Group Blog
 
All Blogs
 

Heart of Greed 5







ยังไม่ทัน 7 โมงเช้าเลย Tong Chi-on ก็มาปลุกกิลเบิร์ตแต่ไก่โห่
นี่มันวันอาทิตย์นะ

Tong Chi-on: ตื่นเหอะน่า เรื่องคอขาดบาดตายเลยนะ
แม่ใหญ่เรียกประชุมครอบครัว





แม่ใหญ่ประกาศว่า เนื่องจากปฏิบัติการเที่ยวดูไบล้มเหลว
จึงจะจัดเที่ยวนาราเป็นการชดเชย ลูกๆ ทำเป็นตื่นเต้นกันน่าดู
นึกหรือว่าแม่ใหญ่จะไม่รู้ทัน

แม่ใหญ่: พวกลูกคิดว่าแม่น่าเบื่อ แม่ก็คิดว่าพวกลูกน่ะเรื่องมาก
แม่อยากจะเรียนรู้วิธีการชงชาซะหน่อย พวกลูกก็ไปนั่งหาวเอา หาวเอา
แม่จะไม่ไปเที่ยวไหนกับพวกเธออีกแล้ว
กิลเบิร์ต: แต่เมื่อกี้แม่บอกว่าจะจัดทริปเที่ยวนารา
แม่ใหญ่: แม่อำพวกเธอเล่นบ้างไม่ได้หรือไง




แม่ใหญ่: พวกเธอก็โต โตกันแล้ว เธอควรจะได้คิดตัดสินใจด้วยตัวเอง
กิลเบิร์ต: งั้นถ้าผมจะไม่ไปทำงานที่ร้าน
แม่ใหญ่: ก็แล้วแต่ลูก ถ้าลูกอยากจะทำอย่างอื่น แม่ก็ไม่ว่า
Foon: แล้วผมล่ะ ถ้าผมกลับบ้านหลังเที่ยงคืน แม่ใหญ่อย่าโทรหาผมทุก 15 นาทีได้ป่าวครับ ผมอายเพื่อนๆ มัน
แม่ใหญ่: ถ้าอายนักล่ะก็ คราวหลังหัดโทรมาบอกก่อนเที่ยงคืนสิ
Yan-yan: แล้วหนูล่ะ หนูจะเดทกับเพื่อนผู้ชายได้มั้ย
แม่ใหญ่: ไม่ได้ หนูจะรีบไปไหน ไว้เข้ามหาวิทยาลัยได้ซะก่อน
แม่จะพาหนูไปดูมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ
Yan-yan: ไม่เอาอ่ะ หนูอยากเรียนที่ฮ่องกง
แม่ใหญ่: แม่ใหญ่ไม่ได้บังคับหนูนะ ถือซะว่าเราไปเที่ยวกันก็ได้






พ่อฉวยโอกาสขอร้องให้แม่ใหญ่ยกโทษให้แม่รอง
เค้าดีกันตั้งนานแล้ว พ่อนี่ไม่รู้เรื่องเล้ย




แม่ใหญ่ให้แม่รองจัดการเรื่องเลี้ยงฉลองครบรอบแต่งงาน
โดยจองบุฟเฟต์ที่โรงแรม ต่อด้วยดูหนัง และคาราโอเกะ
พ่อขอประท้วง ไปคาราโอเกะทีไร ก็มีแต่เพลงวัยสะรุ่น พ่อไม่รู้จัก
ถ้าจะไปต้องเลือกร้านที่มีเพลงเก่าด้วย ถึงจะโอเค





อาหารละลานตาจนทุกคนตะลึง (แหม สงสัยจะได้ค่าโฆษณาจากร้านด้วย)
ทั้งซาชิมิ หอยนางรม กุ้งชุบแป้งทอด กินกันให้เต็มที่
ดูพ่อดิ ไหนบ่นว่ากลัวคอเลสเตอรอลพุ่ง ไหงตักซ้า





ไปถึงโรงหนัง Foon อยากดูหนังฆาตกรรมโหด
พ่อล่ะกลุ้ม นี่มันวันครอบครัวนะลูก Tong Chi-on เสนอให้ดูหนังตลก
น้า Lei เสนอให้ดูหนังคลาสสิกวิมานลอย แม่ใหญ่ชอบ
หนังตั้งสี่ชั่วโมง พ่อเสนอให้ต่างคนต่างดู เสร็จแล้วมาเจอกันที่ล้อบบี้
แล้วมันเรียกว่ามาดูหนังด้วยกันยังไงหว่า แม่ใหญ่เลยตัดสินให้ว่าดูหนังตลกด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ




ที่คาราโอเกะ พ่อก็เล่นยึดไมค์ไว้คนเดียว
ลูกๆ ต้องช่วยกันยึดอำนาจ แย่งไมค์คืน
ลูกทั้งสี่คนทำมิวสิควิดีโอเพลงมอบให้กับแม่ใหญ่
(นี่มันงานครบรอบแต่งงาน หรืองานวันแม่กันแน่เนี่ย)






แม่ใหญ่กับ Yan-yan เดินทางไปอังกฤษเป็นเวลา 3 อาทิตย์
ก่อนไปได้กำชับให้พ่อเลือกร้าน 2 แห่งใส่ชื่อ Kam เป็นเจ้าของร่วม

Tong Yan-kai: แม่ยังไม่เห็นบอกเลยว่าจะให้ร้านไหน
แม่ใหญ่: พ่อกับ Kam ก็ตัดสินใจเอาเองแล้วกัน





แม่รองไม่รอช้า รีบลากพ่อไปเลือกร้านทันที
ปกติพ่อจะให้อำนาจในการดูแลกิจการกับอา Lei
ร้านแต่ละแห่ง อา Lei ก็เป็นคนซื้อ

Tong Yan-kai: พอรู้น่า ร้านนี้ Chuen เช่าทำร้านขายผลไม้
ลูกชาย Chuen เป็นหมอฟัน ลูกสะใภ้เป็นพยาบาล
แม่รอง: ลูกชายเค้าจะเป็นอะไรก็ช่าง ชั้นจะเอาร้านนี้แหละ พี่จะว่ายังไง
Tong Yan-kai: ถ้าชอบก็เอาเลย อากาศร้อนจะตาย ไปหาอะไรดื่มกันเถอะ
แม่รอง: ชั้นยังพูดไม่จบ ชั้นเช็คมาแล้ว ร้านแถวนี้ค่าเช่าเดือนละ 80,000 ทั้งนั้น
มีร้านเรานี่แหละให้เช่าแค่ 30,000 พอสัญญาหมด ชั้นกะว่าจะเพิ่มค่าเช่าอีกซัก 30,000
Tong Yan-kai: ตามใจสิ บอกแล้วว่าลูกชาย Chuen เป็นหมอฟัน
รวยออกอย่างนี้ เธอจะขึ้นค่าเช่าซัก 40,000 ก็ยังได้





Seung Joi Sum แวะมาหา Tong Chi-on ที่ร้าน
Yan-yan กับ Shui mak-mak ไปเที่ยวอังกฤษ เธอไม่รู้จะปรึกษาใคร




Seung Joi Sum เอาแมวใส่กระเป๋ามาด้วย
เจ้าเหมียวคิวค่อนข้างหงุดหงิด เธอเลยต้องหิ้วมันติดตัว
Tong Chi-on เคยทำงานที่ร้านขายแมว เค้ารู้จักหญ้าที่ทำให้แมวสงบ
Seung Joi Sum เห็นใกล้เวลาแบงก์ปิด ก็ร้อนใจ เธอขอยืมเงิน Chi-on สามหมื่น
หูฝาดไปป่าวเนี่ย เจอกันแค่สองครั้งมาขอยืมเงินสามหมื่นเนี่ยะ
เจอกันที่ซูเปอร์หนนึง ที่คลินิกหนหนึ่ง อ้อ เกือบลืม เล่นไพ่นกกระจอกอีกหนหนึง
ถ้าไม่ติดว่าสามสาวไม่อยู่ล่ะก็ คงไม่ต้องบากหน้ามาพึ่ง Chi-on หรอก
Seung Joi Sum รับปากว่าจะรีบหาเงินมาคืนให้ ขอให้ Chi-on เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ





ไปไม่ทันธนาคารปิดก็ไม่เป็นไร เอทีเอ็มก็มีไม่ใช่เหรอ

Tong Chi-on: อ่ะ บัตรใบนี้ กดได้สูงสุดแค่หมื่นเดียว
Seung Joi Sum: (เหลือบไปเห็นบัตรใบอื่น) ถอนจากบัตรใบอื่นด้วยก็ได้นี่
Tong Chi-on: (เหวอไปเลย เอาฟระ) กดหมดสองใบแล้วนา
Seung Joi Sum: แหม ถ้าจะช่วยจริงๆ ก็ช่วยได้ คุณมีบัตรเครดิตอีกใบนี่นา
Tong Chi-on: บัตรใบนี้วงเงินเต็มแล้ว
Seung Joi Sum: วงเงินเต็มก็เบิก Advance ได้นี่ (เอากับเธอดิ)





Tong Chi-on ไปเป็นเพื่อนพ่อสำรวจร้านในเครือ
เป็นเจ้าของร้าน ไม่รู้ได้ยังไงว่ามีร้านอยู่ที่ไหน อายเค้าแย่

บังเอิ๊ญ บังเอิญ เห็น Seung Joi Sum เข้าไปในร้านรับพนันบอล
ตามไปดูก็เธอเอาเงินสามหมื่นที่ยืมจากเขาไปทุ่มแทงเชลซี
เห็นแล้วเซ็ง รู้งี้ไม่น่าใจอ่อนให้ยืมเงินเลย






Tong Yan-kai รู้เข้านอกจากไม่เห็นใจยังจะมาซ้ำเติม
ทำให้อา Po พลอยรู้เรื่องไปด้วย อา Po ยิ่งโมโหกว่า
ทีหนที่แล้วอาจะยืมเงินไปพนันบอลซะหน่อย ก็ไม่ยอมให้
พอหญิงมาขอยืมก็ให้กันง่ายๆ อย่างเนี้ยเหรอ




แม่รองกับ William ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ไปเจรจาขอขึ้นค่าเช่า
เล่นขึ้นพรวดเดียวจาก 30,000 เป็น 70,000 ใครยอมรับก็บ้าแล้ว
ร้านก็ไม่ได้ขายดีอะไร ต้นทุนผลไม้แพงจะตาย ขายได้กำไรไม่กี่ตังค์

อา Lau: เธอเป็นใครชั้นไม่สน ชั้นเช่าร้านนี้จากคุณและคุณนาย Tong
Lei น้องสาวคุณนาย Tong เป็นคนเจรจาเรื่องค่าเช่ากับชั้น
ถ้าจะขึ้นค่าเช่า ก็ให้พวกเค้ามาคุยกับชั้นเองสิ คุณนายใหญ่ คุณนายน้อยอะไรชั้นไม่รู้จัก
คุณนาย Tong ที่ชั้นรู้จักมีคนเดียว

ดันไปตอกย้ำปมด้อยของแม่รองเข้าไปอีก





แม่รองกลับไปฟ้อง Tong Yan-kai
พ่อเข้าข้างแม่รองเต็มที่ ทำยังงี้ได้เหรอ อุตส่าห์ไม่ขึ้นค่าเช่ามาตั้งหลายปี
หนอยว่าใครไม่ว่า ดันมาว่าเมียสุดที่รัก อย่างนี้ต้องไล่ออก
Kai อนุญาตให้แม่รองหาคนเช่ารายใหม่ตามใจชอบ





Kai ไม่รู้เรื่องเลยว่าตัวเองสร้างเรื่องเดือดร้อนเข้าให้แล้ว
ตัวเองดันจำร้านของ Chuen กับ Lau สลับกัน
ร้าน Cheun ที่มีลูกชายเป็นหมอฟัน อยู่คนละถนน
แถมปิดร้านไปนานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เกิดโรคซาร์
อ่ะแหม ร้านตั้ง 31 ร้าน จำสลับกันมั่งก็ไม่แปลก

Lei: พี่ก็รู้ว่าลูกชายอา Lau เป็นปัญญาอ่อน
ร้านขายผลไม้ร้านเดียว เลี้ยงคนตั้งแปดคน พี่ยังจะขึ้นค่าเช่าเขาอีกเหรอ
Tong Yan-kai: ไม่ขึ้น ใครว่าพี่จะขึ้น เธอบอกอา Lau เลยนะ
ว่าพี่จะไม่มีวันขึ้นค่าเช่าร้านเขาเป็นอันขาด เดี๋ยวพี่จะบอก Kam เอง





ไม่ทันการณ์ซะแล้ว แม่รองพาผู้เช่าใหม่ไปดูร้าน
ส่วนอา Lau ก็เพิ่งวางหูจาก Lei ต่างคนต่างได้ยินมาคนละอย่าง
เลยเถียงกันอุตลุด




