โฟล์คเหน่อ เล่นดนตรี เขียนกวี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณฯ

Group Blog
 
All blogs
 

• เพลงสัญญาท่าจีน






เพลงสัญญาท่าจีน



คำร้อง/ทำนอง /ขับร้อง โฟล์คเหน่อ



ฝากเพลงข้ามฝั่ง หมุนปุ่มดัง ๆ ให้เธอได้ยิน

จากใจหนุ่มน้ำท่าจีน หากเธอได้ยิน จงหันมองมา

ฝากเพลงให้น้อง บทเพลงของ สายัณห์ สัญญา

วันนี้เปิดเพลงไก่จ๋า ร้านหนุ่มริมท่า ขายชากาแฟ



ไอ้หนุ่มฝั่งเหนือ ฝากรักล่องเรือ ให้สาวฝั่งใต้

แม่น้ำขอจงพาไป พาความในใจ ไอ้หนุ่มรักแน่

รักเธอคนเดียว สาวขายก๋วยเตี๋ยว ร้านเรือนแพ

กลิ่นใจไอกรุ่น หอมแท้ อวลอุ่นทั้งแพ กาแฟรักเดียว



หากว่าความรัก ไม่อกหัก เหมือนเพลงสายัณห์

จะรอสานต่อความฝัน จะเกี่ยวก้อยกัน เป็นฝันแน่นเหนียว

กาแฟริมฝั่ง ฝันข้ามไปยัง ฝั่งแพก๋วยเตี๋ยว

อยากรวมร้านกัน กลมเกลียว รวมเป็นร้านเดียว ก๋วยเตี๋ยวกาแฟ



ฝากใจข้ามฝั่ง อ้อนออดดัง ๆ เธอฟังได้ยิน

สัญญาต่อหน้าท่าจีน แม่น้ำได้ยิน ช่วยเป็นพยาน

รักเธอคนเดียว แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว อ้อนเธอแต่งงาน

รักเธอจริง ๆ ขอสาบาน ช่วยเป็นพยาน สายธารท่าจีน






 

Create Date : 23 มิถุนายน 2555    
Last Update : 26 มิถุนายน 2555 15:24:57 น.
Counter : 330 Pageviews.  

• ตัวจริง




  • ตัวจริง


เกือบสี่ทุ่ม

จากด้านข้างเวที มีคำสั่งจากหญิงวัยหกสิบ บอกให้พวกเราหยุดแสดง ขณะที่บริเวณด้านหน้าเวทีมีสัญญาณการเคลื่อนไหวแบบผิดปกติของวัยรุ่นแต่ละกลุ่ม

โดยสัญชาตญาณของคนที่ยืนอยู่บนเวทีอย่างผมก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าวัยรุ่นข้างหน้าเวทีกำลังจะก่อเรื่อง

คืนนี้วงดนตรีของพวกเราเปิดการแสดงในงานเลี้ยงฉลองอนุโมทนาบุญงานบวชบริเวณกลางลานวัดแห่งหนึ่ง

ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ของงาน เจ้าของงาน ผู้เข้าร่วมงาน ปัจจัย สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ งานบวกรวมประวัติสถานที่จัดงานแล้ว เป็นเหตุผลให้คนรอบ ๆ สรุป และปรามาสเอาไว้ว่างานนี้ไม่ทันเลิกกินเลี้ยง ต้องมีตีกันเลือดสาดแน่นอน

ช่วงเวลากินเลี้ยงที่ว่าผ่านไปแล้วเข้าสู่ช่วงเต้นรำสนุกสนานกันสุดเหวี่ยง ท่ามกลางกลุ่มวัยรุ่นหลาย ๆ กลุ่ม เต็มพืดที่หน้าเวทีแต่เหตุการณ์ยังคงดูเป็นปกติ

จวบจนใกล้เวลาสี่ทุ่ม

ทันทีวงดนตรีของพวกเรายุติการแสดงตามคำสั่งของยายของเจ้านาคเท่านั้นแหละปัญหาความวุ่นวายจึงเลี้อยถลาขึ้นมาบนเวทีของพวกเรา

