Group Blog
 
All Blogs
 

Face To Fate ตอน 15





จากตอนที่แล้ว หลี่ปูยีและเยี่ยม่งเซอะเดินทางไปเกาะโรคเรื้อนเพื่อสืบหาหลวงจีนอยากตาย



พวกเค้าไม่พบร่องรอยของหลวงจีนอยากตาย แต่กลับได้พบมือกระบี่กุ๊ฟงเชียนน้องชายของกุ๊ฟงว่านนักตีกระบี่ที่พวกเค้าตามหา




กุ๊ฟงเชียนเล่าให้ฟังว่าเค้ากับพี่ชายคลั่งไคล้ในการตีกระบี่ จนเป็นเหตุให้ถูกขับออกจากสำนัก
ต่อมา พวกเค้าได้มาเดินทางมาถึงเกาะแห่งนี้ เพื่อเก็บตัวฝึกวิชา ตีกระบี่ และช่วยรักษาคนไข้โรคเรื้อน
กุ๊ฟงเชียนไม่มั่นใจว่าจะหว่านล้อมให้กุ๊ฟงว่านช่วยเหลือธรรมะได้ แต่เพื่อยุทธภพเค้าจะลองดู
ยังไงกลางค่ำกลางคืนอย่าออกไปข้างนอกแล้วกันมันอันตราย




เยี่ยม่งเซอะ: สองคนพี่น้องต่างมีชื่อเสียงทั้งในด้านตีกระบี่ และวรยุทธ์ ทำไมท่านไม่ขอให้กุ๊ฟงเชียนช่วยล่ะ
หลี่ปูยี: แม้กุ๊ฟงเชียนจะเป็นยอดนักตีกระบี่ แต่ด้านวรยุทธ์แล้ว เค้ายังสู้พี่ชายเค้าไม่ได้




Shu Kan มาส่งข่าวว่ามีคนพบเห็นหลวงจีนอยากตายที่หมู่บ้านตะวันออก
พวกเค้ารีบร้อนออกไป ไม่ทันคิดว่าเป็นเวลากลางคืนแล้ว จึงเจอกับกุ๊ฟงว่านโดยไม่ทันตั้งตัว
กุ๊ฟงว่านปฎิเสธไม่ยอมให้ความร่วมมือ และขับไล่พวกหลี่ปูยีให้ไปจากเกาะภายในวันพรุ่งนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าไม่เกรงใจ





กุ๊ฟงเชียนพยายามเกลี้ยกล่อมให้กุ๊ฟงว่านล้มเลิกการตีกระบี่ฟ้า แต่ กุ๊ฟงว่านกลับเกรี้ยวกราด ไม่ยอมล้มเลิกท่าเดียว



ท่านหมอหล่ายยังคงตามหาเจ็ดสุดยอดต่อไป เค้าเดินทางไปถึงชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ และพบน้ำค้างราตรีในหมู่บ้านประมงแห่งหนึ่ง

หล่ายเหยิกหลง: เฮ้อ น้ำค้างราตรีต้องไม่ใช่ปลาหมึกธรรมดา แต่เป็นปลาหมึกยักษ์ที่อาศัยอยู่ก้นทะเลลึก
ส่วนหัตถ์ชายแดนร้างที่เจ้าเอามาครั้งก่อน ก็เป็นเพียงต้นตะบองเพชรทั่วไป หาใช่ตะบองเพชรพระพุทธ จากทะเลทรายโกบี
หล่ายเหยิกยี: ดวงอาทิตย์ที่ทะเลทรายโกบีร้อนแรงนัก แถมมีพายุทะเลยทรายเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถเดินทางไปถึงที่นั่นได้หรอก
ใต้ทะเลลึกยิ่งเป็นไปไม่ได้ หรือว่าเจ็ดสุดยอดเป็นเพียงแค่เรื่องหลอกลวง






ท่านหมอหล่ายกลัดกลุ้มใจ ไปเที่ยวหอคณิกาก็ไม่มีความสุข



เดินไปเดินมา เท้าก็เดินตามหัวใจมาถึงโรงเตี๊ยมแม่นางเยียนเข้าจนได้
ท่านหมอหล่ายนึกถึงตอนที่ดื่มเหล้ากับหลี่ปูยี

หลี่ปูยี: บางครั้งความรักก็เหมือนการดื่มสุรา ต้องค่อยๆ ชิมรส จึงจะได้กลิ่นหอมหวาน





หลี่ปูยี: ดูเหมือนเจ้าไม่ใช่คนจริงจังเรื่องความรัก
หล่ายเหยิกยี: ใช่ การรักใครซักคนเป็นภาระที่หนักเกินไป หากยิ่งรักแบบทุ่มเท จะยิ่งเสียใจมากขึ้น (พูดเนี่ยระวังเข้าตัวนะท่านหมอ หึหึ)




หล่ายเหยิกยี: ข้าหลงคิดว่าตัวเองเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ทำไมถึงตัดนางไม่ขาด

กำลังจะชะแว้บไป ปรากฎว่าแม่สามีมาถามหาเสี่ยวซานซึ่งขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขา ป่านนี้ยังไม่ลงมา
แล้วท่านหมอหล่ายจะปล่อยให้แม่นางเยียนขึ้นเขาคนเดียวกลางค่ำกลางคืนได้ไง





ตามหาอยู่ค่อนคืนก็ยังไม่เจอ เยียนเยี่ยไหลร้อนใจจนบอกไม่ถูก ท่านหมอหล่ายไม่ค่อยได้ปลอบสาวซะด้วยสิ

หล่ายเหยิกยี: ไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยวซานเป็นเด็กฉลาด เค้าดูแลตัวเองได้






หาจนเช้าก็ไม่เจอ ท่านหมอหล่ายเลยพาเยียนเยี่ยไหลกลับไปที่ซ่อนตัว
ที่ไหนได้ พี่ใหญ่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร พบเสี่ยวซานหลงทางอยู่ จึงพาเค้ากลับมาด้วย โล่งอกไปที เจ้าเด็กแสบเอ๊ย



เยียนเยี่ยไหลแทบไม่เชื่อว่าหล่ายเหยิกหลงเป็นพี่ชายของหล่ายเหยิกยี แถมอายุยังไล่เลี่ยกันอีกด้วย แก่กว่าท่านหมอหล่ายแค่ 2 ปีเอง



ดูซิว่าท่านหมอหล่ายจะปากแข็ง ใจแข็ง ไปได้ซักกี่น้ำ แค่แม่นางเยียนขอบคุณหน่อย ก็หน้าบานซะแล้ว




เยียนเยี่ยไหล: ที่ท่านรีบจากมาในตอนนั้น เพื่อมาดูแลพี่ชายท่านหรอกหรือ ข้านึกว่า
หล่ายเหยิกยี: เจ้าคิดอะไรกันแน่
เยียนเยี่ยไหล: เปล่า ไม่มีอะไร ท่านชอบทำตัวไม่มีแก่นสาร ข้าไม่รู้เลยว่าท่านมีเรื่องให้หนักใจ
หล่ายเหยิกยี: พี่ใหญ่เป็นญาติคนเดียวของข้า เค้าเป็นคนที่สำคัญที่สุด




หล่ายเหยิกหลงชวนให้เสี่ยวซานแวะมาเที่ยวบ่อยๆ
ระหว่างกลับเสี่ยวซานเล่าให้เยียนเยี่ยไหลฟังถึงเจ็ดสุดยอด





กุ๊ฟงเชียนพาหลี่ปูยีและเยี่ยม่งเซอะเดินทางไปหมู่บ้านตะวันออก เพื่อตามหาหลวงจีนอยากตาย พอพระอาทิตย์ตก กุ๊ฟงเชียนก็รีบร้อนจากไป




หลวงจีนอยากตายตามหาสัปเหร่อคนหนึ่งซึ่งเคยฝังศพ Miu Siu-yuk หญิงครรภ์แก่ตายทั้งกลมคนหนึ่งเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
สัปเหร่อจำได้ เพราะว่าตอนกำลังจะฝังเด็กในท้องยังไม่ตาย เด็กคลอดออกมาเป็นเด็กผู้หญิง ตอนเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ เค้าได้ยกเด็กให้กับจอมยุทธผู้หนึ่งไป




หลังจากนั้น หลวงจีนอยากตายได้พบกับกุ๊ฟงว่านซึ่งไม่รู้จับตัวคนป่วยโรคเรื้อนไปทำอะไร เค้าจึงขัดขวาง และปล่อยให้คนเหล่านั้นหนีไป
กุ๊ฟงว่านวิทยายุทธ์ล้ำเลิศสมคำร่ำลือ หลวงจีนอยากตายเกือบพลาดท่า โชคดีที่หลี่ปูยีมาทัน






กุ๊ฟงเชียนบอกว่าที่กุ๊ฟงว่านจับคนป่วยโรคเรื้อนไป เพราะเค้าคิดว่าหากจะตีกระบี่วิเศษได้ ต้องสังเวยด้วยชีวิตมนุษย์

กุ๊ฟงเชียน: เมื่อคืนพระจันทร์เต็มดวง ข้านึกอยู่แล้วว่าพี่ใหญ่ต้องลงมือ เสียดายที่ข้าขัดขวางเค้าไม่ทัน
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าว่าเป็นข้ออ้างของท่านมากกว่า ท่านไม่อยากให้เค้าร่วมการประลองล่ะสิ
กุ๊ฟงเชียน: เชื่อข้าเถอะ พี่ใหญ่ข้าเข้าร่วมประลองไม่ได้จริงๆ อีก 7 วันจะมีเรือมาที่เกาะ พวกท่านรีบกลับไปซะ





หลี่ปูยีเห็นแผลที่ข้อมือของกุ๊ฟงเชียนในตำแหน่งเดียวกับที่เค้าซัดก้อนหินใส่ กุ๊ฟงว่านจึงทำทีเป็นยอมออกจากเกาะโดยไม่คัดค้าน ทำให้ เยี่ยม่งเซอะไม่พอใจ




หล่ายเหยิกหลงนึกว่าท่านหมอหล่ายหาตะบองเพชรพระพุทธพบ แต่ท่านหมอหล่ายไม่รู้เรื่อง ซักไปซักมาปรากฎว่าเสี่ยวซานเพิ่งแวะมา



ท่านหมอหล่ายรีบไปหาเยียนเยี่ยไหลนางบาดเจ็บจากกรงเล็บมังกรทอง
เพื่อแลกกับตะบองเพชรพระพุทธ เยียนเยี่ยไหลได้ตกลงขโมยบัญชีรายชื่อจากขันทีหลิวอวี้มามอบให้กับ Lei Mong-yee แม้จะขโมยบัญชีรายชื่อได้ แต่นางก็ถูกขันทีหลิวอวี้ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ

หล่ายเหยิกยี: สัญญากับข้าอย่าเสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก
เยียนเยี่ยไหล: ไม่นะ ข้าเพิ่งหาเจ็ดสุดยอดให้ท่านได้อย่างเดียวเอง
หล่ายเหยิกยี: ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง เจ้าไม่ต้องห่วง
ขอบใจเจ้ามาก

เหอ เหอ คนดูอย่าเพิ่งอิจฉา เด๋วตอนหน้าจะยิ่งสวีทกันกว่านี้อีก





หลวงจีนอยากตายดูเอาอกเอาใจเยี่ยม่งเซอะเป็นพิเศษ แถมยังสนใจประวัติของนางจนออกนอกหน้า
เยี่ยม่งเซอะบอกว่านางเป็นกำพร้า อาจารย์บอกว่าบิดามารดานางตายหมดแล้ว จึงรับนางมาเลี้ยงตอนอายุ 3 ขวบ สำนักเขาปลาบินนอกจากศิษย์พี่คนโตซึ่งเป็นกำพร้าเช่นเดียวกับนางแล้ว ก็ไม่มีศิษย์หญิงคนไหนเป็นกำพร้าอีก