Kai มาได้จังหวะ จึงโดนหางเลขไปด้วย

อา Lau: เจ้าลูกเต่า Tong เนี่ยเหรอ สมัยก่อนใครๆ ก็รู้ว่ามันขี้แพ้
เวลามีปัญหา ก็ดีแต่ซ่อนตัวอยู่ในกระดอง
ตอนปี 1966 มันถูกใส่ความว่าขายเป๋าฮื้อปลอม ถูกจับขึ้นโรงพัก
แค่ถูกสอบสวนมันก็ฉี่ราด หลังจากนั้นแกเลยเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง
ใครล่ะเป็นคนซื้อยาให้ ชั้นถึงขนาดขายร้านเอาเงินมาช่วยแก
เงินไม่พอก็ต้องไปกู้ยืมเค้า เพื่อติดสินบนตำรวจ ไม่ให้แกต้องติดคุก
เดี๋ยวนี้แกสุขสบาย ร่ำรวยแล้วนี่ ถึงได้ทำกับชั้นแบบนี้
Tong Yan-kai: อา Lau อย่าพูดอย่างนี้สิ ผมสาบานต่อพระเจ้าเลยนะว่า
ผมจะไม่มีวันขึ้นค่าเช่าอาเด็ดขาด






อา Lei งง ที่อยู่ดีๆ แม่รองหาคนเช่าเอาเอง ปกตินี่เป็นหน้าที่ของเธอ
ก่อนที่แม่ใหญ่จะไปอังกฤษ ก็ไม่ยักบอกอา Lei ให้รู้ก่อน

แม่รอง: เมื่อก่อนชั้นไม่มีเวลามาดูแลกิจการ ถึงปล่อยให้เธอทำจนเละเทะไปหมด
อา Lei: พูดให้ดีนะ ใครทำเละเทะ ที่เราให้อา Lau เช่าร้าน
ไม่ใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณเค้าเท่านั้น แต่เค้าเป็นผู้เช่าที่ดี
ตลอดหลายปีมานี่ ไม่เคยจ่ายค่าเช่าช้าแม้แต่หนเดียว
Tong Yan-kai: จริงของ Lei ถ้าไปเจอผู้เช่าแย่ๆ ไม่จ่ายค่าเช่า ทำลายข้าวของล่ะก็แย่เลย
บางคนถึงกับเทซีเมนต์ลงในโถส้วมด้วย เนอะ (หันไปหาพวกกับลูกๆ)
แม่รอง: งั้นเชียว ผู้เช่าที่ William หามานะ บอกว่าถ้าเราให้เค้าเช่าสามปี
เค้าจะยินดีจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปี ผู้เช่าดีๆ ใครว่าหาไม่ได้ ตั้งใจหารึเปล่า
อา Lei: เอาล่ะ ถ้าพวกพี่คิดว่าชั้นดูแลไม่ดี พอพี่ใหญ่กลับมา ชั้นก็จะคืนร้านให้
Tong Yan-kai: ไม่เอาน่า เธอดูแลร้านมาตั้งหลายปี ก็ดีอยู่แล้วนี่
แม่รอง: งั้นชั้นก็ยุ่งไปเองใช่มั้ย ต่อไปชั้นไม่สนใจแล้ว






ต่างคนต่างงอนขึ้นห้องไปทั้งคู่ นั่นก็เมีย นี่ก็น้องเมีย โอ๊ย ป๋าทำตัวไม่ถูกแล้ว
ปรึกษาลูกๆ ดีกว่า ลูกๆ กลับรู้สึกว่าแค่เถียงกันหอมปากหอมคอ ชิลๆ น่าป๋า




Tong Yan-kai: จะโกรธ จะอารมณ์เสีย พ่อก็ไม่ว่าหรอก
แต่ไม่ควรพูดจาให้เกินเลยไป อีกหน่อยจะมองหน้ากันไม่ติด
เดี๋ยว พอเธอหายโมโหแล้วก็ไปขอโทษ Lei เค้าซะ
แม่รอง: อะไรนะ พี่จะให้ชั้นไปขอโทษ Lei
Tong Yan-kai: อา Lei เค้าดีกับเราแค่ไหน ร้าน 31 แห่ง
ก็ได้เค้าดูแลให้เป็นอย่างดี เธอนึกว่ามันง่ายนักหรือ
มีอยู่หนหนึ่ง Lei ไปทวงค่าเช่า ถึงกับโดนตบหน้ากลับมา
แม่รอง: แค่โดนตบหนเดียวน่ะเหรอ พี่รู้มั้ยวันนี้ชั้นเหมือนโดนตบหน้าเป็นสิบครั้ง
ตอน William ถามว่าทำไมชั้นถึงไม่สิทธิ์มีเสียงในการให้เช่าร้าน ชั้นเหมือนโดนตบหน้าไปครั้งหนึ่ง
ตอนเจ้าคนขายผลไม้นั่น ชี้หน้าด่าชั้น นั่นก็หนที่สอง
เค้ายังด่าสามีชั้นเป็นลูกเต่า ฉี่รดกางเกง นั่นเป็นหนที่สาม
Tong Yan-kai: พูดพอรึยัง คนทั้งบ้านเค้ารู้กันหมดก็เพราะเธอ
ต่อไปลูกมันจะยังเคารพชั้นอีกหรือ เธอโมโห แล้วชั้นไม่โมโหกว่ารึงัย
วันนี้ชั้นจะไปนอนห้องโน้น





Seung Joi Sum มาหา Tong Chi-on เพื่อขอหญ้าแมว
อา Po คิดว่าเธอมาขอเงินอีก จึงไล่เธอไป โธ่เอ๊ย มาทำหน้าใสซื่อ
หลอกขอยืมเงินชาวบ้าน

Seung Joi Sum: ชั้นไม่ได้หลอกเงินใครนะ ชั้นจะใช้คืนแน่ๆ
อา Po: ใช้คืน เธอมีปัญญาเหรอ ชั้นรู้นะว่าเธอคิดจะยืมเงินเค้าอีกใช่มั้ย
ถ้าอยากได้เงินนัก ทำไมไม่ไปขายตัวซะเลยล่ะ





Seung Joi Sum ทั้งโกรธ ทั้งอาย ก็ไหนรับปากว่าจะไม่บอกใคร
Tong Chi-on เข้าร้านมาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว เลยเจอสายตาพิฆาตเข้าให้








 

Create Date : 26 สิงหาคม 2550    
Last Update : 31 สิงหาคม 2550 1:00:10 น.
Counter : 669 Pageviews.  

Heart of Greed 4







จากตอนที่แล้ว แม่รองไม่พอใจที่อดไปเที่ยว
จึงไม่ยอมร่วมโต๊ะกินข้าวกับครอบครัวมาหลายมื้อ
ขนาดป๋าขอร้องก็ไม่สน จะไปยิมท่าเดียว




Yan-yan ไปร่วมแข่งขันว่ายน้ำข้ามอ่าว และได้เจอ Kei สมใจ
ดูชุดเธอซะก่อน มันจะหลุดก่อนถึงเส้นชัยมั้ยเนี่ย





อุตส่าห์เตรียมตัวมาตั้งนาน ว่ายน้ำไปได้ไม่เท่าไหร่
Yan-yan ก็โดนแมงกะพรุนไฟ ทำให้ต้องออกจากการแข่งขัน





Tong Chi-on รีบมารับน้องสาวที่โรงพยาบาล และได้พบกับ Seung Joi Sum




Yan-yan โดนเพื่อนๆ ประจานกันใหญ่ โถ แผนจีบหนุ่ม ไม่น่ามาลงเอยอย่างนี้

Tong Chi-on: อ๋อ จะจีบหนุ่มไม่ยอมบอกพี่
Yan-yan: พี่เป็นพี่ชายที่ชั้นรักที่สุด พี่อย่าบอกใครนะ
Tong Chi-on: เธอน่ะเหรอรักพี่ มีเพื่อนสาวๆ สวยๆ ตั้งหลายคน
ไม่เห็นคิดจะแนะนำให้พี่รู้จักบ้างเลย
Yan-yan: ก้อได้ คนนี้ Kusamochi คนนี้ Seung Joi Sum แล้วก็ Shui Mak-mak
Tong Chi-on: Shui Mak-mak ชื่อคุณคล้ายภาษาไทยเลยนะ
ผมรู้จักภาษาไทยหลายคำ อย่างสวัสดีครับ และมวยไทย
Yan-yan เดี๋ยวพี่จะแก้แค้นแทนเธอ พี่จะกินบาร์บีคิวอาหารทะเล
แล้วก็ซื้อแมงกะพรุนมากินให้เรียบ





ถึงเวลาข้าวเย็น แม่รองก็ยังไม่กลับมา อย่างน้อยก็น่าจะโทรกลับมาบอก

Tong Yan-kai: พ่อกำลังโทรหาอยู่ (มั่วนิ่ม) Kam เหรอ
อะไรนะ ไม่กลับมากินข้าวบ้าน วันหลังโทรมาบอกก่อนรู้มั้ย

แม่รองกลับมาพอดี หน้าแตกเลยป๋า

แม่ใหญ่: Kam กลับมาก็ดีแล้ว กินข้าวเย็นกันเถอะ ปูวันนี้น่ากินมากเลย
แม่รอง: ชั้นเพิ่งออกกำลังกายมา เทรนเนอร์บอกว่า 3 ชั่วโมงนี้ไม่ควรกินอะไร
ไม่งั้นที่ออกกำลังไปจะเหนื่อยเปล่า





ป๋าชวน Foon ขึ้นมาเกลี้ยกล่อมแม่รองให้ลงไปกินข้าวเย็น

Tong Yan-kai: เธอไม่ควรพูดกับแม่ใหญ่อย่างนั้น มันไม่ดี
แม่รอง: ชั้นพูดอะไร อย่ามากล่าวหากันนะ
ชั้นแค่บอกว่าเทรนเนอร์เตือนชั้นว่าไม่ควรกินอะไรหลังออกกำลังกาย 3 ชั่วโมง
แค่เนี้ย มีคำไหนที่ชั้นพูดไม่สุภาพบ้าง
Tong Yan-kai: เอาล่ะ เอาล่ะ พ่อเหนื่อย ไม่อยากเถียงด้วยแล้ว





แม่รอง: Foon หนนี้ แม่ทำเกินไปรึเปล่า
Tong Chi-foon: ก็เกินไปน่ะสิ แม่ไม่น่าว่าป๋าเลย
แม่รอง: Foon แม่ไม่สนป๋าเธอหรอก แม่หมายถึงแม่ใหญ่น่ะ
ที่แม่ทำเมินไม่ยอมกินข้าวเย็นด้วย แม่ใหญ่ว่ายังไงบ้าง
Tong Chi-foon: ไม่นี่ ผมไม่ทันสังเกตด้วย มัวแต่กินอ่ะ




แม่รอง: แล้วหลายวันที่ผ่านมานี่แหละ แม่ใหญ่บ่นอะไรมั่ง
Tong Chi-foon: ผมมัวแต่เตรียมตัวออกค่าย ไม่ค่อยได้อยู่บ้านหรอกแม่
แม่รอง: Foon เอ๊ย แม่น่ะจะ 50 แล้ว จะยังไงก็ได้
ลูกน่ะเพิ่งจะยี่สิบ ถ้าไม่ตั้งใจให้ดี หกร้อยล้านจะไม่เหลือมาถึงมือลูก
Tong Chi-foon: หกร้อยล้านอะไรเหรอแม่ อยู่ดีๆ ผมจะได้หกร้อยล้านได้ยังไง
แม่รอง: เฮ้อ เราน่ะเอาแต่เล่น จะเอาอย่างกิลเบิร์ต หรือ Yan-yan ไม่ได้นะ
สองคนนั่นเค้าลูกแม่ใหญ่ หัดคิดซะบ้าง
Tong Chi-foon: (หาทางชิ่ง) งั้นผมจะกลับไปคิดก็แล้วกัน ไม่กวนแม่แระ




สี่พี่น้องมาเช็คความคืบหน้า ไหนดูดิ๊ มีใครมารับเป็นพ่อ Chi-on มั่ง
มีเมล์มาทั้งหมด 5 เมล์
คนแรกเป็นคนจีนอพยพไปอยู่เม็กซิโก อายุ 56 มีธุรกิจมูลค่าสองพันล้าน
ดูไปดูมา ส่งมาจากโรงพยาบาลโรคจิตนี่นา
คนต่อไปมาจากผู้หญิง ส่งเมล์มาอยากขอเป็นเพื่อนกับ Chi-on
เธอว่าถึงหาพ่อไม่พบก็ไม่เป็นไร สร้างครอบครัวใหม่ เป็นคุณพ่อซะเองก็ได้
เห็นหน้าแล้วตรูจะบ้า





เพื่อนๆ โทรมาตามตัว Yan-yan ไปช่วยกันตามหา Shui Mak-mak
ที่กำลังสติแตก ช้อปแหลก รูดการ์ดกระจาย
กว่าจะมาห้ามได้ ก็ช้อปไปไม่น้อยแล้ว





Shui Mak-mak อกหักรักคุด จนต้องปลอบใจตัวเองด้วยการช้อปปิ้ง

Seung Joi Sum: ปีนึง ปีนึงเธออกหักเฉลี่ย 20 ครั้ง ทุกครั้งก็บอกว่าตัวเองจริงจัง
Shui Mak-mak: พวกเธอไม่เข้าใจชั้น ชั้นเจ็บปวดจริงๆ นะ
ทำไมทุกครั้งที่เลิกรา ชั้นต้องเจ็บปวดเหมือนมีใครเอามีดมาแทงที่หัวใจ

