Group Blog
 
All Blogs
 

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 5





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 5



จากตอนที่แล้ว โม่หม่าต้องขึ้นชกกับนักชกรัสเซีย เพื่อให้รอดพ้นโทษประหาร
แต่กลับถูกไฉเหว่ยส่งลูกน้องมาทำร้ายจนมือได้รับบาดเจ็บ

เมื่อไม่สามารถใช้พลังหมัดได้ จึงตกเป็นรอง





นักชกรัสเซียร่างกายแข็งแกร่ง เตะต่อยเท่าไหร่ก็ไม่สะเทือน
สู้ไม่ได้ กัดซะเลย โหย มวยวัดไปเปล่าเนี่ย




โม่หม่าโดนนักชกรัสเซียซัดซะหมอบ เล่นเอาทั้งซ่งชิงและจื้อกุ้ยทนดูไม่ได้
จื้อกุ้ยถึงกับต้องหนีออกไปนอกเวทีต่อสู้





ยังไม่มีวี่แววว่าโม่หม่าจะเอาชนะนักชกรัสเซียได้
แค่ฟังเสียงอยู่ข้างนอก จื้อกุ้ยก็ร้องห่มร้องไห้ซะยกใหญ่





โม่หม่าเกือบโดนน้อค

เหมยฟงหนิน: โม่หม่า อดทนไว้ อย่ายอมแพ้
ซ่งชิง: โม่หม่า อย่ายอมแพ้ เธอจะแพ้ไม่ได้





โม่หม่าคิดถึงที่เคยฝึกวิชากับอาจารย์สมัยเด็ก
ตนเองออกแรงผลักอาจารย์ แต่อาจารย์ใช้แรงผลักนั้นทำให้โม่หม่าเป็นฝ่ายล้ม

ในที่สุด โม่หม่าก็เข้าใจ้เคล็ดการนำกำลังฝ่ายตรงข้ามมาใช้
เพื่อจัดการจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ จนเอาชนะนักชกรัสเซียได้





ฝั่งชาวจีนดีใจกันใหญ่ มีกงสุลรัสเซียนี่แหละที่ไม่พอใจ




ชนะแบบหืดขึ้นคอ ก็ยังนับว่าชนะ อย่างนี้ต้องฉลอง
ฉีเฉียวพยายามเปิดโอกาสให้จื้อกุ้ยได้แสดงความห่วงใยโม่หม่า
แต่เขากลับนึกถึงแต่ที่ซ่งชิงให้กำลังใจ และหันไปขอบคุณซ่งชิงซะนี่
จื้อกุ้ยไม่พอใจที่ทั้งคู่เหมือนรู้กันอยู่แค่สองคน




ฟงหนินชวนโม่หม่ากลับไปแก้แค้นเหลิ่งเทียน
โม่หม่าดันลืมไปซะนี่ ว่าที่ออกมาจากหมู่บ้านเพื่ออะไร
เอาเป็นว่าขอฝึกวิชากับอาจารย์ก่อนแล้วกัน
ฝึกสำเร็จค่อยกลับไปแก้แค้นก็ยังไม่สาย





ที่ไหนได้ อาจารย์กวนไม่พอใจ ห้ามโม่หม่าพูดเรื่องแก้แค้นอีกเป็นอันขาด
งงสิคะ งง แถมอาจารย์ไม่ยอมบอกเหตุผล ใครจะรู้มั้ยเนี่ย





ปรนนิบัติเอาใจกันเข้าไป โชคดีไม่เกิดเป็นผู้หญิงสมัยก่อน ต้องล้างเท้าให้สามี
ฉีเฉียวเห็นฟงหนินพูดเรื่องกลับหมู่บ้าน จึงเลียบเคียงถามว่าเมื่อไหร่จะพาเธอไปพบ ว่าที่แม่สามีซะที

อ่ะแหม โม่หม่ายังไม่กลับเลย จะให้กลับคนเดียวได้ไง
ฟงหนินบอกปัดให้โม่หม่าหายดีก่อนค่อยว่ากัน





ฉีเฉียวน้อยใจ จะให้คอยไปถึงไหน
หรือชะตาเธอจะต้องเหมือนแม่ ที่คอยพ่อไปชั่วชีวิตก็ไม่ได้แต่งงานสมใจ

ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก คิดดูสิ เข้าเมืองมาพร้อมกัน
โม่หม่าโด่งดังไปแล้ว ตัวเขาเองยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย
ขืนกลับบ้านตอนนี้ แม่คงไม่พอใจ คิดว่าเขามัวแต่จีบหญิง
อาจจะทำให้พลอยมีอคติกับฉีเฉียวไปด้วย
เอาไว้ประสบความสำเร็จแล้ว ยังบอกแม่ได้ว่าเป็นเพราะได้ฉีเฉียวคอยช่วยเหลือ
แม่จะได้ไม่คัดค้าน

ว่าไงว่าตามกัน แต่ขืนปล่อยฟงหนินไปตามยถากรรมสงสัยจะไม่รุ่ง
ฉีเฉียวเสนอให้เปิดร้านน้ำชา ขายติ๋มซำ บะหมี่ชา
เรื่องทำอาหารเป็นเรื่องถนัดของเธออยู่แล้ว
ส่วนร้านก็ใช้ชื่อฉีฟงหนินแล้วกัน มีทั้งชื่อเธอและชื่อฟงหนิน





จื้อกุ้ยรู้สึกว่าโม่หม่าไม่สนใจเธอเลย
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามีแต่จะจืดจางไปเหมือนแผลที่ค่อยๆ จางหาย

ไม่เป็นไรน่า ยังไงก็ยังมีพี่สาวอยู่ตรงนี้ทั้งคน
ตราบใดที่น้องสาวยังไม่แต่งงาน จื้อกุ้ยก็จะคอยดูแลตลอดไป
เรื่องโม่หม่าใช่ว่าจะไม่มีหวัง ขอเพียงยังอยู่ในเมืองหลวง ต้องมีโอกาสแน่





ซ่งชิงก็กำลังกังวลใจ เป็นสาวเป็นนางจะมาอาศัยวัดอยู่ไปเรื่อยๆ คงจะไม่ดี
ไม่เห็นต้องคิดมาก ก็โม่หม่าตัดสินใจฝีกกังฟูกับอาจารย์กวนอยู่ที่วัดต่อแล้วนี่
จะไม่อยู่ช่วยกันหรือไง แล้วใครจะคอยทำกับข้าวให้กินล่ะ




ฟงหนิน ฉีเฉียวและจื้อกุ้ยช่วยกันซื้อของเตรียมเปิดร้าน
จื้อกุ้ยหาข้ออ้างปลีกตัวไปพบโม่หม่า บังเอิญเจอกับไฉเหว่ยเข้า
ไฉเหว่ยหาเรื่องตีรวนจะจับจื้อกุ้ยไปโรงพักให้ได้





โม่หม่าผ่านมาจึงขัดขวางไว้ทัน หนนี้ไฉเหว่ยยอมล่าถอย แต่ต่อไปไม่แน่



บุตรชายรองผู้ว่าฉีเจียงป่วยเป็นวัณโรค ไม่มียารักษา
รู้งี้ไม่น่ายกเลิกการแต่งงานกับเหยียนจื้อกุ้ยไปเลย อย่างน้อยจะได้มีหลานไว้สืบสกุล
ไฉเหว่ยได้โอกาสแก้แค้นจื้อกุ้ย ยุให้ฉีเจียงแต่งเธอเป็นสะใภ้เข้าบ้าน
ไม่เพียงจะหาคนมาดูแลบุตรชายยามป่วยไข้ ยังได้หน้าที่รักษาคำพูดอีกด้วย




ร้านฉีฟงหนินเปิดขายติ๋มซำวันแรก ไฉเหว่ยก็รับหน้าที่เป็นพ่อสื่อส่งของหมั้นมาให้
พรุ่งนี้ ตระกูลฉีจะส่งเกี้ยวมารับ (ไม่ค่อยรวบรัดเลยแฮะ)
ถ้ายังอยากเปิดร้านทำการค้าต่อไป ทางที่ดีอย่าปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้
ไม่ดีเหรอไง หนึ่งในล้านเชียวนะที่จะได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวเป็นวัณโรค






อาจารย์กวนสอนโม่หม่าให้นวดแป้งตามหลักไทเก๊ก
ไอ้ที่เรียนไปตอนแรกเนี่ยมันหลักสูตรเร่งรัด สอนให้ทันแข่งได้
ตอนนี้ต้องมาเริ่มกันที่ขั้นพื้นฐาน
ปรัชญาของไทเก๊กอยู่ที่วงกลม ความสมดุลของหยินหยาง
การใช้อ่อนสู้แข็ง การโจมตี การตั้งรับ ล้วนใช้วงกลมทั้งสิ้น

ว่าแล้วก็โชว์การนวดแป้งด้วยไทเก๊กให้โม่หม่าดู
ทำได้เมื่อไหร่มาบอกอาจารย์ละกัน





จื้อกุ้ยหนีมาหาโม่หม่า ซ่งชิงไม่อยากให้เธอรบกวนการฝึกซ้อมจึงพยายามขัดขวาง
ยื้อยุดกันไปมา จนซ่งชิงโดนจอบบาด





โม่หม่าเห็นซ่งชิงบาดเจ็บก็ไม่พอใจ จื้อกุ้ยมาก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ



โม่หม่า: บ้ารึเปล่า ทำไมต้องมาทำร้ายซ่งชิงด้วย
ต่อไปอย่ามายุ่งกับพวกเราอีกนะ
เหยียนจื้อกุ้ย: พวกเราเหรอ
โม่หม่า: หนนี้ ข้าจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้ายังก่อเรื่องอีก ข้าจะไม่ใจดีด้วยแล้ว
เหยียนจื้อกุ้ย: เจ้าเอาแต่เป็นห่วงซ่งชิง แล้วข้าล่ะ
ไม่คิดจะถามข้าบ้างหรือไง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า