หลวงจีนอยากตายยอมเล่าให้หลี่ปูยีฟังว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เค้าได้ช่วยฮูหยินที่พยายามฆ่าตัวตายไว้คนหนึ่ง
เค้าพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับนาง ด้วยความรู้สึกผิดบาป เค้าจึงหนีเตลิดไป
9 เดือนต่อมา เค้ากลับมาตามหานาง จึงได้รู้ว่าสามีนางตามมาเจอ เมือได้รู้ว่านางมีชู้ เค้าจึงฆ่านางกับลูกในท้องตายทั้งกลม
หลวงจีนอยากตายคิดฆ่าตัวตาย แต่หลี่ปูยีผ่านมาเห็นเข้าจึงได้ช่วยชีวิตเค้าเอาไว้

เอ่อ ตกลงพี่หลี่ปูยีอายุเท่าไหร่กันแน่ ไม่ปาเข้าไปเกือบสี่สิบแล้วเหรอ






ช่วงที่ตามหานักตีกระบี่ หลวงจีนอยากตายได้พบเบาะแสว่าลูกสาวของเค้าอาจยังมีชีวิตอยู่
โดยสัปเหร่อยืนยันว่า เค้าได้มอบนางให้กับเสิ่นซิงหนาน หลวงจีนอยากตายจึงสงสัยว่าเยี่ยม่งเซอะจะเป็นลูกสาวของเค้า




เจ้าสำนัก Ngan Tong ประกาศจะแก้แค้นให้โจวฉี เจ้าสำนักเสิ่นรับปากว่าจะช่วยเหลือตามหาหลิวฝ่านหยีอย่างเต็มที่

เยี่ยชูเซินอาสานำศิษย์น้องไปร่วมล้างแค้นด้วย อุตส่าห์ฝึกซ้อมค่ายกลเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เจ้าสำนักเสิ่นอนุญาต





เสิ่นฉินหง: ขอข้าไปด้วย หลิวฝ่านหยีทำข้าแสบนัก ข้าอยากล้างแค้นเค้าเอง
เสิ่นซิงหนาน: เจ้าเพิ่งกลับมา ควรจะพักผ่อนให้มากๆ หากเจ้ายังไม่หายดี ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าทำอะไรทั้งนั้น




เสิ่นฉินหงกำลังหงุดหงิดที่นางไม่อาจลืมหลิวฝ่านหยีได้
ศิษย์พีรองก็ยกอาหารเย็นมาให้นาง เอาอกเอาใจกันเข้าไป

เสิ่นฉินหง: ข้าอยากจะสับหลิวฝ่านหยีให้เป็นชิ้นๆ ตราบใดที่เค้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็ไม่หายแค้น





ไม่ต้องหาตัวกันนาน เด๋วเรื่องจะยืดเยื้อเยี่ยชูเซินและสำนัก Ngan Tong ก็หาหลิวฝ่านหยีพบ
ค่ายกลของศิษย์สำนักเขาปลาบิน แม้จะพอรับมือหลิวฝ่านหยีได้แต่ก็ไม่อาจเอาชนะเค้าได้





สุดท้ายแล้ว หลิวฝ่านหยีก็มาพลาดท่าให้กับเสิ่นฉินหง




แต่นี่ หลิวฝ่านหยีนะจ๊ะ ไม่ใช่พี่ฟงสิงเลี่ย มีหรือจะยอมเจ็บตัวข้างเดียว งานนี้ต้องต่างคนต่างเจ็บ




ในที่สุดความจริงก็เปิดเผย ไส้ศึกตัวจริงคือเจ้าสำนักเสิ่นนั่นเอง ไม่รู้มีใครทายถูกมั่งป่าว สงสัยจะมี 555
เจ้าสำนักเสิ่นมีข้อตกลงกับเกอซูเทียนว่า ถ้าเค้าช่วยให้เกอซูเทียนได้เป็นเจ้ายุทธ เค้าจะได้เหมืองทองทั้งเหมืองเป็นรางวัล







 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 23 ธันวาคม 2550 8:48:15 น.
Counter : 1033 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 14





จากตอนที่แล้ว หลิวฝ่านหยีกับเสิ่นฉินหงโดดลงทะเล เพื่อหนีการตามล่าของเจ้าสำนักคงท้ง พวกเค้าถูกน้ำทะเลซัดเข้าฝั่ง




ผัวเมียชาวประมงได้ช่วยเหลือทั้งคู่ไว้ หลิวฝ่านหยีแช่น้ำอยู่นานบาดแผลจึงติดเชื้อ ชาวประมงอุตส่าห์ต้มยาให้กิน แต่มือสังหารไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เค้าจึงไม่ยอมกินยา




เสิ่นฉินหงฟื้นขึ้นมากลางดึก นางประหลาดใจที่เห็นหลิวฝ่านหยียังไม่หลับไม่นอน
ที่แท้เค้านอนโดยไม่หลับตา





เสิ่นฉินหง: เจ้าก็ปลอดภัยแล้ว เมื่อไหร่จะปล่อยข้าล่ะ
หลิวฝ่านหยี: ปล่อยเจ้าตอนนี้ เจ้าก็ไปตามเสิ่นซิงหนานมาจับข้าน่ะสิ
เสิ่นฉินหง: งั้น ทำยังไงเจ้าจะปล่อยข้า
หลิวฝ่านหยี: ไว้ข้าหายดีแล้ว ข้าจะปล่อยเจ้าเอง
เสิ่นฉินหง: เล่นไม่กินยา คงจะหายหรอก
หลิวฝ่านหยี: ข้ามี 9 ชีวิต ข้าไม่ตายง่ายๆ
เสิ่นฉินหง: ข้าว่าเจ้ากลัวตายมากกว่า เจ้ากลัวว่าคนจะมาฆ่าตอนเจ้าหลับ กลัวคนอื่นจะวางยา เจ้าไม่รู้สึกสมเพชตัวเองบ้างหรือไง โลกนี้ก็มีคนดีที่ไม่คิดทำร้ายใครนะ กินยาซะเถอะ





ในที่สุด หลิวฝ่านหยียอมกินยา



หลิวฝ่านหยีอึ้งกับความดีของชาวประมง



หลิวฝ่านหยี: ข้าบอกแล้วใช่มั้ย ว่าให้อยู่แต่ในกระท่อม
เสิ่นฉินหง: ข้าจะออกมายืดเส้นยืดสายบ้างไม่ได้หรือไง
ชาวประมง: ผัวเมียอย่าทะเลาะกันสิ
หลิวฝ่านหยี/เสิ่นฉินหง: พวกเราไม่ใช่ผัวเมียกันซักหน่อย
ชาวประมง: ข้ายังนึกว่าเจ้าสองคนเป็นผัวเมียที่ถูกโจรแฝด Kong Yam ปล้นซะอีก




หลิวฝ่านหยีให้เงินตอบแทนชาวประมง แต่เค้าไม่รับ

เสิ่นฉินหง: ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ เจ้าฆ่าคนเพื่อเงิน แต่เค้าช่วยชีวิตเจ้าเปล่าๆ
หลิวฝ่านหยี: คนเราทำอะไรก็หวังผลทั้งนั้น เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เงิน
เสิ่นฉินหง: พูดแบบนี้ไม่เลือดเย็นไปหน่อยหรือ
หลิวฝ่านหยี: ทางที่ดี เจ้าอย่าได้ออกนอกกระท่อมอีก ไม่งั้นข้าจะฆ่าเจ้า





เกอซูเทียนสั่งลูกน้องให้ตามหาหลิวฝ่านหยีและช่วยเค้ากลับมาให้ได้
เกอซูเทียนสังเกตเห็นดาว Shum และดาว Suk ซึ่งเป็นดาวคุ้มครองดาวอธรรม เคลื่อนไปทางตรงข้าม
จึงเกิดหวั่นวิตกว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้แผนการของเค้าต้องล้มเหลว เกอซูเทียนจึงตัดสินใจลงเขาไปสืบด้วยตนเอง และให้หมอป๊ศาจจูกัดบ้วนหลี่รักษาการแทน




สามหัวหน้าหน่วยวังสวรรค์ไม่พอใจที่จูกัดบ้วนหลี่ข้ามหน้าข้ามตาจ้าวค้างคาว แถมยังมีหลิวฝ่านหยีโผล่มาอีกคน พวกเค้าเกรงว่า เจ้าวังจะแต่งตั้งหลิวฝ่านหยีเป็นหัวหน้าหน่วยไม้แทนคนเก่า พวกเค้าอยากให้จ้าวค้างคาวได้เป็นมากกว่า จึงตัดสินใจจะฆ่าหลิวฝ่านหยี



ระหว่างเดินทางขึ้นเขาปลาบิน หลี่ปูยีพบฮูหยินเสิ่นจึงได้รู้เรื่องราวทั้งหมด หลี่ปูยีทำนายที่อยู่ของเสิ่นฉินหงว่าอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งคู่ออกเดินทางไปด้วยกัน




เสิ่นฉินหงเห็นหลิวฝ่านหยีฝันร้ายถึงครอบครัวที่ถูกฆ่าตาย นางเริ่มสนใจอดีตของเค้า



โจรแฝด Kong Yam ลงมาปล้นหมู่บ้าน เสิ่นฉินหงอยากออกไปช่วย แต่หลิวฝ่านหยีห้ามไว้ โดนสะกัดจุดลมปราณ ยังจะไปสู้กับโจรอีก เสิ่นฉินหงมั่นใจว่าแค่โจรกระจอกไม่เห็นต้องใช้กำลังภายในเลย




ไร้กำลังภายใน ฉินหงก็สู้โจรกระจอกยังไม่ได้




โชคดีที่ หลิวฝ่านหยีตัดสินใจช่วยนาง




เสิ่นฉินหง: ที่จริงเจ้าก็ไม่ได้เลือดเย็นซะทีเดียว
หลิวฝ่านหยี: อย่าทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย
เสิ่นฉินหง: อย่าหลอกตัวเองเลย ถ้าเจ้าเลือดเย็นจริง ตอนเราตกน้ำ เจ้าคงไม่ช่วยข้า วันนี้ เจ้าก็คงไม่ลงมือ
หลิวฝ่านหยี: ที่ช่วยเพราะเจ้าเป็นตัวประกันของข้า มันก็แค่นั้น
เสิ่นฉินหง: โกหก ข้าเห็นเจ้าฝันร้าย ร้องขอชีวิตคนในครอบครัว เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเจ้าถึงกลายมาเป็นมือสังหารได้
หลิวฝ่านหยี: หุบปาก
เสิ่นฉินหง: ข้าอยากรู้จักเจ้าให้มากกว่านี้
หลิวฝ่านหยี: เจ้ารู้อย่างเดียวก็พอ เวลาอารมณ์ไม่ดี ข้าจะฆ่าคน





กลับไปถึงกระท่อม หลิวฝ่านหยีพบว่าเค้าทำตุ๊กตาหายไป หลังจากตามหาทั่วชายหาด ก็พบเสิ่นฉินหงอยู่ที่ริมผา นางขาพลิกเพราะเก็บตุ๊กตาให้เค้า

เสิ่นฉินหง: ตุ๊กตานี่สำคัญกับเจ้ามากหรือ ทำไมมันถึงมีคราบเลือดด้วยล่ะ
หลิวฝ่านหยี: พรุ่งนี้เจ้าไปได้ (เออ เอ้า ถามอย่าง ตอบอย่าง)





หลิวฝ่านหยีเห็นนางบาดเจ็บที่ขา จึงแบกนางกลับไป




สามมารตามรอยมาพบพวกเค้าจนได้ สามมารต้องการฆ่าเสิ่นฉินหงเพื่อสร้างความดีความชอบ แต่หลิวฝ่านหยีไม่ยินยอม จึงเกิดการต่อสู้กัน
จ้าวค้างคาวทำทีจะมาห้ามศึก จริงๆ ก็เป็นพวกเดียวกับสามมาร





