กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
14 กันยายน 2557
All Blog
Washington, D.C. [Review] (part 1/3)
  Washington, D.C. - the capital of the USA
เที่ยวดี.ซี.ง่ายๆด้วยตัวเอง 7 วัน 6 คืน แบบเจาะลึกทุกสถานที่สำคัญ



สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา ทำไมหลายๆคนรวมถึงเราจึงมีโอกาสไปเมืองอื่นๆก่อนเมืองหลวงคราวนี้ถึงเวลาที่เราจะไปตะลุยเมืองหลวงของอเมริกาหรือ วอชิงตัน ดี.ซี. กัน!!

วอชิงตัน ดี.ซี. ไม่ใช่รัฐ ไม่ใช่เมือง แต่เป็นเขตปกครองกลาง จอร์จ วอชิงตัน, ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา, มีดำริที่จะจัดตั้งเมืองใหม่ขึ้นมาเป็นเขตปกครองกลาง สุดท้ายก็มาเป็นวอชิงตัน ดี.ซี. ในทุกวันนี้ค่ะ วอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา (1 ชมโดยเครื่องบินจากนิวยอร์ก) พื้นที่ของวอชิงตันดี.ซี. แบ่งมาจากรัฐเวอร์จิเนียส่วนหนึ่งและรัฐแมรี่แลนด์อีกส่วนหนึ่งที่นี่มีสถานที่ราชการสำคัญมากมาย เช่น ทำเนียบขาว (White House) รัฐสภา (United States Capitol) ศาลฎีกา (Supreme Court) นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ขององค์กรระหว่างประเทศเช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)

ทริปนี้ค่อนข้างจะฉุกละหุกนิดหน่อยมีเวลาวางแผนเที่ยวประมาณ 3 อาทิตย์เท่านั้นเรื่องของเรื่องคืออยากจะใช้วีซ่าอเมริกาก่อนมันหมดอายุ ก่อนไปเราก็ search หาข้อมูลท่องเที่ยว มีพอสมควรนะคะแต่ก็ไม่ได้เยอะมาก บางคนก็บอกไปดี.ซี.ไปแค่วันสองวันก็พอแต่บางคนก็บอกอยู่ได้เป็นอาทิตย์ เอ๊ะยังไงเนี่ย พอหาข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจึงได้รู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวหลักในวอชิงตัน ดี.ซี.จะเป็นพิพิธภัณฑ์ (Museum) และอนุสาวรีย์/อนุสรณ์สถาน (Monument/Memorial) จะออกแนววิชาการ แนวประวัติศาสตร์อเมริกาซึ่งก็แล้วแต่คนเนอะว่าชอบด้านนี้มากหรือน้อยเพียงใด ลองดู itinerary ของเราด้านล่างนะคะ แล้วเอาไปปรับใช้เพิ่มหรือลดตามใจเลยจ้า



การเดินทางในวอชิงตัน ดี.ซี. มี 3 ทางหลักๆคือ

1. Metrorail 

รถไฟใต้ดินที่นี่มีทั้งหมด6 สายค่ะ ราคาตกเที่ยวละประมาณ 1.75 - 3.60 USD แล้วแต่ระยะทางและช่วงเวลาเดินทางว่า peak หรือไม่ peak 

2. Metrobus & DC Circulator

Metrobus ก็คือรถเมล์มีหลายสาย เดินทางสะดวกดีค่ะ เผลอๆเราว่าสะดวกกว่าใต้ดินด้วยซ้ำเพราะไม่ต้องเดินขึ้นลงสถานีไปไกลๆรถเมล์ที่นี่ตรงเวลานะคะ แค่เราไปรอที่ป้ายให้ถูกด้าน พอถึงเวลารถเมล์ก็มาค่ะ ระหว่างเดินทางเค้าจะคอยบอกเสมอว่าถึงป้ายไหนแล้วถนนไหนแล้ว ค่าโดยสารขึ้นกับระยะทางแต่ก็ไม่ค่อยแตกต่างไปจากใต้ดิน..เหมาะสมเวลาใช้เดินทางไปในที่ใกล้ๆที่ไม่มีใต้ดิน หรือจะอ้อมเกินไปถ้าหากต้องกลับไปขึ้นใต้ดิน