เจอนำ้ตาสาวเข้าไป โม่หม่าก็ใจอ่อน มีอะไรก็บอกมาดิ





เหยียนจื้อกุ้ย: เจ้าไม่รู้เหรอว่าข้าร้อนใจอยากเจอเจ้าแค่ไหน
โม่หม่า: ถึงร้อนใจยังไง ก็ไม่ควรทำร้ายซ่งชิงนี่
เหยียนจื้อกุ้ย: ซ่งชิง ซ่งชิง เอาแต่พูดเรื่องซ่งชิงอยู่ได้
เจ้าห่วงใยข้าบ้างได้มั้ย ข้าจะแต่งงานพรุ่งนี้แล้วนะ
โม่หม่า: แต่งงานเหรอ ยินดีด้วย
เหยียนจื้อกุ้ย: เจ้ายินดีกับข้าเหรอ
โม่หม่า: ก็ข้าไม่รู้จะพูดยังไงนี่ เอ่อ งั้นขอให้เจ้าอยู่กินกันจนแก่เฒ่าแล้วกัน
เหยียนจื้อกุ้ย: ทำไมเจ้าทำกับข้าเช่นนี้ ข้าจะแต่งงานพรุ่งนี้
เจ้าไม่หึงหวงข้า ไม่รู้สึกเสียใจ เจ็บปวดบ้างเลยหรือ
โม่หม่า: ทำไมข้าต้องหึงด้วยล่ะ
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าไม่อยากแต่งกับคนอื่น ข้าอยากแต่งกับเจ้า ไม่เข้าใจหรือไง
เจ้าไม่เคยชอบข้าเลยหรือ ข้าทำเพื่อเจ้ามากมาย
หรือว่าเจ้าไม่รู้สึกอะไรเลย
โม่หม่า: ข้าไม่เคยคิดเรื่องนี้ ตอนนี้ ข้าคิดเรื่องฝึกกังฟูอย่างเดียวเท่านั้น




เหยียนจื้อกุ้ย: ไม่เคยคิดก็ไม่เป็นไร หากเจ้ามีความรู้สึกกับข้า
ข้ายอมทิ้งทุกอย่าง พวกเราหนีไปด้วยกัน
โม่หม่า: หนีไปไหน
เหยียนจื้อกุ้ย: เจ้าไปไหน ข้าไปนั่น
โม่หม่า: แล้วทำไมข้าต้องไปด้วย ข้าจะอยู่ฝึกกังฟูกับอาจารย์
เหยียนจื้อกุ้ย: ฝึกกังฟูมันสำคัญกว่าความสุขชั่วชีวิตของข้าอีกหรือ
โม่หม่า: เจ้าจะแต่งหรือไม่แต่งกับใคร มันก็เรื่องของเจ้า
ช้าจะฝึกกังฟูหรือไม่ มันก็เรื่องของข้า เจ้ากับข้าไม่เกี่ยวข้องกันซะหน่อย
เหยียนจื้อกุ้ย: ระหว่างเรา เป็นไปไม่ได้จริงๆ หรือ
เจ้าไม่คิดจะให้ความหวังข้าบ้างซักนิดหรือไง
โม่หม่า: ขอโทษด้วย





คิดซะว่าโม่หม่าตาถั่ว ไม่มีวาสนาละกัน อย่าไปสนใจผู้ชายพรรค์นี้เลย
ช่วงนี้ไปจากเมืองหลวงก่อน เจ้าสาวไม่อยู่แล้ว ฉีเจียงคงเอาเรื่องไม่ได้

เหยียนฉีเฉียว: เด็กโง่ ต่อไปไม่มีพี่อยู่ด้วย เธอต้องดูแลตัวเองให้ดี
เขียนจดหมายถึงพี่บ้างนะ ไม่เอา อย่าร้องไห้





จื้อกุ้ยตัดสินใจขึ้นรถไฟไปจากเมืองหลวงตามลำพัง



อาจารย์กวนรู้สึกว่านิสัยดื้อรั้นอย่างจื้อกุ้ย ถ้าไม่ทำร้ายคนอื่น ก็คงทำร้ายตัวเองเข้าซักวัน
ยังไงซ่งชิงก็เป็นผู้หญิง ย่อมเข้าใจผู้หญิงด้วยกันดี ที่จื้อกุ้ยทำไปก็เพราะรัก
โม่หม่าก็ใจร้ายไปหน่อย ปฎิเสธกันตรงๆ ขนาดนั้น เป็นใครจะไม่เสียใจ

แหม ถ้ามัวแต่ยุ่งเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มีหวังนวดแป้งไม่สำเร็จน่ะสิ
ตั้งใจฝึกวิชาดีกว่า




ซือไท่ไห่ซัมมาจากชานซีแวะมาเยี่ยมเยียนอาจารย์กวน
ซือไท่เป็นผู้มีเมตตารับเลี้ยงเด็กกำพร้าจากภัยสงครามไว้ร่วมร้อยคน
ซ่งชิงฟังแล้วก็คิดถึงตัวเองซึ่งเป็นเด็กกำพร้าเช่นกัน





ซ่งชิงตัดสินใจออกบวชไปอยู่กับซือไท่ไห่ซัมที่ชานซี
แค่ได้ยิน โม่หม่าก็กินอะไรไม่ลงแล้ว





ซ่งชิง: ซือไท่ต้องการคนช่วยดูแลเด็กกำพร้า
พวกเขาล้วนน่าสงสาร เจ้ากับข้าต่างเป็นกำพร้า น่าจะเข้าใจจิตใจพวกเขาดีกว่าคนอื่น
โม่หม่า: ข้าก็ไม่ได้ห้ามเจ้าไปนี่ เจ้ามาบอกข้าทำไม
ข้าจะฝึกกังฟูต่อ เจ้าเลิกยุ่งกับข้าซะที




พรุ่งนี้ ซือไท่จะเดินทางกลับชานซีแล้ว
อาจารย์กวนเห็นท่าทีของทั้งคู่ เลยเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ลงเขาไปซื้อขนมฝากเด็กๆ





โม่หม่าเอาแต่ทำหน้าหงิกหน้างอไม่ยอมพูดยอมจา
ก็็พูดไปแล้วจะเปลี่ยนใจซ่งชิงได้หรือไงล่ะ

ซ่งชิง: ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย
เจ้าอยากให้ข้าไปจริงๆ หรือ บอกข้าสิ
โม่หม่า: ข้า...






โม่หม่ายังไม่ทันเผยความในใจ ก็โดนขัดจังหวะโดยคนจรจัดเข้าซะก่อน
เขาเห็นรอยสักที่แขนโม่หม่าก็จำได้
ที่แท้หลิวฉวนเคยเป็นลูกน้องในสังกัดของบิดาโม่หม่า
เขาโชว์ป้ายประจำกองพลให้โม่หม่าดู โม่หม่าก็จำไม่ได้อยู่ดี






โม่หม่าเห็นอาจารย์กวนมีป้ายแบบเดียวกัน
จึงพยายามขอร้องให้อาจารย์เล่าประวัติของตัวเองให้ฟัง





แถมด้วยฉากโม่หม่าสู้กับนักมวยรัสเซีย








 

Create Date : 15 เมษายน 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 9:58:55 น.
Counter : 842 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 4





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 4



ซ่งชิงช่วยชุนเสื้อผ้าที่ขาดให้กับฟงหนิน

เหมยฟงหนิน: ข้าซุ่มซ่ามจะตาย ชุนไปเดี๋ยวข้าก็ทำขาดอีก
ซ่งชิง: ขืนไม่ชุน เสื้อเจ้าได้เป็นผ้าขี้ริ้วแน่
เหมยฟงหนิน: ดีออก ข้าจะได้เหมือนโม่หม่า ยังกับพี่น้องกันเลย
ซ่งชิง: เหมือนตรงไหน โม่หม่าน่ะ ต่อให้เขาใส่เสื้อผ้าขาดๆ ก็ดูสมชายชาตรี
ส่วนเจ้าน่ะเหรอ ใส่แล้วดูเหมือนขอทานมากกว่า
เหมยฟงหนิน: เดี๋ยวนี้ เวลาพูดถึงโม่หม่า ดูเจ้าไม่ค่อยรังเกียจเขาแล้วนะ
ซ่งชิง: ข้ารู้แล้วว่า เขาดูเย็นขา แข็งกระด้างก็แค่ภายนอกเท่านั้น
เหมยฟงหนิน: ในที่สุด เจ้าก็เข้าใจ
ซ่งชิง: ข้ากับเขาต่างเป็นเด็กกำพร้า ข้าก็เหมือนกับเขา
ข้าย่อมเข้าใจเขาดีกว่าคนอื่น
เหมยฟงหนิน: เจ้ากับเขาไม่เหมือนกันซักหน่อย
ซ่งชิง: ทำไมไม่เหมือน
เหมยฟงหนิน: ตั้งแต่แม่ข้ารับเจ้ามาเลี้ยงดู เจ้าก็ไม่ใช่เด็กกำพร้าอีกต่อไป
เจ้ามีแม่ และเจ้าก็มีข้าด้วย

สองคนคุยกันหนุงหนิง บาดใจเหยียนฉีเฉียวซะจริงๆ





ฉีเฉียวไม่กล้าขอให้ฟงหนินเลิกกับซ่งชิง
แต่ก็ไม่ยอมให้ฟงหนินทิ้งเธอเช่นกัน
ในเมื่อเธอเป็นคนของฟงหนินแล้ว เธอต้องได้เป็นเมียหลวง

