โฟล์คเหน่อ เล่นดนตรี เขียนกวี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณฯ

Group Blog
 
All blogs
 
:::กล้วยแขก:::

:::กล้วยแขก::

ในบางช่วงวิถีชีวิตที่ต้องดุ่มเดินอยู่เส้นด้ายแห่งชะตากรรมที่เปราะบาง และอาจพร้อมที่จะขาดผึงส่งผู้ดุ่มเดินให้ลงไปนอนแอ้งแม้ง กลิ้งร่างตัวเองไปมาพร้อมเสียงร่ำไห้และยอมยกสองมือชูอย่างผู้พ่ายแพ้ต่อชะตากรรม

ขณะความเชื่อบางความเชื่อของผู้ดุ่มเดินบนเส้นด้ายเปราะบาง ก็ถูกหยิบนำมาใช้อย่างเป็นจริงเป็นจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเสมือนเครื่องมือเสริม เติมขวัญกำลังใจ ด้วยเชื่อว่าร่างเงาที่มองไม่เห็นนั้น พร้อมที่จะช่วยปกป้องคุ้มครอง และชักนำสิ่งที่คิดที่ปรารถนาให้ก้าวมาสู่....

แต่ขณะเดียวกัน หากตัวแปรหรือเหตุที่เห็นและเป็นไปมิได้เสริมสร้างไปสู่สิ่งที่หวังจนบ่อยครั้ง จนถึงขั้นขนาดทำให้มิอาจต้องศรัทธาต่อความเชื่อนั้นอีก และขณะผู้ดุ่มเดินก็ได้พิสูจน์ชัดแล้วว่าบางความเชื่อที่เคยเชื่อนั้นอาจไม่เป็นจริง และมิได้ช่วยส่งเสริมหรือช่วยเหลือเกื้อหนุนจริง การสลัดทิ้งซึ่งความเชื่อนั้นก็ย่อมมีได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง.....

เฉกเช่นบางความเชื่อของผม ที่ถูกหยิบนำมาใช้กันชนิดเต็มรูปแบบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในช่วงขณะที่ต้องนำพาชีวิตไต่ไปตามกิโลเมตรของถนน เพื่อมุ่งสู่ตลาดนัดเปิดท้ายขายของ....

หลากหลายความเชื่อถูกบรรจุใส่รถไปพร้อมกับตลับเทป และแผ่นซีดี เพื่อมุ่งหวังเสริมให้กับโชคชะตาที่ต้องฝากกันไว้ที่จำนวน ยอดจำหน่ายแผ่นเพลงของตัวเองในแต่ละวัน......

ขณะที่บางความเชื่อผมไม่เคยเชื่อเลย .... แต่ก็ไม่เคยลบหลุ่......

จำได้วันที่ต้องบึ่งรถกระบะดัทสันสีส้ม มุ่งสู่ตลาดนัดเปิดท้ายที่หน้าโรงแรมแกรนด์ จังหวัดอยุธยา เมื่อปลายปี 46

ช่วงขาไปผมนั่งเคี้ยวกล้วยแขก ที่ซื้อติดมือมาก่อนขึ้นรถ อย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่เสมเพื่อนร่วมชะตากรรมนั่งขับรถนิ่งอึ้งไปตลอดทางอย่างผิดสังเกตุ

วันนั้นพวกผมขายซีดีเพลงไม่ได้ซักแผ่นเดียว

ช่วงขากลับ จึงไม่ต้องแปลกใจที่ผมกลับเป็นฝ่ายนั่งนิ่งอึ้ง ฟังถ้อยเทศนาของเสมมาตลอดทางขากลับ.....

เสมบอกว่า ขณะออกไปทำมาค้าขายอย่าซื้อหรือกินกล้วยแขก เด็ดขาด....

ก่อนนี้ไม่มีเหตุผลใด ๆรองรับ หรือ โน้มน้าวจนให้ผมต้องเชื่อ จำได้ว่าไม่เคยมีคำกล่าวตักเตือนใด ๆ จากคนเฒ่าคนแก่ให้ผมได้ยินและต้องเชื่อเรื่องกล้วยแขกกับการค้าขายมาก่อน เลย...

แต่เหตุแห่งยอดขายแผ่นซีดีที่เลขศุนย์ และเสียงพร่ำบ่นตลอดทางของเสมวันนี้ ทำให้ผมต้องเชื่อไว้ก่อน.....

ตลอดช่วงตั้งแต่ปี 44 ถึงปี 48 ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงปีแห่งความต้องเชื่อของผมเลยก็ว่าได้....

