images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

มีความรักรอฉันอยู่ที่นี่ .. และช่วงเวลาของการผันเปลี่ยนชีวิต

ชีวิตช่วงก่อนหน้ารอยต่อของปี 2011 เหมือนใบไม้ปลิวค่ะ
ทั้งเหนื่อย ทั้งล้า และแทบไม่ได้หยุดพัก ( ทั้งกาย ทั้งใจ ) คุณอาจสงสัยว่า อะไรนักหนา ช่วยเล่าให้ชัดๆ

เรื่องกระทบใจ ส่งผลไปถึงร่างกายค่ะ ปีที่แล้วก็ได้เรียนรู้แล้วล่ะว่ามันจริงเสียยิ่งกว่าจริง

รอยต่อของปี 2011 จนมาถึงสองเดือนแรกของปี 2012 ฉันใช้ชีวิตราวกับลมพายุสลาตัน แทบไม่ได่้หยุดพัก วันจันทร์ถึงศุกร์ทำงาน วันเสาร์อาทิตย์ไปนั่งเรียนหนังสือ เรียนๆๆๆ ในสิ่งที่สนใจ เดี๋ยวค่อยๆเล่านะคะ

เขียนบล็อกเมื่อคืนจบไป ก็หลับไปด้วยความสุข นาฬิกาบอกเวลาตีสองเศษๆ กว่าจะหลับและตื่นมาตอนเช้า เช้านี้สดชื่นดี เมื่อวานตุนอาหารไว้เพียบสำหรับวันนี้ กะว่าจะแช่อยู่กับบ้านนี่แหละ อยู่นิ่งๆบ้าง อย่างที่บอกค่ะ ว่าตะลอนๆมาตลอด สองสามเดือนแทบไม่ได้อยู่นิ่งเลย

ชีวิตดำเนินไปท่ามกลางเรื่องราว แต่แน่นอนว่ามีเรื่องราวใหม่ๆเยอะเชียวค่ะ

อยู่บ้าน วิ่งไล่จับแมว ทำกับข้าว นี่ล่ะ.. อยู่นิ่งๆบ้าง เขียนหนังสือนี่ล่ะ งานที่หล่อเลี้ยงจิตใจและมีความสุขที่สุด ในเมื่อไม่ได้อยู่นิ่งๆกับบ้านมาตั้งหลายเดือน นิ่งแบบไม่ต้องทำอะไรที่เหนื่อยแทบขาดใจน่ะค่ะ นิ่้งแบบเบาๆ
นะคะ

เอาล่ะ ฉันจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับบ้าน

ขณะอยู่บางพลี ก่อนหน้านี้ ฉันก็กลับบ้านอีกที่หนึ่งมา บ้านเกิดค่ะ ทุกครั้งที่กลับบ้าน ฉันจะเห็นร่องรอยของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบ้านเกิด ที่จริง จะว่าไปแล้วมันก็คงเป็นเช่นนี้กับทุกที่ หลายสถานที่เมื่อจากมาและได้กลับไปอีกในหลายๆปีหลังจากนั้น มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม

เมืองขยาย ขยายแล้วขยายอีก บ้านเราก็มีการขยับขยาย บ้านหลังใหม่ติดแม่น้ำท่ากูบของพ่อกับแม่เสร็จแล้ว ในวัยเจ็ดสิบ พ่อกับแม่ได้ slow life ยิ่งกว่าเดิม บ้านหลังใหม่อยู่ติดน้ำ มีสวนมะพร้าวของชาวบ้านแถวนั้นโอบล้อม ด้วยความที่ติดน้ำทำให้ได้รับลมเย็นสบาย ใกล้ๆกัน เริ่มเห็นเซ็นทรัลพลาซาสุราษฎร์ฯ ชัดเจนแล้วค่ะ เร่งสร้างเพื่อจะเปิดปลายปีนี้ บ้านใหม่ใกล้โรงแรมไดมอน ใกล้โลตัส เข้าเมืองนิดเดียว เมืองขยายใหญ่โตกว่าเดิมจริงๆ ทันสมัยไม่ต่างอะไรกับเมืองใหญ่ๆ ในภาคอื่นๆ