อ้าว จะได้ไง ก็ซ่งชิงเป็นคู่หมั้น ต้องมาก่อนดิ
ยังไงฉีเฉียวก็ไม่ยอม มารดาของเธอไม่ได้แต่งงานกับบิดา
ทำให้เธอเป็นเด็กที่ไม่ได้รับการยอมรับ
เธอไม่อยากให้ลูกต้องมาเจ็บปวดใจเหมือนเธอ

เห็นน้ำตาคนรัก ฟงหนินก็ตัดสินใจไม่ถูก ขอคิดดูก่อนละกัน





จื้อกุ้ยใช้สมุนไพรที่โม่หม่าให้มา รักษาแผลบนใบหน้า
ใช้ไป ก็คิดถึงคนให้ไป




ตัดฟืนมาทั้งวัน ยังมีแรงมาขอฝึกวิชาอีก
แรงดียังกับวัวแน่ะ
โม่หม่าไม่เห็นแปลก คนฝึกกังฟู ไม่ได้สำคัญที่ความแข็งแรงหรอกหรือ

กวนซานเยวี่ย: อ้อ ใช้แข็งสู้กับแข็งนะ
แล้วถ้านักชกรัสเซียแข็งแกร่งกว่าเจ้าล่ะ
โม่หม่า: คู่ต่อสู้ยิ่งแกร่ง ข้าต้องแข็งแกร่งกว่า
กวนซานเยวี่ย: เจ้าอายุยังน้อย และแข็งแกร่ง
ส่วนอาจารย์อายุมากแล้ว แรงก็ไม่ค่อยมี
ทำไมเจ้าไม่เคยเอาชนะอาจารย์ได้เลยล่ะ
สู้กันด้วยกำลัง ต่อให้ชนะได้ ก็มีแต่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างต้องบาดเจ็บ
หรือต้องเปรียบว่าใครบาดเจ็บกว่าใคร
วิถีของไทเก๊ก ต้องไม่เป็นฝ่ายจู่โจม ต้องไม่ใช้กำลัง ไม่ปะทะโดยตรง
ยืมกำลังคู่ต่อสู้มาโจมตีจุดอ่อนของเขา
หากเจ้าเป็นฝ่ายจู่โจม จะรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้อย่างไร
เจ้าไม่ควรประมาทนักชกรัสเซีย เฮ้อ พูดไปเจ้าก็ไม่เข้าใจ




โม่หม่ากลัวอาจารย์ไม่สอนวิชา รีบบอกว่าเข้าใจขึ้นมาเชียว
สู้ไปสู้มา ไม่เห็นเข้าใจที่อาจารย์พูดซะหน่อย
เลยเจออาจารย์น้อคสลบ






ฟงหนินตั้งใจมาหาโม่หม่าเพื่อขอคำปรึกษา
อาจารย์กวนช่วยเอง ไม่มีปัญหาอะไรแก้ไขไม่ได้
แล้วเรื่องผู้หญิงล่ะ อาจารย์จะช่วยได้ไหม

เรื่องของเรื่อง ก็อยู่ที่ความอยากได้ อยากเป็น
แต่มีได้ก็ต้องมีเสีย ของอย่างนี้ต้องปล่อยวาง
เอาเป็นว่า เรื่องนี้ต้องค่อยๆ จัดการ ไม่งั้นอาจแห้วทั้งคู่

อือม ตกลงอาจารย์ช่วยได้มั้ยเนี่ย




จื้อกุ้ยเป็นเพื่อนฉีเฉียวซื้อติ๋มซำไปฝากฟงหนิน
ดูท่าพี่สาวคนนี้จะไม่ยอมแต่งกับใครนอกจากฟงหนินแน่ๆ

จื้อกุ้ยขอตัวไปพบโม่หม่า เขาสัญญาจะเอาสมุนไพรรักษาแผลมาให้




ฟงหนินคิดตก หากคิดเอาชนะ ก็ไม่มีใครชนะ
ไหน ไหน ฉีเฉียวก็เป็นฝ่ายมาทีหลัง ขอให้ยอมเป็นเมียน้อยเถอะ
สำหรับฟงหนิน เมียหลวง เมียน้อย ก็รักเท่ากัน จะเอาชนะคะคานไปทำไม




ฉีเฉียวกลัวหนูที่วิ่งเข้ามาในห้อง เลยเผลอตัวใกล้ชิดฟงหนิน
ความจริงเธอก็ไม่เรียกร้องอะไรมาก ขอแค่ฟงหนินทำตามประเพณี
อย่าให้เธอเป็นแบบแม่ ก็พอใจแล้ว





ซ่งชิงบังเอิญแวะมาหาฉีเฉียวที่ห้อง
เลยได้เห็นภาพบาดตาเข้าไปเต็มๆ อย่างนี้เขาเรียกจับชู้คาเดียงใช่ปะ





ซ่งชิงเดินเปะปะไปถึงสะพานที่จื้อกุ้ยนัดกับโม่หม่า
จื้อกุ้ยเห็นอาการของเธอ ก็รู้ว่าซ่งชิงรู้เรื่องฟงหนินกับฉีเฉียวเข้าให้แล้ว
อย่าเสียใจไปเลย ความรักผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ยากจะควบคุมได้

ซ่งชิง: เจ้าไม่เข้าใจ นอกจากครอบครัวนี้ ข้าไม่มีอะไรอีก
ตอนนี้ แม้แต่ครอบครัวข้าก็ไม่ม่
เหยียนจื้อกุ้ย: ตกลง เจ้าเสียดายครอบครัว หรือเสียดายฟงหนินกันแน่
ใช่ว่าจะต้องเป็นสามีภรรยากันจึงจะนับว่าเป็นครอบครัว
พี่น้องก็เป็นครอบครัวเดียวกันได้

โอ้ว เป็นครั้งแรกที่เห็นน้องจื้อกุ้ย พูดจามีเหตุผลกับเขา






ฟงหนินตามมาง้อซ่งชิง พอดีโม่หม่าเพิ่งมาถึง
โม่หม่าโกรธแทนซ่งชิง อย่างนี้ต้องชกให้รู้สึกตัวซะมั่ง
ซ่งชิงรับภาระทางบ้านทุกอย่าง ยังจะทำผิดต่อเธอ คิดจะทิ้งเธออีกหรือ
ฟงหนินยืนยันว่าไม่เคยคิดทิ้งซ่งชิง





แล้วจะเอายังไง แค่สำนึกผิดไม่มีประโยชน์
บอกมาเลยว่าระหว่างซ่งชิงกับฉีเฉียวจะเลือกใคร




จื้อกุ้ยไม่อยากให้เรื่องบานปลาย เรื่องในครอบครัวให้เขาตัดสินใจกันเอง
คนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว โม่หม่าไม่พอใจผลักจื้อกุ้ยกระเด็น
ไม่เกี่ยวได้ไง หากวันนี้ฟงหนินไม่เลือกซ่งชิง โม่หม่าไม่ยอมรามือแน่
ฟงหนินยืนยันว่าเขาไม่คิดทิ้งซ่งชิง งั้นก็ดีแล้ว อย่าให้รู้แล้วกันว่าทำผิดต่อซ่งชิงอีก






โม่หม่ามัวแต่ฉุนฟงหนินจนลืมเอายาให้จื้อกุ้ย
เธอจึงรีบตามเขามา

เหยียนจื้อกุ้ย: จะโกรธไปทำไม เรื่องความรักไม่มีถูกผิด
ท่านไม่ใช่พวกเขา ย่อมไม่เข้าใจ
โม่หม่า: ข้ารู้แต่ลูกผู้ชายต้องมีความรับผิดชอบ
ตอบแทนน้ำใจคนอื่น ด้วยนำใจ
เหยียนจื้อกุ้ย: แล้วท่านเอาสมุนไพรมาให้ข้าทำไม
เพราะมีน้ำใจหรือสำนึกผิด
โม่หม่า: ก็บอกแล้วว่าที่ข้าฆ่าหวงซุ่นไม่เกี่ยวกับเจ้า
เหยียนจื้อกุ้ย: แล้วแผลบนใบหน้าข้าล่ะ
โม่หม่า: เจ้าบาดเจ็บเพราะช่วยข้า ข้าก็ต้องช่วยรักษาเจ้าสิ
เหยียนจื้อกุ้ย: แล้วต่อไปล่ะ
โม่หม่า: ทายานี้แล้ว หน้าเจ้าก็จะไม่เป็นแผลเป็นแน่

โม่หม่าเอ๊ย ไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้จิตใจสาวหวั่นไหวไปซะแล้ว





สุดท้าย ซ่งชิงกลับยอมถอนตัว ยกเลิกการหมั้นหมาย
ตอนแม่ฟงหนินจัดการเรื่องหมั้นหมาย ก็ไม่เคยถามความสมัครใจของฟงหนิน
ส่วนเธอเอง ก็ยอมหมั้นเพื่อตอบแทนบุญคุณตระกูลเหมยที่เลี้ยงดูเธอมา
เมื่อฟงหนินมีคนรัก สู้ซ่งชิงหลีกทางให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน
ก็นับว่าเธอได้ตอบแทนบุญคุณเหมือนกัน
อีกอย่างเธอเองกับฟงหนินก็เหมือนพี่สาวน้องชายมากกว่าจะเป็นสามีภรรยา





ซ่งชิงตัดสินใจเดินทางกลับหมู่บ้าน
ฟงหนินขอให้เธอช่วยเกลี้ยกล่อมมารดาให้ด้วย
อย่าให้โกรธเรื่องฉีเฉียว ซ่งชิงรับปาก