Yan-yan คิดจะชวนพี่ใหญ่ มาทำตลกให้เพื่อนดู จะได้คลายเศร้า





Chi-on ปฏิเสธ กำลังยุ่งกับการตอบเมล์ตามหาพ่ออยู่
สี่สาวหาเรื่องป่วน แกล้งส่งเมล์ไปว่าเป็นพ่อที่ Chi-on ตามหา
ช่วยกันแต่งเรื่องอย่างเมามันส์ ถังแตก เมียทิ้ง เป็นโรคร้ายเรื้อรัง
เว่อร์ไปนิ้สส Chi-on เลยไม่เชื่อ อย่างนี้ต้องใช้ไม้ตาย
Yan-yan เผยว่า Chi-on มีไฝที่ขาสองเม็ด แถมสะดือจุ่นด้วย
ตบท้ายด้วยการส่งรูปมาให้ดู Chi-on ขอที่อยู่ทันที






เล่นกันแรงนะเนี่ย เป็นเราเลิกคบไปแล้ว เพื่อนแบบนี้ ทำอะไรไม่คิด

Tong Chi-on: สนุกนักรึไง ผมคิดว่าวันนี้จะได้เจอกับพ่อ
แต่พวกคุณกลับเห็นเป็นเรื่องตลก พวกคุณทำร้ายจิตใจผมแค่ไหน รู้บ้างมั้ย





Yan-yan: หนูไม่รู้นี่ว่าพี่ใหญ่จริงจัง นึกว่าทำเล่นหนุกๆ
พวกเราก็แค่ล้อเล่นเอง
Tong Chi-on: ความรักของครอบครัวเอามาล้อเล่นได้ยังไง
ที่โรงเรียนเค้าสอนอะไรพวกเธอ




Tong Chi-on: มีบทร้อยกรองเกี่ยวกับครอบครัวบทหนึ่งที่ผมชอบมาก
ชื่อว่า The Side อ่านทีไรน้ำตาซึมทุกที
(สี่สาวงง บทอะไรหว่าไม่เคยได้ยิน)
Tong Chi-on: บทนี้เกี่ยวกับพ่อล่ำลาลูกชายที่สถานีรถไฟ
ใจของพ่อไม่อยากให้ลูกจากไป ขณะที่เขากำลังซื้อแตงโมให้ลูกชาย
ลูกชายก็มองดูด้านข้างของพ่อแล้วก็ร้องไห้ ความรักระหว่างพ่อ-ลูก ช่างน่าประทับใจจริงๆ
ทำให้ผมนึกถึงตัวเอง ตอนพ่อทิ้งผมไว้ที่ห้องน้ำห้องที่สาม
พ่อคงไม่อยากจากผมไป พวกคุณไม่เคยอ่านกันบ้างหรือ
Seung Joi Sum: นี่ นี่ ชั้นว่าคุณจำผิดแล้ว บทนั้นน่ะชื่อ The Back ไม่ใช่ The Side (ป่อยยยย)





Tong Chi-on: (รีบเปลี่ยนเรื่อง) เพลงเกี่ยวกับความรักพ่อ-ลูก ก็ช่างกินใจ
อย่างเพลง Strong Man ของ Roman Tam
Yan-yan: โธ่ พี่ใหญ่ เพลงนั้นชื่อ Strong ร้องโดยกัวฟู่เฉิงตะหากล่ะ
Tong Chi-on: เอาเหอะน่า ยังไงก็กินใจละกัน

ทีนี้สี่สาวรู้แล้วว่าโดน Chi-on อำกลับ รุมสกรัมซะเลย
Tong Chi-on: หยู้ด หยุด ทำไมล่ะ ทีพวกคุณยังล้อผมเล่นได้นี่
เฮ้อ ฝีมือเด็กๆ ส่งรูปรีทัชหน้าตาผม แล้วมาบอกว่าเป็นพ่อ ใครจะไปหลงเชื่อ




ไหนๆ ก็มาแล้ว คิดเหรอว่าจะกลับได้ง่ายๆ โดนสามสาวล็อกตัวไว้เล่นไพ่นกกระจอก
Kusamochi ต้องไปงานวันเกิดแฟน ถ้า Chi-on ไม่อยู่ขาก็ไม่ครบน่ะจิ




แค่เริ่มต้นล้างไพ่ Chi-on ก็น็อคในมือ (แบบนี้ถ้าเล่นบ้านเราก็เรียกว่าน็อคลอย)

Shui Mak-mak: คุณชายคะ เราเล่นไพ่นกกระจอกเซี่ยงไฮ้ ไม่มีน็อคลอย ผิดกติกา
Tong Chi-on: หา เราตกลงกันเมื่อไหร่ว่าจะเล่นไพ่นกกระจอกเซี่ยงไฮ้
Shui Mak-mak: ชั้นเป็นคนเซี่ยงไฮ้ ก็ต้องเล่นไพ่นกกระจอกเซี่ยงไฮ้ดิ





Tong Chi-on ทิ้งไพ่มังกรแดง Shui Mak-mak น็อค

Tong Chi-on: น็อคบ้านเธอสิ เธอต้องการมังกรขาว ไม่ใช่มังกรแดง
Shui Mak-mak: ไพ่นกกระจอกเซี่ยงไฮ้ มังกรแดงเป็นตัวโจ๊ก ใช้แทนไพ่อะไรก็ได้ย่ะ




Tong Chi-on เอามั่ง จั่วได้มังกรแดง น็อคเลย

Shui Mak-mak: น็อคได้งัย นายคอย 1 แท่ง 4 แท่ง หรือ 7 แท่งต่างหากไม่ใช่มังกรแดง
Tong Chi-on: อ้าว ก็เธอพูดเองว่าไพ่นกกระจอกเซี่ยงไฮ้ มังกรแดงเป็นตัวโจ๊ก ใช้แทนไพ่อะไรก็ได้
Shui Mak-mak: กฎนี้ ใช้ได้เฉพาะกับคนอกหักย่ะ นายอกหักเหรอ




Tong Chi-on ทิ้งไพ่ 1 แท่ง Shui Mak-makมั่วนิ่มหยิบไพ่ 1 วงกลม
คือยังไงก็น็อคว่างั้นเหอะ ทั้ง Yan-yan และ Seung Joi Sum ก็เข้าข้าง Shui Mak-mak
อย่างนี้มันปล้นกันนี่หว่า




Tong Chi-on ส่ง Seung Joi Sum กลับบ้าน

Tong Chi-on: พวกคุณคบกันมานานแล้วเหรอ
Seung Joi Sum: ตั้งแต่สมัยเรียนแน่ะ ที่โรงเรียนเรียกพวกเราว่า สี่ดอกไม้งาม แห่ง Sheung Wan
Tong Chi-on: ผมก็มีฉายานะ ใครๆ ก็เรียกผมว่า เจ้าชายเป๋าฮื้อ แห่ง Bonham Strand West
(กร๊ากกกก)

Seung Joi Sum จะคืนเงิน 600 เหรียญ ที่ Chi-on เสียให้เธอในวงไพ่ แต่เค้าไม่รับ

Tong Chi-on: ไหน ใครๆ ก็ว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของคุณ
Seung Joi Sum: ก็ใช่ แต่ชั้นก็แฟร์พอนะ ชั้นไม่โกงใคร
คราวที่แล้วชั้นเอาหอยเชลล์อบแห้งคุณสองกล่อง เพราะชั้นเห็นว่ามันยุติธรรม
ถ้าคุณไม่รับเงินคืน ชั้นก็จะใส่ไว้เก๊ะรถนี่แหละ




แม่ใหญ่อุตส่าห์ไปตลาด เลือกซื้อปูมาทำ
เอาใจกันขนาดนี้ แต่แม่รองก็ยังไม่ยอมอยู่กินข้าวเย็น
เธออ้างว่านัดเล่นไพ่นกกระจอกกับเพื่อนๆ




แม่ใหญ่ตามไปถึงที่บ้านเล่นไพ่นกกระจอก Kam ก็ทำเมินใส่



พอถึงตอนกลับบ้าน เธอก็เดินลิ่วไม่สนใจแม่ใหญ่ จนแม่ใหญ่ชักฉุนขึ้นมาบ้าง
มีอะไรก็คุยกันให้รู้เรื่องไปเลย

แม่ใหญ่: โบราณว่าโกรธกันไม่ควรข้ามคืน เราเป็นครอบครัวเดียวกัน
แม่รอง: พี่ใหญ่ ชั้นก็บอกแล้วไงว่าชั้นไม่ได้โกรธ ไม่มีอะไรเข้าใจผิดกัน
นี่ก็ดึกจะแย่ ชั้นง่วง แล้วก็อยากกลับบ้านด้วย หรือพี่อยากจะยืนคุยกันข้างถนนจนเช้าล่ะ
แม่ใหญ่: คุยกันยันเช้าก็ต้องคุย จะได้จบเรื่องกันซะที
ชั้นเกลียดนัก คนที่ชอบพูดปากไม่ตรงกับใจ เราครอบครัวเดียวกัน มีอะไรทำไมไม่พูดตรงๆ
ถ้าเธอยังพูดจาปากไม่ตรงกับใจ แสดงว่าเธอไม่เห็นชั้นเป็นคนในครอบครัว
แล้วเธอจะกลับบ้านทำไม อย่างนั้น ก็อย่ากลับบ้านอีกเลย
แม่รอง: (เห็นแม่ใหญ่เอาจริงก็เริ่มเสียงอ่อย) พี่ใหญ่ก็ จะให้ชั้นพูดอะไรล่ะ
แม่ใหญ่: ชั้นอยากให้เธอพูดความจริง เธอเข้าบ้าน Tong นานหลายปี
เธอยังบ่นไม่เลิก ว่าไม่มีฐานะอะไรในบ้านนี้ ใช่มั้ย
แม่รอง: ก็มันจริงนี่
แม่ใหญ่: เธอมีฐานะเป็นภรรยาของ Tong Yan-kai เป็นแม่รองของ On, Yat, Foon, Yan
แม่รอง: ก็มันจริงนี่
แม่ใหญ่: Yat กับ Yan เคยมั้ยที่จะไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังเธอ
ถ้าเคยล่ะก็บอกมา ชั้นจะกลับไปจัดการลงโทษให้
Tong Yan-kai เคยนอกใจเธอ แอบไปมีผู้หญิงอื่นมั้ย
แม่รอง: ไม่เคย
แม่ใหญ่: แล้วทำไมเธอยังบ่นไม่เลิก
แม่รอง: ชั้นก็พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเอง




แม่ใหญ่: หลายปีมานี่ เธอเที่ยวบอกคนโน้นคนนี้ว่าบ้านเราทำให้เธอเสียเวลา
เสียวัยสาวไป ใครๆ ก็นินทาว่าชั้นใช้เงินฟาดหัวเธอ แต่ชั้นก็ทำหูทวนลมซะ
ชั้นยอมรับคำนินทาไว้ เพราะอะไร เพราะชั้นต้องการรักษาหน้าให้เธอ
ใช่ ตอนนั้น ชั้นป่วยเป็นมะเร็ง ชั้นคิดว่าชั้นคงต้องตายในไม่ช้า
ชั้นหวังว่าตอนชั้นจากไป จะมีผู้หญิงดีๆ ซักคนมาดูแล Kai
แต่ชั้นไม่เคยบังคับเธอ เธอเป็นคนขอร้องให้ชั้นอนุญาตเธอเข้ามาอยู่ในครอบครัวเรา
เธอบอกว่าพ่อเธอบาดเจ็บที่หลังจากการทำงาน พี่ชายคนโตก็ค้าหุ้นจนเจ๊ง และหนีหายไป
ครอบครัวเธอล้มละลาย เธอเกือบจะต้องเป็นโสเภณี เธอถึงอยากแต่งกับ Kai
ตอนนั้น ชั้นไม่ตกลง ชั้นบอกเธอว่าการแต่งงานเป็นเรื่องชั่วชีวิต
เธออายุน้อยกว่า Kai มาก เมื่อเธอไม่ได้รักเค้าก็ไม่ควรสละความสุขในชีวิตของตัวเอง
ชั้นยังให้เงินเธอ 5000 เหรียญ ไปช่วยทางบ้าน
เธอไม่ได้เป็นโรคอัลไซเมอร์ และก็ไม่ได้เป็นความจำเสื่อมด้วย คงจะจำได้สินะ




