Group Blog
 
All Blogs
 

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 10





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 10



ใกล้อาทิตย์ตกแล้ว เซี่ยวตอก็ยังไม่กลับมา
Ling Lok-shek เริ่มหงุดหงิด ยังดีที่แนฮ้วยกับตุยเมี่ยพานางกลับมาทันเวลา
เห็นลูกสาวสุดที่รักได้รับบาดเจ็บ ก็ยิ่งรมณ์บ่จอย





จะบ่นทำไม้ ถ้าตอนนั้น ตุยเมี่ยไม่สะกดรอยตามท่าน Li ไป
คงช่วยทั้งคู่ไม่ทันหรอก ควรจะขอบคุณตุยเมี่ยมากกว่า





ฝากไว้ก่อนเถอะ คราวนี้ถือว่าโชคดีไปนะจูกัวะ



ระหว่างเดินทางกลับจากหมู่บ้าน Shau Sun
Lam Yeuk fei ขอเคลียร์หน่อย

ทิชิ่ว: มีอะไร จะหาเรื่องอีกหรือ
Lam Yuek-fei: ข้าไม่ไร้สาระอย่างนั้นหรอกน่า
ตอนอยู่หมู่บ้าน Tin Shek เจ้าเคยช่วยช้า หนนี้ข้าช่วยเจ้า ถือว่าหายกัน
ทิชิ่ว: เราต่างคนต่างช่วยเหลือกัน เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า
Lam Yuek-fei: ข้าพอใจ หรือว่าเจ้ารังเกียจ




ข้างซ่งจือหยินเคียวเข็ญให้บ้อเช้งกินยาตามเคย
เฮ้อ น้ำแกงสมุนไพรก็ดื่มแล้วยังจะให้กินยาอีก

ซ่งจือหยิน: ยาเนี่ยข้าสกัดจากน้ำแกงเคี่ยวเข้มข้น มีประโยชน์มาก
ท่านคงอยากกลับเข้าเมืองอย่างมีสุขภาพดีใช่มั้ย
บ้อเช้ง: ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล
ซ่งจือหยิน: ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบคล้องถุงหอม ข้าเลยทำน้ำมันหอมมาให้ท่าน
เวลาท่านหอบ ให้ป้ายน้ำมันใต้จมูก ก็จะได้ผล





ในที่สุด ก็พบซินแส Lung อาจารย์ของซ่งจือหยินที่หายไป
สันนิษฐานว่า เขาปีนเขาหาต้น 7 นางฟ้า เพื่อนำไปใช้เป็นกระสัยยา
รักษาคนหมู่บ้าน Shau Sun กลับพลาดพลั้งตกมาคอหักตาย





หนนี้ ปิดคดีได้พร้อมกันสองคดี
อาหญิงเป็นห่วงบ้อเช้งที่สุด เพราะเกือบตายซะแล้ว

บ้อเช้ง: อาหญิงไม่ต้องห่วง ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก
ทิชิ่ว: ต้องขอบคุณแม่นางซ่งที่ข่วยดูแลศิษย์พี่
อาหญิง: เดี๋ยวข้าจะตุ๋นนำ้แกงโสมให้เจ้าดื่ม
บ้อเช้ง: เผื่อให้ทิชิ่วด้วยนะครับ อาหญิง (เริ่มห่วงใยทิช่ิวแล้วเหรอ)

ทิชิ่วทำหน้าตาแบบตรูหูฝาดไปป่าวเนี่ย





ตุยเมี่ย: ข้าก็ออกแรงในการจับตัวท่าน Li เหมือนกันน้า
ข้าก็น่าจะได้กินของบำรุงด้วย
อาหญิง: เซี่ยวตอถูกจับตัวไปเพราะเจ้า แถมเกือบทำให้กองปราบต้องเดือดร้อน
อย่าว่าแต่น้ำแกงเลย เจ้าไม่ควรได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำ
ตุยเมี่ย: ถ้าข้าไม่ได้กิน เขาก็ไม่ควรได้กิน
แนฮ้วย: ที่เซี่ยวตอถูกจับเป้นความผิดของพวกเรา
ข้ายินดีรับโทษ
ตุยเมี่ย: เอาจริงอ่ะ ข้าไม่อยากอดข้าวนี่
จูกัวะซิงแซ: เอาล่ะ เอาล่ะ เซี่ยวตอก็ปลอดภัยดี
ถือว่าพวกเจ้ามีความดีความชอบก็แล้วกัน





แนฮ้วยเล่าว่าเห็นเซี่ยวกุกอยู่ที่รังโจร
แต่เมื่อไม่มีหลักฐานจะทำอย่างไรได้
เกรงแต่ว่า Ling Lok Shek จะฉวยโอกาสนำเรื่องเซี่ยวตอไปฟ้องร้องฮ่องเต้
เพื่อกดดันกองปราบน่ะสิ

ของมันแน่อยู่แล้ว ฉั่วเกียหรือจะยอมพลาด คอยจ้องหาโอกาสเล่นงานกองปราบซะขนาดนี้





Ling Lok Shek กลุ้มใจ ทำไมลูกสาวถึงดื้อจัง
พ่อเตือนแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับพวกมือปราบ หนนี้ เกือบตายแล้วเห็นไหม

เซี่ยวตอยังคาใจที่ได้ยินเสียงหัวหน้าโจรคล้ายเสียงเซี่ยวกุก
ตอนนั้นกลัวเลยหูฝาดไปละมั้ง ลูกเอ๊ย





Ling Lok Shek โกรธลูกชายที่ไม่รอบคอบ จนเกือบฆ่าน้องสาวตัวเอง
ดีนะที่พ่อกล่อมให้เซี่ยวตอเข้าใจว่า คิดมากไปเอง
กะจะจัดการกองปราบ เอาหน้ากับท่านเสนาบดีฉั่วเกียซะหน่อย ผิดแผนจนได้




บ้อเช้งทดสอบหน้าไม้ ทิชิ่วช่วยเก็บลูกดอกให้

บ้อเช้ง: ขอบคุณ
ทิชิ่ว: ทำไมวันนี้ท่านสุภาพผิดปกติ
บ้อเช้ง: กระบี่เงิน กระบี่ทองไม่อยู่ ข้าก็ต้องสุภาพหน่อยสิ
ไมั่งั้นเจ้าจะช่วยข้าหรือ
ทิชิ่ว: หน้าไม้นี่แปลกดี ท่านออกแบบเองหรือ
บ้อเช้ง: หน้าไม้นี้ยิงลูกดอกได้พร้อมกันทีเดียวถึง 3 อัน
ข้ากำลังทดสอบ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ





หายากจริงๆ ที่จะเห็นบ้อเช้งคุยกับใครดีๆ
จูกัวะซิงแซยินดีที่คิดถูก ที่ดึงทิชิ่วเข้ามาร่วมงาน ว่าแต่อีกสองคนน่ะสิ





บิดาทิช่ิวแวะเอาซาละเปามาฝาก
และเอาเหรียญห้อยคอที่มาให้ทิชิ่ว จูกัวะซิงแซเห็นเหรียญแล้วก็จำได้





บิดาทิช่ิ่วยอมรับว่าทิชิ่วไม่ใช่ลูกแท้ๆ
ยี่สิบปีก่อนเขาเจอทิชิ่วร้องไห้อยู่ข้างศพชายผู้หนึ่ง
จึงเข้าใจว่าเป็นบิดาของทิชิ่ว ตัวทิชิ่วไม่มีหลักฐานใด มีเพียงเหรียญครึ่งเสี้ยวติดตัว




ที่แท้ ทิชิ่วเป็นบุตรชายคนรองของ Fok To-yuan ที่หายสาบสูญไป
ตอนเกิดเหตุการ์ณฆ่าล้างตระกูล
ตามหามานาน ไม่นึกว่าจะได้เจอกันโดยบังเอิญเช่นนี้

คนหนึ่งเป็นทายาทตระกูล Sheng อีกคนเป็นทายาทตระกูล Fok
ถ้าทั้งสองรู้ความจริง ไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น




คืนนั้น เกิดคดีฆ่าชิงทรัพย์โดยอาวุธพิสดารขึ้น



ตุยเมี่ยไขคดีปล้นเอาเงินประกันสำเร็จ
ภรรยาม่ายของเจ้านำนักคุ้มกันภัยส่งขนมหวานมาเป็นของกำนัล
พ่อแม่บุญธรรมของตุยเมี่ยไม่สนใจ โธ่ นึกว่าเป็นหูฉลาม รังนก




ตุยเมี่ยเอาไปให้ Yau Tong แถมยังโม้ว่าตัวเองเป็นคนทำซะอีก



Yau Tong ตามมาขอบคุณ
ตุยเมี่ยเห็นนักต้มตุ๋น หลอกชาวบ้านทายของในถ้วย
เรื่องแค่นี้ หมูมาก ทายไม่ออกก็ไม่ใช่ตุยเมี่ย
นักต้มตุ๋นเห็นท่าไม่ดี หาทางเผ่นก่อนหมดตัว




ตุยเมี่ยกับ Yau Tong ไล่ตามไปจนพบศพ
ปรากฎว่าผู้ตายเป็นพ่อค้าสมุนไพร ซึ่งไม่มีศัตรูที่ไหน
มีรายงานว่ามีเหตุการณ์ฆาตกรรมคล้ายคลึงกันสองศพ

ซ่งจือหยินตรวจสภาพศพพบว่าคอถูกแทงซ้ำหลายๆ ครั้งจนเกือบขาด
แต่บ้อเช้งดูแล้ว บาดแผลไม่น่าจะเกิดจากมีด แต่น่าจะเป็นอาวุธพิสดารที่ไม่เคยเห็นมาก่อน





ที่เห็นนี่ไม่ได้แอบงีบหลับนะ
บ้อเช้งเค้าพยายามจินตนาการวาดภาพอาวุธจากรอยบาดแผลหรอก




ดูจากบาดแผล มีรอยมีดสามรอยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน อยู่ดีๆ บ้อเช้งก็นึกภาพอาวุธนี้ได้
จูกัวะซิงแซชักสงสัยว่าบ้อเช้งจะเคยเห็นอาวุธนี้มาก่อน แต่บ้อเช้งคิดไม่ออกว่าไปเห็นมาจากไหน
แถมยังมีร่องรอยที่สถานที่เกิดเหดุที่ไม่น่าจะเกิดจากมีด





เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ บ้อเช้งสมกับเป็นบุตรเจ้าแห่งศาสตราวุธ
แม้ตอนจูกัวะซิงแซนำบ้อเช้งกลับบ้านมา เขาจะยังเป็นแค่ทารก
แต่ก็เกรงว่าบ้อเช้งจะนีกอะไรออก
ถ้าเกิดชาวยุทธภพรู้ว่าทายาทตระกูล Sheng ยังมีชีวิตอยู่
บ้อเช้งจะตกอยู่ในอันตราย
และหากบ้อเช้งต้องมารู้ว่าบิดาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศขายชาติ
คนที่มีความทะนงตนสูงอย่างบ้อเช้งคงรับไม่ได้แน่

แถมจูกัวะซิงแซยังรับทายาทตระกูล Fok มาเป็นศิษย์อีกคน ยุ่งกันใหญ่ล่ะงานนี้
ถ้าทิชิ่วรู้ความจริง ทั้งคู่อาจกลายเป็นศัตรูกันก็ได้
ยังไงก็ตามข่าวลือ ยังเป็นข่าวลือ ไม่มีใครรู้ว่า Shing Ting-tin ขายอาวุธให้ศัตรูจริงหรือไม่

ตอนนั้น ฉั่วเกียอยากได้ภาพแบบอาวุธอย่างมาก แต่ Shing Ting-tin ไม่รับปาก
จูกัวะซิงแซจึงสงสัยว่าฉั่วเกียอาจยุยง Fok To-yin ให้ฆ่าล้างตระกูล Shing
ยังไงก็อย่าเพิ่งวิตกไปเลย เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งยี่สิบปี คงเหลือคนจำได้ไม่กี่คนหรอก
ต่อให้บ้อเช้งนึกออก เกิดอยากสืบขึ้นมา ก็ไม่รู้จะสืบได้ยังไง