หลิวฝ่านหยีต้องคอยป้องกันเสิ่นฉินหง เค้าจึงถูกสี่มารทำร้ายบาดเจ็บ




หลี่ปูยี: 4 หัวหน้าหน่วยวังสวรรค์รุมทำร้ายคนบาดเจ็บ รู้ไปถึงไหน อายไปถึงนั่น
จ้าวค้างคาว: หลี่ปูยี เจ้าขัดขวางวังสวรรค์ของเราครั้งแล้วครั้งเล่า อยากตายนักใช่มั้ย
หลี่ปูยี: วังสวรรค์ฝ่าฝืนกฎยุทธภพ สังหารโจวฉีสหายของข้า จะไม่ให้ข้ายุ่งได้อย่างไร

หลี่ปูยีต่อสู้กับสี่มาร หลิวฝ่านหยีฉวยโอกาสพาเสิ่นฉินหงหนีไป





ฮูหยินเสิ่น: ปล่อยตัวฉินหงเถอะ ข้ารับรองว่าจะไม่เอาเรื่องเจ้า
หลิวฝ่านหยี: เจ้าจะให้ข้าเชื่อคนฝ่ายธรรมะงั้นหรือ
เสิ่นฉินหง: เจ้าอย่าเอานางไปเปรียบกับเจ้าสำนักคงท้ง Kwok Tai-kong สำนักเขาปลาบินยึดมั่นในคำพูด ถ้านางรับปากว่าจะปล่อยเจ้าไป นางต้องปล่อยเจ้าไปแน่




หลิวฝ่านหยีลงมือสยบฮูหยินเสิ่นไว้ได้



ในอดีตหลี่ปูยีเคยได้รับบุญคุณจากบิดาของหลิวฝ่านหยีเค้าเคยทำนายดวงให้กับหลิวฝ่านหยี
เมื่อได้ข่าวนักฆ่า 9 ชีวิต หลี่ปูยีจึงเดาออกว่าเป็นใคร เค้าเตือนให้หลิวฝ่านหยีกลับตัวกลับใจซะ





หลิวฝ่านหยี: ข้ายังทำงานไม่สำเร็จ ข้าต้องฆ่าท่านก่อน
หลี่ปูยี: เจ้าฆ่าคนมามาก ต่อให้มี 9 ชีวิต เจ้าก็ใช้มันใกล้หมดแล้ว
หลิวฝ่านหยี: นึกเหรอว่าข้าจะเชื่อ




หลี่ปูยีท้าประลองกับหลิวฝ่านหยีเพื่อพิสูจน์ให้เค้าเห็นว่าวันเวลาของเค้าใกล้หมดแล้ว
เพียงกระบวนท่าเดียวหลิวฝ่านหยีก็พ่ายแพ้

หลี่ปูยี: เจ้าไม่ใช่นักฆ่า 9 ชีวิตอีกต่อไปแล้ว หากยังดื้อดึงต่อไป เจ้าต้องตายแน่นอน






ทั้งหมดพบกับเสิ่นซิงหนานที่นำลูกศิษย์ติดตามมา จึงเดินทางกลับสำนักเขาปลาบินด้วยกัน



เยี่ยชูเซินจะเอายังไงกันแน่ รักพี่เสียดายน้องหรืองัย

เยี่ยชูเซิน: ถ้าข้าเจอหลิวฝ่านหยีอีก ข้าจะแก้แค้นแทนเจ้าเอง
เสิ่นฉินหง: ศิษย์พี่ ข้าอยากพักผ่อน





เสิ่นฉินหง: ศิษย์พี่ ท่านกับศิษย์พี่สาม
เยี่ยชูเซิน: เจ้าเข้าใจพวกเราผิด เราสามคนโตมาด้วยกัน มีหรือจะทำให้คนใดคนหนึ่งต้องเจ็บปวด เจ้าเป็นศิษย์น้องที่พวกเรารักที่สุด อย่าคิดมากเลยนะ






เยี่ยม่งเซอะรู้สึกไม่สบายใจ นางนึกถึงถุงหอมที่หลี่ปูยีเคยให้นางไว้ เมื่อเปิดออกดู คำทำนายบอกว่าให้นางปล่อยวาง



เยี่ยม่งเซอะบอกคำสั่งเสียของโจวฉีให้กับหลี่ปูยี
เจ้าสำนักเสิ่นจะส่งศพโจวฉีกลับไปสำนัก Ngan Tong
เมื่อเสียจอมยุทธ์ที่จะเข้าร่วมการประลองไปคนหนึ่งแล้ว หลี่ปูยีจึงต้องออกตามหาจอมยุทธ์ที่เหลือโดยด่วน
เยี่ยม่งเซอะอาสาเดินทางไปพร้อมกับหลี่ปูยีด้วย





เสิ่นฉินหงหันมาญาติดีกับหลี่ปูยี ก็อยากรู้เรื่องของหลิวฝ่านหยีอ่ะ




หลี่ปูยีเล่าอดีตของหลิวฝ่านหยีให้นางฟัง ครอบครัวของเค้าถูกโจรฆ่าล้างบ้าน มีเพียงหลิวฝ่านหยีที่ซ่อนตัวอยู่จึงรอดมาได้ แม้แต่น้องสาวของเค้าก็ต้องมาตาย
ตอนแรกเค้าคิดฆ่าตัวตาย แต่หลี่ปูยีมาห้ามไว้ ส่วนหลังจากนั้นเค้ามาเป็นนักฆ่าได้อย่างไร หลี่ปูยีก็ไม่ทราบ





เสิ่นฉินหงคิดถึงแต่หลิวฝ่านหยีจนนอนไม่หลับ



เพื่อศิษย์น้อง ม่งเซอะตัดสินใจลืมศิษย์พี่รองซะ นางเก็บธนูของเค้าซึ่งนางเคยพกติดตัวไว้ตลอดเวลาใส่ลิ้นชักเอาไว้



ต่างคนต่างคิดเรื่อยเปื่อยจนนอนไม่หลับ

เสิ่นฉินหง: พรุ่งนี้ท่านจะลงเขาไปกับจอมยุทธ์หลี่ใช่มั้ย พี่ช่างโชคดีที่ได้ทำภารกิจสำคัญๆ อยู่เรื่อย
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้าโชคดีกว่าข้า ทั้งศิษย์พี่รองและข้าต่างรักเจ้ามากที่สุด
เสิ่นฉินหง: ศิษย์พี่สาม ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านกับศิษย์พี่รอง
เยี่ยม่งเซอะ: ช่างเถอะ ข้าไม่อยากคิดเรื่องนี้แล้วล่ะ ตอนนี้ เรื่องช่วยจอมยุทธ์หลี่ตามหาจอมยุทธ์ที่เหลือ สำคัญกว่า
เสิ่นฉินหง: พี่ไม่โกรธข้าจริงๆ หรือ
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าไม่โกรธเจ้าด้วยเรื่องแค่นี้หรอก





หลี่ปูยีไม่เชื่อว่าที่เยี่ยม่งเซอะลงเขามากับเค้า เป็นเพราะอยากจะช่วยตามหาจอมยุทธ์ที่เหลือ
ดูจากสีหน้า แววตาแล้ว น่าจะมีปัญหาความรักมากกว่า เมื่อไม่ยอมรับก็ตามใจ




ทั้งคู่เดินทางมาถึงอารามที่นัดหมายกับหลวงจีนอยากตาย เพื่อตามหานักสะสมกระบี่ด้วยกัน แต่กลับไม่พบเค้า
อยู่ดีๆ หลวงจีนอยากตายก็นึกจะผูกคอตายขึ้นมา ทำเอาคานอารามหัก พอผูกคอตายไม่สำเร็จก็หนีไป แล้วจะไปหาตัวได้ที่ไหนล่ะเนี่ย




ในเมือง Ching Hoi แทบร้างไร้ผู้คน หลี่ปูยีและเยี่ยม่งเซอะได้ช่วย Shu Kan หนุ่มโรคเรื้อนจากการโดนรุมทำร้าย
Shu Kan เล่าว่าหลายปีก่อน ในเมืองเกิดโรคระบาด คนไหนที่ไม่ติดโรคก็หนีจากเมืองไป ที่เหลือก็ได้แต่รอความตาย โดยคนที่เป็นโรคเรื้อนได้อพยพไปอยู่เกาะโรคเรื้อนกันหมด
เยี่ยม่งเซอะเป็นห่วงว่า ป่านนี้นักสะสมกระบี่คงย้ายออกจากเมืองไปแล้ว
เพื่อนของ Shu Kan มีสร้อยประคำของหลวงจีนอยากตาย หลี่ปูยีจึงตามไปเกาะโรคเรื้อนเพื่อสืบหาเค้า








 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 11:53:45 น.
Counter : 1260 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 13





จากตอนที่แล้ว ท่านหมอหล่ายถูกพิษงูทำให้เกิดคลุ้มคลั่ง โชคดีที่หลี่ปูยีฟื้นขึ้นมาทัน ทั้งคู่ต่อสู้กัน ท่านหมอหล่ายพิษงูกำเริบสิ้นสติไป



หลี่ปูยี: เจ้าเคยเห็นข้าเป็นสหายบ้างมั้ย ถ้าเห็นข้าเป็นสหาย ทำไมไม่เคยบอกข้าว่าเจ้าป่วยเป็นโรคแก่ก่อนวัย
หล่ายเหยิกยี: เจ้ารู้แล้วเหรอ มันน่าขำใช่มั้ย ตระกูลหมอเทวดา รักษาผู้คนมากมาย แต่กลับไม่อาจรักษาตัวเองได้
หลายปีมานี่ ข้าพยายามหาทุกวิธีทาง ก็ไม่สำเร็จ แม้แต่ยาเจ็ดสุดยอดก็เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง
หลี่ปูยี: เพราะอย่างนี้ เจ้าถึงทำตัวเหมือนคนเสเพล เย็นชาต่อผู้อื่น
หล่ายเหยิกยี: ถ้าเป็นเจ้า ก็คงทำเหมือนข้า
หลี่ปูยี: ข้าไม่คิดเช่นนั้น โชคชะตาของเจ้าย่อมอยู่ในมือของเจ้า ขอเพียงไม่ยอมแพ้ ซักวันต้องเห็นผล
หล่ายเหยิกยี: อย่ามาอำกันดีกว่า พิสูจน์มาสิ






หล่ายเหยิกยี: นี่มันดอกพิสดารนี่ เจ้าหามันเจอแล้ว เจ้าใช้ดอกนี่ถอนพิษให้ข้าใช่มั้ย
หลี่ปูยี: ใช่
หล่ายเหยิกยี: พี่ใหญ่มีทางรอดแล้ว




ทางในถ้ำวกวนเหมือนเขาวงกต เดินเท่าไหร่ก็ไม่เจอทางออก ท่านหมอหล่ายเริ่มร้อนใจกลัวพี่ใหญ่จะรอไม่ไหวหลี่ปูยีสังเกตเห็นเมือกบนพื้น

ท่านหมอหล่าย: ระวัง อาจมีพิษ




ทั้งคู่ถูกงูประหลาดโจมตี พวกเค้าต่อสู้กับงูประหลาดจนผนังถ้ำพัง และเห็นทางออก

คิดจะลอบทำร้ายท่านหมอหล่ายข้างหลังเหรอ ฝันไปเหอะ






หลี่ปูยี: ข้าไม่เคยเห็นงูประหลาดเช่นนี้มาก่อน
หล่ายเหยิกยี: ข้าก็เช่นกัน หรือว่านี่คืองูไร้ตา หนึ่งในเจ็ดสุดยอด




สองพี่น้องช่วยกันหาวิธีนำงูไร้ตามาสกัดเป็นกระษัยยา



หลี่ปูยีสังเกตปรากฎการณ์ดวงดาวบนฟากฟ้า ดาว Tin Tao เป็นตัวแทนฝ่ายธรรมะ ดาว Chik Mong เป็นตัวแทนฝ่ายอธรรม
ช่วงที่ฝ่ายธรรมะถูกสังหาร ดาว Tin Tao ก็อับแสง หลังจากพวกเค้าหาตัวยอดฝีมือฝ่ายธรรมะได้ ดาว Tin Tao ก็สว่างสดใสขึ้น

