกับบ้อเช้งตามมาช่วยแล้ว
อาวุธทุกชนิดย่อมมีจุดอ่อน บ้อเช้งให้แนฮ้วยเล่ารายละเอียดของอาวุธให้ฟัง

บ้อเช้งนึกวิธีการทำลายอาวุธได้ ช่วงที่อาวุธกำลังลอยอยู่บนฟ้า
ก่อนที่จะปล่อยเพลิงทำลายออกมา จะต้องซัดอาวุธลับเข้าไปที่ใจกลางกลไก

นายพล Shu: เอ่อ แล้วถ้าเจ้าทำพลาดล่ะ
บ้อเช้ง: มันก็จะระเบิด แล้วพวกเราก็จะตายกันหมด (ไม่เห็นน่าถามเล้ย)





ฉั่วเกียชิงเอามงกุฎฮ่องเต้มาสวม
หน้าตายังกับโจรอย่างนี้น่ะหรือจะเป็นฮ่องเต้
ตาข่ายฟ้าถี่ยิบ ไม่มีวันหนีรอดบ่วงกรรมไปได้หรอก






ฉั่วเกียคิดกำจัดสี่มือปราบด้วยอาวุธไร้เทียมทาน
ทั้งสี่ใช้โล่เหล็กสกัดกั้นอาวุธลับ แต่แนฮ้วยยังถูกอาวุธลับเข้าจนได้





เมื่ออาวุธลับหมดฤทธ์ กังหันก็ทำงาน




บ้อเช้งเตรียมใช้อาวุธลับทำลายอาวุธ
จะอยู่หรือจะไป ก็อาศัยช่วงเวลาเสี้ยววินาทีนี้





ฝีมือระดับบ้อเช้ง ไม่พลาดอยู่แล้ว




ไม่ต้องใช้อาวุธไร้เทียมทาน พลังยุทธ์ของฉั่วเกียก็เหนือกว่าสี่หนุ่มเห็นๆ
เล่นเอาบาดเจ็บไปตามๆ กัน ส่วนบ้อเช้งแย่กว่าเพื่อน เพราะเก้าอี้เมฆาไปติดศพทหาร
ทำให้ไม่มีทางหนี





ซ่งจือหยินมาช่วยบ้อเช้งทันเวลา
แต่นางกลับต้องได้รับบาดเจ็บ





ซ่งจือหยินใช้เข็มขนวัวกับฉั่วเกีย ทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ได้




สี่มือปราบจึงกำจัดฉั่วเกียได้สำเร็จ




ฮ่องเต้ปลอดภัย มือปราบก็โล่งอก



บ้อเช้ง: จือหยิน เจ้าเจ็บมากมั้ย ข้าจะพาไปหาหมอนะ
ซ่งจือหยิน: ต่อให้ข้าไม่โดนอาจารย์ซัดฝ่ามือใส่ ก็ไม่มียาอะไรที่จะรักษาพิษได้
บ้อเช้ง: เจ้าพูดอะไรของเจ้า
ซ่งจือหยิน: ทิชิ่ว ข้าฆ่าพี่ชายเจ้า และเจ้าสำนัก Lam
เจ้าจะเกลียดข้าก็ได้ แต่อย่าโทษบ้อเช้งเลย
ทิช่ิว: ข้าไม่โทษเขาหรอก ยังไงเขาก็เป็นพี่น้องข้า
บ้อเช้ง: เจ้าพูดถึงยาพิษอะไรกัน
ซ่งจือหยิน: ท่านจะอยู่เป็นเพื่อนข้าได้ไหม






เพราะรับปากบ้อเช้งว่าจะช่วยเหลือทุกคนให้ได้
ซ่งจือหยินจึงใช้กำลังภายในดูดพิษเข้ามาไว้ในตัวเอง

ความรักไม่เข้าใครออกใครจริงๆ มือสังหารยังใจอ่อนได้




ซ่งจือหยิน: ข้าทำร้ายจิตใจท่านครั้งแล้วครั้งเล่า
ทำไมท่านยังคอยปกป้องข้า แก้ตัวแทนข้า
บ้อเช้ง: ข้าไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะปกป้องเจ้า
ข้าต้องการใช้ชีวิตร่วมกับเจ้า แต่เจ้ากลับจะทิ้งข้าไป
ทำไมเจ้าไม่บอกข้าล่ะว่า หากจะช่วยพวกเขา ต้อลสละชีวิตเจ้า
ซ่งจือหยิน: ข้าไม่อยากให้ท่านต้องตัดสินใจลำบาก





บ้อเช้ง: เจ้าเลยยอมเสียสละตัวเองงั้นหรือ
ซ่งจือหยิน: ข้าไม่ได้สูงส่งเช่นนั้น ข้าทำทุกอย่างไปเพื่อท่าน
บ้อเช้ง: จือหยิน
ซ่งจือหยิน: ท่านเชื่อมั่นในตัวข้า จนโดนคนอื่นเขาต่อว่าครั้งแล้วครั้งเล่า
ข้าไม่อาจทำให้ท่านผิดหวังอีก และข้าไม่อยากให้คนอื่นไม่เชื่อมั่นในตัวท่าน
บ้อเช้ง: แต่เจ้าต้องทรยศฉั่วเกียเพื่อข้า
ซ่งจือหยิน: ข้าคิดว่าข้าเป็นมือสังหารที่ไม่มีความรู้สึก
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ข้าก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา
ข้าก็เคยคิดอยากให้พวกเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป
มีลูก มีหลาน อยู่กันจนแก่เฒ่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว





ซ่งจือหยินกระอักออกมาเป็นเลือด
นางขอให้บ้อเช้งเป่าขลุ่ยให้ฟังเป็นครั้งสุดท้าย





เมื่อบ้อเช้งตื่นขึ้นมา ซ่งจือหยินก็จากไปแล้ว
ทิ้งไว้เพียงจดหมาย

ซ่งจือหยิน: บ้อเช้ง ข้าอยากอยู่กับท่านจนวาระสุดท้าย
แต่ข้าไม่อยากให้ท่านเห็นใบหน้าข้าหลังจากพิษกำเริบ
ข้าไม่อยากให้ท่านจดจำข้าแบบนั้น
ข้าจึงต้องจากท่านไปก่อน โปรดลืมข้าซะเถอะ






พระชายาไม่อาจให้อภัยจูกัวะซิงแซได้
นางไว้ใจให้เขาช่วยดูแลท่านอ๋อง ไม่เพียงจูกัวะไม่ห้าม
กลับใช้เขาเป็นเหยื่อ ทำให้ท่านอ๋องต้องตาย

แม้จูกัวะซิงแซจะขอให้นางอยู่เมืองหลวงให้เขาได้ดูแล
แต่นางก็ปฏิเสธ ยังไงจูกัวะก็มีส่วนทำให้สามีนางตาย
จะทำดีชดเชยแค่ไหน ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้





ฮ่องเต้อภัยโทษให้ครอบครัวเจ้าสำนัก Ling
เซี่ยวตอจึงกลับเมืองหลวงพร้อมแนฮ้วย
แต่นางก็ไม่มีบ้านให้กลับ แนฮ้วยกำลังจะเผยความในใจ
มัวแต่ ข้า ข้า อยู่นั่น เลยโดนขัดจังหวะ





เซี่ยวตอเห็นตุยเมี่ยกำลังตามจับเซี่ยวกุก
นางจึงเข้าไปขวาง คิดไม่ถึง เซี่ยวกุกกลับจับนางเป็นตัวประกัน
เซี่ยวกุก เห็นภาพหลอนของบิดา จึงเกิดความหวาดหวั่น
ตกกำแพงเมืองเสียชีวิต






ความจริงตุยเมี่ยก็มีใจให้กับ Yau-tung อยู่
แต่โดยนิสัยของเขา ไม่คิดจะมีเมียแค่คนเดียว​ (เอางั้นเลยนะ)
เอาเป็นว่า ถ้าแต่งกับ Yau-tung จะยกให้นางเป็นเมียเอกละกัน

ยังไม่ทันจะสารภาพเลย Yau-tung ก็เผยว่านางมีแผนชีวิตอย่างอื่นแล้ว
นางจะไปเจียงสี เพื่อเรียนการช่างจากทายาทลู่ปัน

