โฟล์คเหน่อ เล่นดนตรี เขียนกวี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณฯ

Group Blog
 
All blogs
 
::::ค่ำคืนเดือนมืด และความตายของแม่ค้า::::

::::ค่ำคืนเดือนมืด และความตายของแม่ค้า::::

1.

ความแตกต่าง ของความรู้สึกต่อความตายของเพื่อนมนุษย์ ที่มีอยู่รายรอบข้าง และมีอยู่ทุกวัน การได้รับรู้ด้วยการเห็นกับตา หรือรับรู้ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน หรือผ่านคำบอกเล่าของคนรู้จัก สารนำข่าวเหล่านี้ อาจส่งผลกระทบให้เกิดความรู้สึกต่อความตายให้แตกต่างกันได้ในระดับหนึ่ง

แต่ข่าวความตายไม่ว่าจะผ่านการนำสารด้วยทางใด หากคนในข่าวคือคนที่เรารู้จักมักคุ้น และผ่านการพูดคุยกันมาบ้าง ในอดีต หลังทราบข่าวคราวความตายของเขาก็ทำให้เราอึ้งนิ่งไปได้เป็นวัน ๆ เช่นกัน

ดังเช่นเรื่องราวข่าวความตายของแม่ค้าขายหนังสือมือสองที่ริมทางไหล่เขา.ในคืนเดือนมืด......

คำบอกเล่าถูกถ่ายทอดโดยพ่อค้าขายเสื้อผ้าในตลาดนัดด้วยกัน ที่บังเอิญผมได้พบกับเขาหลังการเสียชิวิตของแม่ค้าผ่านไป 2 วัน

ความตายที่เป็นผลมาจากอุบัติเหตุที่มิได้มีสาเหตุจากความประมาท หากแต่เป็นความตายของคนที่น่าจะเรียกได้ว่า อาจถึงคราวตายของเธอจริง ๆ

2.

ตลอดช่วง 4 ปี ก่อนหน้านี้ วิถีชีวิตของผมถูกผูกติดอยู่กับตลาดนัดเปิดท้ายทั่วจังหวัดภาคกลาง แต่ละวันของช่วงบ่าย การบึ่งรถกระบะบ่ายหน้าสู่ตลาดนัดคือกิจวัตร และหลังตะวันไต่เลี่ยเหนือยอดไม้ ผมจะเริ่มบรรเลงเพลงของผมเองอยู่กลางตลาดนัดด้วยกีตาร์โปร่ง เคล้าคลอระบายด้วยเสียงแอคคอร์เดี้ยน และเพอร์คัสชั่นจากเพื่อนร่วมชะตากรรม โดยมีเทป ซีดี วางแผ่อยู่ข้างหน้าเพื่อคนผ่านไปผ่านมาได้หยิบจับ พลิกดู หากถูกใจในเสียงเพลง ก็จะซื้อติดมือกลับไปฟังที่บ้าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงนั้น พ่อค้า แม่ค้าในตลาดนัด ส่วนใหญ่จะรุ้จักมักคุ้นกับพวกเราในฐานะศิลปินประจำตลาดนัดเปิดท้าย

การจองพื้นที่เพื่อการแสดงแต่ละวัน เราก็จะได้พบกับเพื่อนร้านขายสินค้าข้างเคียงแตกต่างกันไป แล้วแต่เจ้าของตลาดนัดจะจัดพื้นที่ให้ บางวันเราได้อยุ่ใกล้ร้านขายเสื้อผ้า บางวันเราได้อยู่ติดกับร้ายขายน้ำหอม บางวันเราได้อยู่เคียงข้างกับร้านขายกล้วยไม้ บางวันโชคร้ายหน่อยก็ได้อยู่ติดกับร้านขายเครื่องเสียง

จำได้ว่าวันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสตั้งแผงการแสดงติดกับร้านขายหนังสือมือสอง ของสองผัวเมียน่ารักคู่หนึ่ง อายุอานามของทั้งสองน่าจะเลยวัยกลางคน ทั้งสองรุ้สึกจะชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต วันที่เราตั้งแผงติดกัน เขาขอให้ผมร้องเพลงที่เขาชอบหลายเพลง และปรบมือให้กำลังใจพวกเราตลอดการแสดง ทั้งสองผัวเมียเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส

จบการแสดงวันนั้น ผมซื้อหนังสือจากแกสองเล่ม ส่วนทั้งสองก็อุดหนุนซีดีเพลงของผมไปหนึ่งแผ่น

