Group Blog
 
All Blogs
 

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 20





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 20



จากตอนที่แล้ว บ้อเช้งต้องการสืบประวัติตนเอง
จึงเดินทางไปเยี่ยมเจ้าอาวาส
ท่านเจ้าอาวาสยังปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น เรื่องผ่านไปนานแล้ว จะเก็บมาใส่ใจทำไม

เรื่องอดีตที่ไหนล่ะ คนใช้อาวุธลับนี้ ยังก่อกรรมทำเข็ญฆ่าคนตายไปไม่น้อย
คิดซะว่าทำบุญช่วยชีวิตคน เล่าความจริงมาเถอะ





ในที่สุด เจ้าอาวาสก็ยอมบอกความจริง
ถูกต้องแล้ว ตอนนั้น Shing Ting-tin อุ้มทารกที่ขาหักมาฝากไว้
ก่อนจะกลับไปล้างแค้นตระกูล Fok
ภายหลังจูกัวะซิงแซมารับทารกนั้นไป ก็คือบ้อเช้งนั่นเอง




ตอนนั้น ผ้าห่มที่ห่อตัวบ้อเช้งมาเต็มไปด้วยเลือด
เจ้าอาวาสได้ซักและเก็บไว้ให้
ที่ไม่อยากบอก เพราะอยากให้บ้อเช้งใช้ชีวิตปกติสุข
ความดี ความชั่วเป็นเพียงภาพลวงตา
ได้แต่หวังว่าบ้อเช้งจะลืมอดีตได้
อย่าทรมานตัวเองด้วยความเกลียดชังเลย





จูกัวะซิงแซได้ตั้งป้ายหลุมศพของพ่อแม่บ้อเช้งไว้ที่ข้างสะพานหิน
บ้อเช้งเห็นร่องรอยการต่อสู้แล้ว ลงตัวกับอาวุธลับตระกูล Fok
เข้าใจว่าคนลงมือน่าจะคิดทำร้าย Shing Ting-tin
แต่กลับพลาดโดนทารกที่เขาอุ้มไว้






บ้อเช้งเสียใจที่ไม่ได้มาเซ่นไหว้บิดามารดาให้เร็วกว่านี้
ซ่งจือหยินฉวยโอกาสใส่ไฟ ไม่เข้าใจว่าทำไมจูกัวะซิงแซรู้เรื่องทุกอย่าง
กลับปิดเป็นความลับไม่ยอมบอกบ้อเช้ง

บ้อเช้ง: ตั้งแต่เล็ก ข้านึกมาตลอดว่าข้าเป็นเด็กกำพร้า
ถ้าไม่เพราะเกิดเรื่องขึ้น ข้าคงไม่มีวันรู้ความจริง





บ้อเช้งตัดสินใจสืบเรื่อง Shing Ting-tin ถูกกล่าวหาว่าขายชาติ
เพื่อคืนความเป็นธรรม ล้างมลทินให้บิดา




ฉั่วเกียหาเรื่องส่งขันที Tung Koon ออกมาจากวัง โดยให้สหพันธ์คุ้มครอง
เปิดโอกาสให้คนร้ายลงมือ ขันทียังไม่รู้ตัวว่า เป็นแค่เหยื่อบูชายัญ
เซี่ยวกุกได้รับคำสั่งให้จับคนร้ายให้ได้ ความปลอดภัยของขันทีเป็นเรื่องรอง




แนฮ้วยกับตุยเมี่ยติดตามขบวนเดินทาง
แนฮ้วยมั่นใจว่ายังไงคนร้ายก็ต้องลงมือ
แค่ผู้คุ้มกันกระจอกๆ ไม่กี่คน ไม่อยู่ในสายตาหรอก




คนร้ายใช้ชบวนม้า มาทำให้ไขว้เขว
รู้สึกตัวอีกที ขันที Tung ก็ถูกสังหารเสียแล้ว





แนฮ้วยเห็นหลังคนร้ายที่ปลอมตัวเป็นคนคุ้มกันจึงรีบไล่ตามไป
ประมือกันได้ซักพัก คนร้ายก็หนีไป





โชคดีคนร้ายทิ้งม้วนไม้ไผ่ประกาศตัวเป็นตุลาการตงฉิน
อ้างว่าเป็นคนสังหารฉั่วเถา
มีคำสารภาพกับศพของขันที Tung ทิชิ่วก็ปลอดภัยแน่
ไม่รู้หรือไงว่าคดีของทิชิ่วถูกเลื่อนการประหารขึ้นมา
จากที่นี่ถึงลานประหารใช้เวลาครึ่งวัน คงไปทันเก็บศพซะมากกว่า





ยังไงก็ต้องลองดูซักตั้ง ตุยเมี่ยจะนำศพ Tung Koon กับหลักฐานไปลานประหาร
ส่วนแนฮ้วยกับกระบี่เงินก็รับหน้าที่ตามจับคนร้าย




เจ้าหน้าที่นำตัวทิชิ่วออกจากที่คุมขัง
ตุยเมี่ยก็เร่งรุดแข่งกับเวลาเพื่อจะไปให้ทันการประหาร




คนดีทำไมต้องถูกใส่ร้าย ต้องมาตายแบบนี้มันไม่คุ้มกันเลย

Lam Yeuk-fei: ท่านจะตายไม่ได้นะ ท่านรับปากพ่อข้าแล้ว
ว่าจะดูแลข้าไปชั่วชีวิต ท่านจะตายไม่ได้





เพชฌฆาตจะลงดาบอยู่แล้ว แนฮ้วยก็มาขัดขวางได้ทันเวลา
เขากับนายพล Shu นำศพขันที Tung Koon และข้อความบนไม้ไผ่มาเป็นหลักฐาน
ประจวบกับจูกัวะซิงแซค้นหลักฐานคดีเก่าๆ พบผู้อ้างเป็นตุลาการตงฉิน
ทำการสังหารขุนนางกังฉินไปไม่น้อย
ฮ่องเต้จึงทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เปิดไต่สวนคดีใหม่






สวีทกันไม่เกรงใจคนอื่นมั่งเล้ย




โดนขอบคุณเข้าหน่อย ตุยเมี่ยก็เขินซะแล้ว



Yau-tung ทำถุงมือคู่ใหม่ให้กับทิชิ่ว
สามพ่อลูกใจเดียวกัน อุปสรรคย่อมผ่านพ้นไปได้





แปลกจัง คุณหนู Lam ต้มโจ๊กเป็นด้วยหรือ

Lam Yeuk-fei: ข้าต้มโจ๊กให้จือหยินประจำแหละ
ถือว่าท่านโชคดีนะ ที่พอดีข้าอยากกินโจ๊ก
ทิชิ่ว: เมื่อบ่ายนี่ เจ้าไม่ควรฝ่าทหารเข้ามาอย่างนั้น
ดีนะที่เจ้าไม่ถูกลงโทษ
Lam Yeuk-fei: ถ้าข้ารู้ว่าท่านจูกัวะจะช่วยท่านได้
ข้าคงไม่ต้องห่วงเจ้าให้เสียเวลา
ทิชิ่ว: ข้าจำได้ เจ้าบอกข้าว่า เจ้าไม่อาจมีชีวิตได้้ถ้าไม่มีข้า
Lam Yeuk-fei: จริงอ่ะ ข้าเคยพูดอย่างนั้นเหรอ
ทิชิ่ว: เจ้ายังบอกอีกว่า
Lam Yeuk-fei: อ๊ะ อ๊ะ ข้าไม่เคยบอกให้ท่านดูแลข้าไปตลอดชีวิตซะหน่อย
ท่านคงถูกโบยมากจนเพี้ยนซะแล้ว
ทิชิ่ว: ก็แล้วไปเถอะ
Lam Yeuk-fei: เดี๋ยวสิ ถึงข้าไม่บอกให้ท่านดูแลข้า
แต่ท่านรับปากพ่อข้าแล้วนะ





ทิชิ่ว: หรือว่าเจ้าอยากให้ข้า....
ตุยเมี่ยบอกว่าผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ
เจ้าต้องการให้ข้า ดูแลเจ้าไปตลอดชีวิตหรือไม่

แหม ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ใจกันอีกหรือ




ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ ได้มีงานมงคลกันซะทีก็ดี
จะได้ช่วยชับไล่โชคร้าย




ทางโน้นล่ะชื่นมื่น ส่วนทางนี้ก็กำลังเครียดเชียว
ปิดมาตั้งนานหลายปี ก็เพราะไม่อยากให้หมกมุ่นอยู่กับอดีต อยากให้มีความสุขกับปัจจุบัน

บ้อเช้ง: หลายปีมานี้ ข้าเฝ้าถามว่าครอบครัวข้าเป็นใคร
ข้าทำผิดอะไร ถึงต้องประสบกับเคราะห์กรรมเช่นนี้
บัดนี้ ข้ารู้แล้วว่า ข้าคือ Shing Ai-yu ทายาทคนสุดท้ายของตระกูล Shing
หากแต่ข้าไม่รู้เลยว่าคำตอบอยู่ที่เบื้องหน้าข้านี่เอง
ท่านอาที่เลี้ยงดูข้ามา กลับพยายามปิดบังมัน




ในที่สุด จูกัวะซิงแซก็ยอมเล่าอดีตของบ้อเช้งให้ฟัง
ที่ปกปิดไว้ เพราะเหล่าชาวยุทธไม่เพียงเห็นบิดาของบ้อเช้งเป็นคนขายชาติ
ยังคิดจะครอบครองสุดยอดอาวุธที่ Shing Ting-tin คิดค้นขึ้น ก่อนถูกฆ่าล้างตระกูล
ถ้ามีใครซักคนรู้ว่าบ้อเช้งยังมีชีวิตอยู่ จะต้องตามมารังควานแน่
ท่านจูกัวะจึงจำต้องปิดบังชาติกำเนิดของบ้อเช้ง

จูกัวะซิงแซ: ข้าเห็นเจ้าเหมือนลูกชายข้า หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ
ที่ข้าทำไปทุกอย่างก็เพื่อเจ้า





สับสนจริงๆ Shing Ting-tin ก็เป็นคนสัตย์ซื่อ เป็นไปไม่ได้ที่จะขายชาติ
ส่วน Fok To-yuen ก็เป็นขุนนางตงฉิน หากไม่มีหลักฐานแน่ชัด ย่อมไม่ลงมือ
ดูไปแล้ว น่าจะมีผู้ชักใย วางแผนการให้สองตระกูลเกิดการฆ่าฟัน
จูกัวะซิงแซเคยคิดสืบ แต่ Shing Ting-tin เผาตำราอาวุธไปจนหมดสิ้น
หลักฐานทุกอย่างถูกทำลาย

บ้อเช้งเสียใจที่ไม่อาจคืนความเป็นธรรมให้บิดา
ก็อยากจะปล่อยวางอยู่หรอก ถ้าอาวุธลับที่หายไปจะไม่กลับคืนสู่ยุทธภพอีก





