ข่าวด่วน บทกวี เรื่องจากใจ tiki_ทิกิ ที่นี่ค่ะ บันทึก ummm My Novel too.(In Thai).
 
บท ๒๐ ภาคห้า

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6540441/W6540441.html




Create Date : 23 เมษายน 2551
Last Update : 25 กรกฎาคม 2551 19:10:14 น. 8 comments
Counter : 372 Pageviews.  
 
 
 
 
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:2:13:23 น.  

 
 
 

บทที่ผ่านไปของ นิยาย ที่ดินผืนนั้น

ภาค ๑ บทที่ ๑-๘ ที่พันทิป
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6423525/W6423525.html

บท ๑-๓ ที่บล็อกแกงก์

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=16-03-2008&group=7&gblog=1

บท ๔-๕ ที่บล็อกแกงก์

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=18-03-2008&group=7&gblog=2

บท ๖- ๘ที่บล็อกแกงก์
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=20-03-2008&group=7&gblog=3

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

(ภาคสอง บทที่ ๙-๑๑ ที่ พันทิป)
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6439185/W6439185.html
บทที่ ๙-๑๑ ที่ บล็อกแกงก์
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=26-03-2008&group=7&gblog=4


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

( ๐ ที่ดินผืนนั้น ๐ ภาคสาม....เริ่มที่บท ๑๒.)

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=28-03-2008&group=7&gblog=5

เรื่อง บทที่ ๑๓ ของที่นี่
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=02-04-2008&group=7&gblog=7

.#Novel ..My land ๐ นิยาย..ที่ดินผืนนั้น ๐ ภาคสาม บท ๑๔
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=03-04-2008&group=7&gblog=8

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

#4 ที่ดินผืนนั้น...... เริ่มบทที่ ๑๕
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6460129/W6460129.html

บทที่ ๑๕ ที่บล็อกแกงก์

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=03-04-2008&group=7&gblog=8
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

# 5.๐๐๐.. ภาคสี่ ที่ดินผืนนั้น...บทที่ ๑๖ ...๐๐๐..
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6486792/W6486792.html
บทที่ ๑๖ ที่ บล็อกแกงก์
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=04-04-2008&group=7&gblog=10
บทที่ ๑๖ (ต่อ) ที่บล็อกแกงก์
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=06-04-2008&group=7&gblog=11

%~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

#6 ....ภาคสี่ ที่ดินผืนนั้น บทที่ ๑๗ ..พันทิป
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6495102/W6495102.html

บทที่ ๑๗ ที่บล้อกแกงก์

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=07-04-2008&group=7&gblog=12
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

และ บทนี้
# 7 ภาคสี่ นิยาย ที่ดินผืนนั้น บทที่ ๑๘
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6509777/W6509777.html

บท ที่ ๑๘ที่บล้อกตรงนี้ค่ะ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=12-04-2008&group=7&gblog=13

%~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

#8 บทที่ ๑๙ ที่พันทิป
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6524946/W6524946.html

บทที่ ๑๙ ที่ บล็อกแกงก์ ค่ะ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=18-04-2008&group=7&gblog=14

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ที่ดินผืนนั้น ภาค ห้า บทที่ ๒๐ พันทิป
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6540441/W6540441.html

บทที่ ๒๐ ที่บล้อกแกงก์
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=23-04-2008&group=7&gblog=15

 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:13:17:55 น.  

 
 
 
ลงตอนใหม่ ภาค ๕ บทที่ ๒๐ "ที่ดินผืนนั้น " ..ชั่งใจ...อยู่นานกว่าจะลงได้
" " ที่ดินผืนนั้น " " - ภาค ห้า
@@@@@ ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ @@@@@@
---- บทที่ ๒๐ ------
ถือเทพฯ พระ เป็นที่ปรึกษาชีวิต

กาลเวลาก็ผ่านสลับกันไป อย่างเช่นเดี๋ยวลูกป่วย เดี๋ยวข้าพเจ้า
ก็ไป ที่สำนัก ฯปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ แล้วก็เดี๋ยวก็ต้องไปคอยเฝ้าทรง ไป
สอบถามเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องแก้ไข