คงเพราะไม่รู้กัน ไม่ได้ตกลง และไม่ปรึกษากันก่อนระหว่างแม่ยายกับลูกเขยนั่นกระมัง

พอเสียงเพลงสุดท้ายจบลง และไฟพาร์แสงสีบนคานเหล็กดับลงไฟสปอตไลท์สว่างพรึบ ทุกคนหน้าเวทีแสดงความงุนงง และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บ้างถึงโวยวายและแสดงกริยาไม่พอใจ

พ่อของเจ้านาคปรี่ถลาขึ้นมาบนเวทีพร้อมกลิ่นเหล้าคลุ้ง และคำโวยวายใส่ผม ว่าเลิกได้ยังไงเขายังไม่สั่งให้เลิกสักหน่อย

ผมพยายามให้เหตุผลว่ามีคำสั่งจากแม่ยายของเขาสั่งให้เลิกในทันที เพราะข้างหน้าเวทีกำลังจะมีเรื่อง

พ่อของเจ้านาคยังไม่เชื่อและยังยืนโงนเงนแสดงอาการไม่พอใจ

ผมบอกให้ลองไปถามแม่ยายของเขาให้ก่อนและคุยกันให้รู้เรื่อง ก่อนที่จะมาลงที่ผม

เดือดร้อนต้องตามหาแม่ยายคนต้นเรื่องกันจ้าละหวั่น

กว่าจะเจอตัวแม่ยายและกว่าแม่ยายจะขึ้นมาสารภาพยอมรับว่าสั่งให้เลิกจริง เครื่องดนตรีทุกชิ้นก็ถูกรื้อเก็บลงกล่อง บางชิ้นถูกขนลงจากเวที สายไฟ สายแจ๊ค ทุกสาย ทุกเส้น ที่ต่อจากเครื่องเสียงก็ถูกชักออกจาก จนหมด

ดังนั้นการมีคำสั่งให้เริ่มต้นต่อเวลาการแสดงใหม่จากปากของพ่อเจ้านาคจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แล้ว

กว่าจะเคลียกันได้เล่นเอาเหงื่อตก

อาสาวของพ่อนาคมาพร้อมกับข้อเสนอตัวเลขที่เธอคิดว่าพวกเราคงสนใจเพื่อให้เริ่มการแสดงใหม่อีกครั้ง

ขณะที่เพื่อนนาคอีกคนบอกว่าพ่อนาคจะไม่ยอมบวชเป็นพระ หากพวกเราไม่แสดงต่อ

ผมก็ยังเสียงแข็งว่าคงแสดงต่อไม่ได้ เพราะทุกอย่างถูกรื้อออกหมดแล้ว

กว่าจะพูดคุยกันรู้เรื่อง ก็ใช้เวลานานโข

เสียงพ่อของนาค บ่นน้อยใจแม่ยาย แล้วเดินโซซัดโซเซลงเวทีไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่ค่อย ๆ ทยอยหายไป

ไฟบนเวทีวูบดับหมดแล้วทุกดวง

จริง ๆ แล้ว ผมควรจะต่อสายไฟตั้งเครื่องดนตรี เสียบสายแจ๊คเข้ากับกีตาร์ และทำการแสดงต่อ อีกอย่างน้อยอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ครบตามกำหนดเวลาปกติที่ตกลงกับเจ้าภาพไว้ ถ้าหากเจ้าภาพคนที่ติดต่อประสานงานและตกลงราคาให้วงเรามาแสดงในงานนี้แต่แรกนั้นคือพ่อของเจ้านาค

แต่ที่ผมปฏิเสธและไม่ทำอย่างนั้นเพราะคนที่ติดต่อสายตรงให้มาแสดงงานนี้ ตัวจริงคือ แม่ของเจ้านาค

แม่ของเจ้านาคสารภาพกับผมหลังจากจ่ายเงินค่าการแสดงให้แล้วว่า เธอเป็นคนสั่งให้แม่ของเธอไปบอกให้พวกเราเลิกแสดงเองแหละเพราะเธอเห็นว่า เหตุการณ์หน้าเวทีเริ่มไม่ปกติเสียแล้ว

