Group Blog
 
All Blogs
 

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 5





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 5



นักฆ่าแนฮ้วยต้องการภาพเขียนจาก Kuk Wan-yeung
แต่เขาปฏิเสธ แนฮ้วยจึงลงมืออย่างเลือดเย็น





ตุยเมี่ยขัดขวางแนฮ้วยไว้ทัน
ทั้งคู่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ตุยเมี่ยต้องการแก้แค้นให้เซี่ยวเถ่า
ส่วนแนฮ้วยก็ทำตามคำสั่งผู้ว่าจ้าง





เกือบไปแล้วตุยเมี่ย จูกัวะซิงแซมาช่วยทันเส้นยาแดงผ่าแปด



ต่อให้เป็นจูกัวะ แนฮ้วยก็ไม่หวั่น ใครขวางทางต้องตาย
แนฮ้วยถูกคมทวนของจูกัวะ แต่ยังไม่ยอมล้มง่ายๆ อึดจริงๆ
สุดท้ายแนฮ้วยก็ต้องเป็นฝ่ายล่าถอยไป
ส่วน Kuk Wan-yeung อาศัยช่วงชุลมุนหลบหน้าไปก่อนแล้ว






ภาพเขียนยังไม่ได้มา จะถือว่าทำงานสำเร็จได้ยังไง
ถ้าไม่อยากเป็นนักโทษหลบหนีไปชั่วชีวิต ก็รีบตามหา Kuk Wan-yeung
แล้วเอาภาพเขียนมาให้ซะดีๆ




เซี่ยวตอบุตรสาวของขุนพลสยองขวัญ หัวหน้าสหพันธ์ เดินทางกลับจากเจียงหนาน
ถูกลอบสังหาร เพื่อล้างแค้นให้เจ้าสำนักบุปผา ผู้ติดตามนางถูกฆ่าตายหมด





นางหลบหนีไปซ่อนตัวในถ้ำ และได้พบกับแนฮ้วยโดยบังเอิญ
แนฮ้วยสังหารคนร้าย ช่วยนางเอาไว้ และจากไปโดยไม่พูดจา





เซี่ยวตอเก็บหยกของแนฮ้วยได้



เซี่ยวกุกเพิ่งจะพาลูกน้องมารับน้องสาว ไม่มาซะพรุ่งนี้เลยล่ะ



ขุนพลสยองขวัญอ้างว่าเจ้าสำนักบุปผา ทำความชั่วไว้มาก
ในฐานะผู้นำสหพันธ์ที่ต้องปกครอง 7 สำนัก 8 ค่าย 9 พรรค
ย่อมมีคนชั่วที่ไม่พอใจคิดล้างแค้นบ้างแหละ




คล้อยหลังเซี่ยวตอ ขุนพลสยองขวัญสั่งให้เซี่ยวกุก ตามล่าผู้ลอบสังหารทั้งหมดให้ได้
เซี่ยวกุกรายงานว่านักฆ่าที่ส่งไปจับตัว Kuk Wan-yeung ทำงานพลาด
เพราะถูกจูกัวะซิงแซขัดขวาง




ตุยเมี่ยตาม Kuk Wan-yeung ไปที่บ้านเก่าของเขา
ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะนำภาพเขียนไปมอบให้จูกัวะ
หลังจากนั้นตุยเมี่ยจะขโมยภาพเขียนทั้งสี่ภาพมา
และทั้งคู่จะไปหาสมบัติด้วยกัน




เพิ่งขุดเจอภาพเขียน Kuk Wan-yeung ก็ถูกอาวุธลับเจ้าสำนักเสือบินจนเสียชีวิต




ในที่สุดภาพเขียนก็ได้มาครบทั้งสี่ภาพ
ตุยเมี่ยมีข้อแม้ หากหาสมบัติเจอ ต้องแบ่งให้ด้วยนะ
ว่าแล้วก็ลองเอาภาพเขียนมาเรียงต่อกัน ดูไม่เห็นรู้เรื่องเลย





จูกัวะซิงแซให้ทิชิ่วลอกภาพเขียนออกมาวางซ้อนกัน
จึงเห็นภาพทั้งหมดได้ ซึ่งคนที่อ่านแผนที่ได้ก็เป็นบ้อเช้งอีกเช่นเคย
คนอะไร ทำไมฉลาดอย่างนี้หนอ
ในภาพเขียนมีภาพกำแพงเมือง Po Chai ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมือง Bin
เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำ Choi ริมฝั่งแม่น้ำมีเจดีย์สร้างสมัยราชวงศ์ถัง เรียกว่าเจดีย์สันติ





ตุยเมี่ยเร่งร้อนจะไปให้ถึงเจดีย์ก่อนใคร
จึงหงุดหงิดที่เห็นบ้อเช้งเดินทางอย่างใจเย็น

บ้อเช้ง: วิ่งเร็วจะมีประโยชน์อะไร ถ้ามีสมองเฉื่อยช้าอย่างเจ้า
ตุยเมี่ย: เจ้า
ทิชิ่ว: ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกัน ยังไงเราก็เป็นสหาย
บ้อเช้ง/ตุยเมี่ย: เขาไม่ใช่สหายข้า

ทีเงี้ยใจตรงกันขึ้นมาเชียว






เมื่อเดินทางไปถึงเจดียสันติ ซึ่งมีเจดีย์ทั้งหมดสามองค์
ตุยเมี่ยกับทิชิ่วแยกย้ายกันสำรวจเจดีย์
บ้อเช้งดูภาพเขียนแล้ว ไม่คิดว่าสมบัติจะอยู่ในเจดีย์

ทิชิ่ว: แล้วท่านรู้หรือว่าสมบัติอยู่ที่ใด
บ้อเช้ง: รู้สิ ก็ข้าบอกแล้วว่าวิ่งเร็วไม่มีประโยชน์

ปริศนาซ่อนอยู่ในภาพเขียน เมื่ออ่านตัวอักษรบนป้ายหน้าเจดีย์ตามลำดับในภาพ
ได้ความหมายว่า ให้ดูเงาเจดีย์ตอนบ่ายโมง

อะไรจะบังเอิญปานนั้น ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงพอดี






ขุดไปขุดมาไม่ยักเจอสมบัติ เจอแต่ง้าวเล่มหนึ่ง

ทิิชิ่ว: นี่คงเป็นปริศนาอีกชิ้นหนึ่ง
บ้อเช้ง: เจ้าก็เรียนรู้แล้วนี่





สำนักฟ้ามาดักปล้นง้าวกันซึ่งหน้า

Lam Yeuk-fei: มอบง้าวมาแล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกท่าน
ตุยเมี่ย: เห็นมั้ย เจ้าน่ะอยากชักช้า พวกเขาถึงตามทัน

สองคนนี่จะเหน็บแนมกันอีกนานมั้ย





ตกลงกันดีๆ ไม่ได้ก็ต้องใช้กำลังเข้าตัดสิน
ตุยเมี่ยขอเผ่นก่อนเพื่อน แต่ก็พลาดพลั้งทำง้าวหลุดมือ
ตกไปอยู่ในมือ Lam Yeuk-fei





เซี่ยวกุกดักรอขมายต่อ เขาทำร้าย Lam Yeuk-fei จนเกือบตกหน้าผา
ทิชิ่วช่วยนางไว้ได้ทัน





เจ้าสำนัก Lam ไม่ต้องการสมบัติใดๆ เพียงต้องการป้ายอาญาสิทธิ์บัญชาทั่วหล้าเท่านั้น
ด้วยฝีมือของเจ้าสำนัก Lam บ้อเช้งเชื่อว่า ต่อให้มีป้ายอาญาสิทธิ์ ก็ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อฟังคำสั่ง
เจ้าสำนัก Lam ลงมือ แต่บ้อเช้งหลบได้เฉียดฉิว
เจ้าสำนักฟ้าชืนชมในความเก่งกาจของบ้อเช้ง มีแต่ Lam Yeuk-fei ที่ไม่ยอมรับ
เห็นแก่ทิช่ิวช่วยชีวิต Yeuk-fei เจ้าสำนัก Lam ยอมถอนตัวไม่แย่งชิงป้ายอาญาสิทธิ์นี้อีก






ทิชิ่วโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เซี่ยวกุกขมายง้าวไปได้

ทิชื่ว: แม่นางหลิน ข้าไม่มีอารมณ์จะสู้กับท่าน
Lam Yeuk-fei: ที่เซี่ยวกุกขโมยง้าวไปได้ เพราะท่านมัวแต่ช่วยข้า
ท่านมีสิทธิ์จะโกรธข้า ท่านจะด่าข้า ตีข้าก็ได้ ข้าจะไม่โต้ตอบ
ทิขิ่ว: ข้าไม่ได้อยากด่าท่าน หรือตีท่าน ข้าแค่รู้สึกไม่ดีที่ทำให้ท่านอาผิดหวัง
Lam Yeuk-fei: ไม่ใช่ความผิดของท่าน เป็นความผิดของข้าเอง





Lam Yeuk-fei คุกเข่าคำนับทิชิ่ว

ทิชิ่ว: ข้าไม่ได้โกรธท่านซะหน่อย อย่าทำเช่นนี้เลย
Lam Yeuk-fei: ที่ข้าคำนับท่าน เพราะอยากให้ท่านรับข้าเป็นศิษย์
ข้าไม่เคยชนะท่านเลย แถมยังต้องให้ท่านคอยช่วยอยู่เรื่อย
รับข้าเป็นศิษย์ สอนวรยุทธ์ให้ข้า ซักวันข้าจะเอาชนะท่าน
ทิชิ่ว: ข้าเป็นอาจารย์ท่านไม่ได้หรอก





สงสัยพี่บ้อเช้งจะโมโหหึง รีบออกมาเป็น กขค.

บ้อเช้ง: สองคนทำอะไรอยู่ เรื่องอื่นไว้พูดกันวันหลัง ข้ามีอะไรสำคัญจะบอก
Lam Yeuk-fei: เรื่องอะไรสำคัญนักหนา
บ้อเช้ง: ข้าไขปริศนาบนง้าวได้แล้ว




บ้อเช้งพบว่าง้าวเล่มดังกล่าวผลิตจากเหล็กบริสุทธิ์ ซึ่งแปลกมาก
Lam Yeuk-fei ไม่เข้าใจว่าแปลกยังไง

ทิชิ่ว: เหล็กบริสุทธิ์ทำอาวุธไม่ได้ มันจะไม่คม และไม่แข็งแรง
อาวุธต้องผลิตจากเหล็กผสม
Lam Yeuk-fei: อาจารย์ ท่านเก่งจัง
ทิชิ่ว: ใครเป็นอาจารย์ท่าน พ่อข้าเป็นช่างตีเหล็ก ข้าย่อมรู้

บ้อเช้งจึงเห็นว่าง้าวเล่มนี้น่าจะเป็นง้าวประดับสำหรับรูปปั้นในวัดมากกว่า





กลุ่มบ้อเช้งเดินทางไปยังวัดนายพล Li ซึ่งในรัศมีร้อยลี้ มีเพียงวัดนี้ที่สร้างสมัยราชวงศ์ถัง
แถมที่ง้าวมีข้อความ รัชสมัยPo Ying ปีที่ 1 ซึ่งหมายความว่าง้าวเล่มนี้สร้างสมัยฮ่องเต้ Li Hang
เมื่อทดลองใส่พลองแทนง้าว ก็เห็นว่าปลายง้าวชี้ไปที่ภาพวาดกระบวนยุทธ์ แต่กระบวนท่านั้นดูแปลกนัก





บ้อเช้งจึงให้กระบี่เงิน กระบี่ทอง ลองรำกระบี่ตามภาพ
ปรากฎว่า ออกมาเป็นข้อความ เดินทางไปทางตะวันตก 100 ลี้
ขุมทรัพย์อยู่ในบ้านลับในป่า





ขนาดเซี่ยวกุกได้ง้าวไปแล้ว ยังตีความเรื่องวัดผิด จึงส่งลูกน้องไปวัดอื่น
แต่ขุนพลสยองขวัญไม่กังวล เขารู้จากสายว่าบ้อเช้งไปที่วัดนายพล Li
ถึงเวลาใช้แผนสองแล้ว




ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย บ้อเช้งสังเกตเห็นว่าผนังฝั่งที่มีภาพเขียนมีห้องลับซ่อนอยู่




เพียงหมัดเดียวของทิชิ่ว ก็ทลายผนังได้



ห้องสมบัติวางกับดักเอาไว้ แค่เดินผ่านกับดักจะทำงาน
แม้แต่ตุยเมี่ยที่มีวิชาตัวเบาสูงส่งก็ผ่านไปไม่ได้




บนพื้นมีตารางเหมือนกระดานหมากรุก ขอใช้สมองนิดนึงนะ
บ้อเช้งนึกถึงกระดานหมากรุกบนภาพฝาผนัง
หากจะผ่านเข้าไปได้ต้องเดินตามกระดานหมากรุกนั้น

ตุยเมี่ยเกี่ยงให้ทิชิ่วเข้าไปก่อน ก็ไหนอยากเข้าไปเป็นคนแรกไง
บ้อเช้งส่งสายตาให้ทิชิ่วผลักตุยเมี่ยเข้าไปก่อน