หล่ายเหยิกยี: เรื่องดวงดาวข้าไม่ค่อยรู้ ข้ารู้แต่ว่าข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้า เจ้าไม่เพียงช่วยข้าและพี่ เจ้ายังช่วยพวกเราหางูไร้ตาอีกด้วย
หลี่ปูยี: ถ้าข้าไม่ได้ยินกับหู ข้าคงไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าจะพูดอะไรแบบนี้ได้
หล่ายเหยิกยี: งั้นก็คิดซะว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน
หลี่ปูยี: ยังไงก็ตาม ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะพบอุปสรรคเพียงใด ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ท้อถอยง่ายๆ




หลี่ปูยีสังเกตเห็นดาวตกพุ่งไปทางทิศของสำนักเขาปลาบิน จึงหวั่นใจว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เค้าตัดสินใจเดินทางไปสำนักเขาปลาบิน ส่วนท่านหมอหล่ายต้องดูแลพี่ใหญ่ และคิดหาวิธีสกัดตัวยา ทั้งคู่จึงนัดหมายเจอกันที่ Wah Fat



เจ้าสำนักทั้งสี่ต่างเดินทางกลับสำนักของตน ระหว่างทาง เจ้าสำนักคงท้งได้พบกับหลิวฝ่านหยี
เค้าต้องการล้างแค้นที่หลิวฝ่านหยีสังหารศิษย์โปรด แต่เค้าสู้หลิวฝ่านหยีไม่ได้ กลับโดนตัดเส้นผมไป

หลิวฝ่านหยี: จำไว้ว่าที่ข้าไม่ฆ่าเจ้าวันนี้ เพราะไม่มีใครจ่ายเงินค่าหัวเจ้า แต่คราวหน้าเจ้าอาจไม่โชคดีเช่นวันนี้ ระวังตัวให้ดีเถอะ





เจ้าสำนักเสิ่นสั่งลูกศิษย์ทุกคนว่าก่อนจะรับเยี่ยม่งเซอะกลับเข้าสำนัก นางก็เป็นเพียงแขกคนหนึ่ง ห้ามทุกคนให้นางยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในสำนักโดยเด็ดขาด




วังสวรรค์ส่งศีรษะไส้ศึก Cheung Hang-shau มาให้เจ้าสำนักเสิ่น
ที่ศีรษะมีสัญลักษณ์ดอกกล้วยไม้ของ นักฆ่าเก้าชีวิตหลิวฝ่านหยี




ฮูหยินเสิ่นกังวลว่าวังสวรรค์จะส่งหลิวฝ่านหยีมาสังหารเจ้าสำนักเสิ่น

เยี่ยชูเซิน: หลิวฝ่านหยีเลือดเย็นนัก แถมฝีมือยังเก่งฉกาจอีกด้วย อาจารย์ท่านต้องระวังตัว
เจ้าสำนักเสิ่น: สำนักเขาปลาบินมีหน้าที่กำจัดภัยยุทธภพ หากมันกล้ามา ข้าจะกำจัดคนโฉดคนนี้เอง




เยี่ยม่งเซอะห่วงใยอาจารย์ นางอยากช่วยสำนัก ศิษย์น้องต่างลำบากใจ เพราะอาจารย์สั่งไว้ ม่งเซอะจึงต้องล้มเลิกความตั้งใจ



โจวฉีสงสัยการตายของเจ้าสำนัก Siu เค้าจึงเข้ามาค้นห้องของเยี่ยม่งเซอะ
เมื่อนางกลับมาเจอเค้า เค้าจึงยอมเล่าเรื่องให้ฟัง
ที่แท้เจ้าสำนัก Siu กำลังสืบเรื่องไส้ศึกอยู่ เค้าใช้นกพิราบส่งข่าวให้กับโจวฉี เพื่อให้ช่วยประสานสืบทั้งในและนอก
ที่โจวฉีเดินทางมาที่สำนักเขาปลาบินก็เพื่อจะสืบความจริงเรื่องนี้ และคืนความเป็นธรรมให้กับเจ้าสำนัก Siu
โจวฉีเชื่อว่าก่อนตายเจ้าสำนัก Siu ต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้าง เมื่อค้นที่ห้องไม่เจอ ก็น่าจะอยู่ที่ศพ




เยี่ยม่งเซอะกับโจวฉีหาทางลงก้นเหวไปค้นศพ ระหว่างทางพวกเค้าพบร่องรอยว่าตอนเจ้าสำนัก Siu ตกหน้าผามา เค้ายังไม่ตาย
โจวฉีสงสัยว่าถ้าเค้าไม่ถูกช่วยไป ศพก็น่าจะตกลงไปก้นเหว





ที่ก้นเหวไม่พบศพ โจวฉีจึงคาดเดาว่าศพน่าจะอยู่ใต้น้ำตก เค้าลงไปงมเอาศพเจ้าสำนัก Siu ขึ้นมาจนได้



น้ำเย็นเฉียบช่วยรักษาสภาพศพ จึงเห็นว่ามีรอยฝ่ามือที่สาม

โจวฉี: นี่แสดงว่าคงมีคนเกรงว่า Siu Tai จะไม่ตาย จึงตามมาสังหารเค้า ถ้าเรารู้ว่าฝ่ามือนี้เป็นของสำนักใด ก็จะรู้ตัวไส้ศึกคนนี้ได้
เยี่ยม่งเซอะ: งั้นข้าจะบอกอาจารย์
โจวฉี: อย่าเพิ่งพูดไป คนผู้นี้ไม่ธรรมดา หากพวกเราไม่ระวัง อาจทำให้เค้ารู้ตัวได้





เยี่ยชูเซินหาเยี่ยม่งเซอะไม่เจอ เค้าร้อนใจเป็นห่วงนาง เห็นนางกลับมาพร้อมกับโจวฉี ยิ่งระแวง

เยี่ยชูเซิน: ข้าหาเจ้ามาครึ่งค่อนวันแล้ว เจ้าหายไปไหนมา
เยี่ยม่งเซอะ: ท่านหาข้ามีอะไรหรือ
เยี่ยชูเซิน: ข้าเป็นห่วงเจ้าน่ะสิ เจ้าก็รู้ว่าหลิวฝ่านหยีคิดร้ายกับสำนักเราอยู่ เจ้าไปไหนมา
เยี่ยม่งเซอะ: ก็ ไปเดินเล่นมาเฉยๆ





เสิ่นฉินหง: ศิษย์พี่รอง ท่านว่าพวกเค้าสองคนท่าทางแปลกๆ มั้ยเนี่ย



เยี่ยชูเซินหงุดหงิดจนพลั้งมือทำร้ายเสิ่นฉินหงบาดเจ็บ ระหว่างการฝึกวรยุทธ์



เยี่ยชูเซิน: ข้าพลั้งมือทำเจ้าบาดเจ็บ ต้องขอโทษด้วย
เสิ่นฉินหง: ศิษย์พี่รอง ท่านเก่งขึ้นมาก อีกไม่นานท่านต้องเข้าถึงเคล็ดวิชาแน่ บรรดาศิษย์น้องต่างต้องชื่นชมท่าน
เยี่ยชูเซิน: ข้าไม่ต้องการให้คนมากมายมาชื่นชม ข้าเพียงต้องการคนคนเดียวเท่านั้น
เสิ่นฉินหง: ท่านคิดเช่นนั้นจริงหรือ

Kon-hung คิดเข้าข้างตัวเองไปเรียบร้อย





ในที่สุด โจวฉีก็คิดออกว่าฝ่ามือที่สาม คือ ฝ่ามือทรายชาดของธิเบต
ผู้ฝึกฝ่ามือทรายชาดนี้ต้องฝีกด้วยทรายแดงทุกวัน หากหาทรายแดงเจอ ก็จะพบไส้ศึก

โจวฉี: แม่นางเยี่ย ข้ามีเรื่องขอร้อง หากข้าต้องตาย โปรดบอกหลี่ปูยีด้วยว่า ข้าเป็นหนี้เจ้าของร้านเหล้าที่หุบเขาคนโฉดอยู่ ขอให้เค้าช่วยชำระหนี้แทนข้าด้วย





หลิวฝ่านหยีบุกมาถึงสำนักเขาปลาบิน ทำร้ายหนึ่งในศิษย์สำนักสลบ และจับตัวศิษย์ไปสามคน



หลิวฝ่านหยีส่งจดหมายให้เจ้าสำนักเสิ่นตามไปช่วยลูกศิษย์ที่อ่าว Yuet Nga

เจ้าสำนักเสิ่น: ตั้งแต่ หว่าเตินตายไป ข้าไม่เคยสบายใจเลย ข้าจะต้องปกป้องทุกคน ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหน ข้าก็จะช่วยพวกเค้าให้ได้

โจวฉีอาสาช่วยเหลืออีกแรง แต่เจ้าสำนักเสิ่นห่วงความปลอดภัยของเค้า จึงขอร้องให้เก็บตัวฝึกวิชาที่สำนัก
ทั้งยังสั่งให้เยี่ยชูเซินและ เสิ่นฉินหงเฝ้ารักษาสำนัก






เสิ่นฉินหงไม่พอใจที่บิดาไม่ยอมให้นางได้แสดงฝีมือ นางคิดว่ามีแต่ศิษย์พี่รองที่เข้าใจนาง คาดไม่ถึงว่าใจของศิษย์พี่รองไม่ได้อยู่ที่นาง



เยี่ยม่งเซอะ: ศิษย์พี่รอง ท่านให้ข้าช่วยท่านดูแลสำนักเถอะ
เยี่ยชูเซิน: ศิษย์น้อง เจ้าก็รู้ว่าข้าต้องเชื่อฟังคำสั่งอาจารย์
เยี่ยม่งเซอะ: ที่นี่เหมือนบ้านของข้า เมื่อเกิดเรื่องจะให้ข้านั่งเฉยได้อย่างไร ท่านเข้าใจข้าบ้างมั้ย
เยี่ยชูเซิน: ข้าเข้าใจนะ ศิษย์น้อง สำนักเขาปลาบินก็สำคัญสำหรับข้า ข้าจะปกป้องสำนักให้ดีที่สุด เชื่อใจข้าเถอะ





เยี่ยม่งเซอะ: ไหนท่านบอกว่า ท่านจะช่วยข้า สนับสนุนข้าไงล่ะ
เยี่ยชูเซิน: ศิษย์น้อง เจ้ากับข้าโตมาด้วยกัน ทำไมข้าจะไม่ช่วยเจ้า ข้าอยากให้เจ้ากลับเข้าสำนักโดยเร็ว เจ้ารู้มั้ยว่าตั้งแต่เจ้าจากไป ข้าเจ็บปวดแค่ไหน
เจ้าไม่อยู่สำนัก ข้าทั้งเบื่อ และไม่มีความสุข จนข้าได้พบเจ้าอีก ที่จริง ข้าคิดถึงเจ้าตลอดเวลา
เยี่ยม่งเซอะ: ข้าก็คิดถึงสำนัก และคิดถึงท่านด้วย
เยี่ยชูเซิน: ศิษย์น้อง เจ้าอดทนหน่อยนะ เมื่ออาจารย์อนุญาตให้เจ้ากลับเข้าสำนัก พวกเราจะได้อยู่ร่วมกันทุกวัน

เสิ่นฉินหงทนฟังต่อไปไม่ไหว บาดหัวใจจริงๆ





โจวฉีเที่ยวค้นทั่วสำนักเขาปลาบินจนพบร่องรอยทรายแดง



เจ้าสำนักเสิ่นไปช่วยลูกศิษย์ตามนัดหมาย แต่กลับไม่พบหลิวฝ่านหยี
เจ้าสำนักจึงเพิ่งนึกได้ว่าหลงกลล่อเสือออกจากถ้ำ




