It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
มธุรดา yuri บทที่ ๑๐/๑

บทที่ ๑๐

มธุรดาพาแขกของเธอไปยังหมู่บ้านเล็กๆ นอกโมระเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าพื้นเมืองให้กับพัณณิน เธอให้รัญชน์ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ที่เธอขอยืมมาจากร้านขายเสื้อผ้าการไปไหนมาไหนด้วยรถมอเตอร์ไซด์ ย่อมดีกว่าการเดิน สะดวกรวดเร็วและไม่ยุ่งยากหมู่บ้านนอกเมืองแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักถือเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของโมระเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่มักแวะเวียนเข้ามาหาซื้อของพื้นเมืองนำไปฝากผู้ที่ไม่ได้มาเยือน

รัญชน์เห็นบ้านทรงแปลกตา จึงใช้โทรศัพท์ของเธอถ่ายรูปเก็บเอาไว้เธออาจจะได้ใช้ประโยชน์จากรูปที่เธอถ่ายเก็บๆ เอาไว้ในวันข้างหน้าก็เป็นได้ใครล่ะจะรู้

“วิญญาณสถาปนิคเข้าสิงหรือคะ”

“นิดหน่อยค่ะ เห็นแล้วอยากเก็บเอาไว้ดู เผื่อได้ใช้”

“จะเข้าไปดูในบ้านไหมคะ”

“ได้หรือคะ

“ได้ค่ะ ตามมาสิคะ” มธุรดาเดินนำเข้าไปในบริเวณบ้าน

เมื่อเธอเข้าไปในนั้น ทุกคนในบ้านต่างวิ่งกรูกันเข้ามาและกำลังจะนั่งยองๆ ลงที่พื้น

“ไม่ต้องนั่งหรอก พาเพื่อนมาดูบ้านหน่อยเดียวเท่านั้น”

มธุรดาพูดเป็นภาษาโมระ เธอเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน

“บ้านของใครคะ”

“ของเจ้าหลวงค่ะ ท่านโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อรับแขกบ้านแขกเมือง พอไม่มีแขกก็ให้ชาวบ้านมาทำงานในนี้ มีคนเข้าออกบ้านจะได้คึกครื้น”

“ดีจังคะ เจ้าหลวงของคุณมีความคิดที่ดีมากไม่ปล่อยอะไรทิ้งไว้รกร้าง

ปกติบ้านที่มีคนอยู่จะโทรมช้ากว่าบ้านที่ไม่มีคนอยู่”

“ค่ะ ฉันก็ว่าอย่างนั้น เหมือนคุ้มที่เมืองไทยพอไม่มีคนอยู่โทรมจนผิดตา” มธุรดาเดินนำรัญชน์เข้าไปชมห้องต่างๆในบ้านหลังนั้น

จากนั้นจึงพารัญชน์ลงมาเลือกซื้อเสื้อผ้าพื้นเมืองที่รัญชน์อยากได้

“ไม่มีชุดแบบ สีเหลืองๆ ผ้าถุงต่อสามชั้นบ้างหรือคะ”

“แบบไหนนะคะ”

“คือเสื้อเหลืองๆ แบบทบป้ายๆ ผ้าถุงแบบมีช่วงบนช่วงกลางกับช่วงล่าง เอามาเย็บติดกัน”

“เอ... แบบไหนน้อ”มธุรดาเริ่มคิดในสิ่งที่รัญชน์บอก

ชุดที่รัญชน์พูดถึงนั้น เหมือนๆ กับชุดที่เธอใส่เมื่อวานแต่คงเป็นไปไม่ได้ ที่รัญชน์จะเห็นเธอใส่ชุดนั้น

“มีแต่สีอื่นค่ะ สงสัยจะไม่มีใครทำ” มธุรดาเลือกเสื้อสีสดๆ ให้กับรัญชน์จากนั้นจึงให้คนของเธอนำผ้าถุงมาให้มธุรดาเลือกอีก

“สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ เลือกไม่ถูกจริงๆ”

“เอาแบบเข้าชุด เป็นวันไหมคะ”

“แบบไหนคะ

“คนโมระมักจะใส่สีที่ถูกโฉลกกับวันค่ะเช่นวันจันทร์สีขาวหรือสีนวลออกเหลืองนิดๆ ส่วนผ้าถุงเราใส่ตามชอบค่ะ”

“อ๋อ...ค่ะ เอาเจ็ดสีคะ เลือกตามแบบที่คนโมระใส่ยายแต้วคงใส่ไม่ซ้ำแน่ๆ ว่าแต่ผ้าถุงมีแบบเย็บสำเร็จไหมคะ แต้วคงใส่ผ้าถุงไม่ได้แน่ๆหลุดชัวร์”

“เราไม่ได้เย็บสำเร็จหรอกค่ะถ้าจะให้เย็บคงต้องวัดขนาดมาให้ก่อน”

“แล้วกัน นั่นสินะ ลืมเรื่องขนาดเอวไปเลย งั้นไม่เป็นไรค่ะซื้อไปแบบนี้แล้วให้ยายแต้วเอาไปตัดเองดีกว่า”

รัญชน์เลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ไม่นานก็เสร็จเธอนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของหวานกลับไปยังร้านขายเสื้อที่เธอทั้งสองขอยืมรถมา

“ไม่ให้ไปส่งที่โรงแรมจริงๆ หรือคะ”