ท่านอ๋องคิดถึงพระชายา จึงมารับนางถึงเมืองหลวง
เสนาบดีฉวยโอกาสตีสนิทเชิญมาร่วมสังสรรค์




พอดี สายมารายงานเรื่องกองปราบกำลังสืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาให้ฉั่วเกียทราบ



พระชายาไปทำบุญที่วัด เห็นอาหญิงกำลังคุยกับชายหนุ่ม
ทรงจำได้ว่าชายหนุ่มนั้นเป็นสายของฉั่วเกีย
เมื่อถามอาหญิง นางกลับบอกปัดว่าชายหนุ่มแค่ถามทาง





พระชายาเห็นอาหญิงซื้อยันต์คุ้มภัยให้จูกัวะซิงแซและสี่มือปราบ

พระชายา: ข้าขอถามอะไรท่านหน่อยได้ไหม
สามีท่านตายมาหลายปีแล้ว ทำไมท่านยังไม่คิดแต่งงานใหม่อีก
อาหญิง: พระชายา ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วงข้า
เรื่องคู่ครองสวรรค์เป็นผู้กำหนด หาใช่ข้าเป็นผู้ตัดสิน
พระชายา: ไม่ใช่ว่าท่านหลงรักใครอยู่ โดยที่เขาไม่รู้หรอกนะ
อาหญิง: พระชายาคิดจะเป็นแม่สื่อให้ข้าหรือย่างไร
บอกตามตรง สตรีมากมายอิจฉาท่านที่ได้คู่ครองที่ดี
ท่านคงมีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ ล่ะสิ





ตุยเมี่ยเห็นภาพแบบอาวุธที่บ้อเช้งร่างขึ้น มันช่างพิสดารเหลือเชื่อ

ทิชิ่ว: ผู้คิดอาวุธชนิดนี้ ช่างโหดนัก
แนฮ้วย: อาวุธที่ใช้สังหารศัตรูได้อย่างรวดเร็วแบบนี้สิ ถึงนับว่าเป็นอาวุธชั้นยอด
ตุยเมี่ย: คนอะไร เลือดเย็นชมัด
บ้อเช้ง: ข้าว่าคนสร้างอาวุธนี้ต้องไม่ใช่ช่างเหล็กธรรมดา
ทิชิ่ว: ศิษย์พี่ต้องการให้พวกเราเอาแบบร่างนี้ไปสอบถามกับช่างตีเหล็กใช่หรือไม่





จูกัวะซิงแซชักใจไม่ค่อยดี กลัวบ้อเช้งจะรู้ประวัติตนเอง
รีบสั่งให้บ้อเช้งไปทำคดีอื่นที่ต้องใช้ปัญญาคลี่คลายคดี เรื่องนี้ปล่อยให้สามหนุ่มเขาสืบกันไป

ทิชิ่ว: แต่ว่าท่านอาครับ ศิษย์พี่เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องอาวุธดี
แถมยังเป็นคนร่างแบบเอง ทำไมท่านไม่ให้ศิษย์พี่สืบต่อล่ะครับ
จูกัวะซิงแซ: หรือว่าเจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดกว่า ช่วยข้าคลีคลายคดีอื่นได้ดีกว่าบ้อเช้งล่ะ
ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเจ้าก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีแล้วกัน





ตุยเมี่ย: พวกเจ้าว่าวันนี้ท่านอาดูแปลกๆ มั้ย ว่าไงแนฮ้วย
แนฮ้วย: อย่าถามข้า ข้าไม่รู้
ทิชิ่ว: ศิษย์พี่บ้อเช้ง
บ้อเช้ง: ช่างเถอะ พวกเจ้าไม่ต้องสนใจข้า สืบต่อไป





สามหนุ่มออกสืบตามร้านช่างตีเหล็ก ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร




เมื่อ Yau Tung เห็นแบบอาวุธ นางเติมโซ่ที่ด้านบนของอาวุธนั้น
ทำเช่นนี้แล้วอาวุธนี้ก็จะใช้ฆ่าคนได้จากระยะไกล





พบศพที่สี่ ซ่งจือหยินตรวจแล้วพบว่าตายด้วยอาวุธเดียวกัน




บ้อเช้งเห็นภาพร่างที่ Yau Tung เติมโซ๋ลงไป จึงรู้ทันทีว่ารอยปริศนาที่พบเห็นในทุกที่เกิดเหตุนั้น
เกิดจากโซ่ที่ใช้ยึดจับอาวุธนั่นเอง Yau Tung ฉลาดจริงๆ






ยังมีเบาะแสอีกอย่าง ที่ศพทุกศพ พบปี่เซียะ สัตว์มงคลที่มีแต่ปากไม่มีก้น
มีแต่เข้าไม่มีออก ตุยเมี่ยเห็นแล้วทายว่าผู้ตายทุกคนต้องเป็นนักพนันแน่นอน





ทิชิ่วกับตุยเมี่ยไปตรวจตราบ่อนพนัน พบ Lam Yeuk-fei คุมบ่อนอยู่



เมื่อเอารูปผู้ตายให้ดู ลูกน้องของ Lam Yeuk-fei จำได้ว่าพวกเขาเคยมาเล่นพนันที่บ่อน



จากการสืบสวนพบว่าผู้ตายล้วนชนะพนันในคืนที่ถูกปล้นฆ่า
บ้อเช้งสงสัยว่าฆาตกรจะตามผู้ตายมาจากบ่อน และลงมือเมื่อถึงที่เปลี่ยว

อาหญิง: ถึงอย่างนั้น ไม่เห็นต้องฆ่าต้องแกงกันเลยนี่
บ้อเช้ง: คนร้ายอาจไม่ตั้งใจให้ถึงแก่ชีวิต แต่อาวุธมีอานุภาพสูงเกินไป





ก่อนที่คนร้ายจะลงมือสังหารคนอีก จูกัวะซิงแซให้มือปราบทั้งสามวางกับดัก
แสร้งทำเป็นนักพนัน และเล่นให้ได้เงินจำนวนมาก
ทิชิ่ว กับแนฮ้วยต่างเล่นการพนันไม่เป็น หน้าที่นี้คงต้องมอบให้ตุยเมี่ย (อีกแล้ว)
หมู หมู เรื่องพนันตุยเมี่ยเป็นทุกอย่าง ยิ่งใช้เงินคนอื่นเล่นยิ่งชอบ

อาหญิง: นี่เป็นหน้าที่ เสร็จงานแล้วต้องคืนเงินหลวงนะ รู้มั้ย
ตุยเมี่ย: แล้วเงินที่ข้าชนะพนันล่ะ อาหญิง ข้าเก็บไว้ได้ป่าว (ไม่ได้ว้อยยย)




จูกัวะซิงแซมอบหมายให้ทิชิ่วประสานงานกับแม่นาง Lam

ทิชิ่ว: ท่านอา ข้าอยากจะขอให้ศิษย์พี่บ้อเช้งไปกับข้าด้วย
จูกัวะซิงแซ: ข้ามีงานอื่นมอบหมายให้บ้อเช้งทำ
แนฮ้วย ตุยเมี่ย พวกเจ้าก็ไปเตรียมตัวได้แล้ว

สงสารพี่บ้อเช้ง ทำหน้าละห้อย เป็นหมาน้อยถูกทิ้งเลย





แม่นางซ่งมาหลอกลวนลาม เอ๊ย มาตรวจอาการบ้อเช้ง

ซ่งจือหยิน: ชีพจรหัวใจท่านเต้นผิดปรกติ ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า
บ้อเช้ง: เจ้าเป็นหมอ หรือหมอดูกันแน่ พวกนั้นบอกเจ้าหมดแล้วสะ
ซ่งจือหยิน: พวกเขาห่วงใยท่าน จึงให้ข้ามาดู
บ้อเช้ง: ข้าไม่ต้องการคนปลอบใจ
ซ่งจือหยิน: ท่านรู้หรือไม่ว่า อารมณ์ท่านมีผลต่อสุขภาพ
ท่านเพิ่งจะหายดี ท่านจูกัวะจึงไม่อยากให้ท่านต้องตรากตรำอีก
บ้อเช้ง: ข้าจะทำงานต่อแล้ว






บ้อเช้งอดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ จึงไปปรึกษาบัณฑิตรอบรู้ Kam Kau-ling
เขาเล่าให้ฟังถึงตระกูล Sheng ซึ่งเป็นเจ้าแห่งศาสตราวุธ
อาวุธที่พวกเขาผลิต แม้ผู้ไม่เป็นวรยุทธเลย ก็สามารถใช้ฆ่าคนได้นับร้อย
เสียดายอยู่มาวันหนึ่ง ตระกูล Shing ก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
ที่บ้านมีเพียงคราบเลือด ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต

บ้อเช้งขอให้บัณฑิตรอบรู้ ช่วยทำการสืบต่อ





แนฮ้วยรับหน้าที่ดูภายนอกบ่อน ทิช่ิวดูข้างใน
ส่วนตุยเมี่ยก็เล่นพนัน โดยมีอา Fook ช่วยบอกใบ้

เมื่อเอาเงินหลวงมาเป็นของตัวเองไม่ได้ ตุยเมี่ยเลยให้พ่อแม่บุญธรรมมาคอยแทงตาม
ได้เงินพอแล้ว ก็รีบให้แม่บุญธรรมชิ่งอออกมาซะ






แม่บุญธรรมดันไปเจอผู้ร้ายเข้าระหว่างทาง เอาล่ะสิ จะรอดมั้ยเนี่ย










 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:58:04 น.
Counter : 954 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 9





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 9



ซ่งจือหยินตรวจอาการ Yau Fun แล้วพบว่านางยังไม่ตาย
อาการนี้คล้ายโรคพิษสุนัขบ้า แต่นางก็ไม่เคยโดนสุนัขกัด
เป็นไปได้ว่าที่หมู่บ้าน Shau Sun หรือหมู่บ้านศพเดินได้ ที่นางเล่าให้ฟัง
จะเป็นต้นกำเนิดของโรคระบาด

Yau Fun อาจติดเชื้อผ่านทางแผลไม้ใผ่บาดได้




จูกัวะซิงแซตัดสินใจให้สืบสวนหมู่บ้าน Shau Sun
ซ่งจือหยินเป็นห่วงอาจารย์ที่เดินทางไปหมู่บ้านก่อนหน้าแล้ว จึงขอดิดตามไปด้วย

ข้างฝ่ายตุยเมี่ย รีบหาทางเลี่ยง สำนักคุ้มภัยต้องเปิดเร็วๆ นี้แล้ว
จะให้มัวเดินทางไปหมู่บ้านได้ยังไง แนฮ้วยฟังแล้วรำคาญ ขี้ขลาดล่ะสิไม่ว่า
ไม่เป็นไร ทิชิ่วอาสาไปเอง





จูกัวะซิงแซมอบหมายให้ทิชิ่วกับบ้อเช้ง เดินทางไปหมู่บ้าน Shau Sun กับซ่งจือหยิน



ไปถึงหมู่บ้าน Shau Sun ทางการได้เข้ามาควบคุมโรคระบาด
โดยห้ามไม่ให้คนเข้าออกหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่ Sun เกรงว่าหากอนุญาตให้เหล่ามือปราบเข้าไป
หากเกิดอะไรขึ้นกับมือปราบ จะรับผิดชอบไม่ไหว
บ้อเช้งมอบป้ายมือปราบให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ Sun สบายใจว่าไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ
เจ้าหน้าทีให้เวลาบ้อเช้ง 7 วัน เพื่อหาสาเหตุของโรค
เม่ือถึงกำหนดจะวางเพลิงเผาล้างหมู่บ้าน หากมือปราบเกิดติดโรคขึ้นมา
ก็ต้องประสบชะตากรรมเดียวกับชาวบ้าน





ซินแส Lo หมอประจำหมู่บ้าน ฉวยโอกาสนี้ เข้าหมู่บ้านมาด้วย
โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว และติดต่ออย่างรวดเร็ว
10 วันก่อน ซินแสจึงออกจากหมู่บ้านไปเก็บสมุนไพร
เมื่อกลับมาก็พบว่าทางการปิดล้อมหมู่บ้านเสียแล้ว
ระหว่างทางเข้าหมู่บ้าน พบศพจำนวนมาก จนน่าตกใจ