ช่วงที่กำลังเครียด ๆ เรื่องส่วนตัวพัวพันกับเรื่องที่ทำงานอยู่อย่าง
นั้น ก็มีพี่ที่ทำงานคนละแผนก นั่งอยู่ตรงข้ามห้องข้าพเจ้า ได้เห็นข้าพเจ้า
"แบกกรรม" ไว้มากเกินควร จึง นำหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ข้าพเจ้า มีชื่อว่า
"หลวงพ่อเสือ" หน้าปกเป็นรูปพระสงฆ์นั่งอยู่ในวงล้อมเหมือนเมฆ
ข้าพเจ้าขอบคุณ "พี่ไร" อย่างมาก แล้วก็นั่งอ่านหนังสือนั้นลุยจากหน้าแรก
จบทั้งเล่มภายในหนึ่งวัน
วันพฤหัสหรือวันศุกร์ ที่ข้าพเจ้าพอมีเวลา ก็รีบนั่งรถไปถึงวัดโพธิ์
ที่ตึกด้านท่าเตียน น่าจะศาลาโพธิ์ลังกา ถ้าข้าพเจ้าจำไม่ผิด เพียงขอไป
กราบหน้ารูป " หลวงพ่อเสือ" ที่แขวนไว้บริเวณคาน ใต้เพดานห้องกลาง
แล้วจึงได้พบท่านอาจารย์ บุญมี เม ฯ ซึ่งขณะนั้นเป็นฆราวาส ออกมาสอบ
ถามว่าข้าพเจ้าเป็นอะไรถึงได้มาที่นั่นตอนกลางวัน เมื่อได้ความในใจเรื่อง
ทุกข์ร้อน ท่านก็เมตตาบอกว่า"หลวงพ่อจะมาทรงเช้าวันเสาร์ หนูมาฟังธรรม
บรรยายท่านได้ วันเสาร์ หรืออาทิตย์"
จากนั้น ข้าพเจ้าจึงมักเดินทางไปวัดพระเชตุพน เพื่อไปศาลาด้านหลัง
และ ได้ไปฟังเทศน์ฟังธรรม ที่หลวงพ่อฯท่านมาลงร่างทรงผู้หญิง ซึ่งเป็น
ลูกสาวของท่านอาจารย์บุญมี แต่เวลาไป มักต้องหอบลูก สองคน และให้
คนเลี้ยงสองคนไปด้วย เด็กสองคนนี้จะทำเสียงดัง เล่นกันตลอดเวลา จน
ไม่สามารถนั่งฟังเทศน์ธรรมบรรยาย ท่านได้นาน ระยะหลังรู้สึกเกรงใจ
ท่านผู้ไปฟังธรรมอื่น ข้าพเจ้าจึงไม่ค่อยได้ไปบ่อย

ระยะนั้น คุณสามีและที่บ้าน เริ่มมองข้าพเจ้าไปในทาง "ติดพวกทรง"
ไปเสียแล้ว ทั้ง ๆที่ข้าพเจ้าไปฟังท่านเทศน์เรื่อง พระอภิธรรม และซื้อหา
หนังสือเกี่ยวกับเรื่องชีวิต ต่าง ๆมาอ่าน เพื่อให้ตัวเองรู้จักว่าความทุกข์
และวิบากคือผลของกรรมที่ทำไว้ในชีวิตในภพภูมิต่าง ๆ ทั้งในชาติปัจจุบัน
นั้นเป็นอย่างไร หลายครั้งที่เข้าไปเฝ้าท่าน ถามปัญหา ท่านจะตอบมา
ตรงมาก และ บอกหลายครั้งว่า
" เป็นเพราะอดีตชาติ ทำกรรมข้อกาเมฯ ไว้เยอะ ชาตินี้
ลูกจึงต้องเสวยวิบากกรรมของลูกเอง คนเราต้องรู้จัก หาวิธีหยุดการ
เสวยวิบาก มุ่งแต่ปัจจุบันเพื่อรู้จัก จบทุกข์ จะได้เบนใจที่ระทมทุกข์ของ
ตนออกไป "