อาจารย์กวนให้โม่หม่าฝึกรับเต้าหู้ไม่ให้เละ
โธ่เอ๊ย กะอีแค่รับเต้าหู้จะยากแค่ไหนเชียว

ที่ไหนได้ กี่ก้อน กี่ก้อนก็เละหมด





นักพรตน้อยรายงานว่ามีผู้หญิงมาขอพบ
โม่หม่านึกว่าเป็นจื้อกุ้ยมาอีก จึงให้ไล่กลับไป
พอรู้ว่าเป็นซ่งชิงเท่านั้นแหละ รีบออกมาต้อนรับแทบไม่ทัน




ซ่งชิงแวะมาลาโม่หม่า ยังไงก็ต้องขอบคุณที่ช่วยพูดแทนให้
เธออยู่ตระกูลเหมยมาหลายปี ไม่เคยได้ตัดสินใจอะไรด้วยตนเอง
หนนี้ เธอเป็นคนเลือกที่จะไม่แต่งงาน รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่จะกลับไปหมู่บ้าน ก็กระอักกระอ่วนใจ เพราะไม่รู้จะกลับไปในฐานะอะไร

คิดไม่ออกก็อยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนเถอะ ซ่งชิงอาสาเป็นคนทำกับข้าว





ปกติฝีมือทำกับข้าวนักพรตน้อยไม่เอาอ่าว เจอกับข้าวฝีมือซ่งชิงยิ่งกว่าได้ขึ้นสวรรค์
โม่หม่าแปลกใจว่าทำไมข้าวทุกถ้วยจะต้องมีพุทราแห้งด้วย

ซ่งชิง: ก็เพื่อเตือนใจตัวเองให้เห็นคุณค่าของข้าวทุกคำน่ะสิ
คนเราต้องกินข้าวเพื่อยังชีพ การจะมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องง่าย
การจะมีข้าวกินทุกมื้อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ข้าเคยเป็นเด็กกำพร้า เคยอดมื้อกินมื้อ
ข้าจึงใส่พุทราแห้งเพื่อเตือนใจตัวเอง ให้เห็นคุณค่าของข้าวทุกคำ
และเห็นคุณค่าของชีวิต
กวนซานเยวี่ย: ข้าวถ้วยนี้ ไม่เพียงแต่มีความหมาย ยังอร่อยอีกด้วย
หากเจ้าอยู่ทำกับข้าวให้พวกเรากินทุกวันได้ คงจะดีไม่น้อย
เจ้าก็อยู่ที่นี่ ทำกับข้าวให้พวกเรากินเถอะนะ

ซ่งชิงตัดสินใจอยู่อารามเต๋า ไม่กลับหมู่บ้าน




ให้โม่หม่าฝีกรับเต้าหู้ตอนนี้ ดูท่าจะเร็วเกินไป
ให้ฝึกถือเต้าหู้ให้อยู่ก่อนแล้วกัน อาจารย์กวนฝากซ่งชิงให้ช่วยดูแล
และคอยเปลี่ยนเต้าหู้ก้อนใหม่ให้ ถ้าก้อนเก่าเละ หรือตกจากมือโม่หม่า

ซ่งชิง: ใจเย็นๆ นะ ท่านทำได้แน่ ท่านต้องชนะนักชกรัสเซีย
โม่หม่า: ข้าต้องทำให้ได้ มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของข้านี่
แต่เจ้าสิ ทำไมห่วงใยข้านักล่ะ
ซ่งชิง: เจ้ากับข้าล้วนเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล
พวกเรารอดมาได้ด้วยกำลังของตัวเอง เราจึงเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มากกว่าคนอื่นๆ
หากข้าให้พลังแก่ท่านได้จะดีไม่น้อย มีพลังของคนสองคน ท่านจะต้องชนะแน่





โม่หม่าแปลกใจ ทำไมซ่งชิงหยิบเต้าหู้ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม
ซ่งชิงเองก็ไม่รู้ ก็หยิบไปตามธรรมชาติ ไม่ได้คิดอะไรอ่ะ





กงศุลรัสเซียต้องการรู้ฝีมือของโม่หม่า
ตอนนี้ กงศุลทั้งหลายต่างวางเดิมพันข้างนักชกรัสเซียเป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อย
ไม่อยากให้เกิดการผิดพลาด




จั๊วะเหวินซุ่นเชิญกวนซานเยวี่ยมาดื่มน้ำชา เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการฝึกฝน
รองนายกเทศมนตรี ฉีเจียงได้โอกาสให้ลูกน้องทดสอบฝีมืออาจารย์กวน
พวกกระจอกแบบนี้ ใช้แค่มือเดียวอาจารย์กวนก็จัดการได้หมด





อาจารย์ยังฝีมือขนาดนี้ ลูกศิษย์ก็คงไม่ด้อย
กงศุลรัสเซียยอมไม่ได้ ถ้านักชกรัสเซียจะเป็นฝ่ายแพ้
ไฉเหว่ยเสนอให้ตัดกำลังโม่หม่าซะ




หมดเต้าหู้ไปเป็นกิโล โม่หม่าจะทำไม่สำเร็จ
จนนึกถึงที่ซ่งชิงพูด เขาจึงเข้าใจเคล็ดในการรับเต้าหู้ไม่ให้เละ





ไฉเหว่ยส่งลูกน้องมาทำร้ายโม่หม่า จนมือได้รับบาดเจ็บ




โม่หม่าแอบได้ยินอาจารย์กวนคุยกับซ่งชิงเรื่องอาการบาดเจ็บของเขา
อย่างน้อยต้องใช้เวลารักษานานนับเดือน จึงจะใช้พลังหมัดได้
แต่ก็อาจเป็นโชคดีของโม่หม่าก็ได้ ซ่งชิงฟังแล้วงง ใช้หมัดไม่ได้ จะโชคดียังไง
แพ้ขึ้นมาก็ต้องถูกประหารนะ




ฟงหนินกับจื้อกุ้ยมาหาโม่หม่า จึงได้รู้ว่าซ่งชิงอยู่ที่อารามด้วย
เมื่อจื้อกุ้ยรู้ว่าโม่หม่าได้รับบาดเจ็บ ก็ร้อนใจมาก




จื้อกุ้ยไม่เข้าใจ ทำไมต้องยึดถือแพ้ชนะเป็นเรื่องสำคัญ
ชีวิตสิสำคัญกว่าเป็นไหนไหน เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ทำไมไม่หนีไปซะล่ะ
จะอยู่เป็นตัวตลก ให้เขาหัวเราะเยาะกันหรือไง




ซ่งชิงเห็นโม่หม่าจะหนีไปจากเมืองหลวงพร้อมจื้อกุ้ย
ทำแบบนี้ ก็เท่ากับยอมแพ้ จะต้องเป็นผู้ร้ายหนีการตามจับไปตลอดชีวิต
ไม่มีวันได้เงยหน้าอ้าปากกับใครเขา

เหยียนจื้อกุ้ย: เธออยากให้โม่หม่าตายหรือ
สภาพอย่างนี้ เขาไม่มีทางชนะแน่ ยังจะห่วงศักดิ์ศรีอะไรนักหนา
ซ่งชิง: โม่หม่า ทีท่านมีทุกวันนี้ เพราะท่านไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ความมุ่งมั่นทำให้ท่านมีชีวิตรอด แล้วจะมายอมแพ้เอาตอนนี้หรือ
ต่อไปท่านจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด ไม่มีวันเชิดหน้าชูตาได้อีกนะ
เหยียนจื้อกุ้ย: โม่หม่า อย่าไปฟังเธอพูด ชีวิตท่านสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด
โม่หม่า: หากให้อยู่อย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ข้าขอตายดีกว่า






พรุ่งนี้จะถึงเวลาต่อสู้ ตำรวจมารับตัวโม่หม่ากลับไปคุมขัง
อาจารย์กวนมอบขนนกให้โม่หม่า
เพียงใช้สิ่งที่อาจารย์สอนมาได้ซักครึ่งหนึ่ง รับรองชนะแน่
จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องเอาชนะด้วยกำลัง





ถึงวันแข่งขัน จื้อกุ้ยยังไม่พอใจที่ซ่งชิงยุให้โม่หม่าต่อสู้ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะแพ้

เหยียนจื้อกุ้ย: อาจารย์กวน โม่หม่าจะสู้เขาได้แน่หรือคะ
กวนซานเยวี่ย: แพ้หรือชนะ อยู่หรือตาย อยู่ที่โชคชะตาของเจ้าตัวแล้วล่ะ











 

Create Date : 13 เมษายน 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 9:57:55 น.
Counter : 1051 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 3





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 3



จากตอนที่แล้ว เหมยฟงหนิน เหยียนจื้อกุ้ยและฉีเฉียว เที่ยวตามหาโม่หม่า
จนมาพบเขาถูกตำรวจจับ ขืนโผล่หน้าไปตอนนี้ มีหวังโดนจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดแน่





ฟงหนินดีใจที่ได้พบซ่งชิงอีกครั้ง
ส่วนฉีเฉียว ไม่ต้องพูดถึง ไม่หึงก็ไม่ใช่ผู้หญิงแล้วดิ





เพื่อช่วยเหลือโม่หม่า จื้อกุ้ยจำใจต้องไปขอร้องว่ารองนายกเทศมนตรีฉี
ซึ่งเป็นว่าที่พ่อสามีของเธอ




คาดไม่ถึงว่า นอกจากรองนายกฉีจะไม่เห็นแก่ที่บิดาเธอเคยช่วยชีวิตเขาไว้
ยังต้องการตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเหยียนด้วย
ตอนนี้ ตระกูลจั๊วะกำลังรุ่ง ขืนยังพัวพันกับตระกูลเหยียน ตำแหน่งรองนายกจะมั่นคงได้ไง
เรื่องรับเป็นลูกสะใภ้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ดูท่าสมัยจื้อกุ้ยเป็นคุณหนูท่านนายพล จะทำฤทธิ์ไว้มาก