บ้อเช้ง: ถ้าเจ้าเป็นข้า บิดาถูกใส่ร้ายว่าขายชาติ เจ้าจะทำอย่างไร
ทิชิ่ว: ข้าก็ไม่รู้ ข้ารู้เพียง ท่านอาเลี้ยงดูท่านมาหลายปี
ท่านควรสำนึกในบุญคุณท่านอาให้มาก
บ้อเช้ง: บางครั้งข้าก็อิจฉาเจ้า ถ้าทุกคนคิดอะไรง่ายๆ แบบเจ้า
โลกคงไม่วุ่นวาย (อันนี้ ชมแล้วเหรอ พี่บ้อเช้ง)
ทิชิ่ว: อย่าอิจฉาข้าเลย คนฉลาดก็แบบนี้
ชอบคิดมาก คิดซับซ้อนไปเอง
ที่ท่านอาพูดก็ถูก ข่าวลือคือข่าวลือ บิดาท่านอาจไม่ใช่คนขายชาติ





บ้อเช้ง: ใช่แล้ว เบาะแสเดียวที่ข้ามีคือฆาตกรที่ฆ่าฉั่วเถา
คนผู้นี้ต้องเกี่ยวพันกับตระกูล Fok แน่
ทิชิ่ว: เขาทำให้ข้าต้องเกือบตายแทน
ข้าต้องจับเขาให้ได้





ฝันร้ายของจูกัวะซิงแซจริงๆ สองคนเพิ่งจะเริ่มไว้วางใจกัน
หาต้องมารู้ความจริงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น




แนฮ้วยส่งข่าว พบเบาะแสคนร้าย
จูกัวะซิงแซไม่ยอมให้ทิชิ่วกับบ้อเช้งตามไปจับคนร้ายด้วย
อารัยอ่ะ ให้อยู่เฝ้าออฟฟิศได้ไง ไม่ใช่เด็กๆ ซะหน่อย





ดาบของแนฮ้วยอาบกลิ่นพิเศษเอาไว้
แนฮ้วยจึงสามารถติดตามคนร้ายมาถึงราวป่า กลิ่นก็จางหายไป
แต่ยังไงคงไปไหนได้ไม่ไกล น่าจะซ่อนตัวอยู่แถวๆ นี้

โหย ดมกลิ่นคนร้ายได้ เก่งยิ่งกว่าเจ้าตูบซะอีก
ตุยเมี่ยเอ๊ย ปากหนอปาก

ทั้งหมดแยกย้ายกันออกตามหา ไม่มีใครรู้ว่าทิชิ่วแอบติดตามมา




คนร้ายทำความสะอาดแผลซะแล้วนั่นเอง กลิ่นถึงได้จางไป
ซ่งจือหยินจึงมาเจอเขาเข้าก่อน




ต่อสู้ยังไม่ทันรู้ผล ซ่งจือหยินเห็นทิชิ่วมาถึง จึงรีบหนีไป
กลายเป็นว่าคนร้ายคืออาจารย์ของทิชิ่ว

อาจารย์ก็อาจารย์เหอะ ทำผิดกฎหมาย ทิชิ่วเป็นจับ




ศิษย์หรือจะสู้อาจารย์ได้
ไหนตอนสอนวิทยายุทธ บอกให้รักความยุติธรรมไง
ทำไมมาฆ่าคนตายซะเอง

ก็คนเหล่านั้นมันสมควรตายเองนี่
อาจารย์ได้โอกาสเผยความจริงว่าที่แท้ตนคือ Fok Shing พี่ชายของทิชิ่ว
ส่วนทิชิ่วชื่อจริงคือ Fok Yi




ยี่สิบปีก่อน Fok Shing รอดตายมาได้
หลายปีต่อมาจึงพบว่าทิชิ่วได้ช่างตีเหล็กรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
Fok Shing ตามหาทิชิ่วจนพบ และรับเขาเป็นศิษย์
สอนวิชาหมัดเหล็กประจำตระกูลให้

ก่อนจากไปยังได้มอบตำรายุทธ์ไว้อีกต่างหาก




ที่จากมาเนี่ย เพราะตั้งใจจะเป็นพวกนอกกฎหมาย
คอยกำจัดคนชั่วให้หมดไป จึงไม่อยากให้ทิชิ่วพลอยเดือดร้อนไปด้วย

ทิชิ่วยังไม่อยากจะเชื่อว่าอาจารย์เป็นพี่ชายตน
Fok Shing ต้องโชว์จี้ห้อยคอ ที่มีคนละครึ่ง




เจอตัวจนได้ ทายาทของคนที่ฆ่าล้างตระกูล Shing
บ้อเช้งคิดลงมือ แต่ Fok Shing ไม่ยอมประมือด้วย

Fok Shing จากไป ทิ้งไว้แต่รอยร้าวระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้อง






จูกัวะซิงแซอุตส่าห์หวังไว้ว่า คงไม่มีวันที่ทั้งคู่จะรู้ความจริง
(แหม ไม่รู้ก็ไม่มันส์ดิท่าน)

จูกัวะซิงแซ: บางที การไม่รู้อะไรเลยอาจจะดีกว่า
บ้อเช้ง: คนที่ข้าตามหา ทีแท้อยู่ข้างกายข้ามาตลอด ไม่คิดว่าเจ้าจะหลอกลวงข้า (อู๊ยยย ตัดพ้อกันเข้าไป)
จูกัวะซิงแซ: ทิช่ิ่วไม่เคยรู้เรื่องนี้ ถ้ารู้แล้วเป็นไง เจ้าจะทำอะไร
ทิชิ่ว เจ้าจะฆ่าบ้อเช้งมั้ย หรือเจ้าจะฆ่าตัวตายเพื่อชดเชยเรื่องในอดีตกันล่ะ





บ้อเช้ง: ท่านอาคิดว่าหากพวกเรารู้ความจริง จะฆ่ากันเองหรืออย่างไร
ท่านมองพวกเราผิดไปแล้ว หรือว่าท่านเองนั่นแหละที่ไม่กล้าเผชิญความจริง
อาหญิง: เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านจูกัวะรู้สึกผิดมาตลอด
ที่ไม่สามารถหยุดยั้งโศกนาฎกรรมครั้งนั้นได้
จูกัวะซิงแซ: Piu-suit หยุดเถอะ พวกเจ้ารับมือได้ดีกว่าที่ข้าคิด
ข้ายังเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง ข้าจะกระชากหน้ากากมันออกมาให้ได้





ทิชิ่ว: ถึงท่านอาจะบอกว่ามีคนยุแหย่ให้พ่อข้าเข้าใจผิด
ข้อก็ต้องขอโทษครอบครัวแทนท่านพ่อด้วย
บ้อเช้ง: ตอนนั้น พวกเรายังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ
เราอาจเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ แต่หากเรายังคงล้างแค้นกันไปมา
เรื่องนี้ก็คงไม่มีวันจบสิ้น
ตุยเมี่ย: งั้นก็ลืมมันซะเถอะ
แนฮ้วย: ใช่ พวกเราผ่านเรื่องราวด้วยกันมามากมาย
บ้อเช้ง: ตอนนี้ ที่สำคัญคือจับ Fok Shing
ทิชิ่ว: หรือว่าท่านจะไม่ยอมปล่อยวางอดีต
บ้อเช้ง: Fok Shing ฆ่าคนไม่น้อย
ในฐานะมือปราบ พวกเรามีหน้าที่จับกุมเขา
ทิชิ่ว: คนที่ถูกฆ่าล้วนสมควรตาย
บ้อเช้ง: โดยส่วนตัวแล้ว สิ่งที่เขาทำก็ไม่ผิดหนักหนา
แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ หากเราละเลย เท่ากับทำผิดทั้งๆ ที่รู้










 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 19:40:36 น.
Counter : 993 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 19





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 19



จากตอนที่แล้ว ทิชิ่วอยู่ดีๆ ก็เป็นโรคละเมอเดิน
Lam Yeuk-fei รับหน้าที่เฝ้าดูเขา
หลังจากทิชิ่วดื่มยาแล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็ว





Yeuk-fei เผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมา ทิชิ่วก็หายไปซะแล้ว



นางตามออกไปนอกกองปราบ ก็เห็นหลังทิชิ่วลับหายไป
พบแต่ศพของคนของสหพันธ์ในตรอก





ซ้ำนางยังเกือบโดนเซี่ยวกุกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฆาตกรซะอีก
ตาข้างไหน เห็นนางฆ่าคนหรือ ตอนมาถึงก็พบแต่ศพแล้ว
แนฮ้วยตรวจศพพบว่าสาเหตุการตายเหมือน Tai Yung





แนฮ้วยพบเศษกระบี่หักที่ข้างศพ
ก่อนหน้านี้เซี่ยวกุกได้ยิน Yeuk-fei ร้องเรียกทิชิ่ว จึงสงสัยว่าเขาจะเป็นฆาตกร
Yeuk-fei ก็ปฏิเสธได้ไม่เต็มปาก เพราะนางก็เห็นหลังทิชิ่วไวๆ





รุ่งเช้า ทิชิ่วสลบอยู่ที่หน้าบ้านบิดา
ตัวเต็มไปด้วยเลือด แถมยังมีกระบี่หักของผู้ตายในมืออีกด้วย
ทิชิ่วนึกไม่ออกเลยว่ามาได้ที่นี่ได้ยังไง





เซี่ยวกุกคิดจะมาจับตัวทิช่ิว แต่บ้อเช้งมาขัดขวางไว้
ได้ไง ฆ่าคนตายแล้วยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ทั้งเลือด ทั้งกระบี่หัก หลักฐานมัดตัวทั้งนั้น





ถูกเซี่ยวกุกกดดันหนัก บ้อเช้งจำใจต้องจับกุมทิชิ่ว





ผู้พิพากษาอยากเอาใจฉั่วเกีย จึงลงทัณฑ์ทิชิ่วให้สารภาพ
ก็คนไม่ได้ทำจะให้รับผิดได้อย่างไร





แนฮ้วยชักไม่พอใจ คนไม่รับก็บีบให้สารภาพ
อย่าให้เป็นเรื่องไป จูกัวะซิงแซจะวางตัวไม่ถูก




ทิชิ่วสลบไปแล้ว ฉั่วเกียยังจะให้ลงทัณฑ์ต่อ
ถ้าเกิดจำเลยเสียชีวิตระหว่างการลงทัณฑ์ ผู้พิพากษาก็หนีไม่พ้นความผิด
ฉั่วเกียเกรงพระอาญาจึงยอมรามือ





ฉั่วเกียรีบถวายรายงาน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบุตรชาย
ฮ่องเต้มีรับสั่งประหารทิชิ่วเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง
แม้จูกัวะซิงแซจะพยายามขอร้องอย่างไรก็ไม่เป็นผล





สหพันธ์เล่นสกปรก ใช้พวกกุ๊ย มาเขียนด่าว่ากองปราบถึงหน้าประตู
แต่ยังไงก็เป็นเรื่องเล็ก เรื่องทิขิ่วสิเรื่องใหญ่