ทุกครั้งที่ได้ไปฟังเทศน์ฟังธรรม แม้ว่าจะตามหัวข้อที่ท่านเทศน์
ไม่ทันเพราะไปบ้างไม่ไปบ้างแต่อย่างน้อย ข้อธรรมหลายข้อที่ได้รับ ก็
ทำให้ข้าพเจ้า "เย็นลง" กว่าที่เคยเป็น แม้นว่าจะต้อง กระเสือกกระสน
ดั่งคนไร้หนทาง เสมือนว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทร มองไม่เห็นฝั่งอยู่ก็ตาม
อย่างน้อย ทำให้ข้าพเจ้ายอมรับในข้อธรรมของพระพุทธองค์ที่หลวงพ่อ
เสือ (ในภาคลงทรงร่างมนุษย์)นำมาสั่งสอน
" ที่ได้รับคือ วิบาก
ที่กำลังทำ อยู่ คือ กรรม "
และ ตั้งอกตั้งใจ ทำดีไม่ว่ากับใคร (แต่จะเป็นไปได้หรือ ? )
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
: tiki_ทิกิ - [ 23 เม.ย. 51 00:25:07 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:13:31:16 น.  

 
 
 
บทก่อนบทที่ ๑๙ อ่านได้ที่นี่ค่ะ
#8 บทที่ ๑๙ ที่พันทิป
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6524946/W6524946.html

บทที่ ๑๙ ที่ บล็อกแกงก์ ค่ะ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=18-04-2008&group=7&gblog=14

ต่อ

---- บทที่ ๒๐ ------ (ต่อ)
อยากมีแฟนเยอะไว้ในอดีตชาติ ชาตินี้เลยต้องรับวิบากเยอะ

ช่วงนั้นมีวิบากกรรมให้ต้องแก้มาก และโดยเฉพาะเรื่อง
"นางน้อย ๆ " ทั้งหลายที่ดูเหมือนเข้ามาพัวพันกับนิคอยู่บ่อย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ ที่สำนักงานของเขา บางคนที่ได้รับการเอ็นดู
เกินเหตุ หรือ เวลาที่เขาไปทำงานต่างจังหวัดแล้วมี"ร่องรอย"
การใช้บริการที่เผลอติดตัวมาบ้าง หรือ สาว ๆ นอกบริษัทฯ ที่มา
ติดต่อขายองค์ประกอบงานตกแต่งอะไรที่สนิทสนมกันเหลือเกิน
หรือ สาวนางแบบมากมายที่เขาต้องติดต่อกันอยู่ ฯลฯ นับไม่ถ้วน
ข้าพเจ้ารู้สึก เสียหน้าบวกด้วยความรำคาญ เวลาถูกพวกลูกน้อง
ของเขาล้อเลียนต่อหน้าหลายครั้ง ทั้งหัวเสียกับเรื่องวุ่น ๆ พวก
นั้น แต่ก็ยังไม่เท่าไหร่ เพราะหากมีเรื่องอะไรกันขึ้นมา ข้าพเจ้า
จะเลือก จับตัวเขามานั่งมองหน้ากัน พูดกันตรง ๆสองคน อย่าง
ไม่ต้องให้มีคนอื่นมาเกี่ยวข้อง จนกว่าจะเข้าใจกันว่า หลาย
อย่างที่เขากำลังทำอยู่ ข้าพเจ้าไม่ชอบ ไม่พอใจ เมื่อ "จับเข่า
คุยกัน" ตรงไปตรงมาเป็นการเตือนสติแล้วปัญหาก็จะค่อย ๆ คลี่
คลายลงได้บ้าง อย่างน้อยก็เพลาลงไม่กระทำการใดโจ่งแจ้ง
ให้รู้สึกอับอายชาวประชาอีก