หลิวฝ่านหยีมาดักฆ่าโจวฉีที่สำนักเขาปลาบิน โจวฉีถูกฆ่าตาย แต่เค้าก็แทง หลิวฝ่านหยีได้รับบาดเจ็บ




เจ้าสำนักเสิ่น: เจ้าไม่ได้มาฆ่าข้า เจ้ามาฆ่าใคร
หรือว่า...โจวฉี
หลิวฝ่านหยี: คิดได้ก็สายไปซะแล้ว




เสิ่นฉินหงคิดจะจับหลิวฝ่านหยี แต่กลับโดนเค้าจับเป็นตัวประกัน
เจ้าสำนักเสิ่นห่วงใยบุตรสาวจึงยอมปล่อยเค้าไป





เจ้าสำนักเสิ่นเกรงว่าหากให้ศิษย์ติดตามไปมาก หลิวฝ่านหยีอาจลงมือทำร้ายฉินหง
ฮูหยินเสิ่นจึงอาสาไปกับเยี่ยชูเซิน




หลิวฝ่านหยีสกัดลมปราณของเสิ่นฉินหงไว้ ทำให้นางไม่สามารถใช้กำลังภายในได้

หลิวฝ่านหยี: อย่าคิดนะว่าข้าบาดเจ็บแล้ว จะฆ่าเจ้าไม่ได้ ถ้าข้าหนีไม่พ้น เจ้าก็อย่าหวังรอด ยังไม่มาช่วยประคองข้าอีก





ระหว่างหลบหนีก็มาเจอเจ้าสำนักคงท้งดักรออยู่ คู่แค้นทางคับแคบจริงๆ
เจ้าสำนักคงท้งคิดแต่จะล้างแค้น จึงลงมือโดยไม่สนใจความปลอดภัยของฉินหง





ฮูหยินเสิ่นกับเยี่ยชูเซินขอร้องให้เจ้าสำนักคงท้งปล่อยหลิวฝ่านหยีไปก่อน จนกว่าเค้าจะปล่อยตัวฉินหง
เจ้าสำนักคงท้งไม่ยินยอม จะล้างแค้นท่าเดียว แถมยังให้ศิษย์ลงมือขัดขวางทั้งคู่ไม่ให้ติดตามมาอีก




หลิวฝ่านหยีพาฉินหงลงเรือหนี

เสิ่นฉินหง: หลิวฝ่านหยีเจ้าไม่รักษาสัจจะ ไหนว่าจะปล่อยข้าเมื่อถึงท่าเรือยังไงล่ะ
หลิวฝ่านหยี: หากเจ้ายังถ่วงข้าอีก ข้าจะฆ่าเจ้าซะ




เจ้าสำนัก Kwok ไม่ได้คิดช่วยฉินหงตั้งแต่แรก เค้ายิงธนูไฟใส่เรือจนเกือบถูกนาง

หลิวฝ่านหยี: เจ้าเห็นมั้ย พวกมันไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะอยู่หรือตาย นี่แหละฝ่ายธรรมะ





ฮูหยินเสิ่นและเยี่ยชูเซินมาทัน ชูเซินยิงธนูใส่เจ้าสำนัก Kwok เปิดช่องว่างให้หลิวฝ่านหยีกับเสิ่นฉินหงกระโดดน้ำหนี



ฮูหยินเสิ่นไม่พอใจในการกระทำของเจ้าสำนัก Kwok ทำแบบนี้ ไม่สมกับที่เป็นพันธมิตรกันเลย
ฮูหยินเสิ่นให้ชูเซินกลับไปแจ้งข่าวแก่สามี และขอกำลังศิษย์มาช่วยกันตามหา ฉินหง





เยี่ยม่งเซอะเสียใจในการตายของโจวฉี นางไม่รู้จะปรึกษาใครเรื่องไส้ศึก จึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้อาจารย์ฟัง เจ้าสำนักเสิ่นเสียใจที่เข้าใจเจ้าสำนัก Siu ผิดไป




เมื่อเยี่ยชูเซินกลับถึงสำนัก เหล่าศิษย์ต่างไม่พอใจการกระทำของเจ้าสำนักคงท้ง
เจ้าสำนักเสิ่นไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จึงห้ามปรามไว้ เค้าตัดสินใจนำศิษย์สามคนลงจากเขา ส่วนศิษย์ที่เหลือให้อยู่เฝ้ารักษาสำนัก







 

Create Date : 28 มกราคม 2550    
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 11:37:37 น.
Counter : 685 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 12





จากตอนที่แล้ว โจวฉีชนะเยียนเยี่ยไหลและจับตัวนางไปรับโทษ แม่สามีอ้อนวอนขอร้องโจวฉียังใจแข็ง




หล่ายเหยิกยี: เจ้านึกหรือว่าถ้าพวกเราลงมือขัดขวาง เจ้าจะยังพาเยียนเยี่ยไหลไปได้ หลี่ปูยี เจ้าจะเข้าข้างใคร



ยังไม่ทันได้ราวีเลย นึกว่าจะได้ดูฉากต่อสู้อีก โจวฉีก็ยอมปล่อยเยียนเยี่ยไหลไปง่ายๆ เล่นเอางงแกมอึ้งไปตามๆ กัน

โจวฉี: พวกเราเดินมาสิบลี้แล้ว เจ้าไปได้
เยียนเยี่ยไหล: เจ้าจะปล่อยข้าไปหรือ





ที่โจวฉียอมปล่อยเยียนเยี่ยไหลก็เพราะหลี่ปูยี
คืนก่อนหน้านั้น หลี่ปูยีได้เล่าให้โจวฉีฟังถึงเรื่องราวของคนโฉดคนหนึ่งซึ่งถูกเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินจับได้ เค้านึกว่าต้องตายเสียแล้ว แต่เจ้าอาวาสกลับปล่อยเค้า คนโฉดจึงกลับตัวกลับใจทำแต่ความดี จนสุดท้ายได้เป็นถึงผู้ว่า ซึ่งก็คือเจ้านายของโจวฉีเอง
ตอนแรกโจวฉีก็ไม่เชื่อ แต่หลี่ปูยีมีจดหมายที่ท่านผู้ว่าเขียนถึงเจ้าอาวาสเป็นหลักฐาน

หลี่ปูยี: เจ้าให้โอกาสคน คนให้โอกาสเจ้า หากวันนั้น เจ้าอาวาสไม่ให้โอกาส คงไม่มีท่านผู้ว่า และคงไม่มีโจวฉีในวันนี้





เยี่ยม่งเซอะ: หลี่ปูยีทำเป็นไม่สนใจ ที่แท้ก็แอบทำเรื่องต่างๆ มากมาย รู้งี้ข้าไม่ต้องเป็นห่วงให้วุ่นวาย
หล่ายเหยิกยี: ถ้ารู้ว่าพี่หลี่มีแผนสอง พวกเราคงไม่ต้องเสียแรงเปล่า คราวหน้าบอกให้รู้ตัวกันมั่งนะ
หลี่ปูยี: ข้าก็ไม่แน่ใจหรอกว่าจะได้ผล ขึ้นอยู่กับวาสนาของนาง




เยียนเยี่ยไหล: นับจากวันนี้จะไม่มีอี้ฝูหยงอีกต่อไป จะมีก็แต่เยียนเยี่ยไหล
หล่ายเหยิกยี: มีอยู่เรื่องที่ข้าไม่เข้าใจ ถ้าเจ้าตัดสินใจจะปล่อยนางไปแล้ว ทำไมยังต้องประลองกับนาง และจับนางอีกล่ะ (หลอกให้ข้าเป็นห่วง เชอะ เกือบเสียฟอร์มหมอหล่ายแล้วมั้ยล่ะ)
หลี่ปูยี: แม้จะคิดได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำใจได้ง่ายๆ การทำเช่นนั้น อย่างน้อยก็ช่วยให้มือปราบโจวสบายใจขึ้น





ท่านหมอหล่ายรับปากสอนวิชาแพทย์ให้เสี่ยวซาน

แม่สามี: ท่านหมอหล่ายยอมรับเสี่ยวซานเป็นลูกศิษย์ พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน

เอ่อม รวบรัดแบบนี้ ท่านหมอหล่ายขอเผ่นไปตั้งหลักก่อนล่ะค่ะ





เกิดอะไรขึ้นกับท่านหมอหล่าย ผมร่วงเป็นกำมือเลย ชักใจคอไม่ค่อยดีซะแล้วสิ ยิ่งจับก็ยิ่งร่วง




หลี่ปูยีมาถามเบาะแสของจอมยุทธรายต่อไป เค้าเห็นท่านหมอหล่ายผมร่วงจึงเกิดสงสัย ท่านหมออ้างว่าช่วงนี้ใช้สมองมากไปหน่อย ผมเลยร่วงเป็นธรรมดา จะเชื่อดีมั้ยเนี่ย




เยี่ยม่งเซอะเตรียมตัวเดินทางกลับสำนักเขาปลาบินในวันรุ่งขึ้น
หลวงจีนอยากตายจึงชวนนางดื่มเหล้า เยี่ยม่งเซอะยังมีอคติกับหลี่ปูยี
หลวงจีนอยากตายเลบเผลอหลุดปากบอกนางว่าหลี่ปูยีเห็นแก่ฮูหยินเสิ่นที่อยากให้นางได้ทำความดีความชอบกับสำนัก จึงยอมพานางร่วมเดินทางมาด้วย




หลี่ปูยีเอาผมของท่านหมอหล่ายมาเสี่ยงทาย ปรากฎว่าเป็นคำทำนายบ่งบอกถึงการเจ็บป่วย



เมื่อได้รู้ความจริง เยี่ยม่งเซอะก็ลดทิฐิมาขอบคุณหลี่ปูยี

เยี่ยม่งเซอะ: ถ้าท่านบอกข้าตั้งแต่แรก ข้าคงไม่เข้าใจท่านผิดไป ท่านนับเป็นจอมยุทธ์ที่แท้ ยกเว้นเรื่องที่ท่านยังคงคิดถึงอาจารย์หญิงของข้าอยู่
หลี่ปูยี: คิดถึงใครซักคนมันผิดด้วยหรือ
เยี่ยม่งเซอะ: ผิดที่นางเป็นฮูหยินของอาจารย์ข้าน่ะสิ
หลี่ปูยี: เจ้าพูดตรงดี ข้าชอบเจ้าก็ตรงนี้แหละ




หลี่ปูยีมอบถุงผ้าให้นาง กำชับว่าหากนางพบกับอุปสรรคให้เปิดถุงผ้าออกดู



เยียนเยี่ยไหลขอเครื่องรางมาให้ท่านหมอหล่าย เริ่มเห็นความดีท่านหมอแล้วใช่มั้ยล่า หุหุ



เสี่ยวซาน: ดูนี่สิ ข้าเตรียมตำราแพทย์มาด้วย ช่วยสอนให้ข้าหน่อยนะ
ท่านหมอหล่าย: วันนี้ไม่ได้หรอก
เสี่ยวซาน: ทำไมล่ะ
ท่านหมอหล่าย: ข้าจะเดินทางแล้ว
เยียนเยี่ยไหล: เร็วอย่างนี้เชียว
เสี่ยวซาน: เมื่อวานท่านเพิ่งบอกว่าจะสอนข้า ทำไมวันนี้ถึงจะจากไป
ท่านหมอหล่าย: ข้าก็แค่พูดเล่นไปงั้น เจ้าคงไม่คิดเป็นจริงเป็นจังหรอกนะ
เสี่ยวซาน: ท่านหลอกข้า ท่านเป็นคนไม่ดี