ไฉเหว่ย ผู้บัญชาการตำรวจเคยเป็นลูกน้องเก่าของนายพลเหยียน
เมื่อก่อนเขาเป็นเพียงพลทหารชั้นผู้น้อย เขาแอบหมายปองเหยียนจื้อกุ้ยมานาน
หากอยากจะให้ช่วยเหลือโม่หม่าก็ง่ายนิดเดียว
หมูไปไก่มา แหวะ แค่คิดก็ยี้แล้ว จื้อกุ้ยหรือจะยอม





สวนดอกเหมยออกดอกสะพรั่ง บรรยากาศออกจะโรแมนติก
แต่ดันเป็นสองสหายสูงวัยมาชมสวนซะนี่

ต้วนทีป๋อใช้โอกาสการชงชา ทดสอบวิชาไทเก๊กของกวนซานเยวี่ย





ต้วนทีป๋อยอมรับความพ่ายแพ้

กวนซานเยวี่ย: ดอกเหมยแม้จะไม่ขาวเหมือนหิมะ แต่ส่งกล่ินหอมจรุงใจ
วิทยายุทธ์แต่ละแขนงย่อมแตกต่าง จะเอามาเปรียบกันไม่ได้
ต้วนทีป๋อ: ยังไงข้าก็สู้ท่านไม่ได้อยู่ดี





ฟงหนินกับจื้อกุ้ยไปขอเยี่ยมโม่หม่า สัสดีไม่ยอมให้เข้าเยี่ยม
จื้อกุ้ยจึงติดสินบนจนเข้าไปได้ แต่ก็เข้าได้แค่คนเดียว




โม่หม่าปลงตก พรุ่งนี้ก็จะถูกประหารแล้ว จะคิดมากไปทำไม
เห็นอาหารก็รู้ว่าเป็นฝีมือซ่งชิงแน่ ทำให้คิดถึงที่นางพูด
วันไหนมีกิน ก็ต้องรีบกินซะ เพราะไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ จะมีกินอีกหรือเปล่า

จื้อกุ้ยเสียใจที่โม่หม่าต้องเดือดร้อนเพราะตนเอง





ฟงหนินรู้ว่าโม่หม่าต้องถูกประหารในวันรุ่งขึ้นก็ร้อนใจ
จะช่วยยังไงดี แหกคุกดีไหม หรือขุดอุโมงค์เข้าไปช่วยดี

เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าล่ะสงสัยว่าพวกเจ้ามาจากโลกไหนกันเนี่ย
คนหนึ่งก็บ้า อีกคนก็ปัญญาอ่อน เจ้ามีสมองกับเขาหรือเปล่า
เหมยฟงหนิน: ใช่สิ ข้ามันโง่ เจ้ามันคุณหนูมีปัญญา มีความรู้
ข้าอาจคิดอะไรไม่เข้าท่า แต่เจ้าล่ะ ดีแต่อยู่เฉยๆ ไม่เห็นคิดช่วยอะไรโม่หม่าบ้างเลย




ฟงหนินคุ้นๆ เหมือนเห็นอาจารย์โม่หม่า



นายกเทศมนตรีจั๊วะเหวินซุ่น มาเยี่ยมเยียนตัวนทีป๋อถึงสำนักมังกรดำ
เพื่อขอร้องให้ต้วนทีป๋อเป็นตัวแทนชาวจีนสู้กับชาวรัสเซีย
ต้วนทีป๋อกลับเสนอให้ส่งกวนซานเยวี่ยเป็นตัวแทน

จั๊วะเหวินซุ่นเห็นด้วยทันที แต่กวนซานเยวี่ยไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง
หาตัวยากเหลือเกิน เขาเองก็ไม่ได้เจอมายี่สิบปีแล้ว
ตัวนทีป๋อรับปากจะตามหาให้ เพิ่งเจอกันมาเอง คงยังไม่ไปไหนไกล





ฟงหนินห่วงใยโม่หม่าจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
แต่ก็จนปัญญาจะช่วยเหลือ ขอออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์แก้เครียดหน่อย




จื้อกุ้ยก็ไม่คิดจะยอมให้โม่หม่าตายง่ายๆ โดยไม่ช่วยเหลือ



ถ้าไม่ชวนโม่หม่ามาเมืองหลวง ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้
ตอนนี้ ตัวเองกลับอยู่รอดปลอดภัย โม่หม่าต้องมารับเคราะห์
จะให้ทำใจได้ยังไง

ฟงหนินนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเห็นคนหน้าตาตล้ายอาจารย์กวน
ขอเพียงมีความหวัง อย่างไรก็ต้องลองตามหาดู
ทั้งคู่ช่วยกันตามหาอาจารย์กวนจนเจอ





จื้อกุ้ยกลับไปขอร้องไฉเหว่ย
เพื่อโม่หม่าแล้ว จื้อกุ้ยถึงกับคิดจะสละตัวเอง
ยอมตามเงื่อนไขของเขา แต่สุดท้ายเธอทำใจไม่ได้
ไฉเหว่ยใช้กำลังจนจื้อกุ้ยได้รับบาดเจ็บเป็นแผลบนใบหน้า






จั๊วะเหวินซุ่นเห็นแก่กวนซานเยวี่ยซึ่งเป็นสหายเก่า
แค่ต่อโทรศัพท์กริ๊งเดียวก็ยกเลิกการประหารโม่หม่าได้ทัน
อาจารย์กวนรับปากจะเอาชนะชาวรัสเซียให้ได้
แต่ตนจะไม่ลงมือเอง จะส่งโม่หม่าเป็นตัวแทน
อาจารย์กวนมั่นใจ ศิษย์รักต้องชนะแน่นอน




จื้อกุ้ยมาขอรับศพโม่หม่าจึงได้รู้ว่าไม่มีการประหารชีวิต



ตำรวจคุมตัวโม่หม่ามาส่งยังวัดเต๋าบนภูเขา
ที่ซึ่งอาจารย์กวนรอเขาอยู่
โม่หม่านึกถึงความผูกพันสมัยอาจารย์รับเขาเป็นศิษย์
สุดท้ายอาจารย์กลับทิ้งเขาไป ทำให้เขาแค้นเคืองจนถึงทุกวันนี้
ไม่ต้องมีพ่อแม่ ไม่ต้องมีอาจารย์ก็อยู่ตัวคนเดียวได้





โม่หม่ารู้สึกเหมือนตนเองกลับไปเป็นเด็ก
ที่อยากจะตัดพ้ออาจารย์ทีทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี






โม่หม่าสะเทือนใจจนหมดสติไป
หารู้ไม่ว่าอาจารย์เห็นสภาพน่าเวทนาของศิษย์รักแล้วเสียใจยิ่งกว่า




จื้อกุ้ยรีบเอาข่าวดีเรื่องโม่หม่ากลับมาบอกทุกคนที่โรงเตี๊ยม
ปรากฎว่าใครๆ ก็รู้กันหมดแล้ว
ฉีเฉียวเห็นใบหน้าจื้อกุ้ยเป็นแผลก็สงสัย จื้อกุ้ยปดว่าหกล้ม แต่ฉีเฉียวไม่เชื่อ




จื้อกุ้ยทั้งเสียใจและอับอาย ฉีเฉียวยังจะมาซักไซ้ให้ได้อะไร
เธอยอมทำไปเพื่อโม่หม่ามากมาย สุดท้ายที่เขารอดมาได้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย

เหยียนฉีเฉียว: ที่ข้าเซ้าซี้ถามเจ้า ก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ
ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เคยเห็นข้าเป็นพี่สาว แต่ข้าเห็นเจ้าเป็นน้องสาวเสมอ
ในฐานะพี่สาวข้าต้องห่วงใยเจ้าเป็นธรรมดา
เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าก็อยากเรียกเจ้าเป็นพี่ใหญ่ แต่ข้ากลัวท่านแม่ไม่พอใจ





เหยียนฉีเฉียว: เรื่องของคนรุ่นเก่า ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ
ตอนนี้ เหลือเพียงเจ้ากับข้าเพียงสองคน
ต่อไปมีเรื่องกลุ้มใจอะไร ต้องบอกข้านะ อย่าเก็บไว้ในใจ
เหยียนจื้อกุ้ย: เจ้าไม่โกรธที่ข้าเคยร้ายกับเจ้าหรือ
เหยียนฉีเฉียว: ไม่หรอก แต่ถ้าเจ้าอยากชดเชยให้ข้า
ต่อไปก็ให้ข้าได้ทำหน้าที่พี่ใหญ่ ดูแลเจ้านะ
เหยียนจื้อกุ้ย: พี่ใหญ่





อาจารย์กวนรู้ว่าโม่หม่ายังโกรธเคืองอยู่
ทำไมไม่มองอีกมุมหนึ่งล่ะ ถ้าวันนั้นไม่แยกจากกัน
ก็คงไม่ได้รับรู้ถึงความยินดีที่ได้มาพบกันในวันนี้

กวนซานเยวี่ย: อาจารย์มีความจำเป็นที่ต้องทิ้งเจ้าไป
พ่อแม่เจ้าก็เหมือนกัน ที่พวกเขาทิ้งเจ้าไป ก็เพื่อปกป้องเจ้า
แต่เรื่องในอดีตอย่าไปพูดถึงเลย ที่สำคัญคือ เจ้าจะต้องสู้เพื่อชีวิตเจ้าเอง
อาจารย์มานี่ เพื่อสอนให้เจ้าเอาชนะชาวรัสเซีย เข้าใจมั้ย