บ้อเช้งเห็นเด็กน้อยถูกศพเดินได้ไล่ตาม จึงซัดอาวุธลับใส่ขาของนาง
กลับทำให้นางสะดุดล้มทับตอไม้เสียชีวิต
ส่วน Siu Wan ก็โดนกัดไปซะก่อน






Siu Wan อาการกำเริบรวดเร็วมาก ซ่งจือหยินเกือบโดนกัดซะแล้ว



ชาวบ้านรู้ข่าว Siu Wan โดนกัด จึงคิดมาพาตัวไป
ทิชิ่วไม่พอใจที่บ้อเช้งไม่คัดค้าน ก็จะให้ทำยังไง วิธีรักษาก็ไม่มี
ช่วยคนเดียว เดือดร้อนทั้งหมู่บ้าน จะให้เลือกทางไหน

ซินแส Lo สงสาร Siu Wan จึงเอาชีวิตตัวเองเป็นประกันว่า
Siu Wan จะไม่ออกไปทำร้ายใครแน่นอน และซินแสจะรีบหาทางรักษาโรคนี้ให้ได้
ชาวบ้านจึงยอมรามือ





ถึงเวลาสุมหัว ช่วยกันคิดสมุฏิฐานโรค
จะว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ก็ไม่มีใครถูกหมาบ้ากัด
บ้อเช้งสังเกตเห็นคนไข้จะมีเส้นเลือดแดงนูนขึ้นมา หรือว่าจะถูกยาพิษ
แต่คนทั้งหมู่บ้านก็ใช้น้ำจากบ่อเดียวกัน หากถูกยาพิษก็น่าจะโดนทุกคน

ซินแส Lo เล่าว่าชาวบ้านงมงายหลงเชื่อนักพรตที่อาราม
พากันไปขอยันต์คุ้มภัยกับน้ำมนต์ป้องกันปีศาจครอบงำ

บ้อเช้งขอให้ซ่งจือหยินกับกระบี่เงินกระบี่ทองไปตรวจบ่อน้ำ
ส่วนเขากับทิชิ่วจะไปตรวจสอบนักพรตที่อาราม

ซ่งจือหยินสอบถามถึงอาจารย์กับซินแส Lo
ซินแสไม่เคยเห็นอาจารย์นางมาก่อน เป็นไปได้ว่าอาจารย์นางเห็นหมู่บ้านถูกทางการปิดล้อม
จึงเดินทางกลับไปแล้ว





เมื่อทิชิ่วกับบ้อเช้งไปถึงพบว่าอารามกลายเป็นอารามร้างไปเสียแล้ว
นักพรตก็ถูกศพเดินได้กัด ก่อนอาการกำเริบได้สารภาพว่า
เป็นคนวางยาในบ่อน้ำเพื่อหลอกเอาเงินชาวบ้าน
บ้อเช้งดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะเป็นการบังเอิญมากกว่า
นักพรตไม่น่าเกี่ยวข้องกับโรคระบาด





อาการ Siu Wan ทรุดหนัก คงไม่รอดแน่แล้ว



Yau Tong สร้างหีบไม้สำหรับใส่เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว
โดยทำช่องลับให้ซ่อนตัวได้ ทีนี้จะได้รู้ซะทีว่าใครอยู่เบื้องหลังการปล้น

เอ่อม แต่ว่าช่องมันเล็กขนาดนี้ แนฮ้วยหรือตุยเมี่ย ก็เข้าไปซ่อนไม่ได้หรอก
Yau Tong อาสาทำเอง แต่ตุยเมี่ยไม่ยอม
แนฮ้วยรู้ทันหรอก กลัวทิชิ่วรู้ทีหลังอ่ะดิ๊






เซี่ยวตอรู้เรื่องก็อาสาลงมือ แค่ซ่อนตัวเองไม่เห็นยาก
ยังไงแนฮ้วยกับตุยเมี่ยคงไม่ยอมให้นางเป็นอะไรแน่




ท่าน Li งับเหยื่อตามความคาดหมาย



ย้อนกลับไปที่หมู่บ้าน ชาวบ้านต้องการฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ออกไป
กลับถูกเจ้าหน้าที่ลงมือทำร้าย ทิชิ่วขอร้องให้เจ้าหน้าที่เห็นใจชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับโรคระบาด
แถมทางการยังจะเผาล้างหมู่บ้านซะอีก เจ้าหน้าที่ก็ลำบากใจ
หากปล่อยให้โรคระบาดออกไปนอกหมู่บ้าน ความเสียหายอาจรุนแรงกว่านี้





ชาวบ้านไม่พอใจ ต้องการบุกฝ่าออกมา
ขณะชุลมุน Lam Yeuk fei ก็ปรากฎตัว จะตามมาก่อกวนอะไรอีกล่ะ





ชาวบ้านที่ติดเชื้อ อาการกำเริบ เกือบกัด Lam Yeuk fei เข้า
ทหารลงมือฆ่าฟัน เลือดกระเด็นไปโดนเจ้าหน้าที่ Sun เข้า
ด้วยความเกรงกลัวโรคระบาด เจ้าหน้าที่ Sun จึงถูกสังหาร
การที่เจ้าหน้าที่ Sun เสียชีวิต
ทำให้ทางการตัดสินใจเผาหมุ่บ้านก่อนกำหนด เหลือเวลาเพียงแค่วันเดียว





บ้อเช้งโรคหอบกำเริบอีก แต่เขาไม่อยากให้ทุกคนเป็นกังวล
เหลือเวลาแค่วันเดียว หาวิธีรักษาโรคดีกว่า

ซ่งจือหยินสังเกตเห็นสุนัขดุร้ายหลายตัวในหมู่บ้าน
บางทีอาจมีตัวใดตัวหนึ่งที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า
หากหาตัวเจอ นำมันสมองมาบดผสมกับตัวยา พอกบรเิวณบาดแผล
น่าจะช่วยรักษาโรคได้ ซินแส Lo ไม่เห็นด้วย ถ้าสาเหตุไม่ได้มาจากสุนัข
จะเป็นการเสียเวลาเปล่า ต่อให้สาเหตุมาจากสุนัขจริง
ตัวต้นเหตุคงตายไปนานแล้ว สู้ศึกษาตำราสมุนไพรหายารักษาเถอะ






ซินแส Lo วานซ่งจือหยินช่วยหยิบตำรายาในลิ้นชัก
นางเห็นรองเท้าข้างเดียวอยู่ ซินแสอ้างว่าเป็นรองเท้าที่คนไข้ให้มา
อยู่ดีๆ ก็หายไปข้างหนึ่ง พอดีเป็นคู่โปรดซะด้วยจะทิ้งก็เสียดาย เลยเก็บใส่ลิ้นชักไว้




เรื่องสมุนไพรไม่รู้จัก และไม่อยากจะนั่งรอเฉยๆ
ทิชิ่วชวน Lam Yeuk fei ออกไปดูรอบๆ หมู่บ้าน
อา Fook แกล้งปวดท้อง เพราะกลัวเจอศพเดินได้




ทำเป็นไม่กลัวไปงั้น ลึกๆ Lam Yeuk fei ก็หวั่นๆ อยู่
อยากจะตามพี่น้องพรรคฟ้ามาช่วย ก็เกรงจะพลอยติดโรคไปด้วย

บ้อเช้ง: ถ้าเจ้ากลัวนัก ก็ไม่ต้องตามมา ข้าจะไปดูทางโน้น
Lam Yeuk fei: ท่านทนทำงานกับเขาได้ยังไง
ทิชิ่ว: ศิษย์พี่ก็ไม่เลวนี่ เจ้ารู้จักเขานานๆ ก็จะรู้
Lam Yeuk fei: เค้าเนี่ยนะไม่เลว





บ้อเช้งตามรอยสุนัขตัวหนึ่งไป เขาเห็นมันกัดรองเท้าข้างที่หายไปของซินแส Lo
จังหวะนั้น อาการหอบของบ้อเช้งก็กำเริบขึ้นมาอีก





ทิชิ่วกับ Lam Yeuk fei กลับมาถึงที่พัก
บ้อเช้งให้เบาะแสแก่ทิชิ่วก่อนที่จะสลบไป

ว่าแต่รอยกัดเนี่ย มันรอยฟันสุนัข หรือผีดูดเลือดกันแน่คะพี่บ้อเช้ง





ซ่งจือหยินพยายามช่วยฝังเข็มรักษา
แต่บ้อเช้งโรคหอบกำเริบอยู่ก่อน ยิ่งโดนสุนัขบ้ากัด
อาการย่อมทรุดเร็วยิ่งขึ้น ที่ทำได้ก็แค่สกัดการหมุนเวียนของโลหิต
หากไม่ได้ยาแก้ เกรงว่า....

จะเพื่อรักษาบ้อเช้งก็ดี รักษาชาวบ้านก็ดี
ต้องตามหาสุนัขตัวนั้นให้พบ





ซินแส Lo แอบออกจากที่พักกลางดึก
Lam Yeuk fei กับทิชิ่วสะกดรอยตามเขาไปจนพบห้องลับที่ซินแสซ่อนสุนัขเอาไว้





ซินแส Lo รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบโรคระบาดที่เกิดขึ้น
เพราะเขาพบคนป่วยด้วยโรคประหลาดระหว่างขึ้นเขาเก็บสมุนไพร
ระหว่างทำการรักษา ผู้ป่วยก็ดันโดนสุนัขที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด
ทำให้เชื้อโรคทั้งสองตัวเกิดผสมผสานเป็นโรคใหม่
ซินแสรู้สึกว่าเป็นความท้าทายที่ต้องรักษาโรค จึงเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่ยอมบอกใคร
กลายเป็นว่าโรคยิ่งระบาดหนักเข้าไปอีก

ซินแส Lo กลัวบ้อเช้งจะรู้ความลับจึงสั่งสุนัขให้จู่โจมเขา
และยังคิดทำร้ายทิชิ่วกับ Lam Yeuk fei ด้วย
ระหว่างต่อสู้ Lam Yeuk fei พลาดพลั้ง ทำให้ซินแส Lo ถูกมีดของตัวเองปักอก
ก่อนตายซินแสมอบเทียบยาให้ทั้งคู่ เมื่อต้มมันสมองสุนัขกับสมุนไพรตามเทียบแล้ว
ให้เอาให้คนไข้ดื่ม อาการโรคก็จะหายไป




บ้อเช้งรู้สึกตัวจนได้

ซ่งจือหยิน: ข้าขอโทษ หากข้ารักษาโรคหอบให้ท่านจนหาย
ท่านคงไม่ต้องโดนสุนัขกัด ข้ายังเคยพูดอีกว่าจะรักษาโรคให้ท่านหายภายใน 1 เดือน แต่ข้า...
บ้อเช้ง: อย่าโทษตัวเองเลย ข้าผิดเอง ข้าไม่ฟังคำแนะนำของเจ้า
ซ่งจือหยิน: ท่านพูดถูกแล้ว ข้าไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ
ข้าจะรักษาสัญญา จะไม่รักษาท่านอีก ข้าจะบังคับท่านดื่มยา หรือสวมถุงสมุนไพรอีก
บ้อเช้ง: ทำไมเจ้าเป็นคนไม่รับผิดชอบอย่างนี้ เวลาที่ข้าต้องการให้เจ้ารักษา
เจ้ากลับไม่ยอมรักษาข้า ทำไมเจ้ายอมแพ้ง่ายนัก
เจ้าไม่ใช่ซ่งจือหยินคนเดิม





อาการพิษสุนัขบ้าเริ่มกำเริบ

บ้อเช้ง: สัญญากับข้า ถ้าข้ากลายเป็นศพเดินได้ อย่าปล่อยให้ข้าทำร้ายใคร
ซ่งจือหยิน: ข้าจะไม่ยอมให้ท่านเป็นอะไรไป
บ้อเช้ง: จงฆ่าข้าอย่าได้ลังเล