สำหรับเรื่องคนที่บ้าน ก็ทำเหมือนแมวไล่จับหนู
(เป็นเกมชนิดหนึ่งไปแล้ว) เช่น วันหนึ่งซึ่งเพิ่งย้ายลูกกลับจาก
โรงพยาบาลถึงบ้านเอาดึก ๆ คืนก่อน เช้านั้นก็ว่าจะนอนพักตื่น
สายสักหน่อยแต่เด็กรับใช้ ก็แอบมารายงานว่า
"คุณผู้หญิงขา...ได้ยินคุณย่าเขาบอก ยาย'คุณน้อง'
ให้ไปแต่งตัวสวย ๆ จะให้ไปตลาดด้วยกันค่ะ "
ก่อนหน้านั้น ตอนสักหกโมงกว่า ได้ยิน คุณแม่สามี
มาเรียกคุณลูกชายเสียงเรียบ ฟังดูน่าสงสารเชียวว่า
" นิค นิค วันนี้พาแม่ไปตลาดเมืองนนท์หน่อย
จะไปตามช่างไฟมาแก้เครื่องไฟแม่นะ "
ข้าพเจ้าได้ยินแต่เช้ามืดแล้ว ยังนึกเห็นใจว่า ท่านคง
คอยเวลามาหลายวันจนกว่าลูกชายจะว่างพอจะพาไปนะนั่น แต่
พอได้ยินจากเด็กรับใช้ ก็ ทำตาโต ลุกขึ้นมาจากเตียงทันทีสั่งเด็ก
บอกว่า
" เธอไปแต่งตัวเข้านะ ฉันจะไปตลาดมั่ง "
แล้วข้าพเจ้าก็รีบลุกขึ้น ล้างหน้าแต่งตัว อย่างรวดเร็ว
ปกติของข้าพเจ้าวันหยุดก็มักนุ่งกางเกงยีนส์ ใส่เสื้อยืด แล้วก็
สั่งเด็กอีกคนมาคอยดูแลลูก อูยยย์ เกมนี้ชะงัดค่ะ คุณแม่
ท่านโมโหมากที่รู้ว่าข้าพเจ้ากับคนรับใช้จะไปตลาดด้วย ได้ยิน
เสียงสั่ง คุณหลานสาวคนดีไม่ต้องไปแล้ว .. พอขึ้นรถท่านก็
หาเรื่องพาลใส่ข้าพเจ้าไปตลอดทาง ข้าพเจ้าก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ นึก
ขำที่เผด็จศึก (ซึ่งอาจยืดเยื้อ) ไปอีกยกได้ เพราะบุญมีเหมือน
กันที่มีบริวารช่างฟ้อง

เรื่องเกม พยายาม จับคุณน้องให้แต่งตัวสวยเพื่อ
จะไปตลาดคลอเคลียเดินตามระหว่างคุณแม่ไปจ่ายกับข้าวนี้ เป็น
หลายครั้งแล้ว ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ารู้ ก็จะ จัดการส่งเด็กรับใช้ไปด้วย
บ่อย ๆ โดยให้เหตุผลง่าย ๆ ว่า ให้ไปช่วยถือถุงยกของ โดยไม่
ได้แสดงอารมณ์อะไรกับการจะไปของเธอคนนั้นเลย แต่นั่นเป็น
การ แหย่เสืออย่างคุณแม่สามีให้เดือดดาลใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ว่า
จะทำอะไรตอนนั้น ก็มีหูมีตาสับปะรดไว้ แต่ภายหลังท่านก็เผด็จ
ศึกด้วยการ บ่นโน่นนี่ ย้อนไปย้อนมาว่าเด็กรับใช้ด้วยถ้อยคำ
ต่าง ๆ นานา จนเด็กทนไม่ค่อยไหว เด็กรับใช้ก็เลยออกไปเสีย
หมดสิ้น ทำให้ข้าพเจ้าเหน็ดเหนื่อยกับงานบ้านจุกจิกกวนใจทั้ง
หลายเหลือเกิน
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:13:34:51 น.  