ตุยเมี่ยเดินตามที่บ้อเช้งกำหนด จนผ่านไปสำเร็จ



สมบัติเยอะแยะ เกิดมาไม่เคยเห็น ตุยเมี่ยขอแฮ้บซักแท่งสองแท่งไม่ได้หรือไง



เจอแล้วป้ายทองคำที่ตามหา บ้อเช้งเตือนตุยเมี่ย อย่าเพิ่งแตะ ระวังกับดัก




ตัวอันตรายตามมาจนได้

แนฮ้วย: ส่งป้ายอาญาสิทธิ์มาให้ข้า
บ้อเช้ง: ฝันไปเถอะ
แนฮ้วย: อย่าบังคับให้ข้าต้องฆ่าเจ้า
ทิชิ่ว: 3 ต่อ 1 เจ้าห่วงตัวเองดีกว่า
บ้อเช้ง: แค่ข้าคนเดียวก็ล้มเขาได้
แนฮ้วย: งั้นเจ้าสามคนต้องตาย





ทั้งสี่ต่อสู้กันจนห้องสมบัติถล่ม
แนฮ้วยพลาดท่าให้กับบ้อเช้งและทิชิ่วจนได้รับบาดเจ็บ
แต่ไม่ยอมรามือง่ายๆ





ข้างในสู้กันอย่างดุเดือด ตุยเมี่ยเกือบซิวปัายอาญาสิทธิ์หนีไปคนเดียวแล้ว
ดีที่ยังมีสำนึกกลับมาช่วย
แนฮ้วยพลาดท่าโดนกับดัก หลบธนูไม่พ้น






ตุยเมี่ยยังไม่วายสะเพร่า ทำกล่องตกเห็นป้ายอาญาสิทธิ์ข้างไน
มา ให้บ้อเช้งเก็บเอง ขืนให้ตุยเมี่ยเก็บมีหวังเจอฮุบแหง





พอตุยเมี่ยรู้ว่าคนที่มีป้ายนี้จะอยากจะขออะไรฮ่องเต้ต้องรับปาก
ก็เกิดอยากจะได้ขึ้นมาทีเดียว
ไม่รู้หรือไงว่าคนนอกที่รู้เรื่องนี้ต้องตาย
ถ้าไม่อยากตายล่ะก็ มาเป็นมือปราบในสังกัดสิ
โดนขู่บังคับอย่างนี้ ตุยเมี่ยก็ต้องจำใจยอมรับ






จูกัวะไม่ว่างใจ ขอเห็นศพแนฮ้วยหน่อย
เอาล่ะสิ ปรากฎว่าแนฮ้วยหนีรอดไปได้





เซี่ยวตอกลับไปที่ถ้ำเพื่อคืนหยกให้แนฮ้วย
จึงพบเขารับบาดเจ็บกลับมา





จูกัวะซิงแซตามรอยแนฮ้วยมาถึงถ้ำ เพื่อสังหารเขา
แต่เซี่ยวตอขัดขวาง ในความคิดของนาง แนฮ้วยไม่ใช่คนไม่ดีซักหน่อย




เมื่อจูกัวะซิงแซเห็นหยกของแนฮ้วย ก็ยอมยั้งมือไว้ชีวิต




ฮ่องเต้พอพระทัยที่จูกัวะซิงแซนำป้ายอาญาสิทธิ์คืนมาได้สำเร็จ
จึงอนุญาตให้ตั้งกองปราบขี้นใหม่ แม้ฉั่วเกียจะไม่พอใจก็ไม่สามารถทำอะไรได้





ทิชิ่วดีใจที่ได้เป็นมือปราบสมความตั้งใจ
ส่วนตุยเมี่ยกลับเซ็ง ถ้าไม่บังคับล่ะก็ ไม่เป็นให้โง่หรอก





สามมือปราบเห็นแนฮ้วยมาเหยียบถึงถิ่น คิดว่ามาล้างแค้นซะอีก




จูกัวะแนะนำมือปราบคนที่ 4 แนฮ้วย









 

Create Date : 10 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:55:23 น.
Counter : 1586 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 4





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 4



ตุยเมี่ยถูกบังคับให้ดื่มยาพิษ โชคดีที่จูกัวะซิงแซมาทันเวลา
(สงสัย O-yo แอบติดสินบนคนเขียนบท)





ที่จริงคนที่คิดวางยาตุยเมี่ย คือ ตระกูล Tsui ที่เคียดแค้นเขา
จนไม่อาจทนรอให้ถึงเวลาประหารชีวิตในช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้
เพื่อช่วยชีวิตตุยเมี่ยชั่วคราว จูกัวะซิงแซได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ย้ายที่คุมขังเขา




จูกัวะซิงแซขอให้ตุยเมี่ยช่วยพานักโทษ Kuk Wan-yeung หลบหนีจากคุก
เมื่อหนีออกมาได้ ให้เดินทางไปทางตะวันตกสิบลี้ จะมีคนรอพบอยู่
หากทำไม่สำเร็จ ก็อย่าหวังว่าจูกัวะจะช่วยพลิกคดีให้ได้





ในคุก ผู้คุมใช้อภิสิทธิ์ให้นักโทษมาต่อสู้กัน
ผู้ชนะจะได้ดื่มกินอย่างอิ่มหนำ โดยนักโทษที่โหดสุด คือ Big Biu




ในที่สุด จูกัวะซิงแซก็รับทิชิ่วเป็นศิษย์คนที่สอง บ้อเช้งได้เป็นศิษย์พี่โดยไม่ทันรู้ตัว

บ้อเช้ง: ไหนท่านอาเคยว่าจะไม่รับศิษย์
จูกัวะซิงแซ: จริงด้วย งั้นก็ เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าสอนวรยุทธ์ให้
เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านอาเหมือนบ้อเช้งแล้วกัน
ทิชิ่ว: ได้ครับท่านอา ศิษย์พี่ ข้าต้องเรียนรู้จากท่าน

(บ้อเช้งทำหน้าแบบโคคคคตรเต็มใจเลย กร๊าก)






จูกัวะเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดี รีบเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องขุมทรัพย์

เรื่องประวัติศาสตร์ พี่บ้อเช้งถนัดค่ะ
ในอดีต หัวหน้าราชองค์รักษ์วังหลวง Chiu Hong-yan ยกทัพขึ้นเหนืออ้างว่าจะไปตีซี่ตัน
(เดาว่าคือ เจ้าควงอิ้น ที่ต่อมาขึ้นครองราชย์ พระนามฮ่องเต้ซ่งไท่จู่)
ตระกูล Chai ได้สนับสนุนเงินทองมากมายเพื่อสนับสนุนการทหาร
สุดท้ายจึงก่อตั้งราชวงศ์ซ่งสำเร็จ หลังจากนั้น ขุมทรัพย์เหล่านั้นก็ถูกนำไปเก็บซ่อนไว้
ผู้ซ่อนขุมทรัพย์ได้วาดภาพเขียนขึ้นเป็นแผนที่ขุมทรัพย์ 4 ภาพด้วยกัน
จูกัวะซิงแซพบภาพวาดดังกล่าว 2 ภาพ
ส่วนอีกภาพหนึ่งนั้น Tsui Hoi ได้ขายให้กับ Hon Bun
คงต้องให้บ้อเช้งกับทิช่ิวช่วยกันสืบหา





บ้อเช้งเสนอให้แยกย้ายกันไปหาภาพเขียนที่เหลืออีกสองภาพ
ก็คนเขาชอบทำงานคนเดียวอ่ะ
ไม่จำเป็นหรอก อีกภาพหนึ่งนั้น กำลังให้ตุยเมี่ยดำเนินการเกาะติดสถานการณ์อยู่

โห ท่านจูกัวะแผนสูงชะมัด วางแผนใส่ความตุยเมี่ยให้ติดคุกจะได้ทำงานให้

ทิชิ่ว: ผู้ร้ายในคุกนั้นดุร้ายนัก ท่านอาส่งใครไปช่วยเหลือตุยเมี่ยหรือไม่
จูกัวะซิงแซ: ข้าเชื่อในความสามารถของตุยเมี่ย
บ้อเช้ง: แปลว่าไม่ (ฮั่นแน่ พี่บ้อเช้งเริ่มห่วงใยตุยเมี่ยซะแล้ว)




ตุยเมี่ยฝันเห็นเซี่ยวเถ่าขอร้องให้เขาเลิกทำตัวเป็นสิบแปดมงกุฎ เขารับปากนาง




ตุยเมี่ยพยายามสอบถามเรื่อง Kuk Wan-yeung จากเจ้าหัวโตที่อยู่ห้องขังเดียวกัน
เจ้าหัวโตบอกว่าอยู่ที่นี่มานานสามปีแล้ว ยังไม่เคยได้ยินชื่อนี้




ผู้คุมนำนักโทษมาสู้กันอีกแล้ว
Big Biu จอมโหด โหดสมชื่อ





ระหว่างการต่อสู้ หัวหน้าผู้คุมตาไว เห็นตุยเมี่ยเตะก้อนอิฐหลบ
เพื่อไม่ให้นักโทษกระแทกก้อนอิฐได้รับบาดเจ็บ

Big Biu ลงมือหนักถึงกับฆ่าคู่ต่อสู้ หัวหน้าผู้คุมให้ทิ้งศพลงเหว





บ้อเช้งและทิชิ่วเดินทางไปเมือง Chan Kiu เพราะได้เบาะแสว่า Hon Bun อยู่ที่เมืองนี้
ทิชิ่วยังคิดประสาซื่อว่ารัฐประกาศห้ามไม่ให้ซื้อขายสมบัติชาติ
Hon Bun น่าจะคืนรูปภาพให้แต่โดยดี ขำน่ะ





บังเอิญจริงๆ เจ้าสำนัก Lam Po-tin พาบุตรสาวและลูกน้องมาแวะโรงเตี๊ยมเดียวกัน
Lam Yeuk-fei ดีใจที่ทิชิ่วมาอยู่เมืองหลวง นางจะได้มีโอกาสท้าสู้กับเขาได้





เจ้าสำนัก Lam เร่งร้อนจากไป บ้อเช้งรู้ทันว่าสำนักฟ้าเดินทางไปเมือง Chan Kiu แน่
จึงเร่งออกเดินทางทันทีจะยอมให้เจ้าสำนัก Lam ตัดหน้าไม่ได้




ทิชิ่วเห็นสาวน้อยกำลังปีนหน้าผาขึ้นไปหาสมุนไพร
เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง






บ้อเช้ง: ห่วงนัก เจ้าก็คอยช่วยนางอยู่ที่นี่แล้วกัน
ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน
ทิชิ่ว: หากท่านคิดถึงคนอื่นก่อนพูดก็คงจะดี
บ้อเช้ง: ทำไมข้าต้องถนอมน้ำใจเจ้าด้วย
ทิชิ่ว: ยังไงเราก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน
บ้อเช้ง: เรามีหน้าที่ต้องกระทำ ข้าไม่อยากเสียเวลา

(พูดจากันได้ Y มากค่ะ โธ่ บ้อเช้ง หึงก็ไม่บอกอ่ะ)




พูดไม่ทันขาดคำ สาวน้อยก็ร่วงลงมาซะแล้ว
ทิชิ่วช่วยรับนางไว้ทัน




บ้อเช้ง: จะทำอะไร ต้องรู้ขีดความสามารถของตัวเองด้วย
ไม่เช่นนั้น จะทำให้คนอื่นต้องพลอยเดือดร้อน





ทิชิ่ว: อย่าโกรธศิษย์พี่ของข้าเลยนะ แม่นาง รักษาตัวด้วย



ไปถึงเมือง Chan Kiu สำนักฟ้ากับสำนักเสือบินต่อสู้แย่งชิงตัว Hon Bun
ทิชิ่วเห็น Lam Yeuk-fei ลงมือหนักจึงเข้าขวาง





บ้อเช้งใช้อาวุธลับปัดอาวุธของสองเจ้าสำนัก



เจ้าสำนักเสือบินคิดลงมือจับตัว Hon Bun แต่แม่นางซ่งเข้าขวางไว้



ศิษย์สำนักเสือบินฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอลงมือ
แม่นางซ่งก็ชิงใช้เข็มสะกัดจุด หากกล้าขยับ รับรองเป็นอัมพาตชัวร์





Hon Bun อาการกำเริบ กระอักเลือดออกมากองใหญ่
แม่นางซ่งขอให้ทุกฝ่ายรอให้ Hon Bun อาการดีขึ้นก่อน

เจ้าสำนักทั้งสองยอมแยกย้าย อีกสองสามวันค่อยมาใหม่

เอ๊ คนเขาจะไปแล้ว จะจับแส้ไว้อีกนานมั้ยเนี่ย





แม่นางซ่งช่วยดูแล Hon Bun
ทิชิ่วดูจะประทับใจในตัวนาง ส่วนบ้อเช้งน่ะรึ เฮอะ ไม่อยู่ในสายตา





ทิชิ่วอยากรู้ว่า Hon Bun ป่วยเป็นโรคอะไร
แม่นางซ่งยังเป็นหมอมือใหม่ รักษามานานแล้วก็ยังไม่รู้สมุฎิฐานของโรค

บ้อเช้ง: ถ้าเจ้าไม่เก่งดังว่า เหดุใดท่าน Hon จึงยอมให้เจ้ารักษา
ฐานะอย่างท่าน Hon จะหาหมอเทวดายังได้
แม่นางซ่ง: ท่านไม่สังเกตหรือว่า ข้างกายท่าน Hon มีเพียงเด็กรับใช้
หามีครอบครัวอยู่ด้วยไม่ หลายปีมานี้ มีหมอเก่งๆ มากมายมารักษาท่าน Hon
แต่สุดท้าย พวกเขาก็ทนรับอารมณ์่ท่าน Hon ไม่ได้





