It's not easy to be me
Group Blog
 
All blogs
 
มธุรดา yuri บทที่ ๙/๓

บทที่ ๙/๓

รัญชน์เดินตามหวานเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแห่งเดียวบนถนนสายนี้ ในร้านมีเสื้อผ้าหลายหลากมากมายให้เลือก ทั้งเสื้อผ้าเด็กๆ เสื้อผ้าผู้ใหญ่และชุดประจำชาติ

รัญชน์มองหาชุดที่เธอเห็นหวานใส่เมื่อวาน หากได้ไปฝากพัณณินเพื่อนของเธอคงชอบของฝากชิ้นนี้เป็นพิเศษ

พัณณินชอบเสื้อผ้าพื้นเมืองทุกชนชาติและมักจะใส่มาอวดเธออยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญพัณณินไม่เคยแคร์สายตาใครหากคนเหล่านั้นจะหาว่าพัณณินเป็นบ้าหรือบ้านนอก เธอเคยถามพัณณินว่าไม่อายหรือวันนั้นพัณณินนุงโจง พันผ้าแถบมาทำงาน

“อายทำไมยะ นี่แหละชุดไทยแท้แต่โบราณฉันไม่เคยเห็นพวกสาวยุ่นอายเลย เวลาใส่กิโมโนออกมาเดินกลางถนน”

“นั่นมันสาวยุ่น นี่มันสาวไทยนะยะหล่อน”

“ใส่แบบนี้มันผิดตรงไหน รับรองว่าชุดๆนี้ไม่หลุดแน่นอน จงนี่เย็บมาอย่างดี มันเหมือนๆ กางเกงนั้นแหละแล้วไอ้พันอกนี่ก็นะ ติดซิปข้างเอาไว้ รับรองว่าไม่หลุดให้ต้องอายใคร”

เธอเห็นพัณณินใส่ชุดไทย นุ่งจงมาอยู่อีกเป็นเดือนหลังจากนั้นพัณณินเปลี่ยนเป็นชุดชาวเขา ที่เพื่อนของเธออีกคนส่งมาให้จากบนดอยเช่นเคย พัณณินไม่แคร์ใคร ต่อให้ใครจะว่าอะไร พัณณินยังคงใส่ต่อไปนี่แหละพัณณินเพื่อนรักคนเดียวของเธอ

“หาอะไรอยู่หรือคะหวานถามขึ้นเมื่อเห็นรัญชน์ยืนนิ่ง

“หาชุดพื้นเมืองค่ะ ว่าจะซื้อไปฝากเพื่อนหน่อย”

“ในนี้ไม่มีหรอกค่ะถ้าอยากได้ชุดพื้นเมืองต้องออกไปนอกเมือง ไปถามซื้อจากชาวบ้านที่เขาตัดเอาไว้”

“อ้าว...แบบนี้ก็หายากสิคะ”

“ไม่ยากหรอกค่ะ ทุกบ้านในโมระ ทอผ้าเย็บเสื้อใส่เองกันทั้งนั้น”

“โอ้...แม่เจ้า เก่งจริงๆ”

“หญิงโมระทุกคนต้องทอผ้าเป็น ย้อมผ้าเป็นเย็บปักถักร้อยเป็น”

“สุดยอดจริงๆ คุณหวานล่ะคะ ทำเป็นกับเขาหรือเปล่า”

“เป็นค่ะ เป็นหลักสูตรในโรงเรียน นักเรียนหญิงทุกคนต้องทำเป็นตั้งแต่ปั่นด้าย ย้อมด้าย ปั่นเข้าหลอด”

“โห ทำเองทุกกระบวนการเลยหรือคะนึกว่าซื้อด้ายมาทอเสียอีก”

“ไม่หรอกค่ะ ชาวโมระชอบทำอะไรเอง เหมือนๆกับการสร้างบ้านไงคะ พวกเขาจะขออนุญาตตัดไม้เอามาไว้ก่อน แล้วค่อยๆทำทีละนิดล่ะหน่อย ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จ โดยที่ไม่ต้องจ้างใคร”

“คุณเคยบอกเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้วค่ะ รันจำได้แต่ไม่คิดว่าทำเองหมดตั้งแต่การตัดต้นไม้”

“ต้นไม้ทุกต้น เราใช้อย่างระมัดระวัง เมื่อตัดมาเราปลูกทดแทน ทำให้ป่าต้นน้ำของเรายังคงสมบูรณ์ที่สุดในประเทศแถบนี้”