 
 
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ในวันเสาร์หนึ่ง ข้าพเจ้าเข้าไปรับการ "เหยียบน้ำมันร้อน "
เพื่อรักษาอาการปวดหลังปวดข้อ ปวดขา ที่เป็นมาตลอดหลายปีหลัง
คลอดลูก.. เป็นการที่พวกผู้ "เข้าทรงรักษา" เขาจะจุดไฟในเตาถ่าน
ให้ร้อน เอาแผ่นเหล็กวางบนเตาถ่าน นำน้ำมันว่านหรือ น้ำมันอะไรที่
เขาใช้ เทลงบนแผ่นเหล็ก ยกเท้าขึ้นแตะน้ำมันที่ร้อนฉ่านั้น แล้วยกเท้า
ลงมาเหยียบลงบนร่างข้าพเจ้าตรงจุดที่เจ็บปวด สักพัก ก็จะค่อยคลาย
ความเจ็บปวดพวกนั้นลงได้
เมื่อ "เหยียบน้ำมันร้อน " จบแล้ว ข้าพเจ้าเปลี่ยน
เสื้อผ้าแล้วเลยไป"ดูหมอเทพฯ" ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้น มี "ท่านเทพที่
มาทรงร่าง" องค์หนึ่งเมื่อข้าพเจ้าเข้าไปถาม เรื่องชีวิตของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าถามถึงความหนักใจของข้าพเจ้าว่า
" ท่านเทพฯ คะ ญาติของ " คุณน้องสาว " ที่ต่างจังหวัด
เขาจะแต่งงาน หนูไม่อยากไปงานกินเลี้ยงเขาเลยค่ะ เพราะหาก
ไปก็จะกลายเป็น ส่วนเกินที่พวกเขาอยากกำจัดออกจากหนทางชีวิต
ค่ะ จะทำอย่างไรดีคะ หนูคิดว่าจะปล่อยเขาไปกัน ตัวเองจะไม่ไปค่ะ "
ท่านเทพฯ ฟังแล้วบอกกลับมาทันทีว่า
" การจะต้องไปงานกินเลี้ยง ญาติน้องสาวของเขาต่างจังหวัด
เธอจะไม่ไปไม่ได้ พวกเขาจะคิดว่าเธอหยิ่งดูถูกดูแคลนพวกเขา เธอ
ต้องไป และต้องประพฤติตัวให้ดีให้เป็นที่ชื่นชมของญาติทั้งหลายของ
เขาด้วย หากเขาได้เห็นตัวจริงและนิสัยอันแท้จริงของเธอ พวกเขา
จะกลับกลายมาเป็นฝ่ายเธอ ทั้งจะคอยห้ามปรามมิให้น้องสาวของเธอ
และ เขาผูกพันกัน จะห้ามน้องสาวของเขา ไม่ให้มาทำลาย ชีวิต
ครอบครัวของเธอเลย "

แล้วท่านก็เสริมอีกสองสามข้อความเป็นการ ติง และ ปราม
ข้าพเจ้าไว้ดังนี้ -
" จำไว้ว่า เราต้องเอาชนะความเลวด้วยความดีของเรา
ให้ได้ เราต้องเป็นแม่ที่ดี เมียที่ดี แล้วชีวิตของเราก็จะดีเอง เรื่องสามี
ของเธอนั้น เธออย่าได้ว่าได้กล่าวหรือใส่ความเขาโดยไม่เป็นจริง พวก
เทพฯที่ดูแลเขาหากได้ยินเธอใส่ความ พูดไม่จริงเรื่องสามี เขาจะกลั่น
แกล้งเธอให้ได้รับความเดือดร้อน อย่าพูดโกหก ใส่ร้ายป้ายสีเขา "
ท่านเทพ ฯ ยังเสริมต่อไปอีกว่า