ท่านหมอหล่าย: เด็กเอ๊ย แค่นี้ก็โมโหซะแล้ว
เยียนเยี่ยไหล: เพราะเค้าคาดหวังกับท่านมากน่ะสิ
ท่านหมอหล่าย: งั้นเค้าต้องผิดหวังแน่
เยียนเยี่ยไหล: เมื่อวานไม่เห็นท่านพูดว่าจะไปเลย ทำไมอยู่ดีๆ จะไปซะล่ะ
ท่านหมอหล่าย: ข้าจะไปไหนมาไหน ไม่เคยต้องบอกใคร ขนาดหลี่ปูยียังไม่รู้เลย
ข้าฝากบอกเค้าด้วยว่า เสร็จธุระแล้ว ข้าจะไปหาเค้าเอง
เอ๊ะ นี่มันเครื่องรางปลอดภัยนี่ เจ้าเชื่อเรื่องนี้ด้วยหรือ
เยียนเยี่ยไหล: เปล่านี่ ท่านแม่ให้ข้ามา ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย
ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ข้าก็อยู่ไปวันวัน ไม่ได้คาดหวังอะไร
ท่านหมอหล่าย: ข้าเห็นด้วย ความเป็นความตายเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ยังจะกังวลเรื่องอื่นไปทำไม






ระหว่างเดินทางกลับสำนักเขาปลาบิน ฮูหยินเสิ่นและพวกได้พบกับบุรุษลึกลับผู้หนึ่ง
ซึ่งก็คือนักฆ่าคิ้วเขียวหลิวฝ่านหยีนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ
หลิวฝ่านหยีรับงานสังหารศัตรูของค่ายพรรคท้องถิ่น และได้รับการว่าจ้างจากผู้ถูกสังหาร ให้จัดการกับหัวหน้าพรรคนั้นด้วย





เลือดหยดลงในถ้วยน้ำชาของฮูหยินเสิ่น เมื่อพวกเค้าขึ้นไปดูชั้นบนของโรงเตี๊ยม ได้พบแต่ศพ และดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหลิวฝ่านหยี
เผลอไปหน่อย เสิ่นฉินหงไม่รู้ตามหลิวฝ่านหยีไปตอนไหน




น้องฉินหงเธอออกจะมั่นใจไร้สติมากๆ ว่าเธอจะจัดการหลิวฝ่านหยีได้ด้วยตัวเอง

เสิ่นฉินหง: ยังไม่ลงมืออีก
หลิวฝ่านหยี: ข้ากลัวว่าพอข้าลงมือ เจ้าจะต้องตายน่ะสิ






ฮูหยินเสิ่นและเยี่ยชูเซินเป็นห่วงฉินหงจะมีภัย ฮูหยินตัดสินใจส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเยี่ยม่งเซอะ




หลิวฝ่านหยี: ข้าได้รับฉายาว่าเป็นมือสังหารเก้าชีวิต ต่อให้ข้าให้โอกาสเจ้าเก้าครั้ง เจ้าก็คงยังฆ่าข้าไม่ได้
เสิ่นฉินหง: ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นนักฆ่าคิ้วเขียว หรือคิ้วแดง รอให้อาจารย์หญิงข้ามาก่อนเถอะ เจ้าเสร็จแน่




ฮูหยินเสิ่นและเยี่ยชูเซินตามมาถึงศาลเจ้าร้าง พวกเค้าเสียท่าให้กับหลิวฝ่านหยี




เมื่อเยี่ยม่งเซอะและโจวฉีตามมาถึง ม่งเซอะไปโดนกับดักที่หลิวฝ่านหยีวางไว้
ลูกดอกเกือบพุ่งไปทำร้ายฮูหยินเสิ่นกับเยี่ยชูเซิน
โชคดีที่โจวฉีลงมือรวดเร็ว สามารถสกัดลูกดอกไว้ได้




จ้าวค้างคาวโอวหยางรับคำสั่งจากหัวหน้าพรรคมารเกอซูเทียนให้มาเชิญหลิวฝ่านหยีไปพบ เพื่อเจรจาการค้า



ทางเข้าวังสวรรค์เป็นความลับ หลิวฝ่านหยีต้องใช้ผ้าปิดตาไว้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการเดินทางของเค้า
เรื่องแค่นี้หมูมาก





หัวหน้าพรรคมารเกอซูเทียนคิดเกลี้ยกล่อมหลิวฝ่านหยีให้เข้าพรรค
เค้าจึงเชิญหลิวฝ่านหยีให้ไปดูการลงโทษหัวหน้าหน่วยไม้ ซึ่งถูกจับได้ว่าเป็นไส้ศึกของฝ่ายธรรมะ
หัวหน้าหน่วยไม้ไม่ยอมสารภาพว่าใครเป็นคนส่งเค้ามาเป็นไส้ศึก จึงโดนทัณฑ์ทรมาน ด้วยการให้แมลงกินกระดูก
หัวหน้าหน่วยไม้ยอมสารภาพว่า เจ้าสำนักเสิ่นซิงหนานเป็นผู้ส่งเค้ามา





หลิวฝ่านหยีจงใจหาเรื่องพรรคมาร เพื่อฉวยโอกาสทำเป็นพลั้งมือสังหารหัวหน้าหน่วยไม้
หัวหน้าพรรคมารไม่เอาเรื่อง กลับว่าจ้างให้เค้าไปสังหารคนฝ่ายธรรมะ
หลิวฝ่านหยีไม่ได้รับปาก ทำให้หัวหน้าหน่วยไม่พอใจ คิดลงมือสังหาร แต่สู้เค้าไม่ได้

หลิวฝ่านหยี: เจ้ามีทางเลือกสองทาง หนึ่งขอโทษข้าซะ สองเตรียมตัวตายได้
หัวหน้าหน่วย: เจ้ากล้าหรือ
หลิวฝ่านหยี: คนที่ข้าจะฆ่า ต้องตายแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้น
หัวหน้าหน่วย: ขอโทษ




หัวหน้าพรรคมารพอใจในฝีมือและความกล้าของหลิวฝ่านหยีจึงเสนอให้เค้าเข้าพรรคมาร โดยเค้าจะได้รับส่วนแบ่งจากพรรค เอ ยังกับให้หุ้นลมเลยแฮะ



มือปราบโจวฉีเดินทางมาถึงสำนักเขาปลาบิน เค้าได้พบปะกับเจ้าสำนักทั้งสี่
ในฐานะอดีตศิษย์ Ngan Tong เค้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าสำนัก Siu Tai จะหักหลังไปเข้ากับพรรคมาร
แต่หลักฐานแน่นหนา ยังหาข้อโต้แย้งไม่ได้ เมื่อเจ้าสำนักเสิ่นเชื้อเชิญให้เค้าพักอยู่ที่สำนักเขาปลาบินจนกว่าจะถึงวันประลองยุทธ์ โจวฉีตกลง




บรรดาศิษย์ร่วมสำนักต่างดีใจที่เยี่ยม่งเซอะกลับมา



เจ้าสำนักเสิ่นยอมขอโทษบุตรสาวที่เข้าใจนางผิด แต่ก็ตำหนินางที่หนีลงเขาไป
ทำอย่างนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับศิษย์น้องได้อย่างไร
เจ้าสำนักให้ฉินหงกับม่งเซอะตามเข้าไปคุยในห้องหนังสือ




ฉินหงช่วยพูดให้เจ้าสำนักเสิ่นรับม่งเซอะกลับเข้าสำนัก

เจ้าสำนักเสิ่น: ไม่ต้องพูดแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเจ้า นึกว่าพ่อไม่รู้หรือ คนที่ลงมือกับศิษย์สำนักอื่นก็คือเจ้า ไม่ใช่ม่งเซอะ
เสิ่นฉินหง: พ่อรู้ได้ยังไง
เจ้าสำนักเสิ่น: ความลับไม่มีในโลก ม่งเซอะ เจ้าทำเช่นนี้ก็ไม่ถูก
เสิ่นฉินหง: แต่ที่ข้าทำไปเพราะข้าทนเห็นพวกเค้าหัวเราะเยาะศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้นี่ ข้าผิดตรงไหน
เจ้าสำนักเสิ่น: เจ้าทำผิดยังไม่กล้ารับ สมควรแล้วหรือไง

เจ้าสำนักเสิ่นรับปากว่าจะคืนชื่อเสียงให้กับนาง ในเวลาอันเหมาะสม แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา





โจวฉียังไม่เชื่อในหลักฐาน เค้าจึงสอบถามจากเสิ่นฉินหงเพิ่มเติม
เยี่ยม่งเซอะยืนยันว่าห้องที่เจ้าสำนัก Siu Tai พัก เป็นห้องรับรองแขกที่ผ่านการเก็บกวาดทุกครั้งก่อนมีแขกใหม่มาพัก ดังนั้นจดหมายที่พบจึงไม่น่าจะเป็นของคนอื่น ตอนนี้นางเองก็พักห้องเดียวกันอยู่




ท่านหมอหล่ายกลับไปหาพี่ใหญ่ แต่ไม่พบ เค้าเกรงว่าพี่ใหญ่จะถูกวังสวรรค์จับตัวไป
หลี่ปูยีเป็นห่วงท่านหมอหล่ายจากไปโดยไม่ร่ำลา จึงตามเค้ามายังที่ซ่อน





ท่านหมอหล่ายร้อนใจอยากช่วยพี่ใหญ่ หลี่ปูยีเตือนสติให้เค้าดูที่เกิดเหตุให้ดีเสียก่อน
พวกเค้าพบแผนที่แถบซานซีซึ่งเป็นแถบที่มีงูชุกชม
ท่านหมอหล่ายนึกได้ว่าพี่ใหญ่คงไปหางูไร้ตามาเป็นกระษัยยาเจ็ดสุดยอด





ท่านหมอหล่ายกับหลี่ปูยีเดินทางไปถึงหุบเขางูในซานซี พบพี่ใหญ่คลุ้มคลั่งเพราะถูกพิษงู
ท่านหมอหล่ายต้องรีบหาดอกพิสดารให้พบในสองวัน ไม่เช่นนั้นพี่ใหญ่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต





หามาทั้งวันแล้วก็ยังไม่เจอ ท่านหมอหล่ายห่วงพี่ใหญ่จนเครียดจัด

หลี่ปูยี: ใจเย็นๆ ยาพิษย่อมอยู่ใกล้กับพิษ ต้องมีหนทางแก้ไขแน่
หล่ายเหยิกยี: มีงั้นเหรอ ข้าว่าสวรรค์ต้องการกำจัดพวกเราตระกูลหล่ายมากกว่า
หลี่ปูยี: พี่หล่ายก็
หล่ายเหยิกยี: ไม่จริงหรือ ตระกูลหล่ายเป็นหมอมาหลายรุ่น เรารักษาผู้คนมากมาย แต่กลับต้องเผชิญกับโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาได้ 7 สุดยอดอะไร งูไร้ตาอะไร โลกนี้จะมีของพวกนี้ได้ยังไง





ท่านหมอหล่ายกับหลี่ปูยีแยกย้ายกันไปหา หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ท่านหมอหล่ายชักท้อใจ




ยอมเสี่ยงให้งูพิษกัดเลยแล้วกัน จะได้หาทางแก้ได้



ท่านหมอหล่ายเกิดคลุ้มคลั่งต่อสู้กับหลี่ปูยี ทั้งคู่พลัดตกลงไปในถ้ำ




ท่านหมอหล่ายฟื้นขึ้นมาก็คิดจะสังหารหลี่ปูยี








 

Create Date : 17 มกราคม 2550    
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 11:24:12 น.
Counter : 733 Pageviews.  

