images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ทำไม ???

ทำไม...

ทำไมคนเราชอบทำผิดให้เป็นถูก

ทำไมรู้ว่าผิดแล้วยังทำ

ทำไม..

ทำไม

ทำไมไม่ยึดมั่นในความถูกต้อง

ทำไมทำอะไรโดยไม่นึกถึงใจคนอื่น

ทำไมจึงทำร้ายความรู้สึกกันง่ายๆ

ทำไม ทำอะไรโดยไม่แคร์

ทำไม

นั่นสินะ..... ทำไม




 

Create Date : 01 กันยายน 2554    
Last Update : 1 กันยายน 2554 21:32:04 น.
Counter : 214 Pageviews.  

เราจะพบกันเท่าที่เวลามี...

ฉันเพิ่งกลับจากบ้านที่ใต้เมื่อคืนนี้ด้วยเครื่องนกแอร์ลงที่ดอนเมือง เมื่อกลับมาถึงบ้านชานกรุง แน่นอนว่าต้องสะบักสะบอม เพราะมันคนละมุมเมืองเลยระหว่างบางพลี สมุทรปราการกับเขตดอนเมืองในกรุงเทพ เหตุนี้ทำให้สลบเหมือดจนถึงเช้า

ความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานตลอดวันที่นั่นและก่อนหน้านั้นหลายชั่วโมงในช่วงกลางคืนเพื่อเตรียมงาน แถมเจอแดดแรงทั้งวันอีก ไม่น่าแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมจนบัดนี้ยังรู้สึกกะปลกกะเปลี้ยไม่หาย

ช่วงปีนี้เป็นปีที่ฉันเดินทางเพราะงานบ่อยมาก ไปแล้วไปอีก เดี๋ยวไปเดี๋ยวมา เก็บกระเป็าเดินทางชนิดเดือนเว้นเดือน แต่ทริปที่ดีที่สุดสำหรับการไปทำงานในกิจกรรมนี้คือทริปสุดท้ายที่ฉันได้กลับบ้าน

คนอื่นเขามาทำงานอย่างเดียว แต่ฉันได้กลับบ้านด้วย ช่วงเวลาสามวันที่นั่นเป็นช่วงสั้นๆที่ได้นั่งคุยกับย่า จับมือย่า แม้จะด้วยหัวใจที่สลดหดหู่ เพราะรู้ว่าเวลาของเขาเหลืออีกไม่นานแล้ว แต่ย่ายังพูดได้ ความจำดี แม้จะเดินไม่ได้มานาน ต้องนอนอยู่บนเตียงอย่างนั้น

ดูเหมือนในใจของย่าจะยังห่วงใยหลานเต็มเปี่ยมเหมือนที่เคยห่วง เมื่อรู้ว่าฉันจะต้องเดินทางแล้วเมื่อคืน แกยังบอกว่าไม่ให้กลับ มืดแล้วอย่ากลับ ค่อยกลับพรุ่งนี้ ( ซึ่งก็คือวันนี้ ) หลานน้ำตาซึม เพราะรู้ว่าในความร่วงโรยของร่างกาย แต่ใจของย่ายังเหมือนเดิมทุกอย่าง เป็นใจที่แข็งแรงสวนทางกับร่างกายที่กำลังจะปลิดปลิว

ย่าเลี้ยงฉันมา แม้จะน้อยกว่าหลานคนอื่นเพราะฉันเป็นเด็กขี้โรคและงอแง

ช่วงเวลายี่สิบปีที่ฉันจากบ้านมาและอยู่เรียนหนังสือจนทำงานที่กรุงเทพ เวลาพาให้เราเจอกันน้อยลง แต่ฉันไม่เคยลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ย่าและปู่คอยพร่ำสอนและให้แก่หลานอย่างฉัน

ย่าในวัย 90 คงไม่อาจฝืนธรรมชาติได้เหมือนกัน เมื่อร่างกายเขาเข้าสู้ภาวะร่วงโรยและถดถอย เราคงได้พบกันเท่าที่เวลาจะมี สำหรับชีวิตที่เกิดมาและได้ใช้ ฉันรู้ว่ามันคุ้มที่สุดแล้วสำหรับย่า

เรื่องเล่าถึงย่ามีเยอะมาก ให้เล่าอีกสักกี่หน้าก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกที่มีได้ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่มีถึงสามรุ่น และยังมีรุ่นเหลนอีก แต่รุ่นหลานอย่างฉันที่ย่าเลี้ยงมากับมือ เราใกล้ชิดกันมากกว่า ย่าชอบพาฉันกับน้องไปวัดทุกวันพระ เราได้ใกล้วัดก็เพราะย่า