แต่ที่เธอไม่กล้าออกตัวก็เพราะเธอรับปากกับลูกชายก่อนบวชว่า ถ้าเพื่อน ๆ ของลูกเธอที่มาในงาน ไม่ก่อเหตุไม่มีเรื่อง ก็จะให้ดนตรีพวกเราเล่นไปจนถึงห้าทุ่ม หรือเที่ยงคืนเลย

เธอบอกว่าลูกชายของเธอมีเพื่อนหลายกลุ่มมากและบางกลุ่มไม่รู้จักกัน แถมบางกลุ่มยังเป็นโจทก์กันอีกซะด้วย และเมื่อเธอจับสัญญาณได้ว่าจะมีเรื่องและเอาไม่อยู่แน่แล้ว เธอจึงกระซิบให้แม่ของเธอมาบอกให้พวกเรายุติการแสดงแต่เธอไม่อยากให้ลูกเธอรู้ เพราะเดี๋ยวลูกจะหาว่าเธอผิดสัญญา

นี่คือคำสารภาพของเจ้าภาพตัวจริง ...

.






 

Create Date : 22 มิถุนายน 2555    
Last Update : 23 มิถุนายน 2555 11:30:55 น.
Counter : 152 Pageviews.  

• ความทรงจำในสายลมหนาว


ฤดูหนาวมาแล้ว สัมผัสได้ถึงไอความเย็น และกรุ่นกลิ่นหอมของความทรงจำบางอย่าง

ระหว่างทางขับรถกลับบ้านของช่วงเย็นวันอาทิตย์

แสงสีส้มฉาบทาขอบฟ้าฝั่งตะวันตก นวลขาวหมอกควัน ที่อ้อยอิ่งสงบนิ่งเหนือพุ่มไม้ที่ทอดแนวยาว

หักเลี้ยวรถเก๋งคันเก่า หลุดพ้นถนนเส้นใหญ่ 4 เลน สู่ถนนยางมะตอย พอพ้นโค้งหลังตลาด ภาพทุ่งข้าวเหลืองอร่ามก็ปรากฏให้เห็นเป็นผืนแผ่กว้างใหญ่ไพศาลอยู่ตลอดสองข้างทาง ผมไขกระจกลง เพื่อสัมผัสกลิ่นหอมของทุ่งข้าว

กลิ่นกรุ่นอันคุ้นชิน ล่องลอยเข้ามาพร้อมความทรงจำบางอย่าง

ความทรงจำวัยเด็ก ในช่วงวันคืนค่ำของฤดูหนาว...

ช่วงฤดูเก็บเกี่ยว คมเคียวในกำมือหยาบกร้านของพ่อแม่และพี่ ๆ คนโตจะเริ่มทำหน้าที่ตั้งแต่เช้าตรู่ ท่ามกลางความหนาวเหน็บ และชุ่มน้ำค้าง เพื่อไล่ต้อนเก็บเกี่ยวผลผลิตของข้าวนาปีที่ต้นเนนเอนเรียงตามแรงไม้นาบ ตลอดผืนนาทั้ง 30 ไร่ หากเห็นว่าเก็บเกี่ยวไม่ทัน พ่อก็นัดหมายเพื่อลงแขกเกี่ยวข้าว โดยระดมแรงจากเพื่อนบ้านมาช่วย

ในระหว่างชีวิตช่วงอกอ้อมของสายลมหนาว ผมมักมีความทรงจำดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย

กระต๊อบกองฟางคืออาณาจักรแห่งความอิสระน้อย ๆ ที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม และระคายฟาง

พุดทรา รสชาดฝาดหวาน คือผลไม้ยืนต้น ที่ดกเหลืองแดงพราวผลเต็มต้นให้ลิงตัวน้อยได้ขึ้นขย่มเขย่า แล้วใส่ถุงกลับมาแบ่งกันกินในบ้าน

ว่าวปักเป้าหางยาว เริงร่า เผ่นโผน เหนือท้องฟ้ากว้าง เรียกรอยยิ้มได้หลังเหนื่อยหอบขณะวิ่งปล่อยสายป่านไปตามเส้นคันนา