เอาล่ะ เอาล่ะ อาจารย์ใส่อารมณ์มากไปหน่อย
เจ้านึกเหรอว่าอาจารย์ไม่คิดถึงเจ้า อาจารย์ก็เสียใจเหมือนกันนะ




ฉีเฉียวชวนจื้อกุ้ยไปเยี่ยมโม่หม่า จื้อกุ้ยเป็นกังวลเรื่องแผลบนใบหน้า
ก็ดีแล้วไง โม่หม่าเห็นจะได้รู้ว่า เธอทำอะไรเพื่อเขาไปบ้าง
เขาอาจจะซึ้งใจจนขอแต่งงานก็ได้นะ

เหยียนจื้อกุ้ย: คนหยาบกระด้างอย่างนั้น จะซึ้งใจกับเขาเป็นด้วยหรือ
เหยียนฉีเฉียว: เจ้าเองก็แข็งกระด้างไม่แพ้เขาหรอก
จำไว้นะ ผู้ชายน่ะ ชอบผู้หญิงนุ่มนวลอ่อนหวาน
ผู้หญิงเราต้องมีผู้ชายซักคนที่พึ่งพาได้ ถ้าเจอคนถูกใจก็ต้องต่อสู้เพื่อเขา
เหยียนจื้อกุ้ย: ใครบอกว่าข้าชอบโม่หม่า
เหยียนฉีเฉียว: ไม่ชอบก็ไม่ชอบ งั้นเราไปไหว้สุสานแทนแล้วกัน





เหยียนจื้อกุ้ย: ไหว้สุสานใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ
เหยียนฉีเฉียว: ทีโม่หม่าล่ะ ขนาดเจ้าไม่ชอบเขา ยังทุ่มเทเพื่อเขามากมาย
งั้นหลุมศพใคร เจ้าก็น่าจะไหว้ได้
เหยียนจื้อกุ้ย: พี่ใหญ่ยังจะมาล้อข้าอีก
เหยียนฉีเฉียว: ก็เจ้าอยากไม่พูดตรงๆ กับข้านี่
พูดตามตรง ถึงข้าจะเป็นคนของฟงหนินแล้ว ข้าก็ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ฐานะที่ถูกต้อง
จะมามัวหยิ่งทะนง ไม่ช่วยอะไรขึ้นมาหรอก
เหยียนจื้อกุ้ย: พี่เป็นพี่ใหญ่ พี่ว่าไงก็ว่างั้น




อาจารย์กวนขอทดสอบฝีมือโม่หม่า
แค่ไม่กี่ท่า ก็เห็นจะไม่ไหว ก่อนจะสอนอะไรไปซักผ้าก่อนไป๊





อาจารย์สั่งก็ต้องทำ โม่หม่าซักผ้าแบบงง งง เกี่ยวอะไรกับการฝึกวิชาหว่า
สภาพโม่หม่าตอนนี้เหมือนแก้วที่มีน้ำเต็มอยู่แล้ว จะสอนอะไรเพิ่มเติมก็คงยาก
ก่อนฝึก ต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อน
หลังวัดมีแปลงผัก ไปพรวนดินให้เสร็จก่อนแล้วกัน




โม่หม่าง่วนกับการฝึกวิชาไม่ยอมให้จื้อกุ้ยกับฉีเฉียวเข้าพบ
จื้อกุ้ยผิดหวังและเสียหน้ามาก วันหลังอย่ามาพบเธอก็แล้วกัน
ฉีเฉียวฉุนขาด เจ๊ลุยแหลกค่ะ ขืนนักพรตมาขวาง เดี๋ยวแม่โชว์ขาอ่อนให้ดูเลย





ขอเจ๊ด่าให้สะใจ คนอะไรไม่สำนึกบุญคุณคนอื่นซะมั่ง
จื้อกุ้ยต้องบาดเจ็บมีแผลที่หน้าเพราะใคร รู้บ้างมั้ย
คนเขาอุตส่าห์ขึ้นเขามาตั้งครึ่งค่อนวัน ยังจะไม่ยอมพบหน้า
ต่อไป อย่าหวังจะได้พบจื้อกุ้ยอีก





อย่าเสียใจไปเลย คนไร้น้ำใจอย่างนี้ คิดซะว่าเหมือนแผลนี่ก็แล้วกัน
อีกหน่อยก็จะหายไปเอง

เหยียนจื้อกุ้ย: เกรงแต่ว่า แผลนี้ จะกลายเป็นแผลเป็นไม่มีวันจางหายไป





อยู่ดีๆ ก็มีคนปาห่อยาสมุนไพรรักษาแผลมาให้
ที่แท้ก็โม่หม่านั่นเอง ทำเป็นเย็นชาไปงั้น
ทำอย่างนี้ จื้อกุ้ยก็มีความหวังน่ะสิ






ทิ้งท้ายด้วยฉากต่อสู้ที่ท่านแมวขอมาค่ะ








 

Create Date : 05 เมษายน 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 9:57:06 น.
Counter : 1148 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 2





ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 2



จากตอนที่แล้ว โม่หม่ากับเหมยฟงหนิน ทนเห็นทหารฝ่ายเจ้าลงมือโหดเหี้ยม
ฆ่าแม้กระทั่งเด็กทารกไม่ได้
จึงช่วยเหลือเหยียนจื้อกุ้ยและฉีเฉียวหลบหนีมา

ฉีเฉียวร้องห่มร้องไห้ เศร้าเสียใจจนฟงหนินยกชายเสื้อให้เช็ดน้ำตา





ส่วนเหยียนจื้อกุ้ยไหล่หลุดยังไม่ร้องซักแอะ มัวแต่ช็อคที่พ่อแม่น้องชายตาย
โม่หม่าช่วยต่อไหล่ให้





เสียใจก็ร้องไห้ออกมาดังๆ เถอะ อย่าเก็บไว้ในใจ



ฟงหนินเซ็ง ถ้ารู้ว่าเข้าร่วมกองทัพแล้วจะเจอเรื่องแบบนี้
สู้ทำไร่ไถนาอยู่หมู่บ้านดีกว่า ตอนนี้กลายมาเป็นทหารหนีทัพไปเสียแล้ว

โม่หม่าเสนอให้ไปเสี่ยงโชคที่เมืองหลวง
ถ้าฟงหนินอยากกลับบ้านก็กลับไปคนเดียวเหอะ
ถ้าจะไปเมืองหลวง พรุ่งนี้เช้าก็ไปด้วยกัน





ฟงหนินเห็นฉีเฉียวต้องคอยเอาใจคุณหนูเจ้าอารมณ์ก็รู้สึกสงสารนาง
ฉีเฉียวแก้ตัวแทนคุณหนู ถึงนางจะดื้อไปบ้าง แต่ก็เป็นคนมีน้ำใจนะ




เหยียนจื้อกุ้ยคิดจ้างวานให้โม่หม่าแก้แค้นลูกน้องทรยศของบิดา
ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เธอก็จะแก้แค้นให้ได้

โม่หม่า: ถูกต้อง ชีวิตแลกด้วยชีวิต เมื่อเจ้าคิดแลกชีวิต
ก็ไปแก้แค้นเอาเองสิ ข้าเองก็มีเรื่องแก้แค้นต้องทำ




ยังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูท่านนายพลอยู่หรือยังไง
คนอื่นเขาไม่ใช่ทหารรับใช้นะ ต่อให้เอาตัวมาแลกก็ไม่สน

โอ้ว พูดจาไม่รักษาน้ำใจคนฟังเล้ย





ที่แท้ฉีเฉียวไม่ใช่เป็นแค่สาวใช้ของจื้อกุ้ย
แต่เธอยังเป็นพี่สาวต่างมารดาของจื้อกุ้ยด้วย
มารดาเธอเป็นแค่สาวใช้ ซึ่งไม่ได้แต่งงานเข้าพิธีอย่างถูกต้อง
เธอจึงเป็นลูกนอกสมรส แต่ฉีเฉียวไม่เคยคิดแค้น
สำหรับฉีเฉียว จื้อกุ้ยเป็นน้องสาวที่เธอต้องคอยดูแล
ฟงหนินรู้สึกประทับใจในความดีของฉีเฉียว





ฉีเฉียวคิดปลีกตัวกลับไปนอน แต่กลับลื่นสะดุดล้ม
ทั้งคู่ต่างเผลอตัว เผลอใจมีความสัมพันธ์กัน

มันง่ายไปมั้ยเนี่ย ฮึ




เหยียนจื้อกุ้ยคิดกลับเมืองหลวงเพื่อหาทางแก้แค้นหวงซุ่น
ฉีเฉียวขอให้เธอลืมความแค้น และมีชีวิตอยู่ต่อไป
จื้อกุ้ยไม่ยอม ยังไงชาตินี้ก็ต้องแก้แค้นให้ได้




โม่หม่าออกเดินทางไปเมืองหลวงแต่เช้า ไม่ยอมรอฟงหนิน
เขาต้องวิ่งตามไป ยังไงก็น่าจะอยู่ช่วยสองสาวให้หาที่พักเป็นหลักแหล่งให้ได้ก่อน
โม่หม่าไม่สนใจ ถ้าอยากอยู่ช่วยก็เชิญ เขาไม่รอ