ขณะสิบกว่าปี อาจจะยี่สิบปีก่อน ที่ฉันยังเทียวไปเทียวมาเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น แทบไม่มีอะไรอย่างนี้เลย

กลับบ้านคราวนี้จึงได้พักอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่หลังใหม่ เป็นช่วงเวลาของการผลัดเปลี่ยน เมื่อย่าเสีย ครอบครัวเรายังอยู่บ้านหลังเดิมที่เป็นตึกแถวที่อยู่มาเกือบสิบปี ย่าไม่ทันได้เห็นบ้านริมน้ำ ที่พ่้อกับแม่แอบปลูกโดยไม่ให้ย่ารู้ ย่าเสียไปได้สองเดือน บ้านเสร็จแล้วจึงได้ย้าย

แม่กับพ่อทำห้องให้ย่า สวยงามสะดวกสบายมาก ทางเดินรอบบ้านทำไว้รองรับ wheelchair แต่ว่ายังไม่ทันได้ใช้ ย่าก็จากไปเสียก่อน ในเมื่อเป็นช่วงเวลาผลัดเปลี่ยน การได้ย้ายบ้านมาอยู่ที่ใหม่ก็น่าจะดีกว่า

ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะคะ เพราะความทรงจำที่เรามีต่อคนๆหนึ่งมันไม่หายไปหรอก สถานที่ที่เราเคยอยู่ร่วมกับเขา หรือเคยใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา ทุกอย่างมันคงเดิม เพียงแต่เขาไม่อยู่แล้ว เราไม่อาจพบเจอกันได้อีกแล้ว แม้ความคิดถึงจะสวยงามแต่มันก็ทรมานอยู่ในที สะเทือนใจจังนะคะ

แต่ก็นั่นแหละ คือความเป็นจริง ... นี่คือความเป็นจริงที่สุดในชีวิตมนุษย์นะคะ การต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลง และมันอาจจะสะเทือนเราได้มากในบางเรื่อง ในเมื่อเราไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะรับเอาแต่ความสุขเสียเมื่อไหร่

จริงๆการกลับบ้านรอบนี้ ฉันคิดว่ามันมีความสุขทดแทนช่วงเวลาของความสูญเสียอยู่มาก นอกจากการกลับไปที่วัดเพื่อทำบุญครบรอบร้อยวันที่ย่าจากเราไปแล้ว การได้เห็นพ่อกับแม่มีความสุขที่บ้านหลังใหม่ การได้เห็นหลานสองคนเติบโตตามวัย ( คนโตสิบสองปีแล้ว ตัวสูงเท่าอา และตัวหนาบึ้กแล้วค่ะ ) แต่เขายังชอบเล่นกับอา พาไปร้านหนังสือก็เสร็จหลานล่ะค่ะ เหนือว่าอื่นใดคือพ่อกับแม่มีความสุขทุกครั้งที่ฉันกลับบ้าน

ขณะนั่งมองน้ำ มองยอดมะพร้าวพริ้วไหวจากสนามหญ้าหน้าบ้าน ฉันยังคิดไปถึงช่วงเวลาต่อจากนี้ ข้างหน้านั้น... ชีวิตฉันจะอยู่ตรงไหนอย่างไรนะ

อืมม ... สุดท้าย ฉันก็ต้องกลับบ้าน แม้ที่อื่นจะเป็นบ้านของฉันเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีที่ไหนเหมือนที่นี่ ... เพราะที่นี่เป็นที่ที่มีคนรักฉันและรอฉันอยู่เสมอ

... ที่บ้านของเรา




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2555 10:34:49 น.
Counter : 262 Pageviews.  

เราไม่ได้เจอกันนานแล้วใช่ไหมคะ ....

ค่ำคืนที่ฉันยังนอนไม่หลับ อาจเพราะวันนี้ ฉันดื่มชาไปสองแก้ว ฉันยังไม่ง่วงนอนและคืนนี้ฉันอยากเขียนหนังสือ

คุณอาจแปลกใจว่า ฉันหายไปไหนตั้งนาน ฉันสบายดีหรือ ฉันเป็นอย่างไรบ้าง และอีกหลายคำถาม

เราไม่ได้เจอกันนานแล้วใช่ไหมคะ ....