ข้าวเม่าคลุกมะพร้าวกับน้ำตาลแดง ของว่างของหวานอันโอชะขณะฟันเคี้ยวบดสัมผัสรส นุ่ม มัน หวาน เค็ม หอม ให้ติดใจไม่รู้ลืม

ค่ำคืนไหนที่บ้านเรามีการตำข้าวเม่า จะเป็นค่ำคืนที่สนุกสนานสำหรับเด็ก ๆ ที่ไม่ต้องออกแรงตำอย่างพวกเรา

ขณะเสียงจังหวะสากตำลงครกคลายเปลือกเม็ดข้าวคั่วเกลือ หอมกรุ่นจากกระทะของแม่ โดยเรี่ยวแรงของพ่อ ของพี่ชายและพี่สาวคนโต

เสียงเฮฮาหยอกล้อวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ภายใต้แสงตะเกียงเจ้าพายุ ที่แขวนสูง ก็ไม่ขาดห้วงไปจากพวกเรา 4 พี่น้องคนเล็ก ที่ไม่มีหน้าที่ต้องทำอะไร ขณะเดียวกันบางครั้งเสียงหัวเราะก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้ และคำฟ้อง ยามที่ต้องหยอกล้อกันเกินแรงกว่าการเล่นธรรมดา จนคนทำผิดคนใดคนหนึ่งถูกแรงเควี้ยวขวับด้วยไม้เรียวใกล้มือให้ต้องร้องไห้ไปตามกัน อีกสักพัก ช่วงเวลาไม่นานนัก เสียงหัวเราะก็จะยังคงกลับมา

ก็เราคือพี่น้องกัน โกรธเคืองกันไม่เกิน 10 นาที แผล็บเดียวความโกรธและเสียงร้องไห้ ก็ถูกลืมและหลอมละลายกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะดังเดิม

ดังนั้นครอบครัวของเราจึงมีแต่เสียงหัวเราะเริงร่ามากกว่าเสียงร้องไห้

นั่นยังไม่นับรวมเรื่องเล่าของพ่อในคืนวันหนึ่ง หลังอิ่มหนำ กับอร่อยมื้อของข้าวเม่าคลุกมะพร้าวน้ำตาลสีลำ

ภายใต้ร่มแสงของตะเกียงเจ้าพายุ ที่ตีวงกว้างออกไป สากถูกวางพาดเรียงล้อมรอบปากครกขนาดใหญ่ เปลือกและกะลามะพร้าวที่เพิ่งปอกและขูดกองวางอยู่เคียงข้างเตาคั่วข้าว ที่เริ่มมอดไฟ กระด้งใบใหญ่กลม เสร็จภาระหน้าที่ใช้สอยถูกวางทิ้งไว้บนกองฟางข้าวใหม่ที่เพิ่งผ่านการหลุดร่วงเมล็ดจากแรงเท้านวด

ริมกองไฟ มีจานข้าววางซ้อน หลังมื้อข้าวเม่าอิ่มเอม

รอบกองไฟ หนึ่งครอบครัวใหญ่ รวมพ่อแม่พี่น้องแล้ว 9 ชีวิต นั่งอยู่พร้อมหน้า เชื้อไฟใช้ฟางโยนใส่เป็นระยะ ๆ

พ่อมักมีนิทานเล่าให้ลูก ๆ ฟังอยู่เสมอหลังเมนูข้าวเม่า และก่อนส่งลูกเข้านอนในกระต๊อบกองฟาง

ระหว่างและหลังเรื่องเล่านิทานของพ่อ มักจะเรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจากลูก ๆ อยู่เสมอ

และค่ำคืนหลังแยกย้ายกันเข้านอน เสียงหัวเราะจะยังคงกระจายลั่นเป็นระยะในกระต๊อบกองฟางต่อไปอีกจนดึกดื่นก่อนเงียบหายไป

ผมมักแอบหัวเราะคนเดียวในรถ ขณะย้อนนึกถึงนิทานเรื่อง “ไอ้ตูดกู่กับไอ้หูหนว” และ เรื่อง “ข้าวเม่าลูกเขย“ของพ่อ

แล้ว คุณละคุณมีนิทานจะเล่าให้ผมฟังสักเรื่องมั๊ย ช่วงหนาวปีนี้ ?





