lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
กุมภาพันธ์ 2567
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526272829 
space
space
15 กุมภาพันธ์ 2567
space
space
space

ตะวันตัดบูรพา - Final Episode

ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังจากที่ย้งเมาขาดสติแล้วเกิดมีเรื่องราวกับคนในร้าน
จนถูกลากไปยำบาทาให้ปากหายเปรี้ยว
โชคดีที่มีใครคนนหนึ่งเข้ามาขัดขวางจังหวะชุลมุน
คนคนนั้นคือ พี่ยุน และพาย้งกลับที่พัก
จากเจอกันครั้งนี้ ทำให้ 2 พี่น้องได้พูดคุยเคลียร์ใจกัน หลังจากไม่ได้คุยกันมาร่วม 10 ปี

 


----------------------------------------------






พี่ยุนเลือกเชียงใหม่เป็นบ้าน ประกาศตัวเองเป็นคนเชียงใหม่
และด้วยการจะใช้สิทธิ์เขยเชียงใหม่ในการเป็นคนเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ
แฟนพี่ยุนเป็นคุณหมอฟัน สาวเชียงใหม่
สองคนมักพูดจากันด้วยภาษาน่ารักๆ เวลาอยู่กัน 2 คนเสมอ
พี่คิดว่าเชียงใหม่คือบ้านที่น่าอยู่ ที่เค้าจะใช้ชีวิตที่นี่ตลอดไป
ถึงจะพูดไว้แบบนั้น แต่อยู่ๆ แฟนพี่ยุนก็ได้งานใหม่เป็นโรงพยาบาลใหญ่ในกรุงเทพ
และได้รับการผลักดันให้เรียนต่อในด้านทันตแพทย์ นับว่าเป็นโอกาสที่ดี
ทำให้แฟนพี่ยุนตัดสินใจเข้ามาทำงานที่กรุงเทพ
หลังจากพูดคุยกันอย่างดีแล้ว พี่ยุนก็ได้งานใหม่และกลับมาอยู่ที่กรุงเทพกับแฟน



แต่ด้วยความเป็นคนเชียงใหม่ของพี่ยุน เค้ากลับไปแต่งงานที่เชียงใหม่
จัดงานใหญ่โตพร้อมเพื่อนๆ และญาติ2-3ร้อยคน
แต่ก็มีงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่กรุงเทพให้กับเพื่อนทางนี้เช่นกัน




หลังจากพี่ยุนแต่งงานไม่นาน ย้งก็แต่งตามไปติด ๆ
ด้วยเหตุที่ทางบ้านต้องการให้พี่ชายแต่งก่อนน้อง ตามลำดับไป









สำหรับย้งหลังจากเกิดอุบัติเหตุ
ย้งกลับมารักษาตัวที่บ้านที่กรุงเทพอยู่ร่วมปี แล้วดรอปเรียนไป 1 ปี
ระยะแรก ย้งมีอาการฝันร้ายบ่อย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
และแรกๆ ที่กลับไปที่เชียงใหม่ ย้งแทบจะผ่านจุดเดิมไม่ได้
แต่มันก็ใช้เวลาให้ทุกอย่างค่อยๆ จางไป และพยายามไปบ่อยๆ ให้เป็นเรื่องปกติ
ย้งหลังจากวันนั้น มีความไม่แคร์โลกมากขึ้น กวนตรีน พูดจาแปลกๆ บ่อย
ชีวิตที่เหมือนเดิมก็มันก็ไม่ได้เหมือนเดิม เพราะมันไม่สามารถเล่นกีฬาได้เลย
ความเจ็บปวดตามจุดต่างๆ ยังอยู่มีอยู่หลายปี 
จนปัจจุบันบางครั้งมันก็ยังบอกว่า ช่วงอากาศเย็นมันจะรู้สึกเจ็บจุดที่ใส่เหล็กไว้


ผมเจอย้งหลังจากที่มันเรียนจบมาได้ซัก 6 เดือน ในตำแหน่งมาร์เก็ตติ่ง
และมันย้ายมาอยู่แผนกเดียวกับผมหลังจากนั้นอีก3-4เดือน
ผมรู้เรื่องนี้ครั้งแรกก็ตอนไปเอ้าติ้งที่แผนก ตอนที่มันอยู่มาได้ซัก 1 ปี
เราก็น่าจะสนิทกันสุดครับ เพราะปีจบปีเดียวกัน อนุมานว่าอายุเท่ากัน
ช่วงเย็นที่แต่ละคนออกไปเล่นน้ำ เตะฟุตบอลกันที่ชายหาด 
ผมเดินกลับมาพักเหนื่อย ดื่มอะไรเย็นๆ และเห็นไอ่ย้งนั่งเป็นพม่า ย่างกุ้งอยู่ที่เตา