เนื่องจาก แม่นางซ่งสนใจศึกษาโรคแปลกๆ
นางจึงรบเร้าขอรักษาโรคให้ท่าน Hon

บ้อเช้ง: ไหนเจ้าว่าเจ้าไม่มีความสามารถพอไงล่ะ
เจ้าเห็นท่าน Hon เป็นหนุทดลองยาหรือไง
หรือไม่เจ้าก็ซ่อนอะไรไว้
แม่นางซ่ง: ว่าแต่ข้า แล้วพวกท่านล่ะ
แม้ว่าท่านจะห้ามสองสำนักไม่ให้ต่อสู้กัน
แต่ท่านก็มีเป้าหมายเดียวกันกับพวกเขานั่นแหละ
ท่านก็มาเพื่อสมบัติเช่นกัน ข้าพูดถูกมั้ย
ทิชิ่ว: แม่นางอย่าได้เข้าใจผิด พวกเรา
แม่นางซ่ง: ช่างเถอะ ข้าไม่สนใจว่าพวกท่านจะทำอะไร
ข้าสนใจท่าน Hon คนเดียว ข้าไม่ยอมให้ใคร รวมถึงพวกท่าน
มารบกวนคนไข้ของข้า
บ้อเช้ง: ไม่ต้องห่วง ข้าไม่สนใจคนไข้ของเจ้า





ตุยเมี่ยอิจฉาที่เจ้าหัวโตได้กินอาหารดีกว่าคนอื่น
ไม่ได้รู้เลยว่า คนคุกที่ได้กินอาหารดีๆ แปลว่าถูกเลือกให้ต่อสู้กับ Big Biu
เจ้าหัวโตกลัวตาย จึงยอมรับว่าตัวเองเป็น Kuk Wan-yeung
ไม่เชื่อดูขื่อที่สักไว้ที่แขนก็ได้ คนคุกกลัวตายแล้วศพไร้ชื่อ
จึงสักชื่อตนเอาไว้ หากมีผู้ใจบุญผ่านมาพบศพ จะได้ช่วยตั้งป้ายสุสานให้





เพื่อช่วย Kuk Wan-yeung ตุยเมี่ยจึงทำร้ายร่างกายให้เขาไม่สามารถลงต่อสู้ได้
ผู้คุมจำได้ว่าตุยเมี่ยมีวรยุทธ์ จึงเลือกให้เขาลงแทน ถ้าแพ้ล่ะก็ ตายแน่




หัวหน้าผู้คุมร้ายกาจกว่า ใช้โซ่ล่ามขาตุยเมี่ยเอาไว้
เขาไม่สามารถต่อสู้ได้ถนัด จึงบอบชำ้ไม่น้อยกว่าจะเอาชนะ Big Biu ได้





Kuk Wan-yeung เห็นแก่ตุยเมี่ยช่วยชีวิต
จึงยอมเล่าความจริงว่าตระกูล Kuk มีแผนที่ขุมทรัพย์
แต่ Kuk Wan-yeung ไม่เชื่อว่าเป็นของจริง
ถ้าเป็นของจริง ป่านนี้ตระกูล Kuk ก็ร่ำรวยแย่แล้ว
เมื่อ Kuk Wan-yeung ถังแตก เขาจึงเอาแผนที่ขุมทรัพย์ไปจำนำ
หฃังจากนั้น ก็พลั้งมือฆ่าคนตายจนมาติดคุกเนี่ยแหละ

หัวหน้าผู้คุมไม่พอใจที่ตุยเมี่ยทำให้เขาเสียเงินไม่น้อย
ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ




บ้อเช้งพบแม่นางซ่งสลบอยู่ ก็นึกว่านางถูกทำร้าย
ที่ไหนได้นางลองยารักษาท่าน Hon
ยังดีที่นางพกยาขจัดไว้ในล่วมยา

แม่นางซ่ง: ข้านึกว่า หนนี้ข้าจะไม่รอดซะแล้ว
บ้อเช้ง: ถ้าเจ้ายังขืนเอาตัวเองเป็นหนูทดลองยาอยู่อย่างนี้ คงได้ตายสมใจแน่
แม่นางซ่ง: ถึงยังไง ข้าก็ขอบคุณท่านที่ช่วยข้าไว้





เจ้าสำนักฟ้า กับเจ้าสำนักเสือบิน ใจร้อน ทนรอต่อไปไม่ไหว
ยกพวกมาบุกบ้าน Hon Bun อีก

แม่นางซ่งเป็นห่วงท่าน Hon จึงเข้าขวาง
เจ้าสำนักเสือบินใช้ดาบข่มขู่นาง ทำให้บ้อเช้งต้องลงมือ





Hon Bun ไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อ จึงมอบปริศนาลายแทงขุมทรัพย์ออกมา
เจ้าสำนักฟ้ากับเจ้าสำนักฟ้า แย่งชิงได้คนละครึ่ง

เกิดบนภูเขา ตายในหม้อ ซ่อนในน้ำร้อน มีชีวิตอยู่ในถ้วย

ปริศนาลายแทงขุมทรัพย์แน่เหรอเนี่ย




แม่นางซ่งช่วยฝังเข็มให้ Hon Bun เข้าเพ้อหาอาฟา
ทิชิ่วพบป๋องแป๋งที่มีชื่อฟาสลักอยู่




คนเขากำลังคิดแก้ปริศนา มาเล่นป๋องแป๋งอยู่ได้
ความจริงบ้อเช้งก็เป็นห่วงอาการท่าน Hon แต่ภาระช่วยเหลือท่านอาก็ต้องเร่งรีบเช่นกัน

ทิช่ิวสงสัยว่าที่ท่าน Hon ป่วยไม่หาย น่าจะเป็นทางด้านจิตใจ

บ้อเช้ง: ข้านึกว่าเจ้าอยากเป็นมือปราบ ไม่นึกว่าอยากจะเป็นหมอด้วย




ทิช่ิวอยากช่วยเหลือท่าน Hon ด้วยการตามหาภรรยาและบุตรสาวกลับมาพบหน้าเขาสักครั้ง

บ้อเช้ง: ข้าไม่สนใจเรื่องชาวบ้าน แต่ถ้าเจ้าอยากทำ ก็ไม่เห็นจะเสียหาย




ทิชิ่วตามหาอาฟาจนเจอ แต่นางยังไม่อภัยให้บิดา
ที่วันวัน เอาแต่เที่ยวหาความสำราญนอกบ้าน
ทำให้มารดาต้องหนีออกจากบ้าน และตรอมใจจนตาย
คนแบบนี้ ไม่สมควรเป็นสามี หรือเป็นพ่อใคร
ต่อให้ตายไปก็ไม่ไปดูใจหรอก ว่าแล้วก็เขวี้ยงป๋องแป๋งทิ้งไปซะ

Lam Yeuk-fei ไม่รู้โผล่มาจากไหน พูดเรื่องพ่อเข้าหน่อย ยอมไม่ได้เลย
เป็นพ่อลูกกัน ก็ต้องเป็นพ่อลูกไปตลอดชีวิต เปลี่ยนไม่ได้หรอก
อย่างน้อยอาฟาก็ได้อยู่กับแม่ ไม่เหมือนนางที่แม่ตายตั้งแต่คลอดนาง

เผลอเถียงกันแป๊บเดียว อาฟาหนีกลับบ้านไปแล้ว







ทิชิ่วตามอาฟามาถึงบ้าน นางก็ไม่ยอมเปิดประตูออกมา
เขาได้พบเซี่ยวกวงลูกชายอาฟา

Lam Yeuk-fei ตามเอาป๋องแป่๋งมาให้
อาฟาได้ยินเสียงป๋องแป๋ง นางจึงยอมเปิดประตูออกมา






อาฟานึกถึงบิดานางทำป๋องแป๋งให้เล่นตอนเด็ก
จึงตัดสินใจไปพบเขาในที่สุด





บ้อเช้งไม่ยอมกินอะไรถ้ายังคิดปริศนาไม่ออก
เมื่อเห็นน้ำชาในถ้วยชา ก็ขบปริศนาแตก





สมบัติน่าจะถูกซ่อนไว้ที่ไร่ชานี่แหละ

ปรากฎว่าสองเจ้าสำนักก็คิดออกไล่ๆ กัน หากันไปหากันมา
เจอแต่ปิ่นปักผมเก่าๆ เจ้าสำนักฟ้าจึงเขวี้ยงปิ่นทิ้ง
บ้อเช้งเห็นแล้วชักสงสัยว่า ปริศนานั้นจะเป็นของปลอม






บ้อเช้งอ่านออกว่าปิ่นนี้เป็นของฮูหยิน Hon Bun
ปิ่นนี้ เป็นปิ่นของหมั้นของทั้งคู่
ตอนฮูหยินจากไปทิ้งปริศนาไว้ บอกว่าถ้าเขาแก้ปริศนา หาของสำคัญเจอ
นางจะยกโทษให้กับเขา คิดไม่ถึงว่าสายไปยี่สิบปี

ทิชิ่วพาอาฟามาหาบิดา





บ้อเช้ง: เป็นไง รู้สึกดีที่ได้ทำความดีใช่มั้ยล่ะ
ทิชิ่ว: ท่านสิเก่งกว่าข้า สามารถแก้ปริศนาที่ท่าน Hon แก้ไม่ได้มายี่สิบปี
บ้อเช้ง: แก้ปริศนาได้แล้วไง อย่าลืมว่าเรายังหาลายแทงสมบัติไม่เจอ

พูดไม่ทันขาดคำ คนรับใช้ก็นำลายแทงสมบัติของแท้จากท่าน Hon มาให้

น้องมลเอ๋ย คู่นี้เขาขยันสบตากันบ่อยๆ ตุยเมี่ยแห้วแน่






ฮ่องเต้ทรงได้ยินเรื่องชาวยุทธ์ออกตามหาขุมทรัพย์ทำให้ทรงกังวลหนัก
เพราะปฐมกษัตริย์ได้มอบป้ายทองคำให้กับชาวยุทธ์
โดยรับปากว่า ใครที่มีป้ายนี้ จะสามารถขออะไรจากฮ่องเต้ก็ได้
หากตกอยู่ในมือคนร้าย ก็จะเป็นร้ายมากกว่าดี
จูกัวะซิงแซมั่นใจว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงได้ภาพเขียนสุดท้ายมา
ก็จะต้องหาขุมทรัพย์ได้อย่างแน่นอน




ผู้คุมเป็นใจให้นักโทษเข้ามาลอบทำร้ายตุยเมี่ยกับ Kuk Wan-yeung
โชคดีที่ทั้งคู่หลบหนีจากที่ห้องขังไปก่อนหน้าแล้ว
แต่ก็ต้องมาจนมุมที่หน้าผา ตุยเมี่ยมั่นใจในวรยุทธ์ของตน จึงกล้าโดดลงไป





รอดตายจากตกหน้าผา ไม่รู้ว่าจะรอดจากแนฮ้วยหรือเปล่านะตุยเมี่ยนะ










 

Create Date : 07 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:54:52 น.
Counter : 1282 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 3





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 3



พ่อบ้าน Wai ยังตีหน้าซื่อ ไม่รู้เรื่องรู้ราว
บ้อเช้งจะไขปริศนาให้ละกัน

เรื่องกุญแจไขเข้าห้องลับ พ่อบ้าน Wai เป็นคนเดียวที่มีโอกาสสับเปลี่ยน
ตอนท่านอ๋องมอบกุญแจให้เปิดประตู






ส่วนคนร้ายชุดดำ ก็เป็นเพียงหุ่นที่พ่อบ้านทำขึ้น
พ่อบ้าน Wai ทำทีเป็นถูกทำร้าย แล้วใช้เชือกตัดหุ่นชายชุดดำ
เพื่อให้บ้อเช้งเป็นพยานว่าตนไม่ใช่คนร้าย




พ่อบ้าน Wai: ต่อให้ข้าขโมยกระบี่ ข้าก็ไม่สามารถฆ่าท่าน Ho Ying ได้
เพราะหลังจากนั้น ข้าก็อยู่กับท่านตลอดเวลา
บ้อเช้ง: Ho Ying ตายก่อนหน้าที่ข้าจะพบท่าน
Lam Yuek-fei: เป็นไปไม่ได้ Ho Ying ถูกสังหารด้วยกระบี่ที่ถูกขโมยไป
เขาจะตายก่อนกระบี่ถูกขโมยได้ยังไง
บ้อเช้ง: กระบี่ถูกขโมยไปก่อนหน้านั้นแล้ว เขาเพียงแค่สร้างสถานการณ์ให้พวกเราเข้าใจผิด

การทิ้งศพในลำธาร เพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือด
และทำให้การสันนิษฐานเวลาตายคลาดเคลื่อน
ส่วนเศรษฐีเฉิน และนายพล Lui Po ก็เป็นฝีมือพ่อบ้าน Wai
ไต้ซือเพียงแต่รับผิดแทน





เมื่อถูกเปิดโปง พ่อบ้าน Wai ก็ไม่ยอมใหจับง่ายๆ
เขาต่อสู้กับมือปราบทิชิ่ว ไปจนมุมที่ริมหน้าผา





ที่แท้ พ่อบ้าน Wai เป็นบุตรชายของตระกูล Ngau ที่ถูก Ho Ying และพวกปล้นฆ่า
ไต้ซือเห็นรอยปานจึงรู้ความจริง เพื่อชดเชยความผิด จึงยอมรับผิดแทน





