Group Blog
 
All Blogs
 

The Drive of Life 25







โครงการสร้างเครื่องยนต์ต้องหยุดชะงัก อุตส่าห์เตรียมเลี้ยงฉลอง
หว่าเจิ้นปังกับอึ้งจีี้เหม็งจึงต้องช่วยกันกินสลัดที่ฟ่งปิงหยี่ทำ
ปิงหยี่เซ็ง เสียแรงทำตั้งเยอะแยะ จะกินหมดมั้ยเนี่ย

หว่าเจิ้นปัง: ตั้งใจทำแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลสมที่ตั้งใจเสมอไป
ดูอย่างอารองสิ ตั้งใจทุ่มเทแทบตาย สุดท้ายโครงการก็ถูกระงับ





ทำไงได้ล่ะ สารานุกรมอึ้งจี้เหม็งบอกว่า 99% ของรถที่ผลิตในเมืองจีน
เกิดจากการร่วมลงทุน แต่หว่าเจิ้นปังกลับมีความคิดตรงข้าม
ดูอย่างญี่ปุ่นสิ เมื่อก่อนก็มีสภาพเหมือนจีนตอนนี้ ต้องอาศัยการร่วมลงทุนจากต่างชาติ
แต่ก็มีบริษัทที่กล้าผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นขึ้นมาด้วยตัวเอง
จนประสบความสำเร็จ ซึ่งก็คือโตโยต้าในปัจจุบัน
หว่าเจิ้นปังคิดจะตั้งบริษัทรถยนต์ของตนเอง เว่อร์ซะไม่มี คุณชายเรา





คิดได้แล้วต้องลงทำทันที คติของหว่าเจิ้นปังเองจ้า
เจ้ินปังกลับมาของเงินพ่อ
ชิงหยูฟังแล้วอึ้ง รู้ไหมว่าตั้งบริษัทรถยนต์เนี่ย ใช้เงินตั้งหลายร้อยดอลลาร์เชียวนะ
ต่อให้อาสามยอมขายบริษัท ยังรวบรวมเงินได้ไม่พอเลย
หนนี้ แม่ก็ไม่เข้าข้างนะ ทำอะไรอย่าให้เกินตัว กินคำใหญ่เกินไป จะเคี้ยวติดคอ

หว่าหมั่นฮอน: ตั้งใจทำงานที่โรงงานให้ดีเถอะ เลิกคิดเพ้อฝันไร้สาระซะที
หว่าเจิ้นปัง: พ่อครับ ผมแค่อยากช่วยอารองเท่านั้น





เมื่อรู้เรื่องทั้งหมดจากเจิ้นปัง
หว่าหมั่นฮอนก็ตัดสินใจเตินทางไปปักกิ่งเพื่อคุยกับผู้จัดการ Po
อย่างน้อยในฐานะผู้ถือหุ้น ผู้จัดการก็น่าจะฟังเสียงบ้าง





หวิงปิ้วกับแม่มาเยี่ยมอา Tai
Kai-keung กำลังแวะมาหาอา Tai พอดี
เขาเอาคู่มือการดูแลร่างกายหลังผ่าตัดมาให้

อา Tai: ลูกไม่โกรธพ่อหรือ พ่อไม่คยดูแลลูกเลย
Kai-keung: ผมรู้ตั้งนานแล้วว่าคุณเป็นพ่อผม
แต่ที่ผมไม่พูด เพราะคุณมีครอบครัว
ถ้าผมไปแสดงตัว คุณคงลำบากใจ
ตอนคุณรับผมเข้าทำงานที่อู่ ผมดีใจมากที่จะได้พบคุณบ่อยๆ
อา Tai: พ่อล้มเหลวในฐานะพ่อจริงๆ
พ่อไม่เคยดูแลลูก ยังทำให้ลูกต้องสละไตให้พ่ออีก
พ่อไม่คู่ควรเป็นพ่อของลูกเลย พ่อขอโทษ
Kai-keung: ผมขอเรียกคุณว่าพ่อได้ไหม
อา Tai: ได้สิลูก
Kai-keung: พ่อครับ






เห็นอย่างนี้ ใครจะไม่ใจอ่อน
ความจริงคุณแม่ก็เตรียมน้ำแกงบำรุงไตมาเผื่ออยู่แล้วล่ะ





หว่าชิงหยูเห็นชิงหลินสนใจเรื่องครอบครัว Kai-keung เหลือเกิน
อย่าเอาไปเขียนข่าวละกัน เป็นนักข่าวก็ต้องมีรรยาบรรณนะ

หว่าชิงหลิน: ที่พูดเนี่ย ห่วง Kai-keung หรือพี่หวิงปิ้วกันล่ะ




อา Tai ออกจากโรงพยาบาล พบว่าภรรยารับ Kai-keung เข้ามาอยู่ที่บ้าน
ครอบครัวพร้อมหน้า อย่างนี้ต้องฉลอง
หวิงปิ้วนัดชิงหยูมาด้วย แต่รถเธอเสียระหว่างทาง






สองพี่น้องมาช่วยกันเปลี่ยนยางให้ชิงหยู
หวิงปิ้วถูกขอบล้อบาด ชิงหยูก็เป็นห่วงเป็นใย ช่วยปิดแผลให้
สองคนมัวแต่เจ๊าะแจ๊ะ kai-keung เปลี่ยนล้อยางเสร็จยังไม่รู้เรื่องเล้ย
อายน้องมันมั้ยล่ะนั่น






ขอสัมภาษณ์หน่อยได้ปะ ไปกินข้าวบ้านหวิงปิ้วมามีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า

หว่าชิงหลิน: ผู้ชายอ่ะนะ บางทีก็จีบหญิงไม่เป็นหรอก
ก็เหมือนการสัมภาษณ์แหละเจ๊ เราต้องขุดคุ้ยหาความจริง
หว่าชิงหยู: แต่พี่เคยปฏิเสธเขาไปแล้ว ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น





ฝ่ายหวิงปิ้วก็สองจิตสองใจ ไม่รู้จะโทรหาชิงหยูดีหรือเปล่า
แม้ชิงหยูจะเลิกกับแฟนแล้ว แต่เธอยังปฏิบัติกับเขาเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง
Kai-keung ไม่เห็นด้วย ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าไม่ใช่แฟนกัน





หว่าชิงหยูยอมรับว่าเธอเริ่มมีใจให้กับหวิงปิ้ว

หว่าชิงหลิน: เจ๊เคยปฏิเสธเขา ก็เหมือนคนจะข้ามถนนแล้วติดไฟแดง เขาจะกล้าข้ามได้ไง
เจ๊ต้องเปิดไฟเขียวให้เขาก่อนสิจ๊ะ




หวิงปิ้วยังคิดไม่ตกว่าจะโทรหาชิงหยูดีมั้ย
แค่นี้ต้องคิดมากด้วย อยากโทร ก็โทรสิ
มันก็เหมือนขับรถแหละ เจอไฟเขียวก็เร่งเครื่อง เจอไฟแดงก็เบรค ไม่ต้องคิดมาก




ด้วยแรงยุของ Kai-keung และหว่าชิงหลิน
หวิงปิ้วกับชิงหยูก็ได้ออกเดทกันจนได้






หวิงปิ้วพาชิงหยูไปสวนสนุก ก็มันมีความหลังฝังใจ
สมัยที่หวิงปิ้วสารภาพรักกับชิงหยูบนชิงช้าสวรรค์ แต่เธอปฏิเสธ





หนนี้ หวิงปิ้วแยกขึ้นชิงช้าคนละตัวกับชิงหยู ไม่รู้จะมาไม้ไหน

หวิงปิ้ว: ผมรู้ว่าคุณคงจำตำนานชิงช้าสวรรค์ได้
ถ้าคุณอธิษฐานตอนชิงช้าสวรรค์ขึ้นถึงจุดสูงสุด คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจริง
คุณไม่ต้องห่วง ผมจะไม่เร่งรัดคุณหรอก ผมจะรอคอยคุณเสมอ
ต่อให้ชิงช้าสวรรค์จะหมุนไปอีกกี่รอบก็ตาม ผมจะคอยติดตามคุณไปจนกว่าคุณจะยอมรับผม






บทสัมภาษณ์ Kai-keung ที่หว่าชิงหลินเขียนได้รับการตีพิมพ์
เธอเขียนได้ดีมาก จนสำนักพิมพ์ให้เธอผ่านงานก่อนกำหนด




หว่าชิงหลินนำนิตยสารมาให้ Kai-Keung
เขารู้สึกขอบคุณเธอที่ไม่ลงเรื่องครอบครัวของเขา
ที่จริงเขาแค่เอารถลูกค้าไปลองขับเพื่อทดสอบสมรรถนะ
ไม่นึกว่าจะกลายเป็นนักแข่งที่ทุกคนกล่าวขวัญถึง
ชิงหลินขอให้ Kai-keung ช่วยเป็นที่ปรึกษาในการเขียนคอล้มน์รถยนต์
Kai-keung ตกลง





ตอนแรกหว่าหมั่นหงก็ไม่พอใจที่หว่าหมั่นฮอนมา
เสียเวลาเกลี้ยกล่อมอยู่ตั้งนาน
หว่าหมั่นหงจึงยอมให้หว่าหมั่นฮอนไปเจรจากับผู้จัดการ Po




หว่าหมั่นฮอนไม่คัดค้านการรร่วมลงทุนซะทีเดียว
เขาขอให้ผู้จัดการ Po พิจารณาเรื่องอย่าตัดงบการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์
ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์กับวงการรถยนต์เมืองจีนในระยะยาว
ผู้จัดการ Po ยังยืนยันจุดยืนของตัวเอง หว่าหมั่นฮอนจึงขู่ว่าจะถอนหุ้น




ผู้จัดการ Po กลัวซะที่ไหน มี Ngai Tin hung เป็นแบ็คอัพทั้งคน
รอเสียบเป็นผู้ถิอหุ้นอยู่แล้ว




หว่าเจิ้นปังไม่พอใจที่เจิ้นหมั่นดูจะถอดใจยอมแพ้ง่ายๆ
หว่าหมั่นฮอนห้ามทัพ เถียงกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ผู้จัดการ Po เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
เตรียมใจยอมรับการร่วมทุนเถอะ
หว่าหมั่นหงยังคงดื้อดึงที่จะทำตามความฝันของตน
หากบริษัทร่วมทุนสำเร็จเมื่อไหร่ เขาจะลาออกทันที