 

Create Date : 05 ธันวาคม 2553    
Last Update : 9 ธันวาคม 2553 12:23:57 น.
Counter : 185 Pageviews.  

• กางเกงลิงสีแดง

ถามหน่อย คุณเคยเห็นกางเกงในสีแดงแจ๊ดมั๊ย กางเกงในสีแดงแผ่ไหวกระพือเยิบ ๆ ตามแรงลม อยู่ที่ปลายไม้แป้ว สอยมะม่วงนะ เคยเห็นมั๊ย ?

และคุณจะเชื่อมั๊ยล่ะถ้าผมจะบอกว่า เคยมีคนทั้งงานเขาเชื่อกันว่ากางในสีแดงตัวเดียวกันนี่แหละ ที่ทำให้งานเลี้ยงโต๊ะจีนนับร้อยโต๊ะและคนนับพันรอดพ้นจากเพดานเมฆทมึนและกำแพงฝนที่เคลื่อนเฉียดมาเกือบใกล้ แต่กลับเฉียดผ่านเลยไปอย่างหวุดหวิด โดยไม่ทิ้งหยดน้ำสักแหมะให้คนในงานต้องเปียกปอน ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างมหัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ

คุณอาจจะยังไม่เคยเห็นและไม่อยากจะเชื่อ เพราะคุณไม่ได้ไปร่วมในงานเลี้ยงในวันนั้น ขณะที่ผมและลูกทีมนักดนตรีเจ็ดแปดคนร่วมแสดงอยู่บนเวทีในงานเลี้ยงวันนั้น ผมจึงได้รับรู้และได้เห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นทั้งหมดทั้งสิ้น

แต่ถ้าถามว่าผมเชื่อมั๊ย ผมบอกได้เลยว่า ผมไม่เชื่อ!!!!

จะให้เชื่อได้อย่างไรล่ะ ก็ในเมื่ออีกสองวันต่อมา งานเลี้ยงโต๊ะจีนเกือบร้อยโต๊ะ จากอีกหมู่บ้าน ถูกฝนและลมถล่มเละเรียบไปทั้งงาน โดยมีกางเกางในสีแดงห้อยเปียกหนักน้ำหน่วงเป้ายานหยดแหมะ ๆ อยู่ปลายไม้แป้ว โดยมันไม่ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ไล่ฝนให้เห็น และให้เชื่อเลยสักนิด ผมเองก็อยู่ในงานนั้น และไม่สามารถแสดงดนตรีตามว่าจ้างได้เพราะกลัวไฟ หะ..ช็อตตตต ขณะที่โต๊ะจีนบางโต๊ะยังคงมีคนกางร่มบ้าง เอาถูงพลาสติคคลุมหัวบ้าง มานั่งกินโต๊ะจีนกลางสายฝนกันหน้าตาเฉย

ผมกำลังรู้สึกอยากบอกเล่าเรื่องราวและความเชื่อบางอย่าง ที่ผมเองก็เพิ่งเคยได้เห็นเมื่อไม่นานมานี้

ความเชื่อเรื่อง “ปักธงกางเกงในสีแดงไล่ฝน” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและทำท่าจะแซงไต่อันดับต้นตะไคร้ปักดินโดยหญิงสาวบริสุทธิ์ ขึ้นไปทุกที ๆ

ผมเป็นนักดนตรีที่ต้องทำมาหากินอยู่บนเวทีกับงานเลี้ยงโต๊ะจีนกลางแจ้ง ความเกี่ยวพันกับงานเลี้ยงโต๊ะจีนของผมก็คงไม่ต่างและไม่แพ้กับนักการเมืองท้องถิ่น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสักเท่าไรหรอก จึงเป็นเรื่องที่เห็นจนชินตากับภาพปักตะไคร้ลงดินไล่ฝน หรือปักธงกางเกงในสีแดงไว้ที่เหนือหลังคา เพราะนี่คือความเชื่อและเป็นที่พึ่งทางใจได้ในระดับที่ดีทีเดียว โดยเฉพาะคนที่ชอบจัดงานเลี้ยงในช่วงฤดูฝน