ระยะหลังที่ย่าไม่สบายและเริ่มที่จะต้องนอนบนเตียงเพราะเดินไม่ได้แล้วด้วยไม่มีเรี่ยงแรงพอ ฉันยังได้ยินย่าเปรยเรื่องอยากไปเที่ยวที่นั่นที่นี่เหมือนที่เคยทำได้ เพราะย่ายังหวังว่าจะเดินได้เหมือนปกติ และได้กินอะไรอย่างที่อยากกิน

แต่ในเมื่อเวลานี้ ย่าทำได้แค่นอนบนเตียงและนอนมองเรา เมื่อเรานั่งอยู่ข้างๆ และจับมือเขา แววตาของย่าที่มองหลานยังเป็นแววตาของคุณย่าคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่ความชราได้ปรากฏฉายชัดให้เห็นมากขึ้นผ่านทางร่างกายที่บอบช้ำและอ่อนล้า

มองดูย่าแล้วฉันรู้ ว่านาฬิกาชีวิตของคนเราเดินเรื่อยไปโดยวันหนึ่งลานก็ต้องหมด บางทีเมื่อถึงเวลานั้น เราอาจมีเรื่องให้เสียดาย แต่ก็คงทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว

ฉันภาวนา เพียงแค่ขอให้ย่าไม่เจ็บปวดกับโรคที่รุมเร้า ขอให้บุญของย่าที่ทำมาทั้งชีวิต ช่วยให้ย่าได้เป็นสุขในวาระสุดท้าย

ฉันรู้ว่านี่คือเรื่องเศร้า แต่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือบททดสอบและเครื่องเตือนใจ ว่าเรามีเวลาในการอยู่หายใจบนโลกนี้อย่างจำกัด แล้ววันหนึ่งเราก็ต้องคืนร่างกายกลับสู่ธรรมชาติ

เราจะพบกันเท่าที่เวลาจะมี...

เพื่อสุดท้าย เราจะจากกันนิรันดร....




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2554    
Last Update : 31 สิงหาคม 2554 22:36:40 น.
Counter : 262 Pageviews.  

เล่าเรื่องเงิน

สองทุ่มกว่าแล้ว ฝนยังตกอยู่แม้จะเบาลง
ฝนแบบนี้เรียกว่าฝนเวิ่นเว้อ คือจะหยุดก็ไม่ จะตกแรงไปเลยก็ไม่
สรุปว่าเวิ่นเว้อ ไม่ไปไหนสักที

ที่นี่เป็นแบบนี้ ฝนตกมากกว่าที่อื่น และไม่มีฤดูหนาวอันยาวนาน
มีแต่ร้อนกับฝน และฝนจะมากกว่าร้อนในแต่ละปี

กลับบ้านคราวนี้มีความเปลี่ยนแปลงให้เห็นเยอะค่ะ
ระบบทุนถล่มที่บ้านมานานแล้ว อีกไม่นานจะมีห้างใหญ่แบรนด์ดังมาเปิด
ในขณะที่ ไอ้ที่มีอยู่แล้วนั้นก็หลายห้าง
ถ้านี่คือสัญลักษณ์ของความเจริญ มันก็คงจะแปลว่าเมืองนี้เจริญมาก
คนมีกำลังซื้อเยอะ บ้านจัดสรรผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด
ความเป็นเมืองขยายออก ทุนนอกแผ่อาณาจักรรุกคืบหัวเมืองใหญ่
และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เห็นว่ามันไม่ดี

เพราะวิธีคิดของคนแม้ไกลกรุงเทพฯก็ไม่ต่างจากกรุงเทพฯ

นี่คือมายาภาพที่ระบบทุนสร้างและถ้าเราไม่ปรับตัวตาม เราก็จะกลายเป็น
มนุษย์ที่เกิดผิดยุค

บางทีทุนอาจไม่ผิด แต่คนที่คิดแบบฉันน่ะผิด ผิดที่เกิดมาและทันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้และไม่เคยหลงปลื้มไปกับมัน

แม้จะไม่รู้สึกดีกับการเกิดของห้างใหญ่แบรนด์ดังหรือซูเปอร์มาร์ทขนาดใหญ่ที่รุกคืบเข้ามายึดหัวหาดทำธุรกิจเหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่คนเล็กๆอย่างฉันก็ยังอยากจะภาวนา ให้คนเล็กๆอยู่รอดในกระแสเงินที่เชี่ยวกราก

การหาเงินอย่างเอาเป็นเอาตายคือความสุขจริงหรือ ฉันไม่คิดอย่างนั้นอีกแล้ว

....