หว่าหมั่นฮอนกะจะคุยกับหว่าหมั่นหงให้ทำใจ
แต่ได้ยินหว่าหมั่นหงเล่นเพลงของฉางผิง จึงเปลี่ยนใจ




หว่าเจ้ินปังขอให้พ่อขาย Wah Cheung และจำนองบ้าน
เพื่อเอาเงินมาสมทบกับเงินที่จะขายหุ้น Chang lu Fu chuan
อย่างน้อยก็น่าจะได้ซักร้อยล้าน พอตั้งบริษัทรถยนต์ไหว
เล่นเอาหว่าหมั่นฮอนฉุนขาด กลับบ้านไปซะก่อนจะโดนดีเหอะ






หวิงปิ้วเองก็ไม่พอใจ

หว่าเจิ้นปัง: ผมรู้ คุณจะบอกผมว่าอย่าฝันเฟื่องใช่มั้ย
หวิงปิ้ว: ที่จริง ผมอยากบอกว่าอย่าทำลายฝันของคนอื่น
เพื่อทำให้ฝันของคุณเป็นจริงจะได้มั้ย
ผมชื่นชมนะ ที่คุณมีความกล้าที่จะตั้งบริษัทรถยนต์
แต่อย่าเอาบริษัทของพ่อคุณไปเป็นเบี้ยอีกเลย
คุณจำได้มั้ยว่า Kwok Wai เจ๊งยังไง ถ้าจำไม่ได้ ผมจะบอกให้
Kwok Wai ต้องล้มละลายเพราะคุณ หว่าเจิ้นปัง
คุณชอบทำอะไรเสี่ยงโดยไม่มีความรับผิดชอบ
ถ้าคุณตั้งบริษัทรถยนต์ได้ด้วยฝีมือตัวคุณเอง
ผมเป็นคนแรกที่จะตบมือให้คุณ แต่อย่าได้คิดสละ Wah Cheung
หว่าเจิ้นปัง: คุณพูดถูก Kwok Wai เจ๊งเพราะผม
ผมถึงต้องตั้งบริษัทรถยนต์ให้สำเร็จ
คนส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งที่ผมคิดมันเป็นไปไม่ได้
ผมเสี่ยง และผมล้มเหลว แต่ดีซะอีก
มีคนไม่กี่คนหรอกที่จะประสบความสำเร็จ
ใช่ ผมฝันเฟื่อง เพราะผมเป็นคนไม่กี่คนนั้น แล้วตัวคุณเองล่ะ

หยามค่ะ หยามกันเห็นๆ





Hiu Zam Yan กลัวพ่อลูกจะผิดใจกันเพราะเรื่องนี้
หว่าหมั่นฮอนห่วงแต่หว่าหมั่นหงน่ะแหละ
ชีวิตของหมั่นหงมีความใฝ่ฝันอยู่แค่สองอย่าง
อย่างแรกก็ เอ่อ (ที่รู้กันอ่ะนะ ว่าเค้าอยากแต่งงานกับฉางผิง)
อย่างที่สอง ก็คือ อยากให้เมืองจีนมีรถยนต์ของตัวเอง

หมั่นฮอนอยากจะช่วยเหลือให้หมั่นหงสมปรารถนาซักเรื่องก็ยังดี




Ngai Tin Hung ไม่ยอมแพ้ที่จะทาบทามหวิงปิ้วให้มาทำงานให้
ต่อไป Chang Lu Fu Chuan จะกลายเป็นอดีต เมื่ออเมริการเข้ามาร่วมทุน
แบรนด์จะเปลี่ยนเป็น Chang Lu
หว่าหมั่นฮอนเป็นเพียงหุ้นส่วนเล็ก หว่าหมั่นหงก็เป็นแค่ผู้จัดการกินเงินเดือน
จะเอาอะไรมาทัดทาน ชอเพียงให้หวิงปิ้วช่วยเหลือปกปิด
เพื่อให้การร่วมทุนสำเร็จลงก่อนที่หว่าหมั่นฮอนจะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง
ถ้างานนี้สำเร็จ หวิงปิ้วจะได้เป็นผู้จัดการ Chang Lu





หวิงปิ้วคิดหนัก ความจริงก็อยากช่วยหว่าหมั่นฮอน แต่ไม่รู้ว่าเจิ้นปังจะพาป่วนไปแค่ไหน
การจะหยุดยั้งเจิ้นปัง ก็พอมีวิธี แต่ออกจะเสี่ยง
ถ้าสำเร็จ Wah Cheung ก็จะอยู่รอด ไม่ต้องโดนเจิ้นปังพาไปเจ๊ง
แต่ถ้าล้มเหลว หวิงปิ้วก็ต้องสูญเสียทุกอย่าง เป็น Kai-keung จะทำยังไง

Kai-keung ไม่เคยคิดซับซ้อนอยู่แล้ว
ถนนมีตั้งหลายสาย ทางไหนติด ก็วิ่งอีกเส้น สุดท้ายก็ถึงปลายทางเหมือนกัน




หวิงปิ้วเสนอกับหว่าหมั่นฮอนว่า
วินเซ็นต์เพื่อนสมัยเรียนตอนนี้เป็น Vice President อยู่ที่ซีดาน มอเตอร์ส
หากหมั่นฮอนไม่สบายใจเรื่องการร่วมทุน ลองบินไปเจรจาที่สหรัฐดีไหม

สำหรับหว่าหมั่นฮอน ร่วมลงทุนหรือไม่ ไม่สำคัญ
ขอเพียงให้ซีดาน มอเตอร์ส อนุมัติให้หว่าหมั่นหงวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์ต่อไป
หมั่นฮอนก็จะไม่คัดค้าน




หวิงปิ้วกังวลใจกับความรู้สึกของหว่าชิงหยู จึงลองหยั่งเชิงดูว่า
ถ้าเขาเกิดตัดสินใจผิด เธอจะว่าอย่างไร

หว่าชิงหยู: ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ชั้นเชื่อว่า
คุณได้ไตร่ตรอง และคิดรอบคอบแล้ว
ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ชั้นจะสนับสนุนคุณเสมอ




หว่าชิงหยูจัดฉากให้หว่าหมั่นเซ็กได้ดินเนอร์กับ Kong Man
ไม่รู้ว่าดวงสมพงษ์กันหรืออย่างไร มาเจอกับ Ngai Tin Hung และหว่องซิ่วฟั่น ซะนี่





หว่าหมั่นเซ็กเห็นเมียเก่าชักขัดหูขัดตา
โต๊ะโน้นสั่งอะไร ก็เอามาให้เหมือนๆ กันเลย




หว่าหมั่นเซ็กเมาเหล้าแล้วเริ่มโวยวาย
หว่องซิ่วฟั่นเห็นแล้วยิ่งสมเพช





Ngai Tin Hung ติดธุระด่วน ต้องกลับไปก่อน
ซิ่วฟั่นเห็นหมั่นเซ็กเมามาก ก็คิดจะช่วยพยุง
แต่ไปสะกิดต่อมหึงหวงของ Kong Man เข้าให้
ผู้ชายของชั้น ชั้นดูแลเองได้ย่ะ




ระหว่างที่ Kong Man ไปเอารถ
หว่าหมั่นเซ็กเห็นรถของ Ngai Tin Hung ก็กะจะเอาเหรียญไปขูดรถให้หายเจ็บใจ
กลับเห็นหวิงปิ้วนั่งอยู่ในรถกับ Tin Hung











 

Create Date : 22 กันยายน 2551    
Last Update : 27 กันยายน 2551 21:17:02 น.
Counter : 608 Pageviews.  

The Drive of Life 24








หว่าเจิ้นปังเห็นพนักงานจัดงานเลี้ยงในโรงอาหาร ก็สงสัยว่าเนื่องในโอกาสอะไร
หว่าเจิ้นหมั่นบอกว่า รัฐบาลจีนประกาศรายชื่อโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีสิทธิ์ผลิตรถรุ่นใหม่ในปีนี้
ซึ่ง Chang-Lu Fu-Chuan ก็ติดโผด้วย




หว่าหมั่นหงอยากจะผลิตรถยนต์ในชื่อแบรนด์ Chang-Lu
เรื่องเครื่องยนต์ไม่ใช่ปัญหา แผนกวิจัยได้ค้นคว้าเครื่องยนต์ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จในไม่ช้า
เครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน หากไม่ริเริ่มคิดค้น
อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนคงล้าหลัง และต้องก้าวตามคนอื่นตลอดไป
หว่าหมั่นหงตัดสินใจเดินเรื่องขออนุมัติผลิตเครื่องยนต์จากผู้บริหาร
ก่อนที่งานจะเริ่มยุ่ง หว่าเจิ้นปังขอเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน





หว่าเจิ้นปังกลับมาบอกข่าวดีกับที่บ้าน
หว่าหมั่นฮอนจึงเล่าเรื่องราวของต้นตระกูลให้ฟัง
ปู่ของหว่าหมั่นฮอนเป็นนักศึกษารุ่นแรกของราชวงศ์ชิงที่ได้ไปศึกษาต่อที่อเมริกา
และได้เห็นความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมยานยนต์ของที่นั่น
ปู่จึงอยากเห็นเมืองจีนสามารถผลิตรถยนต์ของตนเองได้
หว่าหมั่นหงได้รับอิทธิพลมาจากปู่ และทุ่มเทชีวิตเพื่ออุตสาหกรรมนี้





หว่าเจ้ินปัง: แล้วพ่อล่ะ ทำไมไม่อยากผลิตรถยนต์กับเขามั่ง
หว่าหมั่นฮอน: ฮ่องกงเล็กแค่นี้ จะมีโรงงานผลิตรถไปทำไมต้งสองสามแห่ง
หว่าชิงหลิน: แล้วพ่อล่ะ ไม่คิดจะทำบ้างเหรอ ออสเตรเลียกว้างใหญ่ออก
หว่าหมั่นเซ็ก: ไม่ต้องเลย ผลิตรถยนต์ยุ่งยากจะตาย ใช้ทั้งแรงกาย แรงเงิน
จะหาเรื่องยุ่งใส่ตัวทำไม
หว่าชิงหยู: ธุรกิจที่อารองชอบ ต้องเป็นธุรกิจที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก
หว่าหมั่นเซ็ก: ถูกต้อง เอาเงินต่อเงินง่ายที่สุด
ไม่ต้องกดดันตัวเองจนผมหงอกเหมือนพ่อเธอ อาไม่เอาด้วยหรอก