สมมติว่าถ้าเราได้นั่งดื่มชาและสนทนากันในร้านกาแฟ คำถามแรกที่ฉันจะต้องตอบคือ ฉันหายไปไหน .. ถ้าถามคำถามนี้ ฉันจะบอกว่าฉันไม่ได้หายไปไหนเลย ฉันยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม เพียงแต่ ฉันทำได้แค่นั่งมองดูตัวหนังสือที่กระจัดกระจาย และความรู้สึกที่ไม่เข้าที่เข้าทาง มันทำให้ฉันเขียนอะไรไม่ได้ และไม่อยากเขียน เพราะไม่อยากอะไรทั้งสิ้น บลา บลา บลา...

ทั้งที่ฉันรู้ว่า แม้ไม่ได้เขียนอะไร แต่ตัวหนังสือเก่าๆที่มันอยู่ในบล็อกนี้ก็ยังมีคนตามมาอ่าน สิ่งที่เขียนไว้มากมาย อาจมีคุณค่าต่อการเอาไปคิดต่อ หรือมีคุณค่าทางใจสำหรับคนอ่าน ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะคะ

วันนี้มีคนไปทิ้งข้อความใน FB ของฉันว่าตามมาจากบล็อกนี้ อืมม... มันทำให้ฉันคิดได้ว่า ที่จริง ฉันก็ไม่ควรทิ้งร้างห่างหายไปจากบล็อกได้นานขนาดนี้เลย ฉันมีเหตุผล แต่ฉันบอกไม่ได้ และฉันมีเหตุผลที่อาจจะไม่เข้าท่าเอาเลยด้วย

ช่างมันเถอะค่ะ

เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็คืนนี้ ที่ถ้าหากว่าใครแวะเข้ามาก็จะได้อ่านตัวหนังสือใหม่ๆ แทนบล็อกเก่าๆ ให้รู้ว่า ยังอยากจะเขียน เพราะความรักที่มีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มากจนเกินจะลืม

ช่วงที่หายไปนั้น มีอะไรเยอะมากเสียจนไม่รู้จะเล่าอย่างไร ฉันเขียนหนังสือนอกบล็อก ขณะที่ชีวิตในมุมอื่นก็ช่างสะท้านสะเทือน จนไม่น่าเชื่อเลยว่าอะไรมันจะทำให้เห็นสัจธรรมของชีวิตได้ขนาดนั้น ขณะต้องรับมือกับหลายๆอย่างที่ถาโถมเข้ามา ฉันกลับได้พบเจอมุมใหม่ๆของชีวิต
จนทำให้เอ่ยกับตัวเองได้เลยว่า ชีวิตนี้ช่างน่าหลงใหลมากนัก การใช้ชีวิต
อย่างมี passion แต่แรงบันดาลใจนั้นเกิดจากการได้เจอเรื่องร้ายๆ ก็คงไม่ผิด

คุณจะกระจ่างกว่านี้ถ้าได้อ่านความเรียงที่ฉันเขียนเอาไว้ข้างนอก เดี๋ยวค่อยเอามาให้อ่านวันถัดๆไปนะคะ

สิ่งที่ฉันได้เจอในขณะที่ต่อสู้กับเรื่องราวช้ำๆ จากทุกสารทิศ มันมีประโยชน์มากจริงๆค่ะ ฉันได้พบเจอคนที่ถือเป็น 'ครู' ซึ่งได้ให้สติและข้อคิดที่ดีมากๆแก่ฉัน ฉันควรจะได้เล่าคุณ เพราะบางทีมันอาจมีประโยชน์สำหรับคุณด้วยก็ได้