DC Circulator เป็นบัสอีกประเภทหนึ่งที่วิ่งวนเป็นวงกลม มีทั้งหมด 5 สายหลัก ค่าเดินทาง 1 USD ตลอดสายจ้า

“SMARTRIPCARD” IS A MUST

SmarTripcard ก็เหมือนบัตร Octopus เวลาไปสิงคโปร์หรือ Oyster เวลาไปลอนดอนค่ะ SmarTrip ใช้ขึ้นได้หมดทั้งใต้ดินMetrobus หรือ DC Circulator การมี SmarTripจะช่วยลดราคาใต้ดินให้เราถึงเที่ยวละ 1 USD และลดราคาMetrobus เที่ยวละ 20 cent นอกจากนั้นหากเราขึ้นใต้ดินแล้วมาต่อ Metrobus หรือ Metrobus แล้วมาต่อใต้ดินภายใน2 ชม จะลดราคา 50 cent

SmarTrip เป็นบัตรแข็งๆ เวลาใช้ก็แปะเข้าที่จุดรับบัตรค่ะทั้งประตูตรงใต้ดินและแท่นติ๊ดบัตรใน Metrobus เราสามารถซื้อบัตรง่ายๆที่สถานีรถไฟใต้ดินทุกสถานี ค่าซื้อบัตรครั้งแรก 10 USD เป็นค่าเดินทาง 8 USD และค่าธรรมเนียมบัตร(ที่ไม่ได้คืน) 2 USD เวลาค่าเดินทางใกล้หมดเราก็เติมเงินเข้าไปผ่านค่าเครื่องเติมค่าโดยสารอัตโนมัติค่ะ

3.Walk!!

คนที่นี่เค้าชอบเดิน(หรือบางทีก็วิ่ง) กันค่ะ ผังเมืองของวอชิงตัน ดี.ซี. เค้าวางมาดี เดินง่ายจาก US Capital ผ่ากลางออกเป็น 4 ทิศ NW NE SW และ SE ถนนแนวนอนไล่ไปตามตัวอักษรจาก A Street ถนนแนวตั้งไล่ไปตามตัวเลข จาก 1st Street คนที่นี่เค้าจะบอกระยะทางกันเป็น block เช่นเดินไปอีก 2 blocks แต่ขอบอกว่า block ที่วอชิงตันดี.ซี ไกลกว่าเมืองอื่นเยอะมากเลยค่ะ ตอนแรกๆเราตกใจว่าทำไมมันไกลจัง! แต่ผ่านไปวันที่ 2 ก็เริ่มชินแล้วค่ะ จากไกลก็รู้สึกไม่ไกลแล้ว แป๊ปๆก็ 1 block เดินก็เดิน เดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงค่ะ 55

ลองดูแผนที่ด้านล่างนะคะจะเห็นว่าที่เที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณ The Mall ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่สุดด้านนึงเป็น Lincoln Memorial ส่วนที่ด้านก็เป็น US Capital ในขณะที่สี่เหลี่ยมแนวตั้ง ด้านนึงเป็น White House อีกด้านเป็น Washington Monument



Day 1Smiley

หลังจากเดินทางมากกว่า 30 ชั่วโมงวันแรกขอเที่ยวเบาๆก่อนค่ะ ลงเครื่องเอากระเป๋าเรียบร้อยเราก็เดินทางไปโรงแรมโดย Washington Flyer ซึ่งเป็นบริการรถบัสระหว่างสนามบินและรถไฟใต้ดิน มาลงที่สถานี Wiehle-Reston East สายสีเงินค่ะ สะดวกมากๆ พอถึงสถานีเราก็จัดแจงซื้อ SmarTrip ตู้ขายบัตรโดยสารที่นี่ถ้าจะใช้บัตรเครดิตต้องมี PIN นะคะ ถ้าไม่มีก็ใช้เงินสดไปค่ะ เดินทางไปอีกกว่า 50 นาทีถึงจะถึงโรงแรม The Dupont Circle Hotel อยู่ที่สถานี Dupont Circle บนสายสีแดงค่ะ