แห้วอีกแล้วตุยเมี่ย

Yau-tung: ข้าไปแล้ว พี่จะคิดถึงข้าบ้างมั้ย
ตุยเมี่ย: ข้าจะไม่มีวันลืมเจ้าแน่






เซี่ยวตอเสียทั้งบิดา และพี่ชาย นางคิดสละทางโลก บวชเป็นชี

แนฮ้วย: เซี่ยวตอ ทำไมเจ้า
เซี่ยวตอ: ข้าผ่านทุกข์โศกมาจนเห็นซึ้งแล้ว
ตั้งแต่วันนี้ ข้าจะบวชเป็นชี และตัดกิเลสทางโลกให้หมดสิ้น
แนฮ้วย: แต่ ข้า
เซี่ยวตอ: บางทีนี่อาจเป็นชะตาลิขิต พบกันใหม่ชาติหน้าเถอะ
แนฮ้วย: เซี่ยวตอ เจ้ารักษาตัวด้วย






ทิชิ่วกำลังอาบน้ำ Lam Yeuk-fei เอาน้ำร้อนมาเทให้
แหม ถือว่าตัวเองมองไม่เห็นเลยไม่ถืองั้นสิ

ทิชิ่วฉวยโอกาสขอนางแต่งงาน





Lam Yeuk-fei: ข้าตาบอดแล้ว ไม่คู่ควรกับท่าน
ทิชิ่ว: ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าจะคอยดูแลเจ้าเอง
Lam Yeuk-fei: รอให้ข้าหายดีก่อนแล้วค่อยพูดกันเถอะ
ทิชิ่ว: ได้ เจ้าหายดีเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที

พูดไม่ทันขาดคำ Yeuk-fei ก็มองเห็นขึ้นมาซะงั้น





ตาหายแล้วก็แต่งงานกันได้แล้วสิ




ลูกน้องเก่าสำนักฟ้า มาขอให้ Yeuk-fei กลับไปเป็นเจ้าสำนัก
Yeuk-fei เห็นแก่บิดา และลูกน้องที่ยอมโขกศีรษะขอขมา
จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าสำนัก เรื่องแต่งงานเอาไว้จัดการเรื่องของสำนักเข้าที่เข้าทางซะก่อน




บ้อเช้งเดินทางไปตามหาซ่งจือหยินที่นอกด่าน
ในที่สุดก็ได้พบนางสมความตั้งใจ





แค่เห็นกับตาว่าซ่งจือหยินยังมีชีวิตอยู่
บ้อเช้งก็พอใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องติดตามนางไปอีก




ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองคำมือปราบวังหลวงให้กับสี่มือปราบ
Shing Ai-yu, Ti Yau-ha, Tsui leuk-seung และ Leng Ling-hei




มีสี่หนุ่มคอยดูแลกองปราบ จูกัวะซิงแซก็หนีเที่ยวได้อย่างสบายใจ



หลายปีต่อมา พวกกิม (จิน) บุกถึงเมืองหลวงซ้อง จับฮ่องเต้ซ่งฮุ่ยจงและรัชทายาทซ่งจินจงไปเป็นเชลย
ผู้คนขนานนามช่วงแห่งความอัปยศนี้ว่าเจ๋งคัง (หรือจิ้นคัง)
(ถ้าจำกันได้ ปีนี้ จะถูกเอ่ยถึงในเรื่องมังกรหยก และกลายเป็นชื่อของก๊วยเจ๋ง เอี้ยคัง)
หมดยุดรุ่งเรืองของซ้องเหนือ องค์ชายคัง บุตรคนที่ 9 ของฮ่องเต้
ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าซ่งเกาจง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ซ้องใต้
ฮ่องเต้ซ่งเกาจงหลบหนีกองทัพกิมออกสู่ทะเล
เพื่ออารักขาฮ่องเต้ สี่มือปราบได้อาสาอยู่ขวางทางกองทัพกิมนับพัน











 

Create Date : 15 มีนาคม 2552    
Last Update : 24 มีนาคม 2552 7:27:46 น.
Counter : 2965 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 24





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 24



จากตอนที่แล้ว แนฮ้วยชิงตัวเซี่ยวตอมาจากเกี้ยวเจ้าสาว
ทั้งคู่หลบมาอยู่ในกระท่อมห่างไกลตัวเมือง
เซี่ยวตอมีความสุขที่ได้อยู่กับเขา แต่ดูแนฮ้วยจะเฉยๆ แฮะ




อาหารฝีมือเซี่ยวตอ นางเองยังกินไม่ลง
ก็แม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก พ่อก็ไม่ยอมให้เข้าครัว กลัวโดนมีดบาด
จะไปเรียนทำอาหารกับใครล่ะ
แต่แนฮ้วยก็กินไม่บ่นซักคำ อาหารสำหรับแนฮ้วย มีไว้กินเอาอิ่ม ไม่ได้เอาอร่อย





กลางคืนฝนตก แนฮ้วยยังออกไปนอนนอกบ้าน
เซี่ยวตอไม่เข้าใจว่าเขาจะเอายังไงกันแน่




เซี่ยวตอฝันร้ายว่าบิดานางถูกคนไล่ฆ่า
แนฮ้วยก็ไม่สนใจอีก แค่ฝันร้าย ล้างหน้าก็ลืมหมดแล้ว





แล้วอย่างนี้ ไปฉุดนางมาทำไมกันเนี่ย
แท้จริงแล้ว แนฮ้วยทำตามคำสั่งของจูกัวะซิงแซ
ถ้าท่านจูกัวะไม่ได้สั่ง คงไม่คิดจะชิงตัวเจ้าสาวล่ะสินะ
หรือว่าซักนิดเดียวก็ไม่เคยคิดชอบเซี่ยวตอ





ทำร้ายจิตใจกันเกินไปหรือเปล่าเนี่ย



เซี่ยวตอพบบิดานางได้รับบาดเจ็บสาหัส
จึงขอร้องให้แนฮ้วยช่วยรักษา





เสียดายอาการ Ling Lok-shek สาหัสเกินไป
เขารู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เซี่ยวกุกหลงเดินทางผิด
ที่เป็นห่วงที่สุดคือบุตรสาวคนเดียว
Ling Lok-shek ฝากฝังให้แนฮ้วยช่วยดูแลเซี่ยวตอ แนฮ้วยรับปาก





แนฮ้วยเห็นเซี่ยวตอฝังศพบิดา ก็นึกถึงความเศร้าเสียใจตอนที่ตนเองฝังศพบิดามารดา

เซี่ยวตอ: ข้าไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องเป็นห่วง
ข้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาเหมือนเมื่อก่อน





เมื่อเซี่ยวกุกหักหลังบิดา จูกัวะซิงแซย่อมตกอยู่ในอันตราย
แนฮ้วยจำเป็นต้องกลับไปยังเมืองหลวง

เซี่ยวตอ: ท่านไปช่วยท่านจูกัวะเถอะ
ข้าสามารถดูแลตัวเองได้ ข้าจะอยู่ที่นี่ รอท่านกลับมา
แนฮ้วย: รอข้านะ

เฮ้อออออ โล่งอกค่ะ นึกว่าแนฮ้วยจะไม่ยอมพูดยอมจากับเขาซะแล้ว
หัดให้ความหวังเซี่ยวตอ และคนดูมั่งดิ





สองครอบครัวออกเดินทางหนีการตามล่าของฉั่วเกีย
Yau-tong ลืมรองเท้าที่นางตั้งใจทำให้ตุยเมี่ยไว้ที่บ้าน
นางจึงหาข้ออ้างว่าจะไปเก็บผลไม้ แล้วกลับไปเอา





Yau-tung หายไปนานจนทุกคนเอะใจ
Yeuk-fei สงสัยว่านางคงกลับไปเอารองเท้าแน่
รองเท้าคู่นั้น Yau-tung ตั้งใจทำให้ตุยเมี่ยโดยเฉพาะ
นางเห็นว่าตุยเมี่ยต้องตามล่าคนร้ายอยู่เสมอ
นางจึงใส่แผ่นเหล็กไว้ในรองเท้า เพื่อให้ทนทาน

พ่อบุญธรรมตุยเมี่ยอาสากลับไปตามนาง




Yau-tung ถูกทหารจับตัวได้



เซี่ยวกุกพาสมุนตามมาจนทัน
Lam Yeuk-fei ถูกพวกเขาจับตัวไป





เมื่อได้ตัวคนสำคัญไปแล้ว ทีเหลือเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ฆ่าทิ้งให้หมด
ก่อนที่เซี่ยวกุกจะสังหารพวกที่เหลือ
แนฮ้วยกับตุยเมี่ยก็มาช่วยได้ทัน
เซี่ยวกุกสู้ทั้งสองคนไม่ได้ จึงรีบเผ่น