ดูหน้าแม่นางซ่งแล้ว คงทำพี่บ้อเช้งไม่ลง หุหุ





ทิชิ่วกับ Lam Yek-fei นำเทียบยาและสมุนไพรกลับมาให้ซ่งจือหยินต้มให้บ้อเช้งกิน



ทางการเตรียมเผาล้างหมู่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่
ข้างพวกทิชิ่วก็มัวแต่ต้มยา บ้อเช้งหายตัวไปตอนไหน ไม่มีใครรู้





เมื่อตามตัวพบ บ้อเช้งก็คลุ้มคลั่งไปแล้ว จำใครไม่ได้
ซ่งจือหยินรีบกลับไปเอายาด่วน





ทิชิ่วกับ Lam Yeuk-fei ช่วยกันจับตัวบ้อเช้งไว้ได้
ทหารมาถึงต้องการลงมือฆ่าผู้ป่วยทุกคน
ทิชิ่วขอเวลาจนซ่งจือหยินนำยามาถึง





ก็ได้แต่หวังว่าหลังดื่มยาแล้ว บ้อเช้งจะหายดี




เจ้าหน้าที่กำลังจะลงมือเผาหมู่บ้าน ยังดียาออกฤทธิ์เร็ว
บ้อเช้งหายป่วย เจ้าหน้าที่จึงยอมถอนทหารออกจากหมู่บ้าน




ต่อไปก็ต้มยาแจกชาวบ้าน

ทิชิ่ว: ศิษย์พี่ ท่านเพิ่งหายดี ทำไม่ไม่นอนพักต่ออีกหน่อย
บ้อเช้ง: ที่นี้จอแจยังกับตลาด ใครจะไปหลับลง (เอ ดูท่า ยานี้จะไม่ช่วยรักษาโรคปากเสียของพี่บ้อเช้งด้วยแฮะ)
เจ้าเองก็วิ่งวุ่นมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนซะบ้างเถอะ (ฮั่นแน่ เริ่มห่วงใยทิชิ่วแล้วใช่ม้า)
ทิชิ่ว: ยังมีงานให้ทำอีกมาก ข้าคงไม่อาจพักได้
บ้อเช้ง: ยังไงก็ตาม ครั้งนี้ เจ้าช่วยชีวิตข้า ขอบใจนะ

ตุยเมี่ยจ๋า เห็นมั้ย ศิษย์พี่ศิษย์น้อง เค้าต้องรักกันแบบนี้ กลับตัวกลับใจซะนะตุยเมี่ยนะ





ขบวนสินค้าถูกโจรปล้นตามคาด แนฮ้วยลงมือซะจริงจังเชียว
ชิลๆ หน่อย อย่าเอาจริง เด๋วโจรผิดสังเกต

เผลอหน่อยเดียว รถขนสินค้าก็หายไปแล้ว





จูกัวะซิงแซเพิ่งรู้จาก Yau Tong ว่าแนฮ้วยกับตุยเมี่ยยอมให้เซี่ยวตอช่วยงาน
ถ้าพ่อสาวเจ้ารู้เข้า มิยุ่งกันใหญ่เหรอเนี่ย

พูดไม่ทันขาดคำ Ling Lok-shek ก็มาตามลูกสาวถึงกองปราบ
ถ้าไม่คืนเซี่ยวตอมา มีเรื่องแน่





แนฮ้วยอาศัยการดมกลิ่นตามรอยเซี่ยวตอไป



เซี่ยวตอเผลอจาม จึงถูกโจรจับได้



โชคดีของจูกัวะซิงแซ ที่พระชายามาทัน Ling Lok-shek เห็นแก่หน้าพระชายา
จึงให้เวลาจูกัวะซิงแซถึงเวลาเย็น หากพระอาทิตย์ตกดินแล้ว เซี่ยวตอยังไม่กลับมา
Ling Lok-shek จะนำเรื่องขึ้นกราบทูลฮ่องเต้





ตุยเมี่ยหาแนฮ้วยกับเซี่ยวตอไม่เจอ
จึงหันไปสะกดรอยตามทางท่าน Li แทน




โจรกลุ่มนี้ ไม่ใช่ฝีมือใคร เป็นฝีมือเซี่ยวกุกนั่นเอง
เขาไม่รู้เลยว่าคนที่พวกโจรจับตัวมาก็คือเซี่ยวตอ ยังสั่งให้ฆ่านางทิ้งซะอีก




เมื่อเซี่ยวกุกคล้อยหลัง โจรร้ายก็คิดข่มเหงเซี่ยวตอ
แนฮ้วยเข้ามาช่วยนาง





แต่โจรร้ายอาศัยพวกมากจับเซี่ยวตอข่มขู่ทำให้แนฮ้วยต้องยอมวางดาบ









 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:57:31 น.
Counter : 1474 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 8





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 8



หญิงบ้าเห็นหน้าตุยเมี่ยก็ไม่ยอมให้เข้าบ้าน
แต่พอเห็นแนฮ้วยกับเซี่ยวตอ ก็หลงคิดว่าเป็นน้องชาย น้องสะใภ้





น้องชายของหญิงบ้า แต่งงานกับสาวนอกเผ่า และมีบุตรชายด้วยกันชื่อเซี่ยวเฮย
เนื้องจากชาวบ้านไม่ยอมรับคนนอก นางจึงจำใจต้องไล่น้องชายออกจากกบ้าน
ทำให้นางเสียใจมาถึงทุกวันนี้ หญิงบ้ามอบกำไลให้เซี่ยวตอแทนคำขอโทษ

ตุยเมี่ยรีบเข้าเรื่อง ขอให้หญิงบ้าช่วยหาทางตามหาสหายที่หายไปในป่าหิน





เทพหนี่ฮวาสั่งให้ชุ่ยชุ่ยเอายาพิษมาให้ เพื่อกำจัดทุกคนที่รู้เรื่อง
เป็นเทพจะฆ่าใครต้องอาศัยยาพิษด้วยเหรอ ไม่ใช่เทพจริงนี่นา
เรื่องอิทธิทธิ์ปาฏิหารย์ หลอกได้แต่ตาสีตาสาเท่านั้น จะมาหลอกบ้อเช้งไม่สำเร็จหรอก

เทพหนี่ฮวา: ถ้าข้าไม่ใช่เทพ ข้าจะฝังร่างผู้ตรวจการลงในก้อนหินได้ยังไง
บ้อเช้ง: ไม่เห็นยาก ที่จริงผู้ตรวจการถูกฆ่าตายตั้งแต่แรก
เจ้าตัดแขนตัดขาเขา แล้วเอาตัวใส่ลงไปในก้อนหินแตก
หลังจากนั้น เจ้าก็หาคนมาเลียนเสียงผู้ตรวจการ เพื่อหวังให้ทางการหลงเชื่อ
เทพหนี่ฮวา: ฉลาดดี่นี่ แต่มันสายไปแล้วล่ะ






ที่แท้ ชายหนุ่มในหมู่บ้านยังไม่ตาย

บ้อเช้ง: ข้าก็นึกอยู่แล้ว เจ้าทำไปก็เพื่อให้คนเชื่อในตำนานเทพหนี่ฮวาเท่านั้น
เทพหนี่ฮวา: เจ้ารู้นานแล้วหรือ
บ้อเช้ง: ใช่ ตั้งแต่พวกเจ้าทำเป็นเศร้าเสียใจ ตอนเห็นศพแล้ว ก็ไม่เห็นพวกเจ้าเสียใจอีกเลย
หลังจากนั้นข้าได้ตรวจสอบสุสาน พบว่าหลุมศพล้วนว่างเปล่า
ข้าจึงมั่นใจว่าชาวบ้านยังไม่ตาย
เทพหนี่ฮวา: รู้แล้วจะทำอะไรได้ ยังไงพวกเจ้าก็ไม่มีชีวิตรอดกลับไป





ชุ่ยชุ่ยพยายามขอร้องให้ปล่อยทุกคน แต่ไม่สำเร็จ
กะอีแค่ชาวบ้านธรรมดา บ้อเช้งรับมือได้อยู่แล้ว
ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดี รีบปาระเบิดควันเผ่นหนี





ทิชิ่วคิดจะช่วยแก้มัดให้ Lam Yeuk fei กลับผิดจังหวะไปหน่อย
เอาหัวไปโชกนางเข้า เล่นเอาสาวเจ้าโมโห จะช่วยแก้มัด หรือคิดจะเอาเปรียบกันแน่





ทิช่ิวลงทุนใช้ฟันกัดเชือกจนขาด



ในที่สุดก็พบผู้ตรวจการทั้งสามคน ชาวบ้านกลัวทั้งหมดจะหลบหนีไป
จึงปล่อยก้อนหินมาปิดทางเข้าถ้ำและยังคิดจะรมควันพิษพวกเขาจนตาย






หญิงบ้านำแนฮ้วยกับตุยเมี่ยมาช่วยเหลือทันเวลา ชาวบ้านสู้ไม่ได้ รีบหนีไป




ตุยเมี่ยเห็นควันออกจากปล่องบนยอดเขา จึงขึ้นไปช่วยทิชิ่วออกมาได้




บ้อเช้งสังเกตเห็นชาวบ้านพรางตัวเป็นก้อนหิน จึงสามารถหลบการลอบทำร้ายได้





ตุยเมี่ย: พวกเจ้าเป็นอะไรรึเปล่า
บ้อเช้ง: ข้าดูเหมือนเป็นอะไร รึงัย




หัวหน้าหมู่บ้านอ้างว่าที่ทำไปเพราะถูกทางการกดดัน
ผู้ตรวจการทั้งสามก็เป็นพวกกังฉินขูดรีด จนเหลือรับ




ชาวบ้านคิดลงมือลอบทำร้ายแนฮ้วย หญิงบ้าเข้ารับมีดแทน
นางยอมรับผิดแต่ผู้เดียว และขอไม่ให้เอาผิดกับชาวบ้าน




ผู้ใหญ่บ้านกะมั่วนิ่ม ให้หญิงบ้าเป็นแพะรับบาปไป ไหนๆ คนก็ตายแล้ว จะได้ปิดคดีได้
บ้อเช้งกับทิชิ่วไม่ยอมรับ คนทำผิดก็ต้องรับผิด ถึงจะทำเพราะถูกกดดันก็เถอะ
เพื่อช่วยชาวบ้านทั้งหมด Tai-ha ยอมสารภาพว่าตัวเองเป็นต้นคิด
เพราะแค้นใจที่สามีและลูกชายต้องมาตาย เพราะถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงานขนหินแร่





Tai-ha ฆ่าตัวตายไถ่โทษ ทิชิ่วอยากให้ปิดคดี แต่เหล่าผู้ตรวจการไม่เห็นด้วย
ฆ่าคนของทางการไม่ใช่เรื่องเล็ก จะยอมความกันง่ายๆ ได้ไง
ตุยเมี่ยไม่พอใจ ถ้าทั้งสามไม่กดขี่ชาวบ้าน รีดเงินทอง คงไม่เกิดเรื่อง
ยังตกลงกันไม่ได้ ซือหม่าคงก็รีบแจ้นมารายงานว่าฉั่วเกียนำทหารมาถึงหมู่บ้านแล้ว






ต่อหน้าฉั่วเกีย บ้อเช้งยอมพูดจากลบเกลื่อนให้กับชาวบ้าน
โดยอ้างว่าเห็นเทพหนี่ฮวาปรากฎตัว
ตุยเมี่ยเสริมว่าเมื่อพวกเขามาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านก็หายสาบสูญไปแล้ว
เมื่อสืบเสาะไปถึงป่าหิน ก็พบเทพหนี่ฮวาปรากฎกายมาเตือน
ไม่ให้นำหินแร่ออกไปจากหมู่บ้าน ไม่เช่นนั้น จะประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับชาวบ้าน
ผู้ตรวจการทั้งสามเกรงความผิดฐานคอร์รับชั่น จึงรับสมอ้างว่าถูกเทพหนี่ฮวาลักซ่อนไว้






จังหวะพอดี ก้อนหินใหญ่กลิ้งมาใส่ ทิชิ่วใช้พลังหมัดกระแทกก้อนหินแตก เห็นผลึกเพชรอยู่ภายใน




จูกัวะซิงแซรีบตีขลุมว่าเทพหนี่ฮวาคงมอบผลึกเพชรเป็นบรรณาการให้กับฮ่องเต้
เพื่อแลกกับการยกเลิกขนหินแร่จากหมู่บ้าน