Face To Fate ตอน 11





จากตอนที่แล้ว ท่านหมอหล่ายเตือนให้หลี่ปูยีพูดคุยกับคนที่อยากคุยซะ แต่หลี่ปูยีก็ยังลังเล แหม ต้องให้แมวช่วยทำกระถางแตก

หลี่ปูยี: ข้าอยากถามเจ้าซักเรื่อง เจ้ายังมีข้าอยู่ในใจเจ้าบ้างมั้ย
ฮูหยินเสิ่น: ไม่มี
หลี่ปูยี: แล้วทำไมเจ้าถึงยังเก็บปิ่นดอกเหมยพกติดตัวอีก
ฮูหยินเสิ่น: ข้าเพียงชอบปักปิ่นนี้ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย หากทำให้ท่านเข้าใจผิด ข้าต้องขอโทษด้วย





เยี่ยม่งเซอะแอบฟังอยู่ นางไม่พอใจที่หลี่ปูยีตื๊ออาจารย์หญิงของนางไม่เลิก



นางจึงตามไปต่อว่าเค้าถึงในห้อง

หลี่ปูยี: เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ข้าไม่เคยทำอะไรเกินเลย ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าจะเข้านอนล่ะ
เยี่ยม่งเซอะ: แต่ข้ายังพูดไม่จบ
หลี่ปูยี: ข้าไม่สนใจ เชิญ
เยี่ยม่งเซอะ: หลี่ปูยี จำไว้นะ อาจารย์กับอาจารย์หญิงข้าเป็นคู่สร้างคู่สม เจ้าคิดจะทำลายความสัมพันธ์พวกเค้าเหรอ ไม่มีทาง





เอาเข้าไป แอบฟังกันเป็นทอดๆ เสิ่นฉินหงได้ยินที่เยี่ยม่งเซอะพูดกับหลี่ปูยีซะอีก



จากเทียบยา ท่านหมอหล่ายตีความว่า จอมยุทธคนต่อไปที่พวกเค้าจะตามหาอยู่ที่หุบเขาคนโฉดทางด้านทิศตะวันออกของเขาเมฆม่วง



หลี่ปูยี: มือปราบโจวฉีชอบกำจัดคนชั่ว เป็นไปได้ว่าเค้าจะอยู่ที่นั่น
เยี่ยม่งเซอะ: ที่นี่ก็มีคนชั่วนิ ทำไมมือปราบโจวฉีถึงไม่มาเขาเมฆม่วงเพื่อกำจัดเค้าซะ ยุทธภพจะได้สงบสุขซะที
หลี่ปูยี: ข้าไม่เข้าใจเล้ย ว่าทำไมที่เขาเมฆม่วงถึงมีคนพาลไร้เหตุผล คนแบบนี้น่าจะอยู่ที่หุบเขาคนโฉดมากกว่า
เยี่ยม่งเซอะ: เจ้าทำอะไรย่อมรู้ตัวดี มาหาว่าข้าไม่มีเหตุผลได้ยังไง
หลี่ปูยี: เอ๊ะ เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้าพูดถึงเจ้าหรอกนะ
เยี่ยม่งเซอะ: คนถ่อย





ท่านหมอหล่ายได้แต่งง คู่นี้เค้าเป็นอารัยกันฟระ

หลวงจีนอยากตาย: พวกเค้าก็เป็นอย่างนี้ตลอดแหละ แต่วันนี้หนักหน่อย




จอมยุทธคนนี้หาตัวง่ายจัง แป๊บเดียวเจอตัวแระ มือปราบโจวฉี สำนัก Ngan Tong ผู้ซ่อนกระบี่ในร่ม
สังหารโจรร้ายตายในกระบี่เดียวซะด้วย





พวกเค้าเจรจากับโจวฉีให้เข้าร่วมการประลองยุทธ โจวฉีก็อยากเข้าร่วมอยู่หรอก แต่กำลังติดพันภารกิจตามล่าตัวจอมโจรจิ้งจอกเหิรอยู่ จึงขอให้พวกหลี่ปูยีไปรอที่ป่าด้านหน้าก่อน เสร็จงานแล้วจะตามไป



รอตั้งสี่ชั่วโมงแล้ว โจวฉีก็ยังไม่โผล่หน้ามา ท่านหมอหล่ายชักสงสัยว่าจะโดนเบี้ยว



โจวฉีได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับจิ้งจอกเหิร จึงหนีมาขอให้พวกหลี่ปูยีช่วย
เยี่ยม่งเซอะใจร้อนไม่ทันถามไถ่ก็ลงมือก่อนตามเคย แต่นางก็สู้คนที่ตามล่าโจวฉีไม่ได้





เค้ากลับอ้างว่าเค้าต่างหากที่เป็นโจวฉี

โจวฉี: เจ้านี่เป็นญาติของข้า เค้าชอบใช้ชื่อข้าไปก่อกรรมทำเข็ญ
หล่ายเหยิกยี: มิน่าล่ะ เค้าถึงไม่อยากมากับพวกเรา ที่แท้คิดหนีหน้านั่นเอง เจ้าเล่ห์จริงนะ เจ้าน่ะ

โจวโหมวขอร้องให้โจวฉีปล่อยเค้าไป ยังไงแม่ของโจวโหมวก็เคยเลี้ยงโจวฉีมาก่อน
โจวฉีไม่ฟัง ฆ่าโจวโหมวทันที ที่แท้โจวโหมวแอบซ่อนมีดเอาไว้ลอบทำร้าย






มือปราบโจวฉีตกลงเข้าร่วมงานประลอง โดยมีข้อแม้ว่าเค้าจะขอพบกับเจ้าสำนักเสิ่นก่อน
เยี่ยม่งเซอะจึงอาสาพาโจวฉีไปพบอาจารย์ ส่วนพวกหลี่ปูยีจะเดินทางต่อไปตามหาจอมยุทธอีกสองคนที่เหลือ



เสิ่นฉินหงไม่อยากรีบกลับสำนัก นางจึงเลือกเดินทางเล็ก ไม่เดินถนนใหญ่

เสิ่นฉินหง: ศิษย์พี่ ดูโน่นสิ ผลไม้ป่านั่น เหมือนที่ท่านเก็บให้ข้าเลย

เยี่ยชูเซินไม่รู้จะทำยังไง ขอไปตักน้ำให้อาจารย์หญิงดีกว่า




ฮูหยินเสิ่น: ศิษย์พี่รองเจ้าเป็นผู้ชายที่ดี มิน่าเจ้าถึงชอบเค้า
เสิ่นฉินหง: ใครบอกว่าข้าชอบเค้า
ฮูหยินเสิ่น: ไม่ชอบทำไมเจ้าถึงหน้าแดงล่ะ เจ้าก็โตเป็นสาวแล้ว จะชอบใครก็ไม่เห็นแปลก
เสิ่นฉินหง: แล้วท่านล่ะ ก่อนแต่งงานกับพ่อข้า ท่านเคยชอบกับใครบ้างมั้ย

เสิ่นฉินหงแอบหลอกถามฮูหยินเรื่องหลี่ปูยี แต่นางก็ไม่ได้หลุดปากพูดออกไป
ฮูหยินเสิ่นรู้สึกดีใจที่ฉินหงยอมพูดคุยกับนางดีๆ บ้าง





พวกหลี่ปูยีกลับมาพักที่โรงเตี๊ยมแม่นางเยียนก่อนแยกย้ายกัน

มือปราบโจวฉีที่ออกจากสำนัก Ngan Tong เพราะอยากเป็นมือปราบกำจัดโจรชั่ว แต่สำนักมีข้อห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับทางการ เค้าจึงต้องจำใจออกจากสำนัก

หล่ายเหยิกยี: ตอนนั้น ท่านจับผู้อาวุโสสำนักที่ทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องโด่งดังไปทั่ว
หลี่ปูยี: แล้วเหตุใดท่านถึงต้องออกจากการเป็นมือปราบ
โจวฉี: เพราะนายของข้า ไม่สามารถปกป้องสุสานหลวงได้
หล่ายเหยิกยี: ท่านเก่งขนาดนี้ ยังมีคนกล้าบุกรุกสุสานอีกหรือ
โจวฉี: แม้โจรสาวอี้ฝูหยงจะไม่เก่งกาจ แต่ชำนาญลู่ทางในสุสานดี นางจึงหนีไปได้





โจวฉีลั่นวาจาจะตามล่าอี้ฝูหยงที่ทำให้เค้าต้องยุติอาชีพมือปราบ และทำให้นายของเค้าต้องตรอมใจตาย
เมื่อได้รู้ว่าอี้ฝูหยงปรากฏตัวมาชิงหยกของเจินเต้าหยินโจวฉีจึงดีใจที่ได้รู้ร่องรอยนาง

เยี่ยม่งเซอะ: นี่ เจ้าสู้กับอี้ฝูหยง วรยุทธ์นางเป็นอย่างไรบ้าง
หล่ายเหยิกยี: วรยุทธ์ก็งั้นๆ แต่หุ่นดีมาก (เอ่อ ท่านหมอค้า




หล่ายเหยิกยี: น้ำชาหกหมดแล้ว เจ้าจะยกไปให้พวกเราได้ยังไง ทำไม ตื่นเต้นเหรอที่ได้เจอข้าอีก
เยียนเยี่ยไหล: ท่านออกไปเถอะ อย่ามากวนข้าทำงาน
หล่ายเหยิกยี: เอ ไม่เจอเจ้าพักนึง ผอมไปหรือเปล่าเนี่ย (เฮ้ย ท่านหมอ นี่เค้าเรียกลวนลามแล้วนะ)
เยียนเยี่ยไหล: โปรดรักษากิริยาด้วย
หล่ายเหยิกยี: ข้าไม่รักษากิริยาตรงไหน ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถึงข้า มามะให้ข้าหอมแก้มที
เยียนเยี่ยไหล: ถ้าท่านไม่เลิกตอแยข้า ข้าจะร้องให้คนช่วยนะ ดูซิท่านจะอธิบายยังไง
หล่ายเหยิกยี: ถ้าเจ้าไม่กลัวโจวฉีจะรู้ก็ร้องเลย






หล่ายเหยิกยี: เจ้าเองสินะ อี้ฝูหยง ยินดีที่ได้รู้จัก รู้มั้ยว่าค่าหัวเจ้าน่ะเท่าไหร่
เยียนเยี่ยไหล: ข้าดีต่อท่าน ท่านกลับตอบแทนข้าแบบนี้หรือ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก ยอมจำนนซะเถอะ
เยียนเยี่ยไหล: ท่านต้องการอะไร
หล่ายเหยิกยี: ข้าจะช่วยเก็บความลับให้เจ้า แต่เจ้าต้องแต่งงานกับข้า
เยียนเยี่ยไหล: อย่ามาขู่ข้าซะให้ยาก อยากจะฆ่าข้าก็เชิญเลย
หล่ายเหยิกยี: เจ้านี่เล่นตัวน่าดู เอาเถอะ ถ้าง่ายนักก็ไม่สนุก เจ้าไม่ต้องห่วง ถ้าเจ้าไม่เผยพิรุธออกมา โจวฉีคงจับเจ้าไม่ได้





โจวฉีเห็นแผลเป็นที่แขนของเยียนเยี่ยไหล เค้าจึงเริ่มสงสัยนาง




ในอดีต ระหว่างการต่อสู้กับอี้ฝูหยง นางแทงมีดสั้นถูกโจวฉีที่หน้าอกทำให้เป็นรอยแผลเป้นมาจนทุกวันนี้
ส่วนโจวฉีก็ทำร้ายนางที่แขน




แม่สามีไม่ค่อยพอใจเยี่ยไหลที่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ขอเรียกมาบ่นหน่อยเด๋วท้องอืดนอนไม่หลับ
เสี่ยวซานขอให้ย่าบ่นน้อยๆ หน่อย ยังไงแม่เลี้ยงก็ทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว เยี่ยไหลเห็นเสี่ยวซานตั้งใจศึกษาหาความรู้เรื่องสมุนไพร นางก็อยากจะส่งเสริมเค้า





โจวฉีต้องการพิสูจน์แผลเป็นที่แขนของเยียนเยี่ยไหล
ท่านหมอหล่ายกับหลี่ปูยีห้ามก็ไม่ฟัง แต่โทษทีแผลเป็นหายไปแล้ว ลบรอยสัก ปานแดง ปานดำ ท่านหมอหล่ายช่วยได้