เส้าฟงเป็นเพื่อนเจิ้นปังมาเยี่ยมแม่ที่ Tai O
เจิ้นปังล่ะทึ่ง ปกติแม่พิถีพิถันกับการเลือกรองเท้าจะตาย
พอมาอยู่ที่นี่ ไหงยอมใส่รองเท้าผ้าใบมาเลือกปลาเค็มได้
เอ๊า มาทำงานนะจ๊ะ จะให้ทำตัวเป็นคุณนายอยู่ได้ไงล่ะ





Hiu Zam Yan ชวนเจิ้นปังกับเส้าฟงอยู่กินข้าวเย็น
เส้าฟงอาสาไปช่วยจ่ายตลาด Zam Yan ปวดเข่า ก็ได้เส้าฟงช่วยประคอง





หว่าเจิ้นปังเป็นห่วงว่าตอนตัวเองไม่อยู่ฮ่องกง ใครจะทำน้ำแกงให้เส้าฟงกิน
ก็คนมันงานยุ่งอ่ะ แค่ต้มซุปกระป๋อง หรือบะหมี่สำเร็จรูปก็พอแล้วล่ะ
เมื่อก่อนแม่ยังอยู่ก็มีคนทำให้กิน ตอนนี้ ไม่มีเวลาทำเองหรอก
งั้นเอางี้ ถ้าช่วงไหนเจิ้นปังอยู่ฮ่องกง จะรับเส้าฟงไปกินข้าวเย็นทุกวันเลย
Hiu Zam Yan ไม่เห็นด้วย กินข้าวนอกบ้านผงชูรสมันเยอะ (พูดเหมือนแม่เราเลยแฮะ)
ต่อไปจะทำอาหารเย็นให้ทุกวัน พร้อมน้ำแกงส่งดิลิเวอรี่ถึงบ้าน





หว่าหมั่นฮอนแวะไปเยี่ยมเยียนเหว่งเส้าฟงเป็นประจำ
ทั้งซื้อของไปฝากเพื่อน และแนะนำให้เพื่อนๆ มาช่วยอุดหนุน
หมั่นฮอนได้รู้ว่า Zam Yan ทำน้ำแกงมาให้เส้าฟงกินเสมอ
จึงอาสาเอากระติกใส่น้ำแกงไปคืนให้ จะได้มีโอกาสง้อภรรยาซะที





มาเยี่ยมป้าสามตั้งนานแล้ว น่าจะกลับบ้านได้ซะที
คนที่บ้านคิดถึงน้ำแกง Hiu Zam Yan กันทุกคน
Hiu Zam Yan ยังเล่นตัว ไม่ยอมกลับง่ายๆ





โชคดี ที่ได้เจอลุง Fook ลุงเห็นหมั่นฮอนก็นึกถึงอดีตที่ทั้งคู่รักกันเหนียวแน่น
่ผ่านไปสามสิบปีแล้ว ยังจำได้ดีว่าทั้งคู่จูงมือกันมากินขนมถั่วแดง
ซึ่งลุง Fook โฆษณาว่า หนุ่มสาวคู่ไหน กินขนมถั่วแดงลุง Fook จะได้แต่งงานกัน
และรักกันตลอดไป




แค่นี้ Hiu Zam Yan ก็ใจอ่อน ยอมกลับบ้านไปกับหมั่นฮอน




หว่าหมั่นเซ็กจับมือกับหว่องซิ่วเหลิง เปิดบริษัทวิจัยชีววิทยา
ที่ทำการพัฒนาด้านการตัดต่อพันธุกรรม แตงกวา เสียใหม่
เพิ่มคุณค่าทางอาหาร เพื่อสุขภาพของผู้กิน





หว่าหมั่นเซ็กเอาแตงกวากลับบ้านมาให้ทุกคนลองกินกัน
ดูทั้งนอก ทั้งใน แถมลองกินดูก็ไม่เห็นจะแตกต่างจากแตงกวาธรรมดาตรงไหน
ก็หวังว่ามันจะสมราคาคุยก็แล้วกัน




อา Tai มีอาการปวดท้อง ลูกน้องเตือนให้ไปเช็คสุขภาพก็ไม่ยอมฟัง



หว่าชิงหยูแนะนำให้ชิงหลินนำรถมาซ่อมที่อู่ของอา Tai
เธอจึงได้พบกับ Kai-keung อีกครั้ง





อา Tai เลี้ยงส่ง Wong Cheung พ่อบุญธรรม Kai-keung
ขากลับภรรยาอา Tai ขอแวะซื้อของ อา Tai ฉวยโอกาสโทรคุยกับ Wong Cheung
ภรรยาอา Tai ได้ยินโดยบังเอิญ อา Tai ตายแน่งานนี้






หว่าชิงหยูขอโทษหวิงปิ้วเรื่องที่แล้วๆ มา
เรื่องแค่นี้ หวิงปิ้วเข้าใจดี ไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์หรอก
พอดีภรรยาอา Tai กำลังฉุนขาด เข้ามาโวยเรื่องอา Tai มีลูกนอกสมรส
ยิ่งรู้ว่าหวิงปิ้วรู้เรื่องมาก่อน ยิ่งโกรธทั้งพ่อทั้งลูก
หว่าชิงหยูต้องช่วยปลอบ ยังไงก็กลับบ้านไปคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่า





ทั้งสามกลับมาถึงบ้านก่อนอา Tai จะเผ่นหนีไปพอดี



แบบนี้ ต้องตีให้ตาย
Kai Keung มาได้ยินตอน ภรรยาอา Tai ด่าอา Tai ซะกระเจิง
มีลูกนอกสมรส ยังกล้าเอาเข้าบ้าน เหยียบจมูกกันชัดๆ เป็นใครจะไม่โกรธล่ะ
เธอบังคับให้อา Tai เลือก ถ้ามีเธอก็ต้องไม่มีลูกนอกคอก






หวิงปิ้วเสนอให้รับ Kai Keung เข้าบ้าน
ถึงแม้พ่อจะผิดต่อแม่ แต่ Kai Keung ไม่มีความผิด

ทั้งอา Tai และภรรยาต่างไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน
อา Tai อาการปวดท้องกำเริบจนสลบไป





หมอบอกว่าอา Tai เป็นโรคตับ อาการน่าเป็นห่วง
จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายตับใหม่โดยเร่งด่วน
เสียดายที่หวิงปิ้วเคยเป็นไวรัสตับอักเสบบี ไม่สามารถบริจาคตับได้





หวิงปิ้วเสียใจที่ไม่สามารถตอบแทนบุญคุณพ่อได้
ถ้าเจ็บแทนได้ก็จะดีไม่ใช่น้อย
Kai Keung ก็ไม่รู้หายไปไหน ติดต่อไม่ได้






Kai Keung เอารถหว่าชิงหลินไปขับซิ่งเพื่อระบายอารมณ์
เกือบชนเอาชิงหลินที่เตรียมตัวมาดักนักขับนิรนาม
ชิงหลินเห็นรถก็รู้ทันทีว่า นักขับนิรนามตัวจริงคือ Kai Keung น่ะเอง





หว่าชิงหลินไปดักพบ Kai Keung ที่ร้านอาหาร ร้านเดิม เพื่อขอสัมภาษณ์
เธออาสาไปส่งเขาที่อู่ จึงได้รู้ว่า Kai Keung กำลังจะย้ายออก
Kai Keung ไม่ได้บอกว่าตั้งใจจะตัดปัญหาไม่ให้อา Tai กับภรรยาต้องทะเลาะกัน





เมื่อ Kai Keung รู้ว่าอา Tai ต้องการเปลี่ยนตับ
เขาก็ยินดีเปลี่ยนให้อย่างไม่ต้องคิด
ชิงหยูกับชิงหลินถึงกับอึ้ง เมื่อได้รู้ว่า Kai Keung เป็นลูกของอา Tai





การผ่าตัดใช้เวลากว่า 20 ชม. ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยด้วยความเป็นห่วง
หวิงปิ้วซึ้งใจที่หว่าชิงหยูคอยช่วยเหลือเขา





ชิงหลินเองก็ห่วงใย Kai Keung จนไม่ยอมกลับบ้าน



รออยู่นานกว่า 20 ชม. ในที่สุดก็ได้ฟังข่าวดี
อา Tai กับ Kai Keung ต่างปลอดภัย




หว่าหมั่นหงกับหว่าเจิ้นปังเตรียมตัวไปพบผู้จัดการ Po
หว่าเจิ้นหมั่นเตรียมจัดงานเลี้ยงฉลองรอ





ที่ไหนได้ ผู้จัดการ Po ขอให้ชะลอโครงการผลิตเครื่องยนต์ของตัวเองไว้ก่อน
เพราะมีบริษัทข้ามชาติจากสหรัฐต้องการร่วมลงทุนใน Chang Lu Fu Chuan
หว่าหมั่นหงไม่เห็นด้วย แทนที่จะใช้แบรนด์นอก สู้สร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาดีกว่า
ส่วนผู้จัดการ Po กลับเห็นตรงกันข้าม กว่าจะสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ต้องลงทุนไม่ใช่น้อย
สู้ร่วมทุนกับต่างชาติไม่ได้ ได้ทั้งเงินลงทุน ได้ทั้งกำลังคน และเทคโนโลยี




ทุกคนอุตส่าห์ช่วยกันจัดงานก็ต้องแห้ว



หว่าเจิ้นหมั่นเป็นห่วงพ่อ จึงซื้อแมคโดนัลด์ให้กิน
เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าพ่อจะวิตกทำไม จะร่วมลงทุนหรือไม่ ก็ไม่เห็นจะโดนกระทบ
นอกจากจะได้เงินลงทุน ได้เรียนรู้เทคโนโลยีแล้ว
ยังมีโอกาสขายรถได้มากขึ้น คนงานก็จะมีรายได้มากขึ้้นด้วย

หว่าหมั่นหง: พ่อถามหน่อย แฮมเบอร์เกอร์กับซาละเปา อะไรอร่อยกว่ากัน
หว่าเจิ้นหมั่น: ก็อร่อยทั้งคู่
หว่าหมั่นหง: งั้นทำไมถึงมีร้านแฮมเบอร์เกอร์ถึงมีสาขามากมายทั่วโลก
แต่ร้านขายซาละเปา กลับมีน้อย
ลูกพูดถูกว่าถ้าเรายอมรับการร่วมลงทุนจากต่างชาติ เราจะได้เทคโนโลยีทันที
แต่ถ้าเด็กไม่รู้จัดหัดเดินด้วยตัวเอง เมื่อไหร่จะยืนหยัดได้
หว่าเจิ้นหมั่น: แต่ต่างชาติมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าเราเยอะ
คงต้องใช้เวลาในการไล่ตามให้ทัน
หว่าหมั่นหง: แล้วถ้าไม่เริ่มวันนี้ เรายิ่งล้าหลัง ไม่มีวันยืนด้วยตัวเองได้










 

Create Date : 12 สิงหาคม 2551    
Last Update : 22 กันยายน 2551 22:15:47 น.
Counter : 496 Pageviews.  

