โฟล์คเหน่อ เล่นดนตรี เขียนกวี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณฯ

Group Blog
 
All blogs
 
:::หลังฉาก:::

::::หลังฉาก:::

ณ. วันหนึ่ง ๆในอีกด้านแห่งวิถีปกติของการดำเนินชีวิตคนเรา ที่อาจมองเป็นเสมือนการแอบซ่อน มิได้ปรากฏแก่สายตาสู่สาธารณชนคนหมู่มาก อันเป็นเสมือนการหลบตัวเองอยู่หลังฉาก เพื่อมิให้ปรากฏแก่สายตาของเหล่าผู้ชม หน้าเวทีของโรงละคร

โรงละครที่ผมกล่าวถึงนั่นคือโรงละครของชีวิตจริง ที่ต้องสวมบทบาทให้ปรากฏในสังคมคนหมู่มาก ที่เมื่อถึงเวลาเราต้องออกแสดงตามบทบาทและหน้าที่นั้น ๆ ในแต่ละวัน หรืออาจเป็นบางวัน

ขณะเดียวกันบทบาทหน้าที่แต่ละคนได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์ แก่สายตาของคนหมู่มากแล้ว แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่า มีผู้ชมอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องการ และพยายามที่จะสืบเสาะ สืบค้น วิถีชีวิตอันเป็นอีกบทบาทของเหล่านักแสดงอันเป็นขวัญใจของเขา ด้วยความกระหายใคร่รู้ว่า เบื้องหลังฉากการแสดงของตัวละครในดวงใจของเขานั้น เป็นอยู่และมีอิริยาบถเช่นใด ขณะซ่อนตัวอยู่หลังฉาก...

เช้าวันก่อน ได้ดูรายการสยามเช้านี้ ที่มีการพูดคุยสนทนา เชิงสัมภาษณ์ถึงแนวคิด และนโยบายทางการเมืองของหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คุณสมัคร สุนทรเวช โดย คุณเทพชัย หย่อง

ถ้อยสนทนาในช่วงเช้านั้น ดูเหมือนมีหลายคำถาม และหลายคำตอบ ที่ออกจะเป็นไปในลักษณะเชิงโต้แย้ง และไม่ยอมรับ กันซึ่งคำถามบางคำถาม

และมีบางช่วงตอนของการสนทนา ที่นายสมัคร สุนทรเวช พยายามจะฟ้องประชาชน คนชมรายการว่าเขากำลังโดน รุกไล่ ด้วยคำถามที่เขาไม่อยากตอบ ประมาณความหมายก็คือ เขากำลังถูกรังแก ด้วยคำถามที่ต้อนในจนมุม

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ย้อนหลังก่อนมาออกรายการสักหนึ่งอาทิตย์ นายสมัคร สุนทรเวช ได้เปิดศึกกับนักข่าวของเนชั่นมาแล้ว กรณีคำถามเสพเมถุน และขายตึกเนชั่น อันเนื่องมาจากคำถามที่นายสมัคร ไม่ต้องการตอบนักข่าว และตีรวนเพื่อหลีกคำถาม

และเมื่อถึงวันที่นายสมัครต้องมาออกรายการ กับคุณเทพชัย หย่อง ซึ่งก็เป็นคนในเครือของเนชั่น ระดับหัวแถว และคร่ำหวอดอยู่ในวงการสื่อ ช่ำชองในเรื่องการยิงคำถามเรื่องการเมือง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่รายการนี้ คุณสมัครจะต้องเจอคำถาม ที่คุณสมัครไม่อยากตอบ และหลายคนก็คงได้ชมไปแล้วทางหน้าจอทีวี

ช่วงพักเบรคโฆษณา ผมแอบคิดอยู่ในใจ และใคร่รู้เป็นที่สุดว่า ระหว่างพักเบรคนั้น คุณเทพชัย กับคุณสมัคร ได้นั่งคุยสนทนากันหรือไม่ หรือว่าต่างคน ต่างก็ลุกไปจากเก้าอี้สนทนา หรือว่ามีการนั่งทะเลาะกันนอกรอบจนลั่นห้องส่ง ซึ่งเหตุการณ์หลังฉากนี้ผมเชื่อว่าหลายคนก็อยากรู้ เหมือนกันกับผม หากแต่เราเป็นเพียงผู้ชมน่าทีวี เราไม่อาจล่วงรู้และเห็นเบื้องหลังนั้นได้ นอกจากทีมงานที่ทำงานอยู่ในห้องส่ง

ย้อนกลับมามองตัวผมเองและวิถีชีวิตอันมีฉากหน้าสู่สาธารชนที่เด่นชัดที่สุดในจังหวัดสุพรรณ และคนก็รับรู้ทั่วกันในบทบาทที่ผมแสดงทุกวัน คือบทบาทนักดนตรี เล่นดนตรีเพื่อชีวิตในร้านเหล้า