พ่อบุญธรรมกลับมาแจ้งข่าวว่า Yau-tung ถูกจับไปแล้ว
แนฮ้วยเสนอให้ตามหาทิชิ่วกับบ้อเช้งให้พบก่อน เพื่อวางแผนช่วยเหลือ
ตุยเมี่ยรับปากจะช่วยเหลือ Yau-tung ออกมาให้ได้





ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น Yau-tung ก็ไม่กลัว
ขนาดท่านจูกัวะยังยอมตายเพื่อความยุติธรรม
ยังไง Yeuk-fei ก็มั่นใจว่าทิชิ่วต้องมาช่วยพวกนางแน่





พระชายาไม่ยอมอภัยให้จูกัวะซิงแซ
เอาคนบริสุทธ์มาเป็นเหยื่อล่อเช่นนี้ จะผิดอะไรกับฉั่วเกียล่ะ




บ้อเช้งกับซ่งจือหยินหนีไปอยู่ที่หมู่บ้านชนบท
บ้อเช้งสอนเด็กๆ แกะสลักตุ๊กตา ส่วนซ่งจือหยินก็ช่วยรักษาชาวบ้าน
พวกเขาต่างเข้าใจว่าทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน





ซ่งจือหยินช่วยทำคลอดให้ป้า Tsat
ลุง Tsat ขอให้บ้อเช้งช่วยตั้งชื่อลูกให้
และขอให้ทั้งคู่เป็นพ่อแม่บุญธรรม





โอกาสดีอย่างนี้ ต้องเลี้ยงฉลองกันหน่อย




ซ่งจือหยิน: ดื่มน้ำชาก่อน ถึงจะฉลองยังไง ท่านก็ไม่ควรดื่มให้หนักมาก
บ้อเช้ง: ไม่ต้องห่วงหรอก ตั้งแต่ 5 ขวบ ข้าก็ไม่เคยกินเหล้าแล้วเมาอีก
(ใครฟระ สอนพี่บ้อเช้งกินเหล้าตั้งแต่ยังเด็ก ยังเล็ก)
ตั้งแต่เรามาถึงหมู่บ้าน ใครๆ ก็นึกว่าเจ้าเป็นฮูหยิน Shing ข้าขอโทษด้วย
ซ่งจือหยิน: ได้เป็นฮูหยินของท่าน ข้าดีใจซะอีก
บ้อเช้ง: เรายังไม่ได้เข้าพิธีกัน ก็ได้เป็นพ่อแม่บุญธรรม
เจ้าเคยคิดไหมว่า เราจะอยู่หมู่บ้านนี้ตลอดไป
ต่อไปเราอาจเป็นเหมือนลุง Tsat ป้า Tsat อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ซ่งจือหยิน: ท่านเมาแล้ว รีบเข้านอนเถอะ





บ้อเช้ง: ความจริง ข้าก็อยากให้เจ้าเป็นฮูหยิน Shing
ต่อไปจะไม่มีบ้อเช้งกับซ่งจือหยินอีก






ฉากสวีทก็มีแค่เนี้ยแหละ
คืนนั้น ระหว่างที่บ้อเช้งครึ่งหลับครึ่งตื่น
ก็เห็นความลับที่ซ่อนอยู่ในผ้าห่ม





ซ่งจือหยินตื่นเช้ามาก็เห็นบ้อเช้งกำลังลอกแปลนอาวุธไร้เทียมทานอยู่




ซ่งจือหยิน: อย่าวาดอีกเลย อาวุธไร้เทียมทานอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา
ไหนท่านบอกว่าอยากให้ทุกคนลืมพวกเราไงล่ะ
บ้อเช้ง: ยังไงข้าก็อยากรู้ความลับของอาวุธไร้เทียมทาน
ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ให้ใครได้มันไปหรอก





ซ่งจือหยินไปจ่ายตลาดในเมือง ทิชิ่วเห็นนางเข้า
จึงไปดักรอนางระหว่างทางกลับ




ซ่งจือหยินสู้ทิชิ่วไม่ได้ บ้อเช้งเข้ามาขวางไม่ให้ทิชิ่วทำร้ายนาง
ทิชิ่วเห็นบ้อเช้งอยู่กับซ่งจือหยิน ยังเข้าใจว่าพวกเขาหนีตามกันมา

บ้อเช้ง: จือหยินกลับตัวได้แล้ว
หากนางไม่ช่วยข้า ป่านนี้ ข้าคงไม่มีชีวิตอยู่
ให้โอกาสนางด้วยเถอะ





ทิชิ่วไม่ยอมฟังเสียง จะแก้แค้นท่าเดียว

บ้อเช้ง: ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า เจ้าไปซะ
ทิชิ่ว: เจ้ามันเกินจะเยียวยาแล้ว ถึงข้าต้องตาย ข้าจะฆ่านางก่อน





บ้อเช้งจำใจต้องทำร้ายทิชิ่วเพื่อช่วยจือหยิน




ซ่งจือหยิน: พวกท่านต้องมาเป็นศัตรูกันก็เพราะข้า
ท่านไม่สามารถกลับไปได้อีกแล้ว
บ้อเช้ง: ไม่มีอะไรให้ข้าต้องอาวรณ์หรอก
ขอเพียงมีเจ้าอยู่กับข้า ข้าต้องการเพียงเท่านี้
ต่อไปข้ากับเจ้าจะไม่มีวันพรากจากกันอีก





ซ่งจือหยินวางยาสลบในน้ำดื่มของบ้อเช้ง

ซ่งจือหยิน: ขอโทษด้วย ข้าไม่ได้อยากทำเช่นนี้เลย





ซ่งจือหยินนำแบบแปลนอาวุธไร้เทียมทานไปมอบให้ฉั่วเกีย
วันที่อาวุธนี้สร้างสำเร็จ ฉั่วเกียจะก่อกบฎและขึ้นครองราชย์ซะเอง




ทิชิ่วจ้างเด็กไปซื้อยามาให้ เขาพบว่ามีคนแอบส่งข้อความมาให้ในขวดยา
ช่วยให้เขาหลบเจ้าหน้าที่ได้ทัน และรู้ว่าบ้อเช้งอยู่ที่ไหน





โชคดีที่ตุยเมี่ยและแนฮ้วย หาทิชิ่วเจอก่อนเจ้าหน้าที่ทางการ



เมื่อทิชิ่วรู้เรื่องท่านอาเดือดร้อน จึงยอมปล่อยวางเรื่องส่วนตัว
ยังไงก็ต้องหาบ้อเช้งให้เจอ จะได้ร่วมมือกันช่วยเหลือท่านอาออกมาได้




ทำไปแล้วมาเสียใจทีหลังจะมีประโยชน์อะไร ฮึ



เสียใจก็ไปกินเหล้า แล้วไหนบอกกินไม่เมามาตั้งแต่ 5 ขวบ
ก็ดูดิ๊ กินเหล้ายังไม่ทันเมา เหล้าก็ขายหมดแล้ว
บ้อเช้งหันไปคว้าเหล้าโต๊ะข้างๆ ซะงั้น หาเรื่องกันนี่หว่า





โดนตื้บ บ้อเช้งยังขำออก ก็แค่คันๆ อ่ะ
แน่จริงลงมือให้หนักกว่านี้ดิ
เห็นพลังหมัดทิชิ่ว ใครจะไปกล้าล่ะ





ฉั่วเกียได้อาวุธไร้เทียมทานไปแบบนี้ ยิ่งรับมือยากเข้าไปอีก

ทิชิ่ว: ในที่สุด ท่านก็เห็นธาตุแท้ของซ่งจือหยินซะที
นางทำให้ท่านกลายเป็นศัตรูของพวกเรา
ท่านถึงขนาดทอดทิ้งตัวเอง ท่านทำให้ข้าผิดหวังมาก
ตุยเมี่ย: ข้าก็รู้ว่าท่านเสียใจ แต่ได้รู้ความจริงก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย
ท่านทุ่มเทให้นางไปไม่น้อย มันไม่คุ้มค่าหรอก
บ้อเช้ง: พูดจบแล้วใช่มั้ย พูดจบแล้ว ข้าจะไปหาอะไรดื่มต่อ