"หุยหอม"  ผมเดินเข้าไปดูกุ้งตัวสีส้มๆ บนเตา
"เอาดิ สุกแล้วเนี้ย ประเดิมเตาเลย"  ย้งพูดแล้ว กวักมือเรียกให้ผมไปเอาจานมาใส่
"กินเบียร์ไปแล้วอ่ะ ไม่เอาดีกว่า"
"เอ้า! ก็นั่นแหละ ต้องกินกับกุ้งย่าง นี่หม่าม่าทำน้ำจิ้มซีฟู้ดมาให้ด้วย" ย้งพูดพร้อมชูขวดน้ำจิ้มฝีมือแม่ให้ดู
"เราแพ้กุ้งวะ ไม่รู้โรงบาลอยู่ไหน ไม่เสี่ยงดีกว่า" ผมหัวเราะติดตลก แล้วเทถ่านใส่เตาให้ตามที่มันบอก
"ไม่ไปเตะบอลอ่ะ แต่ปวดขามากนะ"  ผมสะกิดชวนมันไปเล่น 
แต่ย้งแกว่งที่คีบเบาๆ บอกว่า ไม่ละ ถนัดทำอาหารมากกว่า




พอจัดการกับกุ้งจนสุกเต็มจานใหญ่  พ่อครัวก็จัดการเรียกๆ พี่ๆ เพื่อนๆ มากิน
กินกันเส็ดก็เริ่มไปหามุมนั่งดื่มหรือแช่น้ำเล่นกันตามประสา
ผมนั่งดื่มดูประอาทิตย์ตกอยู่ก่อน ก่อนที่ย้งจะลงนั่งข้างๆ พร้อมเครื่องดื่มในมือ

"ชิมไหม"  ย้งส่งแก้วมาให้ผม
"อะไรอ่ะ"
"เหล้าป๊อกๆ"
"ป๊อกอะไรวะ"  อันนี้ผมขำนะ ตอนนั้นไม่เคยได้ยิน
ก่อนที่ย้งมันจะสาธิตการกินเหล้าป๊อกให้ผมดู และให้ผมดื่มไป 1 แก้ว
สารภาพเลยว่าตอนนั้นรู้สึก
โห แรงมาก....กินเข้าไปได้ยังไง
แก้วเดียวเสียวทั้งคอ กระเพาะ ลำไส้
โดนไป 2  แก้ว ไอ่ย้งเองที่ตัวขาวเหมือนกระดาษก็เริ่มแดง 
แต่มันแดงเป็นเส้นๆ หน้าเป็นรอยๆ ตามแขน คอ ไหล่ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทางว่าเมาอะไร








เพียงแค่มันเริ่ม deep talk กับผมครั้งแรก ตั้งแต่รู้จักกันมา

"ที่เห็นเราแดงๆ แบบนี้เป็นเองนะ แต่ไม่ได้เมานะ"  มันออกตัวก่อน
"เห็นว่าเด็ก มช กินเหล้าเก่ง"
"ไม่ขนาดนั้นหรอก วิศวะทุกที่น่าจะพอๆ กัน เราไม่เห็นมีใครกินไม่เก่งซักคนแผนกเรา
แต่ที่เราแดงๆ มันคือตามรอยแผลเว่ย หมดนี่แผลหมดเลย"

"เฮ้ย!จริงหรอวะ โดนไรมา รถล้มหรอ" ไอ่ผมก็เดาเก่ง แต่เหตุผลมันก็มีไม่มากหรอ
เด็กมหาลัยจะเจ็บทั้งตัวแบบนี้ก็รถล้มกลิ้งไปกับรถนี่แหละ
แล้วยิ่งมันอยู่ มช นี่แน่นอนเลย ไม่ทางราบก็ไปกลิ้งบนดอย