พ่อบ้าน Wai ยังไม่ยอมอภัย และคิดฆ่าไต้ซือ



ทิชื่วเข้าขัดขวาง และซัดทำร้ายพ่อบ้าน Wai ไปจนตกหน้าผา
ซินแสตุยเสุดซวยโดนกระแทกตกลงไปด้วย
บ้อเช้งรีบยิงโซ่จากเก้าอี้ ให้ทิชิ่วจับไว้
ทิชิ่วโดดตามลงไปจับพ่อบ้าน Wai ไว้ทัน

ทิชิ่วเท่มากเลยค่ะ ฉากนี้

น้ำหนักของทั้งสามคน ถ่วงเอาเก้าอี้บ้อเช้งเกือบตกหน้าผาไปด้วย
ดีที่จูกัวะซิงแซช่วยดึงไว้ทัน








พ่อบ้าน Wai ยอมตายไม่ยอมถูกจับ ซินแสตุยน่ะสิ จะพลอยตายไปด้วย
พ่อบ้าน Wai ไม่สน โลกมันก็อยุติธรรมแบบนี้แหละ คนดีตายไว คนร้ายตายช้า
คนเราไม่ตายวันใดก็วันหนึ่ง

จูกัวะซิงแซ: ถ้าท่านตายเช่นนี้ จะมีหน้าไปพบพ่อแม่ได้อีกหรือ
เพราะท่านเองก็ไม่แตกต่างจากพวก Ho Ying คือเป็นฆาตกร
พ่อบ้าน Wai: พวกมันสมควรตาย
จูกัวะซิงแซ: ท่านไม่พูด ใครจะรู้ ไหนๆ ก็จะต้องตายอยู่แล้ว
สู้ขึ้นศาลเปิดโปงความชั่วของพวก Ho Ying ให้พ่อแม่ท่านตายตาหลับ





พ่อบ้าน Wai คิตตก ไม่ยอมตายแล้ว ซินแสตุยค่อยหายใจโล่ง




ด้วยความดีความชอบในการคลี่คลายคดี
ท่านอ๋อง Chai ตัดสินใจกราบทูลฮ่องเต้ให้เปิดกองปราบภายใต้สังกัดจูกัวะซิงแซอีกครั้ง
พร้อมประทานป้ายทองคำให้จูกัวะเร่งเดินทางสู่เมืองหลวง





พระชายาเอาหัวทวนมาคืนจูกัวะซิงแซ
เขาไม่หวังว่าศิษย์น้องผู้นี้จะยอมให้อภัย
แต่อย่างน้อยก็อยากให้นางลืมอดีต และมีชีวิตที่มีความสุข

พระชายา: ท่านไม่ต้องมาสั่งสอนข้า ชาตินี้ เราอย่าได้เจอกันอีกเลย




มีพบก็ต้องมีจาก ทิชิ่วส่งสองอาจารย์ศิษย์ที่ประตูเมือง
หนนี้ นับว่ามือปราบเล็กๆ อย่างเขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย
บ้อเช้งท่าทางจะไม่ค่อยกินเส้นกับทิชิ่ว ก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้อ่ะนะ
เห็นท่านอาชื่นชมคนอื่นเข้าหน่อยเป็นไม่ได้เลย

บ้อเช้ง: จะคลี่คลายคดี อาศัยหมัดอย่างเดียวไม่ได้หรอก
ถึงท่านจะทำดีที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลดีเสมอไป
ทิชิ่ว: ข้าจะจดจำไว้





ซินแสตุยขอร่วมเดินทางไปเมืองหลวงด้วย

อะไรยะ ตามมาเกาะแกะพี่บ้อเช้งอีกแล้ว
O-yo อันนี้ พี่ก็ช่วยไม่ได้นะ ซินแสตุยเขาเป็นฝ่ายตามตื๊อเอง
โถ สงสารทิชิ่วจัง





Lam Yuek-fei อุตส่าห์อาศัยทีเผลอ (เห็นทิชิ่วมัวแต่เหม่อมองพี่บ้อเช้งอยู่ล่ะซี้)
นางก็ยังทำร้ายทิช่ิวไม่ได้ซะที มันน่าโมโหนัก

ทิชิ่ว: ทำร้ายเจ้าหน้าที่พนักงาน โทษหนักนะ





Lam Po-tin ห้ามบุตรสาวไม่ให้หาเรื่องทิชิ่วอีก
พ่อนะพ่อ เข้าข้างคนนอกได้

Lam Yuek-fei: ซักวันเถอะ ข้าจะจัดการท่านให้ได้





เพื่อนมือปราบต่างไม่เข้าใจที่ทิชิ่วไม่ได้ความดีความชอบอะไรจากคดีนี้
คิดจะฝากเนื้อฝากตัวเพื่อได้ดีซะหน่อย อดเลย

ทิชิ่วเห็นเพื่อนๆ เก็บค่าคุ้มครองกับชาวบ้านก็ไม่พอใจ
ห้ามปรามก็ไม่เชื่อกัน เงินเดือนมือปราบมันนิดเดียว ไม่มีรายได้เสริมจะอยุ่ไหวเหรอ
หัดกินตามน้ำซะบ้าง ถ้ายังอยากเป็นมือปราบอยู่ล่ะก็





ทิชิ่วเห็นเด็กถูกตีเพราะขโมยซาละเปาถวายเจ้าแม่กวนอิม ก็อดไม่ได้ ต้องเข้าห้าม
เลือดรักความยุติธรรมเฮียแกแรงมาก





บ้านทิชิ่วเองยากจนเหลือเกิน กินข้าวกันมีเนื้อแค่สองชิ้น
ทิชิ่วเบื่อวงการมือปราบที่โกงกินกันเหลือเกิน ยากจะลาออกไปทำงานกับจูกัวะซิงแซมากกว่า
บิดาทิชิ่วเกรงว่าจูกัวะจะพูดไปตามมารยาท อาจไม่ได้ชื่นชมเขาจริงจัง
ยังดีมีน้องสาวคอยให้กำลังใจ





เด็กที่ทิชิ่วช่วยไว้ตอนบ่าย นำผลไม้มาตอบแทน
บิดาทิช่ิวเห็นก็รู้ว่ายากที่จะให้ทิชิ่วเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น
จึงอนุญาตให้ทิชิ่วเดินทางไปเมืองหลวง
จะสำเร็จหรือไม่ อย่างน้อยก็ได้ลองพยายามดู





ตุยเมี่ยเลิกปลอมตัวเป็นซินแส
บ้อเช้งเริ่มรำคาญ มาเกาะกินอยู่ได้ เมื่อไหร่จะแยกไปซะที
ถ้าไม่แห้วมรดกเศรษฐีเฉินล่ะก็ ไปนานแล้ว

ตุยเมี่ย: พูดจาไร้น้ำใจสมชื่อเลยนะ ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว​ (ตอนไหนยะ)





ตุยเมี่ยคุยว่าตัวเองมีวรยุทธ์เป็นเยี่ยม แหม ดูไม่ออกเลย
เยี่ยมในด้านสิบแปดมงกุฎสิไม่ว่า

ตุยเมี่ย: ถ้าไม่เห็นว่าท่านเป็นคนพิการ ข้าจะต้องสั่งสอนเจ้าแน่

อ้าว อ้าว ปากเสียแล้วดิ หนอยแตะปมด้อยพี่บ้อเช้ง เด๋วโดน





เด็กรับใช้ของบ้อเช้งไม่อยากจะเชื่อ โหย น้ำหน้าอย่างนี้หรือจะสู้บ้อเช้งได้ถึงสิบเพลง
แค่สามเพลงก็ไม่น่าจะรอดแล้ว
หยามกันอย่างนี้ ตุยเมี่ยต้องลงมือซะแล้ว เฮ้อ เห็นมั้ยดูถูกกันชัดๆ สามเพลงที่ไหน แค่เพลงเดียวก็จอดแระ

ตุยเมี่ย: โธ่เอ๋ย ข้าเห็นท่านพิการ เลยออมมือให้หรอก

ดู๊ดูปาก มันน่ามั้ยเนี่ย






ตุยเมี่ยยังตามไม่เลิก ไล่ก็ไม่ไป คนอะไร



ระหว่างทาง พวกเขาพบเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
เมื่อนักฆ่าเลือดเย็นดักสังหารหัวหน้าพรรคบุปผา





ความรวดเร็ว เหี้ยมหาญของนักฆ่า เล่นเอาทุกคนตะลึง




ตุยเมี่ยไม่พอใจที่จูกัวะซิงแซชื่นชมนักฆ่าที่ลงมือรวดเร็ว
จึงคิดพิสูจน์ว่าตนเองเร็วกว่า

(จริงๆ อิจฉาที่เห็นบ้อเช้งมองนักฆ่าเลือดเย็นซะตาค้างก็บอกมาเหอะ)

ไล่ตามไปถึงช่องเขา ตุยเมี่ยหลงดีใจคิดว่านักฆ่านั้นหนีไปแล้ว






ที่ไหนได้ นักฆ่าเลือดเย็นดักรอตุยเมี่ยอยู่ เกือบคอขาดแล้วมั้ยล่ะ

แนฮ้วย: เลิกตามข้าซะที
ตุยเมี่ย: ไม่ต้องบอก ข้าก็ไม่ตามให้โง่หรอก





ตุยเมี่ยกลับมาโม้ว่าไล่ตามนักฆ่าได้ เกิดต่อสู้กัน แล้วเขาก็ทำร้ายนักฆ่าหนีไป
โม้ไปเหอะ ไม่มีใครยอมเชื่อซักคน
ตุยเมี่ยขอฝากตัวเป็นมือปราบในสังกัด แต่จูกัวะปฏิเสธ
ยังไม่แน่ซักหน่อยว่าจะเปิดกองปราบได้ แยกย้ายกันตรงนี้เลยแล้วกัน

เใทาอไใาฝห่จสใไป ก็ขอจิ๊กป้ายทองคำท่านอ๋องไว้แล้วกัน






เจ้าสำนักฟ้า เป็นสหายกับเจ้าสำนักบุปฝา
เขาสงสัย Ling Lok-shek หัวหน้าสหพันธ์จ้างนักฆ่ามาสังหาร To Wai เพราะเขาปฏิเสธเข้าร่วมสหพันธ์
หัวหน้าสหพันธ์ปฏิเสธ ซ้ำยังยืนยันจะหาตัวนักฆ่ามาให้ได้





น่าเสียดายที่บรรดาสำนักอื่นๆ ต่างยอมสยบให้กับสหพันธ์กันใหญ่
เจ้าสำนัก Lam หวังพึ่งคำสั่งลับของฮ่องเต้ To chai
ร่ำลือกันว่าผู้ถือคำสั่งลับนี้จะสามารถบัญชาสำนัก ค่ายพรรคทั่วยุทธจักรได้
จะหาคำสั่งลับต้องหาบันทึกขุมทรัพย์สามม้วนให้เจอก่อน




จูกัวะซิงแซเดินทางถึงเมืองหลวงก็พบว่าท่านซือหม่าถูกฉั่วเกียใส่ร้ายจนต้องโทษ



เรื่องการเปิดกองปราบขึ้นใหม่ก็ดูท่าว่าจะยากเย็น เพราะฉั่วเกียคอยขัดขวาง



พูดถึงฉั่วเกีย ฉั่วเกียก็มา ฉั่วเกียตอกย้ำให้จูกัวะซิงแซรู้ว่า
เขาจะหาทางขัดขวางไม่ให้จูกัวะตั้งหน่วยกองปราบขึ้นมาใหม่ได้ง่ายๆ




ตุยเมี่ยมาถึงเมืองหลวง เห็นอันธพาลข่มขู่เงินค่าคุ้มครองจากพ่อแม่
จึงใช้ป้ายทองคำที่ท่านอ๋อง Chai ประทานให้จูกัวะซิงแซมาขับไล่เหล่าอันธพาลไป
บังเอิญทิชิ่วกำลังตามหากองปราบอยู่พอดี เมื่อเห็นป้ายก็จำได้
ตุยเมี่ยมั่วนิ่มว่าจูกัวะซิงแซมอบป้ายให้เพื่อชักชวนเขาเข้าสังกัด
ทิชิ่วไม่อยากจะเชื่อน้ำมนต์ ไปกองปราบก็รู้เองว่าจริงหรือเท็จ
พอดีเกิดการฉกชิงวิ่งราว ตุยเมี่ยได้โอกาสสลัดทิชิ่ว
ยังไม่รีบไปตามจับคนร้ายอีก





เซี่ยวเถ่านางในดวงใจของตุยเมี่ย ถูกสาวใช้อื่นๆ รังแก
ตุยเมี่ยจึงใช้ป้ายทองคำ (อีกแล้ว) ขู่จะจับกุมพวกนาง
ตุยเมี่ยคุยโวว่าตัวเองช่วยท่านอ๋อง Chai คลี่คลายคดี จนได้เป็นมือปราบ
เซี่ยวเถ่าดีใจไปกับเขาด้วย





ตุยเมี่ยมอบปิ่นปักผมให้กับนาง



ตั้งแต่ไปเป้นสาวใช้ตระกูล Tsui มือด้านไปเยอะเลย
รอให้ตุยเมี่ยหาเงินได้ซะก่อน จะไถ่ตัวนางเอง




แต่ไม่ทันการณ์แล้ว อีกไม่กี่วัน เซี่ยวเถ่าก็จะต้องเป็นนางบำเรอของะะนายท่าน Tsui
มารดาของนางขายนาง เพื่อเอาเงินไปจัดงานแต่งงานให้กับพี่ชาย
อยากเกิดมาจนจะทำอย่างไรได้ ปิ่นปักผมจำเป็นต้องคืนให้กับเจ้าของซะแล้ว