ดีไหมคะ วันอื่นๆ ฉันจะเล่า เหมือนได้ทบทวนบางสิ่งที่ยังค้างคา หรือว่าแม้แต่เรื่องที่ฉันเจอมันจะหวานอมขมกลืนยังไง ฉันก็ยินดีจะเอ่ยถึงมัน
คิดๆไปแล้ว ช้วงเวลาสวยงามในชีวิตคนเรา เราก็อยากเล่าให้ใครต่อใครฟัง แต่ช่วงเวลาร้ายๆ เราแทบไม่อยากจดจำมันเลย

ดูสิ.. คืนที่ฉันมีใจอยากเขียนหนังสือ และเขียนอยู่ในทีที่ฉันรักและคุ้นเคยกับมันแท้ๆ แต่พอมานั่งเขียนเข้าจริงๆ ฉันก็เหมือนเด็กอนุบาลเพิ่งเดินเข้าไปในโรงเรียน ยังงงๆกับสิ่งทีเห็น เอ่อ ... ตลกจัง ความรู้สึกมันเป็นแบบนั้นน่ะค่ะ ทั้งที่ฉันมีเรื่องอยากจะเล่าเยอะแยะเลยนะ คุณรู้ไหมคะว่าช่วงเวลานานมากที่เราไม่ได้เจอกันนั้น ทำให้ฉันประหม่า หรือออกจะเขินอาย
ถ้านั่งอยู่ริมหน้าต่าง ฉันคงมองออกไปนอกหน้าต่าง มากกว่าจะนั่งสบตาใคร แล้วฉันจะพูดอะไรก่อนหลังดี.. หรือจะเล่า หรือจะเขียนอะไรอย่างไรดีนะ..

เฮ้อ... เป็นความรู้สึกแบบไหนกันนะนี่...

..

เรื่องเยอะแล้วจับต้นชนปลายไม่ถูก อาจดีใจก็ได้ค่ะ ที่คืนนี้มีใจจะเขียนและกลับมาอ่านบล็อกเก่าๆ คิดถึงจังเลย.. คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้ ความรู้สึกมันอุ่นๆดีนะคะ

เหมือนได้กลับมานั่งที่ที่เราเคยนั่งและคุ้นเคยกับมัน... ฉันอาจจะพูดน้อยลง แต่เลือกจะนั่งนิ่งๆแล้วจมดิ่งกับอดีตแสนหวานแทนการเอ่ยคำพูดใดๆ
คุณเข้าใจไหมคะ..

อ้อ พี่ที่น่ารักคนหนึ่งเคยเอ่ยกับฉันว่า ฉันปราณีตกับการใช้ชีวิตดีนะ หากเทียบกับช่วงเวลาที่เราพอจะคุ้นๆกันทางตัวหนังสืออยู่บ้าง เธอว่า ฉันดูออกจะเติบโตและปราณีตกับการใช้ชีวิตมากยิ่งกว่าปีก่อน ฉันคิดว่าตัวเองนิ่งขึ้นในบางมุม แต่จริงๆกับบางเรื่องฉันยังกรี๊ดแตกได้เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ

พูดง่ายๆ ที่เธอบอกว่าฉันดูละเอียดปราณีต น่าจะเป็นความคิดที่เปลี่ยนไปค่ะ ฉันดูใส่ใจในการใช้ชีวิตมากขึ้นมั้งคะ หรืออาจเพราะเลขสี่ที่เข้ามา ใช่.. ฉันอายุสี่สิบนะ ไม่ใช่สิบสี่

ชีวิตที่เปลี่ยนผ่าน หรือการเปลี่ยนแปลงจากหลายๆเรื่อง ทำให้คนเราโตขึ้นและมีมุมมองต่อเรื่องต่างๆ เปลี่ยนไปได้เสมอค่ะ แต่ทุกเรื่องทำให้เราได้เรียนรู้นะคะ จะดีหรือร้ายก็รับมันเถอะ เราใช้ประโยชน์จากมันได้ ฉันผ่านมันมาแล้วล่ะค่ะ คำๆนี้จริงมากๆด้วย เราใช้ประโยชน์จากทุกเรื่องได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะร้ายหรือดี

..