"เออ แบบนั้นเลยปริ๊นซ์ แต่มันยิ่งกว่าล้มอีกเว่ย...."
แล้วมันก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟัง
แต่ตอนที่มันเล่า ผมสังเกตได้ว่า มันรู้สึกกังวล รู้สึกไม่ปลอดภัย
บางช่วงบางตอนมันไม่สามารถหาคำมาพูดหรืออธิบายเหตุการณ์นั้นๆ เรื่องราวนั้นๆ ได้
บางช่วงมันดูกระอักกระอ่วน เหมือนมันอยากเล่า แต่ก็ยากมากที่มันจะพูดถึงเรื่องนี้
มันยิ้มแปลกๆ ตลอดการเล่า บางครั้งก็ไม่ใช่รอยยิ้ม




"เราเห็นมานานแล้วรอยที่ตรงไหล่ นี่คือเหล็กเลยหรอ"  ผมถาม
เพราะหลายครั้งที่ไปตีแบตด้วยกัน พอเสื้อคอกว้างหน่อย
ผมเห็นแท่งนูนๆ ยาวๆ ที่ไหล่ 2 ข้างของมัน และเวลามันขยับกราม
บางครั้งก็เห็นเป็นรอยบุ๋มลงไปเล็กหน่อยที่ขากรรไกร
แถมไอ่ย้งไปตีแบตด้วยก็จริง แต่มันก็คลื่อนไหวด้วยจังหวะแปลกๆ 
ดูออกแรงได้ไม่เยอะ เล่นแป้บๆ ก็เดินยิ้มออกมาเปลี่ยนมือแล้ว
ทีแรกผมก็คิดว่า อ้อ มันอาจไม่เก่งกีฬา แล้วด้วยรูปร่างผอมสูง เลยอาจเคลื่อนไหวไม่สมูทเท่าไหร่
แต่พอรู้เรื่องก็ อ๋อเลยครับ ว่าเพราะมันอุบัติเหตุหนักจนหักทั้งตัวมาแบบนั้น




"แล้วชื่อปัจจุบันคือชื่อที่เราเปลี่ยนหลังจากรถชนนะ เมื่อก่อนเราชื่อตะวัน
ชื่อใหม่เพราะกว่าด้วยใช่ไหม"
 ย้งยิ้มบางๆ พร้อมเสียง อืม ปิดท้ายเบาๆ 
"โห...น่ากลัวมาก ย้งคือโชคดีมากที่ไม่เป็นอะไรไป"
"อืม...แต่เพื่อนเราไม่นะ....คนนึงตายคาที่ อีกคนคือไม่เหมือนเดิมเลย ตอนนี้ก็ยังเดินได้ไม่เหมือนเดิม"
"แล้วย้งเหมือนเดิมเลยไหม"








ย้งส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ "ไม่เหมือนเดิม แต่ถือว่าดีมากแล้ว 
จะเหมือนเดิมยังไง เหล็กทั้งตัว ฮ่ะ ฮ่ะ...เราเล่นกีฬาหนักไม่ได้ ปะทะชนไม่ได้
อากาศเย็นจัดๆ จะเจ็บตามเหล็กในตัว บางทีขยับก็ยังมีเจ็บ"

ผมฟังก็ตกใจ ไม่คิดว่าคนอย่างย้งจะเคยเจออะไรแบบนี้
ซึ่งผมเคยรู้สึกว่ามันเป็นคนท่าทางแปลกๆ พูดอะไรแปลกๆ ดูไม่แคร์คน
แต่พอรู้เรื่องนี้เลยคิดว่า เหตุการณ์ร้ายแรงน่าจะมีผลกับจิตใจมันบ้าง




"นี่...จะให้ดูอะไร..."  ว่าแล้วย้งก็ถอดเสื้อออก ให้ชี้ให้ดูรอยสักที่ชายโครง
"ตรงนี้เป็นแผลที่เคยผ่าใส่ท่อระบายเลือด เราก็สักทับไปเลย ที่หลังนี่....
นี่เป็นรอยแผลเป็นใหญ่ เลยสักซะเลย...ตรงที่เห็นรอยๆนี่เหล็กหมด"

ผมเห็นแล้ว โอ้โห....ตกใจ หนักจริง น่ากลัวจริง


ระยะหลังๆ ซัก 6-7 ปีมานี่เอง ย้งเริ่มเล่นโยคะ
และเริ่มพยายามไปวิ่ง แต่ผลไม่ค่อยดีครับ มันเจ็บเข่าเจ็บข้อเท้าบ่อยมาก

