โฟล์คเหน่อ เล่นดนตรี เขียนกวี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณฯ

Group Blog
 
All blogs
 
:::จากไปอย่างเงียบงัน::::

:::จากไปอย่างเงียบงัน::::

วิถีชีวิต ที่มีวงโคจร ของบางขณะการเคลื่อนหมุน อาจนำพาให้เราไปพบกันโดยบังเอิญได้หลาย ๆ ครั้ง และเพียงขณะวูบเคลื่อนผ่านไป จากคนที่เคยได้พบหลาย ๆ ครั้ง ก็จากพรากไปอย่างเงียบงัน อย่าว่าแต่คำร่ำลา ลางบอกเหตุ หรือข่าวคราวบอกจากญาติพี่น้องเพื่อให้ได้ไปร่วมงานเผาส่งร่างไร้วิญญาณเลย ความเงียบงันนั้น บางทีก็เงียบงันเสียจนขณะที่เรายังคิดว่าเขายังโลดแล่นบนวิถีแห่งชีวิตอยู่ ร่างของเขาได้ไหม้สลายกลายเป็นหมอกควันไปกับอากาศท้องฟ้าเสียเนิ่นนานแล้ว....

กลางปี 2542

ผมก้าวลงจากรถเมล์ เดินเข้าสู่หมู่บ้านแกรนด์วิลเลจ ซอยลาดพร้าว 81/1 จุดหมายคือ 499 สตูดิโอ ของอาจารย์พฤกษ์ พักตรใส

ก่อนหน้านี้ 1 อาทิตย์ ผมมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว พร้อม ๆ กับคุยข้อตกลงเรื่องกำหนดเวลาและราคาค่าบริการการใช้ห้องอัด และโปรดิวซ์เพลง หลังบรรลุข้อตกลง ผมจึงต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเดโมเพลง ที่อัดใส่เทปคลาสเส็ต มาส่งให้อาจารย์เพื่อเริ่มต้นเข้าขบวนการไปสู่แผ่นมาสเตอร์

ก่อนบ่ายสองโมง ผมผลักบานประตูบ้านเลขที่ 499 เข้าไป สู่ห้องเล็ก ๆ ที่ใช้บริเวณมุมหนึ่งของชั้นล่างของบ้านดัดแปลงเป็นห้องอัดเล็ก ๆ

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป นอกจากอาจารย์พฤกษ์ ผมได้พบกับผู้ชายร่างผอมเกร็ง หน้าตาคุ้น ๆ นั่งอยู่บนโซฟาริมห้อง

“ลำภานี่ พี่อ๋า รู้จักกันไว้” อาจารย์พฤกษ์ แนะนำ

“พี่โอภาส ฟ้าคุ้มครอง ใช่มั๊ยครับ” ผมยกมือไหว้ พร้อมกับถามออกไป แต่ในใจนั้นรู้แน่นอนว่านี่คือ พี่โอภาส ศิลปินนักร้องเงาเสียงแอ๊ด คาราบาว ที่เคยเห็นบนปกเทปและในทีวี เมื่อหลายปีก่อน

“ครับ เอ้านั่งก่อน” พี่โอภาสตอบรับเสียงดัง แล้วเชิญให้ผมนั่งที่โซฟา

พี่อ๋า หรือพี่โอภาส ในความรุ้สึกครั้งแรกทีได้สัมผัส คือแกเป็นคนที่พูดค่อนข้างเสียงดัง จนดูคล้ายคนโวยวาย รอยยิ้มใต้เรียวหนวดงาม ทำให้รุ้สึกถึงความจริงใจ และความรู้สึกยามคบหากันต่อมา สัมผัสได้ถึงความเป็นคนที่สู้ชีวิต และค่อนข้างจริงจังกับงาน โดยเฉพาะงานเพลง

หลังจากเจอกันวันนั้น ผมก็ได้ร่วมทำงานกับพี่อ๋า ในฐานะคนเขียนเพลงซึ่งยังขาดอีก 6 เพลงในอัลบั้มชุดใหม่

พี่อ๋าลงทุนขี่มอเตอร์ไซด์ จากกรุงเทพไปหาผมที่สุพรรณฯ ทุกอาทิตย์ เพื่อติดตามความคืบหน้า เรื่องงานเขียนเพลง พี่อ๋าค่อนข้างตั้งความหวังไว้กับงานชุดนี้พอสมควร เพราะแกตั้งใจจะทำมาสเตอร์เพื่อเสนอค่ายเพลง

มาสเตอร์เพลงของผมเสร็จก่อนพี่อ๋า หนึ่งเดือน ขณะที่ผมยืนยันที่จะขายแบบใต้ดินแถวสุพรรณ พี่อ๋าก็นำมาสเตอร์เพลงที่เสร็จหลังจากของผมไปเสนอค่ายเพลง ด้วยวิธีคิด วิธีขาย ที่ไม่เหมือนกัน

สุดท้าย เพลงชุดใหม่ของพี่อ๋าก็ได้เข้าในสังกัดของค่ายรถไฟดนตรี ใช้ชื่อชุดอัลบั้ม ว่า “ปัญหากวนใจ” โดยมีเพลงที่ผมแต่งให้รวมอยู่ 6 เพลง

ผมได้เงินค่าแต่งเพลง มาต่อยอดเป็นต้นทุนปั๊มเทป ปั๊มแผ่น และค่าน้ำมันรถเดินทางตระเวนขายตามตลาดนัดเปิดท้าย