" อีกอย่างหนึ่ง นี่เป็นแค่ 'บททดสอบ'ให้แก่เธอเท่านั้น อีก
หลายปีข้างหน้าเธอจะต้องเจอ " คู่แท้ของจริง " เขาอีกคน ที่จะมาทวง
คู่เขาคืนเหมือนกัน จำไว้ว่า หากไม่รู้จัก ปรับตัวปรับใจ ปรับความ
ประพฤติ แก้ไขนิสัยตัวเอง จะต้องเสียเขาไป "
ข้าพเจ้าได้ยินแล้ว ใจห่อเหี่ยวเป็นอันมาก แม้จะมีกำลังใจ
ที่ "ท่านเทพ ฯ " ชี้ทางดีไว้ให้๘เดินก็ตาม ทำให้นึกถึง คำของ "องค์
พรหมธาดา" ที่สำนักทรง อาจารย์ ส. ณ บางพลัด ที่ข้าพเจ้าได้เคยเฝ้า
หนหนึ่งนั้นว่า
" สามีของเจ้า เขามา 'รับกรรมให้เจ้า' วันใด หมดเขา
กรรมเจ้าจะเพิ่มเป็นเท่าตัว "
ถ้อยคำนี้ ข้าพเจ้าแทบจะต้องท่องจำ ติดเบรคตัวเองทุกครั้ง
ที่จะวีน จะวี้ด จะกรี๊ดใส่คุณสามีประดุจเวลา งอแงอาละวาดกับคุณแม่
ตัวเอง ต้องจำใส่หัวใส่เกล้าดั่งคำกลอนสอนโบราณที่ท่องจำสอนใจ
ไว้ว่า

"มีสามีดีเหมือนมีฉัตรแก้วกั้นเกศ
งามหน้างามเนตรทุกเวลา"

อย่างน้อย การมีสามี ก็ทำให้ข้าพเจ้าไม่เป็นที่เพ่งเล็งเรื่อง
ชู้สาวกับผู้ใดในวงการงานเพราะเมื่อทุกคนรู้ว่าข้าพเจ้าแต่งงานมีสามี
แล้ว ใครจะมาหึงหวงก็เป็นอันตกไป ทำให้ติดต่องานการกับทุกคน
ได้สะดวกใจกว่าเมื่อก่อนด้วย

เรียกได้ว่า แค่สามสี่ปีผ่านไป ข้าพเจ้าก็ยึดคุณสามีเป็น
สรณะส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว...
ที่โบราณเขาว่า ผู้หญิงแต่งงานไปก็รักสามีไปเอง ส่วน
ผู้ชายถ้าเห็นคุณงามความดีของผู้หญิง ก็มักทิ้งกันไม่ลง ต่างยึดเป็น
"คู่หลัก" กันไปด้วยกันก็เพราะเหตุนั้น
%%%%%%% %%%%%%%%%%
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:13:40:03 น.  

 
 
 
บทที่ ๒๐
ถือเทพฯ พระ เป็นที่ปรึกษาชีวิต
(ต่อ) ๓

นอกเหนือไปจาก พระอาจารย์ ส. ณ วัดชนะสงครามซึ่งเป็น
อาจารย์ที่คุณย่า และ ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ ของข้าพเจ้าเคารพ แล้ว
ข้าพเจ้าก็ได้ มีทั้งอาจารย์ ศักดิ์ฯ และ อาจารย์ ส. ณ บางพลัด
เป็นที่ปรึกษาชีวิต นอกเหนือไปจากการรักษาโรคกายและวิญญาณ
ของข้าพเจ้าแล้ว อาจารย์ ส. ท่านยังพาข้าพเจ้าไปทำพิธี "ขึ้นธรรม"
คือ การบูชาครู สายสมาธิกรรมฐาน กับ พระอาจารย์หลวงพ่อเทียม
ท่านเจ้าอาวาส วัดกษัตราธิราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้
ข้าพเจ้าสามารถถือธรรมปฏิบัติธรรมได้ไม่ติดข้อง
ในวาระนั้น ข้าพเจ้าไม่รู้จักดอกว่า ท่านเกจิอาจารย์ต่าง ๆ
นั้น ดัง ขลัง ในทางใดบ้าง แต่พอวันนี้ ที่ได้รู้จักคุณวิเศษของแต่ละ
ท่านแต่ละองค์แล้ว ย้อนคิดกลับไป เห็น "อาการไม่ค่อยสนใจใฝ่รู้
ไม่ค่อยแยแส" ในสิ่งที่ ท่านอาจารย์ ฯ ได้พยายามทำให้ แล้วให้
รู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป ว่า เสมือน ใกล้เกลือกินด่างโดยแท้