แม่ใหญ่: หลังจากนั้น เธอยังมาอ้อนวอนชั้นครั้งแล้วครั้งเล่า
จนครั้งที่ 5 เธอว่าเธอเต็มใจจะแต่งงานกับ Kai เธอจะไม่เสียใจ ชั้นถึงยอมตกลง
ชั้นไม่ได้ผิดต่อสำนึกของตัวเอง และไม่ได้ผิดต่อเธอ
แม่รอง: พี่ใหญ่ อย่าพูดอีกเลย
แม่ใหญ่: เธอชอบพูดว่า เธอไม่มีฐานะอะไรในบ้าน นึกเหรอว่าชั้นอยากจะให้เป็นแบบนี้
หลังจากชั้นอาการดีขึ้น ชั้นก็บอก Kai ให้จัดพิธีแต่งเธอเข้าบ้าน
ชั้นจองห้องจัดเลี้ยงเอาไว้แล้วด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นอยู่ๆ ทางรัฐบาลฮ่องกงก็ออกกฎหมายห้ามแต่งงานซ้อน
หรือว่าเธออยากให้ชั้นหย่ากับ Kai เธอจะได้แต่งงานกับเค้าล่ะ
แม่รอง: ไม่นะพี่ใหญ่ ชั้นไม่ได้หมายความอย่างนั้น ชั้นไม่กล้าขอให้พี่หย่ากับพี่ Kai หรอก




กำลังเข้มข้น โทรศัพท์แม่รองก็ดัง แต่แม่รองไม่รับ
โทรศัพท์ของแม่ใหญ่จึงดัง ปรากฏว่าเป็น Tong Yan-kai

แม่ใหญ่: Kam นี่มันเที่ยงคืนแล้ว เมียเค้ายังไม่กลับบ้านทั้งคู่
เค้ากลับโทรหาเธอก่อน เธอว่าพี่ควรจะอิจฉาเธอมั้ย
เราเป็นพี่น้องกัน ไม่ควรคิดเล็กคิดน้อย





แม่รอง: พี่ใหญ่คะ ชั้นขอโทษ
แม่ใหญ่: ชั้นก็ต้องขอโทษเธอ หลายปีมานี้ ชั้นมัวแต่วุ่นวายกับอาการป่วยของตัวเอง
แถมยังต้องห่วงใยเด็กๆ จึงหลงลืมเอาใจใส่เธอ ผู้หญิงเราเกิดมาก็คิดมากอยู่แล้ว
ชั้นก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ชั้นย่อมเข้าใจ เอาเถอะ ร้านค้าเราก็มีมากมาย
เธอก็เลือกซักสองร้าน ใส่ชื่อเธอเป็นเจ้าของร่วมกับ Kai แล้วกัน









 

Create Date : 13 สิงหาคม 2550    
Last Update : 19 สิงหาคม 2550 14:18:46 น.
Counter : 2259 Pageviews.  

Heart of Greed 3







จากตอนที่แล้ว Tong Yan-kai ได้รางวัลท่องเที่ยวจากสมาคมผู้ค้าเป๋าฮื้อ
บริษัททัวร์แจ้งว่าเค้าสามารถเลือกไปญี่ปุ่น หรือยุโรปก็ได้
แต่ Tong Yan-kai ไม่อยากเซ็งเหมือนไปญี่ปุ่นหนที่แล้ว
จึงขอจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อทัวร์เรือสำราญไปดูไบ
ถึงต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 35,000 เหรียญก็ไม่ใช่ปัญหา เรื่องเงินเรื่องเล็ก




แม่รอง: ถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าพี่ไม่อยากให้พี่ใหญ่ไปด้วย มีหวังโกรธตาย
Tong Yan-kai: หรือว่าเธออยากให้เค้าไปด้วย
แม่รอง: ก็ไม่อยากน่ะสิ
Tong Yan-kai: งั้นถึงบ้านแล้ว ก็แสดงให้เนียนๆ หน่อยล่ะ




Tong Yan-kai ทำเป็นโมโหโทโสว่าบริษัททัวร์กำหนดให้ไปทัวร์ดูไบอย่างเดียว

Tong Yan-kai: พ่อรู้ว่าแม่น่ะเป็นโรคเมาคลื่น ถึงอยากจะเปลี่ยนเป็นทัวร์ญี่ปุ่น
พ่อยอมจ่ายเงินเพิ่ม บริษัททัวร์ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนให้ มันน่าโมโหจริงๆ
แม่ใหญ่: ของฟรีก็แบบนี้แหละพ่อ
Tong Yan-kai: ไม่ปง ไม่ไปมันแล้ว ให้เด็กๆ ไปกันเหอะ
แม่ใหญ่: เด็กๆ น่ะไม่ชอบเที่ยวเรือสำราญกันหรอก แม่ก็ไม่ชอบนั่งเรือ
พ่อไปกับ Kam แล้วกัน
แม่รอง: พี่ก้อ เรือลำใหญ่จะตาย พี่ไม่เมาคลื่นหรอกน่า ไปด้วยกันเถอะ
(Tong Yan-kai เกือบสำลักน้ำ เล่นเนียนไปป่าว)
แม่ใหญ่: ไม่เอาหรอก แค่ได้ยินคำว่าทะเล พี่ก็เวียนหัวแล้ว พวกเธอไปกันสองคนน่ะดีแล้ว
พี่มีลูกๆ อยู่เป็นเพื่อนไม่เหงาหรอก





ที่จริงแม่รองก็ไม่อยากลงเรือสำราญไปดูไปซะหน่อย
อยากจะไปช้อปปิ้งมากกว่า ไหน ไหน คราวนี้แม่ใหญ่ก็ไม่ได้ไปด้วย
เปลี่ยนไปยุโรปกันดีกว่า ป๋าได้ไปเล่นสกีที่สวิส แม่รองก็ได้ช้อปกระจายที่อิตาลี
Win-win ค่ะงานนี้





บริษัททัวร์ยอมให้เปลี่ยน แต่ไม่ยอมคืนเงิน 35,000 เหรียญให้
โหย นี่มันปล้นกันนี่หว่า เอา เอา ช่างมัน เงินไม่สำคัญ ป๋ายอมจ่าย




แม่ใหญ่บอกแผนของตนว่าจะพาอาเจ็ดที่มาจากกวางเจาไปกินอาหารเจ
และปีนเขาที่เกาะลันเตา โดยมี Tong Chi-on เป็นไกด์นำเที่ยว




กิลเบิร์ตกำลังสร้างเว็บเพจตามหาพ่อให้กับ Tong Chi-on
น้องเล็ก Tong Chi-yan ก็ขนอุปกรณ์ออกกำลังกายเข้ามาป่วนในห้อง

กิลเบิร์ต: อาหมวย เปิดม่านทำไม แสงมันแยงตาพี่
Yan-yan: ก็ห้องพี่รับแดดบ่ายดีออก ชั้นมาออกกำลังกายที่นี่
นอกจากจะหุ่นดี แถมยังได้อาบแดดให้ผิวเป็นสีแทนอีก
มีพี่ชายหล่อ ก็ต้องมีน้องสาวสวย หุ่นดี จะได้สมกัน





ป๋าล่ะงง นี่มันเวลาเรียนทำไม Yan-yan ยังอยู่บ้านอีก
อ้าวทีป๋า เวลาทำงานทำไมไม่อยู่ที่ทำงาน
Tong Chi-foon เผลอหลุดปากว่า Yan-yan จะไปร่วมแข่งว่ายน้ำข้ามอ่าวกับหนุ่ม
ป๋ารับไม่ได้ กฎบ้าน Tong ห้ามออกเดทก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัย (เอางั้นเลยนะป๋า)
ป๋าจัดการริบอุปกรณ์ออกกำลังกายทั้งหมดไป





ป๋ากับแม่รองเตรียมตัวไปยุโรป ป๋าซื้อชุดเล่นสกี แม่รองซื้อเสื้อหนาว
ซื้อเสร็จยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปซ่อนที่ไหนดี




ถึงป๋าจะห้าม Yan-yan ก็ไม่ฟังซะอย่าง
ยังแอบนัดเพื่อนๆ ไปซื้อชุดว่ายน้ำ
Shui Mak-mak กับ Kusamochi เลือกชุดทูพีซให้

Yan-yan: เซ็กซี่ไปป่าว
Seung Joi Sum: โห ราคาตั้งพันกว่าเหรียญ แพงไปอย่าซื้อเลย
Yan-yan: แค่ว่ายน้ำข้ามอ่าว ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้หรอก
Shui Mak-mak: คุณหนู Tong คะ อย่าลืมสิคะว่าที่จะไปแข่งว่ายน้ำข้ามอ่าวเนี่ย
ทำเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อ Kei เหรอ อุตส่าห์ออกกำลังกายทุกวัน
ไม่โชว์หุ่นให้หนุ่มๆ น้ำลายหกก็เสียดายแย่ เชื่อชั้นเถอะ เรื่องนี้ชั้นชำนาญ




สองพ่อลูกดันมาซื้อของห้างเดียวกันซะอีก
คุณป๋าไม่พอใจ ห้ามแล้วยังไม่ฟัง กลับบ้านกับป๋าเดี๋ยวนี้
แต่ช้าก่อน Yan-yan จับได้ว่าป๋ากับแม่รองมาซื้อชุดสกี
ที่ดูไบมีที่ให้เล่นสกีที่ไหนกันล่ะ





ป๋ากับ Yan-yan จึงตกลงกันว่า Yan-yan จะไม่ปูดเรื่องนี้ให้แม่ใหญ่รู้
ส่วนป๋าก็จะไม่ห้ามให้เธอลงแข่งว่ายน้ำ แถมจะจ่ายค่าอุปกรณ์ออกกำลังกายทั้งหมดให้ด้วย





อาเจ็ดยกเลิกการเดินทางกะทันหัน แม่ใหญ่ อา Lei กับ Tong Chi-on เลยได้แต่อยู่ในโรงแรม
อา Lei กับ Tong Chi-on เพิ่งนึกได้ว่าเดือนเมษานี้เป็นเดือนครบรอบแต่งงาน 35 ปีของป๋ากับแม่ใหญ่
แม่ใหญ่เองก็จำได้ แต่ช่วงนั้นป๋ากับแม่รองยังอยู่ดูไบ

แม่ใหญ่: ขืนแม่บอกไป สองคนนั่นคงไม่ยอมไป หรือถึงไปก็คงไม่สนุก
แม่ผิดเองแหละ ที่สุขภาพอ่อนแอ แถมยังเมาเรืออีก
ไม่อย่างนั้น แม่คงไปฉลองวันครบรอบแต่งงานที่ดูไปกันสองนั้นได้
Tong Chi-on: ถ้าแม่ใหญ่อยากไปจริง ผมก็มีวิธี





ป๋าไม่รู้ตัวว่าความซวยกำลังจะมาเยือน ยังคงระริกระรี้วางแผนจะไปกินฟัวกราส์ กับไวน์แดง
นั่งรถไฟไปชมสวนดอกลาเวนเดอร์ที่โปรวองซ์
แม่รองวางแผนจะไปช้อปปิ้งที่มิลาน ซื้อของที่ระลึก
ป๋านึกได้ว่าบอกจะไปดูไบ แต่ไม่มีของที่ระลึกจากดูไบมาเลยมันจะแปลกๆ นา




ป๋าขอให้กิลเบิร์ตช่วยประมูลพรม และของที่ระลึกจากดูไบผ่านทางเว็บ

กิลเบิร์ต: ป๋าจะไปดูไบอยู่แล้วนี่ ทำไมต้องซื้อด้วยล่ะ
ป๋า: บอกตรงๆ นะ ป๋าไม่ไปหรอกดูไบ ป๋าจะไปยุโรปน่ะ
กิลเบิร์ต: ป๋ากล้าปิดบังแม่ใหญ่ เรื่องใหญ่นะป๋า
ป๋า: ไม่ใหญ่เท่าเรื่องของเราหรอก ป๋ารู้นะว่าเราอยากจะทำธุรกิจของเอง
ไม่อยากมาช่วยงานที่ร้านเป๋าฮื้อ ถ้ากิลช่วยให้ป๋าได้ไปยุโรปกับแม่รอง
ป๋าก็จะช่วยเตะถ่วงไม่ให้เราต้องมาช่วยงานที่ร้าน





Tong Chi-on โทรไปเช็ควันว่างของน้องๆ โดยไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน
เค้ายังจองตั๋วเครื่องบินไปดูไบไว้เรียบร้อย




แม่รองไม่ค่อยพอใจ แค่จะไปเที่ยว ทำไมต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ได้เป็นชู้กันซะหน่อย
ป๋านึกได้ว่าแล้วรูปถ่ายล่ะจะทำยังไง ป๋าไปขอความช่วยเหลือจาก Tong Chi-foon
ไปไปมามารู้กันเกือบหมดทั้งบ้านแล้ว foon ฉวยโอกาสขอขึ้นค่าขนม 20 เปอร์เซ็นต์





ป๋ากับแม่รองกำลังนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน
ป๋าก็ได้รับสายจากกิลเบิร์ต เค้ารายงานว่าแม่ใหญ่อยู่ดีๆ ก็กลับบ้าน
แถมเรียกประชุมด่วน สงสัยจะรู้ว่าป๋าแอบไปยุโรป
กิลเบิร์ตรับปากว่าเมื่ออาสาจะช่วยป๋าแล้วก็ต้องช่วยให้ตลอด




Tong Chi-on: ทุกคนจำได้มั้ยวันที่ 22 เมษาเป็นวันอะไร
จำกันไม่ได้ล่ะสิ ใช้ไม่ได้เลย วันนี้เป็นวันสำคัญของแม่ใหญ่
แม่ใหญ่มีความปรารถนาอย่างหนึ่ง พี่ก็คิด คิด คิด
จนในที่สุดก็ได้แผนการที่เลิศล้ำ อบอุ่น สุดแสนโรแมนติกขึ้นมาได้
ปฏิบัติการนี้ชื่อ ปฏิบัติการสะท้านใจ น้ำตาไหลพราก 422