ตุยเมี่ยไม่พอใจ อยากดื่มนัก ก็ดื่มน้ำในแม่น้ำไปก่อน
เล่นแรงไปรึเปล่าเนี่ย ทิชิ่วอยากจะเข้าไปห้าม แต่แนฮ้วยห้ามไว้

ตุยเมี่ย: ปล่อยตัวแบบนี้ เพื่อผู้หญิงคนเดียว มันคุ้มมั้ย
บ้อเช้ง: ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า ไปให้พ้น





ทิชิ่ว: ถ้าท่านอาไม่เดือดร้อนล่ะก็ เจ้าจะทำอะไรข้าก็ไม่สนหรอก
จะเอาแต่ดื่มเหล้า เวทนาตัวเอง หรือจะไปช่วยพวกเขา ก็แล้วแต่ท่านละกัน






ฉั่วเกียเอาชาวบ้านผู้บริสุทธิ์มาเป็นเหยื่อทดสอบอาวุธไร้เทียมทาน
จนชาวบ้านล้มตายเป็นเบือ





สภาพอันน่าเอน็จอนาถ ทำเอาซ่งจือหยินถึงกับฝันร้าย

ซ่งจือหยิน: บ้อเช้ง ข้าทำอะไรลงไปกันนี่





ซ่งจือหยินพยายามเกลี้ยกล่อมจูกัวะซิงแซเป็นครั้งสุดท้าย
ท่านจูกัวะหรือจะยอมจำนน ขอเพียงเรารู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
จะต้องกลัวความตายไปทำไม

ซ่งจือหยิน: ข้าไม่สนใจถูกผิด ข้าเพียงทำตามคำสั่งอาจารย์
จูกัวะซิงแซ: ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าไม่เคยคิดสงสัยในใจ
ว่าตัวเจ้าเอง ชอบ หรือไม่ชอบอะไร เจ้าไม่ใช่สุนัข จะได้เอาแต่เชื่อฟัง
ซ่งจือหยิน: สำหรับข้า คำสั่งอาจารย์มาก่อนเรื่องอื่นใด
ทุกอย่างที่ข้ามี อาจารย์เป็นผู้ให้ เขาสั่งอะไร ข้าก็ทำเช่นนั้น
จูกัวะซิงแซ: หยุดหลอกลวงตัวเอง และคนอื่นได้แล้ว
เจ้าไม่ใช่คนเลือดเย็นอย่างที่บอกตัวเองหรอก
เชื่อความรู้สึกของตัวเองสิ ทำอย่างที่หัวใจเจ้าบอก
ซ่งจือหยิน: สายเกินไปแล้ว อาจารย์จะก่อกบฎวันที่ฮ่องเต้เสด็จไปสักการะฟ้า
ทุกอย่างกำหนดแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือหันหลังกลับ




ซ่งจือหยินวางยาทุกคนตามคำสั่งของฉั่วเกีย




เมื่อทิขิ่ว ตุยเมี่ยและแนฮ้วยมาถึง
ทุกคนก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว





บ้อเช้ง: เราพบกันอีกแล้ว
ซ่งจือหยิน: บ้อเช้ง
บ้อเช้ง: ประหลาดใจหรือไงที่เห็นข้า
ซ่งจือหยิน: ประหลาดใจสิ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะโง่ขนาดมาหาที่ตายที่นี่





ฉั่วเกียคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่า เหล่ามือปราบต้องบุกมาช่วยท่านจูกัวะ
จึงให้ซ่งจือหยินวางยาพิษทุกคน และเตรียมสมุนไว้รอ
เมื่อมาที่นี่แล้ว อย่าคิดว่าจะรอดกลับออกไป

บ้อเช้ง: เจ้าเตรียมการณ์ไว้ดีมาก พวกเราก็เตรียมตัวมาพร้อมเช่นกัน
ซ่งจือหยิน: อาวุธไร้เทียมทาน
บ้อเช้ง: ดูท่าเจ้าจะรู้จักอานุภาพของมันดี
ซ่งจือหยิน: ถ้าท่านใช้มัน พวกเราทุกคนอาจไม่มีใครรอด รวมทั้งท่านด้วย
บ้อเช้ง: ข้ามานี่ ก็เตรียมตัวตายพร้อมเจ้าอยู่แล้ว











 

Create Date : 14 มีนาคม 2552    
Last Update : 15 มีนาคม 2552 18:03:13 น.
Counter : 1139 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 23





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 23



จากตอนที่แล้ว บ้อเช้งถูกซ่งจือหยินจับตัวไป
อาหญิงเห็นบ้อเช้งหายไปหลายวันโดยไม่บอกกล่าว จึงให้ทุกคนช่วยกันตามหา
ตุยเมี่ยสงสัยว่าบ้อเช้งกับซ่งจือหยินอาจจะหนีตามกันไป (อีตานี่เนี่ย ไม่เคยมองโลกในแง่ดีเลยนะ)
กระบี่เงินกระบี่ทองไม่เชื่อ คนอย่างบ้อเช้ง ไม่เคยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล





ฉั่วเกียทำเป็นมาเยี่ยมเยียนเพื่อถามข่าวคราวบ้อเช้ง




ตุยเมี่ยเห็นจูกัวะซิงแซประจบเอาใจฉั่วเกีย ให้ขัดใจยิ่งนัก
มือปราบอื่นๆ ก็เช่นกัน อยู่ดีๆ ท่านจูกัวะก็เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ ใครจะรับได้




ฉั่วเกียประหลาดใจ บ้อเช้งหายไปทั้งคน ดูจูกัวะซิงแซไม่เห็นเดือดร้อนใจ
ไม่ว่าจะบ้อเช้งหรือมือปราบคนไหน ก็เป็นแค่หมากสำหรับจูกัวะทั้งนั้น
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ก็ต้องใช้เวลาสร้างหมากตัวสำคัญขึ้นมา
อย่างตอนแนฮ้วย ที่ทุ่มสุดตัวก็เพื่อรักษากองปราบไว้ต่างหาก

ฉั่วเกียหายสงสัย จูกัวะทำขนาดนี้ ถึงได้ใจมือปราบทั้งสี่ให้ยอมทำงานแบบถวายหัว
ว่าแต่ใช้เวลาตั้งยี่สิบปีเลี้ยงดูบ้อเช้งมา ไม่รู้สึกว่ามันนานเกินไปหรือ
ยี่สิบปีอาจจะนาน แต่ทุกคนย่อมมีเป้าหมาย ที่ทำไม่ใช่แค่เพื่อศิษย์น้อง แต่เพื่อตัวเองด้วย




Lam Yeuk-fei ยังไม่ฟื้น ทิชิ่วได้แต่ต้มยาให้นาง
เมื่อรู้ข่าวบ้อเช้งหายตัวไป ยังไม่ห่วงใยซักนิด (ใจร้ายยยยย)
ขนาดตุยเมี่ยขอให้ช่วยตามหาบ้อเช้ง ก็ไม่ใส่ใจ
อยากจะรู้แต่ว่าจับตัวซ่งจือหยินได้แล้วหรือยัง

ทิชิ่ว: บ้อเช้งทำตัวของตัวเอง ใครให้เขาเชื่อซ่งจือหยินซะขนาดนั้น
ตุยเมี่ย: ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบ้อเช้งนะ ที่จะพบคนที่ชอบ
ยังไงข้าก็เห็นใจเขาล่ะ (ตุยเมี่ย พูดได้ดีมาก)





ในที่สุด Lam Yeuk-fei ก็ฟื้น แต่นางกลับมองอะไรไม่เห็น
ทิชิ่วรับปากนางว่าจะตามหาซ่งจือหยินเพื่อแก้แค้นให้กับบิดานางให้ได้





อาการของ Yeuk-fei ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสรักษาให้หาย
แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย อย่างลุงข้างบ้าน ก็เคยเป็น
ผ่านไป 40 ปีก็กลับมามองเห็นได้เหมือนเดิม

ทีเงี้ย ทิชิ่วยอมช่วยตามหาบ้อเช้งขึ้นมาเชียว
เจอบ้อเช้ง ก็จะพบซ่งจือหยิน จะได้แก้แค้นแทน Yeuk-fei





ความจริงจูกัวะซิงแซกังวลห่วงใยบ้อเช้งไม่น้อย
ไม่รู้ว่าศิษย์รักคนนี้แค่หายตัวไป หรือตายจากไปแล้ว
แถมเปลือกนอกยังต้องทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา
เฮ้อ ก็อย่างนี้แหละ แต่ไหนแต่ไรมา จอมยุทธยากฝ่าด่านสาวงาม