อุตส่าห์เดินทางถึงเมืองหลวง ตึกกองปราบยังถูกปิดอยู่
ทิชิ่วไม่รู้จะทำอย่างไร ยังดีที่ได้พบกับจูกัวะซิงแซ
จูกัวะกลับปฏิเสธไม่ยอมรับทิชิ่ว





ความจริงจูกัวะซิงแซก็คิดจะหวนคืนสู่วงการ
ทิชิ่วทำให้เขานึกถึงตนเองสมัยหนุ่มๆ

จูกัวะซิงแซ: ข้ารู้ว่าเจ้าชืดชาต่อชื่อเสียงลาภยศ
รวมถึงไม่สนใจต่อการปราบปราบโจรผู้ร้าย
ข้าจะไม่บังคับฝืนใจเจ้า
บ้อเช้ง: เรื่องของท่านอา ก็คือเรื่องของข้า





จูกัวะซิงแซ ให้ราชองครักษ์วังหลวง Shu Mo-hei พาเข้าเฝ้าฮ่องเต้
โดยใช้บันทึกโบราณเป็นข้ออ้าง

สมัยฮ่องเต้ Tai-Cho ได้อาศัยสมบัติตระกูล Chai สร้างความเป็นปึกแผ่นของราชบัลลังก์
แต่สมบัติบางส่วนถูกซ่อนเอาไว้ จูกัวะซิงแซพบว่ามีคำสั่งลับอยู่ในขุมทรัพย์นั้น
ดังนั้น อาศัยข้ออ้างนี้ มาขอให้ฮ่องเต้อนุญาตให้เปิดตึกกองปราบ
เพื่อทำการหาสมบัติ ฮ่องเต้ทรงอนุญาต




ตุยเมี่ยแอบอ้างป้ายทองคำ เข้าไปค้นของกลางในศาลอาญา
กะว่าจะเอาหยกไปใส่ความ Tsui-hoi ไม่ให้ได้แต่งงานกับเซี่ยวเถ่า




ขณะลอบเข้าไปในบ้านตระกูล Tsui กลับได้พบแนฮ้วย
ทั้งนายท่าน Tsui และเซี่ยวเถ่าถูกฆ่าตาย
ตุยเมี่ยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฆาตกร





แนฮ้วยได้รับการว่าจ้างให้ไปสืบหาบันทึกลับ 2 ม้วนที่อยู่กับ Tsui-hoi
ม้วนหนึ่งถูกขโมยไปนานแล้ว ส่วนอีกม้วนขายให้กับ Hon Bun สิบกว่าปีก่อน




เจ้าหน้าที่ค้นป้ายทองคำได้จากตุยเมี่ย
เข้าใจว่าหัวขโมยอย่างเขา บุกเข้าบ้านตระกูล Tsui เพือคิดปล้นรัพย์
ไม่คาดว่าจะเจอ Tsui-hoi กับเซี่ยวเถ่า เลยฆ่าปิดปาก
ตุยเมี่ยปฏิเสธอย่างไร ก็ไม่มีใครเชื่อ




ระหว่างถูกคุมขัง ตุยเมี่ยถูกบังคับให้ดื่มสุราพิษ










 

Create Date : 04 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:54:18 น.
Counter : 2133 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 2





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 2



เมื่อยังไม่รู้ว่าใครเป็นฆาตกรตัวจริง ท่านอ๋อง Chai จึงให้คุมขัง
ทั้ง Lam Po-tin และจูกัวะซิงแซเอาไว้ก่อน

บ้อเช้งรู้นิสัยท่านอาดี หากถึงกับควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนลงมือกับ Ho Ying ล่ะก็
แสดงว่าต้องเกี่ยวพันกับ Kok Kin-hong ศิษย์น้องพระชายาท่านอ๋องเป็นแน่

จูกัวะซิงแซ: รู้แล้วก็ไม่ต้องพูดไป
บ้อเช้ง: ดูก็รู้ว่านางเกลียดท่านแค่ไหน
จูกัวะซิงแซ: ถ้าขังข้าไว้ ทำให้นางมีความสุขได้ ข้าก็ยินดี
บ้อเช้ง: เฮ้อ กลัวแต่เรื่องจะร้ายกว่าที่ท่านคิด
จูกัวะซิงแซ: มือปราบน้อยต้องช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ข้าได้แน่
บ้อเช้ง: ข้าว่าท่านอย่าไว้ใจคนโง่หน่อยเลย





ทิช่ิวสืบเสาะรอบๆ สถานที่ พบบ้อเช้งโดยบังเอิญ
บ้อเช้งไม่อยากเสวนาด้วย กะจะชิ่งซะหน่อย
รถเข็นดันตกหลุม ทิช่ิวคิดช่วยเหลือ แต่โทษที แค่นี้จิ๊บๆ
ตกเองได้ ก็ขึ้นเองได้

ทิชิ่ว: เรื่องสืบสวนปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ ท่านไม่ต้องลำบากไป
บ้อเช้ง: เจ้าเห็นข้าเป็นคนพิการไร้ประโยชน์งั้นสิ
ทิชิ่ว: หาใช่เช้นนั้นไม่ ท่านพบพิรุธใดหรือยัง
บ้อเช้ง: พบแล้ว
ทิชิ่ว: ท่านบอกข้าได้ไหมว่าท่านพบอะไร
บ้อเช้ง: ข้าไม่จำเป็นต้องบอกท่าน
ทิชิ่ว: สองหัวดีกว่าหัวเดียวนะท่าน
บ้อเช้ง: มีแต่คนที่ชอบพึ่งพาคนอื่น ถึงพูดเช่นนี้
เอาล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าข้าไร้เหตุผล ข้าจะบอกใบ้ให้ ดูที่รอยเลือดสิ





ทิชิ่วสำรวจรอยเลือด ให้สงสัยว่า
หาก Ho Ying ถูกฆ่าที่ริมลำธารจริง ต้องมีเลือดมากกว่านี้

ทิชิ่ว: ข้าเข้าใจแล้ว ท่านจะบอกว่า คนร้ายสังหาร Ho Ying จากที่อื่น
แล้วนำมาศพมาทิ้งที่ริมลำธารใช่หรือไม่
บ้อเช้ง: ก็นับว่าท่านใช้ได้ แต่สิ่งที่พบยิ่งทำให้เกิดคำถาม
ทิชิ่ว: เหตุใดคนร้ายจึงต้องนำศพมาทิ้งที่ริมลำธาร
บ้อเช้ง: ข้าจะต้องหาคำตอบให้ได้





ทั้งสองเห็น เศรษฐี Chan Tai-chung ทะเลาะกับนายพล Lui Po
ต่างคนต่างกล่าวหากันว่าเป็นคนฆ่า Ho Ying เพราะถูกแบล็คเมล์
อีกทางหนึ่ง ไต้ซือ Ching-yat ก็สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้ Ho Ying
น่าสงสัยกันทั้งน้านนน





พระชายามาหาจูกัวะซิงแซในห้องขัง
ยิ่งเห็นจูกัวะไม่สะทกสะท้าน นางยิ่งแค้นใจ
ถ้าไม่ใช่เพราะจูกัวะจับบิดานางขังคุกข้อหาฆ่าสตรีมีสามีทั้งที่ไม่มีหลักฐาน
บิดานางคงไม่ต้องอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียง จนต้องฆ่าตัวตาย
ความแค้นนี้ นางจะไม่มีวันลืม นางอยากให้จูกัวะได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกใส่ร้ายดูบ้าง





เศรษฐี Chan Tai-chung ร้อนใจ อยากตามหากระบี่วิเศษให้พบ
เร่งให้ซินแสตุยทำนาย จนเกือบหลุดปากเรื่องท่านอ๋องติดหนี้ตนอยู่




พระชายาส่งอาหารมาให้จูกัวะซิงแซ
แค่ได้กลิ่นก็รู้วาสุราถูกวางยา แต่จูกัวะก็เต็มใจชดเชยให้นาง




ซินแสตุยเตรียมทำนายเขียนอักษร เพื่อหากระบี่
บ้อเช้งเห็นแล้วอดขำไม่ได้ ตั้งแต่เจอสองหนุ่มนี่ ขำไปหลายรอบแล้วนิ
อะพิโธ่ ทดสอบความรู้นิดๆ หน่อยๆ ก็ตอบผิดตอบถูก สิบแปดมงกุฎชัดๆ

ซินแสตุย: นี่อะไร จะคอยเปิดโปงข้าทุกครั้งรึไง
เชอะ เห็นข้าหน้าตาดีหน่อย ก็คิดรังแก

(โอ้ว กล้าพูดมาก ไม่ทราบว่าจะหยอกล้อกันอีกนานมั้ยจ๊ะ)







บัณฑิต Kam Kau-ling เห็นทั้งสามทะเลาะกันยิ่งชอบ
จะได้เอาไปเขียนขาย
ยังไงก็แขกท่านอ๋องทั้งนั้น พ่อบ้าน Wai ขอให้รักษาหน้าท่านอ๋องหน่อย
ทิชิ่วเห็นแก่ท่านอ๋อง Chai จะไม่เปิดโปงซินแสตุย
ว่าแต่อย่าเรียกสิบแปดมงกุฎบ่อยๆ ได้ปะ มันแสลงใจ

อยู่ดีๆ เงาของเศรษฐีเฉินที่กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องก็หายไป





จูกัวะซิงแซรู้สึกตัวในป่า ยังเข้าใจว่าศิษย์น้องหาเรื่องใส่ความเขาหนีออกจากคุก
ที่ไหนได้ ถูกล้อมจับข้อหาฆ่าเศรษฐีเฉินอีกกระทงหนึ่ง





ที่แท้เศรษฐีเฉินถูกสังหารระหว่างอาบน้ำ
หลังจากนั้น ยามพบว่าจูกัวะซิงแซหายตัวไปจากห้องขัง
แม้ว่าทิชิ่วจะไม่คิดว่าจูกัวะเป็นฆาตกร แต่อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น
ซวยหนักเข้าไปอีก ทิชิ่วยังพบกระบี่เล่มที่สามข้างกายจูกัวะซิงแซอีกด้วย





ทิชิ่วรายงานท่านอ๋อง Chai ว่าระหว่างที่เศรษฐีเฉินถูกสังหาร
ทุกคนล้วนมีพยานที่อยู่ ยกเว้นแต่จูกัวะซิงแซ

จูกัวะซิงแซ: แหม ฟังแล้ว เกือบจะสงสัยตัวเองซะแล้วสิ
แต่ว่าเสียใจด้วย ข้าไม่ได้ฆ่าเศรษฐีเฉิน
บ้อเช้ง: ท่านอาไม่ใช่ฆาตกร ข้อแรก ท่านไม่มีแรงจูงใจ
ทำไมท่านต้องฆ่าเศรษฐีเฉิน ท่าน Kam ถ้าท่านบอกได้ว่า
ท่านอากับเศรษฐีเฉินขัดแย้งกันเรื่องใด ข้าจะให้ท่านสองร้อยตำลึง





แน่นอน บัณฑิต Kam ตอบไม่ได้ เพราะมันไม่มี

บ้อเช้ง: ข้อสอง ท่านอาถูกขังอยู่ มีหรือจะหนีออกมาฆ่าคนได้ง่ายๆ
ซินแสตุย: อะโด่ ก็มีคนในแอบช่วยอ่ะเด้
บ้อเช้ง: ข้าว่าฆาตกรจงใจปล่อยท่านอา เพื่อใส่ร้ายท่าน





ท่านอ๋อง Chai ไม่ฟังคำ จะประหารจูกัวะซิงแซท่าเดียว
ทิชิ่วกล้าคัดค้านท่านอ๋อง การประหารชีวิตต้องมีพระบัญชาจากองค์ฮ่องเต้เท่านั้น
ท่านอ๋อง Chai โมโหที่มือปราบเล็กๆ อย่างทิช่ิวกล้าเอาฮ่องเต้มาขู่

จูกัวะซิงแซเสนอให้คุมขังตัวเองไว้ เมื่อสะพานซ่อมเสร็จ ค่อยจับกลับไปไต่สวน




พระชายาร้อนใจที่ท่านอ๋อง chai คิดประหารชีวิตจูกัวะซิงแซให้ได้
ความจริงท่านอ๋องก็รู้ว่าจูกัวะไม่ใช่ฆาตกร แต่จงใจทำเช่นนี้ เพื่อล้างแค้นให้พระชายา




ที่แท้ ท่านอ๋องสงสัยในการกระทำของพระชายา
จึงยอมเสียเงินสองร้อยตำลึงให้บัณฑิต Kam จนได้รู้ความจริง

พระชายาสารภาพว่านางแค่วางยาจูกัวะ เพื่อให้เขาเจอข้อหาหลบหนี
เรื่องนี้ มีหรือท่านอ๋องจะไม่รู้ ก็ท่านอ๋องเป็นคนเอากระบี่ปลอมไปวางเองอ่ะ
ไม่ต้องห่วงน่า ฆาตกรตัวจริงไม่มีทางหนีรอด จูกัวะเองก็เช่นกัน





บ้อเช้งไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าสุราถูกวางยา ทำไมยังดื่มอีก