โม่หม่าเห็นฉีเฉียวตามมา จะพูดอะไรก็รีบพูดซะ อย่าลีลา

เหมยฟงหนิน: พวกเราตัดสินใจเดินทางไปเมืองหลวง
เหยียนฉีเฉียว: แล้วข้าล่ะ (แบบนี้ ชนแล้วหนีนี่หว่า)
เหมยฟงหนิน: ข้ารู้ว่าพวกเจ้าสองพี่น้องกลับเมืองหลวงไปไม่ได้
พวกเราคงต้องลากันตรงนี้
เหยียนฉีเฉียว: พี่จะไปจริงๆ หรือ มีอะไรสำคัญนักหนา ถึงต้องไปให้ได้
เหมยฟงหนิน: ข้าเป็นผู้ชายนะ ข้าต้องสร้างชื่อเสียงสิ
เหยียนฉีเฉียว: แล้วพี่คิดจะสร้างชื่อเสียงด้วยวิธีไหน
เหมยฟงหนิน: ถึงเมืองหลวงก็คิดออกเอง




ฉีเฉียวได้โอกาสหลอกให้โม่หม่าแก้แค้นแทนจื้อกุ้ย
โดยอ้างว่าหวงซุ่นเป็นนักโทษที่มีค่าหัว เป็นที่ต้องการตัวของกองทัพเจ้า
ทั้งคู่หลงกลรีบเร่งเดินทางไปเมืองหลวง




ฉีเฉียวกลับไปบอกข่าวดีกับจื้อกุ้ย กลับเห็นแต่ข้อความที่เธอทิ้งไว้
ว่าจะไปแก้แค้นที่เมืองหลวง




ถึงเมืองหลวง ก่อนลงมือต้องกินให้อิ่ม จะได้มีแรง
ฟงหนินทำเป็นเก่งไปงั้น แต่ก็กลัวตายอยู่




อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงเทียนซินเหลาที่หวงซุ่นมาประจำ
ฉีเฉียวที่เร่งร้อนตามจื้อกุ้ยมาเมืองหลวง ก็พบทั้งคู่ก่อน
ฉีเฉียวเหนื่อยอ่อนจนหมดสติไป เอาไงดีหว่า
โม่หม่าใจร้อนอยากรีบลงมือ ฟงนินก็ดูแลฉีเฉียวไปแล้วกัน
เรื่องจัดการหวงซุ่น ปล่อยโม่หม่าเอง





จื้อกุ้ยปลอมตัวเป็นสาวเสิร์ฟ คิดลงมือสังหารหวงซุ่น
โม่หม่าคิดว่าเธอจะแย่งความดีความชอบ เลยจับเธอมัดเอาไว้





โม่หม่าฆ่าหวงซุ่นได้สำเร็จ กำลังจะตัดศีรษะไปยืนยัน
ต้วนทีป๋อ กังฟูอันดับหนึ่งในปักกิ่งเข้ามาห้ามปราม โม่หม่าไม่สน





หากคิดจะจากไป ต้องรับมือต้วนทีป๋อให้ได้สามหมัดก่อน
แค่สองหมัด โม่หม่าก็ได้รับบาดเจ็บภายในซะแล้ว




โม่หม่าใช้เคล็ดสี่ตำลึงปัดพันชั่งที่อาจารย์สอน
ปัดหมัดของต้วนทีป๋อได้ แล้วอาศัยจังหวะเจ้าสำนักต้วนกำลังตะลึง
ตัดศีรษะหวงซุ่นหนีไป





เหยียนจื้อกุ้ยนึกว่าโม่หม่าช่วยล้างแค้นให้ตน
เพิ่งมารู้ว่าเขาโดนฉีเฉียวหลอก กองทัพเจ้าแตกไปเมื่อหลายวันก่อน
ตอนนี้ กองทัพจั๊วะเป็นฝ่ายได้ชัย





โม่หม่าแค้นใจที่โดนหลอกให้ไปล้างแค้นแทน

เหยียนจื้อกุ้ย: ข้าบอกแล้วว่าถ้าเจ้าล้างแค้นให้ข้าได้ ข้าจะยอมเจ้าทุกอย่าง
ถ้าเจ้าต้องการฆ่าข้า ก็เชิญเลย

โกรธยังไง โม่หม่าก็ไม่ทำร้ายผู้หญิง แมนจริงๆ นะพี่คนนี้





ฉีเฉียวฟื้นขึ้นมาก็เป็นห่วงแต่คุณหนู
หวังว่าโม่หม่าจะลงมือฆ่าหวงซุ่นก่อนจื้อกุ้ย

โม่หม่าฉุนจัด อุตส่าห์ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยสองสาวแล้ว
ยังจะมาหลอกให้เป็นฆาตกรซะอีก
ก็แค่คนบังเอิญรู้จักกัน ไม่ใช่ญาติโกโหติกาอะไร ต่างคนต่างไปเถอะ





โม่หม่าน่ะเป็นคนอื่น แต่ฟงหนินล่ะ กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง
อย่าบอกว่าจำไม่ได้ล่ะ

โม่หม่า: เจ้าทำอย่างนี้กับซ่งชิงได้ยังไง
เหยียนฉีเฉี่ยว: ซ่งชิงเป็นใคร
เหมยฟงหนิน: ซ่งชิง นางเป็นคู่หมั้นข้า
เหยียนฉีเฉี่ยว: พี่มี่คู่หมั้นแล้วหรือ
เหมยฟงหนิน: ข้า...

โม่หม่าไม่อยากจะรับรู้ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเองบ้างแล้วล่ะ





เหยียนจื้อกุ้ยอยากทดแทนบุญคุณโม่หม่า
แต่เขาไม่อยากเจอหน้าสองพี่น้องนี้อีก ทางใครทางมัน





นายกเทศมนตรีคนใหม่จั๊วะเหวินซุ่น เดินทางมาถึงปักกิ่ง
นายกสมาคมการค้าต้องการประจบเอาใจ ถึงกับซื้อม้าทองคำให้
ที่ไหนได้นายกจั๊วะเอาไปประมูลเอาเงินช่วยเหลือชาวบ้านซะนี่

ท่านนายกขอให้ทุกฝ่ายนำกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเต็มที่
เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนไม่หวาดหวั่น





โม่หม่าถูกประกาศจับฐานฆ่าคนตาย จึงต้องคอยหลบซ่อนตำรวจ
และหาทางหนีออกจากเมือง เงินทองก็ไม่มี ต้องเก็บซาละเปาตกพื้นกิน





ระหว่างหลบหนีตำรวจเข้าไปในโรงเตี๊ยม
กลายเป็นว่าหนีเข้าห้องซ่งชิงโดยบังเอิญ เธอช่วยปิดบังให้เขารอดพ้นจากตำรวจไปได้





ถือว่าหายกันไปแล้วกัน
ซ่งขิงอยากรู้ที่อยู่ของฟงหนิน แต่โม่หม่าไม่ยอมบอกเพราะเกรงนางจะเสียใจ




เหมยฟงหนินไม่สบายใจ อยากจะกลับหมู่บ้าน
แต่เห็นเหยียนฉีเฉียวระแวงว่าเขาจะกลับไปหาคู่หมั้น จึงต้องเปลี่ยนใจ




เหยียนจื้อกุ้ยเป็นห่วงความปลอดภัยของโม่หม่า
จะให้อยู่เฉยๆ รอให้โม่หม่าถูกจับโดยไม่ช่วยเหลืองั้นหรือ
ฉีเฉียวเสนอให้จื้อกุ้ยไปขอร้องตระกูลฉี ซึ่งมีอำนาจและอิทธิพลในเมืองหลวง
แต่จื้อกุ้ยบ่ายเบี่ยง ลูกน้องเก่าบิดานางมีตั้งมากมาย
ไม่เชื่อหรอกว่าจะหาคนช่วยเหลือซักคนไม่ได้





เสี่ยวเอ้อชี้ตัวซ่งชิงว่าให้การช่วยเหลือคนร้าย
ผู้บัญชาการถึงกับนำกำลังมาตามจับนางด้วยตนเอง
ซ่งชิงไม่ยอมบอกว่าโม่หม่าอยู่ที่ไหน





ซ่งชิงไม่ยอมบอก ผู้บัญชาการกลับลงมือตบตีนางกลางถนน
โม่หม่าทนไม่ได้ จึงยอมออกมามอบตัว










 

Create Date : 29 มีนาคม 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 9:56:10 น.
Counter : 723 Pageviews.  

ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 1





ก่อนอื่น ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานต่อเนื่องบ้าง ไม่ต่อเนื่องบ้าง
สุดแต่หน้าที่การงานจะอำนวย
หลังจากที่ติดตาม The Four กันมาข้ามปี
ปีนี้ แม้การงานจะรัดตัว แต่จะพยายามอัพเดทหนังให้ได้ อาทิตย์ละตอนค่ะ
แม้เรื่องนี้ ฟงฟงจะไม่ใช่พระเอก แต่รับรองว่าสนุกค่ะ




ไทเก๊ก หมัดทะลุฟ้า The Master of Taichi ตอน 1



อาจารย์: ไยมนุษย์จึงเกิดมาในโลก เพื่อเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎ เจ้ารู้หรือไม่
โม่หม่า: อาจารย์บอกข้าสิ
อาจารย์: อาจารย์ก็ไม่รู้ แต่มีคนบอกว่าโลกเรานี้มหัศจรรย์นัก
ผู้รู้ ไม่เท่าผู้ตื่น ผู้ตื่น ไม่เท่าผู้เบิกบาน
เมื่อเดินไปสุดทาง เจ้าจะพบว่ามีถนนอีกเส้นหนึ่งให้เดินต่อไป




เหลิ่งเทียนไปล่าหมูป่า จังหวะที่ยิงหมูป่าได้
ก็พอดีกับโม่หม่าก็ซัดหอกใส่หมูป่าตัวเดียวกัน
นายน้อยไม่พอใจที่โมมาแย่งชิงหมูป่า จึงใช้ลูกน้องลงมือ
แต่ไม่มีใครสู้โม่หม่าได้