ฝากข่าวด้วยนะคะว่างานหนังสือเดือนมีนาคม 55 หนังสือบน head blog ทางสำนักพิมพ์จะมีการพิมพ์เพิ่ม นวนิยายหญิงรักหญิงที่ฉันเขียนเอาไว้ สองเรื่องนี้นี้ฉันรักที่สุด ดวงดาวดอกไม้ สองเล่มจบ กับ ดอกไม้กับดอกไม้ นิยายขนาดนั้น คุณมน เจ้าของสำนักพิมพ์จะพิมพ์เพิ่มค่ะ บูธ
สนพ. สะพานนะคะ อยู่ตรงไหนเดี๋ยวแวะมาบอก

แล้วคุยกันค่ะ
B




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2555 0:24:19 น.
Counter : 365 Pageviews.  

คิดถึงบางสิ่ง ชามสังกะสี และน้ำพริกอ่อง

เช้านี้

เตรียมอุ่นน้ำพริกอ่อง พร้อมผักนึ่ง ไส้อั่วและข้าวเหนียว
ในห่อใบตอง ไปถวายเพลพระที่วัดบางพลีใหญ่กลาง

ไม่ใช่จู่ๆจะเอาอาหารแบบนี้ไปถวายพระ แต่ต้องไปเสาะหา
จากร้านอร่อยเมื่อวานนี้ เพราะอยากเอาน้ำพริกอ่องไปทำบุญ
ให้ย่า ย่าเคยเปรยกับแม่ว่าอยากกินน้ำพริกอ่อง

^__^

ขอให้ย่ารับรู้ว่าหลานได้ทำบางสิ่งบางอย่างให้แล้วนะคะ
ถ้านี่คือบุญ ขอให้ถึงย่า
หลานก็สุขใจด้วยค่ะที่ได้ทำเช่นนี้
และจะทำตลอดไปเรื่อยๆ

น้ำพริกอ่องร้านนี้อร่อยด้วยค่ะ เมื่อวานนี้ไปซื่อไกล
ถึงย่านสะพานสูง ห่างจากบ้านบางพลีตั้งสิบหกกิโล
ร้านม่านเมือง ขายอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิม
มีของอร่อยหลายอย่าง ทั้งขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย
ลาบ และอีกเยอะแยะ ไส้อั่วร้านนี้ก็อร่อย เขาทำเองด้วย
แถมใจดีไม่งกผัก ตั้งผักไว้ให้หยิบมากินแกล้มแบบฟรีๆ
ถ้าเอากลับบ้านจึงจะคิดเงิน

ฉันชอบหลายอย่างในร้านนี้ เป็นต้นว่าจาน ชาม ถ้วย แก้วน้ำ
ของเขาใช้ภาชนะสังกะสีเคลือบหมดเลย
โต๊ะ ตู้ ไม้ โบราณ ให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในบ้านโบราณล้านนา
อยากกินอะไรเดินไปดูได้ ให้เขาตักให้ ของที่ปรุงสุกแล้ววาง
ให้เห็นกันตรงนั้น

อยากกินอาหารเหนือไปกินได้ง่ายๆ แถมรสชาติอร่อยเหมือน
นั่งกินอยู่ในบ้านโบราณล้านนา
ไม่ต้องไปไกลเลยค่ะ

ว่ากันว่า ยุคนี้สมัยนี้เทคโนโลยีนำเราไปไกล แปลกแต่จริงที่ว่า
ต่อให้เทคโนโลยีล้ำไปขนาดไหน เราก็ยังหวนคิดถึงของเก่าๆ บางสิ่งเก่าๆ
นั่นแสดงว่า ของเก่ามีคุณค่าในตัวเอง

มิน่าเล่า ขณะนั่งอยู่ในร้านม่านเมือง ฉันจึงรู้สึกว่ามันเย็นสบาย
และถ้าจะปล่อยให้อะไรๆวิ่งผ่านหน้าเราไป เราแทบจะไม่สนใจมัน

บางทีความเก่า ความเนิบ มันตรึงเราได้มากกว่าจริงๆ

เห็นชามสังกะสีเคลือบที่เขาใส่ลาบมาให้พร้อมผัก แล้วนึกถึงชาม
อาหารที่บ้านสมัยยังเป็นเด็กๆ

เดี๋ยวนี้หาจานชามสังกะสีได้ยากแล้วนะคะ บ้านไหนๆก็ไม่ใช้กัน
ยกเว้นในต่างจังหวัดที่เป็นชนบทจริงๆเท่านั้น ที่อาจพอมีหลงเหลือให้เห็น

ไปร้านม่านเมืองจึงหวนคิดถึงอดีต

ดีจังเลยค่ะ...