จูกัวะซิงแซ: ข้าติดค้างนางมาก
บ้อเช้ง: ท่านคิดจะชดใช้ด้วยชีวิตท่านหรือไง
จูกัวะซิงแซ: ข้าเลี้ยงเจ้ามา คดีแค่นี้ หมูมากสำหรับเจ้า
บ้อเช้ง: ท่านกดดันข้านี่
จูกัวะซิงแซ: เปล่านะ ฆาตกรต่างหากที่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลย
บ้อเช้ง: ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่มีช่องโหว่

บ้อเช้งเห็นกาน้ำชามีหยดน้ำรั่วออกมาจึงนึกขึ้นได้ว่าที่เกิดเหตุมีอะไรผิดปกติ





บ้อเช้งกับทิชิ่วกลับไปสำรวจที่เกิดเหตุ กลับพบคนร้ายซ่อนตัวอยู่บนเพดาน
บ้อเช้งซัดอาวุธลับจากเส้นผม คนร้ายยังคงหนีไปได้

เอ่อ พี่บ้อเช้งคะ พี่ยังซ่อนอาวุธลับไว้ที่ไหนอีกมั้ยเนี่ย





บ้อเช้ง: คนร้ายนี้ไม่ใช่ฆาตกร
ทิชิ่ว: ใช่ ฆาตกรต้องรู้ว่าเราจะกลับมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ คงไม่กล้าย้อนกลับมาแน่
บ้อเช้ง: ท่านเริ่มใช้สมองเป็นแล้วนี่

ทิชิ่วพบเห็นขี้เถ้าข้างโคมไฟ บ้อเช้งจึงคิดออกว่าคนร้ายสร้างกลเรื่องเวลาได้อย่างไร





ก่อนออกจากห้อง ทิชิ่วยังพบพินัยกรรมของเศรษฐีเฉิน



ซินแสตุยปลาบปลื้มกับพินัยกรรมซะเหลือเกิน
ก็เศรษฐีเฉินยกมรดกทั้งหมดให้กับเขา ใครจะเชื่อยะเนี่ย
ไม่บอกคนดูก็น่าจะคิดได้กันแล้วล่ะ ว่าไอ้โม่งคนตะกี้น่ะใคร
บ้อเช้งเค้ายังไม่อยากเปิดโปงตัวเองร้อก เด๋วจะหาว่ารังแกคนหล่ออีก




จะโชว์ไขคดี ก็ต้องสร้างเหตุการณ์จำลองให้ดูกันหน่อย
ทุกคนเห็นเงาคนในห้องหายไปเหมือนในตอนนั้น
ไม่ใช่ผีเศรษฐีเฉินนะจ๊ะ






คนร้ายใช้กระดาษตัดเป็นรุปคน ทำให้เกิดเงาที่หน้าต่าง
ตอนที่ทุกคนคิดว่าเศรษฐิีเฉินอาบน้ำอยู่ เขาก็ถูกคนฆ่าตายไปแล้ว





ฆาตกรทำพลาดตอนแทงเศรษฐีเฉินแล้วทำให้ถังน้ำทะลุ
หากเศรษฐีเฉินเพิ่งตาย น้ำที่รั่วคงไม่นองมากขนาดนี้




แล้วทีนี้ใครล่ะจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย ก็คนที่ปลอมพินัยกรรมเศรษฐีเฉินไง
ชะอุ๋ย เป็นไง อยากโลภมากนัก ซวยล่ะสิทีนี้




ซินแสตุย: ใครบอกว่าพินัยกรรมปลอม ปลอมได้ไง มีตราประทับของเศรษฐีเฉินเห็นๆ
บ้อเช้ง: ไม่มีเหตุผล เศรษฐีเฉินไม่รู้ซักหน่อยว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย
เหตุใดต้องทำพินัยกรรม ที่สำคัญ ตราประทับนี่ยังไม่แห้งเลย ท่าทางคนร้ายจะรีบจัด
เว้นแต่เศรษฐีเฉินจะฟื้นขึ้นมาได้ ไม่เช่นนั้นข้าไม่มีวันเชื่อว่าพินัยกรรมฉบับนี้เป็นของจริง





ซินแสตุย: อย่าพูดพล่อยๆ นะ มีหลักฐานรึเปล่า
บ้อเช้ง: ชายชุดดำถูกข้าทำร้าย มีแผลที่แขน

555 จับได้คาหนังคาเขา จะปฏิเสธยังไงล่ะเนี่ย

Lam Yuek-fei ดีใจที่จับคนร้ายได้บิดาจะได้เป็นอิสระ

ซินแสตุย: ไม่นะ ไม่ใช่ข้า เรื่องพินัยกรรมน่ะปลอมจริง
แต่เรื่องฆ่าคนตาย ข้าไม่กล้าหรอก






เรื่องอะไรซินแสตุยจะยอมติดคุก
เขารีบเปิดโปงว่าท่านอ๋อง Chai เป็นหนี้เศรษฐีเฉิน
ใบกู้หนี้เป็นหลักฐาน หากไม่สามารถใช้หนี้ได้ตามกำหนด
ต้องยกระบี่วิเศษให้เศรษฐีเฉินใช้หนี้ ท่านอ๋อง Chai จึงน่าสงสัยที่สุด






เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านอ๋อง ทิชิ่วขอค้นพระตำหนัก
ส่วน Lam Po-tin กับจูกัวะซิงแซก็ถูกปล่อยตัว





ทิช่ิวพบหัวทวนในตู้เก็บของ คงจำกันได้ว่าทวนเป็นอาวุธประจำกายจูกัวะซิงแซ
สงสัยพระชายาลืมจูกัวะไม่ลง




ทิชิ่วพบกระบี่ปลอมในห้องท่านอ๋อง Chai
ท่านอ๋องตั้งใจทำไว้หลอกเศรษฐีเฉิน ก็คนเขาเสียดายกระบี่นิ
บ้อเช้งสงสัยว่ากระบี่ที่พบข้างกายจูกัวะซิงแซจะเป็นกระบี่ปลอมเช่นกัน
ท่านอ๋องไม่ปฏิเสธ ส่วนเหตุผลที่ทำ ไม่อยากอธิบาย มีอะไรมั้ย





จูกัวะซิงแซเชื่อว่าท่านอ๋องไม่ได้สังหารใคร
ส่วนทิช่ิวเห็นกระบี่หายไปเล่มหนึ่ง จึงคิดว่าน่าจะมีเหยื่อรายสุดท้าย
บ้อเช้งเสนอให้ทุกคนประกบคู่กัน จะได้จับตาดูซึ่งกันและกัน




ทำไม้ ทำไม ถึงได้ส่งเสริมกระแส Y จับคู่บ้อเช้งกับซินแสตุย ซะงั้น
ทีทิชิ่วยังได้คู่กับ Lam Yue-fei จูกัวะซิงแซก็ได้คู่กับพระชายา
มันยังไงกันเนี่ยยยย มันจะมากไปแล้วนะ คนเขียนบท






Lam Yuek-fei ไม่พอใจที่ทิชิ่วยังเห็นบิดานางเป็นผู้ต้องสงสัย
เห็นหน้าแล้วอารมณ์เสีย อยากจะฟาดให้เจ็บ ก็สู้เขาไม่ได้

Lam Yuek-fei: อยู่ให้ห่างๆ พ่อข้านะ






ซินแสตุยปากเสีย อาสารักษาขาให้บ้อเช้ง
เลยโดนซัดอาวุธลับใส่ แหม ไม่อยากให้ช่วยก็บอกกันดีๆ ก็ได้






จูกัวะซิงแซ: ศิษย์น้อง ทวนเล่มนั้น
พระชายา: อย่าเข้าใจผิด ข้าเก็บทวนเล่มนั้นไว้เพื่อเตือนใจตัวเอง
ว่าใครเป็นคนทำให้พ่อข้าต้องตาย

ข้างฝ่ายท่านอ๋องอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ ตามมาแอบดูอยู่ห่างๆ
ดูโรคจิตยังไงไม่รู้





ไต้ซือ Ching-yat อยู่กับพ่อบ้าน Wai
เห็นพ่อบ้านเลี้ยงต้นไม้หายากได้ก็รู้สึกชื่นชม
ไต้ซือสังเหตเห็นปานที่แขนของพ่อบ้าน Wai




บัณฑิต Kam อยู่กับนายพล Lui Po
เขาสังเกตเห็นลายสักของนายพล เหมือนกับของ Ho Ying
ส่วนเศรษฐีเฉิน แม้ไม่มีรอยสัก แต่มีรอยแผลเป็นที่แขน
น่าจะเป็นรอยแผลที่เกิดจากการกำจัดรอยสัก
บัณฑิต Kam ให้สงสัยว่าทั้งสามคนจะรู้จักกันมาก่อน




ไต้ซือเห็นนายพล Lui Po หน้าตาตื่นเหมือนหนีใครมา
หากไม่เคยทำผิด เหตุใดต้องใจหวาดหวั่น
ในที่สุด นายพล Lui Po ก็จำไต้ซือได้




นายพล Lui Po หนีกลับเข้าห้อง เจอกระบี่เล่มที่สาม



ทิชิ่วและ Lam Yuek-fei เจอบัณฑิต Kam ถูกทำร้ายสลบอยู่
เมื่อตามไปที่ห้องนายพล Lui Po ปรากฎว่าเขาเสียชีวิตแล้ว





คนอื่นๆ รีบรุดมายังที่เกิดเหตุ
ไล่เลียงกันแล้วพ่อบ้าน Wai กับไต้ซือมาถึงเป็นกลุ่มแรก
ประตูปิดจากภายใน ต้องพังประตูเข้ามา
ซินแสตุยตรวจดูแล้วหน้าต่างก็ล็อกไว้ทุกบาน

ทิชิ่วพบจดหมายที่ศพของนายพล Lui Po จึงรู้ว่าทั้งสามคนที่ตาย รู้จักกันมาก่อนจริง
สันนิษฐานว่านายพล Lui Po ถูก Ho Ying แบล็คเมล์ จึงต้องฆ่าปิดปาก
Lam Yuek-fei สงสัยว่านายพล Lui Po ฆ่าตัวตาย





จูกัวะซิงแซไม่เชื่อ บ้อเช้งก็เช่นกัน
ไม่มีใครจับได้ซะหน่อยว่านายพล Lui Po เป็นฆาตกร จะฆ่าตัวตายทำไม

ทิชิ่ว: ท่านคิดว่าน่าจะมีฆาตกรคนอื่นหรือ
ซินแสตุย: ถ้ามีจริง ฆาตกรจะออกหลบหนีจากห้องได้อย่างไร





ท่านอ๋องไม่สนใจ คิดมากไปรึเปล่า ปิดคดีแยกย้้ายไปพักผ่อนได้แล้ว
ก่อนออกจากห้องบ้อเช้งเห็นรอยเลือดเปื่อนที่จีวรไต้ซือ





นอกจากนี้ บ้อเช้งยังเห็นรอยเช็ดเลือดออกบนเก้าอี้อีกด้วย ปริศนาไขกระจ่างแล้ว




ไต้ซือรีบซักจีวรทำลายหลักฐาน แหม ถ้ามีตรวจดีเอ็นเอ ป่านนี้รู้ไปแล้ว

บ้อเช้ง: ไต้ซือ ข้ามีอะไรอยากถาม ท่านเห็นอักษรเลือดในห้องหรือไม่
ไต้ซือ: ไม่นี่ ทำไมท่านถามเช่นนี้
บ้อเช้ง: ข้าเห็นรอยเช็ดเลือดบนเก้าอี้ คาดว่าก่อนนายพล Lui Po จะเสียชีวิต
ได้เขียนชื่อฆาตกรบนเก้าอี้
ไต้ซือ: ประตู หน้าต่างล้วนปิดตาย ฆาตกรจะหนีออกจากห้องได้อย่างไร




มาอีกแล้วค่ะ ซินแสตุยขาแจม ทำวงแตกอีกแล้วครับท่าน
ไต้ซือสบโอกาสชิ่ง
ซินแสตุยได้กลิ่นน้ำมันหอมที่เศรษฐีเฉินใช้ใส่ในน้ำอาบ
ไม่รู้กลิ่นมาจากไหน
ก่อนจากไปยังเหยียบไม้หัก ทำให้บ้อเช้งคิดอะไรออก






สะพานซ่อมเสร็จแล้ว ท่านอ๋อง Chai อนุญาตให้แขกลากลับได้
บ้อเช้งคัดค้าน คดีย้งไม่สิ้นสุด ฆาตกรยังไม่ถูกจับ
เรื่องห้องปิดตายนั้น ใครยืนยันได้ว่าห้องถูกล็อกจากด้านในจริงๆ
ซักกันไป ซักกันมา จึงได้รู้ว่า กลุ่มที่ถึงกลุ่มแรกคือ
พ่อบ้าน Wai กับไต้ซือ ไต้ซือยืนยันว่าตนเองเป็นคนพังประตูเข้าไป





บ้อเช้ง: ถ้างั้น ท่านไต้ซือก็โกหก
ทิชิ่ว: หากประตูไม่ได้ปิดตาย ก็หมายความว่านายพล Lui Po อาจจะไม่ได้ฆ่าตัวตาย
เช่นนั้น ท่านไต้ซือก็อาจเป็นฆาตกร
ซินแสตุย: แต่ข้าจำได้ว่าไม้ขวางประตูหักนะ





บ้อเช้ง: ใช่ แต่ทุกท่านโปรดสังเกตการหักของไม้
ถ้าประตูถูกพังเข้าข้างใน ไม้ขวางประตูจะต้องหักเข้าข้างใน ไม่ใช่หักออกข้างนอก
ทิชิ่ว: ทำไมเป็นอย่างนั้นได้
จูกัวะซิงแซ: แสดงว่าไม้หักอยู่ก่อนแล้ว ฆาตกรเป็นคนเอาไปวาง