นายพล Shu อดเป็นห่วงความสัมพันธ์ระหว่างจูกัวะซิงแซกับศิษย์น้องไม่ได้
กว่าจะเข้าใจกันก็ผ่านไปเป็นทศวรรษ
มาหนนี้ ท่านจูกัวะยังใช้นางกับสามีนางในการกำจัดฉั่วเกีย




เซี่ยวกุกให้คนออกตามหาเซี่ยวตอจ้าละหวั่น
จน Ling Lok-shek ต้องยอมบอกความจริงว่า
เซี่ยวตอถูกจูกัวะซิงแซลักพาตัวไป เพื่อต่อรองให้ร่วมมือหักหลังฉั่วเกีย

เซี่ยวกุกไม่พอใจที่บิดาลังเล ห่วงใยเซี่ยวตอจนคิดทรยศฉั่วเกีย
Ling Lok-shek ลงมือสกัดจุดเซี่ยวกุก แล้วสั่งให้คนส่งเขาไปคุนลุ้น





นายพล Shu รายงานฮ่องเต้ว่าได้รับจดหมายสนเท่ห์กับอาวุธ
บอกว่าฉั่วเกียร่วมมือกับท่านอ๋อง Chai และสหพันธ์เตรียมการกบฎ

ฮ่องเต้อนุญาตให้กองปราบกับนายพล Shu ทำการสืบสวนหาหลักฐาน




ขณะเดียวกัน จูกัวะซิงแซก็ส่งนกพิราบสื่อสารไปหาท่านอ๋อง Chai
ท่านอ๋องตระหนกที่ฮ่องเต้รู้เรื่องกบฎ จึงเร่งรัดให้ฉั่วเกียรีบก่อการ
ไม่ต้องรออาวุธไร้เทียมทานกันแล้ว
ฉั่วเกียยังไม่เชื่อจูกัวะซิงแซเต็มร้อย ขอให้รออีกสามวัน




ตุยเมี่ยพาพ่อแม่ไปดื่มน้ำชาในตลาด
เห็นคนสะกดรอยตามจูกัวะซิงแซ เกิดความสงสัย คิดตามไปดู





คนผู้นั้นเป็นสายของฉั่วเกีย ส่งมาแจ้งข่าวให้กับจูกัวะซิงแซ
ว่าจะเคลื่อนพลในอีก 3 วันข้างหน้า
ตุยเมี่ยผิดหวังที่ท่านอาสมคบคิดกับฉั่วเกียและท่านอ๋อง Chai

ตุยเมี่ย: แม้ข้าจะเป็นมือปราบเพราะถูกท่านบังคับ
แต่ข้าก็หวังว่าตัวเองจะเป็นมือปราบที่มีความยุติธรรม
ท่านกลับลืมไปแล้วว่าความยุติธรรมคืออะไร
จูกัวะซิงแซ: เจ้าไม่เข้าใจ ไม่ว่าเราจะจับคนร้ายได้มากแค่ไหน
ไขคดีได้เท่าใด ก็ไม่อาจรักษาความยุติธรรมได้ ถ้าไม่มีอำนาจอยู่ในมือ
ในบรรดามือปราบสี่คน ข้าหลงคิดว่าเจ้าฉลาดที่สุด
แม้แต่เจ้ายังไม่เข้าใจ หากปราศจากอำนาจ ความยุติธรรมก็เป็นเพียงลมปาก





ตุยเมี่ยคิดลาออกจากกองปราบ แต่รู้มากขนาดนี้
จูกัวะซิงแซรู้ว่าถ้าปล่อยไปคงยากตบตาฉั่วเกียได้
ท่านจูกัวะจำใจต้องลงมือทำร้ายตุยเมี่ย





ขนาดลูกศิษย์คนโปรดอย่างตุยเมี่ย จูกัวะซิงแซยังฆ่าได้ลง
ฉั่วเกียจึงชักเริ่มเชื่อว่าจูกัวะซิงแซยอมร่วมมือด้วยจริง
ถ้าเช่นนั้นข่าวที่จูกัวะได้มาคงไม่ใช่ข่าวลวง ต้องเร่งลงมือ
ซ่งจือหยินต้องหาทางเอาแปลนอาวุธไร้เทียมทานมาให้ได้




บ้อเช้งถูกเฆี่ยนจนสลบก็ไม่ยอมปริปาก
แถมยังโดนให้อดข้าวอดน้ำอีก





ซ่งจือหยินแอบเอาน้ำมาให้บ้อเช้งดื่ม




ฉั่วเกียไม่พอใจที่ซ่งจือหยินขัดคำสั่ง คงไม่ใช่ว่าหลงรักบ้อเช้งเข้าจริงๆ หรอกนะ
งั้นก็ดี ถ้าบ้อเช้งยังไม่ยอมพูดอีกล่ะก็ จะฆ่าซ่งจือหยินซะ
บ้อเช้งทนเห็นนางในดวงใจถูกทำร้ายไม่ได้ จึงยอมรับปากมอบแปลนออกมา
ฉั่วเกียให้เวลา 4 ชั่วโมงในการเขียนแปลน หากทำไม่ได้ ซ่งจือหยินต้องตาย






บ้อเช้งรับปากไปแล้ว ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรให้
แปลนอาวุธไร้เทียมทานมีที่ไหนกันล่ะ
ซ่งจือหยินบุกเข้ามาช่วยบ้อเช้ง

บ้อเช้ง: ที่นี่วางเวรยามแน่นหนา ข้าพิการอย่างนี้ จะหนีไปไหนได้
ซ่งจือหยิน: ข้ารู้ทางลับออกไปจากที่นี่ ให้ข้าแบกท่านไปนะ





โอ๊ะโอ ท่าทางพี่บ้อเช้งจะใจอ่อนซะแล้ว



ทั้งคู่หนีออกมาได้ ซ่งจือหยินคิดการรอบคอบ
นางแอบขโมยเก้าอี้เมฆาของบ้อเช้งออกมาซ่อนไว้ก่อนแล้ว

ซ่งจือหยิน: ท่านรออยู่ที่นี่ ข้าจะแจ้งให้คนที่กองปราบมารับท่านกลับไป
บ้อเช้ง: แล้วเจ้าล่ะ เจ้าไม่อาจกลับไปหาฉั่วเกียอีก
เราไปจากเมืองหลวงด้วยกันเถอะ
ซ่งจือหยิน: แต่ข้าเคยทรยศท่าน
บ้อเช้ง: เรื่องมันแล้วไปแล้ว ข้าหวังว่า เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน






ระหว่างทางไปคุนลุ้น เซี่ยวกุกสังหารลูกน้องเพื่อหลบหนี



ด้านฉั่วเกียและ Ling Lok-shek ก็เตรียมกำลังพลพร้อมรบก่อการ



เสียดายเซี่ยวกุกอยากเป็นใหญ่ ยอมทรยศบิดาตนเอง
ฉั่วเกียบังคับเซี่ยวกุกให้สังหาร Ling Lok-shek เพื่อแสดงความจงรักภักดี
แม้เซี่ยวกุกจะลังเล แต่สุดท้ายก็ลงมือแทงบิดา และผลักเขาตกเขาไป





ท่านอ๋อง Chai รู้ว่าพระชายาคงไม่เห็นด้วยกับแผนการก่อกบฏ
ทรงเกรงนางจะขัดขวาง จึงชิงวางยาสลบนาง




จูกัวะซิงแซเปิดเผยแผนการให้เหล่ามือปราบรู้
เพื่อเตรียมตัวล้อมจับฉั่วเกีย




ท่านอ๋อง Chai มาตั้งทัพรอฉั่วเกียที่นอกเมือง
เช้าเมื่อไหร่ จะบุกเข้าเมืองทันที




จูกัวะซิงแซกะจับโจรจับหัวหน้า เมื่อเห็นฉั่วเกียมาถึงทัพกบฎ
จึงบุกเข้ากระโจมไป แต่กลับเห็นท่านอ๋อง Chai เสียชีวิตแล้ว
ส่วนเซี่ยวกุกปลอมตัวเป็นฉั่วเกีย