จากที่ข้อเท้ากับขามันยังใส่เหล็กอยู่ จนต้องเลิกไป และเล่นแต่เวทกับโยคะ
นอกนั้นย้งเป็นคนแข็งแรง แทบไม่ป่วยเลยปีๆ แข็งแรง อดทน 
แต่กวนส้นตีน ปากปวนบาทา เมาแล้วหาตีน  อารมณ์ร้อน 

ย้งดื่มจัดมาก ซึ่งมันบอกว่า มันดื่มจัดมากกว่านี้อีกหลังจากฟื้นตัวจากตอนนั้น
พอหลายๆ อย่างดีขึ้น มันก็ดื่มน้อยลงบ้าง แต่ก็ถือว่าหนัก 
เพราะอย่างน้อยๆ มันต้องดื่มเหล้าเพียวๆ 1แก้วเพื่อให้นอนหลับได้ทุกคืน
และย้งค่อนข้าง....ผมจะพูดยังไงไม่ให้น่าเกลียดวะเนี้ย 5555 




ย้งมันจัดจ้านเรื่องผู้หญิงมาก คือเจอกันคุยๆ มองหน้า ก็พากลับไปด้วยได้
จะที่โรงแรม ม่านรูด หรือในรถ ถ้าจะจัดก็จัด
ยิ่งหน้าตี๋ทรงแบดๆ ยิ่งได้ง่าย ทำให้มันมีเรื่องผู้หญิงไปทุกที่ 
จนพวกผมยังแซวกันเวลามีเด็กใหม่มาว่า
เว้นๆซักคนบ้างนะย้ง.....


เมื่อปลายปีที่แล้ว นั่งๆ อยู่ย้งก็พูดขึ้นมาว่า
"นี่หมอเค้าจะให้กุไปเอาเหล็กออกเว่ย"
"ต้องเอาออกด้วยหรอ ได้แล้วหรอ"   นี่ก็ถามด้วยความไม่รู้
"อืมๆ จริงๆ ต้องเอาออก กุก็ไม่รู้ว่ะว่าจะเอาออกดีไหม ถ้าเอาออกต้องผ่า
แล้วกุก็ต้องเจ็บอีกรอบ กลายเป็นง่อยไปอีกเป็นเดือน....กุเลยไม่อยากเอาออก"

ผมฟังแล้วก็จริงครับ แล้วสีหน้ามันคือลังเลมากๆ กลัวมาก ๆที่ต้องเจ็บตัวอีกครั้ง
และตามด้วยการทำท่ายิ้มแปลกๆ อีกครั้ง










"ไอ่ปริ๊นซ์....กุได้ลูกชายนะ"   
"เฮ้ย เออ ยินดีด้วยๆ"   ผมตบไหล่ยินดีให้กับมัน
พร้อมกับยกนิ้วให้ผมดูว่า
7แสน  มันใช้วิทยาศาสตร์ครับ 



ถึงไอ่ย้งจะเป็นสายบู๊ ด่าหมดไม่สนใครเป็นใคร
แต่ย้งก็รักผมอยู่นะ มันช่วยเหลือผมเต็มที่ทุกครั้ง

ทั้งที่ร้องขอและไม่ร้องขอ มันพร้อมจะเข้ามาช่วยดูแลทุกครั้ง
แค่ใบลาผมตกหล่น มันยังไปโวย  HR ให้เลย 
แล้วทุกครั้งที่มีคนที่มอมเหล้าผม หรือผมป่วยอยู่ 
ย้งจะเป็นคนเข้ามาจัดการยกหมดแก้วแทนผมเอง
จนาดตอนจะโดนปล้ำ มันจะเข้ามาช่วยเลย แล้วบอก
"พี่จับผมแทนได้นะ"









ทั้งหมดนี่คือเรื่องราวของไอ่ย้ง ตะวัน....
และเรื่องราวระหว่างมันกับพี่ยุน บูรพา 
ที่สุดท้ายก็จบลงแฮปปี้เอ็นดิ้ง ในซีรีย์ ตะวันตัดบูรพา นี้ครับ 



 