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2554 13:19:52 น.
Counter : 547 Pageviews.  

ใจเรา เบาเมื่อไหร่ สุขเมื่อนั้น...

สองสามสัปดาห์ของความเหนื่อยอ่อนและร่างกายล้า..

ขณะนั่งอยู่บนมานั่งสีขาวสะอาดตาหน้าบ้านบางพลี ฉันนึกว่าตัวเองผ่านสมรภูมิรบ เพราะร่างกายที่ล้าแรงและใจที่โหยไห้ แม้บัดนี้จะดีขึ้น..

จากบางพลี ฉันบินด่วนกลับสุราษฏร์เมื่อสองสัปดาห์ก่อนด้วยข่าวที่แม่บอก
ว่าย่าจากไปแล้ว ... ฉันลงไปโดยไม่ลืมแวะไปหาหมอก่อน เพราะมีอาการปวดท้องและมีลมในท้องเยอะ เอาอีกแล้ว ลำไส้แปรปรวนอีกแล้ว แต่หมอประจำงดตรวจในช่วงนั้นพอดี ไม่รู้คุณหมอหนีน้ำท่วมหรือเปล่า จึงต้องไปหาคุณหมอที่ รพ.อื่นแทน

ขณะที่เรื่องน้ำยังไม่ทันจะซา แต่ฉันรอให้น้ำมาถึงหน้าบ้านแล้วจัดการกับน้ำไม่ได้ ต้องทิ้งบ้านและเหมียว บินลงไปลำพัง หกเจ็ดวันที่นั่น เหนื่อยเหมือนจะขาดใจ

ฉันคิดว่าตัวเองเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้ แต่กลับกลายเป็นว่าน้ำตาร่วงได้ทันที
ที่ไปถึงวัด

หลายวันที่นาฬิกาชีวิตเดินเร็ว... ฉันไม่มีเวลาสนใจน้ำท่วมที่กรุงเทพฯเลย
แม้มันจะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนใครต่อใครจะพากันตระหนกตกตื่น แต่ในเวลานั้นเรื่องอื่นสำคัญกับเรามากกว่า

เมื่อยุ่งอยู่กับภารกิจที่ต้องทำ อาการปวดท้องก็ค่อยๆหายไป ( ลำไส้ช่างดัดจริตค่ะ ฮา ) ทบทวนจากสิ่งที่หมอห้ามก็ไม่น่าจะเกินจริงว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะตามใจปาก ประมาณว่าเมื่อไม่ป่วยก็ไม่สำนึก พฤติกรรมการกินเป็นตัวกำหนดให้เราป่วยได้ บางทีมันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นวันนี้ พรุ่งนี้ แต่มันจะสะสมไปในอนาคต ทำวันนี้เห็นผลวันหน้า

แม้ผลการตรวจเลือดในปีนี้เหมือนจะดี ตัวเลขทุกตัวอยู่ในเกณฑ์หมด แต่
ต้องไม่ลืมว่าเราชอบกินอะไรผิดๆและไม่ดีเช่น ชาเนสที เช้าแก้ว กลางวันแก้ว และในนั้นมีทั้งนมสด ครีมเทียม น้ำตาล ในปริมาณสูง กินมากนอกจากอ้วนเห็นๆ มันจะส่งผลระยะยาวต่อข้างในของเรา ของทอดและของปิ้งย่างต่างๆนานาด้วย พึงงดซะค่ะ ถ้างดไม่ได้ ขอจงเปลี่ยนพฤติกรรมซะ เป็นนานๆกินที