Tong Yan-kai: ไอ้เป๋าเล็กเอ๊ย เข้าเรื่องซะทีได้มั้ย ป๋าไม่มีเวลาแล้วนะ
Tong Chi-on: ปฏิบัติการนี้ลับสุดยอด มีเพียงพวกเรา 7 คนที่รู้
หากเรื่องนี้รั่วไหลไปจากใคร คนนั้นต้องถูกลงโทษ
Lei: ลีลาอยู่ได้ ไม่เข้าเรื่องซะที มาอาพูดเอง
จริงๆ แล้วปฏิบัติการนี้ เราทำเพื่อเซอไพรส์พี่เขย
Tong Yan-kai: เซอไพรส์อะไรหว่า





Lei: อาถามพวกเธอว่าวันที่ 22 เมษาพวกเธอว่างกันใช่มั้ย
พวกเธอก็บอกว่าว่าง วันไหนพวกเราจะออกเดินทางไป
Tong Chi-on: ขอผมพูดเอง วันนั้น พวกเราจะเดินทางไปยังที่พิเศษสุด
วันที่ 22 เมษาเป็นวันครบรอบแต่งงานของป๋ากับแม่ใหญ่
แต่ป๋าไม่อยู่ไปดูไบ แล้วพวกเราจะทำอย่างไร
พี่ก้อเลยจองตั๋วเครื่องบิน 7 ใบเพื่อบินไปเซอไพรส์ป๋าที่ดูไบ

เป็นไง เซอไพรส์ไปเลยสิป๋า กร๊ากกกก





ป๋าชักเริ่มสติแตก ทำอะไรไม่ถูก
แม่รองไม่กังวล โธ่ จะกลัวอะไร เด๋วลูกๆ ก็ช่วยจัดการให้เองแหละ
แต่ป๋าใจเสียซะแล้ว

Tong Yan-kai: เอางี้ละกัน เธอล่วงหน้าไปก่อน เดี๋ยวป๋าแก้ปัญหาได้แล้วจะรีบตามไป





แม่รอง: ชั้นจะนับถึงสาม ถ้าพี่ไม่ไป เราก็ไม่ต้องไปกันแล้ว หนึ่ง สอง

ไม้แข็งใช้ไม่ได้ แม่รองก็หันมาใช้ไม้อ่อน

แม่รอง: มีอะไรพี่ก็โทษชั้นแล้วกัน พี่บอกพี่ใหญ่ก็ได้ว่าชั้นเป็นคนต้นคิดเอง
ชั้นเป็นคนไม่อยากไปเที่ยวกับพี่ใหญ่ โอเคมั้ย
พวกเราขึ้นเครื่องกันเถอะนะ
Tong Yan-kai: ไม่ได้หรอก ถึงพี่ใหญ่ของเธอจะหายป่วยแล้ว
แต่หมอก็บอกว่าเราไม่ควรทำให้เธอโมโห เพราะอาจจะทำให้โรคมะเร็งกำเริบอีกได้
แม่รอง: เอาล่ะ เอาล่ะ งั้นเราเปลี่ยนโปรแกรมกันก็ได้
ไปแค่ปารีส ไม่ต้องไปอิตาลีกับสวิส เราไปต่อเครื่องไปดูไบที่ปารีสแล้วกัน
Tong Yan-kai: เกิดเราซื้อตั๋วไปดูไบไม่ได้ล่ะ ไม่เอาล่ะ
ขืนพวกเค้าไม่เห็นเราที่ดูไบเรื่องใหญ่แน่ เราอย่าไปเลย





Tong Yan-kai ขอให้อา Lei ช่วยปกปิด

Tong Yan-kai: เมื่อสามสิบปีก่อน ถ้าเธอไม่ช่วยพี่ปิดความลับไว้
ครอบครัวเราคงไม่มีความสุขขนาดนี้ คราวนี้เธอก็ต้องช่วยพี่นะ
อา Lei: พอเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเก่า ชั้นจะไม่บอกพี่ใหญ่
เรื่องอื่นพี่ก็ให้ Tong Chi-on ช่วยก็แล้วกัน




Tong Yan-kai ทำเป็นไม่พอใจ โทรไปวีนใส่บริษัททัวร์

Tong Yan-kai: ทำอย่างนี้ไม่ถูกนี่ มาบอกว่าระบบล่ม กรอกข้อมูลผิด
จริงๆ ไปได้แค่ 12 คน แต่จองผิดเป็น 14 คน พวกเราเลยต้องอดไปใช่มั้ย
จะชดเชยให้เหรอ ชดเชยยังไง นี่มันวันสำคัญ วันครบรอบแต่งงาน 35 ปีนะ
กิลเบิร์ต: ร้องเรียนเลยป๋า
อา Lei: อย่าเลย เดี๋ยวเค้าจะตกงาน
Tong Chi-on: นั่นสิป๋า อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย

กำลังวีนมันส์ ก็มีเสียงเรียกเข้า ไม่ใช่อื่นไกล แม่ใหญ่โทรมาเอง

แม่ใหญ่: ไง ทำไมไม่รับสายล่ะ ผู้จัดการทัวร์โทรมาแน่ะ
เค้าอยากจะขอโทษ พรุ่งนี้อยากจะร้องเรียนใช่มั้ย ได้ แม่ไปด้วย






แม่รองไม่พอใจ หนีขึ้นห้องไป เธอเข้าใจว่า อา Lei ไปฟ้องแม่ใหญ่
ที่จริงแล้ว ที่แม่ใหญ่รู้ เพราะคิดจะช่วยรื้อกระเป๋าให้ทั้งคู่
ถึงได้เห็นชุดเล่นสกี และโปรแกรมทัวร์ยุโรป
แม่ใหญ่ซัก Yan-yan จนรู้เรื่องทั้งหมด




แม่ใหญ่: แม่ใหญ่จะได้ไปเที่ยวหรือไม่ ไม่สำคัญ
หนนี้ สิ่งที่แม่ได้เรียนรู้ คือ เรื่องความซื่อสัตย์
คนที่ซื่อสัตย์เท่านั้น ถึงจะได้รับความเคารพนับถือ
ครอบครัวต้องซื่อสัตย์ จริงใจ จึงจะอยู่กันได้อย่างกลมเกลียว
ถ้าเราโกหกกันไปมา จะมีความสุขได้อย่างไร
Tong Yan-kai: ขอให้ทุกคนจำที่แม่ใหญ่สอน
แม่ใหญ่: โกหกไม่ใช่เรื่องดี แต่ที่แย่กว่านั้นคือทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์
Yan-yan แม่เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน แม่รู้ว่าผู้หญิงต้องอยากสวยอยากงาม
หนูจะซื้อเข็มขัดออกกำลังกายแม่ก็ไม่ว่า แต่หนูเป็นแค่เด็กมัธยม
ซื้อของเรือนหมื่นมันเกินตัวเกินไป อย่าทำอย่างนี้อีก
Foon ลูกขอเงินค่าขนมเพิ่ม 20 เปอร์เซ็นต์ ใช่มั้ย
หลังอาหาร เธอต้องหาเหตุผลดีๆ มาบอกแม่หน่อย ถ้าเหตุผลเข้าท่า แม่ก็จะไม่คัดค้าน
กิล ถ้าลูกไม่อยากทำงานที่ร้าน ก็บอกแม่มาตรงๆ แม่ไม่ขัดขวางหรอก





แต่แม่รองยังคาใจ เก็บกดมานานแล้ว ขอระบายความรู้สึกหน่อยเถอะ

แม่รอง: พี่ใหญ่ ปากพี่ก็บอกว่าเห็นชั้นเป็นน้อง แต่พี่รู้มั้ย คนทั้งเมืองเค้านินทาชั้นแค่ไหน
ชั้นอยู่นี่ไม่มีฐานะอะไร พี่ก็รู้ แต่พี่ไม่เคยพูดอะไรแทนชั้นเลย
อา Lei: พูดอย่างนี้ได้ไง ครั้งที่แล้วพี่ใหญ่ยังให้เธอออกงานสมาคมพ่อค้าเป๋าฮื้อในฐานะคุณนาย Tong เลย
แม่รอง: เสแสร้งน่ะสิ อยากให้คนอื่นเห็นว่าเป็นคนใจกว้าง
พี่เบื่อแล้ว ถึงยอมให้ชั้นไปใช่มั้ยล่ะ
อา Lei: เธอนี่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
Tong Chi-on: แม่รองใจเย็นๆ นะครับ อย่าทะเลาะกันเลย
แม่รอง: ชั้นไม่ได้อยากทะเลาะนะ แต่ชั้นเหลือจะทนแล้ว
ตอนแรกชั้นนึกว่าพี่ใจกว้างยอมให้ชั้นไปเที่ยวกับ Kai สองคน
ที่ไหนได้ พี่วางแผนจะขนเด็กๆ ไปดูไบ อ้างว่าจะทำเซอไพรส์
พี่อิจฉา ไม่อยากให้ชั้นไปเที่ยวกับ Kai ใช่มั้ยล่ะ
พวกพี่มีงานแต่งงานให้ฉลองครบรอบ แล้วชั้นล่ะมีอะไร ไม่มีอะไรเลย
พี่อยากจะโชว์ให้ชั้นเห็นล่ะสิ ว่าพี่กับ Kai แต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมาย
Tong Chi-on: แม่รองเข้าใจผิดแล้ว ผมต่างหากเป็นคนเสนอความคิดนี้
แม่รอง: เธอไม่ต้องมาออกรับแทนหรอก เห็นมั้ย ใครๆ ก็เข้าข้างพี่
แต่อย่าดีใจไป ที่ทำเนี่ยเพราะพวกเค้ากลัวพี่ บอกตรงๆ เลยนะ
เด็กๆ เค้าเบื่อพี่จะแย่แล้ว ไม่มีใครอยากจะไปเที่ยวกับพี่ซักคน
ตอนชั้นจะเข้าบ้านนี้ พี่จำได้มั้ยว่าเคยสัญญาอะไรไว้กับชั้น
แล้วพี่ทำตามสัญญามั้ย ไหนพี่บอกว่าคนเราควรจะซื่อสัตย์
พี่ซื่อสัตย์แล้วเหรอ








 

Create Date : 11 สิงหาคม 2550    
Last Update : 12 สิงหาคม 2550 22:07:18 น.
Counter : 697 Pageviews.  

Heart of Greed 2







จากตอนที่แล้ว Tong Chi-yat หรือกิลเบิร์ตเพิ่งกลับบ้าน
หลังจากเรียนจบมาแล้วตั้งสามเดือน
จะไม่ให้แม่ใหญ่งอนได้อย่างไร

กิลเบิร์ต: แม่ใหญ่อย่าโกรธน้า ต่อไปนี้ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ใหญ่ทุกวัน
จะไปไหน มาไหน ก็จะขออนุญาตแม่ใหญ่ก่อน
Tong Chi-on: นายน่ะน้า มัวแต่เอาใจแฟนจนลืมแม่
Lei: เอาน่า ยังไงกิลเบิร์ตก็ยังไม่ลืมกลับมาฉลองวันเกิดแม่ใหญ่





แม่ใหญ่ยังคงคาใจ กับปัญหาเชาวน์ที่ไม่มีใครตอบได้
กิลเบิร์ตจึงเฉลยว่า ตอนกลางคืน นกใช้สองปีกบิน
ตอนกลางวัน ต้องเอาปีกหนึ่งบังแสงที่แยงตา บินด้วยปีกเดียว เลยทำให้ช้ากว่าบินกลางคืน
โห มุข




วันเกิดแม่ใหญ่ พ่อรับอาสาเป็นคนแจกเป๋าฮื้อเอง
เป๋าฮื้อมี 4 ตัว ในฐานะที่พ่อเป็นคนเก็บรักษา ต้องได้กิน 1 ตัว
แม่ใหญ่เป็นเจ้าของวันเกิด ต้องได้กิน 1 ตัว

แม่ใหญ่: เราแบ่งกันนะ เด็กๆ จะได้มีพอกิน
Po: งั้นอีกตัวผมจะแบ่งกับเจ๊ Lei
Tong Chi-yan: หา งั้นเราสี่คนก็แบ่งกันกินที่เหลืออีกตัวอ่ะดิ
Tong Yan-kai: ถูกต้องแล้วคร้าบ กินเป๋าฮื้อมากไปไม่ดีกับฟันนะเด็กๆ






แต่ละคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เห็นใจสี่พี่น้อง ได้แต่ทำตาปริบๆ
ชิ้นเท่านี้ไม่พอยาขี้ฟันเลย พ่อเผลอปุ๊บสี่คนก็แย่งกินคนละหนุบหนับ