นี่ก็เดือนกันยาเข้าไปแล้ว อีกแค่เดือนเดียวก็จะถึงฤดูใบไม้ร่วง
แนฮ้วย บ้อเช้ง และตุยเมี่ย ไม่เชื่อว่าทิช่ิวจะเป็นคนร้าย
ต้องจับฆาตกรตัวจริงให้ได้ ทิชิ่วจึงจะพ้นผิด

แต่กระบี่เงิน กระบี่ทอง กลับถอดใจซะงั้น
ฮ่องเต้ตัดสินโทษแล้ว ขืนยังดึงดันต่อไป จะกลายเป็นว่าปกป้องคนผิดหรือเปล่า
อ้าว อ้าว พี่น้องกัน พูดยังงี้ได้ไง
ต่อให้ฮ่องเต้จะตัดสินโทษแล้ว ตราบใดยังไม่ถึงวันประหาร
คดีก็ยังไม่สิ้นสุด ต่อให้หลักฐานชี้ไปที่ทิชิ่ว แต่ก็ควรเชื่อใจกันถึงจะถูก





เสียสละลูกน้องแค่คนสองคน ก็แก้แค้นให้ลูกชายได้ คุ้มจะตาย

งานนี้ เป็นฝีมือของซ่งจือหยินเอง





Lam Yeuk-fei เห็นด้านหลังของนาง
จึงเข้าใจผิดว่าเป็นทิชิ่ว





ซ่งจือหยินวางยาในชาของ Lam Yeuk-fei
ทำให้ทิชิ่วเกิดภาพหลอน และลวงให้คนคิดว่าทิชิ่วฆ่าคนตายระหว่างละเมอเดิน
เท่านี้ ก็ทำให้มือปราบเกิดความระแวงซึ่งกันและกัน
ซ่งจือหยินมั่นใจว่า ไม่ช้านางจะต้องกำจัดมือปราบทั้งหมดได้สำเร็จ




บิดาทิชิ่วเห็นลูกชายถูกใส่ร้ายกลับช่วยอะไรไม่ได้



กลับมาถึงบ้าน ก็เจอลูกสาวกำลังฆ่าตัวตายอีก
ไม่รู้ว่าทำบาปกรรมอะไร ถึงได้ตกแก่ลูกสองคนแบบนี้





ไหนๆ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร มาตายพร้อมกันพ่อลูกเลยแล้วกัน
บิดาทิชิ่วใส่ยาพิษให้ Yau-tung ดื่ม
บังเอิญพ่อบุญธรรมตุยเมี่ยเห็นห่อยาในห้องครัว เกิดสงสัย
จึงมาห้ามได้ทันเวลา





รู้สึกตัวซะทีเถอะ Yau-tung ไม่เห็นแก่ตัวเอง ก็เห็นแก่พ่อบ้าง



ตุยเมี่ยอยากให้ Yau-tung คิดได้เสียที
เมื่ออยากฆ่าตัวตายนัก ก็มาตายพร้อมกันเถอะ





ถึงเวลาเข้าจริงๆ สัญชาตญาณมนุษย์ย่อมรักชีวิต
Yau-tung ไม่ยอมจมน้ำตาย
นางว่ายน้ำเข้าฝั่งด้วยตัวเอง กลับเป็นว่าตุยเมี่ยจมน้ำซะงั้น




Yau-tung รับปากตุยเมี่ยว่านางจะไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตายอีก




เห็น Yau-tung ทำใจได้แล้ว ทิชิ่วก็สบายใจ
คงต้องฝากครอบครัวให้ Lam Yeuk-fei ช่วยดูแล

Lam Yeuk-fei: ไม่ ข้าไม่รับฝาก
ท่านต้องออกจากคุกมาดูแลพวกเขาด้วยตัวเอง
ตุยเมี่ย: ไม่ต้องห่วง พวกเราจะหาคนร้ายตัวจริง
ล้างมลทินให้กับเจ้า





บ้อเช้งขอให้ซ่งจือหยินช่วยตรวจสอบศพในคดีเก่าๆ
พบว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีอย่างน้อย 8 รายที่ถูกสังหารด้วยพลังหมัด
ทั้ง 8 รายนี้ เป็นข้าราชการกังฉิน ที่โกงกิน ทำร้ายชาวบ้าน

ฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ น่าจะเป็นคนที่ฆ่าฉั่วเถา Tai Yung และ Wu Biu
ถ้าหาตัวคนคนนี้ได้ ทิชิ่วก็มีโอกาสรอด






ผู้ตายทุกคน ล้วนเป็นข้าราชการที่ต้องคดี
แต่อาศัยช่องโหว่กฎหมายหนีรอดได้
หลังจากนั้นจึงถูกคนร้ายลอบฆ่า

ดูจากรูปแบบของคนร้าย ฉั่วเถาต้องถูกฆาตกรคนนี้ฆ่าแน่
ส่วนอีกสองคนนั้น ไม่ตรงกับรูปแบบ คนร้ายน่าจะเป็นคนอื่น

บ้อเช้งคาดว่าคนร้ายน่าจะยังอยู่ในเมืองหลวง
ที่นี่ หาขุนนางกังฉินง่ายดาย
เอาขันทึ Tung เนี่ยแหละเป็นเหยื่อล่อ




มือปราบจับขันที Tung ข้อหาโกงกิน
โดยตั้งใจไปจับตอนที่ขันทีชั่วไปเที่ยวหอคณิกา เพื่อให้คนเห็นกันทั่วๆ
หลังจากนั้น ระหว่างขนย้ายหลักฐาน ก็ปล่อยให้หลักฐานถูกเผาทำลายไปซะ

ทีนี้ กองปราบก็ต้องปล่อยขันที Tung ตามระเบียบ





อีกสามวันทิชิ่วก็จะถูกประหาร
ตุยเมี่ยกับแนฮ้วยสะกดรอยตามขันที Tung ไป
ได้แต่หวังว่าคนร้ายจะปรากฎตัว




คนร้ายลงมือคิดสังหารขันที Tung แต่ถูกมือปราบขัดขวาง
จะหนีซะหน่อย ก็เจอบ้อเช้งดักคอยอยู่ ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยอาวุธลับ






คนร้ายหนีไปได้ ส่วนบ้อเช้งถูกอาวุธลับที่ขา ได้รับบาดเจ็บ
ไม่เป็นไรน่า โดนแค่นี้ ขาไม่รู้สึกมาตั้งนานแล้ว





คนร้ายหนีไปได้ก็จริง แต่เห็นพลังหม้ดที่ฝากไว้บนก้อนหินแล้ว ใช่แน่



แผลนิดหน่อย ไม่เห็นต้องหาหมอเลย ก็ตุยเมี่ยน่ะแหละ คะยั้นคะยออยู่ได้
ซ่งจือหยินเอาอาวุธลับออกให้แล้ว ไม่กี่วันก็หาย
นางแอบเลียบเคียงถามลักษณะหน้าตาของคนร้าย
แม้ไม่เห็นหน้า อย่างน้อยก็รู้ว่าคนร้ายไม่เพียงเยี่ยมยุทธ์ ยังถนัดอาวุธลับอีกด้วย
แถมพลังหมัดก็หนักกว่าทิช่ิว





แปลกแฮะ มีอะไรอยู่ในขาบ้อเช้งก็ไม่รู้
ก็อยู่มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ ไม่เจ็บไม่ปวด เลยไม่สนใจ





ซ่งจือหยิน: ท่านไม่อยากรู้เลยเหรอ ว่ามันเป็นอะไร
บ้อเช้ง: อยากรู้ก็ผ่าออกมาดูเลยสิ
ซ่งจือหยิน: ผ่าเหรอ
บ้อเช้ง: ก็เหมือนฮัวโต๋ ผ่ากวนอูไง ผ่าเลยสิ
ทำไม หรือว่าไม่กล้า
ซ่งจือหยิน: ได้เลย




แปลกจัง ทำไมอาวุธลับเหมือนกันเด๊ะ
หรือว่าคนร้ายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตของบ้อเช้ง





นายพล Shu มาส่งอาหญิงกลับกองปราบ
บ้อเช้งมารอดักถาม พอรู้ว่าเกี่ยวข้องกับอดีตของบ้อเช้งเท่านั้นแหละ
ต่างคนต่างหาเรื่องชิ่งแทบไม่ทัน กลับยิ่งสร้างความสงสัยมากขึ้นไปอีก





บ้อเช้งจึงสอบถามบัณฑิตรอบรู้จนได้ความกระจ่างว่า
อาวุธลับนี้เป็นของ Fok To-yaun หากไม่ใช้วิชาซัดอาวุธลับประจำตระกูล Fok
ไม่มีใครสามารถใช้อาวุธลับนี้ได้
ยี่สิบปีก่อน ตระกูล Shing และ Fok ใช้เลือดล้างตระกูลทั้งสองฝ่าย
ไม่เหลือรอดแม้เด็กเล็ก
ภายหลังเจ้าอาวาสได้นำพาลูกวัดมาช่วยกันเก็บศพ
พระบางรูปเห็นสภาพเอน็จอนาถ ถึงกับล้มป่วย





ซ่งจือหยิน: ข้าไม่เข้าใจเลยว่า ใครกันนะช่างทำร้ายเด็กไร้เดียงสา
ทำลายชีิวิตท่านทั้งชีวิต
บ้อเช้ง: ข้าเพียงแต่หวังว่า จะจับฆาตกรได้ในเร็ววัน
ซ่งจือหยิน: ท่านคิดว่าคนร้ายคนนี้ เป็นคนฆ่าฉั่วเถา และ Tai-yung
ถ้าจับเขาได้ ท่านจะได้ช่วยล้างมลทินให้ทิช่ิว
บ้อเช้ง: ไม่เพียงเท่านั้น ข้าอาจจะรู้อดีตของตัวเองด้วย
ซ่งจือหยิน: ท่านคิดว่าคนที่ทำร้ายท่าน คือคนตระกูล Fok หรือ
บ้อเช้ง: ข้าไม่รู้ แค่ยกเรื่องนี้มาพูด ใครๆ ก็ดูจะหลบเลียง
ข้าเพียงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า และข้าเป็นใครกันแน่
ซ่งจือหยิน: ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ช้าจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ
บ้อเช้ง: ขอบใจมาก จือหยิน






ตุยเมี่ยกับแนฮ้วยอาสาติดตามเรื่องฆาตกรลึกลับให้เอง
ขอให้บ้อเช้งไปสืบประวัติตัวเองอย่างสบายใจเถอะ





เพื่อช่วยเหลือคดีของทิชิ่ว จูกัวะซิงแซเดินทางไปยังเขตปกครองของท่านอ๋อง Chai
หลายปีมานี้ มีข้าราชการถูกลอบสังหารไปจำนวนไม่น้อย
คดีเหล่านี้อาจเกี่ยวพันกับคดีของทิชิ่ว ท่านอ๋อง Chai ให้ความร่วมมือ
อนุญาตให้จูกัวะซิงแซค้นดดีเก่าๆ มาดู




พอดีกับเซี่ยวกุกขนส่งสินค้ามาถึง
พระชายาไม่ค่อยสบายใจที่เห็นท่านอ๋องคบค้ากับสหพันธ์
จูกัวซิงแซรับปากว่าหลังจากเสร็จคดีทิชิ่ว จะช่วยดูให้
พระชายาค่อยสบายใจขึ่นหน่อย