หลังทำอัลบั้มเพลงของตัวเองออกมาสองชุด และใช้วิธีการนำเสนอผลงานพร้อมขาย โดยวิธีการไปเล่นดนตรีเปิดหมวกกลางตลาดนัดเปิดท้า

สิ่งของที่รองรับความเชื่อจึงเกลื่อนกราวอยู่ในคันรถ และหน้าแผงซีดี

ยกตัวอย่างเช่น ใบขนุน ที่เชื่อว่าเมื่อติดตัวต้องชัวร์มีคนอุดหนุน ลูกมะยม ที่เชื่อว่าติดตัว ต้องชัวร์มีคนนิยม ขณะที่เวทีเปิดหมวกในบางวัน อาจมีถุงใส่ยวงขนุนสีเหลืองอร่ามแขวนห้อยโตงเตงอยู่ที่ขาไมค์ร้องเพลง

ยังไม่นับรวมซากกิ่งกาฝากที่จับเกาะกับกิ่งกาหลง ที่เสมปีนป่ายขึ้นไปตัดมาจากต้นหน้าบ้านของเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งนั้นด้วย

แต่นั่นแหละความเชื่อที่เราเชื่อ แต่ไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมด สุดท้ายอาจกลายเป็นแค่หลงเชื่อ....

อย่างกรณี กาฝากบนกิ่งกาหลงนั่นแหละ ที่ทำให้ผมคิดว่าเราอาจหลงเชื่อ....

ก็วันแรกที่เสมไต่ลงมาจากต้นกาหลงพร้อมกิ่งไม้ดังที่กล่าว เสมก็ฟุ้งกระจายในรถขณะบึ่งรถสู่ตลาดเปิดท้ายแยกหันคาจังหวัดชัยนาท

เสมบอกว่ากิ่งกาฝากนั้นชื่อบอกชัดเจนว่าเราจะสามารถฝากแผ่นซีดีมากมายไปกับแฟนเพลงในตลาดนัดได้แน่นอนในวันนี้ และกาหลงนั้นชื่อก็บอกชัดเจนอีกเช่นกัน ว่า ถึงหน้าตาสองคนเราจะดูโหดร้ายเหมือนดั่งมหาโจร แต่แฟนเพลงกลางตลาดนัดจะต้องลุ่มหลงพวกเราอย่างแน่นอน (คิดได้ไงเนี่ย)

แล้ววันนี้เรามีกิ่งกาฝากที่เกาะอยุ่บนกิ่งกาหลง ..โอพระเจ้า อะไรจะเกิดขึ้นกับเราในวันนี้ที่กลางตลาดนัด.....

จบการแสดงดนตรีเปิดหมวกกลางตลาดนัดหันคาวันนั้น ผมได้ยินเสียงเสียงเสมโยนกิ่งกาฝากเกาะกิ่งกาหลงใส่ลงไปที่หน้ารถพร้อมกับเสียงบ่นสำทับดัง ๆ ว่า “ไอ้ฉิบหายวันนี้ขายได้สองแผ่นเอง”

นั่นแหละ เส้นแบ่งอันเปราะบางระหว่างควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อบางครั้งมันก็เปราะบางเสียจนตัวแปรบางตัวก็อาจทำลายลงได้ในชั่ววูบวับของอารมณ์....

ก็วันที่จบการแสดงที่ตลาดนัดคุณาวรรณอำเภอกำแพงแสน หลังจากคิดคำนวณหักจ่ายค่าแผงพื้นที่ตลาดนัด ค่าน้ำมันรถแล้ว ผมกับเสมก็เดินกำแบงค์ 20 บาท ดุ่มเดินไปที่โซนขายของกินอีกฝั่งของตลาดนัด

ขณะเดินผ่านร้านขายของกินมากมาย ในใจก็คิดคำนวณจำนวนเงินกับของกินที่พอบรรเทาความหิวของเราสองคนให้มากที่สุด

คิดง่าย ๆ คือ ราคาถูก แต่ต้องได้เยอะ กินอิ่มท้อง....

ขณะเดินผ่านร้านขายกล้วยแขก ผมรีบเดินเร่งฝีเท้าเพื่อให้ผ่านไป ด้วยความเชื่อบางอย่างที่ยังติดค้างอยุ่ในใจ...

เดินมาสักพักจึงหันไปถามเสมที่เดินตามหลังมาว่า เหลืออยุ่ 20 บาท จะซื้ออะไรกินกันดี ?

เสมยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนเอ่ยมาแบบเสียงดังฟังชัด ว่า “ซื้อกล้วยแขก”

>




Create Date : 13 มีนาคม 2551
Last Update : 13 มีนาคม 2551 7:09:34 น. 0 comments
Counter : 528 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โฟล์คเหน่อ
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผลงานโฟล์คเหน่อ

สี่สิบสอง นักเขียน คนบ้า กวีหน้าราม กีตาร์โปร่ง
Friends' blogs
[Add โฟล์คเหน่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.