เมื่อวานยังเริงร่า เช้าขึ้นมาพ่อกลับจิตตก
อารมณ์เหมือนนักกีฬาที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก แถมทำลายสถิติโลกด้วย
ชีวิตถึงจุดหมายแล้ว เงินทองก็พอมีแม้จะไม่มากนัก (หกร้อยล้านเนี่ยนะ ไม่มาก)
มีเมียสอง ลูกสี่ ชีวิตสมบูรณ์แบบ แล้วทำไมรู้สึกโหวงเหวงเหมือนขาดอะไรไป

แม่ใหญ่: แม่รู้ พ่อขาดความเร้าใจในชีวิต แต่งเมียอีกซักคนดีมั้ย
Tong Chi-on: เยี่ยมเลย เอ่อ แม่เอาจริงเหรอ
Tong Yan-kai: เจ้าลูกโง่ เป๋าฮื้อสามชั้นมันจะไปสู้เป๋าฮื้อสองชั้นได้ยังไง จริงมั้ยจ๊ะแม่จ๋า






น้องเล็ก Tong Chi-yan แอบปิ๊งคนขายรองเท้า
จึงชวนเพื่อนสนิท Seung Joi Sum กับ Shui Mak-mak ไปช้อปปิ้ง

Tong Chi-yan: นัดเธอสองคนทีไร ชอบมาสายทุกที
Seung Joi Sum: คุณหนู Tong คะ ดิฉันทำงานอยู่ในเมือง นะคะกว่าจะมาถึงไม่ใช่ใกล้ๆ
เดี๋ยวก็ต้องรีบไปเรียนด้วย ไม่รู้จะมีเวลากินข้าวรึเปล่า คุณหนูยังจะบ่นอีก
Shui Mak-mak: แล้วชั้นล่ะ ชั้นบินมาตั้งสิบชั่วโมงยังไม่ได้นอน
ลงเครื่องก็เจอเธอกระหน่ำโทรตาม ชั้นก็รีบมาทันที ยังไม่พอใจอีก

บ่นไปคุณหนูก็ไม่ฟัง ขอเม้คอัพก่อน เด๋วต้องไปเจอหนุ่ม





Tong Chi-yan ใส่รองเท้าเบอร์เจ็ด พอหนุ่มเอารองเท้าเบอร์เจ็ดมาให้
กลับบอกว่าตัวเองใส่เบอร์หก เล่นเอา Seung Joi Sum งง

Shui Mak-mak: โธ่เอ๊ย ลูกไม้เด็กๆ เรียกร้องความสนใจหนุ่ม





กว่า Kusamochi เพื่อนคนสุดท้ายในกลุ่มจะมาเพื่อนๆ ก็รอกันเงก
Tong Chi-yan หลงใหลได้ปลื้มกับ Kei ทั้งหล่อ ทั้งขยัน เป็นนักกีฬาด้วย

Shui Mak-mak: ขยันยังไงก็สู้ Seung Joi Sum ของพวกเราไม่ได้
กลางวันทำงาน กลางคืนเรียนกฎหมาย
Seung Joi Sum: อุ๊ย ชั้นไปเรียนสายแล้ว แซนด์วิชยังไม่มาเลย
ก็ดี ดื่มน้ำเปล่าก็อิ่มท้อง ประหยัดไปได้มื้อหนึ่ง (ประหยัดไปป่าวเจ๊)





Tong Chi-yan รู้ว่า Kei จะไปซ้อมว่ายน้ำ
เธอจึงชวน Seung Joi Sum ไปหวังจะเจอหนุ่ม
ไม่นึกว่า Seung Joi Sum จะชวนสองสาวเสน่ห์แรง Shui Mak-mak กับ Kusamochi มาด้วย
เกิด Kei ปิ๊งสองคนนั่นขึ้นมาล่ะ ก็แย่กันพอดี

Seung Joi Sum: หนอย พูดหยั่งงี้แปลว่าชั้นไม่มีเสน่ห์ล่ะสิ





แผนได้ผล ไม่นึกว่าจะเจอ Kei สมใจ

Kei: ไงครับ สาวไซส์ 6
Tong Chi-yan: บังเอิญจัง
Kei: คุณก็ชอบว่ายน้ำเหมือนกันเหรอ
ผมจะเข้าแข่งว่ายน้ำข้ามอ่าว คุณจะลงด้วยรึเปล่า





Shui Mak-mak กำลังกิ๊กกับหนุ่มเกาหลี

Tong Chi-yan: หล่อเหมือนเรนรึเปล่า (เรนก็ดังที่ฮ่องกงเหมือนกันแฮะ)
Shui Mak-mak: เด็กเอ๊ย หล่อกินได้ซะที่ไหน
พ่อหนุ่มเกาหลีของชั้นเนี่ย อะไรก็ดีหรอก เสียแต่อายุน้อยกว่าชั้น




Tong Chi-yan: คุณคะ คุณกำลังเหงาอยู่รึเปล่า อยากได้สาวสวยซักคนไว้เป็นเพื่อนมั้ยคะ
Tong Chi-on: อยู่ดีๆ มาอำกันได้
Lei: ที่น้องทำเนี่ย ก็อยากให้เธอมีแฟนกะเค้าซักที
Tong Chi-yan: แต่พี่ต้องปรับปรุงตัวเองให้มาดแมนกว่านี้
เด๋วน้องช่วยเอง





Tong Chi-yan พาพี่ใหญ่ไปลองใช้เครื่องลดน้ำหนัก

Tong Chi-yan: ถ้าพี่ใช้เครื่องนี้ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป
ไม่นานพี่ต้องมีแฟนแน่ เชื่อน้องเหอะ
Tong Chi-on: ทำไมต้องรออาทิตย์หน้าด้วย
Tong Chi-yan: ก็หนูต้องใช้เครื่องนี้ก่อนนี่
หนูจะต้องเข้าร่วมแข่งว่ายน้ำข้ามอ่าวในสภาพที่ฟิตที่สุด
Tong Chi-on: โด่ แล้วทำมาพูดว่าทำเพื่อพี่ ที่แท้ก็ทำเพื่อผู้ชาย เซ็งจิต




พนักงานชวนน้องเล็กสมัครสมาชิก
Tong Chi-on เห็นรูป Seung Joi Sum ก็จำได้
งกขนาดนี้ใครจะไปลืมลง





โดนน้องเล็กหลอกให้ซื้อของ Tong Chi-on ชักระแวง
อยู่ดีๆ มาชวนเข้าห้องน้ำชาย มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า

Tong Chi-yan: เถอะน่า เชื่อผมเหอะ รับรองมันสุดยอดแน่พี่




โดนน้องเล็กหลอกให้ซื้อของ Tong Chi-on ชักระแวง
อยู่ดีๆ มาชวนเข้าห้องน้ำชาย มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า

Tong Chi-yan: เถอะน่า เชื่อผมเหอะ รับรองมันสุดยอดแน่พี่





Tong Chi-on สงสัยว่าน้องชายคิดจะหาคู่ทางอินเทอร์เน็ตให้
ไม่บอกซะตั้งแต่แรก จะได้เก๊กแมน
Tong Chi-yat เห็นลีลาเลื้อยของพี่ชายแล้วขนลุกขนพอง




Wong Ka-wing: ขอให้พ่อนายตายเร็วๆ แม่นายเป็นมะเร็งอีก
Tong Chi-yat: หา
Wong Ka-wing: ถ่ายสิ ทำไมไม่ถ่าย พวกนายอยากเห็นชั้นตกต่ำไม่ใช่เหรอ
ชั้นถูกฟ้อง ร้านก็ต้องปิด พ่อบัดซบของนายคงมีความสุขแล้วสิ

สองพี่น้องเป็นงง ได้แต่รีบเผ่น




แค่นั้นยังไม่สะใจ สองแม่ลูก Wong ยังตามมาราวีถึงที่ร้าน
อา Lei คิดจะเรียกตำรวจ แต่แม่รองพยายามเกลี้ยกล่อมจนทั้งคู่ยอมกลับ





แม่รอง: ไหนพี่ชอบพูดนักว่าน้องสะใภ้เก่งอย่างนั้นอย่างนี้
แค่จัดการกับคนอารมณ์ร้ายซักคนยังทำไม่ได้
Wong Ka-wing: ใครว่าชั้นอารมณ์ร้าย นังตัวดี แกกล้าว่าชั้นเหรอ
แม่รอง: เธอหูฝาดไปล่ะมั้ง อาไม่ได้ว่าเธอซักหน่อย
Wong Ka-wing: อาเอออะไรกัน แกกล้าว่าชั้นอารมณ์ร้าย
แกมันก็แค่เมียเก็บเน่าๆ ใครเค้าก็รู้กันทั้งนั้น ว่าแกน่ะไปเป็นนางพยาบาลบ้านไหนก็ขึ้นเตียงกับเค้าไปหมด
ชอบทำตัวเป็นมือที่สามของครอบครัวคนอื่น เที่ยวให้คนอื่นเรียกเป็นคุณนายรอง Tong
เมียตีทะเบียนเค้ายังอยู่ แกเป็นใครกัน กะอีแค่เมียเก็บ





อ้าว ว่ากันขนาดนี้ แม่รองก็รับไม่ได้เหมือนกัน

แม่รอง: แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้

ก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ Po กลับมาพอดี เค้าจึงช่วยเกลี้ยกล่อมให้สองแม่ลูกกลับไป
ก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ Po กลับมาพอดี เค้าจึงช่วยเกลี้ยกล่อมให้สองแม่ลูกกลับไป

Po: คนอารมณ์ร้ายหยั่งงี้ ต้องเจอชั้นนี่

ไหนใครว่าใครอารมณ์ร้าย Wong Ka-wing หูดีจริงๆ อยู่ตั้งไกลยังอุตส่าห์ได้ยิน





Tong Chi-yat ชักไม่พอใจ ที่ wing ทำร้าย Po จึงผลักเค้า
Wing ชกพลาดไปโดนพี่ใหญ่ เล่นเอาเลือดกำเดาไหล ทุกคนหมดความอดทน พร้อมใจกันแจ้งความ




ยังไม่วายไปทะเลาะกันต่อที่โรงพยาบาล แม่ใหญ่รู้เรื่องจึงมาห้ามทัพ
แม่ใหญ่ขอเคลียร์กับคุณนาย Wong





คุณนาย Wong: สามีเธอก็มีเมียน้อย เธอน่าจะเข้าใจชั้นกว่าใคร
ผู้ชายชอบเข้าข้างพวกเมียน้อย เธอไม่กลัวเหรอว่ามันจะมาแทนที่เธอ
แม่ใหญ่: ชั้นเป็นคนให้ Kam เข้าบ้านเอง Kai ไม่ได้ผิดต่อชั้นหรอก
เราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน มีหรือชั้นจะไม่เข้าใจเธอ
แต่ถ้าชั้นเป็นเธอ ชั้นจะไม่ทำร้ายลูกตัวเอง เพื่อระบายความทุกข์
คุณนาย Wong: ชั้นทำร้าย Wing ยังไง นังเมียน้อยนั่นต่างหากล่ะที่ทำร้ายเค้า
แม่ใหญ่: พูดตรงๆ นะ อย่าโกรธล่ะ ตั้งแต่เธอรู้ว่าคุณ Wong มีเมียน้อย
เธอก็เปลี่ยนไป วันวันเอาแต่เล่นการพนัน เข้าบ่อนที่ไต้หวันทีก็หมดเป็นแสน
คุณนาย Wong: ชั้นยอมหมดเงินไปกับการพนัน ดีกว่าให้กระเด็นไปถึงนังนั่น
กว่าจะตั้งตัวได้ ชั้นลำบากตั้งเท่าไหร เรื่องอะไรจะให้มันชุบมือเปิบ
แม่ใหญ่: แล้วดูสิว่าเรื่องลงเอยอย่างไร ชั้นไม่รู้ว่าเธอทำร้ายผู้หญิงคนนั้นได้มั้ย
แต่ที่แน่ๆ เธอทำร้าย Ka-wing เธอเล่นการพนัน เค้าก็เล่นมั่ง
Ka-wing เคยเป็นเด็กน่ารัก หัวอ่อน เรียนเก่งกว่า Yat อีก
วันก่อนชั้นผ่านไปแถวบ่อนไพ่นกกระจอก เห็น Ka-wing ทะเลาะต่อยตีกับเค้าแล้วก็เสียใจ
เค้าทำราวกับคนทั้งโลกเป็นหนี้เค้าอย่างนั้นแหละ
ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป เค้าต้องเป็นบ้าแน่
ถ้าเธอยังขืนดื้อดึงอีก ถึงเวลาคิดจะหันหลังกลับก็ไม่ทันแล้วนะ
เธอควรจะช่วยลูกชายเธอดีกว่า
ชั้นเข้าใจว่าเธอเจ็บปวดไม่น้อย แต่เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญของผู้หญิง
ครอบครัวสิถึงจะสำคัญที่สุด คุณ Wong เขาก็จากไปแล้ว
เธอเหลือลูกชายเพียงคนเดียว เรื่องอะไรที่แล้วก็ปล่อยให้มันแล้วไป
หาทางช่วยลูกชายเธอดีกว่า





แม่รองยังอารมณ์เสียกับคำพูดของ Ka-wing ไม่หาย
แม่ใหญ่ต้องการปลอบใจจึงเสนอให้เธอออกงานคู่กับ Tong Yan-kai
ในงานครบรอบปีสมาคมพ่อค้าเป๋าฮื้อ แม่รองอิดออดเล็กน้อยสุดท้ายก็ยอมไป