The Drive of Life 23







เหว่งเส้าฟงรู้สึกดีขึ้น จึงตัดสินใจกลับไปทำงาน
ส่วนเจิ้นปังก็เตรียมบินกลับไปปักกิ่ง





แหม จริงๆ จะลาต่ออีกซักหน่อยหัวหน้าก็ไม่ว่า
แต่เส้าฟงยืนยันกว่าพร้อมกลับมาลุยงานต่อ

นึกว่าเจิ้นปังกลับบ้านไปแพ็คกระเป๋าแล้วซะอีก
ขอส่งเสบียงก่อนละกัน เดี๋ยวเส้าฟงจะหิว
ดูแลดีจนเพื่อนร่วมงานชักอิจฉา





หว่าหมั่นเซ็กรับหน้าที่หาสมาชิกคลับ
พอดีเจอกับ Ngai Ting-hang
เขาท้าให้หมั่นเซ็กแข่งกอล์ฟกันซักเกม
ถ้าหมั่นเซ็กชนะ Tin-hang จะแนะนำลูกค้าให้




หว่าหมั่นเซ็กเป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน

Ngai-Tin-Hang: นายก็แค่โชคดี
หว่าหมั่นเซ็ก: ชั้นรู้ว่านายเป็นพวกใช้เล่ห์กลในการทำธุรกิจ
แต่ไม่นึกว่าแค่เกมกอล์ฟ นายยังไม่รักษาสัจจะ
ดีที่ชั้นแกร่งพอ
Ngai-Tin-Hang: นายน่ะเหรอแกร่ง ถ้าแกร่งจริง
นายคงไม่ต้องคอยเล่นกอล์ฟประจบเอาใจคนอื่น
เพื่อหวังผลทางธุรกิจหรอก เอาเถอะ หนนี้ถือว่านายชนะ
ถ้าอยากได้ลูกค้าก็มาหาชั้นแล้วกัน ขั้นจะแนะนำให้ตามสัญญา





หว่าหมั่นเซ็กพบกับหว่องซิ่วเหลิง
เรื่อง Kwok wai ก็ผ่านมาตั้งหลายปี ซิ่วเหลิงไม่ติดใจแล้วล่ะ
แถมคนผิดก็เป็นหว่าหมั่นฮอนตะหาก
ถึงหมั่นเซ็กจะหย่ากับซิ่วฟั่นแล้ว ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่

หว่องซิ่วเหลิงชื่นชม Ngai Tin-hang จนหว่าหมั่นเซ็กชักหมั่นไส้
ยังไงก็มีเรื่องจีบหญิงเนี่ยแหละที่ตัวเองชนะชาด (แล้วมันน่าภูมิใจตรงไหนเนี่ย)
ว่าแล้วก็จีบให้ดูซะเลย





เอาเข้าจริง พอหว่องซิ่วเหลิงแยกตัวไป
หว่าหมั่นเซ็กก็ส่งหญิงกลับบ้าน ยอมอยู่โดดเดี่ยวดีกว่า




สองพ่อลูกไปจ๊อกกิ้งกันแต่เช้า
หว่าชิงหลินยังหางานทำไม่ได้ ที่ไหนก็ต้องการแต่คนมีประสบการณ์ทั้งนั้น





บังเอิ๊ญ บังเอิญ Kong Man สาวที่หว่าหมั่นเซ็กจีบเมื่อคืน ยกกองมาถ่ายแฟชั่นแถวนั้น
เธอเป็นหัวหน้ากองบก.นิตยสาร New Affair ซะด้วย
หว่าหมั่นเซ็กไม่เอาเปรียบเธอเมื่อคืน ทำให้เธอยิ่งปิ๊งเค้า
หมั่นเซ็กเห็นชิงหลินสนใจกองถ่าย จึงฉวยโอกาสฝากฝังลูกสาวให้เข้าทำงาน





หว่าชิงหยูสงสัยว่าทำไมหว่าหมั่นฮอนไม่ไปรับ Hiu Zam Yan กลับซะที
ไม่คิดถึงกันบ้างหรือยังไง แต่หว่าหมั่นฮอนก็ไม่ยอมตอบ




หว่าหมั่นเซ็กจัดการให้ชิงหลินได้สัมภาษณ์งาน ทำให้เธอดีใจมาก
เมื่อไปสัมภาษณ์ก็ได้งานทันที





3 เดือนก่อน มีนักขับรถนิรนามที่ขับรถธรรมดา
ก็สามารถแข่งชนะ Hung Wai นักแข่งชื่อดังได้
จนได้รับขนานนามว่าเป็นสุดยอดนักแข่งแห่ง Clearwater Bay
นักแข่นิรนามคนนี้ ไม่มีใครเคยเห็นหน้า เพราะไม่มีใครเคยไล่ตามเขาทัน
บรรดาฮ่องกงมุงต่างชื่นชมเทคนิคการขับรถของเขาว่าขับรถได้เหมือนเต้นบัลเล่ต์
พูดไม่ทันขาดคำ นักแข่งนิรนามก็โผล่มา ชิงหลินพยายามขับรถตาม แต่ก็ไม่ทัน






หว่าหมั่นเซ็กพาชิงหลินไปกินมื้อดึกปลอบใจ
หนุ่มที่ร่วมโต๊ะด้วยอ้างว่าเคยเห็นหน้านักแข่งนิรนามคนนี้ และเธอเป็นผู้หญิง





พอถึงตอนเก็บเงิน สองหนุ่มชิ่งหนีไปซะงั้น เจอหลอกกินฟรีเข้าแล้ว
บ๋อยเห็นคุยกันสนิทสนม นึกว่ามาด้วยกัน
ชิงหลินเข้าใจว่า Kai-keung มากับสองหนุ่มตัวแสบ
แต่เขามักมากินคนเดียวประจำ บ๋อยยังจำได้
Kai-keung ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เลยยอมจ่ายเอง
เงินก็ไม่พอ หว่าหมั่นเซ็กตัดสินใจออกครึ่งที่เหลือ
ชิงหลินเซ็ง อะไรจะซวยขนาดนี้





Kai-keung เป็นเด็กกำพร้า ถูกพ่อทิ้งตั้งแต่ยังเด็ก
แม่ก็มาตายจากไป ได้พ่อบุญธรรมช่วยเลี้ยงดูจนโต
เขาจึงกตัญญูต่อพ่อบุญธรรมคนนี้มาก
อา Tai เห็นแล้วสะท้อนใจ เพราะ Kai-keung เป็นลูกชายของเขาเอง





พ่อบุญธรรมของ Kai-keung จะปิดอู่ซ่อมรถอพยพไปอยู่กับลูกๆ
จึงอยากจะให้อา Tai เปิดเผยความจริงและรับ Kai-keung ไปอยู่ด้วย




อา Tai อยากซื้อห้องชุดใหม่ ให้ Kai-keung มาอยู่ด้วย
แต่ไม่รู้จะพูดยังไง เลยโบ้ยไปว่าซื้อเผื่อหวิงปิ้วแต่งงานมึลูก
อยู่บริษัทเล็กๆ แบบนี้ เมื่อไหร่จะรวยแยกบ้านได้ล่ะ
หวิงปิ้วไม่เห็นด้วย ถึงบริษัทจะเล็ก แต่ในฐานะผู้ถือหุ้น
ถ้าบริษัทโต โอกาสรวยมีมากกว่าเป็นพนักงานกินเงินเดือนอย่างเดียว
อา Tai ไม่เชื่อน้ำมนต์ ป่านนี้แล้วยังไม่เห็นมีกำไรเลย ลาออกไปอยู่ที่อื่นดีกว่ามั้ง




หวิงปิ้วเสนอแผนตั้งโรงงานผลิตเหล็กที่เมืองจีน ทำให้หว่าหมั่นฮอนลำบากใจ
ยุคเศรษฐกิจตกต่ำจะไปหานายทุนที่ไหน ขอคิดให้รอบคอบก่อนละกัน




พอหวิงปิ้วไม่สนใจ หว่าชิงหยูก็ไม่สบายใจ
เธออยากขอโทษที่ใจร้ายกับเขา ตอนที่เธอเลิกกับวิล
หว่าชิงหลินโล่งใจที่ดูเหมือนชิงหยูจะทำใจเรื่องวิลได้แล้ว

งั้นไปชวนหวิงปิ้วกินข้าวเที่ยงคุยกันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า
ปรากฎว่าไม่ทัน หวิงปิ้วออกไปซะก่อน