แปลกจริง ทำไมฉั่วเกียให้เซี่ยวกุกลักลอบขนกำมะถันมาชายแดน
แม้แต่เจ้าสำนัก Ling ก็ไม่รู้เหตุผล
ไหนๆ แล้ว เซี่ยวกุกขอรู้หน่อยเหอะ เข้าไปดูในถ้ำลับใต้ภูเขา ก็พบว่า
ฉั่วเกียกำลังผลิตอาวุธจำนวนมาก ส่วนจะทำไปเพื่ออะไร
อย่าอยากรู้อยากเห็นจะปลอดภัยกว่า





ซ่งจือหยินรายงานฉั่วเกียเรื่องฆาตกรตัวจริง
จะเป็นใครก็ช่าง ฉั่วเกียวไม่ยอมให้ลอยนวลไปได้
ขอเพียงกองปราบพบตัวฆาตกร ซ่งจือหยินก็จะลงมือล้านแค้นให้ฉั่วเถาทันที




ซ่งจือหยินยังรายงานเรื่องที่บ้อเช้งสงสัยว่าตัวเองจะเป็นทายาทตระกูล Shing อีกด้วย
กลายเป็นว่า ฉั่วเกียให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่าการตามหาตัวฆาตกรซะอีก
เดี๋ยวหาคนอื่นไปทำแทน ให้ซ่งจือหยินประกบบ้อเช้ง หาความจริงให้ได้ก็พอ

ส่วนเรื่องจูกัวะซิงแซเดินทางไปเขตปกครองของท่านอ๋อง ไม่ต้องไปสนใจ
ตอนนี้ จูกัวะซิงแซจะเอาตัวเองไม่รอดอยู่แล้ว
ไม่มีเวลามาสืบเรื่องอาวุธหรอก









 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2552 22:38:44 น.
Counter : 1087 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 18





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 18



จากตอนที่แล้ว ฉั่วเถาถูกฮ่องเต้สั่งเนรเทศไปหลิ่งหนัน
ขืนไปแดนกันดารอย่างนั้น มีหวังตายกันพอดี

ฉั่วเกียยังไม่สำนึก กลับเข้าข้างลูกชาย คิดแค้นฮ่องเต้และกองปราบ





แค่พ้นเขตเมือง ผู้คุมก็รีบปล่อยตัวฉั่วเถา
ก็โดนฉั่วเกียเอาเงินฟาดหัวไปเรียบร้อย
พ้นป่านี้ไป เดี๋ยวก็มีคนมารับ




ก่อกรรมไว้ ยังไงก็หนีไม่พ้น
ยังไม่ทันพ้นราวป่า ฉั่วเถาก็โดนฆาตกรลึกลับฆ่าตาย





ที่ลูกชายตัวเองตายล่ะก็ เสียใจรับไม่ได้ขึ้นมาเชียว
ฉั่วเกียสังเกตเห็นร่องรอยหมัดที่ทรวงอกของลูกชาย
นอกจากทิชิ่ว จะมีใครที่มีพลังหมัดรุนแรงอย่างนี้





ทิชิ่วยังเสียใจเรื่อง Yau-tung ไม่หาย
ดื่มเหล้าไปก็ไม่คลายทุกข์ได้หรอก สำคัญตอนนี้ต้องเป็นกำลังใจให้ Yau-tung สิ
ยังไงฉั่วเถาก็ถูกลงโทษไปแล้ว

ทิชิ่ว: แค่เนรเทศยังน้อยไป ไม่สาสมกับความชั่วของมัน






ฉั่วเกียนำสมุนมาจับทิชิ่วไปลงโทษ



หลักฐานแค่นี้ จะมาจับกันง่ายๆ ได้ยังไง
คนที่มีพลังหมัดแข็งแกร่ง ใช่ว่าจะมีเพียงทิชิ่วคนเดียวซะเมื่อไหร่
ว่าแต่ไปหลิ่งหนันไม่เห็นต้องผ่านป่า ทำไม้ ทำไม ไปตายที่นั่นได้

ฉั่วเกียจนถ้อยคำ ได้แต่ล่าถอยชั่วคราว
อย่าให้รู้ว่าปกป้องตัวฆาตกรละกัน





จูกัวะซิงแซเชื่อมั่นในตัวทิชิ่ว
ขอให้สืบหาฆาตกรตัวจริงเจอ ทิช่ิวก็จะพ้นข้อกล่าวหาเอง




ฮูหยินผู้คุมมารับศพ นางเห็นปิ่นปักผมของตนก็ให้แปลกใจ
นางทำหายไปเมือหลายวันก่อน ไฉนจึงมาอยู่กับสามีได้





ดูแล้วก็รู้ว่า ต้องมีคนเอาปิ่นมาขู่ผู้คมแน่
ผู้คุมห่วงใยความปลอดภัยของฮูหยิน จึงยอมฆ่าตัวตาย ไม่ยอมเป็นพยานเอาผิดฉั่วเถา
แต่กองปราบมีเวรยามหนาแน่น คนนอกไม่อาจเข้ามาได้
จะต้องมีไส้ศึกอย่างแน่นอน





Lam Yeuk-fei ได้ยินข่าวว่าทิชิ่วฆ่าฉั่วเถาจึงรีบมากองปราบ
นางเห็นปิ่นปักผมก็จำได้ว่าเป็นของซ่งจือหยิน




คืนนั้น แม่นางซ่งทำปิ่นตก
ตอนนางเห็น ยังนึกว่าบ้อเช้งซื้อให้ซ่งจือหยินด้วยซ้ำ
แต่แม่นางซ่งบอกว่านางซื้อมาเอง





บ้อเช้ง: เจ้าจำผิดหรือเปล่า ป่ินนี่เป็นของหมั้นของฮูหยินผู้คุมต่างหาก
Lam Yeuk-fei: ข้าเห็นชัดๆ จะจำผิดได้อย่างไร
ทิชิ่ว: ข้าจะไปถามแม่นางซ่งเดี๋ยวนี้
บ้อเช้ง: ช้าก่อน อาจจะเป็นปิ่นที่คล้ายกันก็ได้
หรือหากนางเป็นไส้ศึกจริง นางก็คงไม่ยอมรับ
Lam Yeuk-fei: ทิชิ่ว ท่านคิดว่าแม่นางซ่งเป็นไส้ศึกหรือ
ไม่น่าจะเป็นไปได้ คนอย่างนางไม่น่าจะยอมฆ่าคนเพื่อฉั่วเกีย
บ้อเช้ง: นางตั้งใจรักษาผู้คุมอย่างดี เพื่อให้เขาเป็นพยานฝ่ายเรา
เจ้าไม่ควรคิดสงสัยนาง





ทิชิ่ว: ไม่นะ ก่อนผู้คุมฆ่าตัวตาย นางก็มอบของบางอย่างให้เขา
บ้อเช้ง: เจ้าคิดว่าเป็นป่ินนี่หรือ
ทิชิ่ว: ไม่ใช่แค่นั้น ท่านยังจำเสื้อเปื้อนเลือดของเจ้าสำนัก Lam ได้หรือไม่
Lam Yeuk-fei: ไหน ท่านจูกัวะว่าเสื้อนั่นไม่มีปัญหา
ทิชิ่ว: ข้าสงสัยว่าแม่นางซ่งจะสับเปลี่ยนเสิ้อ
นางเป็นคนเดียวที่เข้าไปในห้องท่าน
บ้อเช้ง: เจ้าสงสัยแม่นางซ่งมานานแล้ว ทำไมไม่บอกข้า
ทิชิ่ว: ท่านกับนางมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ข้าเกรงว่าท่านจะไม่เชื่อ
จึงไม่ได้พูดออกไป แต่ตอนนี้ มีเรื่องนี้เข้ามาอีก
บ้อเช้ง: หากจือหยินเป็นไส้ศึกจริง ข้าย่อมไม่ปล่อยนาง (ให้มันจริงเหอะ)
ก่อนอื่น เราต้องหาหลักฐานมัดตัวนางให้ได้





ปอดก็แข็งแรงดี อาการภูมิแพ้ก็ลดลง
แหม ถ้าแค่จับชีพจร แล้วรู้ใจคนอื่นได้ ก็คงจะดี

ซ่งจือหยิน: งั้นท่านลองจับชีพจรข้าดูสิ เผื่อจะรู้ว่าข้าคิดอะไร

พี่บ้อเช้งเนี่ยนะ เวลาอยู่กับแม่นางซ่งล่ะก็ ทำหน้าน่ารักขึ้นมาเชียว





ทิชิ่วทำทีว่ามีข่าวจากกองปราบมาบอก
เพื่อวางกับดักซ่งจือหยิน นางแสร้งขอตัว
แต่ทั้งสองก็กะว่ายังไงนางต้องแอบฟังแน่นอน





ทิชิ่ว: ฮูหยินผู้คุมพบจดหมายลับของสามี
อาจจะเป็นหลักฐานเอาผิดฉั่วเกียได้
บ้อเช้ง: ตอนนี้ นางอยู่ไหน
ทิชิ่ว: ข้าให้นางพักที่โรงเตี๊ยม Yeut Loi และส่งคนไปคุ้มครองนางแล้ว




พอสองหนุ่มคล้อยหลัง ซ่งจือหยินก็รีบออกจากโรงหมอ
คาดว่านางคงไปแจ้งข่าวต่อฉั่วเกีย
และรีบรุดไปทำลายหลักฐาน

บ้อเช้ง: ความจริงเป็นอย่างไร ไม่นานก็จะได้รู้กัน
พวกเจ้าตามนางไป ส่วนข้าจะไปสมทบกับแนฮ้วยและ Yeuk-fei ที่โรงเตี๊ยม





ที่แรกที่ซ่งจือหยินแวะกลับเป็นร้านขายของเก่า
หายเข้าไปเป็นนาน ไม่รู้เข้าไปพบฉั่วเกียหรือเปล่า





แนฮ้วยกับ Lam Yeuk-fei ซ่อนตัวอยู่ในห้องฮูหยิน
ส่วนบ้อเช้งเฝ้าอยู่ห้องตรงข้าม





สุดท้ายแล้ว ซ่งจือหยินก็ไม่หลงกล
หลังจากนางหายเข้าไปในร้านขายของเก่าเป็นเวลานาน
นางก็ตรงกลับโรงหมอ ไม่ได้แวะที่อื่นอีกเลย





อยู่ดีๆ ก็มีพวกรับจ้างทำศพเข้ามาในโรงเตี๊ยม
อาจจะเป็นคนของฉั่วเกียก็ได้
ทั้งโรงเตี๊ยมก็มีแต่ฮูหยินผู้คุมที่สามีเพิ่งเสีย
อุตส่าห์ลุ้นแทบตาย ก็แค่มาขายของเอง





บ้อเช้งโล่งอกที่ซ่งจือหยินไม่ใช่ไส้ศึก
แต่ทิชิ่วยังไม่วางใจ ยังไงก็รู้สึกว่าร้านขายของเก่ามีพิรุธ
อคติไปรึเปล่า งานนี้ตุยเมี่ยเข้าข้างทิชิ่ว
จะเถียงกันไปทำไม แนฮ้วยเสนอให้ไปพิสูจน์เลยดีกว่า