ถ้าจะถามว่าผมเชื่อมั๊ย ผมก็คงยืนยันคำเดิมแบบหนักแน่นว่า “ผมไม่เชื่อ!!” แต่ขอโทษ ต้องขอเป็นเสียงเบ่า ๆ ห้อยท้ายว่า “แต่ไม่ขอลบหลู่” หุ หุ

ไม่เชื่อแต่ไม่หลบหลู่ ก็ในเมื่อเราเห็นงานเลี้ยงหลาย ๆ งาน ได้ต้นตะไคร้ และกางเกงในสีแดงนี่แหละที่ทำให้รอดพ้นจากการกระหน่ำของสายฝนลงมากลางงาน ขณะที่งานเหล่านั้นจัดกันอยู่ในช่วงหน้าฝน และเลือกปฏิบัติการแบบนี้ป้องกันไว้

จริงไม่จริงนั้นก็พิสูจน์กันไม่ได้หรอก ซึ่งนั่นแหละผลสืบเนื่องต่อมานอกจากเจ้าภาพจะยิ้มหน้าบานแล้ว คนที่รับกรรมต่อคือมโหรีโดยเฉพาะงานบวช เครื่องแห่ มโหรี ตอนเช้าจะต้องรับกับเคราะห์กรรม การรำแก้บนรอบโบสถ์ซึ่งสมัยก่อน จะบนไม่ให้ฝนตกกัน ที่ 5 รอบวนโบสถ์ ปัจจุบันนี้ได้ข่าวว่านางรำโหดร้ายขึ้นเป็นเท่าตัว เห็นว่าบนกัน 12 รอบโบสถ์ บางงาน 18 รอบโบสถ์ วงดนตรีผมไม่เท่าไรหรอก ยืนเล่นบนเวที อย่างเก่งแม่ครัวนางรำก็รำวงรำวนรอบเก้าอี้ รำสัก 100 รอบผมก็ไม่เดือดร้อน แต่แตรวง แคนวง หรือกลองยาว ที่มาแห่ตอนเช้านี่นะสิ เห็นแล้วน่าสงสารจริง ๆ พับผ่า ทั้งเดินทั้งตีทั้งเป่า รอบพระอุโบสถ 10 กว่ารอบ มันไม่ใช่เรื่องเล่นเชียวนะคุณ

จริงหรือไม่จริง เราพิสูจน์ไม่ได้หรอก เชื่อหรือไม่เชื่อเราก็บังคับใครไม่ได้อีกเช่นกัน แต่กับเหตุที่เราประสบพบเจอในงานบางงาน มันทำให้เรารู้สึกได้ถึงความไม่ปกติ และสามารถเอนน้ำหนักความเชื่อของเราให้เทมาเกือบเต็มร้อยทีเดียวเชียว

ปีนี้ผมมีงานแสดงดนตรีในงานเลี้ยงแต่งงานงานหนึ่ง พ่อเจ้าสาวคือเจ้าภาพงานนี้และเป็นคนติดต่อวงดนตรีของเราไปแสดง เขาเลือกโรงงิ้ว ขนาดใหญ่ ในบริเวณศาลเจ้าพ่อ ของตลาดแห่งหนึ่งเป็นที่จัดงานเลี้ยงโต๊จีนกว่าร้อยโต๊ะ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องฟ้าฝน

โรงงิ้วขนาดใหญ่ที่มีโครงหลังคาสูง มีเวทีถาวรให้ แต่ไม่มีข้างฝาด้านข้างทั้งสองแถบประมาณทุ่มเศษ ๆ ทั้งลม ทั้งฝน ก็สาดกระหน่ำเข้าทั้งสองข้าง แขกเหรือ่ เจ้าภาพ นักดนตรี ต้องหามุมหลบกันจ้าละหวั่น เป็นอีกค่ำคืนที่ฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ลมก็พัดแรง ถ้าไม่ใช่โรงงิ้ว คาดว่างานเลี้ยงคงดำเนินงานต่อไม่ได้