เจอฉั่วเกียซ้อนแผน จูกัวะซิงแซถูกกล่าวหาว่าสมคบกับอ๋อง Chai ก่อกบฎ
ฮ่องเต้หลงเชื่อฉั่วเกีย สั่งจับกุมจูกัวะซิงแซ และพวกกองปราบทั้งหมด





ถ้าไม่ใช่เพราะดาวนำโชคอย่างเซี่ยวกุก คนที่อยู่ในห้องขังวันนี้ คงเป็นฉั่วเกีย
ไม่มีจูกัวะซิงแซซักคน แผ่นดินต้องตกเป็นของฉั่วเกียแน่นอน
ส่วนที่จูกัวะเคยสงสัยว่าใครอยู่เบื้องหลัง การฆ่าล้างตระกูล Fok และ Ching
ก็ไม่ใช่ใคร ฉั่วเกียนี่เองแหละ




จูกัวะซิงแซสั่งเสียนายพล Shu เอาไว้ ให้มาช่วยตุยเมี่ย
และส่งเขาออกนอกเมืองหลวงไปซะ
นายพล Shu เตรียมเรือเอาไว้ให้แล้ว





จูกัวะซิงแซทิ้งจดหมาย และตำราวรยุทธ์ไว้ให้ตุยเมี่ย
อ่่านแล้วก็ให้ตื้นตันในจิตใจรักความยุติธรรมของท่านอา

แต่ทำอย่างนี้ดูถูกน้ำใจตุยเมี่ยไปหน่อย
ตุยเมี่ยตัดสินใจกลับไปเมืองหลวง










 

Create Date : 13 มีนาคม 2552    
Last Update : 14 มีนาคม 2552 22:23:14 น.
Counter : 1288 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 22





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 22



จากตอนที่แล้ว ทิช่ิ่วเข้าใจผิดคิดว่าบ้อเช้งสังหารพี่ชายตน
บ้อเช้งไม่เพียงไม่โกรธ ยังห่วงใยทิชิ่วอีกด้วย
อยากรู้จริงๆ ว่าใครกันนะ ที่จงใจทำให้เขากับทิชิ่วต้องผิดใจกัน




นึกทบทวนดูก็รู้สึกว่าก่อนตาย Fok Ching มีอาการคล้ายลมปราณแตกซ่าน
เหมือนกับ Lam Po-tin แต่จะให้แน่ใจต้องขุดศพ Fok Ching ขึ้นมาชันสูตรใหม่





ไม่รู้ทำไมต้องมาขุดศพกันตอนกลางคืน กลางวันสว่างๆ ไม่ยักมาขุดกัน
มืดๆ อย่่างนี้ บ้อเช้งยังอุตส่าห์เห็นรอยเข็มที่แขนของ Fok Ching





รอยนี้น่าจะเกิดจากเข็มขนวัว ซึ่งเล็กละเอียดกว่าอาวุธลับทั่วไป
เข็มนี้จะชุบยาพิษไว้ เมื่อเข้าไปในกระแสเลือด
ผู้ถูกเข็มจะไม่สามารถใช้กำลังภายในได้ หากฝืนใช้จะต้องเสียชีวิต
คนใช้จะต้องมีความรู้ทางด้านการแพทย์เป็นอย่างดี
นอกจากนั้น ยาพิษจะทำให้บาดแผลเป็นสีม่วง

บ้อเช้งจำได้ว่าทิชิ่วเคยเอาเสื้อของ Lam Po-tin
ซึ่งมีรอยเปื้อนเลือดสีม่วงมาให้ดู ซ่งจือหยินกลับบอกว่าเป็นรอยเปื้อนจากสมุนไพรที่ใช้ทาแผล





จูกัวะซิงแซตรวจสอบพบว่ารอยเปื้อนนั้นเกิดจากสมุนไพรจริง
แต่ใครจะรับประกันได้ว่าเสื้อตัวนั้น เป็นตัวเดียวกับที่ Lam Po-tin สวมตอนตาย




บ้อเช้งนึกถึงคืนวันนั้น ซ่งจือหยินแอบเข้ามาที่ห้องของเขา
เมื่อถูกพบเห็นเข้า นางก็อ้างว่ามาเปลี่ยนถุงสมุนไพรให้

บ้อเช้ง: ท่านอา เรื่องนี้ ขอให้ข้าสอบสวนด้วยตัวเองเถอะ
จูกัวะซิงแซ: ได้สิ ข้าเขื่อมั่นในตัวเจ้าอยู่แล้ว





บ้อเช้งสงสัยนางในดวงใจ แต่ไม่กล้าบอกใคร
ได้แต่หวังว่านางจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง




บ้อเช้งทำทีเป็นมาเยี่ยมซ่งจือหยินที่โรงหมอ
นางยังตีหน้าซื่ออ้างว่าเห็น Fok Ching ได้รับบาดเจ็บ จึงคิดช่วยรักษา
อยู่ดีๆ Fok Ching ก็เหมือนคนเสียสติ หันมาทำร้ายนาง





ฉั่วเกียหาหมอดูกำมะลอมาปั่นหัวท่านอ๋อง Chai
ว่ามีบุญญาธิการสมควรได้นั่งบัลลังก์





พอดีขุนนาง Ching รายงานท่านอ๋อง เรื่องตรวจพบสหพันธ์ลักลอบขนอาวุธเถื่อน
ฉั่วเกียได้โอกาส สังหารขุนนาง Chai และทหารทั้งหมด
แล้วใช้สถานการณ์นี้ผลักดันท่านอ๋องให้ลุกขึ้นกบฎตั้งตัวเป็นฮ่องเต้





ท่านอ๋อง Chai เห็นอาวุธทุกอย่างเตรียมการไว้หมด
จึงยอมตกกระไดพลอยโจน




ที่ทำไปทุกอย่างก็เพราะอยากแก้แค้นแทนบุตรชาย
ถ้าฮ่องเต้ไม่หลงเชื่อจูกัวะซิงแซ ฉั่วเถาคงไม่ถูกเนรเทศ
แม้จะต้องเสี่ยง แต่ถ้าได้รับความร่วมมือจากสหพันธ์งานนี้ต้องสำเร็จ
เป็นผู้นำสหพันธ์ก็เท่านั้น หากช่วยเหลือท่านอ๋อง Chai ให้เป็นฮ่องเต้
รับรองลาภยศ สรรเสริญ จะมาไม่หวาดไม่ไหว
เผลอๆ อาจได้เป็นท่านอ๋องก็ได้นะ




ทิชิ่วลาออกจากกองปราบ Fok Ching ก็ตายสมใจ
เหลืองานชิ้นสุดท้ายเพื่อให้งานนี้สำเร็จแบบมั่นใจเต็มร้อย
ซ่งจือหยินต้องนำแบบแปลนสร้างอาวุธไร้เทียมทานของตระกูล Shing มาจากบ้อเช้งให้ได้




เรื่องกบฎเป็นเรื่องใหญ่ Ling Lok-shek กลัวภัยลามถึงครอบครัว
จึงตัดสินใจแต่งเซี่ยวตอไปยังตระกูลใหญ่ทางแดนใต้





ไม่ใช่แค่เซี่ยวตอ Ling Lok-shek ยังคิดส่งเซี่ยวกุกไปคุนลุ้น
เซี่ยวกุกไม่ยอม ทำไมต้องกลัวด้วยเล่า ก็ตัดสินใจจะร่วมหัวจมท้ายกับฉั่วเกียแล้ว
ถ้าไม่มีฉั่วเกีย จะมีวันนี้หรือ เถียงมาก โดนพ่อตบเลย





เซี่ยวตอนัดแนฮ้วยมาพบ เพื่อบอกเรื่องที่นางโดนจับแต่งงาน

แนฮ้วย: ยินดีด้วย
เซี่ยวตอ: ท่านไม่มีอะไรอย่างอื่นจะพูดอีกแล้วหรือ





เซี่ยวตอ: พี่แนฮ้วยช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากแต่งงาน
แนฮ้วย: ไม่อยากแต่งเจ้าก็พูดกับพ่อเจ้าสิ ข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย
เซี่ยวตอ: พี่แนฮ้วย ข้าชอบท่านมาก เพื่อท่าน ข้าแอบหนีพ่อมาฝึกวิชา
เพื่อท่าน ข้าทรยศพ่อครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าบอกนะว่าท่านไม่รู้สึกอะไรบ้างเลย
แนฮ้วย: จะฝึกวิชาหรือไม่ อยู่ที่ความสมัครใจของเจ้าเอง
ส่วนพ่อกับพี่ชายเจ้าทำความผิดมามาก คนที่รักความถูกต้องย่อมช่วยเหลือทางการ
เซี่ยวตอ: ท่านไม่เคยชอบข้าเลยหรือ
ชอเพียงท่านยอมพูดว่าไม่อยากให้ข้าแต่งกับผู้อื่น ข้าจะไปบอกพ่อเดี๋ยวนี้