ขณะเดียวกันบทบาทของตัวละครที่โลดแล่นผ่านมาทางหน้าเวทีของผมก็มีให้เห็นอยู่ทุกวี่วันเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เจ้าของร้านจอมเจ้าชู้ เด็กเสิร์ฟชงเหล้า อย่างแคล่วคล่อง เพื่อนนักดนตรีขี้เมากินเหล้าแขก กัปตันจอมโวยวายตวาดใส่เด็กเสิร์ฟ นั่นคือหน้าฉากและบทบาทที่ผมได้เห็นพวกเขาเกือบทุกคืน ส่วนช่วงกลางวัน ฉากหลังของพวกเขาน้อยคนนักที่จะผมจะได้เห็น

ขณะบางวัน ตัวละครบางตัวก็แวะเข้ามาโลดแล่นแสดงบทบาทของพวกเขาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ไม่ว่า จะเป็นเด็กและคนตาบอดเดินขายพวงมาลัย ช้างตัวโตที่เดินเลียงเคียงถนนฝ่าความมืด มาโชว์ความสามารถเต้นรำ เป่าเมาท์ออร์แกน และร้องเพลงแปร๋น ๆ เพื่อแลกกับ อ้อย แตงกวาเป็นอาหารใส่ท้อง จากควาญช้าง 4-5 คน ที่กระจายกันเดินขายให้กับแขกเหรื่อในร้าน

ขณะเดียวกัน ฉากหลังของตัวละครบางตัว ก็ใช่ว่าจะถูกเก็บซ่อนงำ รอดพ้นสายตาของผู้ชมอย่างผมไปได้ อย่างเหตุบังเอิญช่วงหลังบ่ายวันหนึ่ง ที่ผมขี่รถยนต์ผ่านไปธุระทางที่พักของควาญช้าง ผมก็ได้เห็นเหล่าควาญช้างล้อมวงก๊งสุรา 40 ดีกรี เคาะขวด เคาะจาน ร้องเพลงอย่างสนุกสนาน เฮฮา ขณะช้างของพวกเขากำลังโยงงวงขึ้นดึงใบไม้กินเป็นอาหารอยู่ใกล้ ๆ บริเวณ

นั่นคือฉากหลังที่ผมได้เห็น แต่ไม่ได้คิดอะไร แม้ผมจะเคยซื้ออ้อย ซื้อแตงกวาให้ช้างก็หลายครั้ง

และต้องนับรวมภาพของหญิงตาดีเดินจูงหญิงตาบอดวัยไล่เลี่ยกัน เดินเข้ามาเร่ขายพวงมาลัยในร้านที่ผมเล่นดนตรีประจำ ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่แขกจรในร้านอาจได้พบเห็น แต่จะมีแขกสักกี่คน ที่ได้เคยเห็นหญิงตาดีที่เคยจูงหญิงตาบอด กลายกลับสลับตำแหน่งเป็นคนตาบอด แล้วหญิงคนที่เคยตาบอดกลับกลายเป็นคนตาดีเดินจูงกันเข้ามาในร้านแทน ซึ่งแขกส่วนใหญ่ในร้านไม่อาจรู้ แต่ผมมาเล่นดนตรีอยุ่บนเวทีทุกวัน ผมรู้

แต่ผมไม่คิดอะไรมากไปกว่า ทั้งสองล้วนแสดงได้สมบทบาท เพียงแต่ว่าหลอกผู้ชมอย่างผมไม่ได้

ในเชิงกลับกันขณะเราเฝ้ามองดูแต่ละตัวละครแสดงอยู่นั้น ช่วงขณะเดียวกันตัวผมเองก็ถูกจับจ้องเฝ้ามองโดยผู้ชมอีกนับจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะบทบาทของนักดนตรีเพลงเพื่อชีวิตบนเวที

แต่คงมีไม่มากคนนักที่จะเห็นว่า ฉากหลังของนักดนตรีที่เจื้อยแจ้วบทเพลงเพื่อชีวิตอย่างอหังการ์บนเวทีนั้น บางช่วงของวันปลายเดือน ผมต้องยืนค้อมตัว เจรจาขอต่อรองกับเจ้าของบ้านเช่าเพื่อเลื่อนกำหนดวันเก็บค่าเช่าไปอีกสัก สี่ห้าวันเนื่องจากวันนี้นักดินตรียังไม่มีเงินจ่าย จะมีคนสักกี่คนกันที่จะรู้ว่า ศิลปินโฟล์คเหน่อ ที่เคยร้องเพลงต่อต้าน ป่าวประกาศด่าทอระบบทุนนิยมด้วยเสียงอันกึกก้องบนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่แล้ว หลังจากลงเวทีคอนเสิร์ตเขาก็โซซัดโซเซเข้า ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ของระบบทุนนิยมรายใหญ่เพื่อ ลวกม่าม่าคัพกินก่อนสะพายกีตาร์เดินไปอย่างคนไร้จุดหมายในมหานครใหญ่