ฝนตกได้พักใหญ่ก็หยุด งานเลี้ยง งานดนตรีของเราก็แสดงต่อไปจนจบงาน

หลังรับเงินค่าการแสดง พ่อเจ้าสาวซึ่งก็คือเจ้าภาพงานนี้ บอกผมว่าขณะที่โรงงิ้วจัดงานฝนตกปานพายุถล่ม คนทางบ้านโทรมาบอกว่าที่บ้านฝนไม่ตกสักแหมะ

“ไม่ได้บนไว้รึพี่” ผมแอบกระซิบถามพ่อเจ้าสาว

“บนสิ กางเกงในสีแดงก็ขึ้นเป็นธงไว้”

“ไม่เห็นมีล่ะพี่” ผมสงสัย

“ก็ขึ้นไว้ที่บ้านโน้น”

“เอ้าทำไมไปขึ้นที่โน่น ไม่มาขึ้นที่โรงงิ้วนี่ล่ะ”

“ไม่กล้า กลัวเจ้าพ่อท่านโกรธ” ตอนท้ายแกทำเสียงกระซิบ ซึ่งแกหมายถึงเจ้าพ่อประจำศาลเจ้าแห่งนี้

ช่วงขากลับบ้านคืนนั้นพวกเราต้องขับรถผ่านบ้านเจ้าสาวอีกครั้ง ที่บ้านเจ้าสาวไม่มีร่องรอยฝนตกจริง

คุณว่า มันน่าแปลกมั๊ยล่ะ ก็ระยะทางบ้านเจ้าสาวกับโรงงิ้วที่จัดงานนั้นน่ะ อยู่ห่างกันแค่ 2 กิโลเมตรเอง

ครับ กางเกงในสีแดงไล่ฝน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!!!!




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2553    
Last Update : 16 มกราคม 2554 9:14:01 น.
Counter : 190 Pageviews.  

• แมวหลังบ้าน

ทาวน์เฮ้าผนังข้างฝาติดกันกับบ้านเช่าของผมไม่มีคนอยู่ เป็นบ้านร้าง ไม่รู้ใครเป็นเจ้าของ แต่บ้านหลังถัดไปเขาใช้หน้าบ้านหลังนี้เป็นที่จอดรถยนต์

จำได้ว่าตั้งแต่มาเข้าอยู่ที่นี่มีแมวมาอาศัยคลอดลูกในบ้านหลังนี้ประมาณ 6 -7 ครั้ง แต่ไม่มีแมวครอกไหนอาศัยในบ้านหลังนี้แบบถาวร

เติบโตพอประมาณ พวกมันก็พากันหายไป และอีกไม่ช้านานแม่แมวตัวใหม่ หรืออาจเป็นตัวเดิมก็จะห้อยท้องโย้มาอาศัยบ้านร้างหลังนี้เป็นห้องคลอดอีก

กว่าผมจะรู้ว่ามีแมวมาคลอด ก็จะประมาณว่าเห็นฝูงแมวตัวเล็ก ๆ ร้องเหมียว ๆ เดินขวักไขว่  อยู่บริเวณพื้นที่หลังบ้านร้างซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงปูนสูงเสมอหน้าอกและต่อด้วยลูกกรงเหล็กดัด

  • ไม่มีแมวฝูงไหนเลย ที่ไม่ได้ลิ้มรสปลากระป๋องขยำข้าวสวยจากฝีมือผม

พอโตได้วัยปีนป่าย เจ้าแมวตัวย่อมทั้งฝูงก็จะเริ่มกระโดดขึ้นบนกำแพงปุนหลังบ้าน แล้วเริ่มทำตัวสอดรู้ สอดเห็น แอบตูศิลปินรูปหล่อ ซํกผ้า ล้างจาน ล้างหม้อ ที่หลังบ้าน

ครั้นพอหันไปพบประสบตา เขาก็จะทำท่าตกใจเล็กน้อย และถ้าจะถึงขั้นเอื้อมมือเพื่อขออุ้มหรือสัมผัสตัว ฝูงแมวทั้งฝูงก็จะพากันหนีแตกกระเจิงข้ามไปอีกฝั่งรั้วเหล็กดัด ชนิดแบบไม่อยากนับญาติ