“คนโมระทำให้ฉันคิดถึงคนไทย”

“ทำไมคะ

“คนไทยทำอะไรตามใจคือไทยแท้ มักไม่อยู่ในระเบียบ”

“แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนคะ ฉันไม่เข้าใจ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะว่าแต่เสื้อกันหนาวที่คุณจะพาฉันมาซื้ออยู่ตรงไหนคะ จะได้ซื้อให้เสร็จฉันจะทำให้คุณเสียเวลาเลือกซื้อของๆ คุณเปล่าๆ”

“ไม่เสียเวลาหรอกค่ะ ฉันว่างทั้งวันจะให้พาไปซื้อเสื้อพื้นเมืองยังไหว”

“จริงหรือคะ

“จริงสิคะ ถือว่าฉันเป็นเจ้าบ้านคุณเป็นแขก”

“งั้นโอเคค่ะ”

“นี่ๆ ก่อนจะโอเคถามเค้าบ้างปะว่าโอเคไหม” นิลยาส่งเสียงมาเช่นเคย

“โอหรือไม่โอ จะไปซื้อมีไรปะ”

“มี อยากได้ตัวนั้น”นิลยาชี้บอกรัญชน์ไปทางทิศที่ขายเสื้อผ้าเด็ก

“ไม่เอา ซื้อจากประตูน้ำให้ตั้งเยอะแล้วไง”

“จะเอาอีกนี่ ซื้อให้ด้วยนะ”ว่าจบร่างนั้นก็หายวับ ไปโผล่ออยู่เหนือราวแขวนเสื้อผ้าชุดสีน้ำเงินผ้าคลุมไหล่สีแดง ตรงกลางมีรูปตัว เอส และเพชร

“เฮ้ย...จะเป็นซุปเปอร์แมนหรือไง” รัญชน์ตกใจ เมื่อเห็นชุดที่นิลยาอยากได้

“เยส.... พรุ่งนี้ขึ้นเขา จะเป็นซุปเปอร์แมนบินไป”

“น่าเกลียด อยู่ๆ ใส่กุงเกงในนอกกุงเกง” รัญชน์บ่นแต่เดินไปยังราวแขวนขายชุดที่นิลยาบอก

“เอาชุดไหน”

“นี่ๆ ชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้ แล้วก็นี่อีกชุด” นิลยาชี้ๆ ไปที่ชุดที่เธออยากได้ชุดเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นฮีโร่ในหนังการ์ตูนแทบทั้งสิ้น

ซุปเปอร์แมน นินจาเต่า ที่สำคัญที่สุดชุดสาวน้อยมหัศจรรย์ที่นิลยาเลือกนั้น ทำเอารัญชน์ปวดหัว

“ซื้อฝากน้องหรือคะ”

มธุรดาเห็นรัญชน์ง่วนกับการเลือกซื้อชุดสำหรับเด็กอยู่จึงเอ่ยถาม

“ค่ะ น้องชอบ สักครู่นะคะคุณหวานเลือกชุดพวกนี้เสร็จแล้วจะตามไปดูเสื้อกันหนาวค่ะ”

“ตามสบายเถอะค่ะ บอกแล้วว่าวันนี้ฉันว่างทั้งวัน”

รัญชน์ทำตามที่นิลยาบอกเธอ เธอหยิบชุดมาทาบกับตัวของนิลยาในสายตาของมธุรดา เหมือนๆ กับรัญชน์กำลังดูชุด วัดขนาดกับอากาศที่ว่างเปล่า

“วัดแบบนั้นจะใส่ได้หรือคะ หรือว่าไม่รู้ขนาดของน้อง”

“ก็ตัวเท่าๆ นี้แหละค่ะ”

รัญชน์จับนิลยามายืนตรงหน้าหวาน ทำมือกำหนดความสูงและขนาดของนิลยาให้กับหวานได้เห็น

“ค่ะ คงพอใส่ได้เนอะ”มธุรดายิ้มกับการกระทำของรัญชน์

“รับรองว่าได้แน่ๆ ค่ะ มือชั้นนี้แล้ว ไปค่ะเสร็จแล้วไปดูเสื้อกันหนาวกันดีกว่า”ว่าจบรัญชน์จึงเดินนำหวานไปอีกฝั่งของร้าน ที่วางขายเสื้อกันหนาวหลากหลายยี่ห้อ