นั่นคือฉากหลังที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เห็น

หากบ่อย ๆ ในบางกรณี แห่งหลังฉากของผม ที่มิใช่ว่าอยากจะนำเสนอ เพียงแต่มิอาจปกปิดได้ด้วยความจำเป็นบางอย่าง

ยกตัวอย่างกรณี ค่ำคืนหนึ่งของงานดนตรี หน้าเวทีที่มีผู้คนเกือบพันในงานเลี้ยง หลังจบเพลงสุดท้ายของวงพร้อมเสียงปรบมืออันกึกก้องกับความประทับใจในการแสดงของพวกเรา มีหลายคนในวงรวมทั้งผมที่เดินอย่างยืดอกก้าวลงจากเวทีอย่างสง่างาม

แต่งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปด้วยวงดนตรีที่ขึ้นสลับกันต่อ

ขณะพวกเรามีความจำเป็นบางอย่างต้องออกเดินทางในทันที แต่รถเจ้ากรรมของพวกเรากลับสตาร์ทเครื่องไม่ติดเอาดื้อ ๆ

จึงไม่ต้องแปลกใจหากเสียงปรบมือและสายตาชื่นชอบจากแขกเหรื่อ ที่ส่งพวกเราลงจากเวทีเมื่อสักครู่ อาจจะแปรเปลี่ยน หันมามองพวกเรา ด้วยสายตาและความรู้สึกสงสารและเวทนา ขณะพวกเรากำลังโก่งตูดสุดแรง ดันรถแลนด์โรลเวอร์คันโตเคลื่อนผ่านด้านหน้าเวที เพื่อมุ่งสู่ทางออกที่มีอยู่ทางเดียวของงาน

นี่คืออีกหนึ่งฉากหลังของนักดนตรีอย่างพวกเราที่มิอาจปกปิดซ่อนงำไว้ได้ ทั้ง ๆที่พวกเราอยากจะเก็บเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด

************************************

:::::เรื่องเด่นย้อนหลัง::::

:::คลิ๊กย้อนหลังอ่าน “ฟันปลอม”:::




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2550 4:31:31 น. 3 comments
Counter : 359 Pageviews.

 
แวะมาสวัสดีตอนสายๆครับ

เอาเถอะครับ สิ่งใหนที่เรามีสุขเราก็ทำไป....


ไม่เดือดร้อนใครเป็นพอ..............


โดย: น้าวัชร-จัดให้ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:57:46 น.  

 


แม่อัมพรกับข้าวหลามเผาข้างทางเมืองพาน....
ชีวิตจริงทั้งหน้าฉาก...และหลังฉากค่ะพี่โฟล์ค

ต่างกันที่หลังฉาก (หน้าถนน) แกต้องไปหม่าข้าว....แช่ข้าวเหนียว ตัดไม้ไผ่ เท่านั้นเอง
ไม่มีละครแสร้งเสก....เพราะทั้งชีวิตเป็นละครข้างถนนมานับสิบปีค่ะ.....

เป็นอย่างไรบ้างคะไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนเสียนาน กำลังขุดรอยหยักในสมองให้มันลึกลงกว่านี้น่ะ ตั้งใจกับการเขียนให้มากขึ้นเลยไม่ได้ไปทักทายใครๆ....สุพรรณหนาวเย็นลงบ้างหรือยัง
สงสัยว่าพี่จะดูน้าหมักเพื่อเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายเสียกระมัง...

ถ้อยคำ..วาจา...ที่ผ่านปากบางคนออกมาก็เป็นมลพิษทางความรู้สึกและอาจทำให้หูบอดได้...ระวังนะคะ


อากาศเย็น...รักษาสุขภาพ..รักษากล่องเสียงให้สมบูรณ์นะคะ


โดย: ปลายแปรง วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:55:27 น.  

 
สวัสดีค่ะ
คนเราก็อย่างนี้แหละค่ะ
ถ้าเป็นการแสดงแน่นอนว่าหน้าฉากกับหลังฉากย่อมต่างกัน
เขาถึงบอกว่า โลกนี้คือละคร เราต่างเล่นละครในบทที่ตัวเราต้องรับโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะมันเป็นละครชีวิต
ด้วยเราต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อสังคมคือหน้าฉาก แต่พอเราเป็นตัวของตัวเองคือตัวตนที่แท้จริง ที่ใครคิดว่าหลังฉาก แต่ที่แท้คือตัวตนและความเป็นจริงต่างหากหล่ะ
ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่นะคะ


โดย: โสนบ้านนา วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:36:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โฟล์คเหน่อ
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผลงานโฟล์คเหน่อ

สี่สิบสอง นักเขียน คนบ้า กวีหน้าราม กีตาร์โปร่ง
Friends' blogs
[Add โฟล์คเหน่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.