บ้อเช้ง: ฆาตกรสังหารนายพล Lui Po แล้วทำเช่นนี้เพื่อตบตาพวกเรา
ใช่หรือไม่ท่านไต้ซือ ให้ข้าเป็นคนเล่าเหตุการณ์แทนท่านมั้ย
ท่านฆ่านายพล Lui Po สร้างสถานการณ์ห้องปิดตาย
แต่ท่านไม่พลาดที่ไม่ได้สังเกตการหักของไม้
จากนั้น จึงทำทีว่าใช้พลังพังประตูเข้ามา






ไต้ซือ: แค่นี้ ปรักปรำอาตมาเป็นฆาตกรแล้วหรือ
บ้อเช้ง: ยังมีอีก ตอนท่านออกจากห้อง นายพล Lui Po ยังมีลมหายใจ
เขาใช้พลังเฮือกสุดท้าย เขียนชื่อคนร้้ายบนเก้าอี้
แม้ท่านจะเช็ดออกด้วยจีวร แต่ข้ายังเห็นจุดเหลืออยู่สองจุด
ทิชิ่ว: หรือว่าจะเป็นสองจุดของตัว Ching ท่านนายพลเขียนชื่อไต้ซือ
บ้อเช้ง: ท่านยังทำพลาดอีกอย่าง ตอนท่านฆ่าเศรษฐีเฉิน
กลิ่นน้ำมันหอมที่เศรษฐียเชิญใช้ตอนอาบน้ำ ติดตัวท่านมา




ในที่สุด ไต้ซือก็ยอมรับสารภาพ
ในอดีต ไต้ซือกับพวกที่ถูกฆ่า เคยอยู่กองพลสวรรค์
พวกเขาเคยไปขอพักอาศัยที่บ้านหลังหนึ่ง
Ho Ying เห็นเจ้าของบ้านร่ำรวย จึงปล้นฆ่าชิงทรัพย์
ไต้ซือหวาดกลัวที่ตนเองกลายเป็นผู้สมรู้่ร่วมคิด
จึงคิดจะมอบตัว แต่ถูกจับได้ และทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากพระรูปหนึ่ง ไต้ซือจึงกลับตัวกลับใจออกผนวช






เมื่อมาเจอกันที่ตำหนักอ๋อง
ไต้ซือก็ไม่คิดจะรื้อฟ้ืนเรื่องเก่า ที่ไหนได้ทังสามคนกลับไม่เคยสำนึก
จึงจำเป็นต้องลงมือ
จูกัวะซิงแซยังไม่เข้าใจว่าไต้ซือขโมยกระบี่ไปได้อย่างไร
บ้อเช้งก็อยากรู้ว่าทำไมต้องทิ้งศพใว้ริมแม่น้ำ แต่ไต้ซื้อไม่ยอมให้การต่อ
จับฆาตกรได้แล้วจะถามมากไปทำไมอีก




ทิชิ่วกับบ้อเช้งยังไม่เชื่อว่าไต้ซือเป็นฆาตกร
ทั้งคู่จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง
และได้พบอาวุธลับที่บ้อเช้งซัดใส่คนร้ายในวันเกิดเหตุ
แต่กลับไม่เปื้อนเลือดแม้แต่น้อย บ้อเช้งคิดออกแล้วว่าคนร้ายใช้วิธีการใด





ทั้งคู่รีบรุดไปหาไต้ซือที่ห้องขัง
ไต้ซือเกือบโดนวางยาฆ่าปิดปากซะแล้ว
คนที่เตรียมอาหารมาให้ คือ พ่อบ้าน Wai





พ่อบ้าน Wai เตรียมหนีออกจากหมู่บ้าน แต่ไม่ทันการณ์
ถูกดักจับได้ซะก่อน

กว่าจะเจอคนร้ายตัวจริง เล่นเอาเหนื่อย
พ่อบ้าน Wai เป็นใคร ขโมยกระบี่ได้อย่างไร และทำไมต้องทิ้งศพริมแม่น้ำ
ฟังการคลี่คลายคดี โดยนักสืบบ้อเช้งในตอนหน้า











 

Create Date : 02 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:53:29 น.
Counter : 1465 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 1





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 1



มือปราบจูกัวะได้รับรายงานว่า Fok To Yeun กล่าวหา Shing Ting Tin ขายอาวุธให้กับชาวซี่ตัน เพื่อล้มล้างราชวงศ์ซ่ง
Fok To Yeun จึงนำพรรคพวกไปฆ่าล้างตระกูล Shing Ting Tin




Shing Ting Tin ต้องการแก้แค้น ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
จึงบุกมาบ้านตระกูล Fok ฆ่าล้างตระกูล

จูกัวะซิงแซพยายามยับยั้งการต่อสู้
อย่างน้อยก็ให้ทางการทำการสืบสวนให้แน่ชัดเสียก่อน
Fok To Yeun ยืนยันว่าหลักฐานแน่นหนา
ส่วน Shing Ting Tin ก็เลือดเข้าตา ต่อให้เรื่องเกิดจากการเข้าใจผิด
แต่ Fok To Yeun ได้ฆ่าล้างตระกูล Shing ไปแล้ว ยังไงก็ต้องล้างแค้น





ก่อน Shing Ting Tin จะลงมือ
ได้ฝากฝังลูกชาวกับจูกัวะซิงแซ
แล้วใช้อาวุธพิสดาร ระเบิดตัวเองตายไปพร้อมกับ Fok To Yeun






จูกัวะซิงแซ ไปรับลูกชาย Shing Ting Tin
ต้องพบกับความสลดใจ เด็กน้อยถูกทำร้ายจนขาพิการ

ไต้ซือหวังว่า เมื่อเด็กน้อยเติบโตขึ้น จะลืมความเกลียดชังทั้งมวล
จึงตั้งชื่อว่า บ้อเช้ง (ไร้ใจ)





ยี่สิบปีผ่านไป

จูกัวะซิงแซไม่ได้เป็นมือปราบแล้ว แต่เป็นครูสอนหนังสือแทน
แต่ดูไป ก็ไม่ตั้งใจสอนเท่าไหร่
เล่นหลับระหว่างสอน นักเรียนกลับบ้านไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง




บ้อเช้งเป็นหนุ่มแล้ว ทั้งหล่อ และฉลาด
อ่ะแหม ก็เล่นหมากล้อมทีสามกระดานพร้อมกัน คนธรรมดาทำได้ที่ไหน




โจรใจทรามคิดฉุดคร่าหญิงสาว
ไปไหนไม่ไป ดันมาแถวนี้ได้
เด็กรับใช้ของบ้อเช้งคิดช่วยนาง แต่บ้อเช้งห้ามปรามไว้
ไม่ใช่มือปราบซะหน่อย อย่ามากเรื่อง





หนอยฉุดคร่าหญิงสาวยังไม่พอ ยังทำร้ายพี่ชายนางอีกด้วย
จะไปตีกันไกลๆ หน่อยก็ไม่ได้
บ้อเช้งชักรำคาญ ต้องให้ลงมือกันใช่มั้ย

ตอนแรกดูก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับฉากนี้ แต่ท่านน้องมลน่ะสิคะ
มาสะกิดต่อม Y ของพี่ มาดูอีกที เอ ชักแปลกๆ
ดูดิ๊ เห็นผู้หญิงถูกรังแก บ้อเช้งทำเฉ้ย เฉย
พอเห็นผู้ชายถูกทำร้าย เอ๊ทำไม ลงมือห้ามได้ มันแปลกดีเนาะ




โจรโฉดไม่พอใจที่บ้อเช้งยื่นมือมาสอด คิดลงมือสังหาร
ไม่เจียมตัวซะเล้ย






เจออาวุธลับเข้าไป หนีกันกระเจิง




สองพี่น้องขอบคุณที่ช่วยชีวิต
แต่บ้อเช้งก็ช่างตอบได้ไร้น้ำใจสมชื่อ

บ้อเช้ง: ข้าไม่เคยคิดช่วยชีวิตพวกเจ้า
เพียงแต่พวกมันขัดขวางการเล่นหมากล้อมของข้า

(สงสัยดูใกล้ๆ หน้าตาพี่ชายไม่ถูกสเป็คอ่ะ กร๊ากกก)




บ้อเช้งกลับเข้าบ้านลืมล้างล้อเก้าอี้
โดนอาหญิงดุเลย จูกัวะซิงแซชมนักหนาว่าฉลาด
ทำไม้ ทำไม บอกให้ล้างล้อเก้าอี้ก่อนเข้าบ้าน ถึงได้ลืมทุกที

บ้อเช้งรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างไว

บ้อเช้ง: อาหญิง เตรียมน้ำชา เรามีแขกมาเยือนหรือ
อาหญิง: ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย
บ้อเช้ง: ชามะลินี่ ต้องเป็นท่าน Shu แน่ ไม่รู้ว่า เขามาหาท่านอา
หรือว่ามาหาอาหญิงกันแน่
อาหญิง: เอ๊ะ อยู่ดีๆ เขาจะมาหาอาทำไม ล้างล้อเก้าอี้ และเช็ดพื้นซะด้วย

อาหลานนี่ คุยกันคนละเรื่อง แต่คุยกันรู้เรื่องแฮะ





ฮ่องเต้พระราชทานกระบี่วิเศษให้อ๋อง Chai
โดยให้จูกัวะซิงแซเป็นผู้แทนพระองค์นำไปให้
ตำหนักท่านอ๋องอยู่ไกลถึงยูนนาน ชายแดน ใกล้เมืองต้าหลี่
ใครจะไปก็เชิญ บ้อเช้งไม่สนใจ ไม่ได้เปิดสำนักคุ้มกันสินค้าซะหน่อย





ท่าน Shu ขอให้บ้อเช้งทบทวนใหม่
หน่วยงานกองปราบของจูกัวะซิงแซ ถูกฮ่องเต้พระองค์ก่อนสั่งปิดไป
หากภารกิจนี้ลุล่วง ๋ฮ่องเต้ก็อาจจะอนุญาตให้จูกัวะซิงแซรื้อฟื้นหน่วยงานขึ้นมาใหม่

บ้อเช้งกลับคิดว่าอยู่อย่างอิสระไม่ต้องยุ่งเกี่ยวการเมือง ก็ดีอยู่แล้ว
ท่าน Shu เตือนสติบ้อเช้งว่าถ้าจูกัวะซิงแซไม่อยากกลับมารับราชการ
มีหรือจะสอนบ้อเช้งมากมาย





เห็นแก่ท่านอา บ้อเช้งยอมเดินทางไกลไปยูนนาน

ได้ออกท่องเที่ยว ดูท่านจูกัวะจะลั้ลลามาก
ดูแล้วไม่รู้อาพาหลานไปเที่ยว หรือหลานพาอาไปเที่ยว





มาถึงยูนนาน ก็ต้องลองชิมอาหารยูนนานซะหน่อย
กำลังอารมณ์ดีอยู่เชียว ดันมาเจอ Ho Ying เจ้าสำนักเหยี่ยว คู่ปรับเก่าของท่านจูกัวะ
บ้อเช้งไม่พอใจที่เจ้าสำนักเหยี่ยว พูดจาถากถางท่านอา
เกือบจะลงมือ แต่ท่านอาห้ามไว้






เจ้าสำนักเหยี่ยวออกจากร้านน้ำชาไม่เท่าไหร่
ก็พบกับ Lam Po tin ค่ายฟ้า คู่แค้นเก่า
ดูท่าอีตานี่จะทำความดีไว้เยอะเชียว หึหึ ปะทะคารมกันเล็กน้อย ก่อนลงไม้ลงมือ
พ่อบ้าน Wai คนของท่านอ๋อง Chai เข้ามาห้ามปราม ยังไงก็เป็นคนที่ท่านอ๋องเชิญมาทั้งนั้น
ให้เกียรติท่านอ๋อง อย่าลงมือในเขตปกครองของท่านเลย





ทั้งหมดเดินทางเข้าสู่หมู่ตึกบูชากระบี่
โดยต้องผ่านสะพานแขวนข้ามเหวลึก ซึ่งเป็นทางเข้าเพียงทางเดียว




ระหว่างทางพบเศรษฐี Chan Tai-chung ซึ่งพาซินแสตุย หมอดูฮวงจุ้ยประจำตัวมาด้วย
ท่านเฉินเชื่อซินแสตุย ให้รอฤกษ์ดีก่อนเดินทางต่อ
หากเดินทางตอนนี้ จะต้องโชคร้าย
เวลาเดินทางก็ควรอ้อมไม้ล้มที่ขวางทางอยู่




คุณชายสำนักเหยี่ยวไม่เชื่อโชคลาง ลงมือย้ายไม้ล้ม ถูกผึ้งต่อยกันระนาว
ดูดู๊ เป็นสาวเป็นนาง หัวเราะซะไม่ยั้งเลย





บ้อเช้งรู้ทันหมอตุย แต่จะรู้ทันยังไง เด๋วไปเฉลยทีหลัง



ท่านอ๋อง Chai แนะนำสหายที่เชิญมา
นอกจากมีพ่อลูกสำนักเหยี่ยวแล้ว ก็มีนายพล Lui Po
เศรษฐี Chan Tai-chung กับซินแสตุย
ซินแสตุยได้ที ดูโหงวเฮ้ง อวยท่านอ๋อง Chai เล่นเอาท่านอ๋องหน้าบาน