Ngai Tin-hang ชวนหวิงปิ้วไปที่บ้าน แล้วเล่าเรื่องดาวซิริอุสให้หวิงปิ้วฟัง

Ngai Tin-hang: ดาวซิริอุสหรือดาวหมาใหญ่ เป็นดาวที่สว่างที่สุดบนฟากฟ้า
หวิงปิ้ว: คุณถึงตั้งชื่อบริษัทว่าซิริอุสงั้นสิ
Ngai Tin-hang: ชาวอียิปต์เป็นชาติที่ฉลาด เวลาพวกเขาเห็นดาวซิริอุส
จะรู้ว่าถึงเวลาที่แม่น้ำไนล์จะเอ่อล้นตลิ่ง พวกเขาจึงสามารถเตรียมการป้องกันได้ทัน
ต่างกับชาวจีนที่เห็นดาวซิริอุสเป็นลางร้าย
คนฉลาดจะรู้ว่าทำไมชั้นถึงสร้างตัวขึ้นมาได้
ส่วนคนโง่ก็จะกลัวชั้น และคิดว่าชั้นเป็นพวกเจ้าเล่ห์
หวิงปิ้ว: ที่คุณพูดมาทั้งหมดเนี่ย อยากให้ผมมาเป็นผู้ช่วยคุณที่ซิริอุสใช่มั้ย
Ngai Tin-hang: ฉลาดมาก
หวิงปิ้ว: แล้วถ้าผมไม่สนใจข้อเสนอของคุณล่ะ
Ngai Tin-hang: เธอไม่สน แต่พ่อแม่เธอสนนี่




ขนาดพ่อแม่ช่วยกันพูด หวิงปิ้วยังไม่สนใจ
อา Tai ชักคิดถึงลูกชายอีกคน





อา Tai เครียดจนเก็บไปฝัน ในฝัน ภรรยายอมให้อภัยทุกอย่าง
แล้วความเป็นจริง จะโชคดีอย่างนั้นหรือเปล่า





มิสเตอร์เฉินข้างบ้านมีเมียน้อย
เมียอา Tai เตรียมตัวไปช่วยเพื่อนจัดการ
ขนาดไม่ใช่เรื่องของสามีตัวเองยังเอาจริงขนาดนี้
อา Tai ชักเสียว อย่างนี้ใครจะกล้าบอกความจริงล่ะ




อา Tai ไม่รู้จะปรึกษาใคร เลยต้องยอมบอกหวิงปิ้ว
ขืนเอาเข้าบ้าน แม่รู้เข้า ได้บ้านแตกปะไร

พอดี Kai-keung มาส่งของ หวิงปิ้วเห็น Kai-keung มีน้ำใจต่อพ่อบุญธรรม
แถมดูท่าทางพ่อก็จะปื้มลูกชายคนนี้ไม่น้อย
หวิงปิ้วยอมอ่อนข้อให้พ่อจ้าง Kai-keung มาทำงานที่อู่
เรื่องนี้ทางที่ดีอย่าให้แม่รู้เป็นดีที่สุด






อา Tai ชะล่าใจ พา Kai-keung มากินข้าวที่บ้าน
เล่นเอาหวิงปิ้วใจคอไม่ดี ทำแบบนี้กลัวแม่ไม่รู้หรือไง

เอาน่า ถ้าไม่มีใครหลุดปาก แม่ก็ไม่รู้หรอก





Kong Man เห็นหว่าหมั่นเซ็กหายหน้าหายตาไป
ไม่มารับชิงหลินไปกินข้าวกลางวัน เลยชักสงสัย
ชิงหลินชักอยากจะเป็นแม่สื่อให้พ่อขึ้นมา




เสียดาย Kong Man ออกไปทำงานข้างนอก สวนกับหมั่นเซ็กเลยอดเจอกัน
หมั่นเซ็กเห็นลูกสาวทำงานตัวเป็นเกลียวก็อดเป็นห่วงไม่ได้
แต่เห็นชิงหลินไฟแรง พ่อก็สนับสนุน





ชิงหลินยังหมายมั่นที่จะถ่ายภาพนักแข่งนิรนามให้ได้
อุตส่าห์ขอยืมรถซิ่งของเพื่อนมา ดันเกิดอุบัติเหตุซะนี่




หว่าหมั่นเซ็กกับหว่องซิ่วฟั่นรีบรุดมาโรงพยาบาลด้วยความห่วงใยลูกสาว
ชิงหลินไม่อยากเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน จึงขอให้หมั่นเซ็กไปจ่ายค่ายา

หว่าชิงหลิน: แม่อย่าโทษพ่อเลย ที่หนูเกิดอุบัติเปตุเป็นเพราะหนูไม่ระวังเอง
ไม่ใช่ความผิดของพ่อซะหน่อย
หว่องซิ่วฟั่น: หนูไม่ต้องแก้ตัวแทนเขาหรอก แม่รู้จักเขาดี
พ่อหนูน่ะนอกจากเรื่องจีบผู้หญิงแล้วทำอะไรเป็น
ถ้าเขามีความสามารถคงไม่ทำตัวลอยไปลอยมาอยู่เป็นนาน
หลังจากกลับจากแคนาดาหรอก





หว่าหมั่นเซ็กได้ยินหว่องซิ่วฟั่นดูถูกยิ่งเจ็บใจ
ดันมาเจอ Ngai Tin-hang ขับรถเฉียดที่หน้าโรงพยาบาล แล้วไม่ยอมขอโทษ
เลยระบายอารมณ์ด้วยการเตะรถซะเลย

หว่องซิ่วฟั่นมาถึงไม่ได้ฟังความอะไร โทษว่าหมั่นเซ็กเป็นฝ่ายผิดไว้ก่อน
หมั่นเซ็กโมโหเดือด ดีแล้ว คนหนึ่งก็ยโส อีกคนก็โลภ ดูถูกกันดีนักนะ





หว่องซิ่วเหลิงแนะนำธุรกิจใหม่ให้หว่าหมั่นเซ็ก
ยุคนี้เป็นยุค IT ซื้อบริษ้ทเล็กๆ มาปั้นเข้าตลาดหุ้น ขายหุ้นก็ได้กำไรแล้ว
ซิ่วเหลิงชวนหมั่นเซ็กเข้าหุ้นกัน คงไม่อยากเป็นขี้แพ้ในสายตาพี่สาวตลอดไปหรอกนะ

หมั่นเซ็กอยากเอาชนะ Ngai Tin-hang จึงตกลงใจร่วมมือกับซิ่วเหลิง










 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 10 สิงหาคม 2551 22:19:07 น.
Counter : 411 Pageviews.  

The Drive of Life 22












ระหว่างที่หว่าหมั่นหงกำลังโกนหนวดตามคำสั่งของฉางผิง
(เห็นท่าในอนาคต ตานี่น่าจะอยู่ชมรมเกลียมัว (กลัวเมีย) แหงม)
ฉางผิงก็กำลังจิตตกที่ได้รู้ความจริงว่าตัวเองเป็นคนฆ่าสามี




กว่าหว่าหมั่นฮอนจะพังประตูห้องน้ำออกมาได้ก็ปาเข้าไปเที่ยง
Hiu Zam Yan กลับมาถึงโรงแรมพอดี

หว่าหมั่นฮอน: เธอทำอะไรลงไป
Hiu Zam Yan: ชั้นไม่มีทางเลือก ก็เหมือนคุณนั่นแหละ
หว่าหมั่นหง: เกิดอะไรขึ้น
หว่าหมั่นฮอน: แกรีบไปหาฉางผิงกับชั้นเลย






ฉางผิงหักช้อนพลาสติกฆ่าตัวตาย



กว่าหว่าหมั่นฮอนกับหว่าหมั่นหงจะไปถึง
เว่ยฉางผิงก็ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว เธอเสียเลือดมากเกินไป คงจะไม่รอด

หว่าหมั่นหง: ฉางผิง มองผมสิ ผมทำตามสัญญากับคุณแล้วนะ
เว่ยฉางผิง: คุณทำตามสัญญาแล้วจริงๆ หมั่นหง ชั้นขอโทษ ชั้นคงไม่อาจทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้
หว่าหมั่นหง: ฉางผิง อดทนไว้ คุณจะต้องหาย ผมจะคอยคุณอยู่ที่บ้านของเรา
เว่ยฉางผิง: บ้านของเรา
หว่าหมั่นหง: ใช่ บ้านของเรา ผมจะทำความสะอาดบ้าน หุงข้าว ต้มน้ำชาไว้รอคุณ
เว่ยฉางผิง: อย่าลืมขนมจีบ ซาละเปานะ
ตอนนี้ ชั้นอยากฟังเพลงโปรดของเราสองคนจัง ร้องให้ชั้นฟังหน่อยนะคะ





อ่ะนะ ให้หว่าหมั่นหงร้องเพลงให้ฟัง แต่ตัวเองกลับยื่นมือไปหาหว่าหมั่นฮอน
ถึงตอนนี้แล้ว คนก็จะตายอยู่แล้ว แม้หว่าหมั่นหงจะสะกิดใจ แต่ก็ไม่อยากพูดออกมา





สงสารเส้าฟง มาไม่ทันดูใจแม่
เจิ้นปังปลอบใจเส้าฟงให้เยอะๆ นะ





เส้าฟงกับเจิ้นปังไปเก็บของเว่ยฉางผิงจากในคุก
เธอทิ้งจดหมายสั่งเสียไว้ฉบับหนึ่ง




จากดินสู่ดิน ความตายเป็นแค่ชั่วเสี้ยววินาที เหมือนฟ้าหลังฝน
เส้าฟง แม่ไม่กล้าที่จะขอให้ลูกยกโทษให้
วินาทีที่แม่ลงมือฆ่าพ่อของลูก แม่ก็ไม่คู่ควรจะเป็นแม่ของลูกอีกต่อไป แม่ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่
จะเจ็บปวดแค่ไหนแม่ทนได้ แต่แม่ทนละอายใจต่อไปไม่ได้ แม่เหนื่อยเหลือเกิน
ยกโทษให้แม่ที่ทิ้งลูกเอาไว้คนเดียว เส้าฟง ลูกเข้มแข็งกว่าแม่เสมอ
ขอให้ลูกมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อตัวลูกเอง จากแม่





เส้าฟงกลับไปเก็บของที่บ้าน



หว่าหมั่นฮอนยังไม่หายเคือง Hiu Zam Yan สองสามีภรรยาเข้าหน้ากันไม่ติด
หรือว่าชีวิตคู่จะต้องมาอัปปางเพราะเรื่องนี้




งานศพของเว่ยฉางผิงจัดขึ้นที่ปักกิ่ง ต่างคนต่างคิดถึงเรื่องราวในอดีต




หว่าหมั่นหงนึกถึงในอดีต เขาเคยโดนทำร้ายเพราะพ่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์
(ตามความเข้าใจของพี่ คิดว่าคงเป็นช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ที่กำลังโปรชนชั้นกรรมาชีพ
แม้แต่ครูอาจารย์ นักแสดง ศิลปิน ก็ถูกทำร้าย และถูกกล่าวหาว่าทำผิด)
ฉางผิงคอยให้กำลังใจเขา และเล่นเพลงโปรดของทั้งคู่ให้ฟัง