ฟงหนินกับซ่งชิงนำผักไปขายที่่ตลาด
ฟงหนินเห็นซ่งชิงหาบผักมาไกลก็อยากจะช่วย
แต่แม่สิไม่ยอม คิดจะเป็นลูกสะใภ้กตัญญูก็ต้องทำงานหนัก
อะไร้ ยังไม่ทันแต่งงาน ก็จะเอาใจเมียซะแล้วหรือ
ฟงหนินไม่กล้าหือกับแม่




หลังจบสมัยของหยวนซื่อข่าย
เหล่าขุนศึกตามหัวเมืองต่างแย่งชิงกันเป็นใหญ่
โดยเฉพาะกองทัพเหยียนกับกองทัพเจ้า
เพื่อให้มีอำนาจควบคุมรัฐบาลปักกิ่ง
ในหมู่บ้าน Choi s้hek ยังห่างไกลจากความวุ่นวายดังกล่าว

ฟงหนินอยากจะไปหาประสบการณ์นอกหมู่บ้านบ้าง
แต่ก็ไม่กล้าทิ้งครอบครัวไป




ที่ปรึกษาเหอซึ่งเป็นที่ปรึกษาของผู้ใหญ่บ้านเหลิ่งประกาศกฎหมายขึ้นภาษี
ทุกคนที่เอาของมาขายที่ตลาดจะต้องจ่ายภาษีครึ่งหนึ่ง
ชาวบ้านต่างไม่พอใจ แต่ที่ดินหมู่บ้านนี้ทั้งหมดเป็นของผู้ใหญ่เหลิ่งน่ะสิ




ประจวบกับโม่หม่านำหมูป่ามาแลกข้าวสาร
ที่ปรึกษาเหอจึงคิดเชือดไก่ให้ลิงดู





ที่ปรึกษาเหอใช้มีดกรีดถุงข้าวสารขาด
เมื่อได้ข้าวสารแค่ครึ่งถุง ก็เอาหมูป่าไปครึ่งตัวแล้วกัน
โม่หม่าสับหมูป่าขาดเป็นสองท่อน เล่นเอาทุกคนขยาด
ที่ปรึกษาเหอไม่กล้าขวางทางอีก





โม่หม่าเป็นเด็กกำพร้า อาจารย์รับเขามาเลี้ยง สอนวิชาให้
แต่ไม่นานก็จากไป ทิ้งเขาไว้คนเดียว ทำให้เขาเป็นคนโดดเดี่ยวไม่คบใคร
ทุกคนในหมู่บ้านต่างเห็นเขาเป็นตัวเสนียด
แม้ฟงหนินที่เห็นโม่หม่าเป็นเพื่อน เขาก็ไม่เคยยอมรับ

ฟงหนินอุตส่าห์ไปขโมยข้าวสารอีกครึ่งถุงมาคืนให้
โม่หม่าไม่ยอมรับ เกิดมาไม่เคยขโมยของใคร
ฟงหนินก็ไม่กล้าเอาข้าวสารกลับบ้าน เดี๋ยวแม่รู้ โดนด่าชัวร์
โม่หม่าเขวี้ยงถึงข้าวสารทิ้ง ฟงหนินเสียดาย มัวแต่จะคว้าไว้เลยตกบันไดขาแพลง





เดือดร้อนโม่หม่าต้องส่งกลับบ้าน
เฮ้อ เป็นคนดีมันช่างยากจริงๆ ขโมยของจากผู้ใหญ่บ้านเนี่ย
จับได้ถึงตายเชียวนา ยังมาทิ้งๆ ขว้างๆ ข้าวสารอีก
จะพูดขอบใจซักคำมันยากนักหรือไง

พูดได้พูดไป โม่หม่าขี้เกียจจะฟัง




ตามประสานางเอก ซ่งชิงต้องรักเด็ก รักสัตว์
บ้านก็ไม่ค่อยจะมีกิน ยังแอบเก็บแมวจรจัดมาเลี้ยง
ส่วนอาหารก็จะแบ่งจากส่วนของตัวเองให้ก็แล้วกัน
(ว่าที่) แม่สามีไม่ต้องกังวล





โม่หม่าอุตส่าห์แบกฟงหนินมาส่ง แม่เขากลับตั้งข้อรังเกียจ
เพราะไม่อยากให้ลูกชายสุดที่รักมาคบกับเขา




ซ่งชิงไม่นึกว่าคนโหดโหดอย่างโม่หม่า จะใจดีกับสัตว์ เล่นเอาอึ้งไปเหมือนกัน



โม่หม่ามัวแต่ฝึกวิชาในลำธาร
เหลิ่งเทียนยกพวกไปเผาบ้านจนวอดไปทั้งหลัง





อย่างนี้ต้องเอาคืน โม่หม่าเหยียบไปเอาเรื่องถึงบ้านผู้ใหญ่
กลับถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ





เหลิ่งเทียนเพิ่งกลับมาถึงบ้าน โม่หม่าจึงจับเขาเป็นตัวประกัน



โม่หม่าจับเหลิ่งเทียนกลายเป็นเรื่องใหญ่ รู้กันทั้งหมู่บ้าน
ฟงหนินกลัวผู้ใหญ่หนิงวางแผนจับตายโม่หม่า
จึงอาสาเป็นผู้เจรจาให้โม่หม่าปล่อยตัวประกัน




เห็นเป็นเพื่อนหรอกนะ เลยยอมเสี่ยงตายเข้ามา
ยังมาทำกันได้ลงอีกหรือ




ฟงหนินหายเข้าไปเกลี้ยกล่อมตั้งนาน ยังไม่รู้ผล
ซ่งชิงรู้ข่าว จึงอาสานำข้าวมาให้ ไม่กินจะเอาแรงที่ไหนมาสู้ล่ะ

ซ่งชิง: ชีวิตฟงหนินอยู่ในมือเจ้า ถ้าเจ้าไม่มีแรงจะปกป้องเขาได้อย่างไร





ซ่งชิง: ที่จริงข้าเคยเป็นเด็กกำพร้า ที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน
ข้าเคยหิวโหยมาก่อน สิ่งหนึ่งที่ข้าเรียนรู้ คือ
ถ้ามีอาหารล่ะก็ ต้องกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้กินมื้อต่อไป
โชคข้ายังดี ที่แม่ฟงนินรับเลี้ยงข้า
ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวนี้ ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไปก็ตาม

กว่าจะรู้ตัวว่าซ่งชิงวางยาในอาหาร ก็สายเกินไปซะแล้ว





โม่หม่าถูกจับตัวไป แต่เขาก็สามารถหลบหนีออกมาได้



ฟงหนินไม่พอใจที่ซ่งชิงทำเช่นนี้ ถ้าโม่หม่าคิดว่าเขาหักหลังเพื่อนก็แย่น่ะสิ
งานนี้ แม่ไม่เข้าข้างลูกชายล่ะ ซ่งชิงทำถูกแล้ว ไม่งั้นเกิดอะไรขึ้นกับฟงหนินจะทำอย่างไร
ฟงหนินเถียงแม่ไม่ได้ ไปหาทางช่วยโม่หม่าดีกว่า
เมื่อรู้ข่าวว่าโม่หม่าหนีไปได้ ฟงหนินจึงรีบออกไปตามหา




ฟงหนินชวนโม่หม่าหนีไปจากหมู่บ้าน
เรื่องแก้แค้น สิบปีก็ไม่สาย




ฟงหนินให้โม่หม่าซ่อนตัวในกองฟาง ระหว่างทางเจอกับที่ปรึกษาเหอ
เกือบถูกจับได้ ดีที่ซ่งชิงมาทันเวลา
นางทำทีว่าเกรงโม่หม่ากลับมาแก้แค้น ทำให้ที่ปรึกษาเหอไม่คิดสงสัยฟงหนิน





ซ่งชิงรู้ว่าฟงหนินจะจากหมู่บ้านไป แต่นางก็ไม่เปิดโปงเขา

ซ่งชิง: ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่บ้าน ระมัดระวังตัวด้วย




เมื่อออกนอกหมู่บ้านได้ โม่หม่าต้องการหาทางกลับมาแก้แค้น
ทั้งสองเจอกับกลุ่มหนุ่มที่จะไปเป็นทหารอาสา เพราะหวังอยากได้ตำแหน่งและเงินทอง
โม่หม่าจึงชวนฟงหนินไปสมัครเป็นทหาร เป็นการปูทางไปสู่อำนาจ
จะได้กลับมาแก้แค้นผู้ใหญ่เหลิ่งได้ ฟงหนินก็กล้าๆ กลัวๆ แต่เพื่อเพื่อน น้อยกว่านี้ได้ไง จริงป่ะ





การต่อสู้ระหว่างขุนศึก ใกล้สิ้นสุด
กองทัพของนายพลเหยียนป๋อเถาถูกตีถอยร่น จนเหลือทหารไม่ถึงร้อยนาย




นายพลถูกหวงซุ่นคนสนิทหักหลัง จนต้องเสียชีวิตระหว่างการต่อสู้
เหยียนจื้อกุ้ยเห็นบิดามารดาถูกสังหารต่อหน้าต่อตา





โม่หม่ากับฟงหนินเป็นทหารกองทัพเจ้าฝ่ายตรงข้ามกับนายพลเหยียน
พวกเขาได้รับคำสั่งให้สังหารฝ่ายตรงข้ามทุกคน
แต่ต้องทำร้ายผู้หญิง และสังหารเด็กทารกด้วยหรือ





โม่หม่ากับฟงหนินตัดสินใจช่วยเหลือจื้อกุ้ยและฉีเฉียว









 

Create Date : 24 มีนาคม 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2553 9:55:35 น.
Counter : 1036 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.