แวะทานเบอร์เกอร์สุดอร่อยที่ Shake Shack


National Zoo

จะเกริ่นให้ฟังก่อนว่าสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในวอชิงตันดี.ซี. ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ แม้กระทั่งสวนสัตว์จะอยู่ภายใต้การดูแลของ Smithsonian Institution ซึ่งเป็นสถาบันที่ดูแลพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยหลายที่มากในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน Smithsonian Institution มีพิพิธภัณฑ์ที่ขึ้นตรงถึง 19 พิพิธภัณฑ์ 9 ศูนย์วิจัย และ 1 สวนสัตว์ บริหารงานโดยรัฐบาลสหรัฐฯและได้รับทุนจากทั้งรัฐบาลและเงินบริจาคจากหน่วยงานต่างๆมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนและเผยแพร่ความรู้ให้กับมนุษยชาติค่ะ ว้าววว

ที่สำคัญที่สุดก็คือหากสถานที่ใดอยู่ภายใต้การดูแลของ Smithsonian แล้วจะเข้าชม ฟรี ค่ะ เลิศสุดๆไปเลย


National Zoo นี่ก็เช่นเดียวกัน เข้าชมฟรีข้างในมีสัตว์เยอะมากเลยค่ะ เค้าแบ่งเป็น10 ส่วนใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ 1. Giant Pandas 2. Great Cats 3. Asian Elephants 4. Bird House 5. Invertebrate Exhibit 6. Cheetah Conservation Station 7. Amazonia 8. Asia Trail 9. Reptile Discovery Center และ 10. Great Apes สามารถใช้เวลาได้ทั้งครึ่งวันถ้าจะดูหมดนะ แต่เราก็เลือกดูแต่ไฮไลท์ๆใช้เวลาไปราว 3 ชั่วโมงเลยค่ะ คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็มากันเป็นครอบครัว..ส่วนที่เราชอบสุดคงจะเป็น Great Apes ภายในมีกอริลล่าตัวใหญ่มากค่ะ ใหญ่จนน่ากลัวเลยแหละ ถ้ายืนขึ้นมานี่เราคงวิ่งหนีเลย TT แต่ก็น่าประทับใจมากค่ะ มันดูฉลาดมากเหมือนหลุดมาจากภาพยนต์ Planet of the Apes


เวลาทำการ: ทุกวันตั้งแต่ 6.00-20.00 (summer) 6.00– 18.00 (winter)

ค่าเข้า: ฟรี 

การเดินทาง: Metro (Woodley Park station) red line

National Cathedral

สังเกตนะคะว่าที่วอชิงตันไม่ว่าสถานที่ไหนก็ต้องมีคำว่า National อยู่ในชื่อไปเสียหมดให้อารมณ์ว่าที่นี่แหละคือสวนสัตว์แห่งชาติ มหาวิหารแห่งชาติด้วยชื่อแล้วก็ย่อมคาดหวังได้เลยว่ามันต้องยิ่งใหญ่สมชื่อขนาดไหน Washington National Cathedral มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของมหาวิหารในโลกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกทิก แต่เราว่าที่เด็ดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตภายนอกแต่อยู่ที่ความสวยงามภายในตัววิหารต่างหาก ไฮไลท์ของที่นี่จะอยู่ที่การเอาเรื่องของยุคปัจจุบันมาผนวกเข้ากับความเชื่อของศาสนา เช่น ปรกติหน้าต่าง stained glass ก็มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาหรือเรื่องของพระเยซูใช่มั๊ยค่ะ แต่ที่นี่มีบางส่วนที่เป็นเรื่องอื่น



Space Window

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความสำเร็จของมนุษยชาติในการเหยียบดวงจันทร์สำเร็จเป็นครั้งแรก รู้มั๊ยคะว่ามีเศษหินจากดวงจันทร์ที่กลับมาพร้อมกับยานอพอลโล 11ฝังอยู่ในหน้าต่างนี้ด้วยนะ!!