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2567
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2567 17:06:19 น. 18 comments
Counter : 483 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSleepless Sea, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกะว่าก๋า, คุณทนายอ้วน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณmultiple, คุณเนินน้ำ, คุณThe Kop Civil, คุณnonnoiGiwGiw, คุณSweet_pills, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณmariabamboo


 
จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ดีใจด้วยค่ะ 555
ชีวิตย้งดูจะสมบูรณ์แล้วนะคะ แต่งงาน มีลูกชายแล้วด้วย
น่าจะลดละเลิกเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ดี ๆ ทิ้งไปได้แล้ว

แล้วที่พี่ยุนบอกทางบ้านว่าเรียนวิศวะ แต่จริง ๆ คือเรียนสถาปัตย์ล่ะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:18:28:55 น.  

 
deep talk ไม่เพียงคนเล่าจะได้เล่าระบาย
ตัวเขาก็ได้ปลดปล่อยความเศร้าอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจด้วย
คนฟังจึงสำคัญมากๆเลยนะครับ

ย้งโชคดีที่เจอน้องปริ๊นซ์
การได้เล่าบาดแผลในความรู้สึกให้ใครบางคนได้ฟัง
พี่ก๋าว่ามันเป็นการเยียวยาความเจ็บปวดที่ดีมากๆเลย

เม้นท์ที่บล็อก
ทำไมพี่ก๋านึกถึงเพลง "เฟอรารี่ที่ไม่แตะเบรก" ขึ้นมาซะงั้น 555

ภาพในบล็อกน่าจะเป็นต้นไม้ที่ร้านเดิม
พี่ก๋าจำไม่ได้แล้วว่ามันชื่อต้นอะไร
ดอกสวยดีครับ

เวลาป่วยพี่ก๋าจะนอนซมแล้วก็หลับๆๆๆๆทั้งวันครับ

เคยนั่ง ปอ.18 จากลาดกระบังไปจตุจักร
วันนั้นเป็นวันศุกร์เย็นที่ฝนตก
พี่ก๋าใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครับ 555
เจอทีเดียว เข็ดเลย

พี่ก๋าใช้ชีวิตอยู่กับร้านจริงๆ
ถ้านับเวลาชีวิต
อยู่กับร้านเกินครึ่งครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:19:34:23 น.  

 
สวัสดีครับ น้องปริ๊นซ์

มาอ่านตอนจบตะวันตัดบูรพา จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งนะครับ
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกครับ


โดย: Sleepless Sea วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:20:14:42 น.  

 
ลุ้นว่าจะจบแบบแฮปปี้หรือเปล่า ... ในที่สุดก็จบแบบยิ้มๆได้ครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:21:02:43 น.  

 
มาทักทายก่อน เดี๋ยวผมแวะมาอีกทีมันมีเรื่องผิดแผนเยอะมาก อาจช้าแต่มาแน่นอนครับ กำหนดการผมมันแน่นเกินไป

จากบล็อก น้อนเป็นมังกรครับ มีขี้ยวทั้ง 2 ฝั่งแหละครับ แหะๆ เอาจริงๆ ตาเธอดุนะ ลองสังเกตตาเธอดูดีๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:22:11:33 น.  

 
ในที่สุดก็จบเรื่องเล่าของชาวบ้านเสียทีนะปริ้น 555



โดย: หอมกร วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:7:37:49 น.  

 
สวัสดียามสายครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:8:58:17 น.  

 
มีตะวันก็ต้องมีจันทรา
แม้ไม่อยู่เคียงข้างทุกเวลา
แต่ทุกเวลา ดวงจันทราก็ไม่เคยห่างหายจากตะวัน

สรุปวาเลนไทน์พาแฟนเดทไหนคะน้องปริ๊นช์


โดย: แค่คนธรรมดาไม่พิเศษ (สมาชิกหมายเลข 7915129 ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:12:04:33 น.  