แม่ใหญ่: พวกเธอแต่ละคนพูดเก่งๆ กันทั้งนั้น เห็นแม่รองไม่สบายใจยังไม่ช่วยกันปลอบอีก
(ยังค่ะ เด็กๆ ยังไม่เก็ท จะให้ปลอบใจยังไงหว่า)
รู้จักแต่เอาใจแฟน ไม่รู้จักเอาใจคุณนาย Tong
ทุกคน: อ้อ คุณนาย Tong ทานข้าว

ทุกคนช่วยกันตักกับข้าวให้ แม่รองมีความสุขที่พวกเค้าเรียกเธอว่าคุณนาย Tong






ที่แท้ Tong Chi-yat ตั้งใจทำวิดีโอตามหาแม่ให้ Tong Chi-on
สมัยเด็กเค้าถูกนำมาทิ้งที่ห้องน้ำสาธารณะ ห้องหมายเลข 3






ตกลงพี่ใหญ่ดีใจหรือเสียใจเนี่ย
แอบหัวเราะนี่หว่า






ในงานวันครบรอบปีสมาคมพ่อค้าเป๋าฮื้อ แม่รองได้ร้องเพลงโชว์ในงาน
ทำให้เธอได้รับการต้อนรับอย่างดี จากบรรดาแม่บ้าน
Tong Yan-kai ยังโชคดีได้รับรางวัลทัวร์ท่องเที่ยวด้วย




Tong Yan-kai ใจป้ำยอมซื้อตั๋วเพิ่มเพื่อให้ทุกคนได้ไปเที่ยวด้วยกัน

Tong Chi-yat: ป๋าอย่าเพิ่งตื่นเต้นได้ปะ บอกแพลนมาก่อนเลย
Tong Yan-kai: ป๋ารู้ว่าพวกลูกๆ ชอบญี่ปุ่น เราไปญี่ปุ่นกันดีมั้ย
Tong Chi-foon: ไปไหนไม่สำคัญหรอกป๋า ไปกับใครสิสำคัญกว่า
Tong Yan-kai: ก็ป๋าบอกแล้วไง ว่าเราจะไปกันหมด 9 คน
Tong Chi-yan: แปลว่าแม่ใหญ่ก็ไปด้วย
Tong Yan-kai: ทำไมล่ะ แม่ใหญ่ไปด้วยไม่ดีรึไง
Po: ไปญี่ปุ่นหนที่แล้ว เจ๊แกน่าเบื่อจะตาย
Tong Chi-on: ไปตั้ง 7 วัน ได้เที่ยวแค่ 2 ที่เอง เสียเวลานั่งรถไฟตั้งหลายชั่วโมง
เพื่อไปดูวัว เสร็จแล้วก็ไปจิบน้ำชาในสวนชา
Tong Yan-kai: เอาน่า รับรองคราวนี้สนุกแน่ ป๋าจะให้พ็อคเก็ตมันนี่ไปช้อปปิ้งกันเต็มที่
Tong Chi-yan: ช้อปปิ้งอะไรกันล่ะป๋า จะซื้ออะไรแม่ก็บ่นว่าแพงไปหมด
Tong Chi-foon: ไม่ได้ช้อปก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องกินสิเรื่องใหญ่
จะกินเทมปุระแม่ใหญ่ก็ว่าร้อนไป จะกินซาชิมิ แม่ใหญ่ก็ว่าเย็นไป
Tong Chi-on: พวกเรายังดีนะ อา Lei น่ะสิ ต้องเป็นเพื่อนแม่ไปเที่ยวตามวัดเป็นวันๆ
Tong Chi-yat: ถ้าคราวนี้แม่จะไปชิโกกุ พวกเราแย่แน่
Tong Chi-on: แย่ยังไง
Tong Chi-yat: ก็ที่นั่นมีวัดตั้ง 70 แห่ง





เมื่อแม่ใหญ่รู้เรื่องก็ดีใจมาก ไม่ได้ไปเที่ยวทั้งครอบครัวตั้งหลายปีแล้ว
คราวที่แล้วไปญี่ปุ่นก็ล่กๆ เที่ยว คราวนี้ต้องค่อยๆ เที่ยวชมไป

แม่ใหญ่: คราวนี้เราไปชิโกกุกันนะ (ป่อยยยยยย)
Tong Chi-yan: ป๋าจ๋า งั้นป๋าเป็นเพื่อนแม่ไปเที่ยวชมเมืองนะ
ค่อยๆ ชมล่ะป๋า ไม่ต้องรีบ (ฮี่ฮี่ ช่างเป็นลูกกตัญญูซะจริงๆ)









 

Create Date : 08 สิงหาคม 2550    
Last Update : 12 สิงหาคม 2550 22:08:22 น.
Counter : 2114 Pageviews.  

Heart of Greed 1







หน้าศาลสูง เหล่านักข่าวต่างรอคอยทำข่าวใหญ่
ศึกชิงมรดกหกร้อยล้านของราชาเป๋าฮื้อ Tong Yan-kai
ระหว่างคุณนายรองกับ Tong Chi-on ลูกชายคนโตของตระกูล

พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของ Tong Yan-kai
คุณนายรองประกาศจัดพิธีสงฆ์ที่บ้าน
โดยห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญเข้างานไม่เช่นนั้นจะเรียกตำรวจมาจับ





Tong Chi-on: ผมเป็นลูกชายคนโตตระกูล Tong ผมต้องไปร่วมงานแน่
คุณนายรอง Tong: แกไม่ใช่ แกมันลูกนอกกฎหมาย
นักข่าว: ได้ข่าวว่า คุณตัดแม่ตัดลูกกับลูกชายคนเล็ก Tong Chi-foon จริงรึเปล่าครับ
คุณนายรอง Tong: ที่ชั้นทำ เพื่อสั่งสอนลูกไม่รักดีแทนสามี

ยิ่งพูดยิ่งโมโห คุณนายรองถึงกับตบหน้า Tong Chi-foon ต่อหน้านักข่าว





ในศาล ทนายซักถามเรื่องพินัยกรรม
คุณนายรองยืนยันว่าสามีไม่เคยพูดถึงเรื่องพินัยกรรมมาก่อน

คุณนายรอง: สามีชั้นสาบานไว้ว่า เค้าจะไม่มีวันยกสมบัติให้ลูกนอกกฎหมายเป็นอันขาด
Tong Yan-kai เก็บแกมาจากห้องน้ำสาธารณะ มีหรือจะยกมรดกให้
ตระกูล Tong มีบุญคุณกับแกมากมาย แกยังจะมีหน้ามาขอแบ่งสมบัติ
แถมยังยุแหย่ให้แม่ลูกเค้าแตกกัน ตระกูล Tong ไปทำให้อะไรให้แก แกถึงคิดจะแก้แค้นพวกเรา





ก่อนหน้านั้น Tong Chi-on เคยนำเป๋าฮื้อสองชั้น ซึ่งเป็นเป๋าฮื้อนำโชคของตระกูล
ไปขอร้องคุณนายรองให้ตกลงกันนอกศาล แต่คุณนายรองปฏิเสธ

คุณนายรอง: แกทำให้แม่ใหญ่เครียดจนโรคมะเร็งกำเริบ
ชั้นสงสัยว่าแกอาจจะฆ่าสามีชั้นด้วย ฟุ้นทรยศชั้นไปเข้าข้างแก คืนลูกชายชั้นมานะ






5 ปีก่อน

Wong Kwai-chuen ราชาอาหารทะเลแห้ง ได้ทำพินัยกรรม
ยกทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่า 4 ล้านเหรียญและเป๋าฮื้อเกรดเอ 10 กล่อง ให้กับคุณนายรอง
แต่เกิดข้อสงสัยว่าคุณนายใหญ่ทำการสับเปลี่ยนเป๋าฮื้อเกรดเอ กับเป๋าฮื้อเกรดต่ำ
จนเกิดการฟ้องร้องกันขึ้น
ทนายจึงได้เชิญราชาเป๋าฮื้อ Tong Yan-kai ประธานสมาคมผู้ค้าเป๋าฮื้อมาเป็นพยาน




Tong Yan-kai: วิธีตรวจสอบเป๋าฮื้อ ง่ายนิดเดียว
ถ้าเป็นเป๋าฮื้อชั้นเยี่ยมเมื่อใช้โคมไฟส่องดูจะเป็นสีแดง
เวลากินเนื้อตรงกลางจะนุ่ม

เป๋าฮื้อชั้นเยี่ยม ขอบจะหนา แข็ง ตรงท้องจะโค้ง
ตรงกลางจะมีเส้นคาด เพราะตอนที่ชาวญี่ปุ่นตากแห้งเป๋าฮื้อ จะมัดร้อยเป๋าฮื้อไว้ด้วยกัน






จากการให้ปากคำของ Tong Yan-kai คุณนายรอง จึงเป็นฝ่ายชนะคดี
Tong พยายามเกลี้ยกล่อมให้ทั้งคุณนายใหญ่ คุณนายรอง สมานฉันท์ ยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกัน

ลูกชายคุณนายใหญ่ ไม่พอใจ หาว่า Tong รับเงินจากภรรยาน้อย
แถมยังสงสัยว่าทั้งคู่แอบมีสัมพันธ์กัน
คุณนายใหญ่ คุณนายรองลงไม้ลงมือกัน Tong พลอยโดนลูกหลงไปด้วย






Tong กลับมาเล่าวีรกรรมให้ที่บ้านฟัง

Tong Yan-kai: แหม กะอีแค่เป๋าฮื้อ 10 กล่องมันจะซักกี่ตังค์
แย่งกันแทบเป็นแทบตาย มิน่าล่ะตอน Wong Kwai-chuen ใกล้ตายถึงได้ร้องไห้เสียอกเสียใจ
สงสัยที่ตายเนี่ยเป็นเพราะทนสองเมียบ่นไม่ไหว แหง





Tong Chi-foon: พ่อบอกว่าพ่อรู้จักกับคุณนายใหญ่มาตั้งยี่สิบปีแล้วไม่ใช่หรือ
Tong Yan-kai: งั้นสิ
Tong Chi-foon: แต่ตอนนี้ พ่อดันไปช่วยฝ่ายคุณนายรอง พ่อไม่กลัวลุง Wong มาหักคอพ่อเหรอ
Tong Yan-kai: อยู่ในศาล ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก พ่อไม่เข้าข้างใครอยู่แล้ว
Tong Chi-on: ทำดีไม่เห็นได้ดีเลย พ่อยังโดนคุณนายรองเค้าซัดเข้าให้





กินข้าวแล้ว Tong Yan-kai ยังเม้าท์ไม่เลิก

Tong Yan-kai: เจ้า Wong แอบมีเมียน้อยมาเป็นสิบปี แถมให้อยู่ตึกเดียวกับเมียหลวงซะด้วย
เห็นหน้ากันมานานหลายปี ต่างคนต่างไม่รู้

เม้าท์มันส์ ไม่รู้เลยว่าทำให้แม่ใหญ่ไม่พอใจ
ต้มยาขมแจกให้ดื่มกันทั้งพ่อ (เป๋าใหญ่) ทั้งลูก (เป๋าเล็ก)

Tong Yan-kai: (แอบมั่ว) เป๋าเล็ก แม่ใหญ่ต้องไม่พอใจอยู่แล้ว
พ่อบอกแล้วใช่มั้ยว่า ห้ามพูดระหว่างกินข้าว (งั้นเลยนะป๋า)
แม่ใหญ่: ดื่มกันคนล่ะถ้วยทุกคนนั่นแหละ (ซวยโดยถ้วนหน้า)





น้องเล็ก Tong Chi-yan อ้อนอา Lei ให้ช่วย อา Lei รับปากทำพุดดิ้งหวานให้กินแก้ขม



Tong Yan-kai: เอาล่ะ เอาล่ะ เราเลิกเม้าท์บ้านคนอื่นกันเหอะ (เห็นป๋าเม้าท์อยู่คนเดียวแหละ)
เทียบกันแล้ว บ้านเรามีความสุขกว่าเยอะ
ป๋าล่ะสุขใจจริง จริ๊งที่เห็นเมียป๋าทั้งสองคนรักใคร่กลมเกลียว

อีกสองสามวันผลตรวจโรคมะเร็งของแม่ใหญ่จะออก
ป๋าอาสาไปเป็นเพื่อน แต่แม่ใหญ่ปฏิเสธ ไปกับแม่รองก็เหมือนกัน





ที่ร้าน Tong ki อาหญิง Lei พบว่า Po ซื้อเห็ดหอมเกรดต่ำเข้าร้าน จึงต่อว่า

Lei: โปเธอเป็นคนซื้อเห็ดหอมนี่มาใช่มั้ย ดูไม่ออกเหรอว่ามันของเกรดต่ำ
Po: รู้แล้ว ก็จะให้ทำยังไงล่ะ ตอนซื้อก็ตรวจแล้ว ตรวจอีก
พอกลับมาถึงร้าน เปิดมาดู ดั๊นกลายเป็นของเกรดต่ำซะนี่
Lei: คราวหน้าคราวหลัง ระวังหน่อยแล้วกัน โดนเค้าหลอกอยู่เรื่อย