บัณฑิต Kam Kau-ling ผู้รอบรู้ทุกเรื่องในแผ่นดิน
ไต้ซือ Ching-yat สหายเล่นหมากล้อมของท่านอ๋อง
สองพ่อลูกค่ายฟ้า Lam Po tin กับ Lam Yeuk-Fei
และสุดท้ายคือ จูกัวะซิงแซ กับบ้อเช้ง





พระชายาท่านอ๋องพูดจาเสียดสีจูกัวะซิงแซ จนบ้อเช้งไม่พอใจ
เป็นถึงยอดยุทธ ต้องมาทำหน้าที่คุ้มกันกระบี่
ไม่รู้สึกว่าเป็นการเอายอดกระบี่ไปฆ่าโคดอกหรือ

เรื่องเหยียบซ้ำ ปล่อยเป็นหน้าที่ของ Ho Ying





ท่านอ๋องเชิญสหายทั้งหลายมาเพื่อถกเรื่องกระบี่
และจะอวดกระบี่โบราณที่สะสมเอาไว้
กระบี่พระราชทานของฮ่องเต้ ทำให้ชุดกระบี่ของท่านอ๋องครบชุด

ซินแสตุยรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
บ้อเช้งไม่เชื่อน้ำมนต์ซินแสตุยเท่าไหร่ ทำเป็นลึกลับไปงั้นมากกว่า

ห้องลับที่เก็บกระบี่วิเศษ ถูกล็อกด้วยกุญแจที่สร้างโดยช่างฝีมืออันดับหนึ่ง
แม้กระบี่วิเศษก็ไม่สำมารถทำลายล็อกได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นได้อย่างไร





มือเหล็กทิชิ่ว นำหมายจับเข้ามาในหมู่ตึก เพื่อขอจับกุม Ho Ying
ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น มีพยานเห็นมากมาย




Ho Ying ไม่ปฏิเสธ มีฝีมือก็มาจับเลย

ปล่อยให้แฟนน้องเมษ์ โชว์เท่ห์ไปก่อน เด่วถึงคิวบ้อเช้งล่ะก็ หุหุ






ทิชิ่วมีพลังหมัดที่หนักหน่วง จูกัวะซิงแซเห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้

บ้อเช้ง: ใช้แต่กำลัง ไม่ใช้สมอง ก็ไม่มีประโยชน์




ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ ท่านอ๋อง Chai ก็ยุติการต่อสู้
และสั่งให้ทิชิ่วกลับไป เรื่องนี้ท่านอ๋องจะจัดการเอง

ทิิชิ่วยืนยันจะจับคนกลับไป อยู่ในแผ่นดินซ่ง ทุกคนต้องอยู่ใต้กฏมายซ่ง

ท่านอ๋อง: หากข้าไม่อนุญาต เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จับคนในเขตปกครองของข้า
ทิชิ่ว: งั้นข้าน้อยจะรออยู่ที่สะพานแขวน จนกว่าHo Ying จะออกจากหมู่ตึกของท่านอ๋อง




จูกัวะซิงแซได้รับจดหมายนัดให้ไปพบที่ลานตึกตะวันตก
ที่แท้เป็นพระชายาท่านอ๋อง Chai

จูกัวะซิงแซ: ชายหญิงไม่ควรพบกันตามลำพัง ท่านมีอะไรก็เชิญรีบพูด
พระชายา: หากท่านเกรงคำครหา แล้วมาพบข้าทำไม
ท่านยังมีใจให้ข้าอยู่ใช่ไหม
จูกัวะซิงแซ: ศิษย์น้อง เจ้าเป็นพระชายาท่านอ๋อง พูดจาควรสำรวมด้วย
พระชายา: แค่เห็นหน้าท่าน ข้าก็เจ็บปวดใจ จะให้สำรวมได้อย่างไร
(ว่าแล้วก็ขอตบที ตบแล้วจากไปดื้อๆ ซะงั้น)




Ho Ying เห็นเหตุการณ์ จึงเข้าใจว่าจูกัวะซินแซแอบมีความสัมพันธ์กับพระชายา
จูกัวะไม่พอใจ อย่าให้ได้ยินนะ ว่าเอาพระชายาไปพูดเสียๆ หายๆ

Ho Ying: แน่จริงก็ฆ่าข้าให้ตาย ไม่งั้นอย่าหวังว่าข้าจะปิดปากเงียบ
จูกัวะซิงแซ: ใช่ คนตายเท่านั้นที่ไม่พูด ข้าไม่ฆ่าใครมานานแล้ว
อย่าบังคับให้ข้าต้องลงมือล่ะ





ะหว่างกลับห้อง Ho Ying พบกับเศรษฐีเฉิน
ปรากฎว่าพวกเขาเคยรู้จักกันมาก่อน
เศรษฐีเฉินไม่ต้องการให้ซินแสตุยอยู่ฟังการสนทนา จึงให้เขากลับห้องไปก่อน




ซินแสตุยเห็นบ้อเช้งชมวิวอยู่ กลัวไม่มีเรื่องรึไงไม่รู้

ซินแสตุย: ทิวทัศน์ที่นี่ออกจะงดงาม ทำไมท่านไม่ไปชมให้รอบๆ ล่ะ
(ใครพูดด้วยยะ ป่อยยย) เอ่อ ขอโทษที ข้าแค่ผ่านมา
บ้อเช้ง: ท่านไม่จำเป็นต้องขอโทษข้า แต่ท่านควรจะไปขอโทษบุตรชายของ Ho Ying
ซินแสตุย: ท่านพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ
บ้อเช้ง: ท่านรู้ตั้งแต่แรกว่าไม่ล้มนั้นมีรังผึ้งอยู่
ท่านใช้พัดป้ายตัวยาที่เสื้อ เพื่อล่อให้ผึ้งต่อย
ซินแสตุย: พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจ
บ้อเช้ง: อย่าปฏิเสธ ข้าเกลียดนักคนที่ไม่ซื่อเนี่ย
ถ้าท่านเฉิน กับ Ho Ying รู้เข้า ไม่รู้ท่านจะเป็นยังไง
ซินแสตุย: ไม่ใช่ธุระของท่าน ท่านก็อย่ายุ่งหน่อยเลยน่า
บ้อเช้ง: เรื่องเล็กๆ ข้าไม่อยากยุ่ง แต่เรื่องใหญ่ๆ ข้ายุ่งแน่
ซินแสตุย: ท่านจะเอาเท่าไหร่ ว่ามาเลย
บ้อเช้ง: ไว้ข้าคำนวณได้ว่าท่านเฉินมั่งคั่งขนาดไหน ข้าค่อยบอกท่าน






ทิชิ่วจะออกนอกหมู่ตึก ปรากฎว่าฟ้าผ่าสะพานแขวนขาดเสียแล้ว



บ้อเช้งพบพ่อบ้าน Wai ถูกทำร้าย
บ้อเช้งเห็นเงาร่างของคนร้าย แต่ใช้อาวุธลับแล้วยังสะกัดคนร้ายไว้ไม่ได้
กระบี่วิเศษถูกขโมยไป





เมื่อไล่ตามคนร้ายไปยังทางออกหมู่ตึก
พบว่า Ho Ying ถูกฆ่าตายด้วยกระบี่วิเศษเล่มหนึ่ง
มือปราบทิช่ิวเป็นคนแรกที่พบศพ จึงถูกสงสัยว่าเป็นคนร้าย





ยังไม่ทันถามไถ่ ลูกชาย Ho Ying ก็ลงมือซะแล้ว
แต่ยังไงก็สู้ทิชิ่วไม่ได้





จูกัวะซินแซยืนยันว่าหากยังไม่มีข้อพิสูจน์
ทิชิ่วก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์

พระชายา: พูดแบบนี้ สมัยท่านเป็นมือปราบ คงไม่เคยจับผิดคน ทำร้ายผู้บริสุทธิ์เลยสินะ

เอ้า กัดจิกเข้าไป ท่านอ๋องเริ่มสงสัยแล้วเห็นปะ





ถึงเวลาที่คินดะอิจิ เอ๊ย บ้อเช้ง จะคลีคลายคดีฆาตกรรมปริศนาแล้วจ้า
ถ้าทิชิ่วเป็นฆาตกรจริง ก็ย่อมไม่มีเวลาเอากระบี่อีกสองเล่มไปซ่อน
แถมฆาตกรที่ไหน จะนั่งเฝ้าอยู่ข้างศพ
คนร้ายที่บ้อเช้งกับพ่อบ้าน Wai เห็นก็ใส่ชุดดำ
ที่สำคัญ จากบาดแผลกระบี่ คนร้ายต้องเปื้อนเลือด Ho Ying แน่





เนื่องจากสะพานแขวนขาดไป ทิช่ิ่วจึงมั่นใจว่าฆาตกรอยู่ในหมู่พวกเรานี่แหละ

ท่านอ๋อง Chai มอบหมายให้มือปราบทิช่ิวทำการสอบสวนหาตัวฆาตกร

บ้อเช้งขอขำ ทำไมต้องเสียเวลาสอบสวนด้วย
ตั้งแต่เกิดเรื่อง คนที่โผล่หน้ามาช้าที่สุด น่าสงสัยที่สุดก็คือ Lam Po tin





Lam Po tin อ้างว่าไม่สบายจึงพักผ่อนอยู่ให้ห้อง ไม่มีใครเป็นพยาน
ทิชิ่วตรวจแผลกระบี่แล้ว น่าจะเป็นฝีมือของผู้ที่ถนัดใช้ดาบ
Lam Po tin ไม่ถูกกับ Ho Ying จึงมีแรงจูงใจ
ทิชิ่วขออนุญาตท่านอ๋อง ควบคุมตัว Lam Po tin ขั่วคราว

Lam Yeuk-Fei ไม่พอใจ เรื่องอะไรมาใส่ร้ายกันง่ายๆ
Lam Po tin เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง อยากจับก็จับไปดิ






อุตส่าห์ใช้ล็อกระดับมืออาชีพ กระบี่ยังหายได้
ท่านอ๋อง Chai หวังพึ่งจูกัวะซิงแซช่วยหากระบี่
แต่พระชายาไม่เห็นด้วย ท่านอ๋องไม่เข้าใจว่าทำไมพระชายาถึงได้ปฏิบัติต่อจูกัวะซิงแซเช่นนี้
พระชายาไม่รู้จะตอบยังไง เลยแสร้งทำเป็นไม่สบาย

ท่านเฉินขอพบท่านอ๋องยามดึก ท่านอ๋องไม่ยอมให้เข้าพบ




จูกัวะซิงแซสงสัยว่าคนร้ายลำบากตั้งมากมายกว่าจะขโมยกระบี่ได้
ไฉนสังหารคนแล้วกลับทิ้งกระบี่เอาไว้ มันแปลกดีนะ
บ้อเช้งไม่สนใจ กระบี่ก็ส่งมอบเรียบร้อย เมื่อไหร่จะกลับซะที

จูกัวะตื๊อให้บ้อเช้งช่วยกันคลี่คลายคดี ไหนๆ ก็ต้องรอสะพานแขวนซ่อมเสร็จ

บ้อเช้ง: ท่านอา ท่านพูดเรื่องคดีไม่หยุดปาก
หรือว่าท่านอยากจะเป็นมือปราบอีกครั้ง





ที่ Lam Po tin ยอมให้จับ เพราะเห็นว่ามือปราบเล็กๆ อย่างทิชิ่ว
กล้าเข้ามาจับคนในหมู่ตึกท่านอ๋อง น่าจะมีกึ๋นหาตัวคนผิดได้




Lam Yeuk-Fei อยากพบพ่อ แต่ทิชิ่วไม่ยอมให้ใครพบผู้ต้องหา
จะสู้ก็สู้ไม่ได้





ฝากไว้ก่อนเหอะ




ขัดใจจริงๆ ขอกัดลูกน้องพ่อระบายความโกรธหน่อย



เพื่อช่วยพ่อ ก็ต้องหาคนร้ายตัวจริงให้เจอ
Lam Yeuk-Fei กล่าวหาจูกัวะซิงแซว่าเป็นคนร้าย
เพราะลูกน้องของเธอเห็นจูกัวะทะเลาะกับ Ho Ying





ท่านอ๋องอยากรู้ว่า จูกัวะทะเลาะกับ Ho Ying เรื่องอะไร
จึงยอมจ่ายเงินค่าข้อมูลให้กับบัณฑิตรอบรู้ Kam Kau-ling

18 ปีที่แล้ว จูกัวะซิงแซ จับกุม Ho Ying ข้อหาปล้นฆ่า
Ho Ying ติดสินบนผู้พิพากษา หลุดคดีออกมาได้
ทิชิ่วไม่เชื่อว่าต้นเหตุจะมาจากคดีเก่า
จากปากคำพยาน ดูเหมือน Ho Ying จะข่มขู่ที่จะเปิดโปงจูกัวะ

จูกัวเกรงจะเสื่อมเสียถึงพระชายา จึงอ้างว่าจำเรื่องที่ทะเลาะกันไม่ได้




ทิชิ่วขออนุญาตท่านอ๋องคุมตัวจูกัวะซิงแซชั่วคราว
ท่านอ๋องอนุญาตแต่บ้อเช้งไม่ยอมซะอย่าง
ถ้าจูกัวะซิงแซไม่เอาเก้าอี้รับอาวุธลับไว้ละก็ ทิชิ่วตายแน่












 

Create Date : 28 กันยายน 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:52:47 น.
Counter : 4266 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.