 
โอ้ พี่ยุนโชคดีจังนะครับ ได้แฟนเป็นหมอฟัน
เพราะโดยมาก ใครทำอาชีพอะไร ก็มักจะได้แฟนที่ทำอาชีพใกล้ๆกัน
อย่างสถาปนิก โดยมากจะได้แฟนเป็น interior ไม่ก็ tect เหมือนกัน

ของ อ.เต๊ะ เอ๊ย เพื่อน อ.เต๊ะ นี่ที่เป็นสถาปนิก ก็ได้แฟนเป็น interior
ถ้าคนเป็น อาจารย์ ก็ได้แฟน อาจารย์ด้วยกันอีก
บางคนเป็นบล็อกเกอร์ ก็ถูกสาวๆในบล็อกหลอกประจำ ไม่รู้ใคร อิอิ 555
น้องปริ๊นซ์ บอก เอ็งนั่นแหละ ข้ามั่นใจ สารภาพมาเดี๋ยวนี้ เย้ย 555

ส่วนเรื่องน้องย้งนี่ อุบัติเหตุหนักๆ ถ้ารอดมาได้ ร่างกายก็จะไม่เหมือนเดิมเลยนะครับ นี่โชคดียังกลับมาเดินได้ ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติ บางคนไม่มีโอกาสแบบนี้เลยนะครับ

แล้วก็เรื่องเหล็กในตัวนี่ ถ้าอายุยังไม่มาก หมอมักชอบให้เอาออก
แต่ถ้าคนไข้อายุแยะ นี่หมอก็บอกให้เอาไปด้วยเลยนะครับ 555

แล้วก็เรื่องลูกนี่ พ่อแม่อยากมีลูกซักคนนี่ ต้องเสียเงินไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับ

แล้วก็ชีวิตคนเรา นี่ขอให้มีคนที่รักเราจริงๆ ไม่ต้องมาก
จะเป็นพี่น้องหรือเป็นเพื่อน ก็ตามแต่ ถ้าพูดแบบสำนวนหนังกำลังภายในก็ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน
มีความชั่วให้ร่วมทำ มีกรรมให้ร่วมก่อ เย้ย ไม่ใช่ซิ
อันหลังนี่ของแก๊ง ช่างกิต เค้า 555

ขอเพียงแค่นี้ ชีวิตเราก็จะมีความสุขที่สุดแล้วละครับ



โดย: multiple วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:14:33:21 น.  

 
เห็นภาพกุ้งเผา อยากไปทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดทันที แต่แม่เพื่อนทำมาให้แล้วนี่เนาะ ^__^
อ่านไปเรื่อย ๆ รู้สึกเจ็บแทนเลยค่ะ เหล็กทั้งตัว
ถ้าต้องเอาออกก็ต้องเจ็บอีกรอบ คิดหนักเลยทีนี้
แต่ก็อยากรู้จังค่ะว่าสุดท้ายเขาผ่าเหล็กออกหรือยัง
ดีใจที่ทุกอย่างจบลงแบบ happy ending นะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:16:44:14 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

นี่รายการคลับฟรายเดย์ใช่ไหมครับ.... (แซว)

เชื่อว่าทุกคนก็จะมีความหลังบางเรื่องที่ติดอยู่ในใจแสนนานนะครับ
ทุกทีที่นึกถึงหรือพูดถึง มันจะไม่สมู้ท เหมือนสะกิดแผลอีกครั้ง
ดูย้งเขาสนิทใจคุณปริ๊นซ์จริงๆนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:0:00:20 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์

จะมีเพื่อนสักกี่คนนะคะที่เราสามารถพูดคุยได้สนิทใจเหมือนเป็นพี่น้องกัน
ทั้งการพูดคุยและการกระทำของคุณย้งต่อน้องปริ๊นซ์
ดูสนิทใจและจริงใจมากค่ะ

ยินดีกับคุณย้งด้วยนะคะที่ได้ลูกชาย
ส่วนเรื่องต้องตัดสินใจก็ขอให้ผ่านไปด้วยดี

น้องปริ๊นซ์เขียนได้อ่านเพลินมากค่ะ




โดย: Sweet_pills วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:1:28:52 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์

พี่ก๋าเข้าบล็อกไม่ได้ครับ
จะเข้าต้องเข้าจากลิ้งค์ที่ลงไว้ในเฟซบุ๊ก
คาดว่าบล็อกแก๊งยังปรับระบบไม่เสร็จนะครับ

พี่ก๋าโตมากับการอ่าน
และน่าจะยังอ่านต่อไปเรื่อยๆ
ยังไม่เบื่อ
ช่วงนี้ก็กลับไปหาหนังสือเล่มเก่าๆ
นำกลับมาอ่านใหม่ทุกเดือนครับ