สี่หนุ่มยกขบวนกันไปร้านค้าของเก่า
พบฮูหยินเฒ่าที่ป่วยเป็นโรคเรื้อน
สองแม่ลูกอวยกันแม่นางซ่งกันใหญ่
โรคเรื้อนหมอที่ไหนก็รังเกียจ มีแต่แม่นางซ่งที่ยอมมารักษาทุกวัน
ค่ารักษานางก็ไม่รับ ขอแค่ไข่มุกทะเลตะวันออก





ซ่งจือหยินนำไข่มุกทะเลตะวันออกมาเป็นกระษัยยา
รักษาอาการของ Yau-tung ทำให้สี่หนุ่มถูกนางตบตาจนได้






บ้อเช้ง: ทำไมเจ้าทำอะไร ไม่ห่วงใยตัวเองบ้างเหรอ
กับ Yau-tung ก็แบบนี้ กับฮูหยินเฒ่าก็แบบนี้
ซ่งจือหยิน: ท่านรู้ได้ยังไง
บ้อเช้ง: เจ้าคิดจะปิดข้าไปถึงเมื่อไหร่ ต้องรอให้เกิดเรื่องก่อนกับเจ้าก่อนหรือไง
เจ้ารู้มั้ยว่าการรักษาคนไข้โรคเรื้อนมันอันตรายแค่ไหน
ซ่งจือหยิน: ข้าเต็มใจนี่ อีกอย่างข้าจะได้ไข่มุกมาให้ Yau-tung ด้วย
ทิชิ่วเคยเสี่ยงชีวิตช่วยท่าน น้องสาวของเขา ข้าย่อมดูแลนางอย่างดีที่สุด
บ้อเช้ง: เจ้าช่างโง่นัก คนโง่อย่างเจ้าต้องมีข้าคอยดูแล





ทุกคนเชื่อสนิท ว่าแม่นางซ่งทำไปด้วยน้ำใจที่มีต่อบ้อเช้ง

ตุยเมี่ย: ต่อไปอย่าสงสัยนางอีกล่ะ
แนฮ้วย: ทำยังกับเจ้าไม่ได้สงสัยนางงั้นแหละ
ตุยเมี่ย: เจ้าก็ด้วย ถึงเจ้าจะไม่พูดไม่จา แต่ก็ถือว่าเจ้ามีส่วนร่วม
บ้อเช้ง: จบเรื่องซะที อย่างน้อยเราก็พิสูจน์ได้ว่า
ซ่งจือหยินไม่ใช่ไส้ศึก





ความจริงซ่งจือหยินเกือบติดกับแล้ว
พวกนางติดต่อกันโดยใช้การอ่านปาก
นางแจ้งข่าวเรื่องฮูหยินผู้คุมกับคนขายผัก ให้เตรียมทีมทำลายหลักฐาน
หลังจากรักษาฮูหยินเฒ่าแล้ว นางเห็นกระบี่เงินกระบี่ทองดื่มน้ำชาอย่างสบายใจจึงรู้ทันว่าเป็นกับดัก
นางรีบส่งข่าวให้เลิกการปฏิบัติการทันที





หลังจากรักษาฮูหยินเฒ่าแล้ว
นางเห็นกระบี่เงินกระบี่ทองดื่มน้ำชาอย่างสบายใจจึงรู้ทันว่าเป็นกับดัก
นางรีบส่งข่าวให้เลิกการปฏิบัติการทันที ก็ทีมที่ทำเป็นว่ามารับจ้างฝังศพนั่นแหละ





ซ่งจือหยิน เสนอแผนการกำจัดทิชิ่ว
เพื่อแก้แค้นให้ฉั่วเถา




เลิกดื่มเหล้าได้แล้ว ขืนทำตัวอย่างนี้ต่อไป
ใช่แต่ลุงทิจะเป็นห่วง Yeuk-fei ก็เช่นกัน

ใครน่าสงสารกว่ากันเนี่ย พ่อก็ตาย พี่น้องก็ทรยศ
สำนักก็ถูกคนอื่นยึดไป ไม่เห็นต้องดื่มเหล้าคลายทุกข์เลย






คนเขากำลังจู๋จี๋กัน ตุยเมี่ยก็ดันโผล่มาผิดจังหวะ
ทิชิ่วถือโอกาสขอตัว แหม ยังไม่หายโกรธกันอีกหรือ





Tai Yung ลูกน้องเก่า Lam Yeuk-fei พอเป็นใหญ่เข้าหน่อย
ก็วางอำนาจกับลูกน้อง Yeuk-fei เห็นแล้วอดไม่ไหว ต้องสอดมือเข้าห้าม





Tai Yungไม่พอใจ ตัดนิ้วลูกน้องประชดซะเลย
เรื่องของยุทธภพ กองปราบไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว





ทิชื่วไม่พอใจที่ Tai Yung พูดจาเสียดสี Yeuk-fei
อยากตายหรือไง ตุยเมี่ยต้องรีบห้าม
ทำอะไรคิดถึงพ่อกับ Yeuk-fei บ้าง





คืนนั้น Tai Yung ถูกคนลึกลับสังหาร
ชันสูตรศพแล้วถูกชกจนอวัยวะภายในแหลกเหลว ตายคาหมัด
แถมยังพบตรามือปราบของทิชิ่วตกอยู่ในละแวกนั้นอีกด้วย





ทิชิ่วยืนยันว่าตนเองไม่ได้ฆ่า Tai Yung
ส่วนตรามือปราบก็ยังอยู่ไม่ได้หายไปไหนซะหน่อย
งั้นแสดงว่าต้องมีตราอันหนึ่งที่ปลอม

เมื่ีอคืนหลังจากส่ง Lam Yeuk-fei แล้วก็ไปดื่มเหล้าจนเมา
จำไม่ได้ว่าไปไหนมาบ้าง




เซี่ยวกุกยกพวกมาทวงชีวิต Tai Yung
เป็นมือปราบกลับทำผิดกฎหมายซะเอง ใช้ได้ที่ไหน
ใครๆ ก็เห็นว่าเมื่อวานทิชิ่วทะเลาะกับ Tai Yung
แถมยังพบป้ายมือปราบของทิชิ่วอีก
ครบถ้วนทั้งพยานหลักฐานขนาดนี้ ยังจะปฏิเสธอีกหรือ

ทิชิ่ว: ป้ายของข้ายังอยู่นี่ เห็นชัดว่ามีคนคิดใส่ร้ายข้า
เซี่ยวกุก: เจ้าฆ่าคนแล้วทำป้ายหาย เลยให้คนช่วยทำปลอมขึ้นมาซะมากกว่า
ทิชิ่ว: หากเจ้ายังกล้าใส่ร้ายข้า ข้าจะฆ่าเจ้าซะเดี๋ยวนี้เลย
เซี่ยวกุก: พวกท่านได้ยินแล้วใช่มั้ย





ถึงจะมีคนเห็นทิชิ่วทะเลาะกับ Tai Yung
แต่ก็ไม่มีใครเห็นทิชิ่วฆ่า Tai Yung ซะหน่อย
ส่วนป้ายมือปราบ ตราบใดยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าป้ายเป็นของจริงหรือของปลอม
ก็ยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้

กองปราบไม่ปกป้องคนผิด แต่ก็ไม่คิดจะจับแพะ
หากยังกล้าสร้างปัญหา เด๋วท่านจูกัวะก็จับเข้าคุกซะให้เข็ด
ส่วนทิชิ่วต้องพักงานชั่วคราว





บ้อเช้งห่วงใยทิช่ิวซะจนซ่งจือหยินมาก็ยังไม่รู้เรื่อง
นางชันสูตรศพ Tai Yung แล้ว พบว่าสาเหตุการตายเหมือนฉั่วเถา
นอกจากทิชิ่วแล้ว นางยังนึกไม่ออกว่ามีใครมีฝีมือขนาดนี้
บ้อเช้งไม่อยากเชื่อ ทิชิ่วรักและห่วงใยครอบครัวมาก
เขาย่อมไม่ยอมทำให้ครอบครัวต้องเสียใจแน่นอน

ซ่งจือหยิน: ก็เพราะทิชิ่วเป็นคนมีน้ำใจเนี่ยแหละ
ท่านลองคิดดู ถ้าเป็นท่าน เห็นน้องสาวถูกคนรังแก คนรักถูกหักหลัง
ท่านจะทำอย่างไร
บ้อเช้ง: ทิขิ่วไม่ใช่คนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง
ซ่งจือหยิน: ต่อให้เป็นพี่น้องกัน ในใจคิดอะไรก็ใช่ว่าจะรู้
ท่านเองก็เพิ่งรู้จักทิชิ่วได้ไม่นาน
บ้อเช้ง: เจ้าพูดมาก็ถูก บางครั้งข้าเองยังไม่รู้เลยว่าในใจเจ้าคิดอะไร

อุ๊บสสส์ เป็นไงล่ะ ว่าใครไม่ว่ามาว่าทิชิ่ว ชิ โดนพี่บ้อเช้งเหน็บเข้าให้





ฉั่วเกียร้องเรียนฮ่องเต้เรื่องฉั่วเถาถูกลอบฆ่า
ฮ่องเต้ไม่สนพระทัย เพราะปวดพระเศียรกับอ๋อง Chai
ปีนึง ปีนึงมาไถเงินไปไม่น้อย
ปีนี้ ก็มาเซ้าซี้ขอเงินตั้งสองล้านตำลึง จะไม่ให้ก็ไม่ได้
เพราะตอนฮ่องเต้องค์ก่อนสิ้นพระชนม์ ไทเฮาเกรงอ๋อง Chai กับฮ่องเต้แย่งชิงบัลลังก์กัน
จึงขอให้อ๋อง Chai ยอมถอนตัว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องจัดงบประมาณให้อ๋อง Chai ทุกปี
ฉั่วเกียเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ยุให้ฮ่องเต้ตัดงบท่านอ๋อง




ท่านอ๋องต้องเดือดร้อน ไม่มีเงินจ่ายค่าเครื่องประดับให้พระชายา
ฉั่วเกียทำเป็นใจกว้าง จ่ายค่าเครื่องประดับให้




เข้าแผนสร้างความแตกแยกระหว่างฮ่องเต้กับท่านอ๋อง
ฉั่วเกียยุแหย่ให้ท่านอ๋องไม่พอใจฮ่องเต้ที่ไม่ยอมพระราชทานงบให้ตามที่ขอ
ขณะเดียวกันก็ ทำบุญคุณ โดยอ้างว่าจะสนับสนุนท่านอ๋อง
ให้ได้ตำแหน่งดูแลการขนส่งม้าและชาพันธุ์ดี รับรองเงินทองไหลมาเทมาแน่




Lam Yeuk-fei เป็นห่วงทิชิ่ว จึงคิดต้มยาให้เขาดื่ม เพื่อให้นอนหลับสบาย
ซ่งจือหยินอาสาช่วย แต่นางเกรงใจ ขอทำเองดีกว่า