เส้าฟงเองก็นึกถึงเมื่อสมัยที่พ่อตบตีทำร้ายแม่บ่อยๆ ทำให้เส้าฟงตั้งปณิธานว่าจะดูแลปกป้องแม่



หว่าหมั่นฮอนยิ่งรู้สึกผิด เขาทอดทิ้งฉางผิง เมื่อเธอมาตามหาเขาที่ฮ่องกง เขาก็แต่งงานแล้ว
ตอนฉางผิงติดคุก เขารับปากว่าจะดูแลเธอ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ





เส้าฟงไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ ทำไมแม่ถึงฆ่าตัวตาย
พบกันหนก่อนแม่ยังเป็นฝ่ายปลอบใจเส้าฟงด้วยซ้ำ




เห็นปาท่องโก๋เกลียวที่แม่ชอบกินก็นึกถึงแม่
ตอนกินครั้งแรกก็เฉยๆ ตอนนี้กลับอร่อยขึ้นมาได้
เวลากินแล้วจะนึกถึงว่านี่เป็นรสชาติที่แม่ชอบ

เส้าฟงจ๋า อย่าร้องไห้เลยนะ
ยิ่งเจิ้นปังเห็นเส้าฟงเสียใจ เค้าก็ปวดใจนะตัวเอง





หว่าหมั่นหงเอาของของเว่ยฉางผิงมาคืนให้เส้าฟง



กำลังจะกลับก็พบหว่าหมั่นฮอนเข้า ขอชกหน้าซะทีเถอะน่า คาใจมานานแล้ว

หว่าหมั่นหง: ผมอยากรู้จริงๆ ว่าชาติที่แล้วฉางผิงเป็นหนี้อะไรพี่
30 ปีก่อน พี่ทำร้ายจิตใจเธอ ตอนนี้พี่ก็ทำร้ายจิตใจเธออีก ทำให้เธอต้องตาย
หว่าหมั่นฮอน: พี่รู้ว่าการตายของฉางผิงทำให้แกเสียใจ พี่ก็เสียใจเหมือนกัน
อะไรที่จะช่วยเธอได้ พี่ก็ทำไปหมดแล้ว
หว่าหมั่นหง: ถ้าพี่ไม่พยายามติดสินบน Yeun Yiu Wai ให้รับโทษแทนฉางผิง
พี่สะใภ้คงไม่ขอให้ฉางผิงมอบตัว ถ้าฉางผิงไม่รู้ความจริง เธอก็คงไม่ฆ่าตัวตาย
หว่าหมั่นฮอน: ตอนนั้น พี่ไม่มีทางเลือก พี่จำเป็นต้องทำ ใครจะไปคิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้
หว่าหมั่นหง: ทำไมจะไม่มีทางเลือก เจิ้นปังกับเส้าฟงตั้งใจจะประกันตัวฉางผิงออกมาสู้คดี
เราอาจจะหาหลักฐานใหม่ๆ ได้ หรือต่อให้ฉางผิงรับสารภาพ เธอก็ไม่ต้องตาย
เพราะการตัดสินใจของพี่ ทำให้เธอต้องตาย
ก่อนตายเธอยังจับมือพี่ แสดงให้เห็นว่าเธอรักพี่มากทีสุด
ที่พูดไม่ใช่ว่าผมหึงหวงอะไร แต่ผมเพียงรู้สึกว่าชีวิตฉางผิงช่างขมขื่นเหลือเกิน
พี่ทำร้ายเธอมากเกินไป ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่บอกใคร
ผมไม่อยากให้ความขัดแย้งของคนรุ่นเรา ไปทำร้ายคนรุ่นหลัง ลาก่อน พี่ใหญ่





Hiu Zam Yan อยากจะเคลียร์เรื่องนี้กับสามี
แต่หว่าหมั่นฮอนปฏิเสธ มีอะไรไว้คุยกันเมื่อกลับถึงฮ่องกงเถอะ
ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะคุย

็Hiu Zam Yan ได้แต่เสียใจ อยากบอกว่าเสียใจ เสียใจ ได้ยินมั้ย





ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้ว ฟ่งปิงหยี่ยังทำงานไม่เลิก กลับหอพักไปได้แล้ว
พักผ่อนไม่เพียงพอ เดี๋ยวผิวเสียหมด
เรื่องงานนี่ทิ้งไว้เหอะ เจิ้นปังทำต่อให้เอง ช่วงนี้ เส้าฟงดีขึ้นแล้ว มีเวลามาเคลียร์งานบ้างแล้วล่ะ




ฟ่งปิงหยี่เอาหนังสือจิตวิทยาสำหรับผู้สูญเสียคนในครอบครัวมาให้เจิ้นปัง
เผื่อจะช่วยเส้าฟงได้บ้าง กำลังจะกลับก็ปิงหยี่ก็เกิดปวดท้อง ไม่ได้กินข้าวก็อย่างนี้แหละ





เจิ้นปังผู้แสนดีก็เลยต้องตามมาทำบะหมี่ให้กิน
จะทำงานดึกก็ไม่ว่า หาของรองท้องซะมั่ง เด๋วจะอดตายซะก่อน
เห็นปะ เจิ้นปังมีข้อดีตั้งหลายอย่าง ปิงหยี่ไม่ต้องปลื้มมากก็ได้นะ
ท่องไว้ ท่องไว้ คนเขามีแฟนแล้ว





เจิ้นปังไม่ปล่อยให้ปิงหยี่ได้ปลื้มนานเล้ย
ก็หนังสืออ่ะดิบอกว่าการออกกำลังกายทำให้คนรู้สึกดีเหมือนมีความรัก
เจิ้นปังเลยกะว่าจะชวนเส้าฟงไปเล่นบอลซะหน่อย แหม หักอารมณ์กันได้

ฟ่งปิ่งหยี่รีบหาเรื่องไล่เจ้ินปังกลับห้องไป พรุ่งนี้จะต้องไปฮ่องกงกับเส้าฟงไม่ใช่เหรอ
ยังไม่รีบไปนอนอีก อยู่นานคนเขาทำใจลำบาก รู้ซะมั่งสิ





กลับถึงฮ่องกงแล้ว หว่าหมั่นฮอนก็ยังทำตัวเย็นชา ห่างเหิน
จะเอายังไงก็ว่ามา ตลอดชีวิตนี้จะไม่พูดคุยกันอีกแล้วใช่มั้ย

หว่าหมั่นฮอน: เราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลย
Hiu Zam Yan: ถ้าไม่คุยกันวันนี้ให้รู้เรื่อง เว่ยฉางผิงจะอยู่ตรงกลางระหว่างเราตลอดไป
หว่าหมั่นฮอน: เว่ยฉางผิงเป็นเพื่อนพ่อ พ่อช่วยเธอไม่ได้ ยังทำให้เธอต้องตาย
พ่อไม่เพียงผิดต่อเธอ ยังผิดต่อลูกสาวเธอด้วย
Hiu Zam Yan: ชั้นเข้าใจว่าคุณทำเพื่อช่วยเพื่อน แต่ก็ไม่ควรทำผิดกฎหมายทั้งๆ ที่รู้
หว่าหมั่นฮอน: ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเธอ ลูกเรา หมั่นหง หมั่นเซ็ก พ่อก็จะทำเหมือนกัน
Hiu Zam Yan: ตอนที่ชั้นไปพบฉางผิง ชั้นไม่คิดเลยว่า...
หว่าหมั่นฮอน: พอ พอ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ขอพ่ออยู่คนเดียวเถอะ
เรื่องนี้ อย่าให้เด็กๆ รู้ มันจะไม่ดี





Hiu Zam Yan อ้างวำป้าสามขาเจ็บ อยากจะไปพักที่ Tai O ซักสองสามวันเพื่อดูแล
หว่าหมั่นฮอนไม่คัดค้าน แถมยังอาสาไปส่งอีกด้วย

หว่าเจิ้นปัง: แม่ไม่อยู่ ใครจะดูแลพ่อล่ะ
หว่าเจิ้นหมั่่น: แกเห็นพ่อเป็นคุณชายเหมือนแกหรือไง





กลับไปอยู่บ้านเก่าได้คืนเดียว หว่องซิ่วฟั่นก็มาหา
ซิ่วฟั่นกังวลว่าที่ฉางผิงฆ่าตัวตายเป็นเพราะเธอ
ทีแรกก็แค่อยากให้หว่าหมั่นฮอนกับ Hiu Zam Yan ทะเลาะกันแค่นั้น
ไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิด ถ้ารู้ก็คงไม่ทำหรอก

Hiu Zam Yan: ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก
หว่องซิ่วฟั่น: จริงเหรอ งั้นค่อยโล่งอกหน่อย ชั้นเกลียดหว่าหมั่นฮอนคนเดียว ไม่ได้อยากทำร้ายคนอื่น

Hiu Zam Yan เห็นหว่องซิ่วฟั่นมีความจริงใจ ห่วงใยเธอ
จึงบอกเรื่องชิงหลินได้งานทำแล้ว เป็นนักเขียน เขียนบทความสัมภาษณ์
หว่องซิ่วฟั่นชักเป็นห่วงลูกสาว ไม่รู้จะทำไหวหรือเปล่า





หว่าชิงหลินพยายามสัมภาษณ์สาวเชียร์แขก แต่พูดไปพูดมาก็ไม่เข้าหูผู้ถูกสัมภาษณ์
หว่องซิ่วฟั่นอยากช่วยลูกสาว เลยเปิดไวน์ให้บรรดาสาวๆ ได้ค่าคอม จะได้ยอมให้สัมภาษณ์





หว่องซิ่วฟั่นดื่มเหล้าไปคุยไป จนได้ข้อมูลมากมาย



หว่าชิงหลินก็ห่วงใยแม่ แต่ทำเป็นไม่แคร์ไปงั้น

หว่าชิงหลิน: หนูโตแล้ว สัมภาษณ์แค่นี้ หนูทำเองได้ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง
หว่องซิ่วฟั่น: เด็กโง่ ต่อให้ลูกแต่งงานจนมีลูก หนูก็ยังเป็นลูกน้อยของแม่อยู่ดี