“ขายดีมั๊ยวันนี้” ผมถาม ขณะทั้งสองกำลังขนหนังสือขึ้นรถกระบะคันเก่า ๆ

“ไม่รู้จะพอค่าน้ำมันกลับถึงบ้านหรือเปล่า” พี่ผู้ชายบอก พลางหัวเราะ เป็นที่รู้กันระหว่างคนตลาดนัด หากยอดขายไม่ได้ตามเป้า ก็จะมีภาษาบ่นกันไปตามประสา ขณะเรื่องค่าน้ำมันมักถูกอ้างถึงเป็นอันดับต้น ๆ

หลังจากวันนั้น จนกระทั่งถึงวันที่ผมเลิกเดินทางสัญจรเล่นดนตรีตามตลาดนัด จำไม่ได้ว่าได้เคยตั้งแผงติดกัน กับแผงขายหนังสือของสองผัวเมียคู่นี้ อีก 3 หรือ 4 ครั้ง แต่ที่จำได้คือรอยยิ้มอย่างมีความสุขของพวกเขาทั้งสองยามที่พวกเราร้องเพลงที่เขาขอไว้ให้ฟัง.....

3.

พอพ่อค้าขายเสื้อผ้า เอ่ยถึงสองผัวเมียขายหนังสือมือสอง ภาพของพวกเขาก็ผุดพรายขึ้นมาทันที

ขณะเรื่อง อันนำไปสู่การสูญเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลด ก็ถูกเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ

หลังการเก็บหนังสือใส่ท้ายรถกะบะ ที่ตลาดนัดอำเภอบ้านไร่ ในค่ำคืนเดือนมืด สองผัวเมียก็บึ่งรถกลับบ้านมาทางอำเภอด่านช้าง ระหว่างขับขึ้นเนินเขาสูง รถกะบะสองผัวเมียเกิดดับอย่างกะทันหัน ฝ่ายสามีพยายามสตาร์ทเครื่องเท่าไรก็ไม่ยอมติด ขณะที่อยู่ระหว่างทางขึ้นเนินสูง ด้วยความกลัวว่ารถข้างหลังที่กำลังไต่ขึ้นเนินตามมาจะไม่ทันมองเห็น แล้วจะเกิดชนกันเข้า เขาก็เลยตัดสินใจที่จะคลายเบรกที่เหยียบคาไว้ เพื่อให้รถถอยหลังลงแล้วหักพวงมาลัยให้ชิดริมทาง คงเพื่อที่จะได้เห็นแนวริมทางชัดเจน ภรรยาที่นั่งอยู่อีกฝั่ง จึงไขกระจกรถลง แต่ยังมิทันจะได้บอกแนวริมทางให้สามี รถที่คลายเบรกให้ไหลถอยลงเนินอย่างรวดเร็ว ก็ไถลเลยไหล่ถนนพลิกเอียงข้าง ลงไปที่ดงตอต้นกระถิน ที่เพิ่งถูกตัดเหลือปลายเป็นปากฉลามแหลม ก็ทิ่มแทงทะลุหูของภรรยาที่นั่งอยุ่ฝั่งซ้ายเสียชีวิตคาที่ ส่วนสามีบาดเจ็บสาหัส

ไม่ต้องนึกไปถึงเสียงหวีดร้อง และอาการดิ้นทุรนทุราย ในเฮือกหายใจแห่งความเจ็บปวดครั้งสุดท้าย ก่อนสงบนิ่ง

แค่เพียงเท่านี้ผมก็นิ่งอึ้งน้ำตาเอ่อคลอ.....

“ไม่รู้จะพอค่าน้ำมันกลับบ้านหรือเปล่า” ถ้อยคำคำนี้ของเขาดังก้อง พุ่งกลับออกมาจากความทรงจำของผมจนได้ยินชัดเจนอีกครั้ง ในห้วงขณะนี้ ห้วงขณะที่พ่อค้าขายเสื้อผ้า บอกต่อมาว่า สาเหตุที่รถกระบะคันเก่าของพวกเขาเครื่องดับกระทันหัน ขณะกำลังไต่ขึ้นเนินเขา ในคืนนั้นคือ รถของพวกเขาน้ำมันหมด.......




Create Date : 18 มกราคม 2551
Last Update : 18 มกราคม 2551 1:31:57 น. 3 comments
Counter : 366 Pageviews.

 


โดย: dogamania วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:3:03:34 น.  

 
โห...น่ากลัวจัง..เสีย ใจกับการ จากไปด้วย..ครับ..


โดย: ลิงจ๊ากจ๊าก วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:3:26:03 น.  

 
แสดงความเสียใจด้วยจ้า...


โดย: ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล (ศิลป์ใจ ) วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:4:50:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โฟล์คเหน่อ
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผลงานโฟล์คเหน่อ

สี่สิบสอง นักเขียน คนบ้า กวีหน้าราม กีตาร์โปร่ง
Friends' blogs
[Add โฟล์คเหน่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.