อุตส่าห์เคี่ยวยามาให้ ทิชิ่วดื่มแล้วกลับฝันร้าย
เห็นฉั่วเถากับ Tai yung รังแก Yau-tung จึงลงมือทำร้ายทั้งสองคน





รู้สึกตัวอีกที มาอยู่นอกห้องได้ยังไงเนี่ย แถมสามมือปราบอยู่กันพร้อมหน้า
แล้วตุยเมี่ยเป็นอะไร ทำไมเลือดกำเดาไหล





สามหนุ่มกลุ้มใจ ทิชิ่วเป็นอะไรกันแน่ ทำไมดุจัง



ซ่งจือหยินวินิจฉัยว่าทิชิ่วเป็นโรคละเมอเดิน อาการเช่นนี้ อาจทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว
เอาล่ะสิ ทุกคนเริ่มสงสัยว่าทิชิ่วจะละเมอฆ่าคนหรือเปล่า
คงต้องผลัดกันเฝ้าทิชิ่วแล้วล่ะ










 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2552 23:38:07 น.
Counter : 1264 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 17





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 17



จากตอนที่แล้ว Yau-tung ช่วยเหลือองค์ชายรองหนีจากเหมืองทอง
แต่เพราะนางขาแพลง จึงถูกผู้คุมจับตัวได้




ด้วยเบาะแสของคนกลาง ทิชิ่วและตุยเมี่ย ตามมาถึงที่คุมขังคนงานเหมือง
พบคนงานจำนวนหนึ่ง แต่ไม่พบ Yau-tung




เหล่าคนงานต่างร่างกายอ่อนแอ และอดอยาก ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว
บ้อเช้งสังเกตเห็นจุดแดงที่หลังหูคนงาน จึงรู้ว่าคนงานถูกทำร้ายสมอง
ทำให้กลายเป็นคนปัญญาอ่อน มิน่าล่ะ ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ได้






เบาะแสขาดหาย ได้แต่ฝากความหวังที่แนฮ้วย



ซ่งจือหยินประมาทไปหน่อย ไม่นึกว่าบ้อเช้งจะสายตาดี
จับได้ว่าคนงานถูกทำลายสมอง ไม่ใช่ฝีมือใคร ก็ฝีมือซ่งจือหยินน่ะแหละ
วางแผนลวงให้มือปราบไปผิดทาง

ฉั่วเกียสั่งให้นางถ่วงเวลาอีกแค่วันเดียว หากยังตามหาตัวองค์ชายรองไม่เจอ
จูกัวะซิงแซต้องสิ้นชื่อแน่นอน





แนฮ้วยพบองค์ชายรองจนได้
แต่องค์ชายรองนึกว่าเขาเป็นนักฆ่าจึงหลบหนีจนตกหน้าผา





เพื่อช่วยเหลือองค์ชายรอง แนฮ้วยยอมโดนงูกัด



มือสังหารตามมาพบทั้งคู่ แนฮ้วยพิษงูกำเริบ จึงตกเป็นรอง




โชคดีท่ิชิ่วกับตุยเมี่ยมาช่วยทัน



ทิชิ่วรีบเอายาแก้พิษงูให้แนฮ้วยกิน แม้จะต้องรีบพาองค์ชายรองกลับวัง
แต่ความปลอดภัยของ Yau-tung ก็สำคัญ





ผู้คุมสั่งเผาคนงานทั้งเป็นเพื่อปกปิดความผิด



สามมือปราบไล่หลังมาติดๆ ทิชิ่วช่วยคนในบ้านหลังแรกไว้ได้



ส่วนตุยเมี่ยกับแนฮ้วย ก็สะกัดผู้คุมไม่ให้เผาบ้านหลังที่สอง
แต่ก็ต้องพบกับภาพสะเทือนใจ ทำใจให้ดีนะทิชิ่ว





Yau-tung ถูกผู้คุมรังแก ทุกคนได้แต่เสียใจที่ไม่อาจช่วยนางทัน





ฮ่องเต้ทรงชื่นชมกองปราบที่สามารถนำองค์ชายรองกลับมาได้อย่างปลอดภัย
แม้ว่าขันทึจะพยายามคัดค้าน แต่ฮ่องเต้ตรัสแล้วไม่คืนคำ
จึงทรงพระราชทานอภัยโทษให้แนฮ้วย และอนุญาตให้เป็นมือปราบต่อไป
ส่วนเรื่องเหมืองทองเถื่อน มีผู้ได้รับเคราะห์ไม่น้อย
ทรงมีพระบัญชาให้จูกัวะซิงแซทำการสืบสวนหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังมาให้ได้




Yau-tung กินไม่ได้นอนไม่หลับ
นางมีอาการหวาดผวาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้





ทิชิ่วเจ็บปวดใจที่ช่วยอะไรน้องสาวไม่ได้

Lam Yeuk-fei: ท่านอย่าได้โทษตัวเอง ท่านต้องให้เวลานางทำใจ
ไม่มีใครช่วยนางได้ นางต้องยืนหยัดด้วยตัวเอง





ทิชิ่วซ้อมผู้คุมเพื่อให้สารภาพผู้อยู่เบื้องหลัง
ทิชิ่วกับแนฮ้วยห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟ้ง ยังไงก็ต้องแก้แค้นแทน Yau-tung ให้ได้
ผู้คุมเห็นทิชิ่วเอาจริงก็กลัวตาย ยอมสารภาพว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือฉั่วเถา บุตรชายฉั่วเกีย





หากเป็นฝีมือฉั่วเถา เรื่องคงไม่ง่ายอย่างที่คิด
ต้องวางแผนให้ดีก่อนเข้าจับกุม มัวแต่คิดกันอยู่ได้ ทิชิ่วหายไปไหนแล้ว





ทิชิ่วใจร้อนบุกเข้าจวนเสนาบดี
ความแค้นทำให้เขาลงมือหนัก เล่นเอาฉั่วเถาเริ่มปอดแหก
แต่ฉั่วเกียก็ไม่ใช่ขี้ไก่





ฝีมือระดับฉั่วเกีย ต้องเจอกับจูกัวะซิงแซถึงจะสมน้ำสมเนื้อ

ถ้าฉั่วเกียอยากจะฟ้องฮ่องเต้ว่าทิชิ่วมาก่อกวนถึงจวนก็เชิญเลย
ดูซิว่าจะอธิบายเรื่องเหมืองทองเถื่อนยังไง




ทิชิ่วเอ๊ย ใจร้อนแบบนี้ เสียการใหญ่หมด
หลักฐานแค่นี้ จะเอาผิดฉั่วเถาได้อย่างไร
ขี้คร้านจะมีแต่ลูกสมุนที่ถูกติดคุกแทนน่ะสิ
จะสู้กับฉั่วเกียจะบุ่มบ่ามไม่ได้

บ้อเช้ง: ข้าไม่คิดเช่นนั้น ฝ่ายเรามีผู้คุมเป็นพยานมัดตัวฉั่วเถา
หากไม่เข้าถ้ำเสือตอนนี้ จะได้ลูกเสือหรือ
แนฮ้วย: ใช่ เราขี่หลังเสือแล้ว จะลงได้ยังไง
นายพล Shu: พวกเจ้าจ้องจะจับแต่ลูกเสือ ไม่ได้รู้เลยว่าพ่อเสือจ้องจะเล่นงานพวกเจ้าอยู่
ทิชิ่ว: ข้ามาเป็นมือปราบ เพราะอยากผดุงความยุติธรรม
ถ้ายอมถอยให้กับผู้มีอิทธิพล ข้าจะสู้หน้า Yau-tung ได้อย่างไร
ข้าจะสู้หน้าชาวบ้านที่ถูกจับไปใช้แรงงานได้อย่างไร
ตุยเมี่ย: ท่านนายพล หรือว่าท่านได้รับสินบนจากฉั่วเกีย
ถึงได้มาเกลี้ยกล่อมพวกเราเช่นนี้
อาหญิง: นั่นน่ะสิ ข้าดูท่านผิดไปจริงๆ






คราวนี้ จูกัวะซิงแซเข้าข้างนายพล Shu
ยังไม่ถึงเวลาจะต่อกรกับฉั่วเกีย ที่สำคัญตอนนี้คือต้องระวังความปลอดภัยของผู้คุม




ซ่งจือหยินมารักษาอาการบาดเจ็บให้กับผู้คุม
อย่างนี้เขาเรียกฝากปลาย่างไว้กับแมวหรือเปล่า
ซ่งจือหยินเอาปิ่นมาข่มขู่ผู้คุมไม่ไห้พูดมาก





ทิชิ่วยังอุตส่าห์หลวมตัวไปขอบคุณนางซะอีก




ทิชิ่วไม่พอใจที่ตุยเมี่ยมาเยี่ยม Yau-tung
Lam Yeuk-fei ต้องอ้างว่า Yau-tung เพิ่งหลับอย่าส่งเสียงดังรบกวนนาง





ทิชิ่วเข้าไปเยี่ยม Yau-tung โชคดีที่เขาตาไว
สังเกตเห็นรอยเลือด จึงได้รู้ว่า Yau-tung เฉือนข้อมือตัวเอง





ทำแบบนี้ พ่อกับพี่เสียใจรู้มั้ย ขาด Yau-tung ไป พวกเราจะอยู่กันได้อย่างไร




ทิชิ่ว: เป็นความผิดของเจ้า Yau-tung ต้องพบชะตากรรมเช่นนี้ เพราะเจ้า
ตุยเมี่ย: เป็นความผิดของข้า ถ้าชกข้าแล้วเจ้าสบายใจขึ้น ก็ทำเลย
เอาสิ ข้าจะไม่โต้ตอบ หรือต่อว่าเจ้า
ทิชิ่ว: คิดว่าข้าไม่กล้าทำหรือไง ข้าจะฆ่าเจ้าให้ดู





Lam Yeuk-fei เข้ามาห้าม

ทิชิ่ว: อย่าห้ามข้า เจ้าไม่เห็นหรือว่า Yau-tung มีสภาพยังไง
Lam Yeuk-fei: ถ้าเจ้าอยากฆ่าเค้านัก ข้าจะลงมือให้เอง





ที่สุดทิชิ่วก็ทำใจได้ ฆ่าตุยเมี่ยไป ก็เปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ดี

โถ แต่ก็โดน Lam Yeuk-fei ซ้อมเอาซะน่วมไปแล้ว





ถึงเวลาเปลี่ยนกะเฝ้าผู้คุมกับบ้อเช้ง แต่ดูสีหน้าแล้วจะไหวเร้อ

ทิชิ่ว: ยังไง ข้าก็ไม่ยอมให้ผู้คุมเป็นอะไรไป
บ้อเช้ง: เจ้าจะดูแลคนอื่นได้ยังไง ถ้ายังมีสภาพไม่เต็มร้อยอย่างนี้
ไปพ้กผ่อนซะเถอะ
ทิช่ิว: ท่านทำแทนข้าไหวเหรอไง
บ้อเช้ง: ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่เอาตัวไม่รอดน่ะสิ
ทิช่ิว: ท่านเองก็ทำหน้าที่มาหลายชั่วโมงแล้ว ท่านนั่นแหละควรจะไปพักผ่อน