War Memorial Chapel

เล่าถึงการเสียสละของทหารเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนมากมายเพื่อการได้มาซึ่งอิสรภาพ stained glass ด้านล่างเล่าถึงการเสียสละตั้งแต่การเสียสละของพระเยซูและการเสียสละในสงครามปฏิวัติอเมริกัน (American Revolutionary War) และสงครามโลกครั้งที่ 2


Children’s Chapel

ห้องสวดมนต์ของเด็กๆ น่ารักมากเลยค่ะเก้าอี้นั่งด้านในก็เป็นไซส์ของเด็กด้วยนะ


ที่นี่ใหญ่มาก นอกจากโถงกลางแล้วยังสามารถขึ้นไปชั้นบน เพื่อชมนิทรรศการเกี่ยวกับความเสียหายเมื่อปี 2011 จากแผ่นดินไหวและชั้นล่างเพื่อชม Chapel อื่นๆต่อได้อีกด้วย มหาวิหารแห่งนี้ใช้สำหรับการทำพิธีทางศาสนาของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 1 วันหลังจากวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง มหาวิหารแห่งนี้มีตำแหน่งเป็น National House of Prayer ทั้งในอดีตเคยจัดงานสำคัญ เช่น งานศพของประธานาธิบดี Dwight EisenhowerRonald Reagan, และ Gerald Ford, และยังจัดงานศพ Neil Armstrong นักบินอวกาศผู้เหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรกอีกด้วย

เวลาทำการ: Monday-Friday from10.00-17.30, Saturday from 10.00– 16.30, Sunday from 13.00-16.00

ค่าเข้า: 10 USD สำหรับผู้ใหญ่ค่ะ

การเดินทาง: แนะนำให้ไปต่อจากสวนสัตว์เลยเดินมาขึ้น Metrorail ที่ Cathedral ave & 29thst  แล้วต่อรถสาย 96 toward Tenleytown station ไปลงที่ Wisconsin Avenue

Georgetown

Georgetown เป็นย่านที่เราชอบย่านนึงของที่นี่เลยค่ะมันเป็นย่านที่เก่าแก่มากถ้าเทียบกับส่วนอื่นๆของดี.ซี Georgetown University ก็ตั้งอยู่ในย่านนี้ด้วย M Street เป็นถนนสายสำคัญที่ตัดผ่านย่าน Georgetown สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านเสื้อ ร้านเครื่องประดับร้านอาหารต่างๆมากมาย ชอปปิ้งสนุกเลยค่ะ เราสามารถเดินได้ตั้งแต่ M street ตัดกับ 35th street จนไปถึง ตัดกับ 28thstreet เลย ร้านค้าที่ Georgetown ส่วนมากปิดประมาณ3 ทุ่มนะคะ บางร้านก็อาจจะเปิดดึกหน่อย ลองแพลนเวลามาชอปปิ้งกันดีๆ


Georgetown at night


Georgetown Cupcake

ร้านคัพเค้กชื่อดังที่พอบอกว่าจะมาเมืองนี้ใครๆก็บอกว่าให้มาชิม เราก็บ้าจี้ตามเค้าไปค่ะพอไปถึงร้าน โอ้โห คิวมันยาวมากๆ รอประมาณ 1 ชั่วโมงแหนะถึงจะได้สั่ง คัพเค้กมีหลายแบบให้เลือกค่ะ ราคาชิ้นละ 3 USD ค่ะ เราลองทั้งหมด 3 ชิ้นคือ Red Velvet, Chocolate Ganache และ Lemon Blossom ผลออกมาคือไม่ค่อยประทับใจค่ะ Smiley ไม่เห็นอร่อยเลย เนื้อเค้กพอไปได้แต่ก็ไม่ได้อร่อยเวอร์ ส่วนครีมข้างบนก็ไม่อร่อยเท่าไหร่..แต่ของอย่างงี้นานาจิตตังนะคะ บางคนอาจจะบอกว่าอร่อยก็ได้ ถ้าใครแวะไป Georgetown ลองไปชิมด้วยตัวเองดูนะคะ



ร้านอยู่ที 301 M Street NW (corner of 33rd & M) เปิดทุกวัน วันจันทร์ถึงเสาร์ 10.00-21.00วันอาทิตย์ 10.00-20.00 ค่ะ

การเดินทางมา Georgetown จะค่อนข้างยากหน่อยเพราะรถไฟใต้ดินสถานีที่ใกล้สุดก็เดินตั้ง 20-30 นาที ง่ายสุดคือมา DC Circulator ค่ะ ให้บริการทุุก 5-10 นาที ลงบน M street เลย