ใช่ครับ
มันเป็นต้นมิกกี้เมาส์
เสียดายที่เอามาบ้านใหม่ไม่ได้
เพราะลงดินไปแล้ว
ผ่านไปอีกที ต้นไม้ในที่ร้านเก่า
เจ้าของใหม่เค้ารื้อทิ้งทุกต้นเลยครับ

โชคดีที่ตอนนั้นไม่ได้ดื่มน้ำครับ 555
4 ชั่วโมงบนท้องถนน
สุดๆไปเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:8:37:46 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ น้องปริ๊นซ์

ชีวิตที่ติดอยู่กับเหล็ก มันน่าจะทรมานจริงๆค่ะ
น้องพี่ขาหักใส่เหล็กแค่ที่ขา เวลาอากาศเย็นๆบ่นปวดเหมือนกันเลยค่ะ
แล้วนี่ย้งใส่เกือบทั้งตัว สงสารย้งนะเนี่ย แต่ย้งแกร่งและเก่งค่ะ
อยู่กับเหล็กมานานขนาดนี้แล้ว เป็นพี่ก็คิดหนักนะ ว่าจะผ่าออกดีมั้ย
แล้วนี่ย้งแต่งงานจนมีลูกแล้ว เลิกนิสัยฟันหญิงยังคะเนี่ยยย
เรื่องทุกอย่างก็จบลงด้วยดีค่ะ ขอให้ต่อแต่นี้มีแต่เรื่องดีๆนะย้ง


จากบล็อก

เดี๋ยวพี่รอ ไทไทสเปอปี้ มาเปิดที่แปดริ้วค่ะ เผื่อจะตาม กูโรตีชาชักมา

ใช่ค่ะ พี่เป็นกระทิงแดง เป้าหมายมีไว้พุ่งชนนนน 55555555



โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:14:27:26 น.  

 
สวัสดีครับ

ขอบคุณน้องปริ๊นซ์ที่แวะไปคุยที่บล็อกครับ
: ใช่ครับเดี๋ยวนี้เมืองชลร้อนขึ้นเยอะ สมัยก่อนรู้สึกจะเย็นสบายกว่านี้
" ตะวันตัดบูรพา " พี่ชอบชื่อนะ อ่านแล้วนึกถึงหนังคาวบอย
แบบดวลปืนอะไรแบบนั้นเลยครับ


โดย: Sleepless Sea วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:16:46:42 น.  

 
บ้านพี่อากาศค่อนข้างดี ไม่ค่อยมี pm2.5มากเท่าไหร่
มีแต่ฝุ่นเวลารถวิ่งผ่านหน้าบ้านนี่แหละ

วันวาเลนไทน์ไม่จำเป็นต้อง14กพ.อย่างเดียวก็ได้นี่ วันไหนเราว่าง เราพร้อม เราก็ทำวันนั้นแหละให้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่พี่ว่า วันแห่งความรักของปริ๊นนั้นมีให้แฟนทุกวันอยู่แล้วแหละ


โดย: แค่คนธรรมดาไม่พิเศษ (สมาชิกหมายเลข 7915129 ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:8:38:46 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
พี่มากดโหวตไว้ตั้งนานแต่ดันลืมมาเม็นต์ 555 พี่ชอบบรรยากาศที่เชียงใหม่เหมือนกัน เป็นเมืองที่น่าอยู่มาก ๆ มีทุกอย่างครบ ทั้งธรรมชาติและเมือง ถึงแม้ว่าฝุ่นจะเยอะก็ตาม
พี่ว่ามีเพื่อนแบบย้งนี่ สบายไปแปดอย่างเลย เรื่องเมาไม่เป็นปัญหา 555 เด็กวิดวะร้อยทั้งร้อยกินเหล้าเก่งมาก ๆ บางคงนั่งนิ่ง ๆ นี่กินได้ทั้งคืน


โดย: The Kop Civil วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:17:29:52 น.  

 
เคลียร์ใจอะไรกันแล้วก็ดีครับ พอจะเข้าใจความรู้สึกเรื่องความทรมานจากอากาศหนาว หลายๆ คนที่ใส่เหล็กก็น่าจะรู้สึกแบบนั้น มันเป็นของแปลกปลอมที่ไม่ใช่ของในร่างกายด้วย เป็นของภายนอกเอาใส่เข้าไป เอาอออกผมผมว่าน่าจะดีกว่า ทนๆ หน่อยแค่ 1-2 เดือน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:19:20:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space