วู้ย เถียงกันอยู่ได้ นึกว่าอยู่กันสองคนเหรอยะ
ไปพักผ่อนซะทั้งคู่แหละ เด๋วแนฮ้วยอยู่เอง




เถียงกันไปก็เสียเวลาเปล่า ผู้คุมแขวนคอตายซะแล้ว



ทิชิ่วรับไม่ได้อย่างแรง แต่โมโหไปผู้คุมก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก
ขาดพยานไปเสียคน คงจะเอาผิดฉั่วเถาได้ยาก




ฉั่วเกียชวนจูกัวะซิงแซมาเล่นหมากล้อม
เพื่อเตือนสติว่าเสียเบี้ยตัวสำคัญไปแล้ว จะเอาอะไรมาสู้
ขาดพยาน คำให้การก็เป็นแค่เศษกระดาษ

อย่าใส่ใจแพ้ชนะให้มากไป โลกนี้ต้องมีความสมดุล มีหยินมีหยาง
น้ำสะอาดไปก็ไม่มีปลา น้ำสกปรกไปก็ไม่มีปลา
เหตุผลแบบนี้ก็อ้างมาได้

ฉั่วเกียเสนอให้เงินชดเชยล้านตำลึงกับผู้เสียหายทั้งหมด
คิดดูให้ดี ดึงดันเอาผิดฉั่วเถาไปก็เท่านั้น สู้ยอมความกันซะ
ผู้เสียหายก็ได้ประโยชน์





จูกัวะซิงแซชักคิดหนัก เห็นสาวชาวบ้านต้องมาขอทานเพื่อฝังศพบิดา
ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เหมืองเถื่อน ย่ิงอนาถใจ





พระชายาเป็นห่วงจูกัวะซิงแซ หลายปีมานี้ ก็ต่อสู้กับฉั่วเกียไม่ได้หยุด
ยอมถอยก้าวหนึ่งก็ใช่ว่าจะไม่ดี

คนอย่างท่านจูกัวะ จะปล่อยวางง่ายๆ ได้หรือ
หากไม่อาจผดุงความยุติธรรม ชาวประชาจะได้รับความเดือดร้อน

พระชายา: หากท่านมัวแต่มุ่งรักษาความยุติธรรม
อาจทำให้ขาดวิสัยทัศน์ไปบ้าง
ถ้าท่านเห็นความยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
สมควรเปิดโปงบิดาข้าแต่แรก
นี่ท่านกลับปกป้องบิดาและข้า ข้าซาบซึ้งใจท่านนัก
ทุกคนล้วนอยากได้รับความยุติธรรม แต่มีบางครั้งก็อาจไม่มีวันได้รับ
อาจมีอีกหลายวิธีที่ช่วยเหลือผู้คนได้ ดูอย่างแม่นางผู้นั้น
ท่านมอบเงินให้นางทำศพบิดา นั่นอาจเป็นสิ่งที่นางต้องการมากกว่าความยุติธรรมก็เป็นได้





ฉั่วเกียรีบชิงตัดหน้าสารภาพแทนบุตรชาย
หวังให้๋ฮ่องเต้เห็นแก่ตดีความชอบที่ผ่านมา อภัยโทษให้ฉั่วเถา

นายพล Shu และจูกัวะซิงแซขอเข้าเฝ้าถวายรายงานเรื่องเหมืองเถื่อน
เหมือนนี้แม้เป็นของฉั่วเถา แต่เรื่องร้ายแรงอื่นๆ เป็นฝีมือของลูกน้อง
ไม่มีหลักฐานว่าฉั่วเถาเกี่ยวข้องด้วย

ฉั่วเกียพอใจที่จูกัวะซิงแซยอมอ่อนข้อให้





นึกว่าจะจบเรื่อง ญาติพี่น้องของชาวเหมืองที่ตายไปมาประท้วงหน้าวัง
ทหารองครักษ์พยายามสลายการประท้วง กลับทำร้ายชาวบ้าน

ทิชิ่วกับแนฮ้วยต้องออกโรงช่วยเหลือ





บ้อเช้ง: ฝ่าบาท ชาวบ้านเหล่านี้ มิใช่คนร้าย
พวกเขาสูญเสียคนในครอบครัวไป ขอให้ฝ่าบาททรงเห็นพระทัยด้วย
ฉั่วเกีย: ฝ่าบาท มือปราบที่รู้กฎหมายแล้วยังทำผิด
สมควรถูกลงโทษ




แนฮ้วยเดินทางไปพาองค์ชายมองโกลมาร่วมเรียกร้องให้ฮ่องเต้
ลงโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหมืองเถื่อน
ถูกกดดันขนาดนี้ ฮ่องเต้เลยต้องลงพระอาญาเนรเทศฉั่วเถาไปหลิ่งหนาน





ลูกศิษย์แต่ล่ะคน ทำอะไรไม่คิดกันบ้างเล้ย
เล่นพาชาวบ้านบุกเข้าวังหลวง ถ้าข่านมองโกลไม่ช่วยขอร้อง
มีหวังถูกพระราชอาญากันเป็นแถว

บ้อเช้ง: ท่านอา ข้าเป็นต้นคิด ข้ายอมรับผิดแต่ผู้เดียว
ทิชิ่ว: พวกเราไม่ตั้งใจทำให้ฮ่องเต้ตกพระทัย
เราต้องการแค่ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและแม่ม่าย
จูกัวะซิงแซ: เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่า ทำแบบนี้ อาจทำให้พวกเขาเดือดร้อน
ถ้าเราต้องเสียสละชาวบ้าน เพื่อความยุติธรรม มันคุ้มกันไหม
ทิชิ่ว: ท่านอา ท่านจะให้พวกเราประนีประนอมยอมความ
เพื่อให้ชาวบ้านได้รับค่าชดเชย แต่เราจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไม่ได้
จูกัวะซิงแซ: พวกเจ้ารู้แล้วหรือ
บ้อเช้ง: นายพล Shu บอกพวกเราหมดแล้ว
ตุยเมี่ย: เมื่อก่อนข้าไม่รู้ว่าความยุติธรรมคืออะไร ท่านเป็นคนสอนข้า
มาวันนี้ ท่านกลับบอกว่าความยุติธรรมไม่อาจเอาชนะทุกสิ่ง
แนฮ้วย: ข้าไม่เข้าใจเรื่องปรัขญาอะไร
ข้ารู้เพียงแต่ว่าข้าต้องผดุงความยุติธรรม
ข้าจะไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่ยอม







อาหญิงไม่พอใจที่ทุกคนทำเหมือนต่อต้านจูกัวะซิงแซ

บ้อเช้ง: อาหญิง ข้าเข้าใจดีว่าที่ท่านอาทำเช่นนี้ เพราะผู้คุมฆ่าตัวตาย
เมื่อขาดพยานเอาผิดฉั่วเถา ท่านอาจำเป็นต้องยอมประนึประนอมกับฉั่วเกีย
อย่างน้อยก็ยังได้ค่าชดเชยสำหรับชาวบ้านบ้าง
แต่เรื่องที่ขัดกับหลักการและจุดยืนเช่นนี้ ข้าไม่อาจยอมรับได้
อาหญิง: พวกเจ้าก็ยังต่อว่าท่านจูกัวะอยู่อีก
สมัยท่านจูกัวะสู้กับฉั่วเกีย พวกเจ้ายังเด็กอยู่เลย
จูกีวะซิงแซ: ช่างเหอะ ข้าอาจจะแก่แล้ว
ไม่มีความกล้าเช่นก่อน










 

Create Date : 27 มกราคม 2552    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2552 0:57:39 น.
Counter : 1478 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 16





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 16



จากตอนที่แล้ว แนฮ้วยพลั้งมือทำร้ายจูกัวะซิงแซ
เหล่ามือปราบและอาหญิงต่างไม่พอใจที่แนฮ้วยเนรคุณ
แถมนำความเดือดร้อนมาให้กองปราบ

จูกัวะซิงแซเตือนสติทุกคน แม้เมื่อก่อนแนฮ้วยจะเคยเป็นนักฆ่า
แต่หลังจากสี่มือปราบทำงานร่วมกัน แนฮ้วยก็เปลี่ยนไป
ศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกัน ไม่ควรจะมาแคลงใจ





เพื่อช่วยเหลือแนฮ้วย จูกัวะซิงแซตั้งใจจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้
พระชายาห้ามเอาไว้ ตอนนี้ ฮ่องเต้ทรงพิโรธหนัก ยากที่จะขอพระราชทายอภัยโทษได้
ถ้างั้นก็คงได้แต่ขอร้องให้พระชายาช่วยเหลือซักครั้ง





พระชายากล่อมให้ท่านอ๋องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ช่วยพูดให้กับจูกัวะซิงแซ



ก่อนเข้าเฝ้าดันพบกับฉั่วเกียซะนี่
โดนฉั่วเกียสะกิดเรื่องของบประมาณเข้าหน่อย
ท่านอ๋องใจฝ่อ เกรงฮ่องเต้จะโมโหเรื่องจูกัวะซิงแซ แล้วพาลมาตรวจสอบงบที่ขอ
ไม่เอาดีกว่า ถอยดีกว่างานนี้





แนฮ้วยได้พบกับเด็กรับใช้ขององค์ชายมองโกล
จึงรู้ว่าองค์ชายถูกลักพาตัวไป




แนฮ้วยนำเด็กรับใช้มาให้ซ่งจือหยินรักษา
กลับพบเซี่ยวตอ นางรู้ข่าวเขาถูกทางการตามล่า จึงคิดแวะไปถามข่าวคราวที่กองปราบ
มีสาวห่วงใยเช่นนี้ แนฮ้วยยังจากไปอย่างเย็นชา มันน่าให้เซี่ยวตอน้อยใจจริง จริง
แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ไปก่อนซ่งจือหยินจะออกมา





ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยที่จูกัวะซิงแซปกปิดที่มาของแนฮ้วย
รับนักฆ่ามาเป็นมือปราบได้ยังไง จูกัวะซิงแซขอโอกาสให้แนฮ้วยกลับตัว
หลักจากเป์อนมือปราบแล้ว แนฮ้วยก็ช่วยไขคดีต่างๆ มากมาย

ฉัวเกียไม่เห็นด้วย ฆาตกรยังไงก็เป็นฆาตกรวันยังค่ำ
กองปราบกลับปกป้องฆาตกร ประชาชนรู้เข้าจะว่าอย่างไร




ฉั่วเกียกำลังจะขอให้ฮ่องเต้ ปิดกองปราบเสีย
พอดีราชทูตมองโกลมาร้องเรียนเรื่องบุตรชายหายตัวไป
เรื่องฆาตกรเป็นเรื่องเล็ก องค์ชายสิเป็นเรื่องใหญ่

ถ้าไม่พบตัวองค์ชายล่ะก็ สัมพันธ์มองโกลกับจีนจบสิ้นกัน
เด็กรับใช้กลับมารายงานว่าองค์ชายถูกคนกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป
ตัวเองก็ตกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หากไม่ได้แนฮ้วยมาช่วย คงไม่ได้กลับมารายงาน