“เอาแบบกันน้ำได้ด้วยจะดีที่สุดค่ะ” มธุรดาบอกอย่างนั้น

รัญชน์เห็นด้วยกับความคิดของหวาน ถ้ามีหิมะตกใส่ชุดแบบธรรมดาคงไม่ไหวชุดด้านในจะเปียกหมด

“มีของเด็กไหมคะ”

“มีเด็กมาด้วยหรือคะ”

“ค่ะ มีมาด้วยหนึ่งคน”

“พาเด็กขึ้นเขาอันตรายนะคะ”

“เธอเก่งค่ะ รับรองว่าไม่อันตราย” รัญชน์พูดไปมองหน้าของนิลยาไป

“เชอะ...”นิลยาแบะปากแลบลิ้นให้กับรัญชน์

“นี่ๆ พี่คนนี้เขามีอีกเงาด้วยนะ”

“อะไรนะรัญชน์เผลอหลุดปากออกมา ทำเอามธุรดางง

“อะไรคะ

“เปล่าๆ ค่ะ พอดีคิดอะไรบางอย่างเลยเผลอพูดออกมาไม่มีอะไรคะ มันเหมือนๆ เป็นคำถาม ที่ถามตัวเองอะไรทำนองนั้น”

“อ๋อค่ะ ตลกดีจัง”

“จริงๆ นะ พี่คนนี้เขามีเงาของอีกคนอยู่ข้างๆ เขาแต่ไม่ใช่เงาร้ายอะไรนะพี่รัน เงานั้นสว่างกระจ่าง สวยงามมาก ราวกับมีเทวดาอารักษ์แบบนั้นแหละ”

รัญชน์พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่นิลยาบอกกับเธอ

“แต่... มีแต่นะพี่ พี่คนนี้เขาไม่ใช่คนธรรมดา”

“ไม่ใช่แบบไหน”รัญชน์เริ่มเก็บความรู้สึกได้จึงเอ่ยกับนิลยาในใจ

“เขาเหมือนๆ กับเป็นคนสูงศักดิ์ พี่เห็นไหม รอบๆข้างตัวเขา มีออร่าสวยเชียว”นิลยาจับมือของรัญชน์ทำให้รัญชน์เห็นแสงออร่าที่เกิดจากตัวของหวานชัดถนัดตา

“แม่เจ้า” รัญชน์อุทานออกมาเบาๆ

“อะไรคะ

มธุรดารู้สึกว่ารัญชน์ชักมีอะไรผิดปกติจึงเดินเข้าไปช่วยรัญชน์เลือกเสื้อกันหนาวและเครื่องกันหนาว

“เลือกไม่ถูกหรือคะ หรือว่าแพงไป”

“เปล่าคะ แค่อยากได้สีสว่างๆ เท่านั้น มีแต่สีทึบๆทั้งนั้นเลย” รัญชน์พยายามคิดหาประเด็นในการคุยเพื่อเบี่ยงบ่ายเรื่องที่เธอกำลังพูดกับนิลยา

“เอาสีสว่างๆ แบบไหนคะ”

“ประมาณสีสะท้อนแสง” เมื่อพูดไปแล้วต้องดำน้ำต่อไปเรื่อยๆ

มธุรดาจึงเรียกคนขายมาช่วยหาเสื้อสีสว่างๆ อย่างที่รัญชน์ต้องการท่าทางการแสดงออกของคนขายกับหวานทำให้รัญชน์แปลกใจ

“คนที่นี่เขาเห็นลูกค้าเป็นพระเจ้าหรือไงคะ” รัญชน์กระซิบถาม

มธุรดามองหน้ารัญชน์ เธอไม่เข้าใจในความหมายที่รัญชน์ถามเธอ

“เห็นเขาทำราวกับว่า เราสองคนเป็นเทพเจ้าอะไรทำนองนั้น”

เมื่อได้ยินคำพูดจากรัญชน์ ทำให้มธุรดารู้ว่าคำถามนั้นมาจากอะไรคนขายแทบจะคุกเข่าต่อหน้าเธอ เธอห้ามเอาไว้เสียก่อน ด้วยกลัวว่ารัญชน์จะรู้ว่าเธอไม่ใช่แค่หญิงสาวที่ชื่อหวานหากแต่เธอคือ มธุรดา เจ้านางน้อยแห่งโมระ