Dinner อาหารทะเลที่ Washington Habour



DAY 2Smiley

วันนี้เราจะไปร่วมทัวร์ 2 ทัวร์ด้วยกันค่ะ ที่ดี.ซี.ก็เหมือนเมืองอื่นๆที่จะมี daytour แต่วันนี้เราจะมานำเสนอ Walking tour สุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

DC by foot (//www.freetoursbyfoot.com/washington-dc-tours/)

DC by foot เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ใช้การเดินค่ะDC by foot มีทัวร์หลากหลายมาก เช่น Capital Hill tour, Arlington tour, National mall tour, ยังมี running tour ตอนกลางคืนเพื่อชมวิวความสวยงามยามค่ำคืนด้วยนะคะ เรียกได้ว่าเค้ามีทัวร์ครอบคลุมทุกย่านที่น่าสนใจในดี.ซี.ค่ะไกด์ของ DC by foot ก็ professional เค้าทำอาชีพนี้เป็นหลักเลย เรื่องราคาก็เก๋มาก DC by foot ได้ชื่อว่าเป็น original name-your-own-price Washington,D.C. tour คือชอบทัวร์เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น แต่ละทัวร์ก็จะมีไกด์ต่างคนกันแล้วแต่ว่าใครถนัดเรื่องไหนพอจบทัวร์ก็ให้เงินเป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆตามความพอใจของลูกค้าค่ะ

สไตล์การทัวร์ก็จะเดินไปเรื่อยๆ แวะพักตามจุดสำคัญเพื่อบรรยายค่ะข้อดีของมันคือช่วยให้เราได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ของสถานที่หรือสิ่งก่อสร้างนั้นๆไม่งั้นเราก็อาจจะไม่ทราบว่าที่นั่นมีความสำคัญยังไง ให้อ่านเองก็อาจจะขี้เกียจ มีคนมาบรรยายให้ฟัง สนุกและก็เพลินดีค่ะ..ทริปนี้เราร่วมทัวร์กับ DC by foot ทั้งหมด 3 ทัวร์ด้วยกัน คือ Arlington Tour, All in One tour และ Ghost at Georgetown ค่ะ 

เติมพลังตอนเช้าด้วย Smoked Salmon Eggs Benedict 



Arlington Cemetery

สุสานแห่งชาติอาลิงตันสร้างขึ้นเมื่อปี 1864 เพื่อเป็นที่ฝังศพทหารที่เสียสละชีวิตในสงครามกลางเมือง พร้อมทั้งเป็นที่ฝังศพทหารตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามอื่นๆที่อเมริกาเข้าร่วมรบ จนมาถึงทหารที่เสียชีวิตในปัจจุบันค่ะงงหละสิว่าถ้าเพิ่งตั้งปี 1864 แล้วจะมาฝังศพทหารจากสงครามที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นได้ไงคำตอบคือ เค้าขุดจากหลุมเก่ามาไว้ที่นี่ค่ะ (สยองนิดๆ) หลุมฝังศพของที่นี่จะเป็นแผ่นหินสีขาว จารึกชื่อ นามสกุลและเหรียญเกียรติยศ (Military Medal) ที่ได้รับระหว่างรับราชการทหาร โดยที่หลุมศพที่นี่จะไม่มีการแบ่งชนชั้นจากยศที่ได้รับนะคะ ไม่ว่าจะเป็นทหารชั้นผู้น้อยหรือทหารชั้นผู้ใหญ่ก็มีสิทธิเสมอกันค่ะ..ปัจจุบันมีศพฝังอยู่ที่นี่กว่า 3 แสนคน และก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวันค่ะ

นอกจากทหารแล้วก็ยังมีศพของบุคคลสำคัญฝังอยู่ที่นี่ด้วย เช่น ประธานาธิบดี  William Howard Taft และ John F. Kennedy ประธานาธิบดีมีสิทธิที่จะฝังศพไว้ที่นี่ได้แม้ไม่ใช่ทหารแต่ก็แล้วแต่ครอบครัวนะคะว่าจะไปฝังที่อื่นหรือมาฝังที่นี่ นอกจากนั้นก็มี Tomb of the Unknown Soldiers ที่ฝังศพของทหารนิรนามในสงครามโลกครั้งที่ 1, 2 และสงครามเกาหลีค่ะ ตรงจุดนี้จะมีทหารยามเดินตลอดเวลา พอถึงเวลา 11 โมงจะได้เวลาเปลี่ยนการ์ดค่ะ เราสามารถนั่งชมการเปลี่ยนการ์ดได้ (เค้ามีบันได้ให้นั่งชม) ดูสง่างามดีค่ะ..ทั้งหมดนี้เราไปกับ DC by foot tour นะคะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการชมและบรรยายไประหว่างทาง



Tomb of the unknown soldiers


Kennedy's gravesite


Headstone ของบุุคคล/เหตุการณ์สำคัญ 

บนซ้ายคือ Audie L Murphy ทหารผู้เป็น true story ของการ์ตูน Captain America, บนขวาสร้างให้ทหารที่เข้าช่วยเหลือตัวประกันอเมริกาในอิหร่าน (ที่มีการนำมาสร้างเป็นหนัง Argo อะคะ), ล่างซ้าย สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดของ space shuttle Columbia ในปี 2003, ล่างขวา สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดของ space shuttle Challenger ในปี 1968


member of today DC by foot tour


Arlington Cemetery ตั้งอยู่ในรัฐเวอร์จิเนียไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะมันแค่อยู่คนละข้างของแม่น้ำ Potomac เองคะ เมื่อข้ามแม่น้ำทางสะพาน Arlington Memorial Bridge ก็ถือว่าข้ามจากวอชิงตัน ดี.ซี.มาเวอร์จิเนียแล้ว

มองเห็น National mall จาก Arlington


เวลาทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00-19.00 สำหรับช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน และ 8.00-17.00 ช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม

ค่าเข้า: ฟรี 

การเดินทาง: Metrorail(Arlington Cemetery station) blue line

Eastern Market

ทุกวันเสาร์อาทิตย์ บริเวณ  7th street ตัดกับ Pennsylvania avenue จะมีตลาดนัดคนเดินค่ะ มีขายทั้งของสด ผัก ผลไม้ ชีส ราคาถูก มีเต้นท์ขายอาหาร รวมถึงงานศิลปะเก๋ๆด้วยใ ครที่ไม่ได้กินข้าวมาสามารถมาเดินเล่นและฝากท้องไว้ที่นี่ได้ค่ะย่านนี้เป็นย่านที่ครึกครึ้นมาก เดินแล้วรู้สึกสนุกดี คนที่มาขายของก็เป็นคนท้องถิ่นจริงๆทำให้ได้บรรยากาศ local แท้ๆ มาง่ายๆเพียงนั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Eastern Market แล้วเดินมาอีกนิดหน่อยเองค่ะ วันเสาร์เปิดตั้งแต่ 7.00 – 18.00 วันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 9.00– 17.00

บ้านเก๋ๆในย่านนี้


ผักสดก็มีขายค่ะ


National Portrait Gallery

เราแวะเที่ยวอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ แต่พิพิธภัณฑ์นี้มา 1 ได้ถึง 2 นะ! ในตึกเดียวกัน เค้าจะแบ่งปีกนึงไว้สำหรับ National Portrait Gallery และอีกปีกสำหรับ American Art Museum

National Portrait จะจัดแสดงรูปภาพ portrait ของบุคคลสำคัญค่ะ คอลเลคชั่นที่ดังของที่นี่ก็คือรูปวาดของประธานาธิบดี เรียกว่า Hall of Presidents ภายในจะมีรูปวาดประธานาธิบดีทุกคนค่ะ รูปวาดประธานาธิบดีช่วง 1962 ถึง 1987 ได้มาจากการบริจาคหรือไปซื้อมา แต่ตั้งแต่ 1998 National Portrait จ้างศิลปินมาวาดภาพประธานาธิบดีเป็นพิเศษเฉพาะที่นี่เลย ซึ่งก็เริ่มตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี George W. Bush ค่ะ

ส่วน American Art Museum เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ แต่เราไม่มีเวลาเดินดูละเอียดเท่าไหร่ ภายในจัดแสดงภาพวาดและผลงานศิลปะอื่นๆของศิลปินชาวอเมริกัน ซึ่งล้วนแต่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลายอย่างของอเมริกา