ฟังแล้วใจอ่อนมั้ยล่ะ เมามากอย่างนี้ ชิงหลินไปส่งถึงบ้านให้ดีกว่า




ลูกสาวยอมมาส่งบ้าน หว่องซิ่วฟั่นดีใจมาก เธอแกล้งทำเป็นปวดหัว ไม่สบาย
ชิงหลินจะได้ดูแล แต่ดันเผลอหลุดตอนทำน้ำชาร้อนๆ หกรด เลยโดนจับได้เลย
ก็รู้ๆ ว่าลูกไม่ชอบคนโกหก ยังจะมาหลอกกันอีก





ซิ่วฟั่นแค่อยากอยู่กับลูกสาวให้มากๆ หน่อย ดูอย่างฉางผิงกับเส้าฟงซิ
คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ชิงหลินชักใจอ่อนยอมอยู่เป็นเพื่อนแม่




พอดี Ngai Tin-hang เลื่อนเดินทางไปธุระ กลับมาถึงบ้าน ชิงหลินจึงขอตัวกลับก่อน




Ngai Tin-hang: ว่าไง แค่เห็นหน้าชั้น ก็คิดจะกลับซะแล้ว เธอเกลียดชั้นมากเหรอ
หว่าชิงหลิน: แหงสิ
Ngai Tin-hang: เธออายุเท่าไหร่แล้ว
หว่าชิงหลิน: 23
Ngai Tin-hang: 23 ยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ ตอนชั้นอายุ 23 ชั้นก็ทำกำไรจากตลาดหุ้นได้แล้ว
ชั้นดังจนนักข่าวต้องมาขอสัมภาษณ์
หว่าชิงหลิน: คุณจะทำอะไร ชั้นไม่เห็นสน
Ngai Tin-hang: งั้นเธอสนมั้ยว่า พ่อเธอมีกิ๊กกี่คนระหว่างที่แต่งงานกับแม่เธอ
หว่าชิงหลิน: ไม่ต้องพูดเรื่องพ่อชั้นหรอก ยังไงก็ไม่ทำให้ชั้นมองคุณในแง่ดีไปได้
อีกอย่างนะ พ่อชั้นเปลี่ยนไปแล้ว
Ngai Tin-hang: เธอคงจะเรียนเมืองนอกมานาน เลยไม่รู้จักภาษิตจีนที่ว่า ผู้ชายไม่มีวันเปลี่ยน
หว่าชิงหลิน: อยากพูดอะไรก็พูดไป ชั้นไม่สน คุณไม่มีความหมายสำหรับชั้น
Ngai Tin-hang: เธอนี่นิสัยเหมือนแม่เด๊ะเลย ชั้นชักชอบเธอแล้วสิ
แม่เธออยู่กับชั้น ไม่ใช่เพราะชั้นใช้เล่ห์เพทุบายอะไร แต่เพราะชั้นเก่งกว่าพ่อเธอ
ยอมรับความจริง แล้วกลับไปบอกพ่อเธอให้ตายใจได้แล้ว จะโทษก็โทษตัวเองเถอะ





เหว่งเส้าฟงยังไม่ยอมเก็บข้าวของของแม่ซะที
ดีนะที่ เจิ้นปังทำสเต๊กให้เส้าฟงกิน ไม่งั้นจะหาว่าลำเอียงด้วย

เหว่งเส้าฟง: ชั้นไม่ยักรู้ว่าคุณทำอาหารเป็นด้วย
หว่าเจ้ินปัง: ก็ไม่เป็นหรอก ผมกำลังเรียนอยู่ (แล้วมันจะกินได้มั้ยเนี่ย)





เท่านั้นยังไม่พอค่ะ เจิ้นปังยังทำน้ำนมถั่วเหลืองแบบสดๆ ให้กินอีกด้วย
จะเอาใจกันไปถึงไหนเนี่ย เส้าฟงเห็นน้ำนมถั่วเหลืองแล้วคิดถึงแม่





เส้าฟงไม่อยากให้เจิ้นปังมาคอยอยู่เป็นเพื่อนเธอจนเสียงานเสียการ
ก็คนเขาเป็นห่วงอ่ะ เอาเป็นว่าอยู่อีกซักสองสามวันละกัน

เจิ้นปังเห็นกล่องใส่ของของฉางผิงยังกองอยู่ที่ห้องรับแขก จึงอาสาเอาไปเก็บในห้องให้
ไม่งั้น ทุกครั้งที่เห็นเส้าฟงจะรู้สึกเศร้า
พอเส้าฟงเห็นผ้านวมในห้องนอนก็เศร้าใจอยู่ดี






เจิ้นปังล็อกห้องฉางผิงเอาไว้ วันไหนเส้าฟงพร้อมที่จะเปิดดู เจิ้นปังจะมาดูเป็นเพื่อน




หลับให้สบายนะเส้าฟง คืนนี้เจิ้นปังจะอยู่เเป็นเพื่อนเอง
อิจฉาจังว้อย










 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2551 21:44:47 น.
Counter : 600 Pageviews.  

The Drive of Life 21







หว่าหมั่นฮอนรู้สึกผิดที่เว่ยฉางผิงต้องมาได้สามีเลวๆ
ฉางผิงนะฉางผิง มีปัญหาก็ไม่ยอมบอกกัน นึกว่าแต่งงานไปอยู่แคนาดา จะมีความสุขซะอีก
หว่าหมั่นฮอนให้สัญญากับฉางผิงว่าจะหาทางเอาเธอออกจากคุกให้ได้





ทนาย Kwan ดูหลักฐานพยานแล้วแนะนำให้เว่ยฉางผิงรับสารภาพ
หว่าหมั่นฮอนฉุนจัด ก็คนไม่ได้ทำ จะให้สารภาพได้ยังไง
เป็นทนายความประสาอะไร ยังไม่ทันขึ้นศาลเลย ก็ยอมแพ้ซะแล้ว
หาทนายใหม่ดีกว่า





หว่าเจิ้นปังเห็นเหว่งเส้าฟงกลัดกลุ้มใจจนนอนไม่หลับจึงเสนอให้อธิษฐานกับดาวตก

เหว่งเส้าฟง: แล้วถ้าเกิดไม่มีดาวตกล่ะ
หรือต่อให้มี คำอธิษฐานของเราอาจไม่เป็นจริงก็ได้





หว่าเจิ้นหมั่น: ก็จริง ผมก็ไม่เชื่อเรื่องดาวตกหรอก
แต่ผมเชื่อว่าถ้าเรามีความอดทนที่จะรอจนเห็นดาวตก อาจมีปาฏิหารย์ก็เป็นได้
เหว่งเส้าฟง: คุณจะรอเป็นเพื่อนชั้นรึเปล่า
หว่าเจิ้นหมั่น: แน่นอน

วู้ย สวีทหวานกันซะไม่มีล่ะ






พอเผลอหลับก็ฝันร้ายซะอีก เส้าฟงฝันเห็นแม่ถูกประหารชีวิต



ด้วยความรักแม่ เส้าฟงตัดสินใจจะไปมอบตัว เพื่อรับผิดแทน
แต่หว่าหมั่นฮอนเห็นเข้าเสียก่อน จึงขัดขวางได้ทัน

ยังไม่ถึงที่สุด จะยอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไร คนเราต้องเชื่อมั่นในความยุติธรรม
ช่วยกันตามหาเบาะแสจากเพื่อนบ้านดีกว่า เผื่อจะมีอะไรที่ช่วยได้





ทุกคนต่างช่วยกันสอบถามเพื่อนบ้าน แต่เหตุการณ์ก็ผ่านมาตั้ง 7 ปีแล้ว ใครจะไปจำได้
โชคดีที่มีคนหนึ่งนึกได้ว่าวันนั้น มีขโมยขึ้นบ้านหลายหลังในละแวกใกล้เคียง





ตำรวจค้นคดีเก่าๆ พบว่ามีการจับขโมยได้จริง ตอนนี้ Yuen Yiu-wai คนนั้นยังหนีประกันอยู่
หว่าหมั่นฮอนร้อนใจ ประกาศให้รางวัลนำจับ 1 ล้านเหรียญฮ่องกง
ทุ่มทุนสร้างจริงๆ เล่นเอาลูกเมียเป็นอึ้ง





หว่าหมั่นหงเครียดจัด งานโรงงานก็ยุ่ง วีซ่าก็ยังขอไม่ได้ ห่วงฉางผิงก็ห่วง



หว่าหมั่นหงสบายใจขึ้นเมื่อได้รับโทรศัพท์จากฉางผิงถึงความคืบหน้าเรื่องคดี
ฉางผิงเชื่อว่าถ้าหาตัว Yuen Yiu-wai ทุกอย่างก็จะกระจ่าง
เธอขอให้หมั่นหงช่วยส่งโน้ตเพลงเก่าที่เป็นความหลังฝังใจของทั้งคู่ไปให้ด้วย





ยี่สิบกว่าปีก่อน หว่าหมั่นหงพบโน้ตเพลงรัสเซียที่เว่ยฉางผิงชอบในโบสถ์แห่งหนึ่ง
ฉางผิงเขียนคำที่หมั่นหงพูดเอาไว้บนกระดาษโน้ตว่า
"คนเราสำคัญที่ความตั้งใจ ไม่ใช่ปล่อยไปตามบุญตามกรรม"







ทนาย Chan ไม่เล็งผลเลิศเท่าไหร่ ตำรวจยังจับตัว Yuen Yiu-wai ไม่ได้
หรือถึงจับได้ ก็ไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นฆาตกร
หว่าหมั่นฮอนไม่พอใจที่ทนายไม่พยายามช่วยเอาซะเลย เอะอะก็จะให้สารภาพผิดลูกเดียว
เลยว่าเอาแรงๆ Hiu Zam-yan ชักไม่เข้าใจสามี ทำไมหงุดหงิดง่ายจัง
หว่าหมั่นฮอนกำลังอารมณ์ไม่ดี ถ้า Hiu Zam-yan ไม่เต็มใจช่วย ก็กลับฮ่องกงไปซะเหอะ
ไล่กันง่ายๆ อย่างนี้เลยนะ