ถ้าความจะแตก เธอคงให้แตกตอนนี้ไม่ได้เธอหันไปพูดกับเจ้าของร้านด้วยภาษาโมระที่คิดว่ารัญชน์จะฟังไม่เข้าใจ

“ไม่ต้องแสดงกิริยาแบบนั้นก็ได้นะ ตามสบายเถอะ”

“ขอรับเจ้านาง” คนขายจึงค่อยๆยืดตัวขึ้นเล็กน้อย

“เฮ้ย....” นิลยาร้องลั่น

“เสียงเด็กที่ไหนคะ”มธุรดาหันไปมองรอบๆ ตัว

เธอไม่เห็นมีเด็กสักคนอยู่แถวนั้น

“ไหนคะ เสียงเด็กที่ไหน”

“หวานได้ยินเสียงเด็กร้องค่ะ เมื่อสักครู่”

“ไม่มีนี่คะ”รัญชน์แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องในสิ่งที่หวานพูดกับเธอ ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าเสียงนั้นเป็นของ นิลยา

“ฉันคงหูแว่วไปเอง ได้เสื้อหรือยังคะ”

“ได้แล้วค่ะ”รัญชน์หยิบเสื้อสีสะท้อนแสงสามตัวส่งให้กับเจ้าของร้าน

เธอรีบเดินไปคิดเงิน และรีบออกไปจากร้านแห่งนั้นก่อนที่หวานจะรู้ว่ามีนิลยาอีกคนที่เดินต้วมเตี้ยมตามเธอมา

นิลยาจึงกลายเป็นน้ำท่วมปาก รู้แล้วแต่พูดไม่ได้ เธอจะอ้าปากพูดรัญชน์บอกว่า

“หยุดพูดเลยนะ ถ้าพูดอีกจะไม่พาไปไหนอีกแล้ว” รัญชน์รู้สึกโกรธ นิลยา ที่ไม่ระมัดระวังตัวปล่อยให้เสียงดังออกมาจนทำให้หวานได้ยิน

โชคดีที่เวลานี้เป็นเวลากลางวัน หวานจึงไม่กลัวในสิ่งที่ได้ยินหากเวลานี้เป็นเวลากลางคืน เธอไม่อยากคิดเลยว่าคนที่ได้ยินเสียงนิลยาร้องอย่างนั้นจะเป็นเช่นไร นั่นทำให้นิลยาอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก นาคน้อยอย่างเธอคันปากยิบยับแต่ต้องหยุดปิดปากเงียบสนิท ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนอีก

เธออยู่ห่างจากมาคีสีนิลได้ไม่เกินเก้าวา หากเกินกว่านั้นอำนาจของมาคีไม่สามารถปกป้องเธอจากอันตรายใดๆ ได้

ถ้ารัญชน์ทิ้งหินมาคีเอาไว้ที่โรงแรม เธอคงเหมือนคนติดคุก ไปไหนมาไหนไม่ได้

ที่สำคัญ โมระไม่ใช่ถิ่นปกครองของท่านพ่อของเธอหากจะร้องขอความช่วยเหลือคงเป็นไปได้ยาก แถมเมื่อคืนเธอยังดื่มน้ำเมาไปมากมายอิทธิฤทธิ์ที่มีอยู่ก็หดหาย จนจะกลายเป็นงูดินอยู่รอมร่อ ถ้าต้องเป็นอย่างนั้นต่อให้คันปากอยากพูดแค่ไหน ก็ต้องปิดปากให้สนิทเท่าที่จะทำได้

อยากเที่ยวนี่นา เรื่องอื่นไม่สนใจ นิลยาซะอย่าง สบายไปแปดอย่าง

อ๊ะ!! หรือว่าเก้าอย่าง

เอ.... ไม่แน่ สิบอย่างมั๊งเนอะ คริกๆๆ




Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 19:13:37 น. 0 comments
Counter : 266 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

รันหณ์
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันคือฉัน
ฉันรักเสียงเพลง
ฉันรักสายลม
ฉันรักท้องฟ้า
ฉันรักอิสระ
ฉันคนไร้ราก
ผิงดาวยามไร้เดือน

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนท้องฟ้า
จากรักจากศรัทธา....ของเรา

เป็นอะไรก็ได้มิใช่หรือ
แค่เป็นคนดีก็คงเีพียงพอ
[Add รันหณ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.