อยากป่วยมั้ย ถามตัวเองแบบนี้ดีกว่า

ตอนที่อยู่สุราษฎร์ฯ กินอิ่มแต่นอนไม่ค่อยหลับ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่พอ ผลก็ตามมาอีกค่ะ นั่นคือเมื่อผ่านไปหกเจ็ดวันและกลับมาบางพลี ก็เป็นไข้ทันที แทบลากสังขารไปทำงานไม่ไหว กลับมาวันแรกสลบเหมือด
รุ่งเช้าเป็นไข้

สี่ห้าวันที่ผ่านมา ฉันอยู่กับอาการไข้ ไอ ระคายคอและมีน้ำมูก และดื้อไม่ไปหาหมอเพราะไม่อยากกินยามากๆ จนที่สุดก็ทนไม่ได้แล้ว เพราะไอจนเหนื่อย กลับกลายเป็นต้องไปหาหมออยู่ดี แล้วก็ได้ยามากินจนได้

ขำไม่ออกเพราะในเวลาไล่ๆกัน เดี๋ยวเป็นนั่น เดี๋ยวเป็นนี่

แต่ทบทวนแล้วก็เป็นเพราะเราทำตัวเองทั้งนั้นไม่เห็นแปลก แบบนี้เรียกว่าไม่รักตัวเอง เพราะเบียดเบียนตัวเองให้ต้องป่วย ดูซิ.. กินอะไรลงไป หรือ
มีพฤติกรรมอะไรที่ทำให้ร่างกายต้องเจ็บป่วยกันบ้างเล่า

ตอนที่อยู่ในวัด.. เห็นสิ่งที่เป้นเรื่องธรรมดาสามัญของโลกใบนี้ แล้วคุยกับแม่ แม่บอกว่า ฉันนี่นะ.. ชอบเก็บนั่นเก็บนี่มาคิด คิดจนตัวเองทุกข์ใจและเจ็บป่วย ทำไมไม่ว่างให้ลงเสียบ้าง

อืมม ใช่ .. ฉันเป็นอย่างที่แม่บอก แล้วก็ป่วยใจจริงๆนั่นแหละ แล้วหนักไหม หนักจะตาย แทนที่จะเอาเวลานั้นมาทำให้ตัวสุข กลับไปเบียดเบียนใจให้ตัวเองทุกข์ เราจำเป็นต้องทุกข์นักหรือ ธรรมชาติของชีวิตเป็นเช่นนี้นะ พบสุขได้ ก็มีทุกข์ได้ ปลงให้ได้เสียบ้าง

กลับมาจากบ้านคราวนี้ ฉันรู้สึกว่าตัวเองตัวเบา ใจเบาไปเยอะ เพราะเหมือนกับว่า เมื่อได้เห็นและได้คิด จึงได้รู้ ว่าเรากำลังแบกอะไรอยู่ ไม่เอาล่ะ ไม่คิดแล้ว เหนื่อยจัง เหนื่อยใจ จะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ใครทำอะไรกับเราไว้ก็ตาม ใครทำให้เราเจ็บปวดก็ตาม ใครเบียดเบียนให้เราทุกข์ใจก็ตาม ไม่ต้องไปแบกเขาไว้หรอก

เราควรดูแลใจเราให้เบาและสบาย ยิ้มไว้ ยิ้มกับทุกเรื่องให้ได้ สุขใจก็สุขไป ทุกข์ใจก็ร้องไห้แล้วปล่อย อย่าเก็บ คนที่่ทำกับเราไว้ เขาก็ต้องมีกรรมของเขา เราไม่ต้องทำอะไรเลย เราต้องดูแลใจเราต่างหาก ไม่ต้องไปดูว่าเขาจะสุขล้นฟ้าขนาดไหน ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่ฤดูเดียว

ทุกครั้งที่เดินเก็บใบไม้ที่ร่วงหล่นรองบนพื้นดินรอบบ้าน ฉันก็รู้ว่าชีวิตคนเราคล้่ายใบไม้ร่วง ถึงเวลามันก็หลุดล่อนและร่วงลง ชีวิตที่เบาสบายต่างหากที่ทำให้เราสุขใจได้ ไม่ใช่อะไรเลย ไม่ใช่การมีมาก ไม่ใช่การเก็บสะสม ไม่ใช่การทำร้ายผู้อื่น ไม่ใช่ใดๆทั้งสิ้น

ฉันได้รู้แล้ว...