จูกัวะซิงแซตำหนิสี่มือปราบที่หว่านล้อมให้ผู้ตรวจการโกหก
แต่บ้อเช้งรู้ใจท่านอา ว่าทำเป็นดุไปงั้นเอง จริงๆ ก็อยากให้ทั้งสี่คนช่วยเหลือชาวบ้าน
จูกัวะสงสัยว่าพวกเขาฝังผลึกเพชรในก้อนหินได้อย่างไร อยากรู้ก็ลองคิดดูเอาเอง
คนฉลาดๆ อย่างท่านอา น่าจะคิดออก






แนฮ้วยฝังศพท่านป้าที่หมู่บ้าน เซี่ยวตอตามมาดูด้วยความเป็นห่วง
แต่แนฮ้วยกลับลงมือสังหารสุนัขทิ้งต่อหน้านาง
มันทั้งแก่ และป่วยหนัก อยากจะเยียวยา สู้ให้ตายซะยังสบายกว่า





แนฮ้วยทวงกำไลที่ป้าของเขาให้กับเซี่ยวตอคืน



แนฮ้วยนำกำไลไปมอบให้มารดาที่หลุมศพ
ทิชิ่วกับตุยเมี่ยมาตามกลับเมืองหลวงพร้อมกัน
จึงได้รู้ว่าบิดามารดาแนฮ้วยเสียตั้งแต่เขาอายุ 4 ขวบ โชคดีที่ได้พ่อแม่บุญธรรมเลี้ยงดู
แล้วที่หลุมศพพ่อแม่บุญธรรมถึงที่ไม่มีชื่ออยู่ด้วย เพราะพวกเขาเป็นสุนัขป่านั่นเอง





ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยผลึกเพชรมาก ประกอบกับจูกัวะซิงแซทูลขอ
จึงยอมยกเลิกการเสาะหาหินแร่จากหมู่บ้านไป




เซี่ยวกุกไม่พอใจที่เซี่ยวตอแอบหนีออกจากบ้านไปหาพวกมือปราบ
ไอ้พวกนี้เนี่ยเป็นพวกปากว่าตาขยิบ ไม่สัตย์ซื่อจริงอย่างที่แสดงออกหรอก




ขุนพลสยองขวัญเป็นห่วงบุตรีจะถูกทำร้าย วิทยายุทธก็ไม่เป็นกับเขา
เซี่ยวตอฉวยโอกาสบอกพ่อว่านางจะหาคนสอนยุทธ์เอง
ขืนให้พ่อกับพี่ชายสอน คงมีแต่ตามใจนาง ไม่กล้าสอนจริงจัง





อาหญิงตั้งใจทำเสิ้อใหม่ให้แนฮ้วย เพราะสงสารที่บิดามารดาเขาตายตั้งแต่ยังเยาว์
คงไม่มีใครตัดเสื้อผ้าให้ แต่แนฮ้วยกลับไม่รับน้ำใจ
ถ้าจะสงสารก็สงสารตุยเมี่ยดีกว่ามั้ง คงอยู่อีกได้ไม่นาน
เพราะเล่นเอาความลับแนฮ้วยมาเล่าให้อาหญิงรู้ มีหวังชะตาขาดแน่





จูกัวะซิงแซ: แนฮ้วยไม่เลือดเย็นอย่างนั้นหรอก และตุยเมี่ยก็ไม่ได้ตั้งใจจะเล่าด้วย
บ้อเช้ง: เสือย่อมไม่ทิ้งลาย สัตว์ป่าย่อมเป็นสัตว์ป่า สิบแปดมงกุฎย่อมเป็นสิบแปดมงกุฎวันยังค่ำ
จูกัวะซิงแซ: แล้วทิชิ่วล่ะ เจ้าเคยบอกว่าทิช่ิวมีความกล้ามากกว่าสมอง
แต่หนนี้ หากไม่ได้เขา ชาวบ้านคงไม่อาจพ้นผิด
บ้อเช้ง: ข้าไม่เคยพูดอย่างนั้นซะหน่อย
จูกัวะซิงแซ: ถึงเจ้าไม่พูด เจ้าก็คิดล่ะน่า บ้อเช้ง คนเราย่อมเปลี่ยนแปลงได้
เหมือนพระจันทร์ย่อมมีวันกลม
เจ้าเองเป็นโรคหืดหอบมายี่สิบปีแล้ว หลายปีมานี้ โรคก็ไม่ทรุดลงอีก
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
บ้อเช้ง: หนนี้ เขาก็แค่โชคดี ข้ายังไม่เห็นด้วยกับท่านอาในการรับสามคนนั้นเป็นมือปราบ




เซี่ยวตอมาชอพบจูกัวะซิงแซเพื่อขอให้รับนางเป็นศิษย์
ตุยเมี่ยกระดี๊กระด๊า อยากฝึกวิชาร่วมกับสาวงาม
โธเอ๊ย ทำยังกับว่าตัวเองขยันฝีกวิชาทุกวันงั้นแหละ
อูย ไม่ค่อยกัดเลยนะ บ้อเช้ง





บ้อเช้ง: แม้เจ้าจะอยากกราบท่านอาเป็นอาจารย์ ก็ใช่ว่าท่านจะยอมรับเจ้า
อีกอย่างบิดาเจ้าคงไม่เห็นชอบเป็นแน่
ตุยเมี่ย: บิดานางกับท่านอาเป็นศัตรูกันหรือไง
บ้อเช้ง: ข้าคิดว่าเจ้าสำนัก Ling คงไม่รู้ว่าเจ้าคิดจะทำเช่นนี้
ตุยเมี่ย: บิดาเจ้าคือ Ling Lok Shek




จูกัวะซิงแซ: ข้าไม่เคยรับศิษย์ ทั้งสี่คนนี้ ข้าเพียงสอนวิชาให้พวกเขา ดังนั้น
บ้อเช้ง: ดังนั้น เจ้าควรกลับบ้านไปซะ
จูกัวะซิงแซ: เจ้าเดาผิดแล้ว ช้ากำลังจะพูดว่า ดังนั้น ข้าจะสอนวิชาเจ้า แต่ไม่รับเจ้าเป็นศิษย์
มีเวลาจะมาฝึกเมื่อไหร่ เจ้าก็มาได้





จูกัวะซิงแซมอบหมายให้ทิชิ่วสอนยุทธ์เบื้องต้นให้เซี่ยวตอ
แค่ท่าเบื้องต้นก็เก้ๆ กังๆ ซะแล้ว
Yau Tong นัดกับอาหญิง จะมาช่วยซ่อมประตู หน้าต่างให้
ทิชิ่วเห็นตุยเมี่ยมาวอแวกับ Yau Tong มากๆ ก็ไม่วางใจ





ทิชิ่วฝากให้แนฮ้วยช่วยสอนยุทธ์ให้เซี่ยวตอ



ขอคุยกันตัวตัวหน่อยดิ๊ ในฐานะพี่ชาย Yau Tong ก็อยากให้น้องสาวได้สามีที่ดี

ตุยเมี่ย: ใช่ Yau Tong เป็นสตรีดีงาม หากซักวันข้าได้แต่งงานกับสตรีดีๆ แบบนางล่ะก็
ทิชิ่ว: อะไรนะ เจ้าคิดจะแต่งงานกับ Yau Tong งั้นหรือ
ตุยเมี่ย: อะไร ข้าพูดเมื่อไหร่ว่าจะแต่งงานกับนาง ใครบอกว่าข้าจะแต่งงานล่ะ
ทิชิ่ว: ถ้างั้น เจ้าก็เลิกพัวพันนางซะที หากเจ้าคิดเอาเปรียบนาง
ระวังจะเป็นเช่นไม้ท่อนนี้






แนฮ้วยฝึกยุทธ์ให้เซี่ยวตอโดยขังนางไว้กับสุนัขดุ
ถ้าทิชิ่วมาช่วยไม่ทัน นางคงแย่




แนฮ้วย: เจ้าเป็นคนขอให้ข้าช่วยฝึกยุทธ์ให้นาง
ข้าเติบโตกับสุนัขป่า จึงเรียนยุทธ์ด้วยวิธีนี้
ทิชิ่ว: แต่ก็ไม่จำเป็นว่าเจ้าจะต้องสอนนางด้วยวิธีเดียวกัน
แนฮ้วย: ถ้านางกลัว ก็ไม่ควรฝึกยุทธ์





จูกัวะซิงแซทราบเรื่อง ก็ไม่อนาทร ตราบใดเซี่ยวตอไม่เป็นไร ทุกอย่างก็เรียบร้อย
บ้อเช้งอดกลุ้มใจไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยวตอ จะทำยังไง
คงไม่บอกนะว่าลืมไปแล้วว่าบิดานางคือ Ling Lok Shek
ตุยเมี่ยยิ่งคิดฟุ้งซ่าน ถ้านางเกิดเป็นสายล้บขึ้นมาล่ะ

โอ๊ย ใสซื่อแบบนี้น่ะเหรอ จะเป็นไส้ศึก ถ้าตบตามือปราบทั้งสี่ แถมจูกัวะซงแซได้
ก็ต้องยอมยกนิ้วให้แล้วล่ะ





ตุยเมี่ยสงสัยว่าท่านจูกัวะจะวางแผนให้เซี่ยวตอสืบเรื่องบิดา
เซี่ยวตอหลงรักแนฮ้วยออกจะตาย นางคงเต็มใจทำเพื่อเขา
แผนชายงามน่าจะเวิร์ค ไม่จริงมั้ง บ้อเช้งรับไม่ได้อ่ะ

จูกัวะซิงแซ ชักเห็นด้วยกับแผนชายงาม ยิงนัดเดียวได้นกสองตัว
แนฮ้วยจะได้เลิกเย็นชาซะที (บ้อเช้งปวดหัว ไม่รู้ท่านอาพูดจริง พูดเล่น)





พระชายาท่านอ๋อง Chai เดินทางมาเมืองหลวง
เพื่อมาเยี่ยม Sau Fun เพื่อนสนิทของนางที่สำนักคุ้มกันภัย Tak Wai กลับพบเห็นเรื่องร้อนใจ

สำนักคุ้มกันภัยทำงานล้มเหลว เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวถูกปล้น
จึงต้องจ่ายค่าปรับให้ท่านหลี่ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างสองเท่าตามสัญญา
เจ้าสำนักถูกฆ่าตายระหว่างถูกปล้น เมื่อไม่มีเงินชดใช้ ท่านหลี่จะนำตัวบุตรสาวไปใช้หนี้
ผู้ว่าจ้างเห็นแก่หน้าพระชายา ให้เวลาครืึ่งเดือนหาเงิน 10,000 ตำลึงมาชดใช้





จูกัวะซิงแซทราบข่าวพระชายาจึงไปดักรอพระชายาที่สะกดรอยตามท่านหลี่
เกิดเรื่องขนาดนี้ ทำไมไม่มาหาให้ช่วย
พระชายายังผูกใจเจ็บที่จูกัวะซิงแซเป็นต้นเหตุให้พ่อนางฆ่าตัวตาย

จูกัวะซิงแซ: ถ้าเจ้าอยากช่วยเพื่อน ก็อย่าเอาแต่อารมณ์
พระชายา: ได้ ดูซิว่าท่านจะช่วยข้ายังไง แต่อย่านึกนะว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะยกโทษให้






จากการสืบสวนของตุยเมี่ย ไม่พบว่ามีการนำเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวออกขาย
แต่พบว่าท่านหลี่เคยว่าจ้างสำนักคุ้มกันภัยอื่นๆ มาก่อน ทุกสำนักล้วนถูกปล้น
และถูกบังคับให้ชดใช้ จนต้องปิดสำนักกันไป