ข้าพเจ้าก็ได้รู้จักและนับถือ พระสงฆ์ อีกหลายองค์ อาทิ
เช่น ได้ เข้าใกล้ชิด หลวงพ่อ ลี อุตตโร วัดเอี่ยมวนาราม จังหวัด
อุบลราชธานี เป็นอาจารย์ที่เคารพอีกองค์ เวลาท่านลงมาทำพิธี
สวดมนต์ ท่านจะมาพักที่กุฎิ พระอาจารย์ ส. ณ วัดเลียบราษฎร์
บำรุง จึงได้สนิทกับพระอาจารย์ทั้งสอง


เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ระหว่างที่เดินทางไปดู
วัดภูเขาเงินธรรมาราม ที่พระอาจารย์ ส. ณ วัดชนะฯ ท่านสร้างไว้
ได้เดินทางไปกับรถเพื่อนของคุณสามี บุญที่ข้าพเจ้ายังได้ไป
แวะเยี่ยม ขึ้นไปกราบท่านพระอาจารย์หลวงพ่อ ลี อุตตโร ที่วัด
เอี่ยมวนาราม จังหวัด อุบลราชธานี ได้ถ่ายรูปร่วมกับท่านหน้า
องค์จริงท่าน ก่อนหลวงพ่อ ลี ท่านจะมรณะภาพ สักปี

และ ก็ได้ ธรรมะจาก หลวงพ่อเสือ ฯ ที่ได้รับจากร่าง
ทรง อาจารย์ ศศิ เมฯ ในทุกวันเสาร์อาทิตย์ที่ได้เข้าไปฟัง
ข้อธรรมเกี่ยวกับชีวิตหลากหลายธรรมะ ที่เป็นเสมือน "ดิสก์
เบรค"หรือจะเรียกว่า เบรค ABS ให้แก่ชีวิตทุกครั้งที่คิดจะทำ
ชั่วมหันต์ ให้หยุดลงได้หลายครั้ง

จากนั้น ข้าพเจ้าก็จะได้ข้อธรรมจากพระสงฆ์ หลาย
องค์ในกาลต่อมา ซึ่งข้าพเจ้าขอยกไว้บรรยายในช่วงท้าย ๆ
ต่อไป
~~~~~~~~~~~~~ ~~~~~~~~~~~~~~
แก้ไขเมื่อ 23 เม.ย. 51 01:50:39


: tiki_ทิกิ - [ 23 เม.ย. 51 00:29:17 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:13:43:20 น.  

 
 
 
เอ่อ..แม่สามีแปลกนะคะเหมือนพยามยามยัดเยียดหลานสาวให้คุณนิคงั้นแหละ อย่างนี้ธรรมะก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ ตราบใดที่คุณแม่สามียังเข้ามายุ่งในชีวิต
 
 

โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:20:34:43 น.  

 
 
 
คุณ ส้มแช่อิ่มคะ ขอบคุณที่แวะอ่านนะคะ
ตอนนี้ โผล้ตอน ๒๑ ให้แล้วค่ะ
อ่านบทที่ ๒๐ ที่พันทิป
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6540441/W6540441.html


และ บท ๒๐ ที่นี่ บล็อกแกงก์
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tiki&month=23-04-2008&group=7&gblog=15

บทที่ ๒๑ ที่บล็อกแกงก์
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tiki&date=23-04-2008&group=7&gblog=16


 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:23:01:28 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

tiki_ทิกิ
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์งานเขียนในบล็อกนี้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร
H e L L o
free counters
[Add tiki_ทิกิ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com