มธุรดาเอ่ยถามรัญชน์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ค่ะไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะฉันเดินกลับเองได้ใกล้แค่นี้เอง จะได้แวะถ่ายรูปไปตามทางด้วย”

“งั้น...แยกกันตรงนี้นะคะ เย็นมากแล้วฉันคงต้องกลับบ้าน”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่พาไปซื้อของ”

“ยินดีค่ะ”มธุรดาพูดจบหันหลังให้กับรัญชน์

นิลยาจับมือของรัญชน์เขย่าเบาๆ

“พี่ๆ เห็นอะไรไหม”นิลยาชี้ให้รัญชน์ดูบางอย่างที่เรืองแสงออกมาจากร่างของหวาน

“พี่คนนี้ไม่ธรรมดานะพี่รัน ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”

รัญชน์พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่นิลยาบอกกับเธอหวานต้องมีอะไรบางอย่างที่คนธรรมดาทั่วไปอย่างเธอไม่มีและเป็นอะไรที่เธอไม่สามารถรู้ได้ในตอนนี้

ช่างเถอะ.... คิดมากไปก็เท่านั้นพรุ่งนี้เธอต้องเดินทางไปเวียงฟ้าพร้อมๆ กับแม่ของเธอ เธอคงไม่ได้พบกับหวานอีกนาน

รัญชน์ว่าจ้างรถจากโรงแรมให้ไปส่งเธอกับแม่ที่เชิงเขาทางขึ้นเวียงฟ้าเธอได้ยินแม่กับคนขับรถพูดคุยกันถึงเรื่องอะไรบางอย่าง ที่เธอไม่สามารถแปลออกเธอแปลกใจที่แม่พูดภาษาโมระได้ สื่อสารกับคนขับรถได้เป็นอย่างดี

ส่วนเธอนั่งปิดปากเงียบ มองวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆโดยมีนิลยานั่งอยู่ข้างๆ

วันนี้นิลยาใส่ชุดนินจาเต่า น่าจะเป็นไมเคิลเองเจโลในมือถือไม้กระบองสองท่อนอยู่ด้วย

“ไปเอามาจากไหน” รัญชน์ถามนิลยาที่กวัดแกว่งไม้กระบองสองท่อนนั้นอยู่เนืองๆ

“พี่คนที่เคยถูกหวยที่ตลาดให้มา”

“หากินกับการใบ้หวยหรือไงเรา”

“เปล่า เห็นเค้าจนเลยสงสาร”

“สงสารหรืออยากได้ของเล่นกันแน่”

“สงสารจริงจริ๊ง”นิลยาลากเสียงยาวและสูง จนรัญชน์แสบแก้วหู

“เบาๆ หน่อยสิ นั่งนิ่งๆ ได้ไหม เวียนหัวฟังภาษาโมระก็ปวดหัวแล้ว”

“แปลให้เอาปะ”

“ฟังออกด้วยหรือไง”

“ออกสิ ของกล้วยๆ ลูกพญานาคซะอย่างสบายไปร้อยล้านอย่าง”

“เกินไป ตั้งร้อยล้าน แค่แปดอย่างก็ทำให้ได้ก่อนเถอะ”

“ดูถูกกันจริงๆ นะ”

“ก็ดีกว่าดูผิดนะ ลูกพญานาคอะไร มุดอยู่แต่ในหินมาคีไม่รู้จักทำประโยชน์เพื่อมนุษย์บ้าง”

“อ้าวๆ สวยสิพูดอย่างนี้” นิลยา เปลี่ยนชุดเป็นชุดนักมวยหญิงทันที แถมยังสวมมงคลที่ศีรษะอีกด้วย

“ฮ่าๆ”รัญชน์ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นรถ ที่เห็นนิลยาในชุดนักมวย เตรียมพร้อมจะต่อกรกับเธอ

คนขับรถมองกระจกหลังเพื่อดูว่ารัญชน์เป็นอะไร อยู่ๆนั่งหัวเราะคนเดียว ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรให้น่าขำเลยสักนิด

“ลูกฉันเขาฟังวิทยุอยู่ค่ะ”บุษบงกตบอกกับคนขับรถแบบนั้น เธอรู้ว่าเธอพูดปด แต่ต้องทำเช่นนั้นไม่อย่างนั้นคนขับรถคงคิดว่าลูกสาวของเธอเป็นบ้า นั่งหัวเราะอยู่คนเดียว

“ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ”รัญชน์บอกกับแม่อย่างนั้น เธอรู้ว่าแม่ของเธอเห็นนิลยาแต่งชุดแปลกๆ เช่นกัน

“เอาไงว่ามาเลย พร้อมแล้ว จะต่อยกันกี่ยกที่ไหนเมื่อไหร่” นิลยายกมือขึ้นชูกำปั้นตั้งการ์ดรอรับการต่อยจากรัญชน์

“ประสาท ใครจะไปต่อยกับเธอ แม่ตัวยุ่ง”

“ไม่ได้ยุงสักหน่อย เชอะ เรารึหวังดีมาชวนคุยมาหาว่าเรายุ่ง ต่อไปเราจะไม่เล่นด้วยแล้ว”นิลยางอนจนออกนอกหน้า

รัญชน์ยังคงนั่งขำต่อไป เด็กหนอเด็ก ถึงจะรู้ว่าอายุเกือบพันกว่าปีแต่พฤติกรรมแบบนี้ ยังเด็กชัดๆ





Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 19:16:16 น. 0 comments
Counter : 229 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.