บ้อเช้งสงสัยว่าท่านหลี่จะเป็นตัวการวางแผนปล้นเอาเงินประกัน

ถึงรู้แล้วจะทำอย่างไรได้ ไม่มีหลักฐานซะหน่อย เรื่องต้มตุ๋น ต้องให้ตุยเมี่ยจัดการ





ตุยเมี่ยวางแผนเปิดสำนักคุ้มกันภัย เพื่อล่อให้ท่านหลี่มาติดกับ

บ้อเช้ง: แผนแบบนี้ คงมีแต่สิบแปดมงกุฎเช่นเจ้าที่คิดออก
ตุยเมี่ย: ถึงข้าจะเป็นสิบแปดมงกุฏ ก็เป็นสิบแปดมงกุฎที่ฉลาดที่สุด
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเจ้าสำนักคุ้มกันภัยได้นะ เพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าคนพิการจะเป็นเจ้าสำนักคุ้มภััยได้หรอก (อ้าว ปากเสียซะแล้วมั้ยล่ะ)
บ้อเช้ง: (สุนัขเห่า อย่าเห่าตอบนะจ๊ะบ้อเช้ง ปล่อยตุยเมี่ยไปที่ชอบที่ชอบเถอะ ฮึ)
ไหนๆ เจ้าก็เชี่ยวชาญด้านต้มตุ๋นอยู่แล้ว นี่เป็นโอกาสที่เจ้าจะแสดงฝีมือแล้ว





Yau Fun เพื่อนของอาหญิง เดินทางจากซูโจวมาเยี่ยมนาง
ระหว่างทางนางรู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงแวะหาซินแส
ซ่งจือหยินดรวจอาการนาง สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า
แต่นางไม่เคยโดนสุนัขกัด มีแต่โดนไม้ไผ่บาด
จือหยินจึงไม่แน่ใจว่านางอาจแค่ติดเชื้ออักเสบ




Yau Fun เล่าให้ฟังว่าระหว่างเดินทางนางผ่านหมู่บ้าน Shau Sun หรือหมู่บ้านศพเดินได้
ที่หมู่บ้านนี้ คนตายจะกลับฟื้นกลายเป็นศพเดินได้ ใบหน้าซีพขาว ดวงตาแดงก่ำ
แถมยังดุร้าย เที่ยวไล่กัดผู้คน





คืนนั้น Yau Fun เกิดอาการกำเริบ เสียชีวิตอย่างกระทันหัน
ไม่ทันไร นางก็ฟื้นขึ้นมาไล่กัดคน จูกัวะซิงแซต้องสกัดจุดนางไว้












 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:57:00 น.
Counter : 1067 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 7





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 7



บ้อเช้งไม่เชื่อว่าผู้ที่ปรากฎกายจะเป็นเทพหนี่ฮวาจริง
แต่น่าแปลกที่ผู้ตรวจการถูกฝังในก้อนหินยังมีชีวิตอยู่ และพูดได้

เทพหนี่ฮวาลงโทษให้หินตกจากหน้าผา ผู้ตรวจการตายอนาถ





ชาวบ้านเกรงกลัวเทพหนี่ฮวา จึงไม่ยอมให้เหล่ามือปราบพักในหมู่บ้าน
บ้อเช้งให้กระบี่เงิน กระบี่ทองเฝ้าสถานที่เกิดเหตุเอาไว้




ไม่ใช้เด็กๆ แล้ว อย่างอแงไม่ยอมกินยาได้ป่ะ
เดี๋ยวอาการกำเริบขึ้นมาก็แย่กัน

แม้บ้อเช้งจะไม่เชื่อเรื่องเทพหนี่ฮวา แต่ก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้
ว่าทำไมผู้ตรวจการถูกฝังในก้อนหินแล้วยังมีชีวิตอยู่
ผู้ช่วยซือหม่ายืนยันว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงผู้ตรวจการแน่นอน





Lam Yeuk fei ต้องการช่วย Tai Yung จึงแอบตามมาหวังจะช่วยสืบคดี
ทิชิ่วปวดหัวไม่รู้จะทำอย่างไรกับนางดี ขนาดบ้อเช้งก็ยังจัดการนางไม่ได้






ซ่งจือหยินชันสูตรศพผู้ตรวจการ สภาพศพกระจัดกระจาย ตายอย่างอนาถ
บ้อเช้งเห็นเลือดบนก้อนหินแล้วรู้สึกผิดสังเกต

ซ่งจือหยิน: ท่านรู้สึกว่าปริมาณเลือดน้อยเกินไปใช่หรือไม่
ความจริงผู้ตรวจการตกลงมาพร้อมก้อนหิน กระแทกพื้นเสียชีวิต น่าจะมีเลือดมากกว่านี้
บ้อเช้ง: เจ้าอ่านใจข้าออก น่าทึ่งมาก






Lam Yuek fei: โธ่เอ๊ย ดูจากสภาพศพก็รู้แล้วว่า สาเหตุการตายคือตกจากที่สูง
บ้อเช้ง: ไม่รู้อะไรก็หุบปากไว้ดีกว่า
Lam Yuek fei: ว่าอะไรนะ
บ้อเช้ง: ข้าห้ามไม่ให้เจ้าตามมาไม่ได้ แต่อย่ามาเกะกะจะได้มั้ย

Lam Yuek fei ฉุนขาด คอยดูไปเหอะ ดูซิว่าใครจะคลี่คลายคดีได้ก่อน




ชาวบ้านไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสอบพยานเอาซะเลย
ไม่เป็นไร บ้อเช้งมีแผนอื่น





บ้อเช้งเรียกประชุมชาวบ้าน หัวหน้าหมู่บ้านขอร้องให้มือปราบออกจากหมู่บ้านไปไวๆ
บ้อเช้งไม่สนใจ ประกาศว่าชาวบ้านที่หายสาบสูญเป็นผู้ต้องสงสัย สมคบกันฆ่าผู้ตรวจการ





หลักฐานอะไรก็ไม่มี จะเที่ยวจับคนง่ายๆ ได้ยังไง
Lam Yuek fei มีหลักฐานว่าบ้อเช้งใส่ร้ายชาวบ้าน ไม่เชื่อก็ตามมาดู




นางพบศพชาวบ้านที่หายสาบสูญที่ปลายแม่น้ำ
ซ่งจือหยินตรวจสภาพศพพบว่าพวกเขาจมน้ำตาย





ชาวบ้านไม่พอใจเขวี้ยงก้อนหินใส่ บ้อเช้งไม่ยอมหลบทำให้โดนก้อนหินหัวแตก




ตุยเมี่ยอยู่ที่ตัวเมือง เอาแต่หาความสำราญ
แนฮ้วยก็เริ่มเบื่ออยากจะสืบคดีเต็มทน
ตุยเมี่ยอยากจะสร้างความหนิดหนม ดันถามเรื่องพ่อแม่แนฮ้วย
เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ





ระหว่างออกไปเดินแก้เซ็ง แนฮ้วยก็พบสุนัขบาดเจ็บเข้า



Lam Yeuk-fei เข้าป่าหินเพื่อสืบหาร่องรอยเทพหนี่ฮวา
อา Fook จำใจตามมานะเนี่ย ป่าหินทางก็สลับซับซ้อนเหมือนเขาวงกต
จะเจอเทพหนี่ฮวาตอนไหนก็ไม่รู้
Lam Yeuk-fei ไม่เชื่อเรื่องอิทธิปาฏิหารย์ แน่จริงก็โผล่ออกมาให้เห็นกลางวันแสกๆ เลยดิ

เอ่อ Yeuk fei จ๊ะ นี่เทพนะ ไม่ใช่ผี




เทพไม่มา มาแต่ทิชิ่ว คนอะไรหน้าด้านจัง
ชาวบ้านเขารวมหัวกันขับไล่ขนาดนี้ ยังไม่ยอมไปอีก

ทิชิ่วไม่อยากจะสนใจ Lam Yeuk-fei แต่นางกลับยิ่งตามติด
ทั้งคู่เดินเร็ว จน Fook เดินตามไม่ทัน





Yeuk fei ร้อนใจจะตามหา Fook เดินไปเดินมาก็วนกลับมาที่เดิม
บอกแล้วว่าอย่าเดินมั่ว หลงจนได้





ทั้งคู่ไม่ทันระวัง จึงโดนยาสลบ




บ้อเช้งไม่ยอมให้แม่นางซ่งรักษาแผลที่ศีรษะ
เฮ้อ คนอื่นเขาไม่สบายมีแต่จะรีบไปหาหมอ นี่อะไร ชวางโลกจริงเชียว
พูดไม่ทันขาดคำ โรคปอดก็กำเริบ แล้วถุงหอมหายไปไหน
ทำหายหรือแอบถอดทิ้งกันแน่เนี่ย





บ้อเช้ง: ก็แขวนคอไว้มันไม่สะดวก เจ้าหัวเราะอะไร
ซ่งจือหยิน: ก็ขำท่านน่ะสิ ข้าควรจะโกรธท่านอยู่หรอก ที่เพิ่งจะมาบอกเรื่องถุงหอมตอนนี้
แต่ท่านช่างดื้อซะจนข้าไม่รู้จะโกรธไปทำไม
บ้อเช้ง: ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะข่มความโกรธได้
ซ่งจือหยิน: ถ้าแค่นี้ข้าก็ทนไม่ได้ ข้าจะอยู่ร่วมกับท่านได้ยังไง
บ้อเช้ง: เจ้าปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน
ซ่งจือหยิน: ก็เรียนรู้จากท่าน





Fook มาขอร้องให้บ้อเช้งช่วยตามหา Lam Yeuk fei
แต่ถ้าขนาดซือหม่าคงยังตามหาทั้งคู่ไม่เจอ คนอื่นก็คงช่วยอะไรไม่ได้

บ้อเช้ง: มือปราบมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน ไม่ใช่คอยให้คนมาช่วย
ถ้าแค่นี้ ทิชิ่วยังช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติเป็นมือปราบ

เพื่อไม่ให้เทพหนี่ฮวาโกรธ ซือหม่าคงเสนอให้ออกจากหมู่บ้านซะ
บ้อเช้งกลับเห็นด้วยกับเขา





ตุยเมี่ยเห็นแนฮ้วยรักษาขาให้หมาแล้วเป็นงง
ทีคนไม่เห็นใส่ใจอย่างนี้เลย ใส่ใจหมาขนาดนี้ เป็นญาติกะมันเหรอ
อ้าว อ้าว พูดจาวอนซะแล้ว
ดีนะ กระบี่เงินกระบี่ทองมาขัดจังหวะซะก่อน





บ้อเช้งประกาศถอนตัวออกจากหมู่บ้าน
คนจะไปสู้กับเทพได้ยังไง คดีคงไม่อาจปิดลงได้
ชาวบ้านต่างพากันดีใจ





Fook ขอร้องให้บ้อเช้งช่วยอยู่ต่อเพื่อตามหาทิชิ่วกับ Lam Yeuk fei
แต่บ้อเช้งปฏิเสธ อยากอยู่ก็อยู่ไปคนเดียวเหอะ
บ้อเช้งอำลาซือหม่าคง โดยอ้างว่าจะรีบกลับเมืองหลวงไปขอรับโทษ





ซ่งจือหยิน: ท่านมีแผนการอะไร
บ้อเช้ง: ก็ข้าเพิ่งพูดไปเมื่อกี้ ว่าจะกลับเมืองหลวง
ซ่งจือหยิน: ข้าไม่ใช่ซือหม่าคงนะ
คนที่ชอบความสมบูรณ์แบบอย่างท่าน ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ
ท่านไม่ตามหาทิช่ิว ไม่ไปกลับไปพบแนฮ้วยทีจวนข้าหลวง
ท่านต้องมีแผนการแน่
บ้อเช้ง: เจ้าฉลาดมาก
ซ่งจือหยิน: ท่านมีแผนอะไร
บ้อเช้ง: เจ้าก็ลองคิดดูเองสิ






บ้อเช้งให้ตุยเมี่ยปลอมตัวเป็นซินแสหมอดู
อ้างว่าเห็นดวงดาวหายนะ ปรากฎที่หมู่บ้าน
แต่ชาวบ้านไม่หลงเชื่อ และรวมตัวกันขับไล่

ตุยเมี่ย: ทำอะไรซักอย่างสิ
แนฮ้วย: ก็ไหนเจ้าว่าข้าเป็นแค่คนใช้ของเจ้าไม่ใช่หรือ

แนฮ้วยก็พูดไปอย่างนั้น แค่มอง ชาวบ้านก็ขยาดแล้ว






ตุยเมี่ยไม่พอใจที่บ้อเช้งชี้นิ้วสั่งให้ทำโน่นทำนี่
อย่าให้ถึงทีตุยเมี่ยบ้างก็แล้วกัน