จะทะเลาะกันไปทำไมให้เสียเวลา เอาเวลาไปตามหา Yuen Yiu-wai ดีกว่า
หว่าเจิ้นปังเป็นเพื่อนเส้าฟงออกไปตามหา ดันเคราะห์ร้ายเจอโจรปล้น
เจิ้นปังคว้าไม้ใกล้มือได้ ฟาดคนร้านกระเจิง รีบเผ่นหนีกันแทบไม่ทัน





เหว่งเส้าฟง: ชั้นกลัวจัง
หว่าเจิ้นปัง: ไม่ต้องกลัว วันนี้ เราแค่ไปผิดที่ พรุ่งนี้เราลองไปหาใหม่
เหว่งเส้าฟง: ชั้นคิดมาตลอดว่า ชั้นเป็นคนเข้มแข็ง เอาตัวรอดได้
แต่ความจริงแล้วชั้นทำอะไรไม่ได้เลย ชั้นจัดการเรื่องคดีก็ไม่ได้
ชั้นรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว และไร้ค่าเหลือเกิน
หว่าเจิ้นปัง: คุณยังมีผมนะ เกิดมาผมไม่เคยสู้รบตบมือกับใครอย่างวันนี้มาก่อน
แต่พอผมเห็นมันจับตัวคุณ ผมก็เลือดขึ้นหน้าทันที
เชื่อผมนะ ไม่ว่าอะรไจะเกิดขึ้น ผมจะปกป้องคุณเอง







ในที่สุด ทั้งคู่ก็ตามพบครอบครัวของ Yuen Yiu-wai เจอ
ภรรยาของเขาป่วยเป็นเบาหวานทำให้เดินเหินไม่สะดวก
ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่อง Yuen Yiu-wai ก็ทอดทิ้งลูกเมีย ไปมีกิ๊กมากมาย จนสุดท้ายก็ติดเอดส์
แถมยังทิ้งหนี้สินไว้ให้ภรรยาต้องตามชดใช้อีก





เหว่งเส้าฟงสะท้อนใจ นึกถึงพ่อของเธอที่เอาแต่สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัว



หว่าหมั่นฮอนมาเยี่ยมเว่ยฉางผิง เห็นเธอสีหน้าดีขึ้น เขาก็สบายใจ
หว่าหมั่นหงยังฝากโน้ตเพลงมาให้ เขาได้วีซ่าแล้ว กำลังเดินทางมา




Yuen Yiu-wai มาดักพบหว่าหมั่นฮอน
ไหนไหน ก็จะจ่าย 1 ล้านแล้ว สู้ Yuen Yiu-wai มอบตัวเพื่อรับเงินเองดีกว่า
ที่จริงแล้ว วันนั้นเขาเห็นเว่ยฉางผิงเป็นคนลงมือฆ่าสามีกับตา





Yuen Yiu-wai เองคิดว่าตัวเองเป็นเอดส์ ต้องตายอยู่แล้ว จึงยินดียอมรับผิดแทน
ภรรยาที่เป็นเบาหวาน เดินเหินไม่สะดวก จะได้มีเงินเลี้ยงดูลูก
หว่าหมั่นฮอนรู้ความจริงก็ทำใจไม่ได้ กว่าจะตั้งสติได้ Yuen Yiu-wai ก็หายไปแล้ว





Hiu Zam Yan: ขอโทษค่ะ ชั้นล้ำเส้นไปหน่อย ชั้นไม่ได้คิดจะบั่นทอนกำลังใจพวกคุณ
เพียงแต่อยากให้คุณสงบสติอารมณ์ลงบ้าง ชั้นเองก็เชื่อเหมือนคุณว่าฉางผิงบริสุทธิ์
นี่ คุณไม่สบาย หรือว่า ยังโกรธชั้นอยู่
หว่าหมั่นฮอน: ผมไม่เป็นไร




เมื่อเจิ้นปังกับเส้าฟงกลับบ้าน หว่าหมั่นฮอนถึงรู้ว่า Yuen Yiu-wai เป็นเอดส์จริง
และภรรยาเขาก็ป่วยเป็นเบาหวานจริง

Hiu Zam Yan: เส้าฟง อย่าเข้าใจป้าผิดนะ ป้าไม่ได้หมายความว่าแม่หนูเป็นฆาตกร
เหว่งเส้าฟง: หนูทราบค่ะ ทุกคนต่างก็อยากให้แม่หนูพ้นผิด
แต่คดีก็ไม่คืบหน้าซักที ทำให้ทุกคนหงุดหงิด เลยอารมณ์ไม่ดี ทะเลาะกันไปบ้าง
คุณลุงคุณป้าเป็นเพื่อนที่ดีของคุณแม่ หนูไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี





หว่าหมั่นฮอนเริ่มคลางแคลงใจ จึงกลับไปซักถามเรื่องราวในวันนั้นกับเว่ยฉางผิงอีกครั้ง
ซึ่งเธอก็ยังยืนยันเรื่องราวตามที่เธอจำได้




หว่าหมั่นฮอนไปพบจิตแพทย์ เขาวินิจฉัยว่า เธออาจเป็นโรคความจำเสื่อม
คนเราเมื่อเกิดเรื่องที่สะเทือนใจที่สุด กลไกลทางจิตจะปกป้องด้วยการลืมเรื่องราวนั้นเสีย




ในที่สุดหว่าหมั่นหงก็เดินทางมาถึง ดีนะ ไม่มาตอนจบเรื่องแล้ว

หว่าหมั่นหง: ฉางผิง หลายปีมานี้ จะยากลำบากมากแค่ไหน พวกเราก็ผ่านพ้นมาได้
หนนี้ ก็เช่นกัน ผมวางแผนจะซ่อมแซมบ้านเอาไว้แล้ว เราจะทาบ้านใหม่ให้เป็นสีขาว
ทุบผนังให้ห้องกว้างขึ้น ผมจะหาทางให้คุณออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ผมจะพาคุณกลับไปให้ทันดูหิมะแรกที่ปักกิ่ง
เว่ยฉางผิง: ชั้นเชื่อคุณค่ะ สัญญากับชั้นนะ หนหน้ามาพบชั้น อย่าลืมโกนหนวดมาด้วยล่ะ




หว่าหมั่นฮอนหลอกให้ Hiu Zam Yan ไปซื้อเครื่องทำนำ้แกงให้ฉางผิง
เพื่อที่เขาจะได้นำเงินไปให้ Yuen Yiu-wai
โชคไม่ดี Hiu Zam Yan ลืมของ เธอจึงแอบได้ยินหมั่นฮอนคุยกับ Yuen Yiu-wai






Hiu Zam Yan ไม่ยอมให้หว่าหมั่นฮอนเอาเงินไปให้ Yuen Yiu-wai
เขาจึงยอมเล่าความจริงว่าเว่ยฉางผิงเป็นคนฆ่าสามี

Hiu Zam Yan: หมายความว่า คุณจะจ่ายเงินให้ Yuen Yiu-wai รับผิดแทนฉางผิงหรือ
หว่าหมั่นฮอน: ใช่
Hiu Zam Yan: คุณบ้าไปแล้ว ทำแบบนี้มันผิดกฏหมายชัดๆ
คุณอาจต้องติดคุกฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรมนะ
หว่าหมั่นฮอน: ผมไม่มีทางเลือก
Hiu Zam Yan: ถ้าคุณกล้าออกจากบ้านไป ชั้นจะแจ้งความ
หว่าหมั่นฮอน: งั้นก็โทรเลยสิ เอาเลย
Hiu Zam Yan: ทำไม ทำไมคุณยอมทำผิดกฎหมายทั้งๆ ที่รู้ เพื่อผู้หญิงคนนั้น
เธอสำคัญกับคุณถึงขนาดนั้นเลยหรือ
หว่าหมั่นฮอน: อย่าทำอย่างนี้น่า





Hiu Zam Yan โกรธจนเป็นลม
หว่าหมั่นฮอนห่วงภรรยา จึงเข้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวจะมาเช็ดหน้าให้
ที่ไหนได้ Hiu Zam Yan แกล้งเป็นลม เธอขังเขาไว้ในห้องน้ำ






Hiu Zam Yan ไปพบเว่ยฉางผิง เพื่อขอร้องให้เธอรับผิด

Hiu Zam Yan: ชั้นรู้ว่าเรื่องนี้มันโหดร้ายกับเธอ แต่เพื่อหมั่นฮอนและครอบครัวของชั้น
ชั้นต้องบอกความจริงกับเธอ
เว่ยฉางผิง: เธอพูดอะไร
Hiu Zam Yan: ความจริงก็คือ เธอเป็นคนฆ่าสามีตัวเอง
เว่ยฉางผิง: เป็นไปไม่ได้
Hiu Zam Yan: Yuen Yiu-wai คนนั้น มาพบหมั่นฮอน เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
เว่ยฉางผิง: เขาโกหกน่ะสิ ถ้าชั้นฆ่าคนตาย ชั้นจะไม่รู้ตัวเลยหรือ
Hiu Zam Yan: หมั่นฮอนปรึกษาจิตแพทย์แล้ว เขาบอกว่าเธอความจำเสื่อม
หมั่นฮอนยอมจ่ายเงินให้หมอนั่น เพื่อให้เขารับผิดแทนเธอ
ชั้นยอมให้หมั่นฮอนทำผิดกฎหมายไม่ได้หรอก แต่เขาไม่ยอมฟังชั้นเลย
เพื่อเธอแล้ว เขาทำได้ทุกอย่าง ฉางผิง เธอจะว่าชั้นเห็นแก่ตัวหรืออะไรก็ได้
สารภาพผิดเถอะนะ เธอคงไม่อยากให้หมั่นฮอนติดคุกเพราะเธอ ใช่มั้ย





Hiu Zam Yan เสียใจไม่ใช่น้อย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น



เว่ยฉางผิงนึกออกจนได้ ตอนนั้น เธอไม่ได้หลบอยู่ในห้องจนเช้าอย่างที่จำได้
แต่เธอนึกว่าสามีออกจากบ้านไปแล้ว จึงออกจากห้องมา และถูกเขาทำร้ายอีก





ระหว่างต่อสู้กัน Kiu sang ล้มหัวกระแทกกระถางต้นไม้สลบ ฉางผิงจึงใช้มึดแทงเขาจนตาย









 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 11:01:18 น.
Counter : 310 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.