เมื่อวานก่อนมาที่นี่ ฉันไปงานเสวนาเรื่องการเงินและการออมที่จัดขึ้น
เป็นการเสวนากลุ่มเล็กๆ ของคุณโจ มณฑาณี หรือที่ฉันและคนอื่นๆเรียกเธอว่าพี่โจ เธอจัดเสวนาให้แฟนหนังสือได้มาเรียนรู้เรื่องการออม โดยเริ่มต้นจากการแชร์ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างกัน ระหว่างนั้น พี่โจจะแทรกประสบการณ์ของเธอที่มีให้พวกเราฟังเป็นระยะ

ต้องบอกว่า ด้านบน ฉันพูดเรื่องระบบทุน เพราะฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการ
ที่ทุนกวาดต้อนและปิดทางหากินของคนตัวเล็กๆ อย่างเห็นแก่ตัวและร้ายกาจ ทำไมคนเราต้องหาเงินโดยเบียดเบียนคนอื่น ในขณะที่ถ้าเราต่างแบ่งปันและพึ่งพา เราจะหาเงินด้วยวิธีที่ไม่เบียดเบียนคนอื่นได้ใช้ไหม
ในเมื่อทรัพยากรในโลกนี้มีเพื่อเราอย่างเหลือเฟือ ถ้าเรารู้จักแบ่งปัน เอาแค่ตัวเองอิ่มและพอ... อย่างพอดี

เราพูดกันเรื่องเงิน ทัศนคติของเราที่มีต่อเงิน ความจริงอันน่าพิศวง
ของเงิน ซึ่งแท้จริงแล้วเงินไม่ต่างจากน้ำ มันไม่อยู่นิ่ง แต่ไหลเข้า
และวนออกเสมอ

เงินมีหลายแง่มุมให้เราเห็น มีหลายมิติให้เราได้เรียนรู้ และวิธีคิดของเรา
ที่เกี่ยวกับเงิน จะกำหนดอนาคตของเราที่เกี่ยวกับเงินด้วย

สี่ห้าชั่วโมงในการเสวนาไม่สูญเปล่า ฉันรู้สึกว่าเมื่อเราพูดเรื่องเงินอย่างเปิดใจ บางคนมีปัญหา บางคนมาเพื่ออยากรู้ว่าจะทำอย่างไรจึงรวย บางคนมาเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ของเจ้าของงาน คนทื่มาเมื่อวานเหมือนอยู้ในคลื่นความถี่เดียวกัน ทุกคนดูมีส่วนร่วมที่จะรับฟังและแชร์ประสบการณ์ โดยเปิดให้เห็น insight ของตัวเองอย่างไม่ปิดบังซ้อนเร้น

เป็นการฟังที่มีประโยชน์มาก

ฉันรู้สึกว่าพี่โจทำบุญกุศลอย่างใหญ่หลวงกับการให้ความรู้เมื่อวานนี้ ขอบคุณเธอ และหนังสือของเธอ ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ฉันหันมาสนใจจัดระเบียบและจัดการกับเงินของตัวเอง นับจากสามปีก่อนเป็นต้นมา

เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่จริงค่ะ และไม้ใช่เรื่องที่เราควรละเลย
เราหาเงิน ( เราหาอย่างไม่เห็นแก่ตัวใช่หรือไม่ ) และเราใช้เงิน ( เราใช้อย่างวางแผนและให้เกียรติเงินของเรา หรือดูแลเงินของเราดีแล้วหรือเปล่า )

หาอย่างไม่เห็นแก่ตัวและใช้อย่างรู้ค่า ฟังง่ายแต่ทำไม่ง่ายใช่ไหมคะ

แต่เราทำได้ค่ะ




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2554    
Last Update : 28 สิงหาคม 2554 20:46:00 น.
Counter : 243 Pageviews.  