ส่วนพี่อ๋า ง่วนอยู่กับงานโปรโมทโฆษณาอัลบั้ม และคอนเสิร์ตกับค่ายรถไฟดนตรี

ต่างคนต่างทำหน้าที่ในแบบฉบับของตัวเอง และไม่ค่อยเจอกัน เพียงแต่ได้พูดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันทางโทรศํพท์เท่านั้น

ผ่านพ้นหลังจากนั้นมาประมาณ 2 ปี วงโคจรชีวิต ของผมกับพี่อ๋าก็หมุนวนมาชนกันอีกครั้ง กลางตลาดนัดเปิดท้าย

แต่การพบกันครั้งนี้เราต่างพบกันในฐานะนักขาย ที่ใช้เวทีเดียวกัน แต่ต่างกันที่สินค้า

ผมเล่นดนตรีเปิดหมวกเพื่อขายเทป และซีดีของผมเอง ส่วนพี่อ๋ามาในฐานะของพ่อค้าขายโทรศัพท์มือถือ มือสอง

“ขายเทป ไม่รวย ขายโทรศัพท์มือถือดีกว่า” พี่อ๋าว่าอย่างนั้น

การตระเวนไปตามตลาดนัดเปิดท้าย แถบจังหวัดภาคกลาง มีบางวัน บางตลาด เท่านั้นที่ผมได้มีโอกาสพบกับพี่อ๋า แต่เวลาที่จะพูดคุยกันนั้น ค่อนข้างน้อย เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่นำเสนอสินค้าของตนเอง

1 ปีต่อมา พี่อ๋าก็ควบมอเตอร์ไซด์คันเดิม มาหาผมที่สุพรรณอีกครั้ง พร้อม ๆ กับคอนเสป งานเพลงชุดใหม่ เพื่อให้ผมลงมือเขียนทั้งอัลบั้ม

“ขายโทรศัพท์เจ๊ง ร้องเพลงดีกว่า” พี่อ๋าว่าอย่างนั้น

ผมเขียนเพลงให้พี่อ๋า 8 เพลง ในอัลบั้มชุดใหม่

ขณะพี่อ๋า เข้าทำงานเพลงในห้องอัด ผมก็ยังคงตะเวณไปตามตลาดนัดเล่นดนตรีเปิดหมวกเหมือนเดิม

จนวันหนึ่งพี่อ๋า นำเอาเพลงที่ทำเสร็จไปกว่า 70 % มาให้ผมฟัง เพื่อร่วมกันแก้ไขส่วนที่บกพร่อง พร้อม ๆ กับคำเปรย ๆ จากพี่อ๋าว่า “ไม่ค่อยสบาย”

หลังจากวันนั้นพี่อ๋ากับผมขาดการติดต่อโทรเข้ามือถือสัณญาณก็ถูกตัด แต่ผมเข้าใจว่าพี่อ๋ายังคงยุ่งอยู่กับงานในห้องอัด คิดอยู่ในใจว่าเอาไว้ไปแสดงความยินดีวันเปิดอัลบั้มชุดใหม่กันทีเดียวก็แล้วกัน

เมื่อเห็นเนิ่นนานจนผิดสังเกต โทรเข้ามือถือก็ไม่ติด อัลบั้มชุดใหม่ทางทีวีก็ไม่มีวี่แววข่าวคราวให้เห็น ผมจึงตัดสินใจค้นหาแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นใบเสร็จของร้านค้าของเตี่ยพี่อ๋า ผมจำได้ว่าใบเสร็จใบนั้นพี่อ๋าใช้ด้านหลังเขียนคอนเสป ของเพลงเพลงหนึ่งมาให้ผมแต่ง

ทันทีที่ผมพบใบเสร็จผมจึงรีบโทรเข้าเบอร์ร้านที่อยู่บนใบเสร็จนั้นทันที

“ไอ้อ๋า มันตายไปแล้ว” เสียงจากปลายสายโทรศัพท์ตอบกลับมาทันที หลังผมจบถ้อยขอสายพูดกับพี่อ๋า

“พี่อ๋า ตายแล้ว” ผมทวนคำ.....

.... การจากไปอย่างเงียบงันนั้น บางทีก็เงียบงันเสียจนขณะที่เรายังคิดว่าเขายังโลดแล่นใบชีวิตอยู่ ร่างของเขาได้ไหม้สลายกลายเป็นหมอกควันไปกับอากาศท้องฟ้าเสียเนิ่นนานแล้ว....

::::สู่สุขคติ เถิด พี่ชายที่ได้รู้จักบนวูบผ่านการเคลื่อนโคจรของโลกและจักรวาล:::

:::::เพลงเมืองไทยระทม:::

ขับร้อง ::: โอภาส ฟ้าคุ้มครอง

คำร้อง ทำนอง ลำภา มัคศรีพงษ์ (ศิลปินโฟล์คเหน่อ)




Create Date : 17 มกราคม 2551
Last Update : 17 มกราคม 2551 5:34:49 น. 2 comments
Counter : 417 Pageviews.

 
แวะมาทักทายคะ


โดย: ApPleNarak999 วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:10:32:06 น.  

 
จากไปแบบเงียบๆ เสมือนว่าเค้ายังอยู่กับเรา

ไม่ได้ไปไหน แต่ยังงัยคุณอ๋า ก็ ยังคงอยู่ในใจคุณเสมอ

ประสบการณ์ดีๆมีไว้ให้จดจำคะ นึกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็มี

ความสุขทุกที เป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: เจ้าเตี้ย วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:15:18:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โฟล์คเหน่อ
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผลงานโฟล์คเหน่อ

สี่สิบสอง นักเขียน คนบ้า กวีหน้าราม กีตาร์โปร่ง
Friends' blogs
[Add โฟล์คเหน่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.