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2554 17:56:57 น.
Counter : 281 Pageviews.  

เรื่องจริง...

ปีนี้กรุงเทพฯเจอเรื่องใหญ่และหนักไม่ต่างจากปีที่แล้วเลย
เพียงแต่ปีนี้ภัยใหญ่คุกคามคนเกือบทั้งหมดทุกหย่อมหญ้าเท่านั้นค่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้
-หาน้ำสักขวด หายากมากและหาไม่ได้ ไม่ต้องไปหาที่ห้างไหนทั้งนั้น เพราะไม่มี
-นอกจากน้ำแล้ว ของแห้งทุกอย่างที่กินได้ และของกินทุกชนิดในร้าน
สะดวกซื้อ เกลี้ยงชั้น !!
-ทรายเป็นของมีค่าและหายาก
-อยากรู้ว่าตรงไหนน้ำท่วม มีข้อมูลเต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าอันไหนจริง
อันไหนไม่จริง
-ตื่นเต้นตลอดเวลาเพราะไม่รู้ว่าน้ำจะขึ้นตอนไหนและจะโดนบ้างหรือเปล่า
ไม่รู้จะได้เลื่อนชั้นตัวเองเป็นผู้ประสบภัยตอนไหน
-ไม่เป็นอันทำงาน
-ที่จอดรถหายากมาก แต่ดีอยู่อย่างที่ถนนโล่งไปเยอะ เพราะคนเอารถไปจอดหนีน้ำกันเกือบหมด

ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเจออะไร แต่คิดว่าคงคล้ายๆอย่างนี้ เป็นภาวะที่น่าอึดอัดและหดหู่มากที่ไม่รู้ว่าเราจะโดนหรือว่าเราจะรอด

แต่แน่นอนว่า วันนี้ยังโชคดีกว่าคนอื่นอีกจำนวนมากที่กลายเป็นผู้ประสบภัย หรือผู้อพยพไปแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกว่าปรากฏการณ์ แต่ไม่มีใครอยากให้เกิด มีคนพูดกันหนาหูว่ามันไม่ใช่ภัยจากธรรมชาติเลย แต่มันเป็นภัยที่เกิดขึ้นจากการเล่นเกมการเมืองของพวกนักการเมืองทั้งหลายนั่นแหละที่สั่งให้เก็บกักน้ำจนเขื่อนรับไม่ไหวและต้องปล่อยน้ำออกมาในที่สุด

หากเป็นอย่างนั้นจริง ก็ยิ่งน่าหดหู่มากขึ้น ที่คนเหล่านี้ลากให้คนส่วนใหญ่ของประเทศต้องมารับกรรมอย่างน่าเศร้่าที่สุด

เห็นคนที่ต้องอพยพ หมาแมวที่ต้องหนีออกมาพร้อมคน แล้วไหนจะยังมีอีกเยอะแยะจากภาพข่าวที่เราเห็นอีก เศร้านะคะ...

น้ำมาแล้วก็ไป เป็นธรรมชาติของน้ำที่ต้องไหลผ่าน

แต่คนนี่สิ ต้องอยู่และเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อน้ำลด จะยังมีอะไรหลงเหลือสำหรับชีวิต

วันนี้ถ้ากำเงินสิบบาทไปเซเว่นเพื่อซื้อน้ำ เราจะไม่มีน้ำให้ซื้อ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

ภาพที่เราเห็นว่ามันเกิดขึ้นแล้ว มีน้ำท่วมใต้ทางด่วนใหญ่มหึมาจนรถวิ่งไม่ได้ ก็เกิดขึ้นแล้ว

อะไรก็เกิดขึ้นได้

นี่คือเรื่องจริง !!




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2554    
Last Update : 27 ตุลาคม 2554 21:57:40 น.
Counter : 299 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.