เวลาทำการ: National Portrait เปิดทุกวัน (ยกเว้น 24-26 ธันวา) ตั้งแต่ 10.00-18.00 ยกเว้นวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เปิดถึง 3 ทุ่มค่ะ (หรือลองตรวจสอบอีกทีวันที่ไปนะคะ บางทีเค้าจะขยายเวลาเปิดดึกกว่า 6 โมง) American Art เปิดทุกวัน (ยกเว้น 25 ธันวา) ตั้งแต่ 11.30-19.00 ค่ะ

ค่าเข้า: ฟรี ทั้ง 2ที่ 

การเดินทาง: Metrorail (GalleryPlace station) red/yellow/green line

Ford’s Theater

โรงละครแห่งนี้เปิดการแสดงตั้งแต่ยุค 1860s แต่ที่ทีให้โรงละครแห่งนี้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นคงเป็นเพราะ Ford’sTheater เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี Abraham Lincoln ในวันที่ 14 เมษายน 1865 ในวันนั้นขณะที่ลินคอล์นนั่งชมการแสงอยู่ John Wilkes Booth บุกเข้ามายิงลินคอล์นจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา..วันนี้เราไม่ได้มาชมการแสดงอะไรหรอกค่ะ แต่เรามาทัวร์ History on foot: Detective James McDevitt ซึ่งเป็นทัวร์ที่จัดโดย Ford’sTheatre เอง ลักษณะการทัวร์จะเป็น walking tour เช่นเคย จะมีไกด์ซึ่งสวมบทบาทของตำรวจพาเราหาเงื่อนงำไขปริศนาการฆาตกรรมนี้ เราจะเดินไปเรื่อยๆแวะหยุดตามจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเดินประมาณ 2.6 กิโลเมตร ไปจบเคสที่ Lafayette Square ด้านหลังของ White House ค่ะ

ค่าทัวร์ราคา 20 USD (alternative option >> DC by foot ก็มี Lincoln Assassination tourนะคะ เพื่อใครจะลองไปดู)

ไกด์แต่งตัวเป็นตำรวจสมัยนั้นด้วยน้า


Ford’s Theatre ตั้งอยู่ที่ 10 Street ตัดกับ E Street

ตึก FBI เดินผ่านระหว่างทัวร์กับ Ford's Theatre ค่ะ



เป็นไงกันบ้างค่ะ สนใจไปวอชิงตันดี.ซี.กันรึยัง? นี่ยังไม่หมดนะ แค่ 1ใน 3 เท่านั้น ติดตามบลอคที่เหลือได้เลยค่ะ..Part 2 here Part 3 here Smiley




Create Date : 14 กันยายน 2557
Last Update : 10 ธันวาคม 2558 20:53:32 น.
Counter : 25170 Pageviews.

6 comments
  
แวะมาเยี่ยมชมครับ

ยังไม่เคยไปที่วอชิงตันเลยครับ บ้านเมืองเค้าสวยงามน่าไปเยือนจริงๆ

สงสัยไปเมกาคราวหน้าต้องไม่พลาดล่ะ
โดย: 3KKK วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:10:22:36 น.
  
กำลังจะไปคนเดียวเลยจ้า เข้ามาอ่านแล้วมีประโยชน์มากๆๆๆๆ
ขอบคุณมากๆจ้า
โดย: Bird IP: 192.99.14.36 วันที่: 22 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:39:57 น.
  
รายละเอียดดีมากๆคะ
รูปสวยด้วยคะ
โดย: Moni IP: 125.24.165.61 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:53:25 น.
  
รายละเอียดเยี่ยมมากๆ ขอบคุณมากครับ
โดย: mmfatboy IP: 118.174.163.156 วันที่: 24 กันยายน 2560 เวลา:11:39:32 น.
  
ขอบคุณมากค่ะกำลังจะไปเดือนหน้านี้
มีปรโยชน์มากค่ะ
รบกวนขอคัดลอกแพลนเที่ยวนะคะ
โดย: เอ IP: 180.183.20.115 วันที่: 18 มีนาคม 2561 เวลา:20:59:03 น.
  
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมค่า ยินดีแชร์แพลนเที่ยวให้ทุกคนนำไปปรับใช้ได้เลยค่าาา
โดย: jellyjourney วันที่: 16 มิถุนายน 2561 เวลา:17:06:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for "Norway" trip +++