ระหว่างทางทั้งคู่พบเซี่ยวตอ กำลังตะล่อมขอดูแผลของเจ้าหมาน้อยอยู่






เซี่ยวตออ้างว่าหมู่บ้านนี้มีดอกไม้หายาก นางตั้งใจเดินทางมาดู
เป็นสาวเป็นนาง เดินทางมาคนเดียวเนี่ยนะ

เซี่ยวตอเห็นแนฮ้วยดูแลเจ้าหมาน้อยอย่างดี นางรู้สึกว่าเขามีน้ำใจ
แต่แนฮ้วยก็ยังเป็นแนฮ้วย ขนาดมีสาวน่ารักมาพูดด้วย ก็ยังไม่สนใจ





ไม่เป็นไร สาวสวย ตุยเมี่ยรับอาสาดูแลเอง
รับรองอยู่กับตุยเมี่ย ปลอดภัยแน่นอน




เจ้าของหมาเป็นหญิงสติไม่ดี นางเห็นแนฮ้วยเป็นน้องชาย



นางพาแนฮ้วยไปที่บ้าน เขารู้สึกคุ้นเคยกับธนูที่น้องชายนางเคยใช้
แถมม้าแกะสลักก็คุ้นตาไม่แพ้กัน





ชาวบ้านไม่ชอบใจที่หญิงบ้าพาคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน
น้องชายนางหายไปตั้งยี่สิบปีแล้ว จะเป็นแนฮ้วยได้อย่างไร
หญิงบ้ามีหยกแบบเดียวกับแนฮ้วยเป็นหลักฐาน





แนฮ้วยนึกถึงหน้าพ่อแม่ออกแต่เพียงรางๆ
ตุยเมี่ยเสนอให้เข้าทางหญิงบ้า เพื่อสืบคดีต่อ





ซือหม่าคงแอบมาพบสาวคนรัก เขาสงสัยว่าใครปลอมตัวเป็นเทพหนี่ฮวา
บ้อเช้งจับได้คาหนังคาเขา ปฏิเสธไม่ได้แล้ว





ซือหม่าคงอ้างว่าเห็นใจชาวบ้านที่ถูกทางการบีบคั้น จึงปิดบังความจริงไว้
บ้อเช้งบีบให้ชุ่ยชุ่ยสารภาพตัวการออกมา
แม่นางซ่งไม่อยากให้บ้อเช้งลงมือรุนแรง แต่บ้อเช้งไม่รับฟัง
ยังให้กระบี่เงินเชิญนางออกไป





กระบี่เงินกลับมารายงานว่าราชสำนักส่งกองทัพมากวาดล้างหมู่บ้านในข้อหากบฎ
กลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วล่ะสิ




บ้อเช้งปล่อยตัวซือหม่าคงกับชุ่ยชุ่ยไปโดยไม่ได้ทำร้ายพวกเขา
ทำเป็นแข็งกร้าวไปยังงั้น ที่จริงบ้อเช้งไปสนับสนุนการทรมานให้สารภาพ

ซ่งจือหยิน: แล้วทิช่ิวล่ะ ท่านไม่ตามหาเขาหรือ
บ้อเช้ง: ข้ายังไขคดีไม่สำเร็จ ยังไม่มีอารมณ์จะตามหาใคร
คนมีความสามารถอย่างทิชิ่ว ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก




บ้อเช้งจงใจปล่อยชุ่ยชุ่ยเพื่อให้นางไปแจ้งข่าวคนในหมู่บ้าน
โดยให้กระบี่ทองสะกดรอยตามนางไป
ชุ่ยชุ่ยไปพบกับผู้แอบอ้างเป็นเทพหนี่ฮวาตามคาด
เทพหนี่ฮวาคิดกำจัดทุกคนที่รู้เห็นเหตุการณ์




ทิช่ิวกับ Lam Yeuk fei ถูกจับมัดขังไว้
เชือกที่มัดเป็นเชือกเอ็นควายแช่น้ำมัน จึงเหนียวมาก ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด

ไม่น่าเชื่อเลยว่า สาวเฮี้ยวอย่าง Lam Yeuk fei จะกลัวแมงมุม
สมัยเด็ก นางเคยโดนแมงมุมกัดที่ใบหน้า เล่นเอาหน้าบวมไปหลายวัน
ถึงตอนนี้ ยังกลัวไม่หาย ทิช่ิวช่วยขับไล่แมงมุมไป





แต่สงสัยจะช่วยไม่ได้นาน
เพราะในคุกเต็มไปด้วยแมงมุม





จูกัวะซิงแซและท่าน Shu นำกองทัพมายังหมู่บ้าน
โดยตังใจจะมาสืบหาความจริง เผื่อเจอหลักฐานเอาผิดฉั่วเกียที่ให้ท้ายผู้ตรวจการ
มากดขี่ข่มเหงชาวบ้าน
ที่ไหนได้ ฉั่วเกียกล่อมฮ่องเต้ให้มีพระบัญชาให้เดินทางมาด้วย
และทรงสั่งให้กวาดล้างหมู่บ้านเสีย











 

Create Date : 26 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:56:29 น.
Counter : 1238 Pageviews.  

The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 6





The Four สี่มือปราบพญายม ตอน 6



ตุยเมี่ยไม่พอใจที่จูกัวะซิงแซรับฆาตกรที่สังหารเซี่ยวเถ่ามาเป็นมือปราบ
อาหญิงและทิชิ่วยืนยันว่ามีพยานรู้เห็น Tsui Hoi เป็นคนฆ่าเซี่ยวเถ่า
เพราะเธอไม่ยอมแต่งงานเป็นอนุของเขา
บ้อเช้งล่ะกลุ้มใจ เดี๋ยวก็รับพวก 18 มงกุฎ เดี๋ยวก็รับนักฆ่า
แล้วจะให้ทำงานด้วยกันได้ไงล่ะเนี่ย นึกไม่ออกจริงๆ

จูกัวะซิงแซ: ตุยเมี่ยกับแนฮ้วยต่างมีข้อดีในตัวเอง
พวกเขาจะต้องเป็นมือปราบที่เก่งกาจได้แน่
บ้อเช้ง: ให้มันจริงเถอะ






เซี่ยวตออุตส่าห์เอาหยกมาคืนแนฮ้วย
เขากลับเย็นชาต่อนาง มันน่าน้อยใจจริงๆ





ขุนพลสยองขวัญขอขมาต่อฉั่วเกียที่ทำให้ท่านเสนาบดีต้องผิดหวัง
ถูกจูกัวะซิงแซตัดหน้าเอาป้ายอาญาสิทธิ์ไปได้
เพื่อแก้ตัว ขุนพลสยองขวัญรับปากว่าจะรวมชาวมิจฉาชีพให้อยู่ใต้สหพันธ์ให้จงได้




สี่หนุ่มร่วมโต๊ะกินข้าวเป็นครั้งแรก จะกินได้ตลอดรอดฝั่งมั้ยเนี่ย
ยังไม่ทันเริ่มกิน บ้อเช้งก็รำคาญตุยเมี่ยซะแล้ว

ตุยเมี่ย: เชอะ นึกว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่นอยู่เรื่อย
ใครทำอะไรก็ไม่ถูกทั้งนั้นแหละ ที่ข้ายอมทนเพราะเห็นว่าเจ้าเป็นคนพิการหรอก
ทิชิ่ว: อย่าหาเรื่องน่า
ตุยเมี่ย: ก็จริงนี่นา วันวัน เอาแต่หาเรื่องข้า
บ้อเช้ง: ข้าไม่ได้มาเอาใจเจ้า
ทิชิ่ว: เราพี่น้องกัน อย่าทำอย่างนี้เลย





อาหญิง: พวกเจ้าต้องทำงานด้วยกัน พยายามเข้ากันให้ได้หน่อยสิ
บ้อเช้ง: จะทำได้ยังไง แค่พูดข้ายังไม่อยากพูดด้วยเลย
คนหนึ่งก็ไร้จิตสำนึก อีกคนก็ขยะสังคม

แนฮ้วยอารมณ์เสีย ฟันโต๊ะขาดสองท่อน เล่นเอาอาหญิงโกรธ
อุตส่าห์ทำกับข้าวแทบตาย ต่อไปไม่ทำให้กินแล้ว





บิดาตุยเมี่ยเล่นการพนันจนเป็นหนี้เป็นสิน
ไม่รู้จะหาเงินมาใช้หนี้ได้ที่ไหน
พอดีเห็น Yau Tong น้องสาวทิชิ่วที่เพิ่งเดินทางมาเมืองหลวง จึงวางแผนต้มตุ๋น

อาม่าทำตีสนิท เสร็จแล้วก็ให้สองคนมาทวงเงิน
Yau Tong สงสาร ยอมจ่ายเงินให้เท่าที่มี




อาม่ายังไม่วายแฮ้บหยกของมารดานางไปอีก




บิดา Yau Tong เห็นห่อผ้าของนางถูกค้น
จึงรู้ตัวว่าหยกของนางหาย




Yau Tong ตามมาเอาเรื่อง สามจอมตุ๋นเห็นตุยเมี่ยกลัวเขาจะเดือดร้อน เลยรีบคืนของ
Yau Tong ยังคงคิดจะแจ้งความ แหม ก็แจ้งกับมือปราบตุยเมี่ยได้
ครอบครัวตุยเมี่ยเผลอหลุดปาก ทำให้ Yau Tong รู้ว่าตุยเมี่ยเป็นลูกชายของพวกเขา
จึงเข้าใจว่าตุยเมี่ยเป็นมือปราบจอมปลอม อย่างนี้ต้องให้พี่ทิชิ่วมาจัดการซะแล้ว





ตุยเมี่ยพา Yau Tong กับบิดามาพบทิชิ่วที่กองปราบ
เอาน่า ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดละกันนะ
ขอแก้ตัวด้วยการหาบ้านดีๆ ให้ Yau Tong กับบิดาอยู่






การตามหาขุมทรัพย์หนที่แล้ว ทำให้สุขภาพบ้อเช้งแย่ลง
หมอ Lung ตรวจแล้วพบว่าปอดมีปัญหา ทำให้หายใจลำบาก
จึงเจียดยาให้และขอให้บ้อเช้งพักผ่อนมากๆ




บ้อเช้งพบซ่งจือหยินอีกครั้ง
นางฝากตัวเป็นศิษย์ของหมอ Lung แม้หมอ Lung จะชื่นชมนางมากมาย
แต่บ้อเช้งก็ยังกังขาให้ความสามารถของนาง
มีแค่ความตั้งใจช่วยอะไรไม่ได้หรอก

ซ่งจือหยินสังเกตเห็นลิ้นบ้อเช้งเป็นฝ้าขาว
ก็วินิจฉัยได้ว่าบ้อเช้งกำลังป่วยเป็นโรคปอด จ๋อยไปเลยพี่บ้อเช้ง






เซี่ยวกุกทำตามคำสั่งบิดา นำลูกน้องมาฆ่าล้างสำนักบุปผา
เจ้าสำนักน้อยถูกสังหาร บรรดาศิษย์สำนักบุปผา หนีตายมาขอความช่วยเหลือจากสำนักฟ้า
ทำให้สำนักอื่นๆ ต่างหวาดกลัว ทะยอยกันเข้าร่วมสหพันธ์
ยังไง To wai ก็เป็นสหายร่วมสาบาน เจ้าสำนัก Lam ต้องล้างแค้นให้




Lam Po-tin ยกศิษย์มาทั้งสำนัก บุกไปราวียังสหพันธ์




ทิชิ่วนำเหล่ามือปราบมาขวางได้ทัน
บ้านเมืองมีกฎหมาย จะยอมให้ใช้กฎหมู่ได้ยังไง
หากใครยังคิดจะตีกันล่ะก็ จะจับเข้าคุกให้หมด
ทั้งสองฝ่ายยอมเลิกรากันชั่วคราว
Lam Yeuk-fei ไม่พอใจที่ทิช่ิวสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว จำไว้