จากสุราษฎร์ ในวันฝนพรำ

TG253 พาฉันกลับบ้านเมื่อเช้านี้ หนึ่งชม บนเครื่องยังไม่ทันเหนื่อย ก็ถึงแล้ว
นี่เป็นครั้งที่สามในรอบปีที่ได้กลับบ้าน ที่นี่ฝนตก และอาจจะตกไปจน
ถึงวันอังคารที่มีกิจกรรมปั้นฝัน

คณะที่เหลือจะขึ้นเครื่องพรุ่งนี้ แต่ฉันมาก่อนจะได้อยู่บ้านสองวัน

ย่าไม่สบาย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ฉันรู้สึกไจหายที่สุด ย่าจะอยู่ได้อีกนาน
แค่ไหน เวลาล่วงผ่านเห็นความไม่แน่นอนของชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ
ชีวิตคนเราเหมือนใบไม้ร่วง รอวันปลิดปลิว

ตอนที่นั่งอยู่บนเครื่องเพียงลำพัง ฉันคิดอะไรไปเรื่อย อยู่บนฟ้า
ก็ไม่มีอะไรแน่นอน นาทีของเราสูญเปล่าหรือมีค่าแค่ไหน หากยังมีโอกาส
รีบทำเสีย. อย่ารีรอ

สั้นๆจากสุราษฏร์ ฝนยังตกไม่ขาดสาย
ดีใจที่ได้กลับบ้าน




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2554    
Last Update : 28 สิงหาคม 2554 20:11:49 น.
Counter : 253 Pageviews.  

ผู้ชายที่ฉันรักที่สุดในชีวิต

วันก่อนพาพ่อไปเที่ยว
ไม่บ่อยครั้งนักที่ได้เห็นรอยยิ้มของพ่อ พ่ออายุ 72 ปีแล้ว
ขณะที่ลุกอย่างฉันก็สามสิบปลาย
ในวัยนี้ ต้องจูงมือพ่อเที่ยวแล้วค่ะ
อากาศร้อน แดดแรง แต่ก็ยังยิ้มได้ เพราะได้กอดพ่อ
จูงมือพ่อ พาเขาไปในที่ที่เขาไม่เคยไป



เราไปสวนนงนุชกัน ฉันก็ไม่เคยไปที่นี่
แล้วก็ไปไร่องุ่น Silverlake ฉันก็เพิ่งเคยไปครั้งแรก ทั้งๆที่อยู่ใกล้บ้าน
ขับรถจากบ้านบางนา กม 12 มาที่นี่แค่ร้อยกิโลได้ ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิดๆเองก็มาถึงพัทยา และขับเลยมาอีกนิดเดียว



แดดแรงมากค่ะ อากาศก็ร้อนสุดๆ แต่อยากมีรูปสวยๆก็ต้องสู้แดดได้ค่ะ เอ้า ยิ้มค่ะ ยิ้ม ....



มีความสุขเวลาพาพ่อไปเที่ยว ไม่ว่าไปไหน ใกล้หรือไกล พาไปไหนก็ไปหมด คอยหัวเราะแหะๆ แล้วก็เป็นสปอนเซอร์ตลอด (ฮา) พ่อ.. ผู้ชายคนเดียวที่ฉันรักที่สุด

วันนั้นฉันพาน้องหมีตัวเล็กไปเที่ยวด้วย



ถ่ายรูปไปฝากแม่ ถ้าแม่มาจะพาแม่ไปเที่ยวด้วย แอบแซวพ่อว่ายิ้มบ้างสิเวลาถ่ายรูป ต้องคอยบอกค่ะ พอบอกทีก็ยิ้มที พอไม่บอกก็จะไม่ยิ้ม แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็น่ารักเสมอ

รอยยิ้มของพ่อคือความสุขของฉัน
แต่รูปนี้ดันไม่ยิ้มซะอย่างนั้น



http://www.bloggang.com/data/n/navapat/picture/1314284537.jpg>

ร้อนมาก ใครจะรู้ว่ายอมโดนแดดเผา เพราะอยากถ่ายรูปเก็บไว้



ดื่มน้ำองุ่นแก้ร้อนค่ะ









ไม่มีอะไรจะบอก นอกจากเมื่อพ่อกับแม่ยังอยู่กับเรา ใช้เวลากับเขาให้มากๆนะคะ เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้เห็นรอยยิ้มของเขาและทำให้เขามีความสุขในขณะที่เขายังเดินได้ กินได้ กินอิ่ม นอนหลับ

ฉันดีใจเสมอทุกครั้งที่ได้ทำให้พ่อและแม่มีความสุข เพราะลูกควรทำหน้าที่นั้น...

ยิ้มได้ค่ะ...




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2554    
Last Update : 25 สิงหาคม 2554 22:21:18 น.
Counter : 569 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.