แนฮ้วยกลับไปยังถ้ำเก่าที่เคยอยู่
สามหนุ่มตามไปพบ





แนฮ้วย: ขอโทษด้วย
บ้อเช้ง: ไม่ต้องขอโทษข้า เจ้าควรไปขอโทษท่านอาจะดีกว่า
ถ้าท่านอาไม่บอกให้มา ข้าคงไม่มาพบเจ้า
แนฮ้วย: พวกเจ้าต้องการอะไร
ทิชิ่ว: เราเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน พวกเราย่อมไม่อยากเห็นเจ้าเดือดร้อน
เพื่อท่านอา และกองปราบ เจ้าควรจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ มอบตัวซะเถอะ
ตุยเมี่ย: เจ้าจะเอาแต่หนีตลอดไปไม่ได้หรอก
ท่านอาเข้าวังไปพบฮ่องเต้แล้ว ท่านต้องหาทางขอร้องฮ่องเต้ให้เจ้าได้แน่





แนฮ้วยเกือบใจอ่อนแล้วเชียว เซี่ยวกุกดันนำสมุนมาล้อมจับซะก่อน
ทำให้แนฮ้วยเข้าใจผิด คิดว่าสามหนุ่มหักหลัง





แถมขณะต่อสู้ บ้อเช้งซัดอาวุธลับช่วยแนฮ้วยซะอีก
แนฮ้วยคิดว่าบ้อเช้งคิดลอบทำร้าย จึงลงมือกับเขา
ทิชิ่วกับตุยเมี่ยต้องรีบเข้ามาช่วย





เซี่ยวกุกกำลังจะใช้พลธนู ท่านนายพลก็นำพระราชโองการมาถึง
ฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้แนฮ้วยตามหาองค์ชายมองโกลเป็นการทำคุณไถ่โทษ
โดยให้เวลา 7 วัน หากทำได้สำเร็จจะทรงพระราชทานอภัยโทษให้

มีพระราชโองการ เซี่ยวกุกก็ต้องล่าถอย






ความจริง จูกัวะซิงแซยอมใช้ชีวิตตนเองเป็นประกัน
เพื่อให้แนฮ้วยมีโอกาสทำคุณไถ่โทษ

แนฮ้วยรับปากจะหาตัวองค์ชายรองให้ได้





ปากก็บอกว่าทำขนมไปให้พี่ชาย
แล้วทำไมขนมที่ Yau-tung ทำ ถึงได้มีแต่ของชอบของตุยเมี่ยล่ะ

พ่อแม่บุญธรรมดีใจ จะได้มีลูกสะใภ้กับเขาซะที
แต่พ่อ Yau-tung ไม่ค่อยเห็นด้วย
ก็ตุยเมี่ยอ่ะดิ ดันมีชื่อเสียงด้านผู้หญิง ดูเป็นไม่จริงจังเรื่องความรัก
ใครจะอยากยกลูกสาวให้





ฉั่วเกียส่งทหารมาควบคุม และจับตาดูการเคลื่อนไหวของจูกัวะซิงแซ
จะไปซื้อกับข้าวยังยุ่งยากเลย




Yau-tong ทำขนมมาให้กิน ตุยเมี่ยยังเรื่องมาก
อยากกินขนมของหมู่บ้าน Sai Tau
ไม่ใช่ใกล้ๆ นะ กว่าจะไปถึงตั้งสองชั่วโมง นางยังรับปากจะไปซื้อให้เขาอีก





ระหว่างทาง Yau-tung ได้ยินนายหน้าหลอกคนไปขายแรงงานที่หูเป่ย
เดินทางตั้งครึ่งเดือน บอกมาได้ว่าแค่ครึ่งวัน
นางสงสารชายหนุ่มจึงทะเลาะกับนายหน้าแทนเขา





Yau-tung เลยพลอยฟ้าพลอยฝน โดนจับไปใช้แรงงานด้วยเลย




เมื่อคืน Yau-tung ไม่ได้กลับบ้าน ทิชิ่วกับตุยเมี่ยจึงช่วยกันออกตามหา
พบแต่เศษเสื้อผ้าและรองเท้าของนาง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนางล่ะก็ ตุยเมี่ยนายไม่รอดแน่
เอาน่า ยังไงก็กลับไปกองปราบนำคนมาช่วยกันค้นหาเถอะ




กระดาษที่ตุยเมี่ยพบในที่เกิดเหตุ เป็นตัวเลขนับจำนวนคน
บ้อเช้งสงสัยว่าที่ Yau-tung หายตัวไปอาจเกี่ยวกับที่องค์ชายรองหายตัวไปเช่นกัน

ทางด้านองค์ชายรองมีแนฮ้วยนำทีมตามหาอยู่แล้ว
ทิชิ่วก็ตามรอย Yau-tong แล้วกัน ตุยเมี่ยอาสาช่วยทิชิ่ว
ยังไงที่ Yau-tong หายไป เขาก็มีส่วน ถ้าไม่ขอให้นางซื้อขนมให้
เรื่องนี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น





Yau-tong ถูกจับไปทำงานที่เหมืองทองเถื่อน
ชาวบ้านที่ถูกจับตัวมา บอกให้นางไม่ต้องกังวล
หลายคนที่ถูกจับมา เมื่อเจ็บป่วยทำงานไม่ได้ ก็จะได้รับค่าจ้างและส่งตัวกลับบ้านไป





องค์ชายรองก็ถูกจับมาทำงานในเหมืองด้วย
บุตรชายฉั่วเกียมาตรวจงาน จึงพบว่าองค์ชายรองถูกคนของตนจับมา





ฉั่วเกียรู้เรื่องเข้าก็ใจคอไม่ค่อยดี ขืนเรื่องทราบถึงพระเนตรพระกรรณ
มีหวังโดนประหารทั้งตระกูล จะคืนตัวองค์ชาย เรื่องเหมืองก็ต้องแดงออกมา
เอาเป็นว่า เรื่ององค์ชาย ต้องจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้สืบมาถึงตัวได้เป็นดีที่สุด




แนฮ้วยและเหล่ามือปราบ เดินทางไปยังทะเลสาบที่องค์ชายถูกลักพาตัว
สถานที่กว้างใหญ่ แยกย้ายกันค้นหา น่าจะมีโอกาสเจอมากกว่า





แยกย้ายกันได้ไม่นาน แนฮ้วยก็ถูกซุ่มโจมตี
แต่ฝีมือแค่นี้หรือจะทำอะไรแนฮ้วยได้ ยังไม่ทันสอบถามว่าผู้บงการเป็นใคร
นักฆ่าก็ถูกสังหารซะก่อน






เซี่ยวกุกอ้างว่ามาช่วยตามหาองค์ชายรอง
เห็นแนฮ้วยมีภัย จึงได้เข้าช่วย จะปิดปากคนร้ายสิไม่ว่า




เซี่ยวกุก: ข้าว่าเจ้ามาเข้าร่วมสหพันธ์เถอะ
มีแต่สหพันธ์เท่านั้นจึงจะปกป้องเจ้าได้
แนฮ้วย: ข้าไม่เลวเหมือนพวกเจ้านี่ ถ้าข้าไม่ได้เป็นมือปราบล่ะก็ ข้าฆ่าเจ้าไปตั้งนานแล้ว
เซี่ยวกุก: ข้าอุตส่าห์ชี้ทางรอดให้ เจ้ากลับเลือกทางตาย โง่ที่สุด
แนฮ้วย: ความเป็นความตาย หาใช่เรื่องสำคัญสำหรับข้า




มาถึงท่าเรือ ท่าเรือก็พัง เรือก็ไม่มี ดูซิจะข้ามฟากได้อย่างไร
เรื่องจ้อย ว่ายน้ำข้ามไปก็ได้ฟระ





หลังจากผิงไฟจนตัวแห้งแล้ว
แนฮ้วยก็ได้พบกับคนงานเหมืองที่ถูกฆ่าปิดปาก





ทิชิ่วกับตุยเมี่ยออกตามหา Yau-tung
พบเห็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านทวงคนจากนายหน้า
ใครจะไปรู้ล่ะ เซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว ก็หมดหน้าที่นายหน้า
ชาวบ้านไม่รู้จะพึ่งใคร จึงคิดไปร้องเรียนกับทางการ

ถึงงานนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับ Yau-tung
แต่ความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นหน้าที่ของมือปราบ ต้องตามไปดู






ชาวบ้านไปร้องเรียน แต่โดนเจ้าหน้าที่ขับไล่

ทิิ่ชิ่วกับตุยเมี่ยจึงต้องแสดงตน โธ่เอ๊ยแค่ชาวบ้าน 10 คนไปทำงานต่างถิ่น
ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ อีกไม่นานก็กลับมาเองแหละ





นายอำเภอจอมขี้เกียจเอ๊ย
ตุยเมี่ยเห็นตัวเลขคนหาย แล้วนึกได้ถึงตัวเลขสิบในกระดาษ

ถ้าหาคนเขียนเจอ ก็อาจจะไขปริศนาได้ เรื่องนี้ปล่อยให้ตุยเมี่ยจัดการเถอะ





บิดาทิช่ิวเสียใจที่บุตรสาวหายตัวไปจนล้มป่วย
ดีที่ได้ Lam Yeuk-fei มาคอยช่วยดูแล





ซ่งจือหยินก็มาด้วย ความจริงนางอยากจะเลียบเคียงถามว่าทิชิ่วสืบเรื่องไปถึงไหนแล้ว




ประจวบกับตุยเมี่ยสืบรู้ว่าคนเขียนกระดาษคือนายหน้าคนกลางนั่นเอง



นายหน้าเตรียมตัวเผ่น ซ่งจือหยินตัดหน้าสองมือปราบ
มาจับครอบครัวนายหน้าเป็นตัวประกัน

ขืนปากโป้งล่ะก็ ตายยกครัวแน่





เพื่อชีวิตแม่กับลูกชาย นายหน้าได้แต่ปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพ
มือปราบมารายงานเรื่องแนฮ้วยพบชาวบ้านที่หายตัวไปถูกสังหาร
อาจจะมีส่วนเกี่ยวพันกับองค์ชายรองและ Yau-tung
ทำให้ทิชิ่วบันดาลโทสะ จนนายหน้ายอมสารภาพ





Yau-tung แอบได้ยินผู้คุมจะฆ่าองค์ชายรอง นางจึงช่วยพาหนี
ระหว่างทางพบศพชาวบ้านที่ถูกผู้คุมฆ่าปิดปากถูกทิ้งไว้ใต้หน้าผา





Yau-tung ขาแพลง หนีต่อไปไม่ไหว
นางขอให้องค์ชายรองรีบหนีไปก่อน ส่วนนางได้แต่ซ่อนตัวไว้
แต่ก็ไม่พ้นสายตาผู้คุมเหมือง









 

Create Date : 15 มกราคม 2552    
Last Update : 26 มกราคม 2552 0:18:55 น.
Counter : 1520 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.