โจวฉีเปลี่ยนใจไม่ขึ้นเขาปลาบินจนกว่าจะพบอี้ฝูหยง



หล่ายเหยิกยี: ข้านึกว่าเจ้าจะไม่มาซะแล้ว
เยียนเยี่ยไหล: ข้าเอาอาหารมาขอบคุณท่านที่ช่วยลบแผลเป็นให้ข้า
หล่ายเหยิกยี: เมื่อคืน ถึงเจ้าจะไม่มาหาข้า ข้าก็จะไปหาเจ้า ข้ารู้ว่าโจวฉีไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่
เยียนเยี่ยไหล: ท่านเก่งมาก ไม่เหลือรอยแผลเป็นอยู่เลย
หล่ายเหยิกยี: สูตรยาตระกูลข้าเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ก็ต้องขอบใจเสี่ยวซานด้วย ถ้าเค้าไม่จำได้ว่ามีสมุนไพรที่ข้าต้องการอยู่บนเขาด้วย ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะลบรอยแผลเป็นได้หมด
เยียนเยี่ยไหล: ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเสี่ยวซานจะมีพรสวรรค์ทางหมอ




หล่ายเหยิกยี: คนไม่รู้ก็คงคิดว่าเป็นลูกชายข้า แต่ข้าไม่โชคดีอย่างนั้นหรอก เสี่ยวซานเป็นเด็กมีพรสวรรค์ เจ้าควรสั่งสอนเค้าให้ดี
เยียนเยี่ยไหล: เสียดายที่ข้าไม่มีโอกาส




แหม เค้ากำลังจู๋จี๋กันอยู่ หลี่ปูยีมาทำไมเนี่ย

หลี่ปูยี: ดูเหมือนแม่นางเอี้ยนจะเอาใจพี่หล่ายเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่า มีความลับอะไรที่ไม่อยากให้ข้ารู้รึเปล่า
หล่ายเหยิกยี: ที่แม่นางเยียนแอบหลงรักข้า ก็ไม่ใช่ความลับอะไรนี่ (เรื่องพูดเข้าข้างตัวเอง ท่านหมอชนะเลิศ)
เยียนเยี่ยไหล: ท่านอย่าฟังเค้าพูดไร้สาระ ข้าเพียงแต่ขอบคุณที่ท่านหมอหล่ายช่วยสอนเรื่องสมุนไพรให้ซิ่วไซ่
หลี่ปูยี: แม่นางเยียน ถ้าเจ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกข้าได้




หล่ายเหยิกยี: ถ้าเจ้าจะมาถามว่าจอมยุทธคนที่สี่อยู่ที่ไหน ข้าเสียใจด้วย ข้ายังคิดไม่ออก
หลี่ปูยี: จริงเหรอ ข้ามีอะไรอยากจะถามเจ้าหน่อย ขาข้ามีแผลเป็นจะทำยังไงถึงจะหาย
หล่ายเหยิกยี: ถึงข้าจะรู้ว่ามียาวิเศษรักษาแผลเป็นได้ ข้าก็ไม่บอกเจ้า เพราะเจ้ามันบ่อจี๊ ไม่มีตังค์มาจ่ายค่ารักษาให้ข้าหรอก




แม่สามีของเยียนเยี่ยไหลหายตัวไป เยี่ยม่งเซอะสงสัยว่าจะเป็นฝีมือโจรป่า แต่หมู่บ้านเหมยสงบสุขมานาน โจรป่าจะมาจากไหน




ที่จริงแม่สามีก็เจอโจรนั่นแหละ โชคดีของนางที่มือปราบโจวฉีมาช่วยนางไว้ได้
เค้าพานางมาพักที่กระท่อมพักของนายพราน กะว่านางหายตกใจแล้วจะพากลับบ้าน แม่สามีดันดัดจริตอยากจะดูใจลูกสะใภ้ซะอีก

แม่สามี: สาวๆ อย่างนาง จะมามัวดูแลคนแก่กับเด็กนานซักแค่ไหน วันหนึ่งนางก็ต้องจากไปกับใครซักคน
สี่ปีที่แล้ว นางได้รับบาดเจ็บสาหัส หมั่นเหลิงลูกชายข้าช่วยนางเอาไว้ ข้าก็สงสัยประวัติของนางแล้ว





เยี่ยม่งเซอะช่วยตามหาแม่สามีเยียนเยี่ยไหลเท่าไหร่ก็ไม่เจอ



เยี่ยไหลจึงสงสัยว่ามือปราบโจวฉีจะจับตัวแม่สามีนางไปเพื่อบังคับให้นางสารภาพว่านางเป็นอี้ฝูหยง
โจวฉีคิดบังคับให้นางใช้วรยุทธ์แต่ไม่เป็นผล

โจวฉี: ข้าจะทำให้เจ้ายอมรับสารภาพให้ได้





ท่านหมอหล่ายกับหลี่ปูยีไปตรวจที่เกิดเหตุ ท่านหมอหล่ายสงสัยว่าจะเป็นฝีมือโจวฉี แต่หลี่ปูยีไม่เห็นด้วย เพราะมีร่องรอยของการต่อสู้ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นจากหญิงแก่ที่ไม่เป็นวรยุทธ์




โจวฉีเอาอาหารมาให้แม่สามีของเยี่ยไหลนางเล่าให้เค้าฟังถึงอดีต

แม่สามี: แม้ข้าจะไม่รู้ความเป็นมาของนาง แต่อาเหลิงดีกับนางมาก เค้าดูแลรักษานางเป็นอย่างดี
หลังจากนางหายป่วย นางก็ยอมตกลงแต่งงานกับอาเหลิง เสียดายที่คืนแต่งงานอาเหลิงก็ล้มป่วยเสียชีวิต





แม่สามี: หลังจากอาเหลิงตายไป นางก็ดูแลเสี่ยวซานเหมือนลูกในไส้ เมื่อปีที่แล้วขาข้าเจ็บ นางก็แบกข้าไปหาหมอตั้งไกล
โจวฉี: นางก็เป็นลูกสะใภ้ที่ดีนี่ ทำให้ท่านป้าถึงไม่ยอมกลับบ้านล่ะ
แม่สามี: เมื่อก่อนข้าโกรธนาง เพราะนางนำความโชคร้ายมาให้ลูกชายข้า ข้าถึงด่าว่านาง
ตอนนี้ที่ข้าด่าว่านาง เพราะข้ากลัวว่านางจะทิ้งพวกเราไป
แม่สามีแย่ๆ อย่างข้าหายไปซักคน นางคงไม่ห่วงหรอก
โจวฉี: งั้นให้ข้าทดสอบนางแทนท่านแล้วกัน




โจวฉีส่งจดหมายนัดประลองกับเยียนเยี่ยไหล โดยเอาแม่สามีนางมาขู่



เยียนเยี่ยไหลมาตามนัดหมายเพื่อขอร้องให้โจวฉีปล่อยแม่สามีนางไป

โจวฉี: ถ้าเจ้ายอมคืนสมบัติที่ปล้นมาจากสุสานหลวง ข้าจะปล่อยนาง
เยียนเยี่ยไหล: เสียใจด้วย ข้าคืนให้เจ้าไม่ได้
โจวฉี: งั้นอย่าโทษข้าแล้วกัน




เยี่ยม่งเซอะพยายามเกลี้ยกล่อมให้โจวฉีปล่อยนางไป แต่โจวฉีไม่ยอม

เยี่ยม่งเซอะ: ข้านึกว่าโจวฉีเป็นจอมยุทธ ที่แท้แล้วก็เป็นคนเลือดเย็น
เยียนเยี่ยไหล: ขอร้องไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าหลังการต่อสู้ข้าจะอยู่หรือตาย ขอให้ท่านปล่อยแม่สามีของข้าด้วย




ท่านหมอหล่ายกับหลี่ปูยี หาตัวแม่สามีพบจนได้
แม่สามีอ้อนวอนให้โจวฉีปล่อยเยี่ยไหลไป เค้าก็ไม่ใจอ่อน




ท่านหมอหล่ายอยู่ทั้งคน ใครกล้ารังแกเด็กท่านหมอ

โจวฉี: หล่ายเหยิกยี เจ้าคิดจะสอดเรื่องของข้าหรือ
หล่ายเหยิกยี: เจ้าคิดว่าข้าจะทำได้มั้ยล่ะ

หลี่ปูยีออกหน้า ขอให้โจวฉีตามเค้าไปพบคนบางคน หากหลังจากพบแล้ว โจวฉียังอยากจะประลองกับแม่นางเยียนอีกเค้าจะไม่ขัดขวาง




หลี่ปูยีให้หลวงจีนอยากตายสืบข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านจึงรู้ว่าสี่ปีที่แล้ว น่ำท่วมหมู่บ้านเหมยเดือดร้อนทั้งหมู่บ้าน อี้ฝูหยงได้ขโมยสมบัติจาสุสานหลวงเพื่อช่วยหมู่บ้าน

โจวฉี: โจรยังไงก็เป็นโจร ข้าไม่สนว่านางมีเจตนาอย่างไร ข้าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
เยี่ยม่งเซอะ: ท่านมันไร้น้ำใจ






เยียนเยี่ยไหลตัดสินใจประลองยุทธกับโจวฉีเพื่อให้จบเรื่องกันไป เจอกันพรุ่งนี้เที่ยง

เยี่ยม่งเซอะ: พวกท่านทำไมไม่พูดอะไรบ้างล่ะ
หลี่ปูยี: ทำดีย่อมได้ดี แล้วแต่โชคชะตาเถอะ




แม่สามี: ข้าแก่แล้ว จะดูแลเสี่ยวซานยังไงไหว
เยียนเยี่ยไหล: ข้าก็ไม่อยากจากพวกท่านไป แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วข้าจะทำยังไงได้
แม่สามี: ตั้งแต่เจ้าแต่งเข้าบ้านมา เจ้าไม่เคยมีความสุขเลย ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย
เยียนเยี่ยไหล: ไม่จริงหรอกค่ะ หลายปีมานี้ข้ามีความสุขมาก




คืนนั้น เยี่ยไหลไปไหว้สามี ท่านหมอหล่ายชวนนางหนีไปด้วยกัน

เยียนเยี่ยไหล: ท่านก็รู้ว่าข้าจะไม่ไปกับท่าน
หล่ายเหยิกยี: รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้ เจ้ายังจะไปอีกหรือ
เยียนเยี่ยไหล: หลายปีมานี่ข้าอยู่อย่างหวาดผวา กลัวว่าจะมีคนจำข้าได้ ข้าเหนื่อยเหลือเกิน
แม้ข้าต้องตาย ข้าก็ตายอย่างมีเกียรติ ท่านเข้าใจมั้ย
หล่ายเหยิกยี: มีอะไรอยากสั่งเสียมั้ย
เยียนเยี่ยไหล: สอนการแพทย์ให้เสี่ยวซาน
หล่ายเหยิกยี: ได้





โจวฉีกับเยียนเยี่ยไหลประลองยุทธ์กันอย่างดุเดือด




ท่านหมอหล่ายเริ่มเครียดค่ะ ห่วงเค้าล่ะซี้




จะลงมืออยู่แล้ว หลี่ปูยีมาห้ามไว้ซะก่อน แล้วมาจับมือท่านหมอของชั้นทำไมยะ หลอกแต๊ะอั๋งเหรอ หลายหนแล้วนะ

หลี่ปูยี: นี่เป็นการประลองยุทธที่ยุติธรรม เจ้าไม่ควรก้าวก่าย





เยียนเยี่ยไหลเป็นฝ่ายแพ้ แต่โจวฉีไม่ได้ลงมือสังหารนางในทันที




ท่านหมอหล่ายจะรู้ตัวยังเนี่ยว่าตัวเองชักห่วงใยนางเกินกว่าเพื่อนซะแล้ว






 

Create Date : 09 มกราคม 2550    
Last Update : 4 ธันวาคม 2550 11:01:56 น.
Counter : 698 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.