Lei เหลือบไปเห็นเห็ดหอมที่ว่าเอามาวางขายในร้านทำให้เธอไม่พอใจ
รีบสั่งให้เด็กในร้านเอาไปเก็บทันที ของเกรดต่ำเอามาวางขายได้ยังไง

Po: ก็ซื้อมาแล้ว จะให้ทิ้งคาสต็อกเหรอก็ขาดทุนแย่น่ะสิ
พี่เขยก็รู้นะ คนที่ซื้อเห็ดหอมพวกนี้ก็มีแต่พวกแม่บ้านสูงวัย ไม่ใช่ยอดนักชิมซะหน่อย
จะแยกแยะเห็ดหอมญี่ปุ่น กับเห็ดหอมเกรดต่ำออกรึก็เปล่า
Lei: พูดบ้าๆ อายุตั้งสี่สิบแล้ว ยังมั่วนิ่มอีก ร้านเราทำธุรกิจตรงไปตรงมาตั้งแต่สมัยคุณปู่
อายุ 6-7 ขวบ เธอก็ตามพ่อออกไปเลือกซื้อของเข้าร้านแล้ว
ถ้าตั้งใจศึกษาจริงจัง ป่านนี้ เธอก็เป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว
Po: ใช่สิ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ถึงต้องมาทำงานเป็นเบ๊อยู่อย่างนี้
Tong Yan-kai: เอาน่า ครอบครัวเดียวกัน อย่าทะเลาะกันดีกว่า
ใครได้ยินเข้ามันไม่ดี คราวหน้าก็ระวังหน่อย
Lei: คราวหน้า คราวหน้า ไม่รู้ตั้งกี่คราวแล้ว






Po บอกว่าขายเห็ดหอมออกไปแล้วถุงหนึ่ง ให้หญิงสาวหน้าตาดี
Tong Chi-on จึงรีบตามไปเพื่อขอซื้อคืน หาอยู่ตั้งนาน ยังอุตส่าห์ตาดีเห็นถุงของร้าน




Seung Joi Sum เข้าซูเปอร์เพื่อซื้ออาหารแพ็คลดราคา
โชคดีจริง จริ๊ง คว้าปลาดิบได้ทัน มีของในมือแล้วยังไปเหล่ของคนอื่นอีก
ปลาดิบก็ดี แต่ซูชิก็น่ากิน ลุ้น ลุ้น ลุ้น วางซะทีดิ จะได้คว้า





กำลังรอจังหวะ Tong Chi-on ก็ดันมาสะกิด หันไปอีกทีโดนชิงไปซะแล้ว




ดูสายตาเธอ รัศมีอาฆาตแรงมากค่ะ
อารัยนะ อยู่ดีๆ จะมาขอซื้อเห็ดหอมคืน หรือว่าไม่ใช่เห็ดหอมแท้

Tong Chi-on: เบาๆ สิเจ๊ ร้าน Tong ki ของเราขายแต่ของดีมีคุณภาพ
Seung Joi Sum: ของแท้ก็ดีแล้วนี่ ชั้นไม่เปลี่ยนหรอก นั่งรถมาตั้งไกล
Tong Chi-on: ผมไม่ให้คุณมาเสียเที่ยวหรอกครับ
นอกจากผมจะคืนเงินให้คุณแล้ว ผมยินดีจะมอบหอยเชลล์อบแห้งชั้นหนึ่งให้คุณด้วย






แค่เห็นหอยเชลล์อบแห้ง Seung Joi Sum ถึงกับตาลุกวาว
แต่เดี๋ยวก่อน จะยอมง่ายๆ ได้งัย ต้องต่อรองกันหน่อย

Seung Joi Sum: ไม่ พ่อชั้นชอบกินเห็ดหอม แล้วหอยเชลล์อบแห้งนี่ก็แตกเชียว
เห็ดหอมที่ชั้นซื้อน่ะเกรดเอนะ เรื่องอะไรจะยอมแลกกับหอยเชลล์อบแห้ง
Tong Chi-on: ไม่ใช่แลกนะครับ เห็ดหอมน่ะผมคืนเงินให้
ส่วนหอยเชลล์อบแห้ง ผมให้คุณฟรีๆ
Seung Joi Sum: แล้วมีกล่องอื่นที่ดีกว่าอันนี้มั้ยล่ะ
ไหนดูซิ ว้า ก็แตกทั้งคู่เลย เฮ้อ จะให้แลกเห็ดหอมกับหอยเชลล์แตกๆ สองกล่อง คุ้มที่ไหน
(แต่มือน่ะคว้าทั้งหอยเชลล์อบแห้ง ทั้งเงินไปแล้ว)
Tong Chi-on: ผมไม่ได้เอาหอยเชลล์มาแลกเห็ดหอมนะครับ
เห็ดหอมน่ะผมคืนเงินให้ ส่วนหอยเชลล์อบแห้ง ผมให้คุณฟรีๆ
Seung Joi Sum: นายจะว่าไม่ได้เอาหอยเชลล์แตกๆ (เอ้า เน้นเข้าไป) มาแลก
งั้นที่ทำเนี่ย มันหมายความว่ายังไง
Tong Chi-on: อย่าเข้าใจผิดครับ หอยเชลล์อบแห้งชั้นหนึ่งกล่องนี้ผมให้ฟรี
Seung Joi Sum: หอยเชลล์แตกๆ สองกล่องเนี้ยนะ
Tong Chi-on: กล่องเดียวครับ ไม่ใช่สองกล่อง
Seung Joi Sum: อะไรกัน ชั้นซื้อเห็ดหอมหนึ่งกิโล
ส่วนหอยเชลล์อบแห้งกล่องนึงก็แค่ครึ่งโล ชั้นเอาสองกล่องมาแลกเห็ดหอมก็ถูกแล้วนี่

อึ้งค่ะ Tong Chi-on เป็นอึ้ง





Tong Yan-kai เอาเป๋าฮื้อสองชั้นนำโชค 8 ตัวของเค้าออกมาชื่นชม
ชีวิตป๋าช่างมีความสุข
เมียสองคนอยู่ร่วมชายคาเดียวกันมายี่สิบปีแล้วไม่มีการทะเลาะบาดหมาง
มี Lei เป็นน้องเมียช่วยดูแลธุรกิจ จนมีสาขา 31 สาขา
แต่ป๋าก็ยังมีความหวังอย่างหนึ่งที่ยังไม่สมหวัง

Tong Chi-on: ป๋าอยากกินเป๋าฮื้อนำโชคนี่ล่ะสิ
Tong Yan-kai: แกน่ะสิอยากกิน
Tong Chi-on: ป๋ารู้ได้งัยเนี่ย





ในที่สุดป๋าก็สมหวัง แม่ใหญ่หายจากโรคมะเร็งที่เป็นมานานปี
ระหว่างกินเลี้ยงกัน ก็เจอคุณนายใหญ่ Wong ที่กำลังไม่พอใจ Tong Yan-kai อยู่
คุณนายใหญ่ Wong ฉวยโอกาสประชดประชัน จิกกัด
แถมเตือนให้ทั้งคู่อย่าลืมว่า เคยบนเอาไว้ตอนแม่ใหญ่ป่วยว่าถ้าแม่ใหญ่มีอายุยืน
จนลูกชายคนโตของแม่ใหญ่อายุถึง 25 ปี Tong Yan-kai จะบริจาคสมบัติกึ่งหนึ่ง
ตอนนี้ Tong Chi-yat ก็เรียนจบ MBA แล้วน่าจะอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
อย่าลืมคำพูดที่เคยบนไว้ก็แล้วกัน





เอาล่ะ เมื่อต้องบริจาค ก็ต้องรู้ก่อนว่าครอบครัวตอนนี้มีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่
ตังค์ป๋า ป๋ายังไม่รู้เล้ย เพราะคนบริหารเงินคืออา Lei
ตอนนี้ ทรัพย์สินตระกูลทั้งหมดก็ตกราวๆ หกร้อยล้าน
บริจาคครึ่งหนึ่งก็สามร้อยล้านเอ๊ง ทั้งบ้านถึงกับตาเหลือก ไม่ไหวมั้ง

Tong Chi-on: ตอนป๋าบนเคยบอกรึเปล่าว่าจะบริจาคเงินครึ่งหนึ่งของสมัยก่อนหรือสมัยนี้
Tong Yan-kai: จริงด้วย ป๋าไม่เคยระบุนี่หว่า ยี่สิบปีก่อนป๋ามีร้านอยู่ร้านเดียว กับเป๋าฮื้อนำโชค 8 ตัว
ปีนั้น 1983 ป๋าจำได้ว่าเศรษฐกิจตกต่ำ ร้านน่าจะมีมูลค่าซัก 8 แสนเหรียญได้
แม่ใหญ่: งั้นเราก็ต้องบริจาคเงิน 4 แสนเหรียญ และเป๋าฮื้อนำโชค 4 ตัว




Tong Yan-kai ยึกยักไม่อยากบริจาคเป๋าฮื้อสุดหวง
Tong Chi-on เสนอให้บริจาคเป๋าฮื้อในร้าน 2 กิโล เป็นการทดแทน

แม่ใหญ่: เกินไปแล้วนะ พ่ออยากให้แม่มีเนื้องอกในสมองอีกใช่มั้ย
Tong Yan-kai: บริจาคไป 4 ตัว ป๋าก็ยังเหลืออีกตั้ง 4 ตัว เอ้า บริจาคก็บริจาค





Tong Chi-yat เรียนจบจากเมืองนอกตั้งนาน ยังไม่ยอมกลับฮ่องกง
ครอบครัวต่างระอา ขี้เกียจตามตัว มี Tong Chi-on นี่แหละคอย chat กับน้องชายบ่อยๆ




Tong Yan-kai บริจาคเป๋าฮื้อนำโชคให้รายการโทรทัศน์นำไปจัดประมูลหารายได้สร้างโรงพยาบาล
คนประมูลกลับให้ราคาต่ำจนน่าโมโห
Tong Yan-kai ไม่พอใจตัดสินใจประมูลเองในราคา 4 แสนเหรียญ




Tong Chi-foon เตือนป๋าอย่าลืมบริจาคเงินอีก 4 แสนเหรียญ
แต่Tong Yan-kai มั่วนิ่มอีกแล้วครับท่าน

Tong Yan-kai: ป๋าก็บริจาคไปแล้วงัย ก็ที่เอาเงินไปซื้อเป๋าฮื้อมันก็ 4 แสนเหรียญใช่มั้ยล่ะ
Tong Chi-yan: ใช่ที่ไหนล่ะป๋า ที่ป๋าจ่ายไป เป็นค่าซื้อเป๋าฮื้อกลับมา ไม่ใช่เงินบริจาคซักหน่อย
Tong Chi-on: ใช่สิ ป๋าสัญญาว่าจะบริจาคเป๋าฮื้อ ป๋าก็บริจาคไปแล้ว
หลังจากนั้นป๋าก็บริจาคเงินในการประมูลการกุศลอีกสี่แสน ก็ถือว่าครบตามสัญญา
แม่ใหญ่: หลอกพระหลอกเจ้า ทำถูกที่ไหน
Tong Chi-on: ไม่หลอกครับ เป๋าฮื้อเนี่ยเราจะไม่เก็บไว้ เราจะทำอาหารถวายพระ
Tong Yan-kai: ใช่ๆ ถวายเสร็จแล้ว เราก็ค่อยเอาลงมากิน

แม่ใหญ่ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ แต่เห็นทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ก็เลยหยวนๆ





สองพ่อลูกไปหาเชฟใหญ่ให้เตรียมเป๋าฮื้อสำหรับงานเลี้ยงวันเกิดแม่ใหญ่
เชฟสอนว่าเป๋าฮื้อเป็นอาหารชั้นยอดอยู่แล้ว ฉะนั้นอาหารจานอื่นไม่ต้องวิลิศมาหรามากก็ได้
ควรจะกินคู่กับโจ๊กเปล่าและปลาเค็ม ส่วนเป๋าฮื้อให้เอามาแล่บางๆ กินแกล้มด้วยไวน์แดง
ของหวานเป็นรังนกต้มน้ำตาล ก็สมบูรณ์แบบแล้ว




วันสำคัญอย่างนี้ Tong Chi-yat หรือกิลเบิร์ตยังมีข้ออ้างไม่ยอมกลับบ้าน
เค้าบอกว่าแฟนสาวไม่ยอมให้กลับถ้าตอบปัญหาเชาวน์ไม่ได้ว่า
ทำไมนกพิราบบินกลางคืนใช้เวลา 1 ชั่วโมง กลางวันใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ทั้งครอบครัวไม่มีใครตอบถูก แม้แต่แม่ใหญ่






Tong Chi-on จับสังเกตได้ว่ารถแท็กซี่ที่กิลเบิร์ตนั่ง อยู่ในฮ่องกงนี่เอง จึงไปดักรอที่หน้าบ้าน









 

Create Date : 04 สิงหาคม 2550    
Last Update : 12 สิงหาคม 2550 22:07:58 น.
Counter : 1734 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.