ทิชิ่วคิดว่า เจ้าสำนัก Ling Lok Shek น่าจะเป็นตัวการ
เพราะเป็นผู้ได้ผลประโยชน์จากการตายของเจ้าสำนัก To Wai
แต่พี่บ้อเช้งไม่คิดเช่นนั้น งานนี้ น่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง

อาหญิงรายงานท่านจูกัวะว่า เมือคืนเสนาบดีฉั่วเกียลอบพบปะกับ Ling Lok Shek
ไม่ต้องบอกก็คงรู้แล้วสินะว่าใครอยู่เบื้องหลัง

จูกัวะซิงแซอดห่วงไม่ได้ว่าสี่หนุ่มยังไม่พร้อมจะต่อกรกับฉั่วเกีย
ยังไงก็ส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวไว้ก่อน





อาหญิงรับอาสาฝึกยุทธ์ให้กับตุยเมี่ยเอง
ได้ชื่อว่าล่าวิญญาณจะเอาแต่วิ่งหนีเอาตัวรอดได้ยังไง




พออาหญิงคุมล่ะก็ไม่ได้ตั้งใจฝึกเล้ย
เห็นสาวเข้าหน่อยทำขมีขมันขึ้นมาเชียว

โทษที สำหรับคนที่มีพี่ชายสุดเจ๋งอย่างทิชิ่ว
มีหรือจะเห็นจอมกะล่อนอย่างตุยเมี่ยอยู่ในสายตา





ตุยเมี่ยไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยทิชิ่วก็เล่นกลไม่เป็นใช่มั้ยล่ะ

เดี๋ยวจะหาว่าใจแคบ Yau-tong ยอมไม่เก็บเอามาใส่ใจ แต่ช่วยสอนกลให้นางหน่อยสิ
แหม เคล็ดลับครอบครัวเอาไว้ใช้หากิน จะบอกคนอื่นง่ายๆ ได้ไง
อยากเรียนก็ต้องมาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก่อน (หมาหยอกไก่น่าดู)





คุยไรกันน่ะ น้องสาวคนเดียวทิชิ่วเขาหวงนะจะบอกให้
อยู่ห่างๆ ไว้เลยเป็นดี




ไม่ได้ล้อเล่นนะ ทิชิ่วกำชับ Yau-tong ให้อยู่ห่างๆ ตุยเมี่ยเข้าไว้
แนฮ้วยด้วยอีกคน ไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้
ทั้งพ่อกับน้องสาวต่างไม่เชื่อ ลองท่านจูกัวะคัดมาอยู่ในสังกัดแล้ว ก็ต้องเป็นคนดีสิ

โห พ่อกับน้องสาวตรูทำไมซื่อกันจริ๊ง




เจ้าหน้าที่ขนหินแร่ขนาดใหญ่เข้าเมือง เกวียนรับน้ำหนักไม่ไหวถึงกับหัก
ก้อนหินเกือบทับเด็ก ทิชิ่วเห็นเหตุการณ์ ช่วยไว้ได้ทัน

ฉากเท่ๆ เนี่ย ทิชิ่วได้อยู่เรื่อยเลย






ฉั่วเกียตั้งหน่วยงาน Ying Fung ทำหน้าที่ส่งไม้ดอกพันธุ์หายาก หินแร่มีค่า
จากเจียงหนานมาถึงเมืองไคฟง เพื่อเอาพระทัยฮ่องเต้
เจ้าหน้าที่กลับไปขู่เข็ญเอาจากชาวบ้าน

3 เดือนก่อน ผู้ตรวจการเดินทางไปยังหมู่บ้าน Tin-shek
กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ครั้งส่งไปอีก 2 คน ก็หายสาปสูญเช่นกัน
จะว่าเป็นฝีมือคนในหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านไม่มีผู้ชายอยู่เลย
ทั้งเมิองมีแต่เด็กผู้หญิงกับคนแก่ จะไปทำได้อย่างไร
เห้นทีต้องเป็นหน้าที่ของสี่มือปราบซะแล้ว




บ้อเช้งไม่อยากจะกระเตงพวกอ่อนหัดไปด้วย ทำงานลำบากนะ เข้าใจไหม

จูกัวะซิงแซ: ข้าก็หวังพึ่งเจ้า ช่วยชัดเกลาความสามารถของศิษย์น้อง

ยังไม่ทันจะเริ่มงานเลย ก็ดูท่าว่างานจะล่มซะแล้ว
หน้าตาแต่ละคน อยากทำงานด้วยกันมากกกก





ทิชิ่วสืบประวัติผู้ตรวจการทั้งสามคน มีเพียงคนสุดท้ายคนเดียว
ที่มีปัญหาหนี้พนัน อาจจะแกล้งหายสาปสูญเพื่อหนีหนี้
หรือไม่งั้นก็อาจจะโดนสั่งเก็บไปแล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับชาวบ้าน

บ้อเช้ง: สิ่งที่เจ้าคิดว่าจริง อาจจะไม่จริงอย่างที่คิด
ในการสืบสวน อย่ารีบตีขลุมว่าเรารู้ทุกอย่างแล้ว
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีก็ได้
ทิชิ่ว: ที่ข้าสรุปใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ กุญแจสำคัญในการสืบคดี
คือ อย่าตีกรอบความคิดอย่าตัดทิ้งความเป็นไปได้
บ้อเช้ง: เฮอะ พูดให้กำแพงฟังแท้ๆ (ถ้าเป็นบ้านเราคงบอกว่าสีซอให้ควายฟังนะจ๊ะ ทิชิ่ว)

บ้อเช้งตรวจสอบพบว่าผู้ช่วยผู้ตรวจการซือหม่าคง
เคยเข้าป่าหินไปพร้อมกับผู้ตรวจการถึง 3 ครั้ง
แต่เป็นคนเดียวที่รอดกลับมาทุกครั้ง บ้อเช้งเสนอให้เริ่มสืบเบาะแสจากซือหม่าคง





ทิชิ่วตาไว เห็นแหวนหยกที่ Tai Yung ใส่ก็จดจำได้ว่า
เป็นแหวนแบบเดียวกับที่ฮูหยินผู้ตรวจการ Kwai มี
นางเคยบอกว่าแหวนหยกนี้มีเป็นคู่ แต่วงที่สามีนางใส่หายไป
เมื่อตรวจสอบแหวนพบตัวอักษร Kwai จริงๆ






ทิชิ่วเชิญ Lam Yeuk fei มาให้ปากคำที่กองปราบ
Tai Yung อ้างว่าเขาซื้อแหวนจากร้านข้างถนน แต่กลับจำร้านไม่ได้
ไม่ให้โดนสงสัยก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
Yeu fei ไม่พอใจ ทำอย่างนี้มันรังแกกันนี่
ถ้าไม่รีบหาตัวคนผิด แล้วปล่อย Tai Yung ล่ะก็จะใช้เลือดล้างกองปราบซะเลย
เอ่อม ไม่เล่นหนักไปเหรอเจ๊ นี่มันกองปราบนะ
เจ๊หมายถึงเลือดสุนัขหรอก






อาหญิงชักกลุ้มใจ ไม่นึกว่าทิชิ่วจะเสน่ห์แรง
ถ้าไม่รีบออกเดินทางล่ะก็แย่เลย เลือดสนัขล้างยากซะด้วย




คนโน้นเพิ่งไป คนนี้ก็มา แหม กองปราบที่มีหนุ่มๆ เนี่ย หัวกระไดไม่แห้งกันเลยเชียว
แม่นางซ่งไม่ยอมให้บ้อเช้งออกเดินทางไป หมู่บ้าน Tin-shek
ที่นั่นอากาศทั้งเย็นทั้งชื้น โรคปอดอาจกำเริบได้
บ้อเช้งไม่ยอม ยังไงก็ต้องไปพิสูจน์ว่าความคิดของตัวเองถูก จะเอาชนะทิชิ่วให้ได้ว่างั้นเถอะ

ซ่งจือหยิน: งั้นถ้าท่านจะไป ข้าจะไปด้วย
บ้อเช้ง: พูดเป็นเล่น
ซ่งจือหยิน: ท่านเป็นคนไข้ของข้า ข้ามีหน้าที่ต้องดูแลท่าน
หากท่านเกิดไม่สบายขึ้นมา ท่านคงสืบคดีไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ

โดนแม่นางซ่งจี้จุดตาย อึ้งกันไปเป็นแถบ จูกัวะซิงแซจึงอนุญาตให้นางร่วมเดินทางไปด้วย






สี่หนุ่มเขาหยุดพักชมนกชมไม้กันตั้งนาน แม่นางซ่งเพิ่งมาถึง




บ้อเช้งไม่สนใจนาง เร่งให้ออกเดินทางต่อ คนกำลังรีบ ไม่ได้มาปิกนิกนะ
ไร้น้ำใจจริงจริ๊ง เด๋วตุยเมี่ยช่วยพาขึ้นเขาไปเอง รับรองถึงก่อนบ้อเช้งอีก




ทำเป็นเก่ง ยังไม่ถึงไหนก็โรคปอดกำเริบจนได้
โชคดีแม่นางซ่งได้เตรียมทำถุงหอมไว้ให้
แค่คล้องคอเอาไว้ จะช่วยไม่ให้โรคปอดกำเริบอีก
เป็นไงล่ะ บ้อเช้งพูดไม่ออกเลยดิ ว่าเค้าไว้เยอะนี่






มาถึงที่ว่าการอำเภอ ผู้ช่วยออกเดินทางไปที่หมู่บ้านแล้ว
บ้อเช้งให้ตุยเมี่ยกับแนฮ้วยรออยู่ที่ที่ว่าการเผื่อฉุกเฉิน
โธ่เอ๊ย ไม่อยากให้ยุ่งกับคดีก็บอกมาดีๆ ก็ได้ ก็ดีจะได้พักผ่อน
ส่วนแม่นางซ่งน่ะเหรอ ถึงไหนถึงกัน ขอตามไปด้วย





ผู้ตรวจการคนใหม่กำลังเกณฑ์คนงานไปขรหินแร่
หนที่แล้วก็เกณฑ์ผู้ชายไปหมดหมู่บ้าน ป่านนี้ ยังหายตัวไปไม่กลับมา
เหลือแต่คนแก่กับเด็ก ช่วยยกเว้นหน่อยเถอะ
ขืนขนหินแร่ต่อไป เทพหนี่ฮวาพิโรธ จะต้องตายกันหมด
ผู้ตรวจการไม่พอใจ ใครกล้าขัดขืนให้โบยให้หมด
ทิชิ่วเห็นชาวบ้านบาดเจ็บ จึงเข้าห้าม
ผู้ตรวจการอ้างพระบรมราชโองการฮ่องเต้ บ้อเช้งจึงยอมผ่อนตาม
ยังไงก็ลองตรวจสอบรอบๆ ก่อน





เมื่อไปดูไซต์งานแล้ว บ้อเช้งก็ขอให้ผู้ช่วยซือหม่าพาทัวร์ป่าหิน
ผู้ช่วยซือหม่าเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านที่นี่นับถือเทพหนี่ฮวา
ซึ่งปกปักษ์หินแร่ และพันธุ์ไม้ที่นี่ เมื่อผู้ตรวจการคนแรกมาถึงก็ลบหลู่เทพหนี่ฮวา
เมื่อเกณฑ์คนงานเข้าไปขนหินแร่ในป่า เพียงผู้ช่วยคล้อยหลัง หันกลับมาอีกทึ
ทุกคนก็หายตัวไปเฉยๆ ทหารมาตรวจค้นจนทั่วก็ไม่พบใคร





เมื่อออกจากป่าหินมายังบริเวณไซต์งาน
ปรากฎว่าทั้งผู้ตรวจการและคนงานหายสาบสูญ





คืนนั้น ผู้ตรวจการที่หายไป ปรากฎตัวอยู่บนยอดผา
ร่างของเขาถูกฝังอยู่ในก้อนหิน หรือว่าจะเป็นอิทิฤทธิ์ของเทพหนี่ฮวาจริงๆ











 

Create Date : 13 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 21:56:00 น.
Counter : 2521 Pageviews.  


magarita30
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Myspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace GlitterMyspace Glitter
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ คอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add magarita30's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.