แนฮ้วย: มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่อยากให้เจ้าแต่งงาน ยินดีด้วย
เซี่ยวตอ: พี่แนฮ้วย ขอบคุณที่ท่านอวยพรให้ข้า รักษาตัวด้วย





แนฮ้วยนี่ ใช้ไม่ได้เลย ผู้หญิงเขาอุตส่าห์เผยใจขนาดนี้
ยังจะปฏิเสธหน้าตาเฉยอีก





ทิชิ่วใจแข็งยิ่งนัก ขนาดตุยเมี่ยกับแนฮ้วยมาขอร้อง ยังไม่ยอมกลับไปกองปราบ
ขอกลับหมู่บ้านกับพ่อและ Yau-tong ดีกว่า





แนฮ้วย: ข้าคิดว่าเจ้าต้องการจะผดุงความยุติธรรม กำจัดคนชั่วซะอีก
ทิชิ่ว: ข้าชักสงสัยเรื่องความยุติธรรมซะแล้วสิ
ถ้าระบบยุติธรรมได้ผล พี่ใหญ่ข้าคงไม่ต้องตั้งตนเป็นศาลเตี้ยลงมือกำจัดคนร้ายเอง




อย่าว่าแต่ทิชิ่วเลย ตุยเมี่ยก็เริ่มหมดศรัทธาในจูกัวะซิงแซ
คนอะไรพูดอย่างทำอย่าง แนฮ้วยยังไม่ยอมเชื่อ
โธ่เอ๊ย ผู้ชายน่ะจะมีอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเงิน ก็เพราะผู้หญิง หรือไม่ก็อำนาจ




ทิชิ่วขอให้ Lam Yeuk-fei ไปกับเขา
แน่นอนนางย่อมตกลง





แนฮ้วยปล้นขบวนเจ้าสาว ทำให้เซี่ยวตอดีใจมาก
โธ่ บอกดีๆ ก็ยอมหนีตามอยู่แล้ว






แนฮ้วยพาเซี่ยวตอมาอยู่กระท่อมกลางป่า
อยู่ที่ไหนนางก็ไม่เกี่ยงหรอก แต่ทำไมต้องทำเย็นชาขนาดนั้น




พอ Ling Lok-shek รู้ข่าวว่ามีคนปล้นเกี้ยวเจ้าสาว
ก็ใจร้อนอยากไปช่วยลุก แต่กลับมีข่าวครอบครัวขุนนาง Cheng มาร้องทุกข์
จึงต้องรีบไปจัดการก่อน
ที่แท้เป็นแผนของจูกัวะซิงแซ หลอกให้ Ling Lok-shek ออกมา
แผนกบฎเนี่ย จูกัวะซิงแซรู้หมดแล้ว




รู้มากเกินไปแล้ว Ling Lok-shek คิดปิดปากจูกัวะซิงแซ
แต่ช้าก่อน ที่นัดมาเจรจาเนีย เพราะอยากให้เป็นสปายให้หน่อย
เป็นกบฎเนี่ย โทษประหารเจ็ดชั่วโคตรเชียวนะ
ที่ให้ลูกสาวแต่งงานไป ไม่ใช่เพราะห่วงใยนางหรอกหรือ
จูกัวะซิงแซคืนกำไลสินสอดเจ้าสาวให้กับ Ling Lok-shek





Lam Yeuk-fei เก็บเสื้อผ้าเตรียมเดินทางไปกับทิชิ่ว
นางให้อา Fook เอาเสื้อไปคืนซ่งจือหยิน
อา Fook ซุ่มซ่ามทำแจกันซ่งจือหยินแตก
Yeuk-fei คิดจะเก็บกวาด นางพบช่องลับ ซ่อนหมัดเหล็กเอาไว้




ถูกจับได้คาของกลาง ซ่งจือหยินยังไม่สะทกสะท้าน

ซ่งจือหยิน: เจ้าไม่ควรสอดรู้สอดเห็นเลย
Lam Yeuk-fei: พ่อเคยบอกข้าว่า ผู้ใช้หมัดเหล็กสามารถเพิ่มพลังให้หมัดได้อย่างมหาศาล
หรือว่า เจ้าเป็นคนใส่ร้ายทิชิ่ว เจ้าเป็นไส้ศึกให้ฉั่วเกีย
ซ่งจือหยิน: ข้าไม่เป็นวรยุทธ์ จะฆ่าใครได้ยังไง





Lam Yeuk-fei ไม่หลงเชื่อซ่งจือหยินอีก
นางลงมือ ทำให้จือหยินต้องตอบโต้ และทำร้ายจนนางสลบไป
จือหยินไม่กล้าทิ้งพยานไว้ นางสังหารอา Fook ทันที





คืนนั้น บ้อเช้งไม่สบาย ซ่งจือหยินไปรักษาอาการให้
ตุยเมี่ยคิดว่าบ้อเช้งหมกมุ่นกับผ้าห่มสมัยเด็กมากเกินไปจนล้มป่วย
สงสัยจะหาเบาะแสอาวุธไร้เทียมทาน
ก็ไต้ซือนั่นแหละ ให้ความสำคัญกับผ้าห่มผืนนี้มาก
บ้อเช้งเลยคิดว่าในผ้าห่มน่าจะมีความลับซ่อนอยู่




พอตุยเมี่ยคล้อยหลัง ซ่งจือหยินก็รีบแฮ้บผ้าห่มทันใด



ทิชิ่วไปหา Lam Yeuk-fei ที่โรงหมอ
เขาพบรอยอักษรเลือดของอา Fook ชี้ตัวฆาตกร




ทิชิ่วรีบรุดไปหาซ่งจือหยินที่กองปราบ

ทิชิ่ว: ซ่งจือหยิน เจ้าฆ่า Yeuk-fei กับอา Fook ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่
ซ่งจือหยิน: ท่านพูดอะไร
ทิชิ่ว: ข้าจะล้างแค้นให้ Yeuk-fei




ซ่งจือหยินยังคงไม่ยอมรับ แม้ทิชิ่วลงมือนางก็ไม่โต้ตอบ
พอดีกับตุยเมี่ยและอาหญิงมาห้ามทิชิ่วไว้ทัน
ตุยเมี่ยกับอาหญิงต่างไม่ยอมเชื่อว่าซ่งจือหยินเป็นไส้ศึก

ทิชิ่ว: ข้าไปที่โรงหมอมา เห็นอักษรเลือดที่อา Fook เขียนไว้
บอกว่านางเป็นคนฆ่าเขากับ Yeuk-fei





เฮ้อ ส่งเสียงดังไม่เกรงใจคนไม่สบายเลย
บ้อเช้งลุกมาห้ามทัพ แทนที่จะมัวมาทะเลาะกัน
สู้เอาเวลาไปตามหา Yeuk-fei ดีกว่า นางอาจยังไม่ตายก็ได้





บ้อเช้งสั่งให้กระบี่เงินกระบี่ทอง ไปค้นหาทางทิศตะวันออกและใต้ของตัวเมือง
ส่วนทิช่ิวกับตุยเมี่ยให้แยกย้ายกันไปค้นหาทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ

ทิชิ่ว: ไม่ว่า Yeuk-fei จะอยู่หรือตาย ข้าจะต้องตามหานางจนเจอ





บ้อเช้ง: ข้าจะไปส่งเจ้าที่โรงหมอ



ซ่งจือหยิน: ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมทิชิ่วหาว่าข้าเป็นไส้ศึก
บ้อเช้ง: เจ้าขโมยผ้าห่มมาใช่ไหม
ซ่งจือหยิน: ท่านพูดอะไร
บ้อเช้ง: เลิกตีหน้าซื่อได้แล้ว เจ้ารู้ว่าผ้าห่มผืนนั้นซ่อนแปลนของอาวุธไร้เทียมทานเอาไว้
ซ่งจือหยิน: ท่านก็คิดว่าข้าเป็นไส้ศึกหรือ
บ้อเช้ง: ถ้าแค่ทิช่ิวพูด ข้าไม่เชื่อหรอก แต่ข้ามีหลักฐาน
เจ้าจำเข็มขนวัวนี่ได้มั้ย ข้ามั่นใจว่าข้าไม่ได้ซัดอาวุธลับถูกจุดตายของ Fok Ching
ข้าไม่ได้ฆ่าเขาแน่ ข้ายังจำได้ว่า Fok Ching มีอาการคล้ายกับ Lam Po-tin
ข้าจึงขุดศพทั้งคู่ขึ้นมา หลังจากเผาศพพวกเขาแล้ว
ข้าก็พบเข็มขนวัวสองเล่ม