พอรู้ว่าฝูงแมวปีนป่ายขึ้นกำแพงไต่ข้ามมาฝั่งหลังบ้านผมได้ ปลากระป๋องจึงเป็นอีกชนิดอาหารที่ผมต้องซื้อตุนไว้ในบ้าน

หลังมื่ออาหารของผม คือการขยำข้าวสวยให้แมวอย่างเต็มใจ  เว้นก็แต่วันไหนที่ต้องเดินทางไปเล่นดนตรี ก็ให้เป็นหน้าที่พวกเขาไปวิ่งหาจับหนูกินกันเอง

แมว 6 -7 ฝูงที่มาคลอดในบ้านร้างล้วนได้กินปลากระป๋องขยำข้าวจากผมทั้งนั้น แต่เชื่อมั๊ยผมไม่เคยได้สัมผัสถึงตัวแมวเหล่านั้นได้เลยสักตัว

ขยำข้าวเสร็จผมต้องวางจานไว้บนกำแพงรั้วหลังบ้าน แล้วเดินหลบเข้าบ้านไป ปล่อยทิ้งให้พวกเขากินกันจนอิ่มจึงเก็บจานไปล้าง

 

  • ผมไม่อยากเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้าน ชีวิตผมไม่ได้อยู่ในบ้านตลอด การเดินทางตระเวนเล่นดนตรีคือเงือนไขที่ทำให้ผมไม่กล้ามีสัตว์เลี้ยง แต่ก็พยายามแสดงออกให้ฝูงแมวเหล่านั้นเห็นว่า”ศิลปินรักนะแต่ไม่ผูกพัน” ขณะฝูงแมวทุกครอกทุกตัวก็เหมือนจะรับรู้และก็แสดงออกให้เห็นว่า “พวกเรากินปลากระป๋องของแกนะแต่ไม่ผูกพันกับแกเหมือนกัน”  หุ หุ (อ่ะ...ล้อเล่น)

 

  • แมวฝูงใหม่ ณ. วันนี้มีอยู่ด้วยกันสามตัว คือ แม่ และลูกอีกสองตัว

ขณะนี้พวกเขากำลังโตพอที่จะหากินเองได้แล้ว พวกเขายังแอบดู ผมล้างจาน ซักผ้า และกินข้าวขยำปลากระป๋องของผม แต่ยังไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้ แถมยังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อฟ่อ ใส่ผมด้วยซ้ำ

ใจจริงผมอยากจะคว้าพวกเขามาอุ้ม มากอดใจจะขาด แต่รั้วเหล็กดัดที่แค่เพียงพวกเขาเดินข้ามไป ผมก็หมดสิทธิ์ในตัวพวกเขาซะแล้ว

อีกสองเดือนผมจะต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ถึงวันนั้นผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปจากผมก่อน หรือผมจะไปก่อนพวกเขา แต่ผมก็เตรียมใจ เตรียมความรู้สึก ไว้พร้อมแล้วสำหรับวันนั้น....

ขณะพวกเขามีเกราะป้องตัวเองที่รั้วเหล็กดัดและความรวดเร็วหลบหลีก ผมก็มีรั้วป้องกันความรู้สึกแห่งการพลัดพรากเตรียมพร้อมอยู่แล้วเช่นกัน

“รักพวกแกนะแต่ไม่ผูกพัน” นั่นล่ะคือรั้วป้องกันความรู้สึกp /ของผม เมื่อถึงวันที่ต้องย้ายบ้าน จากพวกเขาไป

<>




 

Create Date : 21 กันยายน 2553    
Last Update : 21 กันยายน 2553 9:43:24 น.
Counter : 156 Pageviews.  

1  2  3  4  

โฟล์คเหน่อ
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผลงานโฟล์คเหน่อ

สี่สิบสอง นักเขียน คนบ้า กวีหน้าราม กีตาร์โปร่ง
Friends' blogs
[Add โฟล์คเหน่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.