แม่นางซ่งยังคงไม่ยอมจำนนง่ายๆ ค่ะ

ซ่งจือหยิน: ท่านก็แค่พิสูจน์ได้ว่าพวกเขาตายเพราะเข็มขนวัว
ไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้าเลยนี่
บ้อเช้ง: แต่เจ้าเป็นคนเดียวที่มีโอกาสสังหารคนทั้งสองได้
นอกจากข้า เจ้าเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับ Fok Ching
Lam Po-tin ถูกทำร้ายบนเกาะร้าง เจ้าเป็นคนเดียวที่ได้รักษาบาดแผลให้เขา
ซ่งจือหยิน: แค่เข็มสองเล่มนี้ ท่านก็หาว่าข้าเป็นไส้ศึกแล้ว
บ้อเช้ง: เจ้าไม่ใช่หมอ เจ้าเพียงต้องการหาโอกาสใกล้ชิดข้า
จึงได้ฆ่าท่านหมอ Lung และยัง Tsun Ming อีกคน
เจ้าช่วยให้ฉั่วเกียได้อาวุธตระกูล Shing ไป และบนเกาะ
เจ้าช่วย Yim Tung-hoi วางยาในผลไม้ โชคดีที่แนฮ้วยสังเกตเห็นก่อน
เจ้ายังพยายามทำลายหลักฐานด้วยการเข้าไปในห้องข้า
แสร้งทำเป็นว่าหลงรักข้า ความจริงเพื่อหาโอกาสขโมยเสื้อเปื้อดเลือ เจ้าสำนัก Lam
ซ่งจือหยิน: คืนนั้นที่ข้าพูดล้วนมาจากใจ
บ้อเช้ง: ได้โปรดอย่าหลอกลวงข้าอีกเลย





บ้อเช้ง: เจ้าฆ่าแม่นาง Lam แล้วใช่มั้ย ตอบข้าสิ
ซ่งจือหยิน: ข้าแค่ขังนางไว้ข้างใน
บ้อเช้ง: เป็นฝีมือเจ้าจริงๆ ทำไม ทำไมเจ้าถึงช่วยเหลือฉั่วเกีย





ซ่งจือหยินเกิดในหมู่บ้านที่ยากจน ครอบครัวนางล้วนอดตาย
มีแต่นางที่รอดมาได้เพราะฉั่วเกีย เขาเป้นทั้งอาจารย์ และพ่อคนที่สองของนาง
ไม่ว่าฉั่วเกียอยากให้ทำอะไร นางย่อมเต็มใจทำให้

บ้อเช้ง: เจ้าไม่ต้องมาเรียกร้องความเห็นใจจากข้า
ซ่งจือหยิน: เปล่านะ ข้าเพียงรู้สึกว่า ท่านกับข้าเป็นคนประเภทเดียวกัน
บ้อเช้ง: อย่าเอาข้าไปเทียบกับเจ้า





ซ่งจือหยิน: อยากฆ่าข้าก็เชิญ ข้าอยากบอกแค่ว่า
ข้าอยากฟังเสียงขลุ่ยของท่าน แต่ข้าคงไม่มีโอกาสอีก

แม่นางซ่ง เธอช่างร้ายกาจมาก ปากเธอก็พูดจากล่อมบ้อเช้ง
แต่แอบเตรียมอาวุธลับไว้ในมือ เผื่อบ้อเช้งไม่ยอมใจอ่อน





ส่วนบ้อเช้งสิตรงกันข้าม ปากแข็งแต่ใจอ่อน

บ้อเช้ง: ตอบข้ามาตามตรงได้มั้ย เจ้าเคย...
เจ้าเคยชอบข้าด้วยใจจริงหรือเปล่า
ซ่งจือหยิน: ข้า เอ่อ
บ้อเช้ง: ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าไปซะ
ซ่งจือหยิน: บ้อเช้ง
บ้อเช้ง: ข้าบอกให้ไปซะไง





อยากปลอบใจพี่บ้อเช้งง่ะ



ทิ่ิชิ่วไม่พอใจที่บ้อเช้งปล่อยซ่งจือหยินไป
หาก Yeuk-fei เป็นอะไรไป บ้อเช้งต้องรับผิดชอบ

อ้าว อ้าว พูดดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย





จูกัวะซิงแซช่วยรักษาอาการให้ Yeuk-fei แต่นางยังไม่ฟื้น



คนที่ไม่เคยเปิดใจให้ใครอย่างบ้อเช้ง
ต้องมาโดนหลอกลวงความรัก มันก็ต้องสะเทือนใจมากเป็นธรรมดา
เธอยังกล้ามาให้เห็นหน้าอีกหรือ





บ้อเช้ง: จือหยิน เจ้ามาทำไม ข้าบอกให้เจ้าไปซะไงล่ะ
ซ่งจือหยิน: ใช่ ข้าทำความผิดไว้มาก แต่ข้าเป็นคน ข้าก็มีความรู้สึก
ข้ารู้ว่าท่านดีต่อข้า คืนนั้น สิ่งที่ข้าพูดในห้องเจ้า ล้วนมาจากใจ
ถึงแม้มันจะอันตรายแค่ไหน แม้ว่าข้าจะต้องตาย ข้าก็ยังอยากมาพบหน้าท่าน





เจอลูกอ้อนเข้าไป บ้อเช้งถึงกับทำอะไรไม่ถูก




เสร็จแม่นางซ่งจนได้ ซ่งจือหยินอาศัยช่วงบ้อเช้งกำลังปั่นป่วนใจ
พ่นเข็มขนวัวเข้าไปในปาก ทำให้ไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ได้





บ้อเช้งถูกนางจับตัวอย่างง่ายดาย กี่ครั้งแล้วที่ทำร้ายใจกัน




ซ่งจือหยินพยายามเกลี้ยกล่อมให้บ้อเช้งมอบแปลนสร้างอาวุธไร้เทียมทาน

บ้อเช้ง: ที่เจ้าทำทุกอย่าง ก็เพื่ออาวุธไร้เทียมทานนั่นน่ะหรือ
ซ่งจือหยิน: แต่ข้าชอบท่านจริงๆ นะ
บ้อเช้ง: เจ้ายังคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าอยู่อีกหรือ
ซ่งจือหยิน: การที่ข้าทำงานให้อาจารย์ ไม่ได้หมายความว่าข้าจะชอบท่านไม่ได้
บอกความลับให้ข้ารู้เถอะ เมื่ออาจารย์ข้าได้อาวุธไปแล้ว เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันอีก
บ้อเช้ง: เจ้าคิดว่ามีเจ้าคนเดียวหรือที่เล่นละครเป็น
ผ้าห่มนั่นไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น ข้าไม่เคยมีแปลนอาวุธไร้เทียมทาน
ข้ากุเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดโปงโฉมหน้าเจ้า ไม่คิดว่าเจ้าจะยังเชื่ออยู่อีก
ซ่งจือหยิน: ถ้าท่านยังดื้อรั้นเช่นนี้ ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์จะทำอะไรกับท่าน
บ้อเช้ง: เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองแหละ





ฉั่วเกียทึ่งกับเก้าอี้เมฆาของบ้อเช้ง สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่ซ่อนอาวุธลับไว้มากกว่า 10 ชนิด
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ จะด้วยวิธีไหนก็ตาม ซ่งจือหยินต้องเอาแปลนอาวุธไร้เทียมทานมาให้ได้





คนไม่สนิทกัน อย่ามาถูกตัวดีกว่า บ้อเช้งถือ
จะทรมานกันยังไงก็ว่ามาเลยดีกว่า แต่อย่านึกล่ะว่าจะยอมบอกง่ายๆ










 

Create Date : 11 มีนาคม 2552    
Last Update : 13 มีนาคม 2552 1:42:04 น.
Counter : 1345 Pageviews.  

1  2  

magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.